ความเคลื่อนไหว

  • ความคืบหน้าโครงการ > กองทุนรักษาโรคลิ่มเลือดสมองอุดตัน

    ผ่าตัดผู้ป่วยรายที่ 3

    7 ตุลาคม 2019

    ผู้ป่วยชาย 59 ปี มารพ.สมุทรปราการด้วยซึม แขนขาด้านซ้ายอ่อนแรง 4 ชม ก่อนมารพ. ทำเอกซ์เคย์คอมพิวเตอร์สมองพบการขาดเลือดที่ก้านสมอง ได้รับยาสลายลิ่มเลือดที่สมุทรปราการแต่ไม่สามารถเปิดเส้นเลือดได้ จึงส่งต่อสถาบันประสาทเพื่อรักษาด้วยวิธีลากสายสวน

    - ที่สถาบันได้ทำการรักษาด้วยวิธีลากสายสวนได้ลิ่มเลือดสมองออกมา แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งก้านสมองที่ขาดเลือดมาเลี้ยงทำให้แม้รักษาชีวิตผู้ป่วยได้แต่ไม่สามารถฟื้นตัว ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และเจาะคอเพื่อดูแลต่อเนื่อง ส่งกลับรพ.สมุทรปราการ มีภาวะแทรกซ้อนคือปอดบวม ทำให้ผู้ป่วยทรุดลงและเสียชีวิตหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองประมาณ 1 เดือน

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > Better Me เพื่อชีวิตที่ดีของผู้หญิงที่ขาดโอกาสทางการศึกษา

    กิจกรรมพัฒนาตนเองให้ผู้หญิง ครั้งที่ 2

    4 ตุลาคม 2019

    ผู้หญิงที่ได้เข้าเรียนในห้องเรียนเทใจทั้ง 10 คน ผ่านการเรียนหลักสูตรที่ 1 และเริ่มเรียนต่อในหลักสูตรพัฒนาตนเอง ครั้งที่ 2 เป็นระยะเวลา 3 เดือน

    ข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้าร่วมกิจกรรม

    • จบการศึกษาระดับมัธยมการศึกษาตอนต้น และตอนปลาย
    • ส้วนใหญ่ออกจากโรงเรียนก่อนเวลาอันสมควรเนื่องจากครอบครัวไม่สามารถสนับสนุนได้
    • ส่วนใหญ่ครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรรม
    • อายุต่ำกว่า 17 ปี ก่อนที่จะย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพ
    • เป็นแรงงานนอกระบบ ทำงานในสายงานบริการ ไม่มีสวัสดิการคุ้มครองและไม่ได้รับความเป็นธรรมในการจ้างงาน
    • มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 10,000 - 15,000 บาทต่อเดือน
    • มีชั่วโมงการทำงานอยู่ที่ 56 -65 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
    • มีหน้าที่ในการส่งเสียและเป็นหลักในการเลี้ยงดูครอบครัว
    • นักเรียนส่งเงินให้ที่บ้านอย่างน้อย 5,000 - 10,000 บาทต่อเดือน
    • ส่วนใหญ่รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายเนื่องจากเป็นบุคคลเดียวที่สามารถหารายได้ให้ครอบครัว
    • ไม่มีความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษ
    • ไม่เคยผ่านกระบวนการในการทำกิจกรรมในลักษณะนี้มาก่อน

    หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพของตนเองในครั้งนี้ มีการเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ทั้งการเรียนรู้ข้อดีและข้อเสียของตนเอง การรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ การพัฒนาบุคลิกภาพ การเสริมสร้างความมั่นใจ และความรู้พื้นฐานด้านต่างๆ เช่น ทักษะชีวิต ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานกฎหมายแรงงานและการจ้างงาน สิทธิด้านต่างๆ การวางแผนอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ การวางแผนทางการเงิน เป็นต้น

    ภาพกิจกรรมหลักสูตรพัฒนาตนเอง ครั้งที่ 2

    แผนการเรียนของผู้หญิงในหลักสูตรที่ 2

    การเรียนภาษาอังกฤษ

    การเรียนรู้ข้อดีและข้อเสียของตัวเอง พร้อมวิธีการเปลี่ยนแปลงตัวเอง
    วาดภาพของตนเอง

    แสดงภาพวาดของตน ข้อเสียและการปรับปรุงตนเองในทางที่ดีขึ้น

    ร่วมแบ่งปันความคิดของตนเองและเพื่อนร่วมห้อง

    สร้างเป้าหมายให้กับตนเอง ผ่าน Smart flower planing 


    Flower Planing ของนักเรียนห้องเทใจ

    ความคิดเห็นหลังเข้าร่วมโครงการ


    หลังจากการเข้าร่วมกิจกรรม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้นำความรู้จากการเรียนไปปรับใช้ และทำให้พวกเธอสามารถมีรายได้เพิ่มขึ้น จำนวน 2 คน

    คุณเอ้ เงินเดือนเพิ่มขึ้น 8%
    “รายได้เพิ่มมากขึ้น ตรงนี้มีส่วนมาจากการมาเรียนที่มูลนิธิฯ งานของเราต้องใช้ภาษาอังกฤษในการอ่านเพราะเป็น QA ก่อนหน้านี้อ่านไม่ได้ พอมาเรียนทำให้เราสะกดได้ อ่านได้ มีความสามารถเพิ่มขึ้น ตอนทำกิจกรรมได้มีโอกาสนำเสนอผลงาน พอไปทำงานทำให้เรากล้าพูดกับเจ้านายมากขึ้น แต่ก่อนเราทำงานเสร็จต้องไปบอกหัวหน้าให้หัวหน้าไปรายงานให้ ตอนนี้หัวหน้าไม่อยู่เราสามารถนำเสนองานได้ด้วยตัวเอง มีความกล้ามากขึ้น ดีใจที่ทำได้”

    แวว เงินเดือนเพิ่มขึ้น 6%
    “มูลนิธิฯ มีส่วนอย่างมากที่ทำให้เราได้รับเงินเดือนมากขึ้น สอนให้เราพัฒนาตัวเอง การสื่อสารภาษาอังกฤษ การอ่านดีขึ้น เราเอามาใช้กับงานเพราะต้องอ่านออเดอร์และเมนูเป็นภาษาอังกฤษ เรามีความกล้ามากขึ้น ก่อนหน้านี้ไม่อยากคุยกับลูกค้า ไม่กล้าพูดเพราะเราพูดเราสื่อสารไม่ได้ ตอนนี้กล้าขึ้นมาก ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับทักษะชีวิต มีความรู้เกี่ยวกับการจัดระบบในชีวิต”

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > อาชีพแก่ผู้ป่วยภาวะซึมเศร้าและผู้ดูแลผู้ป่วย

    เคสที่สี่ ส่งมอบเห็ด 500 ก้อน

    30 กันยายน 2019

    ภรรยาคนหนึ่งที่ต้องดูแลสามีป่วยติดเตียง

    จากอุบัติเหตุ มานานกว่า 4 ปี คุณดอกไม้ ต้องลาจากงานประจำ มาดูแล 

    ทุกวันนี้เธอรับจ้างยึดอาชีพรับจ้าง อาทิ ถางป่า ผู้หญิงคนนี้ เธอทำทุกอย่าง ดิ้นรนมากเพื่อยื้อชีวิตสามีที่รัก

    แววตาเธอเศร้าตลอดเวลา ไม่ค่อยได้เห็นรอยยิ้มจากเธอ เรากลัวว่าเธอจะป่วย

    วันนี้จึงตัดสินใจ ออกทุนซื้อก้อนเห็ดนางฟ้า มาให้เธอได้เพาะเลี้ยงสร้างรายได้เริ่มที่ 500 ก้อน เป็นการเริ่มต้น จะค่อยๆเพิ่มให้เพื่อเป็นการเสริมรายได้ให้ครอบครัวอีกทาง

    ในวันนี้เรายังได้ “โอ๊ต” ที่เคยเป็นโรคซึมเศร้า เคยคิดฆ่าตัวตายถึง 3 ครั้ง แต่ได้กำลังใจจากโครงการสร้าง อาชีพแก่ผู้ป่วยภาวะซึมเศร้าและผู้ดูแลผู้ป่วย ซึ่งเป็นเคสที่สองของเราที่วันนี้ลุกขึ้นมาได้ และมาร่วมเป็นอาสามาช่วยสอนเทคนิคการปลูกเห็ดสร้างรายได้อีก

    เพราะกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ต่อสำคัญกับทุกคน 

    เราขอขอบคุณทุกกำลังใจและการบริจาคของทุกท่านค่ะ

    วันนี้เราเอานำภาพมาฝากค่ะ 

    บรรยาย : อาสามาเยี่ยมได้นำผ้าอ้อมและอุปกรณ์สำคัญไปให้

    บรรยาย : อาสามาเยี่ยมเอาก้อนเห็ดไปให้ 500 ก้อน

    บรรยาย : โอ๊ต..ยุทธกร ได้ไปช่วยวางแผนการทำงาน

    บรรยาย : โรงเห็ดของเราค่ะ


    อนึ่งอาสามาเยี่ยมได้ดำเนินการไปแล้ว 4 เคส ประกอบด้วย

    เคส1 ป้านัน

    เคส2 โอ๊ต..ยุทธกร

    เคส 3 คุณยายบัวศรี

    เคส 4 ดอกไม้



    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > เตียงอัจฉริยะเพื่อผู้ที่มีปัญหานอนติดเตียงในชุมชนวัดป่าสาละวัน

    เยี่ยมผู้ป่วยและติดตามการผลิตเตียง

    27 กันยายน 2019

    ขณะนี้ ทีมBederly ลงพื้นที่ในชุมชนวัดป่าสาละวัน ร่วมกับศูนย์สุขภาพชุมชน (PCU) และ โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครราชสีมา เพื่อพูดคุยและสอบถามถึงปัญหาความเป็นอยู่ เยี่ยมเยียน และเข้าใจปัญหาที่กำลังพบเจอของผู้ป่วยนอนติดเตียงและผู้ดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ชุมชนวัดป่าสาละวัน

    นอกจากนั้น ทีมงานเข้าเยี่ยมโรงงานผลิตเตียงอัจฉริยะเพื่อผู้ป่วยนอนติดเตียง เพื่อติดตามความคืบหน้าการผลิต รวมถึงการใช้วัสดุต่างๆ การประกอบ การออกแบบ เป็นไปตามมาตรฐานที่ยอดเยี่ยม เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

    ภาพประกอบ

    ลงพื้นที่ในชุมชนวัดป่าสาละวัน ติดตามอาการผู้ป่วย

    ประชุมร่วมกับโรงงานผลิตเตียง

    ประชุมทีมหลังตรวจเยี่ยมโรงงาน

    ประชาสัมพันธ์กิจกรรมส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยติดเตียง

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ปรับปรุงห้องทันตกรรม รพ.ค่ายวิภาวดีรังสิต

    ห้องทันตกรรม รพ.ค่ายวิภาวดีรังสิต ถูกหลักอนามัย

    19 กันยายน 2019

    หลังจากการจัดซื้ออุปกรณ์ทางทันตกรรมสำหรับแผนกทันตกรรมโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต ทีมแพทย์ทันตกรรมก็ร่วมช่วยกันปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม โดยปิดปรับปรุง ซ่อมแซมในช่วงเดือนธันวาคม 2561 ถึง กุมภาพันธ์ 2562

    ภาพก่อนปรับปรุง

    หน้าห้องทันตกรรม

    ภายในห้อง


    ภาพระหว่างการปรับปรุง

    กั้นห้อง ปรับโครงการให้เป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น

    ภาพหลังปรับปรุง

    หน้าห้องทันตกรรม

    พื้นที่ทำทันตกรรม

    สถิติการเข้ารับบริการของแผนกทันตกรรม

    ตั้งแต่เดือนตุลาคม 61 - สิงหาคม 62 ตามตาราง  

    เดือนปีต.ค.61พ.ย.61ธ.ค.61ม.ค.62ก.พ.62มี.ค.62เม.ย.62พ.ค.62มิ.ย.62ก.ค.62ส.ค.62รวม(คน)
    จำนวนผู้ป่วย190 204494572194 1821591972111991,702

    ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการ

    1. สำรวจจากผู้รับบริการจำนวน 396 คน เป็นเพศชาย 233 คน และเพศหญิง 163 คน พบว่าผู้ใช้บริการมีความพึงพอใจในภาพรวม 100% 
    2. ส่วนผลความพึงพอใจแยกตามหัวข้อ ตามตาราง
    รายละเอียดความพึงพอใจ (ร้อยละ)
    สถานที่
    1) การจัดพื้นที่/สิ่งอำนวยความสะดวกฯ93.83
    2) ความสะอาด94.24
    ขั้นตอนและระยะเวลาให้บริการ
    3) ขั้นตอนไม่ยุ่งยากซับซ้อน94.43
    4) ให้บริการเรียงลำดับก่อน-หลัง94.11
    5) มีความรวดเร็วในการให้บริการ94.47
    เจ้าหน้าที่ให้บริการ
    6) มีมารยาท สุภาพ ยิ้มแย้ม96.85
    7) ช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ ตอบข้อซักถามได้ดี93.24
    8) มีจำนวนเพียงพอ92.47
    ผลการให้บริการ
    9) ได้รับการรักษา/บริการตามความคาดหวัง92.17
    10) ค่าบริการเหมาะสม (ถ้ามี)91.77

    ตัวชี้วัด และสถิติต่างๆ ของแผนกทันตกรรม ประจำปี 2562

    จากการสำรวจการใช้งานของแผนกทันตกรรม รพ.ค่ายวิภาวดีรังสิต ได้ผ่านเกณฑ์การประเมินของกองทันตแพทย์ กรมแพทย์ทหารบก ในทุกหัวข้อ และมีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น การปรับปรุงห้องทันตกรรมในครั้งนี้ ส่งผลให้ผู้ป่วยที่เข้ารับการบริการได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ถูกหลักอนามัย ลดเวลารอนัดหมายที่ยาวนานจากรพ.ศูนย์ฯ และสามารถเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > เติมเลือดให้น้องเมย์ที่ป่วยเป็นธาลัสซีเมีย

    น้องเมย์เดินทางไปเติมเลือดที่โรงพยาบาลแล้ว

    13 กันยายน 2019

    เงินที่ได้รับสนับสนุนช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายอื่นให้แก่ ด.ญ.ชัญญานุช หรือน้องเมย์ ระหว่างการเดินทางจากบ้านไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อเติมเลือดเป็นประจำทุกเดือนๆ ละ 1-2 ครั้ง เนื่องจากน้องเมย์ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียมาตั้งแต่กำเนิด มีขั้นตอนการช่วยเหลือน้องเมย์ ต่อไปนี้

    1. คุณครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านห้วยมะกอก ต.สันติคีรี อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นผู้ประสานพาน้องเมย์และผู้ปกครองไปทำการเปิดบัญชีธนาคาร
    2. คุณครูประจำชั้น เป็นผู้เก็บรักษาสมุดบัญชีของน้องเมย์ไว้ และเป็นคนคอยดูแลเรื่องการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้กับผู้ปกครองน้องเมย์ในการเดินทางไปเติมเลือดในแต่ละครั้ง
    3. คุณครูประจำชั้น ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยมะกอก เจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก(มพด.) และผู้ปกครองของ ประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามสถานการณ์ในเรื่องสุขภาพของน้องเมย์เป็นประจำในทุกๆ 1-2 เดือน
    4. เจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก ประสานกับองค์กรเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาช่องทางในการช่วยเหลือและส่งต่อให้น้องเมย์ได้รับการรักษาในระยะยาวเพื่อที่จะให้หายจากโรคธาลัสซีเมียต่อไป

    เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2562 ผู้ปกครองของน้องเมย์ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์พาน้องเมย์ซ้อนท้ายออกจากบ้านบนดอยตั้งแต่เวลา 06.00 น. เพื่อเดินทางไปเติมเลือดที่โรงพยาบาลแม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน เนื่องจากระยะทางที่ไกลและประกอบกับเป็นช่วงฤดูฝน ทำให้การเดินทางยากลำบาก จากที่ปกติจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง แต่วันนี้เดินทางไปถึงโรงพยาบาลแม่ลาน้อยตอนเวลา 10.00 น. ซึ่งใช้ถึง 4 ชั่วโมงในการเดินทาง จากการที่ไม่ได้เติมเลือดมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง และต้องซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เป็นระยะเวลานาน ประกอบกับน้องเมย์ยังเป็นเด็ก ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย หายใจลำบาก รับประทานอาหารไม่ค่อยได้ เหนื่อยง่าย ตาเหลือง ตัวเหลือง และซีด คุณหมอจึงให้นอนเติมเลือดและพักค้างที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 1 คืน โดยที่ในระหว่างการเติมเลือดนั้นน้องเมย์จะมีอาการอึดอัด ไม่สบายตัว และเจ็บบริเวณที่สอดท่อให้เลือดไปในร่างกาย แต่เมื่อเติมเลือดจำนวน 1 ถุงในปริมาณ 350 ซีซี เสร็จเรียบร้อยแล้ว อาการตัวซีดเหลืองของน้องเมย์ก็จะหายไป ร่างกายจะแข็งแรงขึ้น ร่าเริงแจ่มใส รับประทานอาหารได้มากขึ้น และเมื่อกลับไปถึงโรงเรียนแล้วก็จะสามารถเล่นกีฬาและทำกิจกรรมต่างๆ กับเพื่อนๆ ได้ แต่เมื่อผ่านไปซักระยะหนึ่ง อาการของน้องเมย์ก็จะวนกลับมาแย่เหมือนเดิม จึงต้องเดินทางลงมาเติมเลือดต่อเนื่องทุกๆ เดือน

    เมื่อน้องเมย์เติมเลือดและนอนพักที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 1 คืนเรียบร้อยแล้ว วันรุ่งขึ้นผู้ปกครองของน้องเมย์ก็จะพาน้องเมย์ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ขึ้นไปส่งที่โรงเรียนบ้านห้วยมะกอก ต.สันติคีรี อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อให้น้องเมย์ได้เรียนหนังสือกับเพื่อนๆ เหมือนเด็กปกติ และน้องเมย์ต้องเมย์ต้องพักนอนที่โรงเรียน เนื่องจากว่าบ้านอยู่ห่างไกลจากโรงเรียน ผู้ปกครองไม่สามารถเดินทางมารับมาส่งได้ทุกวัน จึงจะมารับน้องเมย์กลับบ้านในตอนเย็นวันศุกร์ และพาน้องเมย์มาส่งโรงเรียนในตอนเช้าวันจันทร์เท่านั้น ในการเดินทางพาน้องเมย์ไปเติมเลือดในแต่ละครั้ง มีค่าใช้จ่ายต่างๆ ดังนี้

    1. ค่าน้ำมันรถจักรยานยนต์(ไป-กลับ) จำนวน 400 บาท
      * หมายเหตุ: ค่าน้ำมันรถมอเตอร์ไซค์บนดอยราคาสูง ทำให้ราคาต่อเที่ยว ราคา 200 บาท 
    2. ค่าอาหาร จำนวน 500 บาทต่อวัน
    3. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ จำนวน 100 บาท

    ในการเดินทางต้องใช้เงินค่าเดินทางจำนวนหนึ่ง ซึ่งถือเป็นเงินจำนวนมากสำหรับครอบครัวน้องเมย์ เนื่องจากผู้ปกครองจะมีรายได้ต่อปีประมาณ 10,000 – 20,000 บาท เมื่อน้องเมย์ได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการเดินทางลงมาเติมเลือดในแต่ละครั้งจากผู้ใหญ่ใจดีผ่านมาทางโครงการเทใจดอทคอม ทำให้สามารถช่วยเหลือน้องเมย์ได้เป็นอย่างมาก และทำให้น้องเมย์มีความสุขและสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติเหมือนเพื่อนๆ และแพทย์นัดน้องเมย์เติมเลือดอีกครั้งในวันที่ 27 กันยายน 62 ซึ่งน้องเมย์มีความหวังในใจว่าซักวันหนึ่งน้องเมย์จะหายป่วย และไม่ต้องลงมาเติมเลือดในทุกๆ เดือนอีก

    ใบรับรองจากแพทย์ที่รักษา

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > Smart Patrol เทคโนโลยีปกป้องป่าและสัตว์ป่า

    ส่งมอบชุด Smart Patrol ให้ผู้พิทักษ์ป่า ครั้งที่ 2

    11 กันยายน 2019

    หลังจากโครงการได้ส่งมอบชุด Smart Patrol ครั้งที่ 1 ไปแล้ว 3 ชุด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ การระดมทุนเพื่อจัดซื้อชุด Smart Patrol ให้ผู้พิทักษ์ป่ายังคงดำเนินต่อ ซึ่งเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2562 ทางโครงการสามารถระดมทุนเพื่อจัดซื้อเพิ่มได้อีก 2 ชุด และนำของไปมอบให้เรียบร้อยแล้วในงานประชุมหัวหน้าหน่วยงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั่วประเทศที่โรงแรมบางแสน เฮอริเทจ


    ชุดอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ลาดตระเวนเชิงคุณภาพที่มอบให้ในครั้งนี้ มีความแตกต่างกับครั้งแรกเล็กน้อย เนื่องจากกล้องดิจิตอลรุ่นเดิมที่สามารถใช้ถ่าน 2A ซึ่งสะดวกกับการใช้งานในป่านั้นเลิกผลิต ไม่มีการจำหน่ายแล้ว ทางโครงการจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้กล้องแบบชาร์จแทน และจัดซื้อ Power Bank เพิ่มให้ผู้พิทักษ์ป่าด้วย

    สำหรับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ได้รับชุด Smart Patrol ในครั้งนี้ ทางโครงการได้ประสานงานขอข้อมูลจากทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อนำข้อมูลมาพิจารณาในการเลือกพื้นที่ โดยทางโครงการเลือกจากหน่วยที่ขาดแคลนและต้องการเร่งด่วนก่อน ซึ่งชุด Smart Patrol 2 ชุดนี้ ได้มอบให้กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน โดยมี ดร.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายเพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง และนายวีระพงศ์ โคระวัตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไนเป็นผู้รับมอบ

    เงินระดมทุนจากโครงการ Smart Patrol เทคโนโลยีปกป้องป่าและสัตว์ป่า ได้มอบให้ผู้พิทักษ์ป่าไปแล้วทั้งหมด 5 ชุด 4 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ดังนี้

    1. 
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด จ.พัทลุง จำนวน 1 ชุด

    2. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย จำนวน 2 ชุด

    3. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ จำนวน 1 ชุด
    4. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 1 ชุด

    ขณะนี้ทางโครงการยังเปิดรับบริจาคอยู่ เพื่อที่จะช่วยผู้พิทักษ์ป่าเพิ่มอีก 32 ทีม ทุกท่านสามารถร่วมบริจาคเพื่อช่วยผู้พิทักษ์ป่าดูแลป่าได้ที่ https://taejai.com/th/d/smartpatrol

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > มุ้งป้องกันยุงแก่เด็กอนุบาล 6 โรงเรียน

    ความประทับจากโรงเรียนที่ได้รับมุ้ง

    9 กันยายน 2019

    ทางผู้ประสานงานได้ดำเนินการโอนเงินสำหรับจัดซื้อมุ้งครอบให้ทั้ง 6 โรงเรียน เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 62 โดยมีรายละเอียดการดำเนินการดังนี้

    1. โรงเรียนบ้านแม่เงา จำนวน 12,800 บาท เด็กๆ ได้รับมอบมุ้งครอบเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 62 จำนวน 32 หลัง
    2. โรงเรียนชุมชนบ้านผาผ่า จำนวน 15,200 บาท เด็กๆ ได้รับมอบมุ้งครอบเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 62 จำนวน 38 หลัง
    3. โรงเรียนบ้านห้วยม่วง จำนวน 10,000 บาท เด็กๆ ได้รับมุ้งครอบเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 62 จำนวน 25 หลัง
    4. โรงเรียนบ้านแม่หาร จำนวน 8,400 บาท เด็กๆ ได้รับมุ้งครอบเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 62 จำนวน 21 หลัง
    5. โรงเรียนบ้านหัวลา จำนวน 5,600 บาท เด็กๆ ได้รับมุ้งครอบเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 62 จำนวน 14 หลัง
    6. โรงเรียนบ้านทีฮือลือ จำนวน 9,200 บาท เด็กๆ ได้รับมุ้งครอบเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 62 จำนวน 23 หลัง

    จากการสนับสนุนมุ้งครอบกันยุงให้กับเด็กๆ ในครั้งนี้ ให้แก่กลุ่มเด็กนักเรียนในระดับชั้นอนุบาล 1 ถึง อนุบาล 3 รวมทั้งหมดจำนวน 153 คน ของ 6 โรงเรียนในพื้นที่ อ.สบเมย อ.แม่ลาน้อย และอ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ให้ปลอดภัยจากการถูกยุงกัดในระหว่างการนอนกลางวันที่โรงเรียน

    ความประทับใจจากโรงเรียนสู่ผู้บริจาค

    ทางโรงเรียนรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ทางผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านได้ให้ความสำคัญกับนักเรียนตัวเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกล เพราะโรงเรียนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนมากเด็กนักเรียนจะเป็นเด็กที่ยากจน พ่อแม่มีรายได้น้อย ประกอบอาชีพรับจ้าง ทำสวน ทำนา และเด็กนักเรียนตัวเล็กๆ เหล่านี้ต่อไปก็จะโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญของหมู่บ้าน ของอำเภอและของประเทศชาติต่อไป หากว่าเราให้การดูแลใส่ใจ ให้ความสำคัญในการที่จะพัฒนาการเรียนรู้ให้ครบทั้ง 4 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียนรู้ ด้านอารมณ์ ด้านสังคมและด้านสติปัญญา และการดูแลเอาใจใส่จากผู้ใหญ่ ดังที่ทางท่านผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านได้ให้ความสำคัญกับเด็กตัวเล็กๆ เหล่านี้ และให้ความอนุเคราะห์บริจาคมุ้งให้กับเด็กๆ อนุบาลของโรงเรียนชุมชนบ้านผาผ่าในครั้งนี้ เนื่องจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีป่าไม้มาก แต่ละปีก็มีฝนตกเยอะมาก ทำให้เกิดยุง และยุงก็เป็นพาหะของเชื้อไข้เลือดออก ไข้มาลาเรีย มาสู่คน ทำให้ในแต่ละปีก็มีผู้ป่วยทุกปี เด็กในระดับอนุบาลหลังจากทานข้าวกลางวันแล้วก็ต้องนอนพักผ่อนเพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโต เวลาเด็กนอนพักครูไม่สามารถเดินดูไม่ให้ยุงกัดเด็กๆ ในช่วงที่นอนได้ทั่วถึง เมื่อได้มุ้งมาครอบให้กับเด็กนักเรียนทุกคนก็จะสามารถป้องกันไม่ให้ยุงมากัดเด็กเวลาที่เด็กนอนพักตอนกลางวันได้เป็นอย่างดี

    ทางโรงเรียนโดยคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง คณะครูและเด็กๆนักเรียนทุกคนขอขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ ทางโรงเรียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในโอกาสต่อไปคงจะได้รับความอนุเคราะห์จากท่านอีก .
    นายสุวิทย์ ชาวไทย
    ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านผาผ่า ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน 

    โรงเรียนบ้านหัวลา ตำบลสันติคีรี อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้บริหาร คณะครู นักเรียน และผุ้ปกครองทุกท่าน ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี ทุกท่าน ที่ประสานทำให้โรงเรียนบ้านหัวลา มีมุ้งครอบให้แก่นักเรียนตัวเล็ก ก่อนหน้านี้โรงเรียนบ้านหัวลาไม่มีมุ้งครอบให้แก่นักเรียนตัวเล็กๆ ช่วงเวลานอน ยุงก็จะกัดนักเรียนช่วงเวลานอนตลอดนักเรียนตัวเล็กๆ นอนไม่สนิทและเสี่ยงต่อการเป็นโรคไข้เลือดออก และโรคมาลาเรีย เนื่องมาจากว่าหลังโรงเรียนมีป่าและไม้ไผ่จำนวนมากครับ หลังจากที่ทางผู้ใหญ่ใจดี เทใจมามอบมุ้ง นักเรียนตัวเล็ก นอน หลับสนิท และเชื่อว่านักเรียนปลอดเชื้อ ไข้เลือกออก และมาลาเรียนครับ ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีเป็นอย่างสูงครับ ที่มามอบให้มุ้งครอบให้แก่นักเรียนบ้านหัวลาครับ
    นายสุทธิพงษ์ เจริญกุล
    ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหัวลา ต.สันติคีรี อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน 

    ทางโรงเรียนบ้านห้วยม่วงต้องขอขอบคุณคณะเทใจด้วยครับที่อนุเคราะห์มุ้งกางสำหรับนักเรียน ช่วงนี้เป็นฤดูฝนสัตว์และแมลงหลายชนิดแพร่ขยายพันธุ์อย่างมากเช่น ยุง ซึ่งเป็นภาหะนำโรคต่างๆ ทั้งมาลาเรีย ไข้เลือดออก โรงเรียนของเราอยู่กลางป่า บนดอยเด็กๆ จะต้องเจอยุงกัดบ่อยๆ บางคนก็เป็นไข้ป่าเหล่านี้ ผู้ปกครองก็มีรายได้น้อยต้องเสียเวลา เสียเงินในการเดินทางพาลูกไปหาหมอบางคนเป็นหนักต้องส่งตัวไปโรงพยาบาลที่ไกล ค่าใช่จ่ายก็จะมากขึ้นตามไปด้วย การที่ได้มุ้งคลอบมาก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้นจากแมลงเหล่านั้นด้วย ทำให้นักเรียนไม่เจ็บป่วย มาเรียนได้ตามปกติ เพื่อพัฒนาตนเองตามความสามารถผ่านกิจกรรมการเรียน การสอนต่อไป ทางโรงเรียนบ้านห้วยม่วงโดย ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครองและนักเรียนทุกคนขอขอบพระคุณทางคณะเทใจเป็นอย่างสูง และหวังว่าคงจะได้รับความอนุเคราะห์จากทางคณะของท่านในโอกาสต่อไป  
    นายอาทิตย์ ประสาเนตร 
    ครูโรงเรียนบ้านห้วยม่วง ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน 

    โรงเรียนบ้านแม่หารรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่โครงการเทใจ มอบมุ้งครอบให้เด็กอนุบาลในครั้งนี้เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่หารเป็นกลุ่มชาติพันธ์ปวาเกอญอ มีพื้นที่โดยรอบเป็นภูเขาและทุ่งนา ทุกปีในฤดูฝน นักเรียนและผู้ปกครอง จะป่วยเป็นโรคมาลาเรีย และไข้เลือดออก ซึ่งมียุงเป็นพาหะนำเชื้อโรค ส่งผลกระทบต่อร่างกายและการเรียนรู้ของเด็กนักเรียน โดยเฉพาะเด็กนักเรียนในระดับชั้นอนุบาล ซึ่งต้องได้รับการพักผ่อนให้เพียงพอในเวลากลางวันหลังจากรับประทานอาหาร ซึ่งมุ้งที่ทางโรงเรียนได้รับจึงช่วยเติมเต็มและส่งเสริมศักยภาพทางร่างกายและสติปัญญา ให้เด็กอนุบาลได้นอนหลับเต็มที่ ไม่มียุงหรือแมลงมารบกวน ในเวลานอน และยังป้องกันโรคไข้เลือดออกและโรคมาลาเรีย ได้เป็นอย่างดี เมื่อเด็กมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีพัฒนาการที่ดีสมวัย ย่อมมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี ทางโรงเรียนบ้านแม่หาร ผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครู นักเรียน ทุกคนขอขอบพระคุณทางโครงการเทใจเป็นอย่างสูงที่ได้จัดทำโครงการนี้เพื่อเด็กปฐมวัย และมอบโอกาสนี้ให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านแม่หารในครั้งนี้ ขอขอบพระคุณมากค่ะ
    นางนงนุช วิชชโลกา
    ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านแม่หาร ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > Learning Space @คลองเตย

    Learning Space@คลองเตย สำเร็จแล้ว 35%

    6 กันยายน 2019

    ทีมงาน Music Sharing เด็กๆ คลองเตย และอาสาสมัคร ช่วยกันลงแรงปรับปรุงโรงหมูใจกลางชุมชน เป็นศูนย์การเรียนรู้ของเด็กๆ คลองเตย ในการปรับปรุงครั้งแรกได้ช่วยกันลงแรงในส่วนต่างๆ ต่อไปนี้

    1. ปรับสภาพพื้นที่ เอาเศษเหล็กตามพื้นและเนินปูนเก่าออก

    2. ก่ออิฐบล็อกรอบอาคาร พื้นที่ 63 ตารางเมตร และการฉาบกำแพงทั้ง 2 ด้าน

      ออกแรงผสมปูนกันหน่อย

      ช่างก่อ และช่างโบก

    3. ทาสีกำแพงในส่วนกำแพงปูนเก่า และบางจุดของกำแพงที่ก่อขึ้นใหม่ เพื่อเพิ่มความสว่างให้กับตัวอาคาร


    4. ทำประตูเหล็ก ปิดด้านหน้าและด้านข้างอาคาร จำนวน 3 จุด ในพื้นที่ 24 ตรม.

    หลังจากการปรับปรุงอาคาร เกิดฝนตกหนัก ทำให้หลังคารั่ว และไม่สามารถใช้งานได้ ต้องทำการปรับปรุงหลังคาเป็นการเร่งด่วน โครงการขอเปิดระดมทุนเพิ่มเติมเพื่อซ่อมแซมหลังคาให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

    สิ่งที่ปรับปรุงต่อไป

    1. ซ่อมแซมหลังคา พื้นที่ 300 ตร.ม.
    2. เทพื้นใหม่ พื้นที่ 110 ตรม.
    3. ทาสี เพิ่มบริเวณที่เหลือ
    4. ปิดผนังช่วงบนด้วยตาข่ายเหล็กส่วนที่เหลือที่ต่อจากการก่ออิฐบล็อกที่ก่อ เพื่อความปลอดภัยและพื้นที่สามารถถ่ายเทอากาศได้

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > Rhythm of hope ให้ดนตรีช่วยแก้ปัญหายาเสพติด

    น้อง "บิ๊ก" ขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาส

    3 กันยายน 2019

    กระผมนาย สิวพล ท้าวอินต๊ะ ชื่อเล่นชื่อ บิ๊ก ครับ
    เรียนอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนพานพิทยาคม  

    กระผมนั้นเป็นคนที่ชอบร้องเพลงมาก ร้องเพลงอยู่เป็นชีวิตจิตใจ

    วันหนึ่งเมื่อผมเปิดเฟซบุ๊กแล้วเลื่อนๆ ดูไทม์ไลน์ เวลาก็ประมาณเกือบเที่ยงคืนเพราะผมเป็นคนที่ค่อนข้างนอนดึกอยู่แล้ว ผมก็สะดุดกับโพสต์หนึ่งที่ว่า "ขอเชิญชวนนักเรียนนักศึกษาประกวดแข่งขันดนตรีต่อต้านยาเสพติด...." ผมกดเขาไปอ่านรายละเอียดทันที พออ่านจบก็เริ่มสนใจจึงได้เข้าไปฟังเพลงต้นฉบับ เห้ยย...เป็นเพลงแร็ปด้วยนะ เนื้อเกี่ยวกับยาเสพติด มีพี่เก่งด้วย ผมเลยแชร์โพสต์ไป แต่ก็ยังไม่ได้คิดจะลองส่งเข้าประกวดเพราะตัวผมเองก็ไม่ค่อยมีเวลาว่าง ถัดจากนั้นสักอาทิตย์ผมก็เลยลอง inbox ถามเรื่องข้อมูล ทางเพจของมูลนิธิ happiness u can give เกี่ยวกับการร้องเพลงส่งเข้าประกวด แล้วผมก็กดเข้าไปดูรายละเอียดที่เขียนไว้อีกครั้ง อ่านจนเข้าใจมากกว่าเดิม เปิดฟังเพลงอีก 2-3 รอบ ผมจึงคิดว่าอยากจะลองเปิดโอกาสให้ตัวเองดู ลองส่งไป คงไม่เสียหายหรอกเป็นประสบการณ์ดีๆ ถ้าชนะได้ถ้วยด้วยนะได้เสื้อด้วย ที่สำคัญคือได้ประสบการณ์ แต่ผมก็ร้างไปเกือบถึงกำหนดส่งผลการแข่งขัน เพราะไม่ค่อยว่างเลย ตกเย็นเลิกเรียนกลับถึงบ้านเปิดเพลงฟังแกะเนื้อเพลงลองร้องอยู่หลายรอบ จึงได้อัดเพลงเเละเสียงร้องส่งไปให้พี่แอดมิน ผ่านไปไม่กี่วันพี่แอดมินก็ส่งข้อความมาบอกว่าน้องชนะการประกวดนะครับพร้อมบอกรายละเอียดข้อมูลว่าจะต้องได้ทำอะไรบ้าง ตอนนั้นผมเรียนวิชาคณิตศาสตร์ผมจำได้เเม่น ผมดีใจมากคุยกับตัวเองอยู่นานว่าเห้ย เราชนะด้วย ไม่เสียใจที่เราลองเปิดโอกาสให้ตัวเองเลย😁😁😁 (นี่เป็นสาเหตุที่เพื่อนๆ งงในวันที่แม่อุ้มมามอบรางวัลนะครับ 😆) พอตกเย็นผมก็รีบทักหากรเพราะเป็นเพื่อนที่บ้านอยู่ใกล้เชียงรายและผมก็สนิทกับเค้ามาก ผมบอกรายละเอียดกับเขาถึงวันที่ต้องไปคือวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2562

    วันที่เดินทางไปบันทึกเสียงร้อง วันนั้นเป็นวันที่ฝนฟ้าอากาศเป็นใจมาก ตกทั้งวันเลยครับ แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับผม วันนั้นผมกับกรยืนท้ายรถสองแถวไปด้วยกัน แบกโน้ตบุ๊คมาทำงานด้วย 1 เครื่อง ฝนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เราสองคนก็เปียกปอนไปด้วยกัน ผมคิดในใจว่าไม่น่าพาเพื่อนมาลำบากเลย พลางมองหน้ากรแล้วหัวเราะ 555 เอาว่ะตั้งใจแล้วฝนตก ล้มๆ ก็ไม่ใช่ปัญหา กว่าจะเดินทางมาถึงที่สตูดิโอ Sixonine record พวกเราก็แวะทานก๋วยเตี๋ยวต้มยำพร้อมกับชุ่มฉ่ำไปด้วยฝน

    มาถึงปุ๊ปก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาพี่แอดมินเขาก็ทักมาพอดี ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่าในพี่แอดมินนั้นเป็นใคร พี่แอดมินเขาบอกให้เราเปิดบ้านแล้วเข้าไปนั่งรอสักครู่ ทีมงานกำลังเดินไปนะครับ ใจนึงก็กล้าใจนึงก็กลัวที่จะเข้าไป ประกอบกับที่ว่าเราไม่รู้ว่าใครจะมาหาเรา ไม่รู้ว่าจะเป็นไปตามหน้าเพจหรือเปล่าป้ายสตูดิโอก็ไม่มี เหลือบไปเห็นหนังสือเป็นรูปและตราสัญลักษณ์ของมูลนิธิฯ ใจก็เลยชื้นขึ้นมาหน่อย นั่งรอสักพัก ก็มีรถเก๋ง Toyota yaris ขับเข้ามาจอดที่บ้านตรงข้าม แล้วก็ปรากฏร่างผู้หญิงวัยกลางคน คนหนึ่งซึ่งเปิดประตูออกมาจากรถ พร้อมกับใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเดินตรงรี่เข้ามาหาเราทั้ง 2 คน เราจึงลุกขึ้นยืนมองเขาด้วยความฉงนว่าเป็นใคร พลางก็ยกมือไหว้เพราะคิดว่าต้องเป็นทีมงานหรือใครสักคนในมูลนิธิฯ เป็นแน่ พอเขาเดินเข้ามาถึงในบ้านก็ถามไถ่เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับผมแล้วก็แนะนำตัวว่า ชื่ออุ้มนะให้เราเรียกแม่อุ้มด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่มและจริงใจ ผมรู้สึกได้เลยในทันทีว่าแม่อุ้มเป็นคนยังไง แล้วแม่อุ้มก็เปิดบ้านพร้อมกับชวนให้เราสองคนซึ่งขณะนั้นก็เปียกชื้นไปด้วยน้ำฝน แล้วแม่อุ้มก็เปิดห้องอัดเสียงแล้วก็แจ้งข้อมูลต่างให้ผมนั้นได้ทราบ อีกทั้งยังห่วงใยเรื่องสุขภาพของพวกเราซึ่งเปียกฝนมา แม่อุ้มบอกว่ารอเดี๋ยวนะทีมงานกำลังมานะลูก ระหว่างนี้ลูกซ้อมรอก่อนนะ ทีมงานถ่ายคลิป mv และทีมงานบันทึกเสียงมาจากคนละที่กันนะ เดี๋ยวเราจะถ่ายก่อนทำ mv ก่อนแล้วค่อยบันทึกเสียงนะลูก ผมเองรู้สึกดีมากที่ได้เจอแม่อุ้ม จุดที่สำคัญที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้.....มาตอนที่ถ่ายทำ mv เสร็จ ก็ถึงคราต้องร้องบันทึกเสียงแล้ว ก่อนหน้านี้ผมเองได้แค่ฟังไม่ได้ร้องเลย เลยมาซ้อมในห้องอัดอยู่หลายรอบ ทบทวนเนื้อหาในเพลง อารมณ์เพลง ตอนบันทึกเสียงร้อง รู้สึกว่าเราต้องทำออกมาให้ดีที่สุดนะ

    ผมก็รวบรวมความรู้สึก นึกภาพในคลิปต้นฉบับแล้วก็กลั่นกรองออกมาเป็นเสียงของผมเอง ผมอาจจะไปได้ร็อกได้ดังที่พี่ต้นฉบับทำไว้ อาจจะไม่ได้แร็ปได้ดีดังเช่นที่พี่ต้นฉบับทำไว้ แต่ในเรื่องของหัวใจและความรู้สึกที่ผมใส่ลงไปนั้น ไม่ได้น้อยกว่าที่พี่ต้นฉบับเขาใส่ลงไปเลย เพราะผมรักการร้องเพลง อีกทั้งยังอยากให้เพลงนี้ ออกมาดีที่สุดที่ผมจะสามารถทำได้

    วันที่ผมได้ไปบันทึกเสียงนั้น ก็อยู่ในช่วงวันที่ใกล้วันแม่มาก "แม่ไม่ว่าลูกจะเป็นยังไงแม่ก็ยังคงรักลูกเช่นดังเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง ถึงลูกจะติดยา ลูกจะติดเหล้า ลูกจะเลวร้ายเพียงใด แม่ก็ยังรักไม่เสื่อมคลาย แต่ถ้าหากวันใดแม่ไม่ได้อยู่กับเราแล้วใครจะรักเราได้เท่าแม่อีก" นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่อยู่ในใจของผมที่ได้เขียนใส่ลงไปในเพลงที่ชื่อว่าโอกาสสุดท้าย ผมคิดว่าเพลงนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสังคม ต่อเด็กวัยรุ่นในปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกเขา ความเร็วความแรงความเร่งรีบเข้ามาอยู่ในพวกเขา แต่ไม่ใช่แค่สิ่งเหล่านี้ เรื่องยาเสพติด บุหรี่ เหล้า ก็เข้ามากับสิ่งเหล่านี้ด้วย ทำให้เกิดปัญหาในตัวของเขาเองและในสังคม บทเพลงเพลงนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะบอกเล่าเรื่องราวความร้ายแรงของสิ่งเสพติด แนวทางป้องกัน และทางออกที่ดี

    เมื่อผมบันทึกเสียงเสร็จแล้วก็เตรียมตัวเดินทางกลับบ้าน ได้ถ่ายรูปร่วมกับพี่ๆ sound engineer น้องๆ ช่างกล้องบันทึกวิดีโอ เวลาช่างไวเหมือนโกหก ล่วงเลยผ่านมาเกือบ 5 โมงเย็น แม่อุ้มบอกให้ผมกับกรขึ้นรถแม่จะไปส่งที่ท่ารถ 

    ....จากนั้นเราก็ขึ้นรถกลับบ้านกัน แล้วก็ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพทั้งคู่...

    .....มาถึงวันที่รับรางวัลทีมงานส่งข้อความมาบอกผมก่อนหน้านั้นประมาน 5-6 วัน ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ ....มาถึงวันที่รับรางวัลซึ่งตรงกับวันอังคารที่ โรงเรียนพานพิทยาคม ผมก็ได้เจอแม่อุ้มอีกครั้งพร้อมกับพี่ในมูลนิธิฯ และถ้วยรางวัล วันนั้นเป็นวันที่ผมดีใจมากอีกหนึ่งวันที่ได้รับรางวัลนี้ ถึงแม้ว่ารางวัลนี้จะเป็นรางวัลที่ไม่แพงและไม่ได้ใหญ่มาก แต่ผมก็ดีใจมากที่สุดที่ได้รับเพราะเป็นรางวัลแรกเรื่องดนตรีที่ผมได้รับ และผมภูมิใจมากที่ได้ถ่ายถอดเพลงนี้ให้น้องๆ พี่ๆ เพื่อนๆ ได้รับฟัง กระผมได้พูดให้เพื่อนๆ ทั้ง ม.6 ได้ฟังด้วยถ้อยคำตะกุกตะกักนิดหน่อยเพราะไม่เตรียมคำพูดไว้เลย

    ท้ายที่สุดนี้กระผมขอขอบคุณพ่อแม่ที่ให้กำเนิดผม เพื่อนๆ ที่คอยสนับสนุนผม คุณครูที่ท่านช่วยเหลือผมอบรมสั่งสอนผมให้เป็นคนดีในสังคม ทุกๆ คนล้วนเป็นคุณครูของผมทั้งเพื่อน ที่สำคัญคือพ่อและแม่ที่ท่านได้อบรมบ่มเพาะผมมาตั้งแต่เด็กให้เป็นคนดีในสังคม ช่วยเหลือสังคม ขยัน ตั้งใจเรียน และอีกหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างที่ไม่สามารถกล่าว ณ ที่นี้ได้ทั้งหมด และขอขอบคุณมูลนิธิ happiness u can give ที่ได้เลือกให้ผมเป็นผู้ชนะการเเข่งขันในวันนั้นและได้เดินทางมามอบรางวัลให้ผมในวันนี้ และอยากจะขอขอบคุณแม่อุ้ม ที่ได้สอนผมในเรื่องการใช้ชีวิตการเปิดโอกาสให้ตัวเอง ขอบขอบคุณมากๆ ครับผม

    อนาคตของผมนั้นผมวาดฝันไว้ว่าอยากเป็นคุณครูสอนวิชาภาษาไทย เพราะผมเป็นคนที่ชอบพูด ชอบร้องเพลง แต่งกลอนแต่งคำประพันธ์ต่างๆ ตลอดจนถึงเพลงผมก็สามารถแต่งได้ ผมชอบเรื่องของวรรณคดี และอื่นๆ เกี่ยวกับภาษาไทย และผมอยากนำความรู้ประสบการณ์ต่างๆ ของผม ไปสอนเด็กๆ ในอนาคต ให้เด็กๆ มีความรู้ในเรื่องภาษาไทย มีทักษะการใช้ชีวิต และเป็นคนดีในสังคมต่อไป

    ผลงานเพลงโอกาสสุดท้าย

    น้องบิ๊ก ผู้ชนะการประกวดที่มีโอกาสเข้าร่วมถ่ายทอดผลงานเพลง และเรียนรู้การทำงานเพลงครั้งแรก

    อ่านต่อ