ความเคลื่อนไหว

  • ความคืบหน้าโครงการ > นาแลกป่า - ทางออกที่ยั่งยืนในการฟื้นฟูป่า

    ได้ป่าคืนแล้ว 12 ไร่

    20 เมษายน 2018

    นาแลกป่า สามารถนำป่ากลับมาได้อย่างไร


    โครงการนาแลกป่าจึงสามารถแก้ปัญหาการลดจำนวนของป่าน่านอย่างเป็นระบบ โดยมีกลยุทธ์ในการคืนผืนป่า 3 กลยุทธ์ ตามความต้องการของเกษตรกรแต่ละราย ได้แก่


    1.ขุดนาแลกป่า 


        เพื่อเกษตรกรสามารถปลูกข้าวและทำเกษตรปราณีต โดยมีการสนับสนุนต้นกล้า เมล็ดพันธุ์ กลไกการตลาดและองค์ความรู้ต่างๆด้วย


    2.สร้างแหล่งน้ำแลกป่า 


        เพื่อให้ชาวบ้านสามารถปลูกไม้ผลและทำเกษตร ให้มีรายได้ตลอดทั้งปี


    3.อาชีพทางเลือกแลกป่า 


        เช่น การปลูกถั่วลิสง โดยมีการฝึกทักษะ ให้คำปรึกษาและประสานงานกับบริษัทที่สามารถรับซื้อผลผลิตแน่นอน


    เมื่อต้นปีทางเทใจได้โอนเงินงวดแรกเพื่อให้โครงการได้เริ่มดำเนินการ กระบวนการขุดสระแลกป่า ในพื้นที่ตำบลเมืองจัง โดยเรามีนาย

    เสนียร อภัยรุณ เกษตรกรที่คืนพื้นที่จำนวน 12 ไร่ เพื่อดำเนินการขุดสระน้ำสำหรับการเกษตร โดยแต่เดิมนายเสนียร อภัยรุณ ครอบครองอยู่ ทั้งสิ้น จำนวน 22 ไร่ และทำการเกษตรซึ่งเป็นพืชเชิงเดียวหรือข้าวโพดนั้น ที่ผ่านมาไม่สามารถทำให้มีรายได้ที่สามารถประครองชีพวิชิตตนและครอบครัวได้


    นายเสนียร อภัยรุณ จึงได้เข้าร่วมโครงการนาแลกป่า โดยเลือกดำเนินการในส่วนที่เป็น “กระบวนการขุดสระแลกป่า” โดยเสนอให้คณะทำงานไปลงสำหรับพื้นที่ในการขุดสระ บริเวณใกล้ที่อยู่อาศัย และคืนพื้นที่ทำกินที่เป็นบริเวณป่า จำนวน 12 ไร่ และที่เหลือยังขอเก็บไว้ทำการเกษตรต่อเนื่องจากตนเองมีเพียงแปลงเดียวเท่านั้น


    คณะทำงานจึงสำรวจและรางวัดพื้นที่ที่พร้อมจะคืนให้เป็นพื้นที่ป่า จำนวน 12 ไร่ และสำรวจพื้นที่ในการขุดสระ มีเนื้อที่โดยรวมประมาณ 3 งาน โดยได้มีการขุดดำเนินการเรียบร้อยแล้ว


    ระยะแรกหลังจากการขุดสระแล้ว ส่งผลให้สามารถปรับเปลี่ยนอาชีพได้ ทำการปลูกพืชผักสวนครัวเองได้ ลดรายจ่าย สามารถประกอบการเกษตรได้เป็นระยะเวลาจำนวนเดือนที่นานขึ้น อาทิเช่น เคยทำการเกษตรได้เพียง 4 เดือน/ปี แต่ปัจจุบันสามารถทำการเกษตรได้ 6-7 เดือน/ปี เพิ่มรายได้มากขึ้น มีวิถีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในสระก็ยังสามารถเลี้ยงปลาเพื่อจำหน่ายได้


    ส่วนของปี 2561 ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาระดับน้ำในบ่อลดลงเป็นอย่างมาก ตัวเกษตรก็มีความวิตกกังวัลว่าสระที่ดำเนินการขุดมาจะปีนี้จะไม่สามารถกักกับน้ำได้เท่าที่ควร งบประมาณที่ใช้ ค่าจ้างเหมาะในการปรับหน้าดิน และขุดสระน้ำ พร้อมทั้งข่นดินออกจากพื้นที่ เป็นจำนวนเงินทั้งสิน 60,000 บาทถ้วน 

    ขุดสระแลกป่า

    12 ไร่บริเวณนี้เพื่อคนไทยทุกคน

    เสนียร อภัยรุณ เกษตรกรที่คืนพื้นที่จำนวน 12 ไร่ เพื่อดำเนินการขุดสระน้ำสำหรับการเกษตร 

    ปลูกพืชผสมผสานจะทำให้มีรายได้มากขึ้น


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > แลกป่าเมืองน่าน

    ผลการทำงานแลกป่าเมืองน่าน

    20 เมษายน 2018

    นาแลกป่า เป็นหนึ่งในความเพียรพยายามในการฟื้นฟูป่ากลับคืนสู่ธรรมชาติ โดยเน้นกระบวนการและแนวคิดในการจัดการความสัมพันธ์ทางสังคมที่มีในบริบทของชุมชนดั้งเดิม นำกลับมารื้อฟื้น และยกระดับความคิดของประชาชนในพื้นที่ โดยมีเป้าหมาย “การคืนฝืนป่า” และการสร้างสร้างทางเลือกด้านอาชีพ ด้านความมั่นคงสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่

    พื้นที่นำร่องอยู่ใน ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง  จังหวัดน่าน  ประกอบด้วย 11 หมู่บ้าน จำนวนประชากร 5,994 คน หรือ 2,024 ครัวเรือน เป็นชุมชนที่มีพร้อม ทั้งในแง่ของ ผู้นำชุมชน ทุนทางสังคม ทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงเป็นพื้นที่ ที่มีลักษณะทางภูมิกายภาพที่ติดกับแม่น้ำน่าน

    สาเหตุสำคัญคือการขยายพื้นที่ทำการเกษตรจากประชากรที่เพิ่มขึ้นและความต้องการรายได้เพื่อให้เพียงพอกับรายจ่ายและหนี้สินของครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น และตำบลเมืองจังเองก็เป็นหนึ่งในหลายพื้นที่ที่เผชิญกับสถานการณ์การลดลงของพื้นที่ป่า จากปี พ.ศ. 2530 มีพื้นที่ป่า 29,485.24 ไร่ ปี พ.ศ.2556 มีพื้นที่ป่าเหลือเพียง 17,974.52 ไร่

    จากวิกฤต “โครงการนาแลกป่า”มองว่าต้นเหตุปัญหาคือการขาดพื้นที่ในการปลูกข้าว จึงเป็นที่มาของโครงการนาแลกป่า เพื่อที่ชาวบ้านจะได้มีพื้นที่นาในการเพาะปลูกข้าวตามฤดูกาล

    ที่ผ่านมาปี 2559 - 2560 ภายใต้โครงการการขับเคลื่อนโครงการนี้ มีจำนวนหมู่บ้านที่เราดำเนินการในพื้นที่ 8 หมู่บ้าน ได้แก่

    1.บ้านหาดเค็ด หมู่ 1

    2.บ้านเมืองจังเหนือ หมู่ 5

    3.บ้านสบยาว หมู่ 7

    4.บ้านใหม่สามัคคี หมู่ 9

    5.บ้านเมืองจังใต้ หมู่ 2

    6.บ้านหาดผาขน หมู่ 3

    7.บ้านเมืองหลวง หมู่ 4

    8.บ้านราษฏรสามัคคี หมู่ 8

    เป้าหมายในการดำเนินการครั้งนี้ภายใต้กรอบแนวคิด “น้ำแลกป่า” ซึ่งการฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำได้ยึดหลักการตามแนวพระราชดำริที่ว่า “...การที่จะมีต้นน้ำลำธารไปชั่วกาลนานนั้นสำคัญอยู่ที่การรักษาป่าและปลูกป่าบริเวณต้นน้ำ...” ดังนั้น สิ่งสำคัญในลำดับแรก คือ การฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำลำธารให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ ตามแนวพระราชดำริ ทฤษฏีการพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ โดยการใช้ทรัพยากรที่เอื้ออำนวยและสัมพันธ์ซึ่งกันและกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด

    โดย“น้ำแลกป่า” ได้นำร่อง 2 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านเมืองหลวง หมู่ 4 และบ้านราษฏรสามัคคี หมู่ 8 หากสามารถดำเนินการตามเป้าหมายตั้งไว้ จะทำให้เกิดนิเวศใหญ่ของการประกอบอาชีพทางเกษตรกร ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลเมืองจังได้รับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นที่ที่เป็นระบบน้ำเพื่อการเกษตร จำนวนถึง 367 ครัวเรือน ประมาณการที่ 7,240 ไร่ ดังแผนภาพต่อไปนี้

    หลังจากการดำเนินการจนได้ระบบน้ำเพื่อการเกษตรแล้ว กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากการดำเนินการภายใต้ระบบน้ำดังกล่าวยินดีที่จะคืนพื้นที่ทำกินบางส่วนให้สามารถปลูกกลับคืนเป็นพื้นที่ป่าสูงๆ ได้ ซึ่งในพื้นที่ บ้านเมืองหลวง ประมาณการพื้นที่ได้รับคืนเป็นป่า จำนวน 109 ไร่ และในพื้นที่ บ้านราษฏรสามัคคี ประมาณการพื้นที่ได้รับคืนเป็นป่า จำนวน 153 ไร่ ทั้งนี้อยู่ในกระบวนการของการเจรจาระหว่างผู้นำชุมชนกับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ เพราะกลุ่มเกษตรกรบางรายยังไม่เชื่อมั่นในกระบวนการที่จะสามารถสร้างระบบน้ำในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ภูเขา พื้นที่ที่ราบสูงได้ จึงไม่กล้าที่จะแลกเปลี่ยนผลต่างตอบแทนใดๆ แต่กระนั้นเกษตรกรบางรายก็ยินดีที่จะลดพื้นที่ทำกินของตนเองลง เมื่อมีระบบน้ำที่ดีได้ และสร้างมาเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรรมได้ตลอดทั้งปี

                            บ้านเมืองหลวง หมู่ 4                                                                                 บ้านราษฏรสามัคคี หมู่ 8 


    ในเบื้องต้นเนื่องจากพื้นที่ที่เราจะเข้าไปดำเนินการเป็นเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่น้ำน่าน ฝั่งตะวันออกตอนใต้ ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินการขออนุญาตุในการเข้าไปใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้ ส่งผลให้การดำเนินการมีความล่าช้าใน ณ เวลาขณะนั้น ซึ่งปัจจุบันมีการอนุญาตุให้ดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าวได้ เป็นพื้นที่สำหรับการขุดและวางระบบน้ำเพื่อการเกษตร เป็นพื้นที่จำนวนทั้งสิ้น จำนวน 5-2-322 ไร่ เพื่อดำเนินการก่อสร้างตามเป้าหมาย ได้แก่

    1. ก่อสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้นขนาด 10x12 เมตร จำนวน 2 ตัว

    2. ก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำขนาด นิ้ว ระยะทางประมาณ 8,200 เมตร

    3. ก่อสร้างถังพักน้ำขนาด 20 x 10 เมตร ขนาดความจุ 800 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 2 ถัง

    4. ก่อสร้างถังพักน้ำขนาด 4 x 2 เมตร ขนาดความจุ 50 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 11 ถัง

    ทั้งนี้ในการดำเนินการที่แล้วเสร็จไปเบื้องต้น เป็นการดำเนินการใน ระยะแรก คือ กระบวนการทำถังพักน้ำ ในพื้นที่เป้าหมายทั้ง 2 หมู่บ้าน (ตามข้อ 3 และข้อ 4)

    ภาพการดำเนินการ

    สำรวจแปลงเกษตรโดยใช้ GPS

    สำรวจพื้นที่ทำถังพัก

    เริ่มขุดถังพัก

    ติดตั้งฐานถังพักป้องกันน้ำรั่ว

    น้ำในนี้จะแลกป่าน่าน

    ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนในการแลกป่าให้คืนสู่ประเทศไทย

    รายงานการใช้เงินงบประมาณ ภายใต้โครงการครั้งนี้

    1. กระบวนการจำแนกพื้นที่ทำกิน พื้นที่เขตป่าสงวน ด้วยระบบข้อมูลด้านระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ให้มีความชัดเจน เชื่อถือได้ และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง โดยมีการออกจับพิกัดรายแปลงของพื้นที่ทำกินของเกษตรกรในพื้นที่หมู่ 4 และ หมู่ 8 จำนวน 367 แปลง เป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท

    2. กระบวนการขุดสระ พร้อมปรับพื้นที่หน้าดิน เพื่อก่อสร้างถังพักน้ำขนาด 20 x 10 เมตร ขนาดความจุ 800 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 2 ถัง เป็นจำนวนเงิน 130,000 บาท

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > สร้างโรงอาหารชุมชนบ้านสวนอ้อย

    โรงอาหารชุมชนบ้านสวนอ้อยใช้ประโยชน์ได้แล้ว

    16 เมษายน 2018

    วันนี้ทางเทใจขอนำความคืบหน้าโครงการโรงอาหารชุมชนบ้านสวนอ้อย มาอัพเดทให้ทุกท่านได้ทราบความก้าวหน้ากัน

    หลังจากที่ทางชุมชนบ้านสวนอ้อยได้มีการระดมทุนในการก่อสร้างโรงอาหารชุมชน เพื่อใช้ในกิจกรรมพัฒฯเด็กและเยาวชนของชุมชนทั้งกิจกรรมต่างๆของทางชุมชนด้วย หลังจากมีการระดมทุน ทางชุมชนบ้านสวนอ้อยได้มีการเริ่มสร้างโรงอาหารชุมชน ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่าน (2560) โดยใช้ร่วมมือของคนในชุมชนและจากการสนับสนุนของโครงการเทใจ 

    วันนี้ได้มีการสร้างโรงอาหารชุมชนเสร็จไปแล้วกว่า 70 %  แม้ตอนนี้จะยังไม่เสร็จ 100 %  แต่ก็ได้ใช้ประโยชน์จากการสร้างโรงอาหารชุมชนแล้ว โดยทุกครั้งที่มีการจัดกิจกรรมก็จะใช้โรงอาหารชุมชนนี้ 

    ทางโครงการคาดว่าโรงอาหารจะสำเร็จสมบูรณ์ประมาณพฤษภาคม 2561 นี้ 

     บรรยายภาพ : เยาวชนได้มีส่วนร่วมในการก่อสร้างด้วย

    บรรยายภาพ : โรงอาหารชุมชนของเราสร้างด้วยใจ



    บรรยายภาพ : เสร็จไปแล้วประมาณ 70 % เริ่มใช้ประชุมได้


    บรรยายภาพ : ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่ร่วมบริจาคผ่านทางเทใจดอทคอม


    บรรยายภาพ : พวกผมกินอาหารแบบสุขลักษณะกันครับ!

    วันนี้สิ่งที่ชุมชนได้รับและประโยชน์จากการสร้างโรงอาหารชุมชน

    1.ชุมชนมีความสามัคคี มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว

    2.ชุมชุนเห็นความสำคัญของการพัฒนาเด็กและชุมชนของตนเอง

    3.เด็กและเยาวชนในชุมชุมชนบ้านสวนอ้อยมีโรงอาหารที่ถูกสุขอนามัย ใช้รับประทานอาหาร 

    4.ชาวบ้านชุมชนบ้านสวนอ้อยสามารถเข้ามาใช้บริการโรงอาหารของชุมชนในกิจกรรมต่างๆของชุมชน  

    5.เด็กและเยาวชนมีความสุขในการมาร่วมกิจกรรมกับศูนย์พัฒนาเด็กและเยาวชนของชุมชน         

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > 1 Help 1 Life : น้ำสะอาดให้น้องดื่ม

    เครื่องกรองน้ำและยังทำน้ำเย็นได้ด้วย

    11 เมษายน 2018

    หลังจากที่เทใจดอทคอมได้เปิดพื้นที่ให้โรงเรียนวัดคลองห้า สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต2 ได้ใช้พื้นที่กลางนี้ในการระดมทุนจัดซื้อเครื่องกรองน้ำสะอาดให้เด็กในโรงเรียนได้ดื่มและใช้ประโยชน์กันนั้น

    ทางโรงเรียนได้ดำเนินการจัดซื้อเครื่องทำน้ำเย็น และเครื่องกรองน้ำเพิ่มเติม โดยเงินจากโครงการ 1 Help 1 Life เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 และดำเนินการติดตั้งแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    โรงเรียนได้ใช้เครื่องทำน้ำเย็น เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 จนถึงปัจจุบันการใช้งานเป็นไปอย่างดีได้รับคำชื่นชมจาก นักเรียน ครู บุคลากร และประชาชนทั่วไปที่เข้ามารับบริการจากทางโรงเรียน ได้รับความสะดวกและปลอดภัย จากการดื่มน้ำที่สะอาดผ่านเครื่องกรองนี้

    สิบเอกบุญรัตน์ มงคล ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดคลองห้า “เป็นโครงการที่มีประโยชน์มาก สำหรับ โรงเรียนที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้โรงเรียนสามารถดำเนินการจัดหาน้ำดื่มสะอาดให้กับนักเรียนเพียงพอกับความต้องการ”

    - เด็กหญิงจิราพร แพรสีเขียว นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่2 “หนูชอบมากเลยค่ะ ได้ดื่มน้ำเย็น สะอาดและปลอดภัย”

    - เด็กชายธีรดนย์ เสกประโคน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่4 “ผมกลับบ้านค่อนข้างเย็นชอบเล่นกีฬา อยู่กับเพื่อนที่โรงเรียน หลังเล่น ได้ดื่มน้ำเย็น ชอบมากครับ” 

    เครื่องทำน้ำเย็นติดตั้งบริเวณอาคารมุทิตา

    พวกเราดีใจมีน้ำสะอาดไว้ดื่ม

    นักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.หนองโรง ได้ใช้บริการเครื่องทำน้ำเย็น

    ชื่นใจจริงๆค่ะ


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > Audio Theatre เพื่อคนตาบอด

    ส่งมอบหนังสือเสียงให้คนตาบอด

    11 เมษายน 2018

    จุดเริ่มต้นโครงการ

     Thong Lor Art Space และ The Blind Theatre Thailand เป็นสององค์กรที่มีความสนใจในศาสตร์ ละครเวที และเห็นคุณค่าของละครเวทีว่าเป็นสื่อที่สามารถสร้างความบันเทิงให้ผู้ชมไปพร้อมๆ กับการ แทรกแนวคิด ประเด็นต่างๆ จึงต้องการให้คนตาบอดมีโอกาสเข้าถึง และสัมผัสละครเวทีเช่นเดียวกับคนทั่วไป เพราะในที่สุดแล้ว การมองไม่เห็นไม่ควรเป็นข้อจำกัด ที่ทำให้คนคนหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงละครเวทีได้ 

    Audio Theatre for the blind จึงเกิดขึ้นจากความร่วมมือของทั้งสององค์กร เพื่อผลิตละครเวที ในรูปแบบ ละครเวทีเสียง (คล้ายละครวิทยุ) เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้หนังสือเสียงสำหรับคนตาบอด


    เป้าหมายของเรา คือ การใช้บทละครเวทีสร้างเป็นหนังสือเสียง เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับประเภทหนังสือเสียง ที่คนตาบอดสามารถเข้าถึงได้ เราจัดกิจกรรมที่มีความแตกต่างจากการผลิตหนังสือเสียงทั่วๆ ไป เปลี่ยนจากการต่างคนต่างอัดเสียง ให้มาเป็นการอ่านร่วมกันในพื้นที่เดียวกัน และอาสาสมัครที่มาร่วมอ่านบทละครได้ฝึกทักษะการแสดงที่มีประโยชน์ต่อการออกเสียง การอ่านหนังสือเสียงให้ได้อรรถรสในโอกาสต่อไป


    ผลผลิตจากโครงการ

    ละครเวทีเสียง 4 เรื่อง (ความยาวเรื่องละประมาณ 30 นาที) ส่งมอบให้ทางห้องสมุดคนตาบอด มูลนิธิคนตาบอดไทย เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561

    โดยเมื่อช่วงเดือน ธันวาคม 2560:เราได้ จัด workshop ให้อาสาสมัครที่ผ่านการคัดเลือก 23 ท่าน ได้เข้าใจเกี่ยวกับบทละครและการแสดงเบื้องต้น / อัดเสียงจริงในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 9-10 และ 16-17 ธันวาคม 

    มกราคม-มีนาคม 2561: ตัดต่อคลิปเสียง/ ตรวจความเรียบร้อย/ จัดทำ package ประกอบด้วยกล่องซีดีและภาพปก/ ส่งมอบให้ห้องสมุดคนตาบอด มูลนิธิคนตาบอดไทย เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561

    เราขอนำภาพมาฝากกัน

    workshop เรียนรู้ศาสตร์ละครเวที


    เริ่มอัดเสียงวันแรก

    กลุ่มที่ 2 ก็มาช่วยกัน

    พวกเราจริงจังกันมาก

    หนังสือเสียง 4 เรื่องเสร็จแล้ว ดีใจมาก

    ส่งมอบแล้ว ขอให้ทุกคนมีความสุขและสนุกกับสิ่งนี้

    ขอบคุณมาก

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > The white room ค่ายวิทย์สุดสนุกแก่เด็กพื้นที่ห่างไกล

    ค่ายวิทยาศาสตร์ ที่รร.ประสานสามัคคีวิทยา

    11 เมษายน 2018

    ค่ายวิทยาศาสตร์จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 - 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ณ โรงเรียนประสานสามัคคีวิทยา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี มีเด็กนักเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 67 คน 

    กิจกรรมที่จัดขึ้น 5 ฐาน ประกอบด้วย Science Warm Up , เกลียดจัง....แยกกันที , ใส่เสื้อให้ไข่ , ต้มน้ำบันเทิง และสงครามปาหมอน 

    ภาพประกอบ

    การเตรียมงานวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

    พิธีเปิดกิจกรรม





    กิจกรรม Science Warm Up



    กิจกรรม Science Rally - เกลียดจัง....แยกกันที

    กิจกรรม Science Rally - ใส่เสื้อให้ไข่




    กิจกรรม Science Rally - ต้มน้ำบันเทิง


    กิจกรรม Science Rally - สงครามปาหมอน



    พิธีปิด



    ความประทับใจจากเด็กนักเรียนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม

    เด็กๆ ส่วนใหญ่บอกว่า มีความสนุก ได้รับความรู้ พี่ๆ สอนในสิ่งที่ไม่เคยรู้และเข้าใจง่าย ไม่เครียด มีการทดลองในฐานต่างๆ ทำให้เกิดความสามัคคี สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้และมีของรางวัลแจก อนาคตอยากให้มีกิจกรรมแบบนี้เกิดขึ้นอีก

    ความประทับใจจากคุณครู

    ทีมงาน The white room ได้เตรียมกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็กนักเรียนเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะฐานเกลียดจัง...แยกกันที เพราะเนื้อหาการทดลองของฐานมีความคล้ายคลึงกับสิ่งที่ครูสอนทำให้เด็กนักเรียนได้ทบทวนความรู้ ความเข้าใจไปในตัว ในส่วนของฐานต้มน้ำบันเทิงนั้น ทีมงานมีคำอธิบายที่ชัดเจน ทำให้เด็กนักเรียนเข้าใจในสิ่งที่พี่ๆ ต้องการนำเสอนออกมาได้อย่างดี ซึ่งครูได้ทดสอบการอธิบายของฐานนี้โดยให้เด็กๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมมาพูดอธิบายให้ครูฟัง และเด็กๆ ก็สามารถอธิบายได้ชัดเจน เข้าใจง่ายและไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับฐานสงครามปาหมอน เด็กนักเรียนสนุกกันมาก เพราะเป็นฐานที่เด็กนักเรียนได้ออกแรงเล่นอะไรสนุกๆ คลายเครียดจากฐานอื่นๆ ฐานต่อมาคือใส่เสื้อให้ไข่ ซึ่งเป็นฐานที่ได้เปิดความคิด ทำให้เด็กๆ ได้คิด กระตุ้นความสนใจของนักเรียนว่าควรจะทำอย่างไรดี ทำให้เกิดการวางแผนและทำงานร่วมกัน อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทางทีมงานควรปรับคือ พี่ๆ ที่รับหน้าที่เป็นพิธีกรควรพูดให้ช้าลงกว่านี้ และเป็นจังหวะ อาจเป็นพิธีกรครั้งแรกเลยกังวลจนพูดเร็วเกินไป คุณครูแนะนำให้พิธีกรสังเกตุสีหน้าเด็กๆ ว่าเข้าใจสิ่งที่เราสื่อออกมาหรือไม่ จากนั้นจึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยการยกตัวอย่างการกระทำ แสดงสิ่งที่เราบอกให้เด็กๆ ดู และควรนัดแนะกิจกรรมต่อไปให้เด็กๆ ว่ามีอะไร จะทำอะไรต่อไปแบบย้ำๆ เนื่องจากเด็กๆ ขี้ลืม

    จากกิจกรรมทั้งหมดคุณครูขอชื่นชมในการทำงานของพี่ๆ เนื่องด้วยเป็นครั้งแรกแต่ผลออกมาได้ดีมากๆ และน้องๆ ก็ชอบและสนุกไปกับกิจกรรมมที่จัดให้

    นางสาวญาณิศา กระจ่างเสน 
    อาจารย์โรงเรียนประสานสามัคคีวิทยา 

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > Young O Der สูงวัยยังไหวอยู่

    สูงวัยไหวแน่นอน

    10 เมษายน 2018

    เนื่องจากกลุ่มผู้สูงอายุมีกิจกรรมทางกายที่ลดลง มักจะไม่ค่อยได้ขยับเคลื่อนไหวร่างกายใน ชีวิตประจําวันมากนัก ประกอบกับมีแนวโน้มของโรคต่างๆ ที่เข้ามาเบียดเบียนผู้สูงอายุ เช่น โรคปวดข้อเข่า และโรคที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว, โรคเกี่ยวกับระบบความจํา และยังมีปัญหาด้านสุขภาพจิตที่เริ่มเป็นอีกหนึ่งปัญหาของผู้สูงอายุในประเทศไทย ทำให้การทำกิจกรรมทางกายรวมถึงการออกกำลังกายของผู้สูงอายุยิ่งเป็นไปได้ยากขึ้น โดยสถิติพบว่าในผู้สูงอายุมีการออกกําลัง เพียงแค่ 8%* (*หมายเหตุ : อ้างอิงจากสํานักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2554 และปี 2557) เครือข่ายพลเมืองสร้างสรรค์ (Creative Citizen) จึงชักชวนอาสาสมัครนักสร้างสรรค์หลากหลายภาคส่วน ผ่านทางโครงการปลุกพลังเปลี่ยนไทย อาทิเช่น ศิลปิน พีช ปณิชา เมธาวิชิตชัย, สตูดิโอบันทึกเสียง Madpuppet Studio, โปรดักส์ชั่นภาพวิดิโอ Mellowbit Production และ ครูสอนเต้น จากสถาบัน The Mind เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ Music Video เพลง ‘เต้นกันเถอะเรา’ เพื่อเป็นสื่อที่ชักชวนให้ผู้สูงอายุหันมาทำกิจกรรมทางกาย จำนวน 6 ท่า ซึ่งประยุกต์มาจากท่าทางในชีวิตประจำวัน เช่น ท่ากวาดได้กวาดดี, ยืนนั่งก็ขยับได้ และท่ารดน้ำต้นไม้ เป็นต้น โดยได้รับความอนุเคราะห์จากวงสุนทราภรณ์ที่อนุญาตให้ใช้เพลง ‘สุขกันเถอะเรา’ มาปรับเนื้อร้องและเรียบเรียงดนตรีใหม่ เพื่อสร้างความคุ้นเคยและให้ความรู้เรื่องการขยับร่างกายได้ง่ายๆทุกวัน และได้เทใจดอทคอมมาเป็นแนวร่วมระดมทุนในการจัดทำแผ่นซีดีเพื่อใช้แจกจ่ายให้ผู้สูงอายุทั่วประเทศ

    โดยมีความมุ่งหวังจะพัฒนาและส่งเสริมด้านสภาพร่างกาย สภาพจิตใจ และระบบความจําของผู้สูงอายุให้ดีขึ้น อีกทั้งมองเห็นโอกาสในการเชิญชวนกลุ่มผู้สูงอายุให้หันมามีกิจกรรมทางกายมากยิ่งขึ้น โดยจะทำการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์เพื่อให้คนรุ่นใหม่และผู้สูงอายุเข้าถึง และยังเป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ให้เน้นเฟ้นมากขึ้นด้วยการใช้สื่อนี้ทํากิจกรรมร่วมกันระหว่างคนในครอบครัวอีกด้วย
 โดยโครงการนี้จะประชาสัมพันธ์ 4 ช่องทางคือ

     1 ปล่อย Music Video ทางออนไลน์ โดยมี มีผู้เข้าถึง Music Video เพลง ‘เต้นกันเถอะเรา’ จำนวน 337,178 คน มีผู้ชม จำนวน 111,752 ครั้ง

     2 การลงพื้นที่รับอาสาสมัครวัยรุ่นร่วมเต้นกับผู้สูงอายุ ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ จ.ปทุมธานี 

     3 จัดทำชุดข้อมูลกิจกรรมทางกายที่ถูกต้องของผู้สูงวัยผ่าน www.facebook.com/inspiringthai

     4  จัดทํา Music Video ในรูปแบบ DVD ให้กับสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย จํานวน 1,000 แผ่น ผ่านเทใจดอทคอม ทางโครงการได้ส่งมอบแล้ว มีรายละเอียดดังนี้

             4.1 สมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย จำนวน 450  แผ่น

             4.2 ทางกรมกิจการผู้สูงอายุ 450   แผ่น

             4.3 มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ จำนวน 100 แผ่น

    เราขอนำภาพมาฝากค่ะ

    ส่งมอบไปเมื่อวัน 20 ธันวาคม 2560

    คำแนะนำทำไมผู้สูงอายุต้องขยับร่างกาย

    พาอาสาไปสอนผู้สูงอายุขยับร่างกาย

    เต้นเสร็จก็จะได้เหงื่อกันหน่อย


    มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุที่เชียงใหม่ได้ซีดีก็ชวนผู้สูงอายุมาขยับกัน

    ขอบคุณเทใจดอมคอมที่ทำให้ผู้สูงอายุมีซีดีกัน

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > มัลติพอยท์สื่อการสอนที่มาลบคำว่า “ขาดแคลน”

    นำ "มัลติพ้อยท์" เป็นสื่อการเรียนการสอน

    30 มีนาคม 2018

    คุณครูสมพงษ์ แสนสำโรง ผู้อำนวยการโรงเรียน และทีมงานได้ดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์ และออกแบบกิจกรรมให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างสนุกสนาน และจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนโรงเรียนหมู่บ้านสหกรณ์๒ ตำบลบ้านสหกรณ์ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่

    ภาพประกอบ

    คุณครูช่วยกันเตรียมอุปกรณ์สอนนักเรียน

    คุณครูใช้มัลติพ้อยท์ในการเรียนการสอน

    นักเรียนได้มีส่วนในการเรียนมากยิ่งขึ้น

    และนอกจากนั้นยังเปิดให้หน่วยงานต่างๆ ได้เข้ามาดูงานอย่างต่อเนื่อง เช่น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จังหวัดบึงกาฬ เป็นต้น และสามารถนำไปประกอบองค์ความรู้ในพื้นที่ของตนได้

    ความประทับใจจากเด็กๆ โรงเรียนหมู่บ้านสหกรณ์๒ ที่ได้รับโอกาส


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ปรับปรุงโรงเรียนบ้านป่าสน

    ค่ายปรับปรุงโรงเรียนบ้านป่าสน

    29 มีนาคม 2018

    ค่ายการเงินสัมพันธ์ ครั้งที่ 12 โดยนักศึกษาสาขาการเงินและการธนาคาร คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้ร่วมสร้างและพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ณ โรงเรียนบ้านป่าสน ตำบลโพนงาม อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี ในระหว่างวันที่ 21-23 ตุลาคม 2560 ด้วยการปรับปรุงสภาพโรงเรียน เช่น สร้างรั้วโรงเรียน ทางสีรั้วโรงเรียน ทาสีอาคารเรียน ทำฝ่ายห้องสมุดและห้องดนตรีไทย มอบจักรยาน และบริจาคทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ บริจาคอุปกรณ์กีฬาและอุปกรณ์การเรียน รวมถึงได้พัฒนาวัดของชุมชนบ้านป่าสน ด้วยการทำความสะอาดบริเวณวัดทั้งภายในและภายนอก นอกจากนี้กิจกรรมยังได้สร้างความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง และอาจารย์สาขาการเงินและการธนาคาร และนักเรียนและชาวบ้านชุมชนบ้านป่าสน และกิจกรรมภายในค่ายยังช่วยฝึกความอดทน ฝึกความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การฝึกมีไหวพริบในการแก้ปัญหา รู้รักสามัคคี ช่วยเหลือและแบ่งปัน รู้จักเป็นผู้ให้โดยไม่หวังผลประโยชน์ตอบแทนอีกด้วย

    ภาพกิจกรรม

    นักศึกษาร่วมกันปรับปรุงโรงเรียนบ้านป่าสน
    ปรับโครงสร้างฝ้า เพดาน


    ร่วมกันทาสีใหม่ให้อาคารเรียน


    งานฝีมือช่างของชาวบ้านและเด็กนักศึกษา


    ปรับปรุงสนามเด็กเล่น


    ทาสี ปรับภูมิทัศน์ของโรงเรียน

    กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ของนักศึกษา

    ทำให้รุ่นพี่-รุ่นน้องสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น

    ช่วยกันทำอาหาร ล้างจาน ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 

    กิจกรรมของคณะอาจารย์ นักศึกษาและชาวบ้าน

    การแสดงจากเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านป่าสน

     และยังได้รับขวัญจากคุณตา คุณยาย ในพื้นที่อีกด้วย

    งบประมาณ

    รายรับรวมทั้งหมด 463,429 บาท (สี่แสนหกหมื่นสามพันสี่ร้อยยี่สิบเก้าบาทถ้วน) โดยมาจากนักศึกษาชั้นปีที่ 1-4 คณะครูอาจารย์และการรับบริจาค
    รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 412,269 บาท 

    ปัญหาและอุปสรรคที่พบ

    1. ห้องน้ำและห้องอาบน้ำไม่เพียงพอต่อจำนวนคน
    2. ไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อการใช้งาน
    3. ปริมาณน้ำไม่พอที่จะอาบน้ำ
    4. ยุงเยอะ
    5. ค่าใช้จ่ายมีจำนวนเงินที่มากเกินเป้าที่ตั้งไว้

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > อุปกรณ์สื่อสารผ่านดวงตาเพื่อผู้ป่วยอัมพาต

    มอบ “Senze Version 5” อุปกรณ์สื่อสารผ่านดวงตาสำหรับผู้ป่วย แก่สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ

    20 มีนาคม 2018

    เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 บริษัท เมดิเทค โซลูชั่น จำกัด ร่วมกับ เทใจ - TaejaiDotcom มอบ “Senze Version 5” อุปกรณ์สื่อสารผ่านดวงตาสำหรับผู้ป่วยที่สื่อสารลำบาก 1 เครื่อง มูลค่า 240,000 บาท แก่สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ โดยทางผู้อำนวยการสถาบัน เป็นผู้รับมอบ


    โดยโครงการนี้ เป็นการระดมทุนบริจาค จากประชาชนทั่วประเทศ ผ่านทางเว็บไซต์ taejai.com ซึ่งถือเป็นความสำเร็จเครื่องแรก และตอนนี้ได้เปิดระดมทุนบริจาคเครื่องที่ 2 เพื่อมอบให้แก่ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

    ทางทีมงานอุปกรณ์สื่อสารผ่านดวงตาเพื่อผู้ป่วยอัมพาต ขอขอบพระคุณคนไทยที่ร่วมบริจาคทุกท่าน ทำให้แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี และขอบคุณแทนผู้ป่วยทุกราย ที่จะได้ใช้เครื่องมือ SenzE ในการสื่อสาร ช่วยให้คนเหล่านั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และอยู่อย่างมีความหวังอีกครั้งหนึ่ง

    และในวันที่ 9 มีนาคม 2561 ทางบริษัทได้เข้ามาฝึกสอนการใช้เครื่อง Senze ณ แผนกกิจกรรมบำบัด ประจำสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ซึ่งได้ความสนใจจาก เจ้าหน้าที่ ประจำศูนย์เป็นจำนวนมาก


    ทุกท่านยังสามารถร่วมบริจาคเงินเพื่อส่งมอบ Senze อีก 1 เครื่อง ให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ที่ https://taejai.com/th/d/meditech/


    อ่านต่อ