Updates

  • Project update > A fund for injured turtles

    สรุปผลการช่วยเหลือเต่าและตะพาบไทยเดือน ม.ค. - ธ.ค. ประจำปี 2563

    26 January 2021

    ในปี 2563 ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ได้รับเต่าและตะพาบไทยไม่มีเจ้าของที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุและเจ็บป่วย เข้ามารักษาในโรงพยาบาลจำนวนทั้งสิ้น 246 ตัว โดยแบ่งเป็นเต่าชนิดต่างๆ ดังตาราง 

    โดยจากจำนวนเต่าทั้งหมดแบ่งเป็นเต่าที่ได้รับบาดเจ็บกระดองแตกจากอุบัติเหตุรถทับจำนวน 107 ตัว เต่าที่มีอาการเจ็บป่วยอื่นจำนวน 123 ตัว และเต่าติดเบ็ดจำนวน 16 ตัว หลังจากทำการรักษาพบว่ามีเต่าที่ได้รับการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 178 ตัว เต่าที่ยังอยู่ในการดูแลรักษาจำนวน 7 ตัว เต่าที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูร่างกายก่อนทำการปล่อยจำนวน 23 ตัว และเต่าที่เสียชีวิตจำนวน 38 ตัว

    ภาพประกอบ

    น้องเต่าที่ได้รับบาดเจ็บ กระดองแตก และกำลังทำการรักษา

    ตัวอย่างภาพเอ็กซเรย์

    เพิ่มยา และอาหาร ทางสายยางให้กับน้องเต่า

    เต่าที่อยู่ในระหว่างการรักษา และการฟื้นฟู เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

    Read more
  • Project update > Help rescue and rehome with PAWS

    PAWS ได้รับยา วัคซีนที่จำเป็น และอาหารให้แก่น้องแมวไร้บ้าน

    26 January 2021

    หลังจากที่ระดมทุนสำเร็จ โครงการได้สอบถามไปยัง PAWS ถึงความต้องการจำเป็นเร่งด่วน จึงได้ประสานงานกับกลุ่มหมออาสาจัดซื้อยาปฏิชีวนะ วัคซีน และอาหาร มอบให้กับ PAWS

    ผมได้รับยา และอาหาร แล้วค้าบ


    Read more
  • Project update > Dare to Dream “กล้าที่จะฝัน” ครั้งที่ 6

    เลื่อนกิจกรรม Dare to dream ไม่มีกำหนด

    20 January 2021

    เนื่องจากสถาณการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิท-19 ระลอกใหม่ ทำให้โครงการ Dare to Dream ไม่สามารถจัดกิจกรรมตามที่วางแแผนไว้ได้ โครงการจึงมีความจำเป็นต้องเลื่อนกิจกรรมออกไปอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าสถานกาณณ์จะดีขึ้นและสามารถจัดกิจกรรมได้ดังเดิม


    ทั้งนี้ ทางเทใจและโครงการ Dare to dream จึงขอนำเงินที่ผู้บริจาคสนับสนุนเงินให้โครงการมาแล้ว จำนวน 5,810.40 ไปมอบต่อให้โครงการทุนการศึกษาเพื่อเยาวชนไร้สัญชาติ (https://taejai.com/th/d/apiu-edu63/) เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสเช่นเดียวกัน

    ทางเทใจและโครงการ Dare to Dream ขอขอบคุณผู้บริจาคและขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

    Read more
  • Project update > ปันน้ำใจ ให้น้องที่ได้รับผลกระทบจาก HIV ได้เรียนต่อ

    มอบทุนการศึกษาให้เด็กที่ได้รับผลกระทบจาก HIV ได้เรียนต่อ 25 ทุน

    8 January 2021

    มูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย มอบทุนการศึกษาภายใต้โครงการปันน้ำใจให้น้องที่ได้รับผลกระทบจาก HIV ได้เรียนต่อ ให้กับน้องๆ เด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากเอชไอ วีและจากสถานการณ์โควิด19 รวมทั้งสิ้น 25 ทุน โดยแบ่งเป็น ระดับปริญญาตรี จำนวน 9 ทุน ระดับมัธยมศึกษา จำนวน 10 ทุน และระดับประถมศึกษา จำนวน 6 ทุน ซึ่งเป็นเด็กในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดชัยภูมิ และกรุงเทพมหานคร

    จากการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเด็กที่ได้รับทุนพบว่าเด็ก 99% อาศัยอยูกับผู้ดูแล/ผู้ปกครองที่ไม่ใช่พ่อแม่ อาทิ ย่า ยาย และในหลายครอบครัวไม่มีบ้านเป็นของตนเอง ต้องอาศัยบ้านของญาติ เด็กบางรายอยู่กับผู้ดูแลที่ติดสุรา

    สิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังการมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากเอชไอวี /เอดส์และจากสถานการณ์โควิด19 โดยสรุป มีดังนี้

    1. เด็ก/เยาวชนที่รับทุนมีกำลังใจในการศึกษาเล่าเรียน ต้องการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่ากับตนเอง ครอบครัว เพื่อนๆ และ มีพลังบวกในการเรียน/การงานเพื่อไปสู่เป้าหมายชีวิตที่ตั้งไว้
    2. เด็ก/เยาวชนส่วนใหญ่นำเงินทุนที่ได้ไปใช้จ่ายในครัวเรือน ซื้อข้าวสาร อาหารแห้งสำหรับครอบครัว
    3. เด็กและเยาวชนนำเงินทุนที่ได้บางส่วนไปช่วยเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัว เช่น ซื้อนมผงให้น้องที่มีอายุน้อย ให้ค่าอาหารน้องไปโรงเรียน
    4. เด็กและเยาวชนนำเงินที่ได้ไปใช้ประโยชน์แก่ตนเอง เช่น เป็นค่าใช้จ่ายในโรงเรียน ซื้อของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น เช่น แบตเตอรี่สำหรับหูช่วยฟัง กรณีที่น้องมีภาวะหูหนวกตั้งแต่อายุน้อย สืบเนื่องมาจากโรคที่เป็น
    5. ผู้ปกครองเด็กทุนได้รับรู้ข้อมูลที่จำเป็นในการดูแลสุขภาพ เช่น การป้องกันโรคติดต่อต่างๆ สถานการณ์โควิดและการป้องกัน เป็นต้น พร้อมกับมอบอุปกรณ์สำหรับการป้องกัน การดูแลและปฎิบัติตัวในช่วงโควิด รวมถึงการให้กำลังใจในการใช้ชีวิต
    6. เยาวชนที่อยู่ในช่วงวัยที่กำลังเปลี่ยนเส้นทางการศึกษา ได้รับคำแนะนำเรื่องการศึกษาต่อ ในระดับปริญญาตรี การศึกษาสายอาชีพ หรือการศึกษาในระบบทางเลือก เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการมีอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ตามทักษะ/ความถนัดและความสนใจ

    สัมภาษณ์น้องที่ได้รับทุนการศึกษา


    น้องน้ำ (นามสมมุติ) อายุ18 ปี เป็นเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเอช ไอวี /เอดส์ (น้องมีภาวะหูหนวก ผลกระทบจากโรคแทรกซ้อน) กำลังเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนประจำตำบล จังหวัดชัยภูมิ น้องน้ำเป็นคนเงียบๆ เก็บตัว ไม่ค่อยมีเพื่อนสนิท อาศัยอยู่กับยาย ยายเป็นผู้หารายได้หลักจากการทำอาชีพรับจ้างทั่วไป ซึ่งมีรายได้ไม่แน่นอนในแต่ละวัน  
    ความฝันของน้อง: น้องอยากเรียนต่อปริญญาตรี ในมหาวิทยาลัยที่จังหวัดชัยภูมิ แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงนักจากโรคที่เป็นอยู่ ทำให้น้องต้องหาทางเลือกอื่นในการศึกษาต่อให้กับตัวเองด้วย
    น้องน้ำบอกว่า “หนูขอบคุณผู้อุปการะคุณ ที่แบ่งปันโอกาสให้หนู” 


    น้องผักหวาน (นามสมมุติ) อายุ 7 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้น ป. 1 โรงเรียนประจำหมู่บ้าน ผักหวานเป็นเด็กผู้หญิงมีลักษณะนิสัยสดใส ร่าเริง เรียนหนังสือเก่ง อาศัยอยู่บ้านของญาติ เนื่องจากไม่มีบ้านของตัวเอง รายได้ส่วนใหญ่มาจากยาย ซึ่งมีอาชีพรับจ้างรายวัน    

    ภาพกิจกรรม

    มูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย มอบทุนการศึกษาให้เด็กและเยาวชนฯ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

    ทีมงานมูลนิธิฯ พูดคุยสอบถามสภาพความเป็นอยู่ และให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กับผู้ปกครองของเด็ก/เยาวชนที่ได้รับทุน

    ทีมงานมูลนิธิฯ แนะนำเรื่องการศึกษาต่อ ในสาขาที่เด็ก/เยาวชนที่รับทุนสนใจ

    เจ้าหน้าที่โครงการสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่น (The Local Area Development Support Project – LDP) ภาคีเครือข่ายทำงานด้านเอชไอวี/เอดส์ จ.ชัยภูมิ ให้ความรู้เรื่องการป้องกันโควิด-19 กับเด็ก/เยาวชนที่รับทุน

    ทีมงานมูลนิธิฯ นำอาหารแห้งมอบแก่เด็ก/เยาวชนที่รับทุน

    เจ้าหน้าที่สอบถามสภาพความเป็นอยู่ การเรียน สุขภาพ และให้คำปรึกษา แก่เด็ก/เยาวชนที่รับทุน

    Read more
  • Project update > "น้องกก" เด็กคลองเตยสู่ปริญญาตรีไวโอลิน

    "น้องกก" ได้รับทุนเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ปี 63

    6 January 2021

    "น้องกก" นางสาว ชนกนันท์ สำลีพันธ์

    ฉันอาศัยอยู่กับแม่และน้องสาวอายุ 14 ปี โดยเช่าแฟลตการเคหะการท่าเรือแห่งประเทศไทยพักอาศัยอยู่ ในเขตคลองเตย แม่ของฉันเป็นคนดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน พ่อได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น ก็ได้ส่งค่าเลี้ยงดูมาให้บ้างบางเดือน ตอนเรียนมัธยมศึกษาแม่จะขับมอเตอร์ไซด์ไปรับส่งฉันและน้องที่โรงเรียนทุกวัน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและเพื่อความปลอดภัย แม่ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิ มีรายได้พอเลี้ยงดูและใช้จ่ายในบ้านบ้าง บางครั้งหากไม่เพียงพอก็ต้องขอความช่วยเหลือจากคุณยาย

    เริ่มเรียนดนตรีครั้งแรกตั้งแต่เมื่อไร

    ฉันเริ่มเรียนดนตรีคลาสสิค ตอนประมาณอายุ 11 ขวบ ที่โรงเรียนดนตรีอิมมานูเอล ที่อยู่ใกล้ๆ บ้าน และได้เรียนฟรี

    ใครเป็นครูคนแรก

    ครูคนแรกที่สอนฉัน ชื่อ พี่ฟิว เขานักศึกษาฝึกงานจากสถาบันดนตรีกัลยานิวัฒนา ซึ่งก็เป็นนักเรียนทุนของมูลนิธิดนตรีเพื่อชีวิต และเขากลับมาฝึกสอนช่วงสุดสัปดาห์ ฉันเลยได้มีโอกาสเรียนกับเขา หลังจากนั้นฉันก็เรียนไวโอลินกับครูที่เป็นมิชชันนารี ชื่อ อาจารย์สุวัย โยฮันเนสเซ่น

    ทำไมถึงสนใจดนตรีคลาสสิค

    ฉันสนใจดนตรีคลาสิค เพราะมีเพื่อนแนะนำมาก่อน หลังจากนั้น เมื่อลองเรียนไปเรื่อยๆ ก็ชอบ

    ทำไมเลือกเล่นไวโอลิน

    ฉันเลือกเล่นไวโอลิน เพราะอยากเล่นดนตรีคลาสสิคอะไรสักอย่าง และอยากแสดงดนตรีอยู่ในวงออร์เคสตร้าเหมือนพี่ๆ มันเสียงเพราะและดูสวยงาม

    ตอนนี้เรียนที่ไหน

    ตอนนี้ฉันสอบเข้าศึกษาต่อในสาขาดนตรีได้ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์ ภาควิชาดนตรี สาขาวิชาดนตรีตะวันตก

    แผนการในอนาคต

    ในอนาคตฉันอยากจะนำดนตรีที่เรียนมาสอนให้กับน้องๆ ในชุมชนคลองเตยและใกล้เคียง อยากให้น้องได้มีโอกาสเรียนดนตรีคลาสสิค ซึ่งนอกจากจะช่วยให้น้องๆ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังช่วยทำให้น้องสามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้ในอนาคตด้วย

    ความใฝ่ฝันในอนาคต

    อนาคตเมื่อฉันเรียนจบ ฉันอยากกลับมาเป็นคุณครูสอนประจำอยู่ที่มูลนิธิดนตรีเพื่อชีวิต และอยากจะช่วยพัฒนามูลนิธิทั้งในเรื่องของการขยายโครงการต่างๆ เช่น ไปสอนที่จังหวัดอื่นๆ เขตอื่นๆ และการพัฒนาน้องๆ ในมูลนิธิให้มีความสามารถพิเศษ และเป็นนักดนตรีมืออาชีพต่อไป

    Read more
  • Project update > "น้องหญิง" เด็กคลองเตยสู่ปริญญาตรีไวโอลิน

    "น้องหญิง" ได้รับทุนเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ปี 63

    6 January 2021

    "น้องหญิง" นางสาว หทัยรัตน์ จินดาสี

    ดิฉันชื่อ นางสาว หทัยรัตน์ จินดาสี (หญิง) มีสมาชิกครอบครัวทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย พ่อ แม่ น้องชาย และดิฉัน แม่ดิฉันอพยพมาจากเมืองเวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พ่อฉันเป็นคนจังหวัดบุรีรัมย์ พ่อกับแม่มาเจอกันตอนมาเที่ยวที่กรุงเทพฯ ก็ตกหลุมรักและได้จดทะเบียนสมรสกัน แม่ดิฉันทำอาชีพขายอาหารอีสาน พ่อฉันทำงานขับรถส่งสินค้า ฉันและครอบครัวอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าตึกแถว ซ.วรรณโณทัย ถ.พระราม4 เขตคลองเตย กรุงเทพฯ


    เริ่มเรียนดนตรีคลาสสิคตั้งแต่อายุเท่าไร

    ฉันเริ่มเรียนดนตรีคลาสสิค ตอนอายุ 10 ขวบ

    ใครเป็นคนสอนครั้งแรก

    คนที่สอนดนตรีฉันเป็นคนแรก ชื่อ พี่ไอซ์ เป็นนักศึกษาฝึกงานจากสถาบันดนตรีกัลยานิวัฒนา ซึ่งได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิดนตรีเพื่อชีวิต และเขากลับมาสอนในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ฉันเลยได้เริ่มเรียนไวโอลินกับพี่ไอซ์ และหลังจากนั้นก็เรียนกับมิชชันนารีชาวนอร์เวย์ ชื่อ อาจารย์สุวัย โยฮันเนสเซ่น

    ทำไมถึงสนใจดนตรีคลาสสิค

    ในช่วงนั้นมีเพื่อนมาแนะนำให้ไปเรียนไวโอลินด้วยกันเพื่อนบอกว่าครูที่สอนเป็นครูฝรั่งแต่พูดไทยได้ ค่าเรียนเสียแค่50บาทเท่านั้น(เฉพาะตอนนั้นนะคะ แต่ปัจจุบันการเรียนการสอนฟรีทั้งหมดค่ะ) ฉันสนใจมากๆเลยขออนุญาตพ่อกับแม่ไปเรียน ซึ่งคุณพ่อกับคุณแม่ก็ไม่ได้ห้ามอะไร ก็เลยมาเรียนค่ะ

    ทำไมถึงเลือกเล่นไวโอลิน

    ตอนแรกๆ ฉันมาเล่นดนตรีตามเพื่อนๆ เพราะช่วงนั้นโบสถ์ที่ใกล้บ้าน เขาเปิดสอนดนตรีฟรี และเด็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ โบสถ์ก็เริ่มมาเรียนกันเยอะ ฉันเห็นว่าพวกเพื่อนๆ สนใจเรียนไวโอลิน ฉันก็เลยเลือกเรียนเครื่องดนตรีไวโอลินนี้ และก็เล่นมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

    สอบเข้าเรียนต่อสาขาดนตรีได้ที่ไหน

    ฉันสอบติดที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาเอกดนตรีตะวันตก

    อนาคตจะนำดนตรีที่เรียนมาใช้ และเป็นประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างไร

    ฉันคิดว่าดนตรีสามารถต่อยอดในชีวิตให้กับตัวเราในอนาคตได้ ในการทำงาน ในการเข้าสังคมภายนอกกับผู้อื่น หรือนำดนตรีที่เรียนมาช่วยสอนให้กับน้องๆ เพื่อช่วยพัฒนาให้เด็กๆ และเยาวชนในคลองเตยได้มีอนาคตที่ดี

    ความใฝ่ฝันในอนาคต

    ฉันอยากประสบความสำเร็จในด้านการเรียน อยากเป็นที่รู้จักของผู้คน เพื่อที่จะได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนภายนอก และมีโอกาสไปเล่นดนตรีในวงออร์เคสตร้าอื่นๆ หรือการออดิชั่น และอยากทำวง quartet ของตัวเอง

    Read more
  • Project update > กระเป๋ายา(ใจ)แก่เพื่อนบนดอย

    จัดซื้อกระเป๋ายาให้ครู และอสม. ตัวแทนหมู่บ้านใน อ.อมก๋อย

    5 January 2021

    โครงการได้ดำเนินกานเบิกเงินเพื่อจัดซื้อกระเป๋ายา ขนาดกว้าง 7 นิ้วx สูง 9 นิ้วx ยาว 11 นิ้ว ทำมาจากวัสดุผ้ากันน้ำ กันฝุ่น กระเป๋าเล็กสามด้านสามารถถอดออก เพื่อแยกการใช้สอยที่สะดวก ทำความสะอาดได้ง่าย ใช้ผ้าตีนตุ๊กแกปิดฝากระเป๋า 3 ด้าน ทำให้สะดวกต่อการซ่อมบำรุงบนดอย ด้านในสามารถปรับพื้นที่ขนาดการใช้งานได้อย่างเหมาะสม น้ำหนักกระเป๋าราว 0.5 กิโลกรัม ราคาประมาณ ใบละ 900 บาท

    รูปภาพกระเป๋า

    ลองจัดวางของในกระเป๋า เพื่อส่งมอบให้ครู และอสม. ใช้ในหมู่บ้านต่อไป


    Read more
  • Project update > ปันน้ำใจ ให้น้องที่ได้รับผลกระทบจาก HIV ได้เรียนต่อ

    มอบทุนให้กับเด็กได้รับผลกระทบจาก HIV ใน กรุงเทพและชัยภูมิ

    5 January 2021

    ในเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ทางทีมงานมูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทยได้ลงเยี่ยม และมอบทุนให้กับน้องๆ ที่ได้รับผลกระทบจาก HIV ในสองพื้นที่ คือ จ.กรุงเทพฯ และจ.ชัยภูมิ อันเนื่องมาจากมาตรการป้องกัน Covid-19 ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และเชียงราย จึงจำเป็นต้องเลื่อนการมอบทุนออกไปเป็นปี 2564 

    มูลนิธิฯ ขอนำส่งภาพแสดงการลงพื้นที่มอบทุนการศึกษา ที่ จังหวัดชัยภูมิ และมอบวัตถุดิบประกอบอาหารให้แก่เด็กและผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากHIV และมีฐานะยากจน  

    ภาพประกอบ

    ทีมงานสอบถามข้อมูลของเด็กที่ได้รับทุน

    ที่อยู่อาศัยของเด็กที่ได้รับทุน

    มอบทุนการศึกษา และวัตถุดิบประกอบอาหาร

    น้องๆ ที่ได้รับทุน

    หลังจากทางมูลนิธิฯ ลงพื้นที่เยี่ยมเด็ก พร้อมมอบทุนให้กับน้องๆ ครบทุกพื้นที่แล้ว จะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

    Read more
  • Public news

    เรื่องราวดีๆ ในปี 2563 ที่เกิดขึ้นในช่วงที่เราต้องเผชิญกับโควิด-19

    4 January 2021
    หากมองย้อนไปถึงช่วงต้นปี 2020 คงจะไม่มีใครคาดคิดว่าปีนี้จะดุเดือดและดุดันขนาดนี้ ที่จริงแล้วเราเริ่มต้นปีนี้กันด้วยไฟป่าภาคเหนือ เหตุกราดยิงที่โคราช และ PM 2.5 ขาประจำ แต่ที่ร้อนแรงและยาวนานจนยังมองไม่เห็นปลายทาง คงหนีไม่พ้นโควิด-19

    Read more
  • Project update > Give for Child Fight COVID-19 เทใจให้เด็กชายแดนใต้ เพื่อชีวิตที่สดใส หลังโควิดหมดไป

    มอบของใช้จำเป็น และทุนการศึกษาให้ครอบครัวเด็กยากไร้ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

    22 December 2020

    จากการเปิดระดมทุนจากน้ำใจของคนไทยทั่วประเทศผ่านเว็บไซต์เทใจดอทคอม ทำให้เราได้ยอดเงินบริจาคจำนวนทั้งสิ้น 278,546 บาท คิดเป็นเพียง 26% ของยอดเงินที่ตั้งเป้าไว้ พร้อมนี้ เราได้รับบริจาคสนับสนุนโดยตรงผ่านบัญชีธนาคารของเครือข่ายฯ จากสมาคมชาวปัตตานีจำนวน 300,000 บาท และจากบริษัท ฟิลิปเวน (ประเทศไทย) จำกัด อีกจำนวน 60,000 บาท รวมยอดเงินบริจาคที่เราได้รับในโครงการจำนวนทั้งสิ้น 638,546 บาท ทำให้เราไม่สามารถที่จะดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวเด็กยากไร้ให้ครบ 300 ครัวเรือนตามจำนวนที่วางไว้ในโครงการได้

    ทั้งนี้ เพื่อให้เพียงพอต่องบประมาณ จากการลงพื้นที่สำรวจนั้นเราได้พิจารณาคัดเลือกครอบครัวเด็กยากไร้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวนทั้งสิ้นเพียง 188 ครัวเรือน แบ่งเป็น จ.ปัตตานี 88 ครัวเรือน จ.นราธิวาส 50 ครัวเรือน และ จ.ยะลา 50 ครัวเรือน ซึ่งทางเราได้ดำเนินการลงพื้นที่มอบของและทุนไปแล้วบางส่วนตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา

    ภาพกิจกรรมลงพื้นที่มอบของ/ทุน



    Read more