ความเคลื่อนไหว

  • ความคืบหน้าโครงการ > ซื้ออุปกรณ์การเรียนให้น้องโรงเรียนบ้านหนองขนาก

    มอบอุปกรณ์การเรียนให้โรงเรียนบ้านหนองขนาก จ.ราชบุรี

    26 เมษายน 2019

    จากการระดมทุนผ่านเว็บไซต์เทใจดอทคอม และการเปิดกล่องรับบริจาคผ่านการประชาสัมพันธ์จากกลุ่มต่างๆ ของคณะทีมงานกลุ่มนักศึกษาคณะผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผู้รับผิดชอบโครงการสามารถระดมทุนเป็นจำนวนทั้งสิ้น 18,199.50 บาท เพื่อดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์การเรียน และอุปกรณ์กีฬาให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองขนาก อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี มีรายการจัดซื้ออุปกรณ์ของใช้จำเป็นตามที่โรงเรียนต้องการ ดังนี้

    1. กระดาษ A4 5 รีม 370 บาท
    2. อุปกรณ์เครื่องเขียน 2,013.50 บาท
    3. ถุงเท้า 520 บาท
    4. ชุดเปตอง 2 ชุด 5,000 บาท
    5. เครื่องปริ้นเตอร์ 4,190 บาท
    6. หมึกปริ้นเตอร์ 4 ขวด 970 บาท
    7. สมุดปกอ่อน 5 โหล 456 บาท
    8. กล่องดินสอ 2 ห่อ 480 บาท
    9. ข้าวสาร 4 ห่อ 4,200 บาท

    ทีมงานได้ลงพื้นที่เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2562 ที่โรงเรียนบ้านหนองขนาก เพื่อมอบสิ่งของให้กับโรงเรียนและเด็กนักเรียน พร้อมจัดกิจกรรมเสริมสร้างความคิด และสร้างความบันเทิงให้แก่เด็กนักเรียนเพื่อเกิดการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันระหว่างกลุ่มพี่ๆ นักศึกษาและน้องนักเรียนให้ได้มากที่สุด

    ภาพประกอบ

    สิ่งของและเครื่องใช้ที่มอบให้แก่โรงเรียนบ้านหนองขนาก

    พี่นักศึกษา และน้องๆ นักเรียน

    กิจกรรมระหว่างพี่และน้อง

    ถ่ายรูปรวม

    ความประทับใจจากผู้ได้รับโอกาส

    ชื่อนายวีรพล มีศรี (ผู้ดูแลเขตบ้านหนองขนาก)
    "ขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่บริจาคสิ่งของที่จำเป็นแก่โรงเรียนบ้านหนองขนาก ไม่ว่าจะเป็น ข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องปริ้นเตอร์ และอุปกรณ์การกีฬา ขอบคุณทุกๆ ท่านที่ร่วมช่วยกันในการบริจาค"

    ชื่อนายนิวิทย์ พวงทอง (ผู้รักษาการแทนอำนวยการโรงเรียนบ้านหนองขนาก)
    "ขอบคุณผู้บริจาคทุกท่านที่ร่วมสมทบทุนร่วมสนับสนุนครับ"

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ค่ายโดมขนาบน้ำ-พาพี่แนะแนวสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนต่อ

    จัดค่ายโดมขนาบน้ำให้นักเเรียนมัธยม4-6 ที่จ.กระบี่

    25 เมษายน 2019

    กิจกรรมค่ายโดมชนาบน้ำจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 - 28 มกราคม 2562 ณ ห้องประชุมพระนาง อาคารองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 ที่ศึกษาในจังหวัดกระบี่ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วม จำนวน 160 คน (นับจากจำนวนใบสมัคร) แต่ด้วยข้อกำจัดของโครงการจึงคัดเลือกนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมได้เพียง 68 คน และมีคณะทำงานจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีก 43 คน รวมมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้เป็นจำนวน 111 คน

    ภาพประกอบ

    วันที่ 1

    รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายสมโภช โชติชูช่วง (ศิษย์เก่า) ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี

    ประธานโครงการค่ายโดมขนาบน้ำ ครั้งที่2 นายนพฤกษ์ ศรีสุวรรณ มอบของที่ระลึกแก่ประธานในพิธีเปิด

    ภาพบรรยากาศระหว่างพิธีเปิด

    รุ่นพี่ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักศึกษา และนักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการค่ายโดมขนาบน้ำถ่ายรูปร่วมกันในพิธีเปิด

    กิจกรรมดาวินชีโค้ด เกมถอดรหัส เป็นการต่อเลโก้ เพื่อเรียนรู้การทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม

    กิจกรรมโชว์จากฝ่ายสันทนาการ 

    ภาพบรรยากาศกิจกรรมระดมความคิด แก้ปัญหา

    ภาพบรรยากาศกิจกรรม ice breaking วันที่หนึ่ง

    วันที่ 2 

    ภาพบรรยากาศกิจกรรมแนะนำคณะ 

    ภาพระหว่างพักเบรค

    ภาพบรรยากาศพิธีปิด ถ่ายรูปร่วมกับผู้สนับสนุนโครงการ

    ผลการประเมินจากการเก็บแบบสอบถามของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ

    1. ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรม

    ได้รับความรู้ตั้งแต่การเขียนโครงการ รวมไปถึงขั้นตอนในการติดต่อประสานงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การทำหนังสือขอการสนับสนุน การติดต่อหน่วยงานราชการ เป็นต้น รวมไปถึงได้รู้จักกับพี่ ๆ ซึ่งเป็นศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งคอยให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษา อีกทั้งยังได้ประโยชน์จากการทำกิจกรรมภายในค่าย ที่ให้เราได้พบกับปัญหาและข้อเท็จจริงมากมายในกิจกรรม เช่น ได้เรียนรู้การประสานงานระหว่างกันเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เราคาดหวังไว้ เป็นต้น

    2. สามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ประโยชน์อะไรบ้าง

    ได้รับความรู้ในเชิงประวัติศาสตร์ ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย และความรู้เกี่ยวกับการเมืองการปกครองของไทย ได้ทำความรู้จักกับพี่ๆ ที่เป็นนักศึกษา เกิดเป็นเครือข่ายขนาดย่อม เพื่อทำความรู้จัก แลกเปลี่ยนและติดตามข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาธรรมศาสตร์

    3. ความคิดเห็นจากนักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการ

    กิจกรรมภายในค่ายมีความสนุกและได้รับความรู้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยและคณะที่ตนเองสนใจ พี่ทุกคนในค่ายดูแลและให้คำปรึกษาน้องๆ ได้เป็นอย่างดี และต้องการให้จัดกิจกรรมค่ายลักษณะเช่นนี้อีกในปีต่อๆ ไป

    4. ข้อเสนอแนะ

    ควรเพิ่มระยะเวลาในการจัดกิจกรรม เพื่อให้สามารถจัดกิจกรรมได้อย่างหลากหลาย หรืออาจจะเป็นค่ายค้างคืนให้น้องและพี่ๆ ในค่ายสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ตลอดทั้งวัน และได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น หากเป็นช่วงปิดเทอมน้องๆ สามารถตัดสินใจเข้ามร่วมกิจกรรมได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นควรเพิ่มเวลาช่วงกิจกรรมแนะนำคณะฯ เพราะจะสามารถช่วยให้รายละเอียดที่น้องๆ สนใจได้มากกว่านี้ และส่วนของพิธีเปิดเสนอแนะให้กระชับและไม่ยืดเยื้อจนเกินไป

    ผลจากการกิจกรรครั้งนี้จากทีมงานจัดค่าย

    ปัญหาและอุปสรรค์ในการดำเนินโครงการ

    - ข้อจำกัดของยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง ประกอบกับระยะทางที่ค่อนข้างไกลจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    - การประชาสัมพันธ์ ที่ต้องการให้นักเรียนที่ศึกษาในโรงเรียนอื่น ๆ ในจังหวัดกระบี่ ได้รับรู้ข่าวสารเรื่องโครงการค่ายโดมขนาบน้ำอย่างทั่วถึง

    - เรื่องงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด ส่งผลต่อการเดินทางและการจัดกิจกรรมเพราะงบประมาณไม่เพียงพอ

    แนวทางในการปรับปรุงการจัดโครงการครั้งต่อไป

    - เตรียมแผนการระดมทุนทางจากช่องทางอื่น ๆ เพื่อหางบประมาณในการจัดทำโครงการ

    - ประชาสัมพันธ์โครงการอย่างครอบคลุมและทั่วถึง เพื่อให้นักเรียนทุกคนในจังหวัดกระบี่ได้รับรู้ข้อมูลของโครงการในครั้งต่อไป เช่น ผ่านนักเรียนที่เคยร่วมกิจกรรมมาแล้ว หรือฝากโรงเรียนภายในจังหวัดกระบี่ เป็นต้น

    - การวางแผน การติดต่อประสานใช้รถของมหาวิทยาลัย และประมาณการจำนวนนักศึกษาให้เพียงพอกับจำนวนนักเรียนที่จะเข้าร่วมโครงการ 

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > รถเข็น D.I.Y เพื่อผู้พิการ

    ผลิตรถเข็น D.I.Y เพื่อผู้พิการ 69 คัน

    19 เมษายน 2019

    การผลิตรถเข็น D.I.Y เพื่อผู้พิการ ตลอดการจัดกิจกรรมสามารถผลิตได้ทั้งสิ้น จำนวน 69 คัน มีรายละเอียดดังนี้ 

    ครั้งที่ 1 วันที่ 8 ธันวาคม 2561 กลุ่ม Cart Wheel Chair Donate ร่วมกับเทใจดอทคอม Help the helper และอาสาสมัคร ผลิตได้ 25 คัน

    ครั้งที่ 2 วันที่ 19 มีนาคม 2562 กลุ่ม Cart Wheel Chair Donate ร่วมกับ 1577 home shopping และอาสาสมัคร ผลิตได้ 20 คัน

    ครั้งที่ 3 วันที่ 22 มีนาคม 2562 กลุ่ม Cart Wheel Chair Donate ร่วมกับ ทีม บริษัท วีอาร์โปร จำกัด ผลิตได้ 20 คัน

    ครั้งที่ 4 กลุ่ม Cart Wheel Chair Donate ผลิตได้ 4 คัน

    ขณะนี้ทีมงานกำลังทยอยส่งมอบรถเข็นไปยังผู้ขอรับบริจาคแล้วบางส่วน ท่านใดที่สนใจขอรับบริจาครถเข็นฟรี สามารถลงทะเบียนเพิ่มเติมได้ที่ http://kzyagency24hr.com/cartwheelchair/

    ภาพประกอบ

    ทีมอาสาสมัคร 1577 มาร่วมผลิตรถเข็น

    ผู้ขอรับรถเข็น 

    บริจาครถเข็น 5 คันที่บางกระเจ้า
    ให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางน้ำผึ้ง โดยมีนายสมบูรณ์ สุวรรณเทวะคุปต์ ผู้อำนวยการเป็นผู้รับมอบ 4 คัน

    อีก 1 คัน มอบให้กับคุณเปรม ชาวบ้านบางกระเจ้า  

    ติดตามเรื่องราวของโครงการที่ https://www.facebook.com/Cart-Wheel-Chair-Donate-148130559060017/

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ละอ่อนหายใจม่วน

    19 เมษายน 2019

    รายงานผลการทำงานละอ่อนหายใจม่วน

    จากที่เทใจดอทคอมเปิดระดมทุนเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางปอดในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 5 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ 

    วันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมาทางโครงการได้ส่งเครื่องฟอกอากาศจำนวน 24 เครื่องไปถึง 5 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเรียบร้อยแล้วประกอบด้วย

    • ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสันกลาง จำนวน 2 เครื่อง
    • ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลแม่ปูคา จำนวน 4 เครื่อง
    • ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองต้นเปา จำนวน 3 เครื่อง
    • ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลข่วงเปา จำนวน 5 เครื่อง
    • ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลออนใต้จำนวน 10 เครื่อง

    เรายินที่จะแจ้งว่าตอนนี้ทำให้เด็กน้อยมีพื้นที่ปลอดภัยแล้ว โดย บริษัท เค วี เทเลคอม จำกัด ให้เครื่องราคาทุนและสนับสนุนค่าขนส่ง ทังนี้ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้ถ่ายภาพวันที่ได้รับเครื่องและทดลองเปิดเครื่องพบว่า วันนั้นค่า PM 2.5 ในบางพื้นที่มากถึง 220 แต่พอเปิดเครื่องได้สักระยะ ค่าฝุ่นกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยเฉลี่ยค่าPM 2.5ไม่เกิน 50 


    ตลอดระยะเวลาที่ได้รับเครื่องจนถึงปัจจุบันค่าฝุ่นยังเกิดมาตรฐาน ทำให้เครื่องฟอกอากาศได้ใช้ทุกวัน

    จากนั้นเมื่อวัน 11 เมษายน 2562 ทางทีมงานได้ส่งหน้ากากที่จากเงินบริจาคในโครงการและคนใจดีส่งมาให้ โดยทำการส่งมอบหน้ากากไปราว 7,000 ชิ้น เพื่อให้ครูและเด็กได้ใส่ในช่วงเดินทางไปและกลับศูนย์พัฒนา


    สำหรับสัปดาห์นี้ทางทีมงานจะส่งเครื่อง airvisual พร้อมคู่มือเพื่อให้แต่ละศูนย์ได้เป็นสถานีวัดค่าฝุ่นในพื้นที่ เพราะที่ผ่านมาศูนย์อาศัยข้อมูลจากพื้นที่ที่ไกลเคียงที่สุด แต่ก็ยังห่างไกลจากตำบลที่ศูนย์ฯตั้งอยู่จริง ทำให้ไม่ได้ข้อมูลค่าฝุ่นที่แท้จริง

    ทั้งนี้ทางทีมได้จัดทำสติกเกอร์การบอกค่าฝุ่นแบบง่ายๆ ไว้สำหรับติดที่ครื่องกรองอากาศและเครื่องairvisual เพื่อให้เด็กและครูทราบว่าค่าฝุ่นส่งผลกระทบต่อสุขภาพหรือไม่

    ทั้งนี้หากตัวเลขเกินไปทางฝั่งสีแดง ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก็จะขึ้นธงสีแดงเพื่อให้ผู้ปกครองที่มารับเด็กด้วยว่าเด็กและทุกคนควรได้ป้องกันตัวเอง เช่นใส่หน้ากาก

    แต่หากขึ้นสีเขียว คือ ปลอดภัย สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ และไม่ต้องใส่หน้ากาก


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ข้าวสารเพื่อเพื่อนมอแกนเกาะสุรินทร์

    17 เมษายน 2019

    รายงานความคืบหน้าโครงการ ข้าวสารเพื่อมอแกน อันเนื่องมาจากเหตุไฟไหม้หมู่บ้านชาวมอแกนเกาะสุรินทร์ใต้ ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 ทำให้บ้านเรือนเสียหายจำนวน 61 หลัง สถานีอนามัย 1 หลัง 

    ก่อนหน้านี้มีธารน้ำใจจากประชาชนทั่วไปที่ส่งเสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นมาให้ และยังได้รับพระมหากุณาธิคุณจากในหลวงซึ่งได้รับเงินพระราชทานจำนวน 17,000 บาท และจังหวัดได้อนุมัติงบประมาณ 30,000 บาทต่อหลัง ในการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับชุมชนชาวมอแกน ตลอดเดือนมีนาคมที่ผ่านมาทหารได้เป็นแกนหลักร่วมกับชาวบ้านก่อสร้างบ้านทั้งหมดจนแล้วเสร็จ ขณะนี้ชาวบ้านจึงมีที่อยู่เรียบร้อยแล้ว


     อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุ มูลนิธิชุมชนไท ร่วมกับเครือข่ายชาวเล ได้มีส่วนร่วมเข้าฟื้นฟูในหลากหลายรูปแบบ เช่นการระดมเครื่องมือสร้างบ้าน จัดหาอุปกรณ์ดำน้ำ เหล็กยิงปลา เพื่อใช้หาปลาในการดำรงชีพ โดยการทำงานผ่านคณะกรรมการชุมชน

    ทั้งนี้ยังพบข้อจำกัด เพื่อการประคองชีวิตช่วงมรสุม 6 เดือนของชาวมอแกนเกาะสุรินทร์ เพราะเงินทองที่เก็บไว้ใช้ในช่วงปิดเกาะนั่นไฟได้เผาไหม้ไปหมด ประกอบกับช่วงการก่อสร้างสร้างบ้าน ชาวมอแกนก็มีเพียงบางส่วนที่ทำงานลูกจ้างอุทยาน และบริษัทนำเที่ยว ที่พอจะมีรายได้ประทังครอบครัว ขณะที่บางส่วนไม่สามารถหารายได้เพียงพอที่จะดำรงชีพในช่วงมรสุม


     ทาง www.taejai.com ร่วมกับมูลนิธิชุมชนไท,เครือข่ายชาวเล และสำนักข่าวชายขอบ จึงจัดระดมทุนเพื่อช่วยเหลือให้พวกเขาสามารถพยุงชีวิต ครอบครัว ให้ผ่านช่วงมรสุม ปีนี้ไปให้ได้ก่อน. นั่นคือการจัดหาข้าวสาร บ้านละ 3 กระสอบ (ประมาณ 150 กก.) หอม กะเทียม น้ำมัน น้ำปลา กะปิ พริก มีด เขียง ครก มีดพร้า. และอื่นๆ ตามที่จำเป็น สำหรับสมาชิกมอแกนเกาะสุรินทร์ 81 ครอบครัวอย่างเท่าๆกัน โดยทีมงานทั้งหมดจะลงไปบริจาคของทั้งหมด ในวันที่ 28 เมษายน 62 ตามกำหนดการนี้

    รายงานการเงิน

    เนื่องจากตอนที่ระดมทุนได้กำหนดค่าข้าวสารและค่าขนเฉลี่ยไว้ที่ 1500 ต่อกระสอบ แต่เมื่อจัดซื้อจริง ได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าของกิจกรรมให้ในราคาทุนและค่าเรือนั่นได้ความอนุเคราะห์จากอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสุรินทร์ที่ให้สนับสนุนแค่ค่าน้ำมันเท่านั้น ทำให้งบประมาณเหลือพอที่จะซื้อเสบียงและอื่นๆเพิ่มเติม เช่น ครก, มีด, กะปิ, เกลือ, น้ำตาล, พริกแห้ง, กระเทียม, น้ำตาล และน้ำมันพืช

    อนึ่ง สำหรับหน้ามรสุมหรือวันปิดเกาะ จะอยู่ในช่วงวันที่ 16 พ.ค.-16 พ.ย. ของทุกปี


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > กิจกรรมวันสากลตระหนักถึงตัวตนคนข้ามเพศ

    ขอบคุณการสนับสนุนกิจกรรมวันสากลตระหนักถึงตัวตนคนข้ามเพศ

    11 เมษายน 2019

    ตามที่ทุกท่านให้การสนับสนุนจัดกิจกรรมวันสากลตระหนักถึงตัวตนคนข้ามเพศ (International Transgender Day of Visibility: #TDOV2019Thailand) จัดขึ้นวันที่ 31 มีนาคม 2562 สถานที่ มณเฑียรมอลล์ อาคารลายไทย โรงแรม มณเฑียร สุรวงศ์ กิจกรรมได้เสร็จสิ้นลงอย่างน่าประทับใจ มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 300 คน ทำให้เกิดการตระหนักถึงคนข้ามเพศอย่างเหมาะสมผ่านกิจกรรมต่างๆ ภายในงานและทำให้เกิดการรับรู้ประเด็นทางสังคม เช่น การจ้างงานเท่าเทียม กระตุ้นการรับรองเพศ และภาคีเพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมเท่าเทียม 

    ภาพประกอบ

    ภาพการแสดงผลงานนาฏยศิลป์สร้างสรรค์


    ทีมงานขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมทุกภาคส่วน

    • สื่อหลัก - เผยแพร่ข่าวสาร: รายการไทยบันเทิง ThaiPBS
    • สื่อทางเลือก - เผยแพร่ข่าวสาร : เพจสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย, เพจ Miss Queen Rainbow Sky, มูลนิธิสวิง, บีวิซิเบิลเอเชีย, PRISM แมกกาซีนออนไลน์, เพจ “ต่างก็ดี” ฯลฯ
    • ภาครัฐ : กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่งตัวแทนร่วมกล่าวเปิดงาน แสดงจุดยืน เกี่ยวกับ พรบ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศ และสนใจร่วมมือทำงานเพื่อชุมชนคนข้ามเพศ และประเด็นความหลากหลายทางเพศ 
    • องค์กรพัฒนาเอกชน - เข้าร่วมจัด และร่วมกิจกรรม : สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย, มูลนิธิสวิง, องค์กรพิ้งค์มังกี้ ลพบุรี, บีวิซิเบิลเอเชีย, เทใจดอทคอม, ทรานส์สไปเรชั่น พาวเวอร์ ฯลฯ
    • ภาคธุรกิจ - ร่วมสนับสนุน และร่วมกิจกรรม : Hardcover Book และ Gender Station, Swensen’s ไอศกรีม และ Pherone อาหารเสริม  

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของโครงการได้ที่ https://www.facebook.com/tdovthailand


    ขอบคุณภาพ : Shane Suvikapakornkul และ Vittavat Kornmaneeroj

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > น้อง(มอง)ชัดพี่ชอบ(ใจ)

    มอบแว่นตาและอุปกรณ์กีฬาให้น้อง รร.วัดหน่อสุวรรรณ

    10 เมษายน 2019

    ทางกลุ่มได้ดำเนินการระดมทุนการวัดสายตาประกอบแว่น และจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ให้แก่นักเรียนโรงเรียนวัดหน่อสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมาได้รับเงินบริจาคทั้งหมดจากทุกท่านทั้งผ่านการระดมทุนจากทางเว็บไซต์เทใจ และเงินบริจาคส่วนหนึ่งที่ทางกลุ่มได้จากการออกไประดมทุนตามสถานที่ต่างๆ ตามสถานีรถไฟฟ้าสีลม และสาธร

    ตลอดโครงการสามารถระดมทุนได้เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 14,490 บาท โดยทางกลุ่มได้นำเงินบริจาคทั้งหมดเปลี่ยนเป็นค่าใช้จ่ายในการตัดแว่น จำนวน10 อัน เป็นจำนวนเงิน 8,000 บาท ซื้ออุปกรณ์กีฬา ลูกวอลเลย์ 2 ลูก, ตะกร้อ 2 ลูก, ไม้แบต 2 ชุด, ลูกแบต 1 หลอด และลูกฟุตบอล 3 ลูก รวมเป็นเงิน 3,296 บาท ค่าฮูปราฮูป 550 บาท รวมทั้งยังสามารถนำเงินบริจาคส่วนหนึ่งไปจัดซื้อพิซซ่ามื้อพิเศษเป็นอาหารกลางวันให้น้องๆ จำนวน 70 คน ทางกลุ่มทราบมาว่าน้องๆ ยังไม่เคยได้มีโอกาสในการรับประทานพิซซ่าเห็นเพียงโฆษณาในทีวีเท่านั้น ซึ่งพิซซ่าเป็นอาหารที่พวกเราสามารถหาซื้อได้โดยง่าย แต่ทำให้น้องๆ มีความตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้ทานพิซซ่า ค่าใช้จ่ายในการซื้อพิซซ่าเป็นเงิน 3,143 บาท และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ค่าน้ำมัน 730 บาท ค่าทางด่วน 60 บาท รวมค่าใช้จ่ายตลอดโครงการรวมทั้งสิ้น 15,779 บาท และส่งมอบให้แก่น้องๆ ในวันที่ 14 มีนาคม 2562

    ภาพกิจกรรม

    มอบอุปกรณ์กีฬาให้กับน้องๆ

    ช่างตัดแว่นสายตากาลังวัดสายตาให้กับน้องๆ

    ช่างกำลังวัดค่าสายตาให้กับน้อง

    อุปกรณ์ในการตัดแว่น

    มอบแว่นสายตาให้กับน้องๆ

    รอยยิ้มแห่งความสุข เลี้ยงอาหารกลางวันมื้อพิเศษให้กับน้องๆ พิซซ่า

    ความประทับใจ


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > กองทุนรักษาโรคลิ่มเลือดสมองอุดตัน

    ผ่าตัดรักษาลิ่มเลือดสมองอุดตันสำเร็จแล้ว 2 เคส

    3 เมษายน 2019

    วันนี้เราได้ 2 ผู้รอดชีวิตและยังรอดพ้นจากความพิการจากการกองทุนรักษาโรคลิ่มเลือดสมองอุดตัน โดยมี นพ.เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์เขตสุขภาพ ที่ 6 กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และนพ.มกร ลิ้มอุดมพร ปประธาน service plan สาขาโรคหลอดเลือดสมองเขตบริการสุขภาพที่ 6 ได้ริเริ่มโครงการนี้

    ภาพประกอบ

    คุณหมอบรรยาย โครงการกองทุนรักษาโรคลิ่มเลือดสมองอุดตัน



    มอบเงินรักษาพยาบาล

    ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษา

    เคสที่ 1 ส่งต่อจากโรงพยาบาลบางละมุง จ.ชลบุรี

    ผู้ป่วยเพศหญิง อายุ 88 ปี ถูกส่งมายังโรงพยาบาลด้วยการอาการแขนขาด้านขวาอ่อนแรงยกไม่ได้ มีอาการซึมลง 30 นาทีก่อน แพทย์จากรพ.บางละมุง วินิจฉัยเป็นเส้นเลือดสมองใหญ่ด้านซ้ายอุดตัน ได้รับยาสลายลิ่มเลือด แต่อาการไม่ดีขึ้น และไม่สามารถหายใจเองได้ จึงต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และส่งต่อมารรักษาตัวที่สถาบันประสาท เพื่อรักษาด้วยวิธีใส่สายสวนหลอดเลือด โดยแพทย์จากสถาบันประสาทใช้เวลาในการผ่าตัด 50 นาที
    อาการหลังผ่าตัด : ผู้ป่วยมีอาการที่ตื่นมากขึ้น สามารถเอาท่อช่วยหายใจออกและหายใจได้เอง อีก 2 วันต่อมา แขนขาด้านขวายังอ่อนแรงแต่เริ่มขยับได้ ผู้ป่วยอยู่พักฟื้นในสถาบันประสาทวิทยาประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นส่งกลับเพื่อกายภาพบำบัดต่อที่โรงพยาบาลบางละมุง

    เคสที่ 2 ส่งต่อจากโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ

    ผู้ป่วยเพศหญิง 65 ปี มีอาการแขนขาด้านขวาอ่อนแรงและพูดไม่ได้ เข้ารักษารพ.เปาโลสมุทรปราการ แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเส้นเลือดสมองใหญ่ด้านซ้ายอุดตัน ได้รับยาสลายลิ่มเลือด แต่อาการไม่ดีขึ้น และไม่สามารถพูดได้ ฟังไม่เข้าใจความหมาย จึงส่งต่อมารักษาตัวที่สถาบันประสาทวิทยา เพื่อรักษาด้วยวิธีใส่สายสวนหลอดเลือด โดยใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 40 นาที
    อาการหลังผ่าตัด : ผู้ป่วยรู้ตัวดี พูดและฟังเข้าใจได้ แขนขาด้านขวายังมีอาการอ่อนแรงเล็กน้อย จึงให้ทำกายภาพบำบัดประมาณ 1 สัปดาห์ ปัจจุบันอาการใกล้เคียงเป็นปกติ

    ผู้ป่วยทั้งสองเคสใช้สิทธิบัตรทองในการรักษาพยาบาล เนื่องจากการรักษาชนิดสายสวนหลอดเลือดไม่สามารถเบิกได้ตามหลักเกณฑ์กองทุนประกันสุขภาพ จึงทำให้ผู้ป่วยจ่ายได้บางส่วน และกองทุนรักษาโรคลิ่มเลือดร่วมสมทบค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 249,320 บาท 

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > เยียวยาเด็กที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนใต้

    มอบทุนการศึกษาให้เด็กลูกเหรียง

    29 มีนาคม 2019

    กิจกรรมมอบทุนการศึกษา “เด็กทุนลูกเหรียง” ประจำปีการศึกษา 2561 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ 2561 ณ ลานกิจกรรมบ้านลูกเหรียง ซึ่งเด็กบ้านลูกเหรียงเป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ (จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ) ที่อยู่ภายใต้โครงการ “เด็กทุนลูกเหรียง”

    โดยยอดบริจาคที่ได้รับสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีผ่านการระดมทุนทางเว็บไซต์เทใจ ช่วยส่งผลให้เป็นเหมือนพลังและกำลังใจสำคัญที่ทำให้เด็กๆ เยาวชนบ้านลูกเหรียง จำนวน 84 คน มีสภาพจิตใจ และพัฒนาการการเรียนดีขึ้น ได้เติบโตเป็นคนดีช่วยเหลือสังคม และเป็นพลังสำคัญให้การพัฒนาบ้านเมือง และประเทศของเรา ได้กลับคืนสู่สันติสุขโดยเร็ว เพราะเด็กทุนลูกเหรียงได้เรียนรู้ว่าการเป็นเด็กกำพร้า ถือเป็นโจทย์ชีวิตที่ยาก แต่จะยากยิ่งกว่าถ้าเรายอมแพ้ และไม่กล้าที่จะเริ่มต้นก้าวไปข้างหน้า ดังนั้นกลุ่มลูกเหรียงจึงมุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนที่ต้องพึ่งพาตนเอง พร้อมพัฒนาตนเองให้เข้มแข็ง เปลี่ยนจากมือบนเป็นมือล่าง และช่วยดูแลเด็กเยาวชนคนอื่นๆ ให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาบ้านของเราต่อไปในอนาคต

    ภาพกิจกรรม

    เด็กๆ ลงทะเบียนก่อนเข้าร่วมกิจกรรม

    กิจกรรมอัพเดตชีวิตฉันพี่น้อง แลกกันเล่าเรื่องราวที่ไม่ได้เจอกัน 3 เดือน

    เล่าเรื่องราวชีวิตให้กับพี่บ้านลูกเหรียง

    ละลายพฤติกรรมโดยกระบวนการเล่นเกมส์เป็นกลุ่ม


    มอบทุนการศึกษาให้เด็กๆ

    ผู้ใหญ่ใจดีในพื้นทีมอบออมกอดที่อบอุ่นที่สร้างพลัง กำลังใจ ให้กับเด็กๆ

    เด็กทุนลูกเหรียงร่วมร้องเพลงแทนคำขอบคุณผู้ใหญ่ที่มาร่วมงาน

    ความประทับใจจากเด็กบ้านลูกเหรียง





    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > Smart Patrol เทคโนโลยีปกป้องป่าและสัตว์ป่า

    ส่งมอบชุด Smart Patrol ให้ผู้พิทักษ์ป่า ครั้งที่ 1

    25 มีนาคม 2019

    ป่าและสัตว์ป่าใน 3 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กำลังจะได้รับการปกป้องอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น! ทางโครงการขอขอบคุณผู้ร่วมลงขันทุกท่านที่ทำให้มอบชุด Smart Patrol 3 ชุดแรกได้สำเร็จ

    เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 โครงการ Smart Patrol เทคโนโลยีปกป้องป่าและสัตว์ป่า ได้นำเงินที่ได้จากการระดมทุนจากเว็บไซต์ taejai.com ไปจัดซื้ออุปกรณ์ Smart Patrol 3 ชุด และนำไปส่งมอบให้ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีรองอธิบดีจงคล้าย เป็นตัวแทนผู้พิทักษ์ป่าในการรับมอบ และมีผู้ส่งมอบ นพ.มล.ทยา กิติยากร (เจ้าของโครงการ) คุณสรชน (ผู้บริจาค) แฟนคลับคุณเป๊ก ผลิตโชค (ผู้บริจาค) และเทใจ ไปร่วมมอบในครั้งนี้

    ชุด Smart Patrol นี้เป็นอุปกรณ์จำเป็นที่ช่วยผู้พิทักษ์ป่าเดินลาดตระเวนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่ง 3 ชุดที่เรามอบในครั้งนี้ จะนำไปให้ผู้พิทักษ์ป่า 3 ทีม ใน 3 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

    1. 
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด จ.พัทลุง

    2. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย

    3. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ

    ขณะนี้ทางโครงการยังเปิดรับบริจาคอยู่ เพื่อที่จะช่วยผู้พิทักษ์ป่าเพิ่มอีก 34 ทีม ทุกท่านสามารถร่วมบริจาคเพื่อช่วยผู้พิทักษ์ป่าดูแลป่าได้ที่ https://taejai.com/th/d/smartpatrol

    เพิ่มเติม : สำหรับบริษัทหรือองค์กร ที่บริจาคครบชุด 57,000 บาท และต้องการลงพื้นที่ไปมอบด้วยตัวเอง ติดต่อได้ที่ info@taejai.com หรือโทร. 098-615-5885

    อ่านต่อ