Updates

  • Project update > วัคซีนอีสุกอีใสแก่เด็กในบ้านปากเกร็ด

    ส่งมอบวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสจำนวน 61 โดสเรียบร้อยแล้ว

    13 November 2019

    เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 นพ.เขตต์ ศรีประทักษ์ คณะและทีมเทใจได้ลงพื้นที่เพื่อส่งมอบวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสที่มีประสิทธิภาพสามารถป้องกันโรคได้ผลกว่า 90-95 %  ให้กับสถานสงเคราะห์บ้านเด็กอ่อนปากเกร็ดเป็นที่เรียบร้อย


    โดยพยาบาลประจำสถานสงเคราะห์บ้านเด็กอ่อนปากเกร็ดวางแผนการฉีควัคซีนให้น้องๆ ครั้งละ 5-10 คน เนื่องจากวัคซีนดังกล่าวอาจจะทำให้เด็กมีไข้ต่ำๆ ได้ ดังนั้นเพื่อให้เด็กได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด การทยอยฉีดจะดีที่สุด

    ทั้งนี้วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส ยังคงไม่เพียงพอสำหรับเด็กทั้งหมดที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ เนื่องจากมีเด็กมากกว่า 200 คน 


    ดังนั้นเราจึงอยากชวนคนใจดีมาช่วยกันเพื่อให้ได้ทุกคนได้มีโอกาสปกป้องตัวเองจากโรคดังกล่าว

    ร่วมบริจาคได้ที่ https://taejai.com/th/d/chickenpoxvaccineforkids/

    Read more
  • Project update > KKP รวมน้ำใจ ฟื้นฟูผู้ประสบอุทุกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    เกียรตินาคินภัทร ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

    13 November 2019

    กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร โดยนายฟิลิป เชียง ชอง แทน กรรมการผู้จัดการใหญ่ มอบเงินสนับสนุนซึ่งรวบรวมจากการบริจาคของลูกค้า พนักงาน และกลุ่มธุรกิจฯ  ให้กับ “KKP รวมน้ำใจ ฟื้นฟูผู้ประสบอุทุกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ"

    “ มูลนิธิกระจกเงา จำนวน  1,145,524.98  บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยฟื้นฟูผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ยากไร้ให้สามารถกลับเข้าที่พักอาศัยได้ นอกจากนั้นยังมีการบริจาคสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นสำหรับการการดำรงชีวิตภายหลังผู้ประสบภัยกลับเข้าพื้นที่อีกด้วย 

    นอกจากนี้ยังเมื่อเดือนตุลาคมยังได้พาพนักงานและอาสาสมัครไปช่วยกัน เราขอนำภาพมาฝากกันค่ะ

    นายฟิลิป เชียง ชอง แทน ได้ทำการมอบเงินช่วยเหลือฟื้นฟูผ้ประสบภัย

    ร่วมแรงแข็งขันเอาโคลนออกไป เอาคนกลับมา

    ช่วยกับเก็บกวาดเศษไม้ที่มากับน้ำออก

    ร่วมด้วยช่วยกันค่ะ


    Read more
  • Project update > High Scope พัฒนาเด็กอนุบาลเน้นการลงมือทำ

    มอบสื่อการเรียนรู้ให้เด็กเล็ก 854 คน ใน 20 ศูนย์ฯ จ.ลพบุรี

    5 November 2019

    โครงการส่งเสริมศักยภาพให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก(ศพด.) ที่สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในจังหวัดลพบุรี ได้ใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ High scope โดยส่งครูเข้ารับการอบรม (on site training) ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งเป็นรูปแบบการเรียนการสอนให้เด็กเรียนรู้ผ่านการลงมือกระทำด้วยตนเองเด็กเป็นศูนย์กลาง ครูเป็นผู้จัดกระบวนการเรียนรู้หรือเรียกว่า child center เป็นการเรียนรู้วิชาการผ่านการเล่นของเด็กๆ ผ่านมุมกระตุ้นพัฒนาการหรือมุมของเล่นอย่างน้อย 5 มุม มีรายละเอียดดังนี้

    1) มุมหนังสือ ได้แก่ นิทานและชั้นวางหนังสือ ให้เด็กๆ เลือกนิทานที่ชอบมาเปิดดู หรือให้คุณครูอ่านให้ฟัง

    2)มุมศิลปะ ได้แก่ ดินน้ำมัน กระดาษ อุปกรณ์ระบายสี เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะตามจินตนาการ

    3) มุมวิทยาศาสตร์ ได้แก่ อุปกรณ์จำลองและอุปกรณ์จริง เพื่อนเรียนรู้การใช้และเข้าใจ ความสัมพันธ์ของสิ่งของ เช่น ลูกโลก ตราชั่ง แว่นขยาย 

    4) มุมบล็อก บล็อกไม้หรือตัวต่อเพื่อประกอบเป็นสิ่งต่างๆ ตามความคิด และจินตนาการ

    5) มุมบ้าน ชุดเครื่องครัว อุปกรณ์สำหรับเล่นบทบาทสมมติ

    ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่เข้าร่วมการจัดการเรียนการสอนแบบ High scope จำนวน 20 ศูนย์ มีเด็กได้รับการกระตุ้น พัฒนาการผ่านการเล่นโดยครูเป็นผู้ดูแล 854 คน และภายหลังที่ “เทใจดอทคอม” ได้ระดมทุนช่วยเหลือ ผู้รับผิดชอบงานส่งเสริมพัฒนาการเด็กจึงได้กระจายของเล่นให้แต่ละศูนย์ตามของเล่นที่จะซื้อทั้ง 20 ศูนย์ ดังนี้ 

    1. เทศบาลตำบลถนนใหญ่
    2. ศูนย์การบินทหารบก
    3. เทศบาลตำบลเขาพระงาม
    4. ดงน้อย
    5. อบต.บางคู้
    6. วัดหัวสำโรง
    7. วัดบ้านกล้วย
    8. บ้านนกเขาเปล้า
    9. บ้านหนองปล้อง
    10. เพนียด
    11. อบต.วังขอนขว้าง
    12. อบต.ดงมะรุม
    13. บ้านหนองโก
    14. อบต.ท่ามะนาว
    15. อบต.ห้วยหิน
    16. อบต.ยางราก
    17. ทต.พัฒนานิคม
    18. ร.ร.บ้านหนองโพธิ์
    19. อบต.เขาน้อย
    20. ร.ร.บ้านหนองประดู่

    ภาพมอบของเล่นให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก




    ผลการประเมินพัฒนาการของเด็ก

    เด็กอายุ 3-4 ปี ของจังหวัดลพบุรีที่ผ่านการใช้ high scope 6 เดือน และใช้ของเล่น ทำให้เด็กมีทักษะทางสมองสูงกว่าค่ากลางของประเทศ

    ผลการประเมินพัฒนาการเด็กเมื่อผ่านการใช้ของเล่นตามมุมประมาณ 6 เดือน ตามที่ได้นำเสนอไปนั้น ผู้รับผิดชอบงานส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้รับความอนุเคราะห์จาก รศ.ดร.นวลจันทร์ จุฑาภักดีกุล ศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้วัดพัฒนาการเด็กเรื่อง ทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จหรือ Executive function (EF) ในเด็กอายุ 3-4 ปี โดยใช้แบบประเมิน MU.EF-101 สุ่มเลือกศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจำนวน 5 ศูนย์ จาก 20 ศูนย์ ที่ได้จัดกระบวนการเรียนการสอนแบบ high scope และได้ใช้ของเล่นที่ “เทใจ” ระดมทุนสนับสนุน มีผลการประเมินเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานเด็กไทย อายุ 2-6 ปี ดังนี้


    ผลการสุ่มประเมิน EF ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ผ่านการใช้ high scope จำนวน 5 ศูนย์ เทียบกับค่ากลางของประเทศไทย สามารถสรุปผลได้ดังนี้ ค่าคะแนนเฉลี่ย <40 (ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยควรปรับปรุง) พบร้อยละ 0.6 ซึ่งน้อยกว่าค่ากลางของประเทศซึ่งพบร้อยละ 14, ค่าคะแนนเฉลี่ย 40-44 (ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยเล็กน้อยควรพัฒนา) พบร้อยละ 0.6 ซึ่งน้อยกว่าค่ากลางของประเทศซึ่งพบร้อยละ 14, ค่าคะแนนเฉลี่ย 45-55 (เกณฑ์เฉลี่ยปานกลาง) พบร้อยละ 42.90 ซึ่งมากกว่าค่ากลางของประเทศร้อยละ 38, ค่าคะแนนเฉลี่ย 56-60 (สูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ยเล็กน้อย ดี) พบร้อยละ 26.70 ซึ่งมากกว่าค่ากลางประเทศร้อยละ16 และค่าคะแนนเฉลี่ย >60 (สูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ย ดีมาก) พบร้อยละ 29.20 ซึ่งมากกว่าค่ากลางของประเทศร้อยละ 18

    Read more
  • Project update > Higher education scholarship for 24 underprivileged students

    เด็กนักเรียนทั้ง 24 คนได้รับทุนการศึกษา

    1 November 2019

     ปัจจุบัน(วันที่ 31 ตุลาคม 62) ทางมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก(มพด.) ได้ดำเนินการสนับสนุนเงินทุนการศึกษาประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 62 ให้กับเด็กๆนักเรียนทุนที่อยู่ในสภาวะยากลำบากของมูลนิธิฯ จำนวน 24 คน เป็นเรียบร้อยแล้ว

    ตั้งเมื่อวันที่ 3-4 กันยายน 62 และทางเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเด็กนักเรียนทุนของมูลนิธิฯก็ได้เดินทางไปติดตามเยี่ยมเด็กๆนักเรียนทุนทั้ง 24 คน เพื่อให้กำลังใจและให้คำปรึกษาในเรื่องต่างๆ ซึ่งเด็กๆทุกคนต่างดีใจและมีกำลังใจในการเรียนและการใช้ชีวิต และได้ฝากคำขอบคุณมาถึงผู้ใหญ่ใจดีทุกๆคนที่ได้มีส่วนช่วยกันในการสนับสนุนให้เด็กๆได้มีโอกาสในการศึกษาต่อไป ดังนี้

    " หนูขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดีที่มอบทุนการศึกษาให้กับหนู หนูขอสัญญาว่าจะตั้งใจเรียน ประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีของสังคม ประเทศชาติ และหนูจะช่วยสร้างสรรค์ประโยชน์เพื่อส่วนรวม รวมทั้งจะนำทุนการศึกษาที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดค่ะ " น.ส.วรรณ นักเรียนชั้นม.6 จ.สระแก้ว

    "ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกๆท่านที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือเด็กๆหลายคนที่ขาดปัจจัยในเรื่องทุนการศึกษา ทุนการศึกษาที่เด็กแต่ละคนได้รับนี้จะเป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษา ทำให้เด็กอีกจำนวนหนึ่งในประเทศไทยที่อยู่ในสภาวะยากลำบากได้มีโอกาสที่จะเรียนในโรงเรียนต่อ ธารน้ำใจจากผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านทำให้สังคมของเราอบอุ่นและน่าอยู่ สำหรับเด็กๆที่ด้อยโอกาสแล้ว ทุนการศึกษานี้เป็นของขวัญและกำลังใจที่ยิ่งใหญ่มากค่ะ" คุณครูธันวาภรณ์ กิตติธีรานุรักษ์(ครูกอบัว) คุณครูผู้ดูแลนักเรียนทุน จ.สระแก้ว 

    เด็กๆนักเรียนทุนในพื้นที่จ.ตาก

    เด็กๆนักเรียนทุนในพื้นที่จ.แม่ฮ่องสอน

    เด็กๆนักเรียนทุนในพื้นที่ จ.สระแก้ว

    มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็กในฐานะคนทำงาน มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะช่วยเด็กในสภาวะยากลำบากในพื้นที่ต่างๆของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่ครอบครัวมีฐานะยากจน เด็กกำพร้า เด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคภัยไข้เจ็บ และเด็กที่เสี่ยงต่อการออกจากโรงเรียนกลางคัน ให้ได้มีโอกาสและช่องทางในการศึกษาต่อจนถึงระดับสูงสุดเท่าที่พวกเขาจะไปถึงได้ เพราะเราอยากให้เด็กถึงฝั่งฝัน

    อย่างน้อยก็จบในชั้นสูงสุดที่เด็กคนนั้นจะเรียนไหว....

    อย่างน้อยก็จบพอมีวุฒิที่จะหางานทำได้...

    วันนี้เราจึงอยากชวนทุกคนมาช่วยกันให้เด็กเหล่านี้มั่นใจว่าจะมีทุนได้ถึงเรียนจบ


    Read more
  • Project update > Anacoach ค่ายพัฒนา Grit และ Growth Mindset ด้วยการสร้างพื้นที่ให้น้อง “ลงมือทำ”

    พัฒนาเด็กนักเรียน จ.สระบุรี ด้วย Grit และ Growth Mindset 80 คน

    31 October 2019

    โครงการจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนผู้ร่วมโครงการในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ได้ค้นหาและพัฒนาตนเอง รวมถึงนำประสบการณ์ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการไปใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไป โดยมีนักเรียนที่เข้าร่วมจากโรงเรียนมวกเหล็กวิทยา 34 คน โรงเรียนแก่งคอย 38 คน โรงเรียนสองคอนวิทยาคม 8 คน ทั้งนี้ โครงการ Anacoach มีผู้ดำเนินการเป็นทีมงาน Tact Social Consulting และนิสิตนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย โดยได้มีการจัดค่ายขึ้นทั้งหมด 3 ครั้ง ได้แก่

    กิจกรรมค่ายครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 30 - 31 มีนาคม 2562 นักเรียนผู้เข้าร่วมมีการพัฒนาความเข้าใจเรื่องทฤษฎี Grit และ Growth Mindset และได้ลองนำมาใช้จริงผ่านการตั้งเป้าหมายระยะสั้นและกระบวนการ reflection ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง นักเรียนมีความมั่นใจในการเข้าร่วมกิจกรรมกับพี่ประจำกลุ่มและทีมงาน

    กิจกรรมค่ายครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 27 - 28 เมษายน 2562 นักเรียนผู้เข้าร่วมได้ลองพัฒนาทักษะตามความสนใจของตน รวมถึงได้เรียนรู้กระบวนการทำงานจริงผ่านการเตรียมการจัดกิจกรรมร่วมกับเพื่อนที่ความสนใจใกล้เคียงกันในค่ายที่ 3

    กิจกรรมค่ายครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 23 - 25 พฤษภาคม 2562 นักเรียนได้นำเสนอผลงานที่ทำร่วมกับเพื่อนในกลุ่มแก่เพื่อนร่วมชั้นและคุณครูในงานนิทรรศการทำให้นักเรียนเกิดความมั่นใจในตนเองในการลองทำสิ่งใหม่ๆ

    ผลการจัดกิจกรรม นักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการได้พัฒนา Grit และ Growth Mindset และผลตอบรับจากแบบสอบถามออกมาในเชิงบวก คุณครูในพื้นที่ประทับใจและต้องการให้มีการขยายผลต่อไปในโรงเรียน

    ภาพกิจกรรม


    ความประทับใจจากนักเรียน

    นักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการส่วนมากประทับใจกิจกรรม โดยเฉพาะการได้ลองเป็นผู้จัดกิจกรรมด้วยตนเองเพื่อถ่ายทอดความรู้เรื่อง Grit และ Growth Mindset ให้เพื่อนๆ พร้อมกับการได้ลองพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีมและการพัฒนาทักษะตามความสนใจ โดยน้องหลายคนชอบบรรยากาศในค่ายที่มีการให้กำลังใจกันและกัน และสร้างกิจกรรมที่น้องๆ รู้สึกว่าสามารถผิดพลาดได้ ทำให้เกิดความมั่นใจในตนเองและกล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ ซึ่งเห็นได้จากคำบอกเล่าความประทับใจของน้องๆ ต่อไปนี้


    น้องมายด์
    (นางสาว ณัชชา อำดวนตาล) กล่าวว่า
    “รักค่ายนี้ที่ทำให้กล้าทำอะไรหลายอย่าง ถ้าไม่ได้มาเข้าค่ายนี้ก็คงไม่ได้ทำอะไรแบบนี้ มันคุ้มค่ามาก ถึงจะเหนื่อย อดนอน แต่ก็สนุกและมีความสุขมาก…มีอะไรหลายอย่างที่หนูเปลี่ยนไป เก็บอารมณ์ได้มากขึ้น เปิดใจรับฟังคนอื่น กล้าแสดงออก กล้าทำสิ่งต่างๆ ซึ่งทั้งหมดที่หนูกล้าเพราะหนูนึกถึงคำพูดของพี่ๆ ทำให้หนูมั่นใจในตัวเองมากขึ้น สนใจสายตาคนอื่นน้อยลง ใส่ใจกับความรู้สึกและความอยากทำมากขึ้นเยอะ”



    น้องบีม
    (นางสาว อทิตยา แสงงาม) กล่าวว่า
    “อยากขอบคุณตัวเองที่ทำได้ถึงขนาดนี้ ยิ่งตอนแบบ Talk เดี่ยวตื่นเต้นมากแต่เราว่าเราทำมันได้ดี เราผ่านมาได้ เราได้กล้าทำแล้วมันดีมาก จะเก็บทุกความรู้สึกดีๆ ไว้ตลอดไปเลย เราได้ประสบการณ์จากค่ายนี้เยอะมากๆ พูดมากขึ้น พูดเก่งขึ้น คือ The Best ของค่ายแล้ว...เราได้ทำสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ และจะนำ Grit and Growth Mindset ไปใช้พัฒนาตัวเองต่อไปค่ะ”

    Read more
  • Project update > Strayed cats neutering by Rakmaw Foundation

    ทำหมันให้แมวและสุนัข 3,198 ตัว

    30 October 2019

    มูลนิธิรักษ์แมว ปันน้ำใจให้แมวจร จัดกิจกรรมทำหมันแมวสัญจรอย่างต่อเนื่อง และกิจกรรมทำหมันประจำปี 2019 นับตั้งแต่เดือนมกราคม เป็นครั้งที่ 140 จนถึงเดือนตุลาคม เป็นครั้งที่ 163 กิจกรรมทำหมันแมวสัญจรปีนี้เกิดขึ้นแล้ว 22 ครั้ง จากการสนับสนุนของมูลนิธิรักษ์แมวฯ และการระดมทุนผ่านเทใจดอทคอม และมีแมวและสุนัขที่ได้รับการทำหมันแล้ว จำนวน 3,198 ตัว แยกเป็นแมวเพศผู้ 1,284 ตัว แมวเพศเมีย 1,668 ตัว และเป็นสุนัขเพศผู้ 82 ตัว สุนัขเพศเมีย 164 ตัว


    มูลนิธิฯ พร้อมหมออาสาและอาสาสมัคร ลงพื้นที่ทำหมันในสถานที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด นอกจากการทำหมันแล้ว ทางมูลนิธิฯ ยังรักษาอาการบาดเจ็บเบื้องต้นให้กับแมวและสุนัขที่พบเจอในพื้นที่อีกด้วย

    ยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการทำหมัน

    หมออาสาทำหมันแมวในแต่ละพื้นที่

    หลังจากผ่าตัดทำหมันของแมว

    ความประทับใจจากเจ้าของแมวที่ได้ทำหมัน

    คุณฐิติมน จตุรเศรษฐกุล

    อาการของแมวหลังทำหมัน:หลังจากนำมาที่ห้องวันทำหมัน ยังมีอาการมึนยาสลบ ทานข้าวแล้วคายออก เดินไม่สะดวก เดินเซ ประมาณขาหลังลากกับพื้น วันต่อๆ มา อาการดีขึ้นเร็ว ทานอาหารทานน้ำได้ปกติ แต่ยังดูอ่อนเพลียอยู่ และอีกประมาณ 3 วันอาการเป็นปกติ แต่เหมือนนิสัยจะเปลี่ยนไปออกแนวเพี้ยนๆ ต๊องๆ ทำหน้าเอ๋อๆ แต่ซนมากกว่าเดิม ชอบเล่น ชอบวิ่ง แต่พยายามกันพื้นที่ไม่ให้เขาวิ่งหรือปีนขึ้นที่สูง
    ลักษณะแผลผ่าตัด: แผลเล็ก เย็บสวย
    วิธีที่ท่านดูแลหลังทำหมัน: ให้ทานอาหารเปียกและอาหารเม็ดสำหรับแมวทำหมันที่คุณหมอให้และเตรียมน้ำสะอาดให้ดื่ม ทานยาตามที่เจ้าหน้าที่บอกจนหมดและทายาตามวันที่แจ้งในคู่มือดูแลแมว ทำเสื้อกันเลียแผลให้แมว ให้นอนบนเบาะนุ่มๆ ดูแลเรื่องความสะอาด กวาดถูพื้นทุกวัน ตรวจดูมดแมลง และไม่ปล่อยแมวออกนอกบ้าน และพยายามไม่ไปกวนแมว เพราะต้องการให้น้องพักผ่อนเยอะๆ พอถึงเวลาตัดไหม ของหนูพาไปคลินิกรักษาสัตว์แถวที่พัก ให้หมอตัดไหมให้ในราคา 100 บาท ซึ่งหมอบอกว่าแผลเล็ก สวยค่ะ ดีมาก
    ข้อเสนอแนะ:จัดกิจกรรมดีมากๆ ค่ะ เป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และคุณหมอ ขอบคุณมากๆ ค่ะ


    คุณศิริณา พรมสาร  

    อาการของแมวหลังทำหมัน:ช่วงวันแรกมีอาการเมายาสลบบ้าง แต่ทานอาหารเองได้วันที่ 2 ดีขึ้น และใช้ชีวิตตามปกติค่ะ
    ลักษณะแผลผ่าตัด:แผลแห้ง
    วิธีที่ท่านดูแลหลังทำหมัน:ทำตามคำแนะนำของมูลนิธีทุกขั้นตอน น้องแมวตัวเมีย ใส่เสื้อทำหมัน และป้อนยาตามเวลาที่เจ้าหน้าที่แนะนำ ครบ 7 วันพาน้องไปตัดไหม แผลแห้งปกติดีค่ะ
    ข้อเสนอแนะ:ขอบคุณมากที่จัดงานนี้ขึ้นมาค่ะ และขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่าน ขอบคุณค่ะ


    คุณเจียรนัย อัมรสุคนธ์

    อาการของแมวหลังทำหมัน:อาการปกติดีมากค่ะ แข็งแรงวิ่งเล่นได้ปกติดีค่ะ
    ลักษณะแผลผ่าตัด:แผลแห้งหายสนิทดีมากค่ะ
    วิธีที่ท่านดูแลหลังทำหมัน:ทำตามที่ทีมงานบอกค่ะ ใส่ชุดกันเลียแกะพลาสเตอร์หลังทำสามวัน ป้อนยาตามที่สั่งเรียบร้อยค่ะ
    ข้อเสนอแนะ:ขอให้มีโครงการแบบนี้ตลอดไปค่ะ และขอกราบขอบพระคุณ ทั้งคุณหมอและทีมงาน รวมทั้งโครงการรักษ์แมวทุกๆ ท่านนะคะ ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง และมีความสุขความเจริญตลอดไปนะคะ ขอบพระคุณจากใจค่ะ ที่มีโครงการดีๆ แบบนี้ค่ะ


    คุณธรรญธร ทิมโพธิ์  

    อาการของแมวหลังทำหมัน:ร่าเริงดีค่ะ กินอาหารกินน้ำได้ปกติค่ะ
    ลักษณะแผลผ่าตัด:หลังจากตัดไหมแล้ว แผลปิดสนิทดีค่ะ ไม่มีการอักเสบหรือบวมใดๆ
    วิธีที่ท่านดูแลหลังทำหมัน:ทำตามที่เจ้าหน้าที่บอกทุกขั้นตอนค่ะ
    ข้อเสนอแนะ:อยากเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกท่านนะคะ และขอบคุณที่มีโครงการดีๆ แบบนี้ เพราะบางท่านไม่มีทุนทรัพย์ในการทำหมันให้สัตว์เลี้ยง และแมวจร มีโครงการนี้ขึ้นมาทำให้ลดการเพิ่มจำนวนของแมวจรได้เยอะเลยค่ะ ♡


    คุณภรณัสม์ มัชเรศ 

    อาการของแมวหลังทำหมัน:หลังรับน้องแมวกลับมาที่บ้านน้องแมวยังมีอาการซึมๆ ยาสลบน้องจะหลับๆ ตื่นๆ ขยับตัวเป็นพักๆ ลุกมากินอาหารแล้วก็นอนต่อ ณ ตอนนี้อาการหลังทำหมันน้องแมว 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา น้องแมวปกติ กิน เล่น ขับถ่ายปกติค่ะ
    ลักษณะแผลผ่าตัด:แผลผ่าเล็กมากแทบมองไม่เห็นแผล ทาเบตาดีนตามที่พี่เจ้าหน้าที่แนะนำทุกอย่างปัจจุบัน แห้งปิดสนิทแล้ว ขนที่โดนโกนตอนผ่าตัดทำหมันเริ่มขึ้นแล้วค่ะ
    วิธีที่ท่านดูแลหลังทำหมัน:ให้น้องแมวนอนอยู่ในกรง เอาอาหารและน้ำวางไว้ในกรงให้น้องแมวเผื่อหิว ให้น้องแมวตื่นมากิน หลังน้องแมวคลายจากยาสลบ ใส่คอลล่าให้น้องแมวกันไม่ให้น้องแมวเลียแผล ใส่ยาเบตาดีนให้น้องแมว หลังทำหมัน 1 วัน ทุกเย็นเป็นเวลา 5 วัน
    ข้อเสนอแนะ:

    เป็นโครงการที่ดี อยากให้มีโครงการแบบนี้ตลอดไป เพื่อช่วยลดการเกิดแมวจร ขอบคุณโครงการรักษ์แมว

    กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้

    ท่านใดสนใจร่วมกิจกรรมการทำหมันแมว ติดต่อกิจกรรมทำหมันได้ที่ catpantip@gmail.com หรือร่วมสนับสนุนโครงการที่ ทำหมันแมวสัญจรกับมูลนิธิรักษ์แมว

    Read more
  • Project update > Life Hero Thailand x ลูกเหรียง

    ขอขอบคุณผู้บริจาคใจดีทุกท่านที่ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนสามจังหวัดชายแดนใต้ทั้ง 79 คน

    29 October 2019

    Life hero x ลูกเหรียง

    สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) ขอขอบคุณผู้บริจาคใจดีทุกท่านที่ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนสามจังหวัดชายแดนใต้ทั้ง 79 คน 

    เมื่อวันที่ 26-28 เดือนกรกฏาคม พ.ศ 2562  ณ ห้องประชุมปาหนัน(ศาลาประชาคม) เขื่อนบางลาง  อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ทางสมาคมฯได้จัดงานมอบทุนให้แก่ เด็กและเยาวชนที่อยู่ภายใต้โครงการนี้

    “เด็กๆเรียนรู้ว่าการเป็นเด็กกำพร้า เป็นโจทย์ชีวิตที่ยาก  แต่จะยากกว่าถ้าเรายอมแพ้  และไม่กล้าที่จะเริ่มต้นก้าวไปข้างหน้า  การได้รับโอกาสจึงเสมือน พลังและกำลังใจสำคัญ ที่จะทำให้เด็กๆเยาวชนบ้านลูกเหรียง มีสภาพจิตใจ และพัฒนาการการเรียนดีขึ้น ได้เติบโตเป็นคนดีช่วยเหลือสังคม และเป็นพลังสำคัญให้การพัฒนาบ้านเมือง และประเทศ ได้กลับคืนสู่สันติสุขโดยเร็ว” 


    ตลอดค่าย 3 วัน 2 คืนเรายังให้เด็กทำกิจกรรมร่วมกัน  มีช่วงพี่ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ และพี่เอด้า จิรไพศาลกุล มาสร้างแรงบันดาลใจด้านการเรียนและการทำงานให้กับน้องๆ และปิดท้ายด้วยกิจกรรมมอบทุนให้เด็ก 79 คน ประกอบด้วย

    1. ทุนระดับประถมศึกษา 22,000 บาท/คน/ปี จำนวน 13 คน
    2. ทุนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น28,000 บาท/คน/ปี จำนวน 26 คน
    3. ทุนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย / ปวช 33,000 บาท/คน/ปี จำนวน 25 คน
    4. ทุนระดับอุดมศึกษา 35,000 บาท/คน/ปี จำนวน 15 คน


    เราขอนำความขอบคุณจากเด็กๆ มาฝากกันค่ะ                         


     น้องดา นางสาวอารีดา เจะอุบง จากวันนั้นจนวันนี้ชีวิตหนูโตขึ้นได้เพราะโอกาสที่หนูได้รับ จำได้เลยว่าตอนนั้นแม่พูดว่า “ไม่ต้องเรียนหรอกหนังสือแม่ไม่มีเงินส่งเรียน” มันเป็นประโยคสั้นๆ ที่ฝังใจมาถึงทุกวันนี้ แต่ในทางกลับกันมันก็เป็นแรงผลักดันที่ทำให้หนูต้องมีวันที่ดีกว่า ในช่วงที่หนูใกล้จะเรียนจบมัธยมปลาย หนูได้พบกับพี่ลูกเหรียงและได้ทุนการศึกษาจากพี่ๆ เทใจ จนหนูได้เรียนหนังสือในระดับอุดมศึกษา และโชคดียิ่งกว่านั้นคือหนูได้เรียนในสาขาที่หนูอยากเรียน ตอนนี้หนูเรียน ชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาจีน คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นความฝันและความตั้งใจของหนูตั้งแต่ต้นว่าหนูอยากเรียนด้านนี้  ตอนนี้หนูเรียนได้หนึ่งเทอมแล้วค่ะ ความฝันและความหวังที่เกิดขึ้นมันเกิดจากความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากพี่ๆ พี่ๆคือคนจุดประกายให้หนูได้เรียน พี่คือคนหนึ่งที่เรียกว่าครอบครัว ถ้าหนูไม่ได้โอกาส ตอนนี้หนูคงเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เตะฝุ่น ทำงานก่อนวัยอันควร หนูจะเชื่อและเต็มที่กับทุกวัน เพื่ออนาคตและโอกาสที่พี่ๆ มอบให้”


    นายยุสรี สะปาวี

    ผมเรียน ชั้นปีที่ 4 สาขาการบัญชี คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา ผมชอบเรียนและทำกิจกรรม ผมพยายามทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองถึงเป้าหมายที่วางไว้ ผมมีความฝันว่าวันหนึ่งผมอยากเป็นนักตรวจสอบบัญชี เพราะผมเห็นว่าในปัจจุบันคนที่มีวิชาชีพเดียวกับความฝันของผมบางคนไม่มีความยุติธรรม และไม่มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ ผมอยากถีบตัวเองไปอยู่ในจุดนั้น เพราะทั้งหมดที่ผมสัมผัสได้นั้นมันส่งผลต่อชีวิตของผมในทุกวัน สวัสดิการและคุณภาพชีวิตของครอบครัวผม ต้องได้รับอย่างที่ควรจะได้รับ เราจัดการวันนี้ไม่ได้ แต่เราสามารถทำตัวเองในวันนี้ให้เป็นไปตามที่เราฝันได้  ผมขอขอบคุณพี่ๆที่ส่งเสียและสนับสนุนทุนการศึกษาให้ผมจนเรียนจบ ตอนนี้ผมใกล้จะจบแล้ว พี่คือจิ๊กซอว์หนึ่งของความสำเร็จของผม ผมจะไม่มีวันลืมว่าชีวิตนี้ผมเติบโตมาได้เท่านี้เพราะใคร ผมจะทำเพื่อคนอื่นอย่างเต็มศักยภาพ


    น้องฟะห์ นางสาวฮันณีฟะร์ หะยีสะมะแอ

    ตอนนี้ฟะห์เรียนชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรมหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา "หนูสูญเสียคุณพ่อจากเหตุการณ์ความไม่สงบ วันนั้นคุณพ่อกำลังจะออกไปทำงาน  ระหว่างทางมีคนร้ายซุ่มยิงคุณพ่อและเสียชีวิต มันเป็นภาพเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของหนู  หนูผ่านเรื่องราวเหล่านี้มาได้ยากมากเลยค่ะ เห็นแม่ร้องไห้ เห็นแม่ทำงานเหนื่อยมากขึ้น เห็นน้องอีกคนฝันเห็นพ่อ"

    ตอนนี้หนูเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา หนูเรียนใกล้จบแล้วค่ะตอนนี้หนูฝึกงานอยู่ที่กรุงเทพ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในชนบทพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองได้มาอยู่ในสังคมที่ดีขึ้น ภาพจำที่เลวร้ายในวันนั้นที่มันทำให้ภาพจำลองนั้นเป็นเป้าหมายของหนูในวันนี้ ขอบคุณพี่พี่เทใจที่ฉายภาพเหล่านั้นให้หนูมีชีวิตที่ดีขึ้นและสดใสกว่าเดิมขึ้นเยอะมาก สัญญาว่าชีวิตของหนูจะช่วยให้อีกหลายชีวิตดีขึ้น เราไม่จำเป็นต้องมีมากมีน้อยเราก็ช่วยได้ ให้ด้วยความเต็มใจให้ด้วยความรักและให้ด้วยความเมตตาค่ะ


    การดำเนินงานของสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้กลุ่มลูกเหรียงดำเนินงานภายใต้สามประเด็นหลักได้แก่ ด้านปกป้องคุ้มครอง ด้านช่วยเหลือเยียวยา และส่งเสริมพัฒนา ซึ่งโครงการเด็กทุเรียนอยู่ภายใต้การดำเนินงานด้านการช่วยเหลือเยียวยา กิจกรรม ดังนี้สนับสนุนให้เด็กๆที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบและได้มีโอกาสเรียนหนังสือและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติรวมทั้งเด็กที่อยู่ในโครงการจะต้องได้รับการเยียวยาและพัฒนาอย่างต่อเนื่องซึ่งในระยะเวลาที่ผ่านมาเด็กๆที่อยู่ในโครงการได้รับการเยียวยาผ่านกระบวนการที่หลากหลาย เช่น กิจกรรมศิลปะเพื่อการเยียวยา ดนตรีการเยียวยา ท่องโลกกว้าง เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นกิจกรรมเพียงบางส่วนเท่านั้นที่จะช่วยให้เด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบหลุดพ้นจากอาการซึมเศร้าเสียใจ โกรธแค้นจากประสบการณ์ที่ได้รับมา ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ไม่เพียงแค่การดำเนินงานในระยะสั้นเท่านั้นแต่การที่เด็กคนหนึ่งจะหลุดพ้นจากความรู้สึกลบทั้งสิ้นนั้นต้องได้รับการเยียวยาในระยะยาวซึ่งทางกลุ่มลูกเรียนได้มีการพัฒนาหลักสูตรเพื่อที่จะให้เด็กๆได้รับการเยียวยาและพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสามารถหลุดพ้นจากความรู้สึกเหล่านั้นได้กลุ่มลูกเหรียงมีความหวังและมีความตั้งใจที่อยากจะสานต่อเพื่อให้เด็กที่อยู่ระหว่างทางได้ประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องการเรียนสภาพจิตใจที่ดีขึ้นและสามารถอยู่ในสังคมได้ อย่างปกติสุข ลูกเหรียงคาดหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในปี 2563 เพื่อที่จะสานต่อความตั้งใจและความหวังความฝันของเด็กชายแดนใต้ให้ลุกขึ้นมามีพลังและสามารถหลุดพ้นจากความรู้สึก และพฤติกรรมที่จะก่อให้เกิดความรุนแรง และเปลี่ยนมือล่างเป็นมือบนในอนาคตต่อไป



    Read more
  • Project update > นักกู้ขยะข้างถนน Street's Hero

    2 วีรบุรษข้างถนน ได้รับซาเล้งเก็บขยะ ต้นแบบเริ่มชีวิตใหม่

    24 October 2019

    เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562 มูลนิธิอิสรชน ร่วมกับกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และเครือข่ายจากภาครัฐและเอกชน ร่วมจัดงานแถลงข่าวในวัน World Homeless Day และดำเนินการมอบซาเล้งให้แก่ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะทั้ง 2 คน เป็นต้นแบบนำร่องดำเนินการกู้ขยะ และสร้างเงินออมให้ชีวิตคนเร่ร่อนได้มีเป้าหมาย และมีต้นทุนเพื่อเริ่มสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต และพร้อมส่งต่อรถซาเล้งให้กับวีรบุรุษข้างถนนคนต่อไปได้ 

    ขั้นตอนการทำงาน

    1. ลงพื้นที่รับสมัครผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ นำร่องที่สนใจในการเข้าร่วมโครงการ วีรบุรุษข้างถนน เพื่อรับซาเล้งในการออกเก็บขยะ สร้างอาชีพ
    2. นักศึกษาที่ร่วมเป็นเครือข่ายในการออกแบบ รถซาเล้ง และผลิตรถซาเล้งมอบให้ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ
    3. พิธีมอบซาเล้งและเริ่มดำเนินโครงการ วีรบุรุษข้างถนน โดยการลงทะเบียนผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะที่จะเข้าร่วมโครงการ
    4. เปิดการออม ทุกปลายสัปดาห์ ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ที่ได้รับมอบซาเล้ง นำเงินจากที่เก็บขยะสร้างรายได้ครึ่งหนึ่งมาออม เพื่อสะสมเป็นทุนในการเริ่มต้นชีวิตใหม่

    มูลนิธิอิสรชน ร่วมกับเด็กนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมออกแบบซาเล้ง รถกู้ขยะ สำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ให้มีรายได้จากการเก็บ แยก ขายขยะ เพื่อให้มีทุนสะสมในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ กลุ่มนักศึกษาได้ออกแบบรถซาเล้งเก็บขยะ มีจุดประสงค์เพื่อรองรับน้ำหนักได้จริง แต่ไม่มีโครงหลังคา เนื่องจากความต้องการและความสะดวกในการดำเนินชีวิตเพราะถ้ามีโครงหลังคาจะถูกจัดระเบียบในเรื่องพื้นที่สาธารณะ อาจเสี่ยงต่อการให้ถูกทางเทศกิจกวาดจับได้ในเรื่องจอดในที่สาธารณะ ดังนั้นกลุ่มนักศึกษาจึงออกแบบมาในรูปแบบที่เน้นการรองรับน้ำหนักได้ปริมาณมาก และเพิ่มส่วนไม้ปูนอนพักหลังจากการเก็บขยะได้

    ทีมงานช่วยขนซาเล้งมอบให้กับวีรบุรุษ

    บรรยากาศภายในงาน

    ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะที่ได้รับซาเล้ง


    ประวัติพี่กลอฟ (คนเสื้อแดง) ชายจากพิจิตร ด้วยสภาพครอบครัวที่ล้มเหลว ตัวเองเลยออกมาเป็นคนเร่ร่อนมานานกว่า 10 ปี โดยการเก็บของเก่าขาย เพื่อเลี้ยงตัวเองไปวันๆ แต่พี่กลอฟเป็นคนขยัน เก็บตั้งแต่เที่ยงคืนยันเที่ยงวัน บางวันได้ถึง 400-500 บาท ทางมูลนิธิฯ เห็นถึงความสม่ำเสมอของเขาในการทำอาชีพนี้ แต่ด้วยเขาไม่มีเป้าหมายชีวิต เขาหมดเงินไปกับสุรา เลี้ยงเพื่อน แต่ปัจจุบันเขามีหลาน และไม่อยากเป็นภาระลูก ทางมูลนิธิฯ จึงสร้างเป้าหมายให้เขาด้วยรถซาเล้งเก็บขยะ ทำให้พี่กลอฟดีใจมาก เพราะเขาอยากได้มานาน และตั้งเป้าให้เขาสามารถเก็บเงินให้กับหลานๆ ได้

    พี่วัตร (คนเสื้อเขียว) ชายหนุ่มจากโคราชที่มาอยู่สนามหลวงมานานเกือบ 20 ปี มีความหลังที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น "ปอป" ตามชุมชนชนบท เขาจึงเริ่มต้นชีวิตด้วยการเก็บขยะขาย ไปวันๆ และไม่คิดจะกลับบ้าน เพราะไม่เหลือใครแล้ว ชีวิตครอบครัวเขาพังทลาย จึงออกมากวาดถนนกับกวาดลานวัด และเดินแบกถุงเก็บขยะ เพื่อหากินไปวันๆ แต่ด้วยเขามีความตั้งใจและเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปันคนเร่ร่อนคนอื่นๆ ทั้งการเป็นอาสาคนเร่ร่อนในพื้นที่ คอยช่วยเหลือเพื่อนที่เจ็บป่วยด้วยกัน ทางมูลนิธิฯ จึงมอบรถเข็นให้เขาได้ทำมาหากินอย่างเป็นระเบียบและสะดวกมากยิ่งขึ้น และยังสามารถส่งต่อรถซาเล้งคันใหม่เพื่อนักกู้ขยะคนต่อไป

    ความประทับใจต่อผู้บริจาค

    "ทางมูลนิธิอิสรชน ขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านที่เห็นถึงกิจกรรมที่ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยพัฒนาอาชีพคนไร้ที่พึ่ง ให้มีรูปแบบที่มั่นคงมากขึ้น พี่ๆ คนเร่ร่อนที่ได้รถต่างภูมิใจและได้เริ่มต้นใช้ชีวิตในการเก็บขยะเพื่อออมเงินส่งต่อให้คนรุ่นอื่นๆ ได้ มูลนิธิฯขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมแบ่งปันเพื่อสร้างโอกาสการเริ่มชีวิตใหม่ให้คนไร้ที่พึ่งในครั้งนี้"

    Read more
  • Project update > กองทุนรักษาโรคลิ่มเลือดสมองอุดตัน

    ผ่าตัดผู้ป่วยรายที่ 3

    7 October 2019

    ผู้ป่วยชาย 59 ปี มารพ.สมุทรปราการด้วยซึม แขนขาด้านซ้ายอ่อนแรง 4 ชม ก่อนมารพ. ทำเอกซ์เคย์คอมพิวเตอร์สมองพบการขาดเลือดที่ก้านสมอง ได้รับยาสลายลิ่มเลือดที่สมุทรปราการแต่ไม่สามารถเปิดเส้นเลือดได้ จึงส่งต่อสถาบันประสาทเพื่อรักษาด้วยวิธีลากสายสวน

    - ที่สถาบันได้ทำการรักษาด้วยวิธีลากสายสวนได้ลิ่มเลือดสมองออกมา แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งก้านสมองที่ขาดเลือดมาเลี้ยงทำให้แม้รักษาชีวิตผู้ป่วยได้แต่ไม่สามารถฟื้นตัว ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และเจาะคอเพื่อดูแลต่อเนื่อง ส่งกลับรพ.สมุทรปราการ มีภาวะแทรกซ้อนคือปอดบวม ทำให้ผู้ป่วยทรุดลงและเสียชีวิตหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองประมาณ 1 เดือน

    Read more
  • Project update > Better Me เพื่อชีวิตที่ดีของผู้หญิงที่ขาดโอกาสทางการศึกษา

    กิจกรรมพัฒนาตนเองให้ผู้หญิง ครั้งที่ 2

    4 October 2019

    ผู้หญิงที่ได้เข้าเรียนในห้องเรียนเทใจทั้ง 10 คน ผ่านการเรียนหลักสูตรที่ 1 และเริ่มเรียนต่อในหลักสูตรพัฒนาตนเอง ครั้งที่ 2 เป็นระยะเวลา 3 เดือน

    ข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้าร่วมกิจกรรม

    • จบการศึกษาระดับมัธยมการศึกษาตอนต้น และตอนปลาย
    • ส้วนใหญ่ออกจากโรงเรียนก่อนเวลาอันสมควรเนื่องจากครอบครัวไม่สามารถสนับสนุนได้
    • ส่วนใหญ่ครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรรม
    • อายุต่ำกว่า 17 ปี ก่อนที่จะย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพ
    • เป็นแรงงานนอกระบบ ทำงานในสายงานบริการ ไม่มีสวัสดิการคุ้มครองและไม่ได้รับความเป็นธรรมในการจ้างงาน
    • มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 10,000 - 15,000 บาทต่อเดือน
    • มีชั่วโมงการทำงานอยู่ที่ 56 -65 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
    • มีหน้าที่ในการส่งเสียและเป็นหลักในการเลี้ยงดูครอบครัว
    • นักเรียนส่งเงินให้ที่บ้านอย่างน้อย 5,000 - 10,000 บาทต่อเดือน
    • ส่วนใหญ่รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายเนื่องจากเป็นบุคคลเดียวที่สามารถหารายได้ให้ครอบครัว
    • ไม่มีความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษ
    • ไม่เคยผ่านกระบวนการในการทำกิจกรรมในลักษณะนี้มาก่อน

    หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพของตนเองในครั้งนี้ มีการเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ทั้งการเรียนรู้ข้อดีและข้อเสียของตนเอง การรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ การพัฒนาบุคลิกภาพ การเสริมสร้างความมั่นใจ และความรู้พื้นฐานด้านต่างๆ เช่น ทักษะชีวิต ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานกฎหมายแรงงานและการจ้างงาน สิทธิด้านต่างๆ การวางแผนอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ การวางแผนทางการเงิน เป็นต้น

    ภาพกิจกรรมหลักสูตรพัฒนาตนเอง ครั้งที่ 2

    แผนการเรียนของผู้หญิงในหลักสูตรที่ 2

    การเรียนภาษาอังกฤษ

    การเรียนรู้ข้อดีและข้อเสียของตัวเอง พร้อมวิธีการเปลี่ยนแปลงตัวเอง
    วาดภาพของตนเอง

    แสดงภาพวาดของตน ข้อเสียและการปรับปรุงตนเองในทางที่ดีขึ้น

    ร่วมแบ่งปันความคิดของตนเองและเพื่อนร่วมห้อง

    สร้างเป้าหมายให้กับตนเอง ผ่าน Smart flower planing 


    Flower Planing ของนักเรียนห้องเทใจ

    ความคิดเห็นหลังเข้าร่วมโครงการ


    หลังจากการเข้าร่วมกิจกรรม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้นำความรู้จากการเรียนไปปรับใช้ และทำให้พวกเธอสามารถมีรายได้เพิ่มขึ้น จำนวน 2 คน

    คุณเอ้ เงินเดือนเพิ่มขึ้น 8%
    “รายได้เพิ่มมากขึ้น ตรงนี้มีส่วนมาจากการมาเรียนที่มูลนิธิฯ งานของเราต้องใช้ภาษาอังกฤษในการอ่านเพราะเป็น QA ก่อนหน้านี้อ่านไม่ได้ พอมาเรียนทำให้เราสะกดได้ อ่านได้ มีความสามารถเพิ่มขึ้น ตอนทำกิจกรรมได้มีโอกาสนำเสนอผลงาน พอไปทำงานทำให้เรากล้าพูดกับเจ้านายมากขึ้น แต่ก่อนเราทำงานเสร็จต้องไปบอกหัวหน้าให้หัวหน้าไปรายงานให้ ตอนนี้หัวหน้าไม่อยู่เราสามารถนำเสนองานได้ด้วยตัวเอง มีความกล้ามากขึ้น ดีใจที่ทำได้”

    แวว เงินเดือนเพิ่มขึ้น 6%
    “มูลนิธิฯ มีส่วนอย่างมากที่ทำให้เราได้รับเงินเดือนมากขึ้น สอนให้เราพัฒนาตัวเอง การสื่อสารภาษาอังกฤษ การอ่านดีขึ้น เราเอามาใช้กับงานเพราะต้องอ่านออเดอร์และเมนูเป็นภาษาอังกฤษ เรามีความกล้ามากขึ้น ก่อนหน้านี้ไม่อยากคุยกับลูกค้า ไม่กล้าพูดเพราะเราพูดเราสื่อสารไม่ได้ ตอนนี้กล้าขึ้นมาก ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับทักษะชีวิต มีความรู้เกี่ยวกับการจัดระบบในชีวิต”

    Read more