ความเคลื่อนไหว

  • Project update > มอบ "ถ้วยอนามัย" เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนผ้าอนามัยและปัญหาขยะในประเทศไทย

    ยังฝันได้เข้าช่วยเหลือผู้หญิงไทยกว่า 940 คน ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานกักกันเด็กและเยาวชนหญิง กลุ่มเด็กชาวดอย

    14 June 2024

    ยังฝันได้เข้าช่วยเหลือผู้หญิงไทยกว่า 940 คน ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานกักกันเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปราณี ในเรือนจําอําเภอธัญบุรี ในสถานกักขังกลางปทุมธานี ในกลุ่มเด็กชาวดอยชนเผ่าลาหู่ ไทยใหญ่จังหวัดเชียงราย ในชุมชนและในโรงเรียนภายใต้เขตดุสิตและเขตราชเทวี ฯลฯ

    สินค้าจำเป็นที่สร้างภาระรายจ่ายแก่ผู้หญิงคือ 'ผ้าอนามัย' แม้ประเทศไทยยังไม่มีการเก็บสถิติจำนวนผู้หญิงที่เผชิญปัญหาการขาดแคลนผ้าอนามัยอย่างเป็นทางการ แต่สามารถคาดการณ์ได้ว่ามีผู้หญิงในประเทศไทยจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหานี้ การเข้าถึงผ้าอนามัยนั้นพบว่าจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 2,520 บาทต่อปี ขณะที่ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปี พ.ศ. 2565 ระบุว่า ร้อยละ 88 ของบัญชีเงินฝากทั้งหมด 117.55 ล้านบัญชีที่มีเงินจำนวนไม่เกิน 50,000 บาท หรือ 103.11 ล้านบัญชีนั้น มีเงินฝากเฉลี่ยต่อบัญชีอยู่ที่ 4,240 บาท เทียบเคียงกับค่าใช่จ่ายผ้าอนามัยตลอดชีวิตที่สูงถึง 98,280 บาทตลอดวัยประจำเดือนเฉลี่ย 39 ปี


    ปัจจุบัน โครงการยังฝันได้เข้าช่วยเหลือผู้หญิงไทยกว่า 940 คน ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในสถานกักกันเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปราณี ในเรือนจําอําเภอธัญบุรี ในสถานกักขังกลางปทุมธานี ในกลุ่มเด็กชาวดอยชนเผ่าลาหู่ ไทยใหญ่จังหวัดเชียงราย ในชุมชนและในโรงเรียนภายใต้เขตดุสิตและเขตราชเทวี ฯลฯ ซึ่งโครงการได้ลงพื้นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขอนามัยของผู้หญิงและได้มอบถ้วยอนามัยฟรีให้แก่ผู้หญิงตามชุมชนต่างๆ

    โครงการยังฝัน ได้รับรางวัล “องค์กรตัวอย่างด้านการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ปี 2023” จาก UN Women และ กระทรวง พม., รางวัล “Finalist Best Social Change Maker” ในงาน Thailand Influencer Awards 2022, และ รางวัล “Finalist Influencer for Change Award” ในงาน Influencer for Change 2022 จัดโดย Tellscore, มูลนิธิเพื่อคนไทย, Good Society Network 

    “ประจำเดือนทำให้เด็กผู้หญิง 8 ใน 10 คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องขาดเรียน เพราะเขามีความกังวลมาก ไม่มีความมั่นใจ เนื่องจากเข้าไม่ถึงผ้าอนามัย…ถ้าเดือนไหนซื้อผ้าอนามัย 2-3 ห่อ เท่ากับเดือนนั้นเขาจะมีเงินสำหรับซื้อข้าวหรือสำหรับเรียนน้อยลง” คุณวรรณกนก เปาะอีแตดาโอะ ผู้ก่อตั้งสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) กล่าว


    สำหรับการทำงานร่วมกับกลุ่มลูกเหรียงที่ผ่านมานั้น ทางโครงการได้อบรมความรู้เรื่องการมีประจำเดือน ระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง และการใช้งานถ้วยอนามัยยังฝันให้แก่เด็กผู้หญิงและตัวแทนชุมชนในจังหวัดยะลา นอกจากนี้ยังร่วมกับมูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง(สคส.) เข้าไปมอบความรู้และมอบถ้วยอนามัยให้แก่กลุ่มคุณแม่วัยใสใน 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ นครนายก ฉะเชิงเทรา ชัยนาท และร่วมมือกับสำนักงานเขตดุสิตเพื่อให้ความรู้และนำร่องถ้วยอนามัยในชุมชนแออัดต่างๆ รวมทั้งร่วมมือกับโรงเรียนมีชัยพัฒนา

    สานฝัน จิตต์มิตรภาพ ผู้ก่อตั้งโครงการยังฝันกล่าวว่า ถ้วยอนามัย 1 ถ้วย สามารถรองรับประจำเดือนได้นาน 6 ชั่วโมง ใช้ซ้ำได้ในแต่ละวันและมีอายุการใช้งาน 3-5 ปี ซึ่งนอกจากจะประหยัดยังช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกจากการใช้ผ้าอนามัย เพราะผ้าอนามัย 1 แผ่นสร้างขยะเท่ากับถุงพลาสติก 4 ถุง และอาจต้องใช้เวลาย่อยสลายนานถึง 800 ปี ขณะที่ถ้วยอนามัยที่ทำจากซิลิโคนทางการแพทย์และไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม


    นอกเหนือจากการรับบริจาคเงิน โครงการยังฝัน ยังมีการจัดจำหน่าย 'ถ้วยอนามัย' (Menstrual Cup) ที่ราคาเท่าทุน และ 1 ถ้วยอนามัยที่จำหน่ายได้โครงการจะบริจาคอีก 1 ถ้วยให้แก่กลุ่มผู้หญิงที่ขาดแคลนอีกด้วย เพื่อจะช่วยส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องสุขอนามัยผู้หญิงและมอบสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานให้แก่ผู้หญิงไทยทุกคน ที่ผ่านมาโครงการยังฝันได้สร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่สังคมจนได้รับรางวัล “Finalist Best Social Change Maker” ในงาน Thailand Influencer Awards 2022 ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 18 ท่านจากภาคธุรกิจและภาครัฐ โดยพิจารณาจาก:

    • Creativity รูปแบบความคิดสร้างสรรค์
    • Strategy กลยุทธ์แคมเปญ
    • Result ผลลัพธ์ด้านการเข้าถึงและการสร้างคุณค่า
    • Social Conscience สำนึกที่ดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม


    โครงการยังฝัน เชื่อว่า: 

    1. สุขอนามัยที่ดีคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ (Basic Human Right) ในปัจจุบันยังมีผู้หญิงจำนวนมากที่ถูกลิดรอนสิทธินี้ หากเราช่วยให้ผู้หญิงรอดพ้นจากการถูกลิดรอนสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานได้ เราก็จะช่วยเสริมสร้างความเท่าเทียมทางเพศ (Gender Equality) ในสังคมมากยิ่งขึ้น
    2. ผู้หญิงต้องมีทางเลือก ปัจจุบันผลิตภัณฑ์รองรับประจำเดือนในตลาดกว่า 90% คือผ้าอนามัย และตลาดนี้ก็ถือครองโดย
    3. แบรนด์เท่านั้น ทำให้ผ้าอนามัยมีราคาแพง (ผู้หญิงจ่ายเฉลี่ย 210 บาทต่อเดือนเพื่อซื้อผ้าอนามัย) ยังฝัน เชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้หญิงเรามีทางเลือก นั่นคือการเพิ่มพลังอำนาจให้เรา เพราะเรามีสิทธิที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ตัวเราเองได้

    Read more
  • Project update > ช่วยคนพิการ/สูงอายุ 14 ราย ให้มีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยต่อการใช้ชีวิต

    ปรับสภาพแวดล้อมและที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม แก่ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ป่วยติดเตียง ในพื้นที่จังหวัดสงขลา

    14 June 2024

    เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2566 มูลนิธิอาสาสร้างสุขร่วมมือกับกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพจังหวัดสงขลา อบจ. สงขลา ได้จัดประชุมโครงการปรับสภาพแวดล้อมและที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมแก่ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ป่วยติดเตียง ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ณ ห้องประชุมสำนักบริหาร ชั้น 3 ศูนย์บริบาลผู้สูงอายุจังหวัดสงขลา และจัดตั้งคณะทำงานและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณาเพื่อปรับสภาพที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะกึ่งเฉียบพลันและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่จังหวัดสงขลา

    โดยมีหน่วยงานท้องถิ่น อบต. เทศบาลท้องถิ่น ได้ร่วมส่งข้อมูลขอรับงบประมาณสนับสนุนปรับสภาพบ้าน มูลนิธิอาสาสร้างสุข พิจารณาและให้ความช่วยเหลือในการปรับสภาพผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ 12 หลังคาเรือน จาก 11 ตำบล ดังนี้

    1. องค์การบริหารส่วนตำบลสำนักแต้ว
    2. องค์การบริหารส่วนตำบลเทพา
    3. องค์การบริหารส่วนตำบลท่าหิน
    4. องค์การบริหารส่วนตำบลปากรอ
    5. องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อดาน
    6. องค์การบริหารส่วนตำบลขุนตัดหวาย
    7. เทศบาลเมืองม่วงงาม
    8. เทศบาลตำบลระโนด
    9. เทศบาลตำบลบ้านนา
    10. องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแดง (2 หลัง)
    11. องค์การบริหารส่วนตำบลคูเต่า

    มูลนิธิอาสาสร้างสุข ได้รับงบประมาณจากการระดมทุนจากเทใจดอทคอมเพื่อปรับสภาพแวดล้อมและที่อยู่อาศัยแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ มูลนิธิอาสาสร้างสุขจึงวางแผนจัดการประชุมเพื่อดำเนินการช่วยเหลือ แต่เนื่องจากระหว่างการระดมทุน กลุ่มเป้าหมายบางรายซึ่งเป็นผู้สูงอายุยากไร้เสียชีวิตลง และบางรายทางท้องถิ่นได้ช่วยระดมทุนในพื้นที่เพื่อปรับสภาพบ้านไปก่อนแล้ว ประกอบกับราคาวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างมีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นในช่วงระยะเวลาดำเนินโครงการ รวมทั้งยังมีการปรับปรุงคุณภาพการก่อสร้าง จึงก่อสร้างได้ 12 หลังคาเรือน เพื่อให้ผู้มีสิทธิได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพได้เข้าถึงสภาพแวดล้อม และใช้ประโยชน์ในที่อยู่อาศัยได้ต่อไป

     รูปภาพ : ประชุมชี้แจงแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับขั้นตอนการขอรับเงินสนับสนุนการปรับสภาพบ้านแก่ผู้สูงอายุ คนพิการ

    รูปภาพการดำเนินกิจกรรม

    หลังที่ 1 องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อดาน : กำลังปรับสภาพบ้าน
    รายละเอียดสภาพบ้าน : สภาพบ้านเป็นบ้านไม้ยกสูง ฝาบ้านเป็นสังกะสีผุพัง พื้นบ้านไม่สามาถเดินได้ ตัวบ้านเป็นโครงไม้สามารถทำให้เกิดอันตรายได้จึงอยากปรับสภาพหรือใหม่ทั้งหลัง  

    หลังที่ 2 เทศบาลตำบลบ้านนา : เสร็จสมบูรณ์ (ส่งมอบบ้าน วันที่ 3 พฤษภาคม 2567)
    รายละเอียดสภาพบ้าน : สภาพบ้านเป็นบ้านปูนกึ่งสังกะสี สภาพค่อนข้างเก่าแต่ยังคงทนอยู่ สภาพห้องน้ำผุพังทรุดโทรม เป็นโถนั่งยอง ต้องการซ่อมแซมในส่วนห้องน้ำใหม่ทั้งหมด ติดตั้งโถนั่งราบ
    รายละเอียดหลังปรับสภาพบ้าน : ปรับสภาพในการเทพื้นบริเวณข้างบ้าน หน้าบ้าน ตั้งเสาต่อเติมโครงหลังใหม่มุงสังกะสี ก่ออิฐฉาบปูนสร้างห้องน้ำใหม่ทั้งหมด เปลี่ยนโถนั่งยองเป็นโถนั่งราบ 


    หลังที่ 3 เทศบาลเมืองม่วงงาม : อบต. ขอปรับแบบแปลนบ้าน
    รายละเอียดสภาพบ้าน : สภาพบ้านเป็นปูนกึ่งสังกะสี ทรุดโทรม โครงสร้างไม่แข็งแรง เนื่องจากประสบวาตภัยบ้านทั้งหลัง ปัจจุบันใช้สังกะสีกันลมกับฝนแบบชั่วคราว 

    หลังที่ 4 องค์การบริหารส่วนตำบลขุนตัดหวาย : กำลังปรับสภาพ
    รายละเอียดสภาพบ้าน : สภาพบ้านเป็นบ้านยกพื้นบ้านกั้นด้วยสังกะสี กับไม้ไผ่สาน หลังคามุงด้วยสังกะสีเก่ามีสนิม โครงบ้านเป็นต้วไม้ผุพัง ปูพื้นด้วยไม้ระแนง ห้องน้ำไม่สมบูรณ์ไม่สะดวกต่อการดำรงชีวิตต้องปรับสภาพห้องน้ำใหม่ 

    หลังที่ 5 องค์การบริหารส่วนตำบลท่าหิน : เสร็จสมบูรณ์ (ส่งมอบบ้าน วันที่ 5 เมษายน 2567)
    รายละเอียดสภาพบ้าน : สภาพบ้านเป็นบ้านไม้ยกเสาสูงทรงโบราณ สภาพเก่าทรุดโทรมหลังคารั่ว พื้นไม้ผุเปื่อย ต้องการปรับพื้นบ้านด้วยการปูพื้นเพิ่มราวจับ
    รายละเอียดหลังปรับสภาพบ้าน : ปรับสภาพภายในตัวบ้านโดยการเปลี่ยนพื้นกระดานบ้านใหม่ทั้งหลัง กั้นห้องด้วยไม้กระดานอัด ใส่ประตูห้อง เปลี่ยนประตูหน้าบ้านใหม่ 


    หลังที่ 6 องค์การบริหารส่วนตำบลคูเต่า : สร้างใหม่ทั้งหลัง / รอ อบต. ระดมทุนเพิ่มเติม
    รายละเอียดสภาพบ้าน : สภาพบ้านชำรุดทรุดโทรมมาก ไม่มีความมั่นคงแข็งแรง ลักษณะเป็นบ้านพื้นไม้ ผนังปิดด้วยแผ่นไม้และสังกะสีผุพัง ไม่คุ้มแดดคุ้มฝน ในส่วนห้องนอน พื้นเป็นฟากไม้ไผ่ที่มีรูร่องขนาดใหญ่ พอที่สัตว์เลื้อยคลานสามารถเข้ามาได้ โดยเฉพาะในส่วนของห้องน้ำซึ่งแยกออกไปจากตัวบ้าน ลักษณะไม่มีฝาผนังมีเพียงแผ่นไม้และป้ายไวนิลปิดไว้บางส่วนเท่านั้น 

    หลังที่ 7 องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแดง : เสร็จสมบูรณ์ (ส่งมอบบ้าน วันที่ 5 เมษายน 2567)
    รายละเอียดสภาพบ้าน : สภาพบ้านเป็นบ้านยกพื้น โครงบ้านเป็นบ้านไม้กั้นด้วยสังกะสี ผุพัง หลังคามุงด้วยสังกะสีมีรูรั่วหลายแห่ง พื้นบ้านปูด้วยไม้กระดานหักชำรุด ประตูบ้านชำรุด ห้องน้ำเป็นโถนั่งยองไม่สะดวกต่อการใช้งานสำหรับผู้สูงอายุ
    รายละเอียดหลังปรับสภาพ : เปลี่ยนจากกั้นสังกะสี มาใช้แผ่นยิบซั่มในการกั้นรอบๆ บริเวณบ้าน เปลี่ยนประตูบ้านใหม่ปรับพื้นบ้านโดยการเปลี่ยนแผ่นไม้ใหม่ ปรับสภาพห้องน้ำให้เหมาะสมแก่ผู้สูงอายุ จากโถนั่งยองเป็นโถนั่งราบ ติดตั้งราวจับในบริเวณห้องน้ำ 


    หลังที่ 8 องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแดง : เสร็จสมบูรณ์ (ส่งมอบบ้าน วันที่ 5 เมษายน 2567)
    รายละเอียดสภาพบ้าน : สภาพบ้านเป็นปูน ไม่มีห้องนอน ไม่มีหน้าต่าง หน้าต่างกั้นด้วยสังกะสี พื้นบริเวณหน้าบ้านเป็นดิน ไม่สะดวกต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ
    รายละเอียดหลังปรับสภาพบ้าน : ก่ออิฐกั้นห้องนอนใส่ประตูห้องนอน เปลี่ยนหน้าต่างจากสังกะสีเป็นหน้าต่างบานปิดให้สมบูรณ์ตามแบบจำนวน 2 บานปรับพื้นที่บริเวณหน้าบ้านลาดพื้น ก่ออิฐไว้นั่งเล่น เพื่อให้ผู้สูงอายุสะดวกต่อการดำรงชีวิต 


    หลังที่ 9 องค์การบริหารส่วนตำบลปากรอ : กำลังปรับสภาพ
    รายละเอียดสภาพบ้าน : สภาพบ้านเป็นบ้านปูนชั้นเดียวก่อด้วยอิฐบล็อก ภายนอกไม่ได้ฉาบผนัง บันไดขึ้นบ้านทำด้วยไม้ผุพัง ห้องน้ำมีโถส้วมแบบนั่งยอง ไม่มีราวจับในห้องน้ำ ต้องการเปลี่ยนโถส้วมเป็นแบบนั่งราบ ติดตั้งราวจับและเปลี่ยนบันไดเหล็ก 

    หลังที่ 10 องค์การบริหารส่วนตำบลเทพา : กำลังปรับสภาพบ้าน
    รายละเอียดสภาพบ้าน : สภาพบ้านเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวทั้งหลัง สภาพทรุดโทรม ต้องการปรับส่วนของฝาผนัง ปรับสภาพพื้นบ้าน เปลี่ยนโถนั่งยองเป็นโถนั่งราบ ติดตั้งขาจับราวสแตนเลส 

    หลังที่ 11 เทศบาลตำบลระโนด : เสร็จสมบูรณ์ (ส่งมอบบ้าน วันที่ 14 พฤษภาคม 2567)
    รายละเอียดสภาพบ้าน : สภาพบ้านปูนชั้นเดียว หลังคาบ้านและฝาผนังชำรุด ประตู-หน้าต่างชำรุด ให้ติดตั้งราวพยุงตัวทั้งในห้องน้ำและหน้าห้องน้ำ เดินไฟทางไปห้องน้ำ
    รายละเอียดหลังปรับสภาพบ้าน : เปลี่ยนประตูใหม่ เปลี่ยนหน้าต่างเป็นบานกระจกเลื่อนทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ติดเหล็กดัด ติดตั้งราวจับที่บันไดทางเข้าห้องน้ำ ติดตั้งราวจับในห้องน้ำ ติดตั้งสายไฟหลอดไฟเพิ่มความสว่าง ฉาบปูนฝาผนัง 


    หลังที่ 12 องค์การบริหารส่วนตำบลสำนักแต้ว : เสร็จสมบูรณ์ (ส่งมอบบ้าน วันที่ 8 พฤษภาคม 2567)
    รายละเอียดสภาพบ้าน : สภาพบ้านเป็นปูนกึ่งสังกะสี ทรุดโทรม โครงสร้างไม่แข็งแรง เนื่องจากประสบวาตภัยบ้านทั้งหลัง ปัจจุบันใช้สังกะสีกันลมกับฝนแบบชั่วคราว 
    รายละเอียดหลังปรับสภาพบ้าน : ปรับสภาพรอบๆ ตัวบ้านเปลี่ยนไม้ที่ผุพังใหม่ เปลี่ยนแผนยิปซั่มที่แตกราว ทำห้องน้ำใหม่ทั้งหมด ก่ออิฐฉาบปูน โครงหลังเหล็กมุ้งด้วยแผนเมทันซีล เปลี่ยนโถส้วมใหม่เป็นโถนั่งราบ ติดตั้งก๊อกน้ำ ติดตั้งราวจับสเตนเลส เดินสายไฟในห้องน้ำใหม่ 


        

    Read more
  • Project update > โครงการลมหายใจใต้น้ำ เพื่อ 1,000 ชีวิต พ้นวิกฤตจมน้ำ

    สอนเด็กนักเรียนว่ายน้ำ หลักสูตรการว่ายน้ำเอาชีวิตรอด รวม 1,008 คน

    10 June 2024

    โครงการลมหายใจใต้น้ำ เป็นโครงการสอนเด็กว่ายน้ำ ในหลักสูตรการว่ายน้ำเอาชีวิตรอดจำนวน 1000 คน เริ่มมีกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน 2566 - 31 พฤษภาคม 2567 (โดยมีช่วงหยุดพักในฤดูหนาว เดือนพฤศจิกายน 2566- กุมพาพันธ์ 2567)

    โดยนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ไม่มีทักษะและความรู้เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยทางน้ำ และหลังเสร็จสิ้นโครงการเด็กๆ มีความรู้ความเข้าใจรวมถึงมีทักษะในการเอาตัวรอดจากการจมน้ำ รวมถึงวิธีการช่วยเหลือเมื่อพบคนตกน้ำ

    ความประทับใจของผู้ที่ได้รับประโยชน์ 

     “ ผมรู้สึกว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มีประโยชน์ จากที่ผมไม่เคยว่ายน้ำเป็น ผมสามารถมีทักษะจากการว่ายน้ำได้ในโครงการนี้ ตอนนี้ผมสามารถเอาตัวรอดได้ใน ท่าหงาย และท่าลูกหมาตกน้ำครับ ” เด็กชายวุฒิกร รอดประเสริฐ อายุ 12 ปี โรงเรียนบ้านห้วยทรายขาว 

     “ อยากให้มีการจัดกิจกรรมนี้ทุกปี หนูได้เรียนรู้วิธีการช่วยเหลือคนตกน้ำ รวมถึงช่วยเหลือตนเองเมื่อเกิดเหตุการณ์คับขัน อยากให้มีโครงการนี้ต่อเนื่องระยะยาวค่ะ ” เด็กหญิงวาริสา แซ่หยาง อายุ 12 ปี โรงเรียนบ้านห้วยทรายขาว 

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ
    กลุ่มที่ได้รับประโยชน์อธิบายจำนวนที่ได้ประโยชน์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
    เด็กและเยาวชน

    นักเรียนจาก

    1. โรงเรียนเทศบาล 8 เชียงราย
    2. โรงเรียนห้วยทรายขาว
    3. โรงเรียนบ้านป่ายางหลวง
    4. โรงเรียนบ้านเวียงกือนา
    5. โรงเรียนสหศาสตร์
    6. โรงเรียนบ้านต้นผึ้ง
    7. โรงเรียนบ้านพระนอน
    8. โรงเรียนบ้านแม่โป่ง
    9. โรงเรียนเมตตาศึกษา
    10. โรงเรียนวัดขะจาว
    11. โรงเรียนวัดป่าตัน
    12. โรงเรียนวัดสวนดอก
    13. โรงเรียนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
    14. มูลนิธิ kids ask foundation
    15. สถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์
    16. นักเรียนจาก กรมรบพิเศษที่ 5
    17. โรงเรียนบ้านห้วยขม
    1,008 คน
    • มีความรู้ความเข้าใจ เรื่องความปลอดภัยทางน้ำ
    • เอาตัวรอดในท่าลูกหมาตกน้ำ ในระยะ 15 เมตรได้
    • เอาตัวรอดในท่าเตะน้ำหงาย ในระยะ 15 เมตรได้
    • เตะน้ำคว่ำสลับเตะน้ำหงาย ในระยะ 15 เมตร ได้
    • เอาตัวรอดในท่ากอดขวดน้ำได้
    รูปภาพการดำเนินกิจกรรม







    Read more
  • Project update > Tono & The Dust Live for Life Concert

    “โตโน่” ภาคิน มอบอุปกรณ์การแพทย์ช่วยสัตว์ระยองอีกรอบ ตอกย้ำปัญหาสิ่งแวดล้อม ขยะ เข้าสู่ภาวะวิกฤต

    6 June 2024


    โตโน่ ภาคิน คําวิลัยศักดิ์ ผู้ก่อตั้งโครงการเก็บรักษ์ มากว่า 7 ปี จากวันแรกที่เขาเริ่มเดินเก็บขยะร่วมกับเพื่อน ๆ และจิตอาสาตามท้องถนนจนมาถึงกิจกรรมว่ายน้ำ ONE MAN AND THE SEA โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบอกกับสังคมว่า สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเลของไทยอยู่ในขั้นวิกฤต ทั้งสัตว์ทะเลกินขยะพลาสติก ล้มหายตายจาก หลายสายพันธุ์ สูญพันธุ์ไปตลอดกาล และหากระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงไป เชื่อว่ามนุษย์ต้องได้รับผลกระทบหนักไม่แพ้กัน

    สําหรับกิจกรรมครั้งนั้นทําให้ได้เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์สําหรับรักษาสัตว์มาบางส่วน จากนั้นระหว่างวิกฤตโควิด เขาและเพื่อน ๆ ใน วง “Tono & The Dust” เทใจดอทคอม และมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กลับมาจับมืออีกครั้งเพื่อจัดกิจกรรมฟรีคอนเสิร์ต Live for Life Concert วันที่ 22 เมษายน 2565 เพื่อหาทุนจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ในการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน จนระดมทุนได้ทั้งหมด 1,000,534 บาท ในการนี้ จึงได้จัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์มอบให้ศูนย์รักษาสัตว์ 2 แห่ง ดังนี้ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก จังหวัดระยอง และศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร จังหวัดภูเก็ต โดยมีความประสงค์ที่ต้องใช้งาน ดังนี้

    ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก จังหวัดระยอง

    1.สระว่ายน้ำเคลื่อนที่ จํานวน 2 ชุด เพื่อช่วยเหลือสัตว์ทะเลในพื้นที่จริง รวมถึงเป็นบ่อสําหรับโลมาที่รักษาตัวที่โรงพยาบาล เนื่องจากความปลอดภัยของบ่อพลาสติกจะมีความนิ่มกว่าบ่อปูน

    2.เครื่องอัลตราซาวด์ จํานวน 1 ชุด ใช้สําหรับวินิจฉัยอวัยวะภายใน

    3.เครื่องวัดความดัน จํานวน 1 ชุด อุปกรณ์นี้จําเป็นสําหรับการผ่าตัดอย่างยิ่ง

    4.อุปกรณ์สําหรับการผ่าตัด จํานวน 25 รายการ จํานวน 1 ชุด เช่น กรรไกรผ่าตัด เตียงสําหรับผ่าตัด

    5.ICU BOX 1 ชุด สําหรับเต่าป่วยที่ต้องพ่นยาและให้ออกซิเจน

    ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร จังหวัดภูเก็ต

    1.เครื่องวัดความดันสําหรับการผ่าตัด จํานวน 1 ชุด

    2.ICUBOX 1 ชุด

    3.กล้องถ่ายรูปกันน้ําพร้อมอุปกรณ์ประกอบ เพื่อใช้บันทึกภาพสัตว์ทะเลเกยตื้นขณะทําการช่วยเหลือ การผ่าชันสูตร ซาก และสํารวจสัตว์ทะเล

    4.เครื่องจี้ไฟฟ้า เพื่อทําการรักษาแผล


    ด้าน พ.ต.สุเทพ เจือละออง ผู้อํานวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กล่าวว่า จากที่คุณโตโน่ได้มอบอุปกรณ์ต่างๆ จากการระดมทุนในงานคอนเสิร์ตมาให้ ทําให้สามารถเพิ่มอัตราความสําเร็จในการช่วยเหลือเต่าเกยตื้นได้ โดยในปี 2566 ที่ศูนย์ฯ รับมารักษาทั้งหมด 72 ตัว สามารถช่วยชีวิตได้มากถึง 65% และในปีนี้ 2567 มี สัตว์ทะเลเกยตื้นที่ศูนย์ฯ ได้ให้ความช่วยเหลือมาตั้งแต่ต้นปี 58 ตัว เพราะการมีเครื่องมือที่พร้อม จึงทําให้การวินัจฉัยโรคได้ดี ขึ้น เช่น เครื่องตรวจเลือด เครื่องชั่งน้ำหนัก เครื่องอัลตราซาวด์ เป็นอุปกรณ์ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ตัวอย่างเคสเต่าทะเล ติดเบ็ด ได้นํากล้องส่องภายในมาใช้ โดยสามารถช่วยให้สัตวแพทย์ระบุตําแหน่งของเบ็ดในลําคอได้ นอกจากนั้นอุปกรณ์ที่ได้รับมายังสามารถมอบโอกาสและเพิ่มประสบการณ์ให้สัตวแพทย์อีกด้วย เช่น การเข้าตรวจการตั้งครรภ์ของโลมาใน ดอฟินนา เรียม

    นอกจากนี้อุปกรณ์อื่นๆ ที่ได้รับมาเมื่อครั้ง โครงการ ONE MAN AND THE SEA เช่น รถช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก เคลื่อนที่เร็ว ทําให้เราเข้าถึงสัตว์ได้เร็วขึ้น ช่วยชีวิตได้ไวขึ้น เพิ่มอัตราการรอดชีวิตได้ดีขึ้น

    โดยรวมแล้วอุปกรณ์ที่ได้มามีประโยชน์อย่างมากในการช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก


    Read more
  • Project update > ต้องแฉ (Must Share) – พื้นที่สร้างความร่วมมือในการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันสำหรับประชาชน

    การดำเนินงานของเพจต้องแฉ เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2567

    5 June 2024

    จากการเปิดระดมทุนผ่านแพลตฟอร์มเทใจดอทคอม ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2565 จนถึง 31 ธันวาคม 2566 เพจต้องแฉได้รับเงินบริจาคทั้งหมด 21,439 บาท (ทำการหักค่าธรรมเนียมเทใจ 10% แล้ว)

    โครงการต้องแฉมีความประสงค์ขอเบิกเงินจำนวน 21,439 บาท เพื่อใช้ในการดำเนินงานตามแผนที่เตรียมการไว้ โดยจะขอปรับลดการดำเนินงานจากแผนเดิมที่วางไว้จำนวน 6 เดือน เป็น 2 เดือน ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

    รายละเอียดค่าใช้จ่ายและแผนการใช้เงินโครงการ 

    ผลการดำเนินงาน

    การสร้างการมีส่วนร่วมภาคประชาชนในการเฝ้าระวังเหตุสงสัยทุจริตคอร์รัปชัน

    1. เพจต้องแฉนำเสนอประเด็นทุจริตคอร์รัปชัน จำนวน 9 โพสต์ ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

    2. เพจต้องแฉได้รับการสนับสนุนในการนำประเด็นไปขับเคลื่อนและตรวจสอบ จาก Corruption Deterrence Center : CDC ศูนย์ป้องปรามทุจริตใหม่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามแห่งชาติ ในการขับเคลื่อนการตรวจสอบและแก้ปัญหา จำนวน 7 เรื่อง ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 โดยมีรายละเอียดดังนี้

    • เหตุสงสัย โครงการก่อสร้างสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสกลนคร พร้อมครุภัณฑ์ มูลค่ากว่า 3.6 ล้านบาท ส่อทิ้งร้าง/ไม่ถูกใช้งาน  การรับข้อมูล : ประชาชนแจ้งเหตุสงสัยผ่าน inbox เพจต้องแฉ เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2567 เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานเกษตร 2 ชั้น ในพื้นที่ ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร ใช้งบปี 65 กว่า 3,679,000 บาท เลยระยะเวลาการก่อสร้างมาแล้วกว่า 1 ปี 3 เดือน ปัจจุบันมีสภาพส่อทิ้งร้างก่อสร้างเสร็จเพียงแค่ตัวอาคารเท่านั้น
      การส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : เพจต้องแฉต่อยอดเบาะแสด้วยการสืบค้นข้อมูลโครงการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติมด้วย ACT Ai และส่งข้อมูลให้ศูนย์ CDC ของสำนักงาน ป.ป.ช.
      ผลการดำเนินงาน : เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสกลนคร ลงพื้นที่ตรวจสอบ ประกอบกับคำชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า โครงการดังกล่าวถูกผู้รับเหมาทิ้งงานเนื่องจากขาดสภาพคล่อง และได้มีการเบิกเงินไปแล้ว 2 งวด จากทั้งหมด 8 งวด ขณะนี้อยู่ระหว่างหน่วยงานทำเรื่องของบประมาณปี 2567 มาดำเนินการสร้างในส่วนที่เหลือต่อไป
    • เหตุสงสัย โครงการท่าเทียบเรือฯ เกาะสมุย มูลค่า 212 ล้านบาท ส่อไม่ได้มาตรฐาน  การรับข้อมูล : ประชาชนแจ้งเหตุสงสัยผ่านเครื่องมือ LINE ฟ้องโกงด้วยแชตบอต (@corruptionwatch) เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2567 เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือแห่งใหม่ บริเวณหน้าทอน เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี งบประมาณ 212,930,000 บาท ส่อไม่ได้มาตรฐานและไม่สามารถใช้งานได้จริงตามวัตถุประสงค์โครงการ
      การส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : เพจต้องแฉร่วมติดตามประเด็นและส่งข้อมูลให้ศูนย์ CDC ของสำนักงาน ป.ป.ช.
      ผลการดำเนินงาน : เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบประกอบกับได้รับคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับรายละเอียดโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าการก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐานและสามารถใช้ได้จริงตามวัตถุประสงค์โครงการอย่างแน่นอน แต่ปัจจุบันโครงการเจอปัญหาการก่อสร้างล่าช้าไม่สามารถสร้างเสร็จได้ทันตามกำหนดเดิม โดยทางหน่วยงานยืนยันจะเร่งรัดผู้รับเหมาก่อสร้างให้เสร็จภายในเดือนกันยายน 2567
    • เหตุสงสัย โครงการจัดซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิด จ.เพชรบุรี ส่อล็อคสเปก/เอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้อง  การรับข้อมูล : ประชาชนแจ้งเหตุสงสัยผ่านเครื่องมือ LINE ฟ้องโกงด้วยแชตบอต (@corruptionwatch) เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2567 เกี่ยวกับโครงการจัดซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในพื้นที่เขตจังหวัดเพชรบุรี ส่อใช้สเปกคุณลักษณะเฉพาะที่ส่อล็อคสเปกและอาจกีดกันให้เอกชนเข้าเสนอราคาได้เพียงน้อยราย
      การส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : เพจต้องแฉรวบรวมข้อมูลเบาะแส พร้อมนำประเด็นมาตั้งคำถามและนำเสนอผ่านเพจ และส่งข้อมูลให้ศูนย์ CDC ของสำนักงาน ป.ป.ช.
      ผลการดำเนินงาน : เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเพชรบุรี ได้รับทราบและรับเรื่องข้อสงสัยดังกล่าว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง
    • เหตุสงสัย โครงการจัดซื้อพร้อมติดตั้งโคมไฟถนน จ.ปทุมธานี มูลค่า 31 ล้านบาท ส่อจัดซื้อราคาสูงผิดปกติ/ไม่คุ้มประโยชน์สาธารณะ  การรับข้อมูล : ประชาชนแจ้งเหตุสงสัยผ่านเครื่องมือ LINE ฟ้องโกงด้วยแชตบอต (@corruptionwatch) เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2567 เกี่ยวกับเทศบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ได้มีการเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เกี่ยวกับโครงการจัดซื้อโคมไฟถนนจำนวน 10 สัญญา งบประมาณรวมกว่า 31,671,000 บาท แต่กลับไม่ระบุว่าจะนำเสาไฟมาติดตั้งในพื้นที่ใดบ้าง และจำนวนกี่ต้น ซึ่งบางโครงการได้ประกาศรายชื่อผู้รับจ้างมีการติดตั้งไปก่อนที่จะมีการอนุมัติโครงการ
      การส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : เพจต้องแฉรวบรวมข้อมูลเบาะแส พร้อมนำประเด็นมาตั้งคำถามและนำเสนอผ่านเพจ และส่งข้อมูลให้ศูนย์ CDC ของสำนักงาน ป.ป.ช.
      ผลการดำเนินงาน : เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมประกอบกับคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า มีการจัดซื้อโคมไฟถนนทั้งหมด 11 โครงการได้รับผู้รับเหมารายเดียวกันทั้งหมด เนื่องจากใช้วิธีคัดเลือกจากบัญชีนวัตกรรม 20 ราย แต่มีผู้เข้าเสนอราคาเพียง 3 รายเท่านั้น ในส่วนการติดตั้งโคมไฟถนนไปก่อนได้รับอนุมัติ เพราะได้ประสานความร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาครังสิตมาช่วยดำเนินการติดตั้งให้ก่อน เนื่องจากมีการลงนามสัญญาไปแล้วบางโครงการ แต่ผู้รับจ้างยังไม่เข้ามาดำเนินการติดตั้ง จึงกลัวล่าช้าและเดือดร้อนต่อประชาชน ในส่วนโคมไฟเดิมที่ยังใช้ได้ปกติ ทางหน่วยงานมีแผนจะนำไปใช้กับซอยขนาดเล็กและเก็บไว้สำรองเผื่อมีการซ่อมแซม
    • เหตุสงสัย โครงการก่อสร้างถนนปราจีนอนุสรณ์ จ.ปราจีนบุรี มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท ส่อไม่ได้มาตรฐาน  การรับข้อมูล : ประชาชนแจ้งเหตุสงสัยผ่าน inbox เพจต้องแฉ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เกี่ยวกับถนนปราจีนอนุสรณ์ หน้าโรงเรียนเทศบาล 2 วัดหลวงปรีชากูล ชำรุดมาเกือบปีแต่กลับไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดำเนินการซ่อมแซมแก้ไข โดยถนนสร้างเสร็จได้เพียง 3 ปี แต่กลับพบปัญหาชำรุดตลอดทั้งเส้นทางบ่อยครั้ง
      การส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : เพจต้องแฉต่อยอดเบาะแสด้วยการสืบค้นข้อมูลโครงการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติมด้วย ACT Ai และส่งข้อมูลให้ศูนย์ CDC ของสำนักงาน ป.ป.ช.
      ผลการดำเนินงาน : เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดปราจีนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าเกิดการบิดตัวของโครงสร้างที่ทำให้ผิวใต้ถนนทรุด จากเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำปราจีนบุรี ประกอบกับคำชี้แจงของวิศวกรเทศบาลเมืองปราจีนว่าถนนเส้นนี้ชำรุดบ่อยครั้ง ต้องซ่อมแซมทุกปีจึงทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณเป็นอย่างมาก จึงได้ขอความร่วมมือไปทางสำนักงานโยธาฯ ให้เร่งหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อจะดำเนินการแก้ไขต่อตามงบประมาณปี 2569 ที่เตรียมไว้จำนวน 10 ล้านบาท 
    • เหตุสงสัย โครงการติดตั้งเสาไฟกินรี อบต.ราชาเทวะ ส่อผิดระเบียบ ติดตั้งในพื้นที่ธรณีสงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาต  การรับข้อมูล : ประชาชนแจ้งเหตุสงสัยผ่าน inbox เพจต้องแฉ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เกี่ยวกับ อบต.ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ นำเสาไฟกินรีติดตั้งในพื้นที่ของวัดกิ่งแก้วโดยไม่ได้ขออนุญาต และทางคณะกรรมการวัดมีมติร่วมกันไม่ยินยอมและขอให้ถอนออกจากพื้นที่โดยเร็ว จึงเกิดคำถามจากประชาชนว่าหากไม่มีการขอติดตั้งจริงแล้วสิ่งที่จัดซื้อพร้อมติดตั้งไปแล้วนั้นสามารถทำได้หรือไม่ และทางหน่วยงานจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับเสาไฟเหล่านี้
      การส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : เพจต้องแฉรวบรวมข้อมูลเบาะแส พร้อมนำประเด็นมาตั้งคำถามและนำเสนอผ่านเพจ และส่งข้อมูลให้ศูนย์ CDC ของสำนักงาน ป.ป.ช.
      ผลการดำเนินงาน : ทางสำนักข่าว Thai PBS และช่อง one ลงพื้นที่เผยแพร่ข่าว พร้อมกับสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสมุทรปราการ ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าโครงการดังกล่าวกำลังอยู่ในการไต่สวนของ ป.ป.ช. ภาคที่ 1 ซึ่งกำลังรวบรวมเอกสารหลักฐานและจะดำเนินการชี้แจงต่อประชาชนให้ทราบโดยทั่วกัน 
    • เหตุสงสัย โครงการจัดซื้ออุปกรณ์วิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลค่า 7.3 ล้านบาท ส่อจัดซื้อจัดจ้างไม่โปร่งใส  การรับข้อมูล : ประชาชนแจ้งเหตุสงสัยผ่าน inbox เพจต้องแฉ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เกี่ยวกับเทศบาลแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ส่อจัดซื้อจัดจ้างไม่โปร่งใสในโครงการจัดซื้ออุปกรณ์วิทยาศาสตร์หรือการแพทย์ งบประมาณ 7,318,925 บาท เนื่องจากทางหน่วยงานมีการจัดกิจกรรมแจกอุปกรณ์ดังกล่าวให้กลุ่ม อสม. ในพื้นที่ เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2564 โดยอ้างกับประชาชนว่าเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับบริจาคมา แต่กลับไม่สามารถระบุชื่อหรือหน่วยงานที่บริจาคให้ประชาชนทราบได้ จนวันที่ 9 ก.พ. 2567 มีใบแจ้งหนี้จากบริษัทแห่งหนึ่งเรียกเก็บค่าจัดซื้ออุปกรณ์วิทยาศาสตร์หรือการแพทย์ที่มีลักษณะคล้ายกับที่ทางหน่วยงานอ้างว่าได้รับบริจาคมา
      การส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : เพจต้องแฉรวบรวมข้อมูลเบาะแส พร้อมนำประเด็นมาตั้งคำถามและนำเสนอผ่านเพจ และส่งข้อมูลให้ศูนย์ CDC ของสำนักงาน ป.ป.ช.
      ผลการดำเนินงาน : เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดปราจีนบุรี ได้รับทราบและรับเรื่องข้อสงสัยดังกล่าว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารเพื่อตรวจสอบต่อไป
    • เหตุสงสัย โครงการพัฒนาพื้นที่เฉพาะเพื่อรองรับการท่องเที่ยวฯ จ.ตรัง มูลค่ากว่า 73 ล้านบาท ส่อทิ้งร้าง/สร้างล่าช้าผิดปกติ

     การรับข้อมูล : เพจต้องแฉขยายประเด็นต่อจากเพจคิด ทำ ทิ้ง เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่เฉพาะเพื่อรองรับการท่องเที่ยวบริเวณเมืองเก่ากันตัง จ.ตรัง มูลค่ากว่า 73,765,500 บาท ใกล้สิ้นสุดระยะการก่อสร้างตามสัญญาในเดือนมีนาคม 2567 แต่กลับพบว่าการก่อสร้างจากหน้างานจริงกลับดูไม่มีความคืบหน้า
    การส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : เพจต้องแฉต่อยอดเบาะแสด้วยการสืบค้นข้อมูลโครงการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติมด้วย ACT Ai และส่งข้อมูลให้ศูนย์ CDC ของสำนักงาน ป.ป.ช.

    • เหตุสงสัย โครงการก่อสร้างห้องสมุด จ.ราชบุรี มูลค่า 1.58 ล้านบาท ส่อราคาสูงผิดปกติ

     การรับข้อมูล : ประชาชนแจ้งเหตุสงสัยผ่าน inbox เพจต้องแฉ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างห้องสมุด ของเทศบาลบ้านโป่ง จ.ราชบุรี ด้วยงบประมาณ 1.58 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับสภาพหน้างานจริง เช่น ขนาดอาคารและสัดส่วนภายในที่กำลังก่อสร้าง แต่กลับดูไม่คุ้มกับงบประมาณที่ต้องเสียไป
    การส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : เพจต้องแฉต่อยอดเบาะแสด้วยการสืบค้นข้อมูลโครงการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติมด้วย ACT Ai และส่งข้อมูลให้ศูนย์ CDC ของสำนักงาน ป.ป.ช.

    การสร้างความร่วมมือด้านสื่อสารเพื่อสร้างการตระหนักรู้สู่สังคมวงกว้าง

    1. เพจต้องแฉต่อยอดประเด็นจากเบาะแสที่ได้รับ ด้วยการจัดทำอินโฟกราฟิก (Infographic) นำเสนอความรู้ที่เกี่ยวกับลักษณะของการทุจริตคอร์รัปชันในรูปแบบต่าง ๆ จำนวน 2 ประเด็น ดังนี้

    • จากที่สำนักงาน ป.ป.ช. นำเสนอหนังสือคดีสินบนกับการรับทรัพย์หรือประโยชน์อื่นใด ของเจ้าพนักงานของรัฐ โดยสำนักงาน ป.ป.ช. ดังนั้นเพจต้องแฉจึงนำข้อมูลมาสรุปในรูปแบบอินโฟกราฟิก เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถรับรู้และเข้าใจได้ง่ายขึ้นเกี่ยวกับรูปแบบของพฤติกรรมที่เข้าข่ายการรับ-ให้สินบน 
    • จากการนำเสนอข่าวประเด็นส่อทุจริตในการจัดซื้อเสาไฟขึ้นบัญชีนวัตกรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศกว่า 59 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 1,432.22 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2562-2565 โดยมีเอกชนเจ้าเดิมเป็นคู่สัญญาทั้งหมด เพจต้องแฉต่อยอดประเด็นด้วยการนำเสนอช่องโหว่ของกฎหมายและระเบียบในการจัดซื้อสินค้าในบัญชีนวัตกรรมที่อาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน 

    2. เพจต้องแฉได้จัดทำคลิปวิดีโอประเด็นทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อกระตุ้นและชวนประชาชนจับตามองความคืบหน้าในประเด็นส่อทุจริตต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok และ Facebook Reels โดยใช้ชื่อรายการ “แฉมาเล่า” ได้นำเสนอเพิ่มเติมทั้งหมด 2 ประเด็น ดังนี้

    • ประเด็นโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรมพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ มูลค่ากว่า 107 ล้านบาท ไม่สามารถเปิดใช้งานได้และถูกทิ้งร้างนานกว่า 6 ปี โดยทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมใช้งบเพิ่มอีก 350 ล้านบาท 
    • ประเด็นโครงการก่อสร้างศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลาม (มัสยิดกลาง) จ.ตรัง มูลค่ากว่า 82 ล้านบาท สร้างนานกว่า 15 ปี แต่ยังไม่สามารถเปิดให้ใช้บริการอย่างเป็นทางการได้

    ติดตามกิจกรรมเพจต้องแฉได้ที่ https://www.facebook.com/mustshareofficial

    Read more
  • Project update > Happy meal for Happy Granny : เติมรัก ปันอิ่ม ปี 2

    มอบข้าวสารอาหารแห้ง ให้แก่ผู้สูงอายุและผู้พิการ จำนวน 100 คน

    30 May 2024

    มูลนิธิโคเออร์ดำเนินกิจกรรมสงเคราะห์ข้าวสารอาหารแห้ง ให้แก่ผู้สูงอายุและคนพิการยากไร้ ใน จ.สระแก้ว และจ.สุรินทร์ เป็นเวลากว่า 38 ปีแล้ว เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 ถึงปัจจุบัน โดยมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและแจกชุดอาหาร 1 ชุด/เดือน ในชุดอาหารจะประกอบด้วย ข้าวสาร 10 กิโลกรัม และ/หรือ ไข่ไก่ ปลาร้า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กุนเชียง ปลากระป๋อง นมกล่อง UHT ตามความเหมาะสม ซึ่งจะลงพื้นที่ในทุกๆ อาทิตย์แรกของเดือน

    ในระยะเวลารณรงค์โครงการ Happy meal for Happy Granny : เติมรัก ปันอิ่ม ปี 2 ผ่านเทใจดอทคอม ระหว่างเดือนเมษายน 2566 ถึงเดือนเมษายน 2567 มีผู้รับประโยชน์ ในพื้นที่ จ.สระแก้ว และจ.สุรินทร์ จำนวนทั้งสิ้น 100 คน แบ่งเป็นผู้สูงอายุ จำนวน 78 คน และคนพิการ จำนวน 22 คน รายละเอียดดังตารางต่อไปนี้

    สรุปโครงการจากการประเมินโดยการสังเกตการณ์ของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ลงพื้นที่ใน จ.สระแก้ว และจ.สุรินทร์

    ผู้รับประโยชน์
    ก่อนทำโครงการผลที่ได้รับอุปสรรค/ข้อเสนอแนะ
    ผู้สูงอายุ
    • อยู่โดดเดี่ยว ขาดกำลังใจ
    • ขาดแคลนอาหาร
    • การเยี่ยมเยียนทำให้ผู้สูงอายุได้มีคนให้พูดคุย ปรับทุกข์และให้กำลังใจ
    • การมอบชุดอาหารช่วยให้ผู้สูงอายุมีอาหารครบมื้อ
    • ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ทำให้ไม่สามารถจัดกิจกรรมการช่วยเหลือที่ยั่งยืนได้
    • ผู้สูงอายุบางคนมีภาระจากการต้องดูแลลูกที่พิการ หรือหลานที่ลูกฝากไว้ให้เลี้ยงดูเพราะต้องไปทำงานต่างจังหวัด
    คนพิการ
    • ไม่มีรายได้เนื่องจากปัญหาทางกายภาพ
    • เป็นผู้มีภาวะพึ่งพิงในครอบครัวที่มีฐานะยากจน
    • การมอบชุดอาหารสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของคนพิการ และครอบครัวที่ต้องดูแลคนพิการได้
    • ชุดอาหารที่ได้รับสามารถช่วยสมาชิกคนอื่นๆ ในครัวเรือนทำให้คนพิการรู้สึกมีคุณค่า
    • คนพิการที่ได้รับความช่วยเหลือ ได้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง ตาบอด พิการจากกับระเบิด ทำให้ไม่สามารถจัดกิจกรรมการช่วยเหลืออื่นๆ ที่ยั่งยืนได้
    ความประทับใจของผู้ที่ได้รับประโยชน์

     “ ยายมีลูกชาย 2 คน เท่าที่จำได้ก็นานเป็นเวลา 4 ปีกว่าแล้วที่ลูกชายไม่ได้มาหายาย ทั้งสองคนย้ายไปทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัดแล้ว ลูกยายเองก็ฐานะไม่ดี ลำบากมีภาระต้องดูแลครอบครัวของเขา ตอนนี้มีเพียงโคเออร์ที่ได้ให้ข้าวสารอาหารแห้งพอให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายค่าข้าวสารได้ เงินที่ได้จากเบี้ยคนชรายายเก็บไว้ใช้เป็นค่ารถเวลาต้องไปโรงพยาบาล ” คุณยายบุตรี รุ่งสันเทียะ 

     “ ป้ามีลูกสาว 1 คน มีฐานะไม่สู้ดีต้องหาเช้ากินค่ำ มีครอบครัวแล้วและย้ายไปอยู่ต่างหมู่บ้าน นานๆ ถึงจะมาหา ป้าขอบคุณโคเออร์ ที่ให้ข้าวสารอาหารแห้งในทุกๆ เดือน ทำให้ป้ามีข้าวกินส่วนกับข้าวป้าหาเก็บผักปลา จากทุ่งหรือหนองน้ำแถวๆ บ้านได้ บางวันก็มีเพื่อนบ้านนำมาให้ ” คุณป้าย้อม บุญเสริม

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ
    กลุ่มที่ได้รับประโยชน์
    อธิบายจำนวนผู้รับประโยชน์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
    ผู้สูงอายุผู้สูงอายุในพื้นที่ของโครงการจังหวัดสระแก้ว และจังหวัดสุรินทร์78 คน
    • ผู้สูงอายุได้รับอาหารครบมื้อ และมีโภชนาการที่ดีขึ้น
    • ผู้สูงอายุได้รับการบรรเทาใจ จากการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร
    ผู้พิการผู้พิการในพื้นที่ของโครงการจังหวัดสระแก้ว และจังหวัดสุรินทร์22 คน
    • ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของคนพิการ ครอบครัวหรือผู้ดูแลได้
    • ผู้พิการหรือผู้ป่วย รู้สึกมีคุณค่ามากขึ้น
    รูปภาพการดำเนินกิจกรรม







    Read more
  • Project update > มื้อกลางวันอิ่มท้องสมองสดใส....เพื่อเด็กชายขอบ

    มื้อกลางวันอิ่มท้องที่ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา ปี 2566

    24 May 2024

    ทางศูนย์การเรียนได้ดำเนินการจัดกิจกรรมในเรื่องของการประกอบอาหาร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาทุกคน ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการประกอบอาหารกลางวัน เพื่อรับประทานภายในศูนย์การเรียน ซึ่งในทุกๆ ภาคการศึกษา คุณครูทุกคนของศูนย์การเรียนก็จะมีการประชุมหารือ ร่วมกับครูที่ดูแลโภชนาการ เพื่อจัดทำตารางอาหารและวิธีการจัดหาวัตถุดิบ สำหรับนำมาประกอบอาหารกลางวัน โดยทุกเมนูที่จะนำมาประกอบอาหาร จะต้องอิงถึงหลักโภชนาการ คุณค่าทางสารอาหารทั้ง 5 หมู่ ที่นักเรียนในแต่ละคนจะต้องได้รับ ซึ่งวัตถุดิบหลักๆ ที่นำมาประกอบอาหาร จะเป็นวัตถุดิบที่มีอยู่ในพื้นที่ สามารถหาได้ตามตลาดนัดของชุมชน เป็นพืชผลที่อยู่ในฤดูกาลนั้นๆ

    สำหรับตารางกิจกรรมการประกอบอาหารของนักเรียน ก็จะแบ่งเวรให้นักเรียนในแต่ละระดับชั้น ดังนี้

    • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จะอยู่เวรวันจัทร์
    • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 อยู่วันอังคาร
    • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อยู่วันพุธ
    • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อยู่วันพฤหัสบดี
    • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อยู่วันศุกร์

    ในทุกๆ ครั้งที่นักเรียนแต่ละคนจะมาทำเวรอาหาร จะมีคุณครูประจำชั้นและครูผู้ดูแลโภชนาการในโรงอาหารคอยให้ความรู้ ตั้งแต่กระบวนการก่อนจะประกอบอาหาร ผู้ที่จะประกอบอาหารนั้น ไม่เพียงแต่จะต้องคำนึงถึงรสชาติของอาหาร โภชนาการ คุณค่าของสารอาหาร หรือความสุขดิบของอาหารเพียงเท่านั้น สิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้ คือความสะอาดในการประกอบอาหาร นั่นเป็นสิ่งที่ครูได้เน้นย้ำนักเรียนทุกคนที่เป็นเวรประกอบอาหารจะต้องตรวจเช็คตนเอง ว่าเนื้อตัวสะอาดสะอ้าน เล็บไม่ยาว หรือดำ ต้องล้างมือ สวมใส่หมวก ผ้ากันเปื้อน และถุงมือทุกครั้งที่จะต้องมาประกอบอาหาร

    ในการเตรียมวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารก็เช่นกัน วัตถุดิบจะต้องมีความสะอาด สดใหม่ และปราศจากสารปนเปื้อน แต่เราอาจหลีกเลี่ยงได้ยากที่จะไม่ให้ผักหรือเนื้อสัตว์มีสารปนเปื้อน ครูและนักเรียนทุกคนที่เป็นเวรประจำวัน จึงต้องพิถีพิถันในขั้นตอนของการล้างทำความสะอาดผักและเนื้อสัตว์ ก่อนนำมาประกอบอาหาร นักเรียนทุกคน จะได้รับหน้าที่ในการประกอบอาหารแต่ละครั้งแตกต่างกันไป บางครั้งจะได้จัดเตรียมวัตถุดิบในส่วนของเตรียมผัก หั่นผัก บางครั้งจะได้เตรียมวัตถุดิบในส่วนของเนื้อสัตว์ หรือบางครั้งก็จะได้อยู่ในส่วนของการตรวจเช็คดูแลความสะอาดของอุปกรณ์ทำอาหาร และพื้นที่ในโรงอาหาร

    แม้ว่าในแต่ละครั้งนักเรียนทุกคนจะมีหน้าที่ในส่วนที่ได้รับผิดชอบไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ครูคอยเน้นย้ำเสมอคือนักเรียนทุกคนถือเป็นคนสำคัญ และหากขาดส่วนใดหรือใครไป การประกอบอาหารของเราก็อาจจะเกิดความล่าช้า ซึ่งการมีส่วนร่วมของนักเรียนเป็นความสำคัญอย่างมาก เมื่อการประกอบอาหารเสร็จสิ้นลง ไม่ได้หมายความว่าหน้าที่ของเวรที่รับผิดชอบการประกอบอาหารเสร็จสิ้นเรียบร้อย นักเรียนจะต้องล้างเครื่องครัว อุปกรณ์ในการประกอบอาหารให้สะอาด จากนั้นนำเข้าที่เหมือนเดิม รวมถึงพื้นที่ในการประกอบอาหาร พื้นที่รับประทานอาหาร พื้นที่หลังโรงอาหารที่เป็นพื้นที่ล้างถาดข้าวของโรงอาหาร

    และขั้นตอนที่สำคัญต่อจากนั้นคือการจัดการกับเศษอาหารที่มีในทุกๆ ครั้ง ซึ่งหากเราไม่มีระบบจัดการเศษอาหารที่ดี ปัญหาที่จะนำมาคือของเสีย ส่งกลิ่นเหม็นเน่า เป็นที่เพาะเชื้อของเชื้อโรคต่างๆ และเป็นศูนย์รวมของแมลงวันที่จะเข้ามาตอมเศษอาหารได้ ครูผู้ดูแลจะพานักเรียนที่มีทักษะและพละกำลังในการขุดหลุม เพื่อนำเศษอาหารไปฝังดินที่แปรงเกษตรของศูนย์การเรียน ซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับจากการนำเศษอาหารมาฝังนั้นก็มีมากมาย นอกจากจะไม่ทำให้โรงอาหารเป็นที่เพาะเชื้อโรคแล้ว ก็ยังทำให้ดินนั้นมีปุ๋ยเพิ่มยิ่งขึ้น เกิดความสมดุลย์และมีจุรินทรีย์ที่ดีๆ อยู่ในดินเพิ่มขึ้นด้วย

    หลังจากที่ภารกิจของการประกอบอาหารได้แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยทั้งหมดแล้ว ครูและนักเรียนก็จะมีการถอดบทเรียนเพิ่มเติมร่วมกันทุกครั้ง เพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้กันเสมอ นักเรียนหลายคนเกิดการตั้งคำถามในระหว่างประกอบอาหาร บางคนได้คลายความสงสัยจากการได้มาร่วมประกอบอาหาร หรือบางคนมีข้อเสนอแนะในการปรกอบอาหาร ซึ่งนั่นไม่เพียงแต่ทำให้ครูและนักเรียนได้รับทักษะในการประกอบอาหาร แต่ยังทำให้ครูและนักเรียน ได้กลับมาทบทวน มีกระบวนการคิด วิเคราะห์ แยกแยะมากยิ่งขึ้น

    สิ่งที่ได้รับจากโครงการ

    • หลักการในการประกอบอาหารที่ถูกต้อง มีความสะอาด ถูกสุขลักษณะ และคุณค่าของสารอาหารที่กับนักเรียน
    • ตารางเมนูอาหารและวัตถุดิบสำหรับนำมาประกอบอาหาร ที่มีความสอดคล้องกับพื้นที่ วัฒนธรรม รวมถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชน
    • องค์ความรู้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในโรงอาหาร
    • ทักษะของการประกอบอาหาร การเลือกซื้อวัตถุดิบ การจัดเก็บวัตถุดิบ การทำความสะอาดวัตถุดิบ
    • การมีส่วนร่วมของนักเรียนและคุณครูในแต่ละช่วงชั้น
    • การบำรุงรักษาพื้นที่ภายในศูนย์การเรียน
    • วิธีในการจัดการเศษอาหารให้ถูกวิธี
    • การปลูกฝังจิตอาสา แนวทาง แนวคิดสำหรับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีพื้นที่ในการใช้สอยอย่างยั่งยืน และได้รับประโยชน์สูงสุด

    ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนและหลังทำกิจกรรม

    • นักเรียนมีพฤติกรรมที่เริ่มคำนึงถึงโภชนาการ และคุณค่าของสารอาหารที่ได้รับมากยิ่งขึ้น ซึ่งช่วงแรกๆ ของการประกอบอาหาร มักจะมีคำถามว่าทำไมถึงถูกห้ามไม่ให้ปรุงอาหารอยู่เสมอ และเมื่อได้เรียนรู้ถึงข้อเสียของพฤติกรรมในการปรุงอาหารหรือการเลือกรับประทานอาหารบางอย่าง อาจส่งผลเสียต่อภาวะการเจริญเติบ และพัฒนาการต่างๆ ของร่างกาย นักเรียนก็จะเริ่มระมัดระวังการรับประทาน การปรุงอาหารที่มากเกินความจำเป็น
    • ความรู้และความเข้าใจในการประกอบอาหารที่ถูกต้อง มีนักเรียนหลายคนมักจะประกอบอาหารโดยการไม่ล้างวัตถุดิบ เพราะมีความเชื่อว่า หากวัตถุดิบถูกปรุงสุกแล้ว เชื้อโรคต่างๆ ก็จะตายไปกับความร้อน
    • ทักษะของการประกอบอาหารให้มีรสชาติที่อร่อย พอดี ไม่หวาน ไม่เค็ม ไม่เผ็ด หรือไม่จืดจนเกินไป
    • นักเรียนรู้จักเครื่องปรุง และเมนูที่จะนำเครื่องปรุงมาประกอบอาหารให้ถูกต้อง
    • นักเรียนมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ในการประกอบอาหาร หรือจัดเตรียมวัตถุดิบต่างๆ
    • นักเรียนมีส่วนร่วมและมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง
    • ครูได้กระบวนการเพิ่มมามากขึ้น และมีมุมมองของการทำอาหารที่กว้างยิ่งขึ้น
    • ทุกคนอยากจะช่วยกันรักษาพื้นที่ในโรงอาหารให้สะอาด เพื่อที่จะทำให้เป็นพื้นที่ที่น่าเข้าไปใช้ประโยชน์

    ข้อสรุปและข้อเสนอแนะ

    • อยากเพิ่มองค์ความรู้ให้กับคุณครูและนักเรียนในเรื่องของการจัดการเศษอาหาร เศษขยะ แต่ละประเภทให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สัตว์ หรือผู้คนในบริเวณใกล้เคียง และอยากให้องค์ความรู้ที่ได้รับนั้นคงอยู่คู่กับศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา กับคุณครูและนักเรียนทุกคนตลอดไป
    • สำหรับกิจกรรมที่ได้ดำเนินการภายใต้โครงการก็ยังถือว่าต้องพัฒนาต่อไป และยังต้องทำให้เกิดความต่อเนื่อง เพื่อสร้างความยั่งยืนที่แท้จริงให้กับศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา
    ความประทับใจของผู้ที่ได้รับประโยชน์ 

     “ สิ่งที่ประทับใจคืออาหารมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นค่ะ นักเรียนชั้นอนุบาลก็รับประทานอาหารได้เยอะขึ้น ส่วนมากก็จะลุกมาเติมอาหารตลอด มีส่วนน้อยที่จะไม่เติมอาหาร แล้วก็เห็นนักเรียนได้รับคุณค่าทางสารอาหารที่เหมาะสม ก็ทำให้มีพัฒนาการในด้านการเจริญเติบโตเป็นไปตามวัยค่ะ ” นางคำกู่ ไม่มีนามสกุล ชื่อเล่น ครูคำกู่ (คุณครูศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา)

     “ ในช่วงระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการก็ได้รับองค์ความรู้หลายอย่างค่ะ ทั้งในเรื่องของคุณค่าของสารอาหาร การเลือกซื้อวัตถุดิบ การจัดเตรียมพื้นที่สำหรับประกอบอาหาร รวมถึงการจัดการกับเศษอาหารที่เกิดขึ้นหลังจากที่นักเรียนทุกคนรับประทานอาหารแล้วเหลือเศษอาหารทิ้งไว้ในถัง สิ่งนี้ทำให้เราได้เห็นว่า นักเรียนมีความชื่นชอบอะไร ไม่ชื่อชอบอะไร และเมนูไหน ที่เป็นเมนูที่นักเรียนชอบรับประทานมากที่สุด ก็ดีใจมากๆ เลยค่ะ ที่ได้รับองค์ความรู้และทักษะสำหรับการทำงานในโรงอาหารเพิ่มมากขึ้น ขอบคุณนักเรียนทุกๆ คนด้วยค่ะ ที่มาร่วมกันประกอบอาหาร ถ้าไม่มีนักเรียน ก็น่าจะไม่ได้เห็นมุมมอง ไม่ได้แลกเปลี่ยนกันมากขนาดนี้ค่ะ ” นางสาววริศรา ดอกปาน ชื่อเล่น ครูเอิร์น ( คุณครูผู้แลอาหารและโภชนาการศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา)

     “ ความประทับใจของผม ผมรู้สึกดีใจนะครับ เพราะว่าผมก็ไม่คิดว่าจะได้มาทำอาหารให้น้องๆ เพื่อนๆ กับคุณครูได้ทานด้วยกัน พอได้ทำทุกสัปดาห์ก็รอให้ถึงวันที่จะทำกับข้าว ลุ้นว่าจะได้เมนูอะไร วัตถุดิบมีอะไรบ้าง ผมเริ่มชื่นชอบที่จะได้ทำกับข้าว ชอบที่เวลาได้ชั่งตวงเครื่องปรุง แล้วก็ต้องให้อยู่ในโภชนาการที่เหมาะสมด้วย มีอะไรที่ต้องคำนวณเยอะ ก็เปลี่ยนการทำอาหารของผมไปเลย เลาอยู่ที่บ้าน ถ้าได้ทำกับข้าว ผมก็จะเริ่มคิดแล้วว่าต้องใส่น้ำปลาเท่าไหร่ ใส่น้ำตาลเท่าไหร่ โดยเอาช้อนมากะเอาครับ สนุกขึ้นมากๆ เลยครับ ” นายวันดี ลุงก่ำ ชื่อเล่น วันดี (นักเรียนศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา)

     “ ความประทับใจของหนูที่ได้เข้ามาทำอาหารก็เป็นการได้ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ค่ะ ได้เรียนรู้การทำอาหาร เพราะอยู่บ้านแม่ก็เป็นคนทำให้ทานค่ะ หนูก็อยู่ทานอย่างเดียว ช่วงแรกๆ ไม่รู้จักอะไรเลยค่ะ จับมีดก็กลัวๆ ไม่รู้ว่าอุปกรณ์ทำอาหารมีอะไรบ้าง พอได้มาทำกับข้าวทุกสัปดาห์ ก็เริ่มรู้จักอุปกรณ์ในการทำอาหารมากขึ้น สามารถทำกับข้าวทานเองที่บ้านได้ เวลาแม่ไม่อยู่บ้านค่ะ แล้วก็ได้แยกเศษอาหารด้วยค่ะ ปกติที่บ้านจะไม่แยกเลย บางครั้งถ้าทานไม่หมดก็แค่เอาไปคลุกข้าวให้หมาที่บ้าน หรือบางครั้งก็เททิ้งแถวนา ต้นไม้ หรือไม่ก็ครองระบายน้ำค่ะ ตอนนี้ได้รู้จักวิธีการจัดการกับขยะและเศษอาหารที่ทานไม่หมด มันได้ประโยชน์ แล้วก็ไม่ต้องทนเหม็นกับกลิ่นของเศษอาหารที่เน่าแล้วค่ะ ” เด็กหญิงพองหลาว ไม่มีนามสกุล (นักเรียนศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา)

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ
    กลุ่มที่ได้รับประโยชน์อธิบายจำนวนที่ได้ประโยชน์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
    เด็กเล็กนักเรียนชั้นอนุบาล ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา61 คนเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลได้ทานอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน มีพัฒนาการที่เจริญเติบโตสมวัย
    เด็กโตนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา213 คนนักเรียนชั้นประถมศึกษาของศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา ได้องค์ความรู้ในการทำอาหาร การจัดเตรียมวัตถุดิบ การดูแลและใส่ใจหลักสุขอนามัย และการจัดการขยะ เศษอาหารที่ถูกวิธี
    คุณครูคุณครูของศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา10 คนคุณครูมีองค์ความรู้เพิ่มมากขึ้น ที่จะนำมาอบรมให้กับนักเรียน ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจและให้ความรู้อย่างถูกต้อง
    ครูอาสาสมัครกลุ่มครูนักศึกษาฝึกงาน8 คนนักศึกษาฝึกงานที่ได้เข้ามาร่วมกันแบ่งปันและเรียนรู้ในโครงการนี้ ทำให้มุมมองของการจัดการเรียนรู้ เพิ่มมิติให้กับศูนย์การเรียนหลายมิติ การจัดกิจกรรมมีความสนุก ไม่น่าเบื่อ เพราะมีนักศึกษาฝึกงานคอยเพิ่มเติมข้อมูลที่ตนเองได้เรียนรู้มา
    ระบบนิเวศพื้นที่ในโรงอาหาร และพื้นที่ใกล้เคียงของศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา6 ไร่ระบบนิเวศโดยรอบๆ ของศูนย์การเรียนเริ่มมีคุณภาพที่ดีขึ้น ทั้งคุณภาพของดิน คุณภาพของน้ำ และอากาศ ที่เราพยายามจะจัดการกับเศษอาหาร ให้ถูกวิธี นั่นเริ่มนำมาเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะเมื่อเราไม่ทิ้งเศษอาหารไปตามแนวระบายน้ำ ก็ทำให้น้ำสะอาดขึ้น ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าของเศษอาหาร อากาศก็สดชื่น ถ่ายเทมากยิ่งขึ้น
    ชุมชนพ่อค้า แม่ค้าในตลาดหมู่บ้านหล่ายฝาง ตำบลแม่ข่า อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่4 ร้านค้าพ่อค้าแม่ค้าในชุมชนได้มีรายได้ จากการซื้อวัตถุดิบ มาประกอบอาหาร ถือเป็นการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชน
    รูปภาพการดำเนินกิจกรรม






    Read more
  • Project update > Allergy-Free Tomorrow

    มอบครีมบำรุงผิว 1,000 หลอด ให้ 10 ชุมชน

    21 May 2024

    ทางโครงการเอาชนะภูมิแพ้ได้บริจาคครีมจำนวน 1,000 หลอด ให้ 10 ชุมชนทั่วประเทศไทย ได้แก่

    1. มูลนิธิสงเคราะห์เด็กใน อ.พัทยา จ.ชลบุรี
    2. บ้านเด็กฮอลแลนด์ใน จ.ภูเก็ต
    3. หมู่บ้านเด็กโสสะใน จ.ภูเก็ต
    4. คริสตจักรแชร์ริชใน จ.สมุทรปราการ
    5. โรงเรียนบ้านคลองประสงค์ใน จ.กระบี่
    6. คริสตจักรโป่งแห้งใน ต.ตะนาวศรี จ.ราชบุรี
    7. ศูนย์การเรียนรู้คณะศรีชุมพาบาลใน จ.ภูเก็ต
    8. โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่ใน อ.พัทยา จ.ชลบุรี
    9. มูลนิธิคุณพ่อเรย์ใน อ.พัทยา จ.ชลบุรี
    10. คริสตจักรในพระเยซูคริสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวิลด์ไวด์ (ICCIW) ใน จ.สมุทรปราการ

    นอกจากนี้ ทางโครงการได้จัดกิจกรรมสอนเกี่ยวกับภูมิแพ้และสุขภาพโดยทั่วไป ให้เด็กๆ อายุ 8-17 ปี ที่คริสตจักร ICCIW เผยแพร่ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ เลือกที่จะดำเนินวิถีชีวิตแบบรักสุขภาพ

    ความประทับใจของผู้ที่ได้รับประโยชน์ 

    “ จากการสอบถามของน้องในชั้นเรียน (น้องควีน น้องดานี่ น้องเรน) น้องประทับใจในการสอนเพราะได้ความรู้ดีในสิ่งซึ่งเขายังไม่รู้ ส่วนเรื่องผลิตภัณฑ์ครีม น้องๆ ชอบมากเพราะว่ามันได้ผลจริงๆ น้องยกตัวอย่างการทารอยแตกที่ส้นเท้าปรากฏว่าส้นเท้าก็นิ่มขึ้น แล้วมีน้องเล็กคนนึงอายุประมาณ 2 ขวบซึ่งผิวเขาแพ้ง่าย แต่ครีมนี้ก็ช่วยผิวพรรณของน้องเขาได้ดี ภาพรวมดีมากครับ ขอบคุณพระเจ้าและขอบคุณหนูด้วยสำหรับสิ่งดีๆ ที่มอบให้กับเด็กๆ ครับ ” หลวงพ่อวีโน่ คริสตจักรในพระเยซูคริสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวิลด์ไวด์ (ICCIW)

    รูปภาพการดำเนินกิจกรรม






    Read more
  • Project update > ปันอิ่มคนไร้บ้าน

    แจกอาหารแก่คนไร้บ้าน บริเวณตรอกสาเก ราชดำเนิน

    20 May 2024

    หลังสถานการณ์โควิดมีคนตกงานจำนวนมาก และพอบางคนยังเข้าสู่ระบบงานไม่ได้ หรือบางคนพอมีงานทำแต่รายได้ไม่เพียงพอก็ทำให้สถานการณ์คนไร้บ้าน ที่อยู่ในภาวะไร้ที่พึ่งมีจำนวนมากขึ้น ปัจจุบันมีคนมาต่อแถวรับอาหารอยู่ที่ 450-500 คน และอดีตเคยมีเพื่อนผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะบางคน ค้นหาอาหารในถังขยะเพื่อนำมาทาน แล้วมีสารปนเปื้อน จนทำให้เสียชีวิต เราเลยอยากสร้างพื้นที่แบ่งปัน 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ให้คนที่อยากแบ่งปัน มาเปิดมุมมอง ร่วมเรียนรู้วิถีความเป็นอยู่ของผู้ใช้ชีวิตในวันอังคาร

    จากการระดมทุนโครงการปันอิ่มคนไร้บ้าน มูลนิธิอิสรชนจึงมีเจ้าภาพหลักใน 300 ชุด จำนวน 20 ครั้ง ระหว่างวันที่ 2 เมษายน - 20 สิงหาคม 2567 และเราชวนคุณมาเป็นเจ้าภาพเสริม แบ่งปันอาหาร ทุกวันอังคาร เวลา 17.00 น. จำนวนไม่เกิน 150 กล่องต่อสัปดาห์

    นอกจากจุดนี้จะเป็นจุดแบ่งปันอาหารแล้วเรายังเป็นพื้นที่ของการพัฒนา เรียนรู้ ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น

    • การเก็บข้อมูลเคสคนเร่ร่อนไร้บ้าน
    • พื้นที่ให้อาสาสมัครมาร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยน ระหว่างกิจกรรมอาสาสมัครบุคคลทั่วไป และคนเร่ร่อนไร้บ้าน
    • เป็นพื้นที่จุด Dropin ในการพัฒนา มีเครือข่ายหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วม ตรวจสุขภาพ ย้ายสิทธิการรักษาพยาบาล สมัครงาน ทำบัตรประชาชน หรือการช่วยเหลือการเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ
    ความประทับใจของผู้ที่ได้รับประโยชน์

     ลุงแดง ชายชราที่ไม่ค่อยมีแรงเดินไปไหนมาก ตัวคนเดียว จำอะไรได้ไม่มาก แต่ยังพอคุยรู้เรื่อง รอคิวเข้าบ้านพักคนชราก็อีกยาวนาน ตอนนี้เลยอยู่ในพื้นที่ ทุกวันอังคารแกจะเดินมารับข้าว หรือถ้าไม่ไหวก็จะเดินนำไปให้แก พร้อมถุงปันสุข แกจะดีใจมากเมื่อมีคนมาคุย เหมือนมีลูกหลานมาเยี่ยม “ อาหารอร่อยนะวันนี้ ขอบคุณมากเลยหนู ” การแบ่งปันอาหารที่ไม่ใช่แค่การแจกอาหารแต่เป็นการเริ่มต้นการเข้าถึงสิทธิ ตอนนี้ได้ย้ายสิทธิการรักษาให้แกมาอยู่ตรงรพ.กลาง เพื่อง่ายต่อเข้าถึงการรักษาเวลาเร่งด่วน

     ลุงสมศักดิ์ ที่ไม่สามารถเดินไปไหนได้ คนแถวนั้นช่วยดูแล เบื้องต้นแกให้คนแถวตรอกสาเกเดินมาบอกเราว่าขออาหาร “ วันนี้อาหารอร่อยนะ กินหมดด้วย ” แล้วก็ยิ้มแบบเด็กน้อย เราก็เลยได้เข้าไปพูดคุย แกไม่มีบัตรประชาชนมานาน เลยดำเนินการทำบัตรตอนนี้นี้มีทั้งบัตรประชาชนและบัตรผู้สูงอายุ ให้หน่วยกาชาดลงมาตรวจดูแกทุกสัปดาห์เพราะแกเดินไม่ได้และเป็นโรคเบาหวาน ในชีวิตไม่เหลือใครแล้วแล้วก็จำอะไรไม่ได้แล้วแม้แต่ชื่อก็หลงๆ ลืมๆ แต่ถ้าถามถึงคิวเข้าสถานสงเคราะห์ก็อีกยาวนาน เพราะฉะนั้นการแบ่งปันอาหารในโครงการปันอิ่ม ไม่ใช่แค่การแจกอาหารเพียงอย่างเดียวแต่คือการแบ่งปันสวัสดิการกับคนยากไร้ด้วย

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ
    กลุ่มที่ได้รับประโยชน์อธิบายจำนวนที่ได้ประโยชน์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
    กลุ่มคนเปราะบางกลุ่มคนไร้บ้าน บริเวณตรอกสาเก ราชดำเนิน 450-500 คน
    • ได้กินอาหารที่สุกสะอาด
    • คนประกอบอาหารมีรายได้เป็นเคสที่ได้รับการฟื้นฟูพัฒนา
    • คนไร้บ้านได้เข้าถึงสิทธิสวัสดิการเบื้องต้น เช่น การรักษาพยาบาล การรับสมัครงาน การย้ายสิทธิการรักษา เป็นต้น
    รูปภาพการดำเนินกิจกรรม






    Read more
  • Project update > ห้องยาเพื่อคลินิกช้าง

    มอบยาที่จำเป็นในการรักษาช้างเบื้องต้น 8 ปางช้าง

    17 May 2024
    โครงการห้องยาเพื่อคลินิกช้าง ได้ส่งมอบยาที่จำเป็นสำหรับการรักษาช้าง ให้กับปางช้างในเขตภาคเหนือ อำเภอแม่วาง และอำเภอแม่แตง รวม 8 ปาง
    รายชื่อปางช้าง
    1. Elephant Rescue park
    2. Doo Doi Elephant Home
    3. Elephant Retirement Park
    4. Elephant Wildlife Sanctuary
    5. Happy Elephant home
    6. Maewang elephant @River
    7. Elephant Freedom Project
    8. Elephant Paradise Family
    ทำให้ปางช้างต่างๆ มียาสำหรับช้างและสามารถรักษาช้างได้เองเบื้องต้นในกรณีช้างเจ็บป่วย รวมถึงทางมูลนิธิเองก็ได้จัดเก็บยาสำรองที่จำเป็นต่อการรักษาไว้ที่คลินิกช้างภายในมูลนิธิอนุรักษ์ช้างเอเชีย และพร้อมต่อการรักษาช้างในกรณีฉุกเฉิน โดยชุดยาที่มอบให้มีดังนี้
    • Archifen สำหรับหยอดตาช้าง
    • K&K NSS 1000 ML.
    • Povidine 450 ML.
    • สำลีก้อน 50&450 GM.
    • Nebula 20 GM.
    • Alcohol Alsoff 450ML.
    • Biocatalin 20 ML.
    • FERRON 100 ML.
    • Vitadex 50 ML.
    •  Bactacin 500 GM.
    ความประทับใจของผู้ที่ได้รับประโยชน์

    “ ต้องขอบคุณมูลนิธิมากๆ ที่ได้เข้ามามอบยาช้างให้กับช้างของเรา เรามีช้างที่เจ็บป่วยทั้งเป็นฝีขนาดใหญ่ และได้รับยาสำหรับรักษาทันพอดี ” คุณรัชนี คำบุญเรือง เจ้าของปางช้าง Elephant Retirement Park เชียงใหม่

    “ ทาง Elephant Rescue Park มีความยินดีที่ได้รับความช่วยเหลือจาก มูลนิธิอนุรักษ์ช้างเอเชีย เกี่ยวกับยารักษาช้าง ไม่ว่าจะเป็นแอลกอฮอล์ล้างแผล/และยาขี้ผึ้ง ซึ่งจำเป็นมากต่อการทำแผลให้ช้าง ” คุณอภิชิต ดวงดี เจ้าของปางช้าง Elephant Rescue Park

    “ มูลนิธิอนุรักษ์ช้างเอเชีย พร้อมช่วยเหลือปางช้างที่ต้องการยารักษา และพร้อมสนับสนุนให้ช้างไทยมีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วยเรื้อรัง และนอกจากยารักษาแล้วทางมูลนิธิฯเรายังพร้อมเป็นสะพานช่วยเหลือช้างเจ็บป่วยในกรณีฉุกเฉิน สามารถย้ายช้างจากเชียงใหม่ส่งตรงถึงโรงพยาบาลช้างจังหวัดลำปางได้ทุกเวลา ” คุณณัฐกานต์ แก้วกันภัย ผู้จัดการมูลนิธิอนุรักษ์ช้างเอเชีย

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ
    กลุ่มที่ได้รับประโยชน์ อธิบายจำนวนที่ได้ประโยชน์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
    สัตว์ช้าง ปางช้างในเขตภาคเหนือ30 เชือกขึ้นไปมียาสำหรับรักษาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น และเรื้อรัง
    อื่นๆปางช้างเขตอำเภอแม่วางและอำเภอแม่แตง8 ปางช้างลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับยาช้าง
    รูปภาพการดำเนินกิจกรรม



    Read more