ความเคลื่อนไหว

  • ความคืบหน้าโครงการ > Dare to Dream “กล้าที่จะฝัน” ครั้งที่ 6

    เลื่อนกิจกรรม Dare to dream ไม่มีกำหนด

    20 มกราคม 2021

    เนื่องจากสถาณการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิท-19 ระลอกใหม่ ทำให้โครงการ Dare to Dream ไม่สามารถจัดกิจกรรมตามที่วางแแผนไว้ได้ โครงการจึงมีความจำเป็นต้องเลื่อนกิจกรรมออกไปอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าสถานกาณณ์จะดีขึ้นและสามารถจัดกิจกรรมได้ดังเดิม


    ทั้งนี้ ทางเทใจและโครงการ Dare to dream จึงขอนำเงินที่ผู้บริจาคสนับสนุนเงินให้โครงการมาแล้ว จำนวน 5,810.40 ไปมอบต่อให้โครงการทุนการศึกษาเพื่อเยาวชนไร้สัญชาติ (https://taejai.com/th/d/apiu-edu63/) เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสเช่นเดียวกัน

    ทางเทใจและโครงการ Dare to Dream ขอขอบคุณผู้บริจาคและขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ปันน้ำใจ ให้น้องที่ได้รับผลกระทบจาก HIV ได้เรียนต่อ

    มอบทุนการศึกษาให้เด็กที่ได้รับผลกระทบจาก HIV ได้เรียนต่อ 25 ทุน

    8 มกราคม 2021

    มูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย มอบทุนการศึกษาภายใต้โครงการปันน้ำใจให้น้องที่ได้รับผลกระทบจาก HIV ได้เรียนต่อ ให้กับน้องๆ เด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากเอชไอ วีและจากสถานการณ์โควิด19 รวมทั้งสิ้น 25 ทุน โดยแบ่งเป็น ระดับปริญญาตรี จำนวน 9 ทุน ระดับมัธยมศึกษา จำนวน 10 ทุน และระดับประถมศึกษา จำนวน 6 ทุน ซึ่งเป็นเด็กในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดชัยภูมิ และกรุงเทพมหานคร

    จากการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเด็กที่ได้รับทุนพบว่าเด็ก 99% อาศัยอยูกับผู้ดูแล/ผู้ปกครองที่ไม่ใช่พ่อแม่ อาทิ ย่า ยาย และในหลายครอบครัวไม่มีบ้านเป็นของตนเอง ต้องอาศัยบ้านของญาติ เด็กบางรายอยู่กับผู้ดูแลที่ติดสุรา

    สิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังการมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากเอชไอวี /เอดส์และจากสถานการณ์โควิด19 โดยสรุป มีดังนี้

    1. เด็ก/เยาวชนที่รับทุนมีกำลังใจในการศึกษาเล่าเรียน ต้องการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่ากับตนเอง ครอบครัว เพื่อนๆ และ มีพลังบวกในการเรียน/การงานเพื่อไปสู่เป้าหมายชีวิตที่ตั้งไว้
    2. เด็ก/เยาวชนส่วนใหญ่นำเงินทุนที่ได้ไปใช้จ่ายในครัวเรือน ซื้อข้าวสาร อาหารแห้งสำหรับครอบครัว
    3. เด็กและเยาวชนนำเงินทุนที่ได้บางส่วนไปช่วยเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัว เช่น ซื้อนมผงให้น้องที่มีอายุน้อย ให้ค่าอาหารน้องไปโรงเรียน
    4. เด็กและเยาวชนนำเงินที่ได้ไปใช้ประโยชน์แก่ตนเอง เช่น เป็นค่าใช้จ่ายในโรงเรียน ซื้อของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น เช่น แบตเตอรี่สำหรับหูช่วยฟัง กรณีที่น้องมีภาวะหูหนวกตั้งแต่อายุน้อย สืบเนื่องมาจากโรคที่เป็น
    5. ผู้ปกครองเด็กทุนได้รับรู้ข้อมูลที่จำเป็นในการดูแลสุขภาพ เช่น การป้องกันโรคติดต่อต่างๆ สถานการณ์โควิดและการป้องกัน เป็นต้น พร้อมกับมอบอุปกรณ์สำหรับการป้องกัน การดูแลและปฎิบัติตัวในช่วงโควิด รวมถึงการให้กำลังใจในการใช้ชีวิต
    6. เยาวชนที่อยู่ในช่วงวัยที่กำลังเปลี่ยนเส้นทางการศึกษา ได้รับคำแนะนำเรื่องการศึกษาต่อ ในระดับปริญญาตรี การศึกษาสายอาชีพ หรือการศึกษาในระบบทางเลือก เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการมีอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ตามทักษะ/ความถนัดและความสนใจ

    สัมภาษณ์น้องที่ได้รับทุนการศึกษา


    น้องน้ำ (นามสมมุติ) อายุ18 ปี เป็นเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเอช ไอวี /เอดส์ (น้องมีภาวะหูหนวก ผลกระทบจากโรคแทรกซ้อน) กำลังเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนประจำตำบล จังหวัดชัยภูมิ น้องน้ำเป็นคนเงียบๆ เก็บตัว ไม่ค่อยมีเพื่อนสนิท อาศัยอยู่กับยาย ยายเป็นผู้หารายได้หลักจากการทำอาชีพรับจ้างทั่วไป ซึ่งมีรายได้ไม่แน่นอนในแต่ละวัน  
    ความฝันของน้อง: น้องอยากเรียนต่อปริญญาตรี ในมหาวิทยาลัยที่จังหวัดชัยภูมิ แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงนักจากโรคที่เป็นอยู่ ทำให้น้องต้องหาทางเลือกอื่นในการศึกษาต่อให้กับตัวเองด้วย
    น้องน้ำบอกว่า “หนูขอบคุณผู้อุปการะคุณ ที่แบ่งปันโอกาสให้หนู” 


    น้องผักหวาน (นามสมมุติ) อายุ 7 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้น ป. 1 โรงเรียนประจำหมู่บ้าน ผักหวานเป็นเด็กผู้หญิงมีลักษณะนิสัยสดใส ร่าเริง เรียนหนังสือเก่ง อาศัยอยู่บ้านของญาติ เนื่องจากไม่มีบ้านของตัวเอง รายได้ส่วนใหญ่มาจากยาย ซึ่งมีอาชีพรับจ้างรายวัน    

    ภาพกิจกรรม

    มูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย มอบทุนการศึกษาให้เด็กและเยาวชนฯ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

    ทีมงานมูลนิธิฯ พูดคุยสอบถามสภาพความเป็นอยู่ และให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กับผู้ปกครองของเด็ก/เยาวชนที่ได้รับทุน

    ทีมงานมูลนิธิฯ แนะนำเรื่องการศึกษาต่อ ในสาขาที่เด็ก/เยาวชนที่รับทุนสนใจ

    เจ้าหน้าที่โครงการสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่น (The Local Area Development Support Project – LDP) ภาคีเครือข่ายทำงานด้านเอชไอวี/เอดส์ จ.ชัยภูมิ ให้ความรู้เรื่องการป้องกันโควิด-19 กับเด็ก/เยาวชนที่รับทุน

    ทีมงานมูลนิธิฯ นำอาหารแห้งมอบแก่เด็ก/เยาวชนที่รับทุน

    เจ้าหน้าที่สอบถามสภาพความเป็นอยู่ การเรียน สุขภาพ และให้คำปรึกษา แก่เด็ก/เยาวชนที่รับทุน

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > "น้องกก" เด็กคลองเตยสู่ปริญญาตรีไวโอลิน

    "น้องกก" ได้รับทุนเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ปี 63

    6 มกราคม 2021

    "น้องกก" นางสาว ชนกนันท์ สำลีพันธ์

    ฉันอาศัยอยู่กับแม่และน้องสาวอายุ 14 ปี โดยเช่าแฟลตการเคหะการท่าเรือแห่งประเทศไทยพักอาศัยอยู่ ในเขตคลองเตย แม่ของฉันเป็นคนดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน พ่อได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น ก็ได้ส่งค่าเลี้ยงดูมาให้บ้างบางเดือน ตอนเรียนมัธยมศึกษาแม่จะขับมอเตอร์ไซด์ไปรับส่งฉันและน้องที่โรงเรียนทุกวัน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและเพื่อความปลอดภัย แม่ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิ มีรายได้พอเลี้ยงดูและใช้จ่ายในบ้านบ้าง บางครั้งหากไม่เพียงพอก็ต้องขอความช่วยเหลือจากคุณยาย

    เริ่มเรียนดนตรีครั้งแรกตั้งแต่เมื่อไร

    ฉันเริ่มเรียนดนตรีคลาสสิค ตอนประมาณอายุ 11 ขวบ ที่โรงเรียนดนตรีอิมมานูเอล ที่อยู่ใกล้ๆ บ้าน และได้เรียนฟรี

    ใครเป็นครูคนแรก

    ครูคนแรกที่สอนฉัน ชื่อ พี่ฟิว เขานักศึกษาฝึกงานจากสถาบันดนตรีกัลยานิวัฒนา ซึ่งก็เป็นนักเรียนทุนของมูลนิธิดนตรีเพื่อชีวิต และเขากลับมาฝึกสอนช่วงสุดสัปดาห์ ฉันเลยได้มีโอกาสเรียนกับเขา หลังจากนั้นฉันก็เรียนไวโอลินกับครูที่เป็นมิชชันนารี ชื่อ อาจารย์สุวัย โยฮันเนสเซ่น

    ทำไมถึงสนใจดนตรีคลาสสิค

    ฉันสนใจดนตรีคลาสิค เพราะมีเพื่อนแนะนำมาก่อน หลังจากนั้น เมื่อลองเรียนไปเรื่อยๆ ก็ชอบ

    ทำไมเลือกเล่นไวโอลิน

    ฉันเลือกเล่นไวโอลิน เพราะอยากเล่นดนตรีคลาสสิคอะไรสักอย่าง และอยากแสดงดนตรีอยู่ในวงออร์เคสตร้าเหมือนพี่ๆ มันเสียงเพราะและดูสวยงาม

    ตอนนี้เรียนที่ไหน

    ตอนนี้ฉันสอบเข้าศึกษาต่อในสาขาดนตรีได้ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์ ภาควิชาดนตรี สาขาวิชาดนตรีตะวันตก

    แผนการในอนาคต

    ในอนาคตฉันอยากจะนำดนตรีที่เรียนมาสอนให้กับน้องๆ ในชุมชนคลองเตยและใกล้เคียง อยากให้น้องได้มีโอกาสเรียนดนตรีคลาสสิค ซึ่งนอกจากจะช่วยให้น้องๆ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังช่วยทำให้น้องสามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้ในอนาคตด้วย

    ความใฝ่ฝันในอนาคต

    อนาคตเมื่อฉันเรียนจบ ฉันอยากกลับมาเป็นคุณครูสอนประจำอยู่ที่มูลนิธิดนตรีเพื่อชีวิต และอยากจะช่วยพัฒนามูลนิธิทั้งในเรื่องของการขยายโครงการต่างๆ เช่น ไปสอนที่จังหวัดอื่นๆ เขตอื่นๆ และการพัฒนาน้องๆ ในมูลนิธิให้มีความสามารถพิเศษ และเป็นนักดนตรีมืออาชีพต่อไป

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > "น้องหญิง" เด็กคลองเตยสู่ปริญญาตรีไวโอลิน

    "น้องหญิง" ได้รับทุนเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ปี 63

    6 มกราคม 2021

    "น้องหญิง" นางสาว หทัยรัตน์ จินดาสี

    ดิฉันชื่อ นางสาว หทัยรัตน์ จินดาสี (หญิง) มีสมาชิกครอบครัวทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย พ่อ แม่ น้องชาย และดิฉัน แม่ดิฉันอพยพมาจากเมืองเวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พ่อฉันเป็นคนจังหวัดบุรีรัมย์ พ่อกับแม่มาเจอกันตอนมาเที่ยวที่กรุงเทพฯ ก็ตกหลุมรักและได้จดทะเบียนสมรสกัน แม่ดิฉันทำอาชีพขายอาหารอีสาน พ่อฉันทำงานขับรถส่งสินค้า ฉันและครอบครัวอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าตึกแถว ซ.วรรณโณทัย ถ.พระราม4 เขตคลองเตย กรุงเทพฯ


    เริ่มเรียนดนตรีคลาสสิคตั้งแต่อายุเท่าไร

    ฉันเริ่มเรียนดนตรีคลาสสิค ตอนอายุ 10 ขวบ

    ใครเป็นคนสอนครั้งแรก

    คนที่สอนดนตรีฉันเป็นคนแรก ชื่อ พี่ไอซ์ เป็นนักศึกษาฝึกงานจากสถาบันดนตรีกัลยานิวัฒนา ซึ่งได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิดนตรีเพื่อชีวิต และเขากลับมาสอนในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ฉันเลยได้เริ่มเรียนไวโอลินกับพี่ไอซ์ และหลังจากนั้นก็เรียนกับมิชชันนารีชาวนอร์เวย์ ชื่อ อาจารย์สุวัย โยฮันเนสเซ่น

    ทำไมถึงสนใจดนตรีคลาสสิค

    ในช่วงนั้นมีเพื่อนมาแนะนำให้ไปเรียนไวโอลินด้วยกันเพื่อนบอกว่าครูที่สอนเป็นครูฝรั่งแต่พูดไทยได้ ค่าเรียนเสียแค่50บาทเท่านั้น(เฉพาะตอนนั้นนะคะ แต่ปัจจุบันการเรียนการสอนฟรีทั้งหมดค่ะ) ฉันสนใจมากๆเลยขออนุญาตพ่อกับแม่ไปเรียน ซึ่งคุณพ่อกับคุณแม่ก็ไม่ได้ห้ามอะไร ก็เลยมาเรียนค่ะ

    ทำไมถึงเลือกเล่นไวโอลิน

    ตอนแรกๆ ฉันมาเล่นดนตรีตามเพื่อนๆ เพราะช่วงนั้นโบสถ์ที่ใกล้บ้าน เขาเปิดสอนดนตรีฟรี และเด็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ โบสถ์ก็เริ่มมาเรียนกันเยอะ ฉันเห็นว่าพวกเพื่อนๆ สนใจเรียนไวโอลิน ฉันก็เลยเลือกเรียนเครื่องดนตรีไวโอลินนี้ และก็เล่นมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

    สอบเข้าเรียนต่อสาขาดนตรีได้ที่ไหน

    ฉันสอบติดที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาเอกดนตรีตะวันตก

    อนาคตจะนำดนตรีที่เรียนมาใช้ และเป็นประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างไร

    ฉันคิดว่าดนตรีสามารถต่อยอดในชีวิตให้กับตัวเราในอนาคตได้ ในการทำงาน ในการเข้าสังคมภายนอกกับผู้อื่น หรือนำดนตรีที่เรียนมาช่วยสอนให้กับน้องๆ เพื่อช่วยพัฒนาให้เด็กๆ และเยาวชนในคลองเตยได้มีอนาคตที่ดี

    ความใฝ่ฝันในอนาคต

    ฉันอยากประสบความสำเร็จในด้านการเรียน อยากเป็นที่รู้จักของผู้คน เพื่อที่จะได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนภายนอก และมีโอกาสไปเล่นดนตรีในวงออร์เคสตร้าอื่นๆ หรือการออดิชั่น และอยากทำวง quartet ของตัวเอง

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > กระเป๋ายา(ใจ)แก่เพื่อนบนดอย

    จัดซื้อกระเป๋ายาให้ครู และอสม. ตัวแทนหมู่บ้านใน อ.อมก๋อย

    5 มกราคม 2021

    โครงการได้ดำเนินกานเบิกเงินเพื่อจัดซื้อกระเป๋ายา ขนาดกว้าง 7 นิ้วx สูง 9 นิ้วx ยาว 11 นิ้ว ทำมาจากวัสดุผ้ากันน้ำ กันฝุ่น กระเป๋าเล็กสามด้านสามารถถอดออก เพื่อแยกการใช้สอยที่สะดวก ทำความสะอาดได้ง่าย ใช้ผ้าตีนตุ๊กแกปิดฝากระเป๋า 3 ด้าน ทำให้สะดวกต่อการซ่อมบำรุงบนดอย ด้านในสามารถปรับพื้นที่ขนาดการใช้งานได้อย่างเหมาะสม น้ำหนักกระเป๋าราว 0.5 กิโลกรัม ราคาประมาณ ใบละ 900 บาท

    รูปภาพกระเป๋า

    ลองจัดวางของในกระเป๋า เพื่อส่งมอบให้ครู และอสม. ใช้ในหมู่บ้านต่อไป


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ปันน้ำใจ ให้น้องที่ได้รับผลกระทบจาก HIV ได้เรียนต่อ

    มอบทุนให้กับเด็กได้รับผลกระทบจาก HIV ใน กรุงเทพและชัยภูมิ

    5 มกราคม 2021

    ในเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ทางทีมงานมูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทยได้ลงเยี่ยม และมอบทุนให้กับน้องๆ ที่ได้รับผลกระทบจาก HIV ในสองพื้นที่ คือ จ.กรุงเทพฯ และจ.ชัยภูมิ อันเนื่องมาจากมาตรการป้องกัน Covid-19 ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และเชียงราย จึงจำเป็นต้องเลื่อนการมอบทุนออกไปเป็นปี 2564 

    มูลนิธิฯ ขอนำส่งภาพแสดงการลงพื้นที่มอบทุนการศึกษา ที่ จังหวัดชัยภูมิ และมอบวัตถุดิบประกอบอาหารให้แก่เด็กและผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากHIV และมีฐานะยากจน  

    ภาพประกอบ

    ทีมงานสอบถามข้อมูลของเด็กที่ได้รับทุน

    ที่อยู่อาศัยของเด็กที่ได้รับทุน

    มอบทุนการศึกษา และวัตถุดิบประกอบอาหาร

    น้องๆ ที่ได้รับทุน

    หลังจากทางมูลนิธิฯ ลงพื้นที่เยี่ยมเด็ก พร้อมมอบทุนให้กับน้องๆ ครบทุกพื้นที่แล้ว จะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

    อ่านต่อ
  • ข่าวประชาสัมพันธ์

    เรื่องราวดีๆ ในปี 2563 ที่เกิดขึ้นในช่วงที่เราต้องเผชิญกับโควิด-19

    4 มกราคม 2021
    หากมองย้อนไปถึงช่วงต้นปี 2020 คงจะไม่มีใครคาดคิดว่าปีนี้จะดุเดือดและดุดันขนาดนี้ ที่จริงแล้วเราเริ่มต้นปีนี้กันด้วยไฟป่าภาคเหนือ เหตุกราดยิงที่โคราช และ PM 2.5 ขาประจำ แต่ที่ร้อนแรงและยาวนานจนยังมองไม่เห็นปลายทาง คงหนีไม่พ้นโควิด-19

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > Give for Child Fight COVID-19 เทใจให้เด็กชายแดนใต้ เพื่อชีวิตที่สดใส หลังโควิดหมดไป

    มอบของใช้จำเป็น และทุนการศึกษาให้ครอบครัวเด็กยากไร้ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

    22 ธันวาคม 2020

    จากการเปิดระดมทุนจากน้ำใจของคนไทยทั่วประเทศผ่านเว็บไซต์เทใจดอทคอม ทำให้เราได้ยอดเงินบริจาคจำนวนทั้งสิ้น 278,546 บาท คิดเป็นเพียง 26% ของยอดเงินที่ตั้งเป้าไว้ พร้อมนี้ เราได้รับบริจาคสนับสนุนโดยตรงผ่านบัญชีธนาคารของเครือข่ายฯ จากสมาคมชาวปัตตานีจำนวน 300,000 บาท และจากบริษัท ฟิลิปเวน (ประเทศไทย) จำกัด อีกจำนวน 60,000 บาท รวมยอดเงินบริจาคที่เราได้รับในโครงการจำนวนทั้งสิ้น 638,546 บาท ทำให้เราไม่สามารถที่จะดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวเด็กยากไร้ให้ครบ 300 ครัวเรือนตามจำนวนที่วางไว้ในโครงการได้

    ทั้งนี้ เพื่อให้เพียงพอต่องบประมาณ จากการลงพื้นที่สำรวจนั้นเราได้พิจารณาคัดเลือกครอบครัวเด็กยากไร้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวนทั้งสิ้นเพียง 188 ครัวเรือน แบ่งเป็น จ.ปัตตานี 88 ครัวเรือน จ.นราธิวาส 50 ครัวเรือน และ จ.ยะลา 50 ครัวเรือน ซึ่งทางเราได้ดำเนินการลงพื้นที่มอบของและทุนไปแล้วบางส่วนตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา

    ภาพกิจกรรมลงพื้นที่มอบของ/ทุน



    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > "น้องเอิน" เด็กคลองเตยสู่ปริญญาตรีเซลโล่

    "น้องเอิน" ได้รับทุนเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ปี 63

    21 ธันวาคม 2020

    "น้องเอิน" นางสาง เสาวภา แจ่มโคกสูง

    ปัจจุบันฉันพักอาศัยอยู่กับยายและน้า แม่ของฉันเสียชีวิตตั้งแต่ฉันอายุ 5 ขวบ ส่วนพ่อและคุณตาเสียชีวิตตอนฉันอายุ 8 ขวบ แต่ก่อนคุณยายทำอาชีพเลี้ยงเด็ก แต่ปัจจุบันคุณยายมีปัญหาเรื่องสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง จึงเหลือแต่คุณน้าทำงานเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว

    เริ่มเรียนดนตรีครั้งแรกตั้งแต่เมื่อไร

    ฉันเริ่มเรียนดนตรีตอนอายุ 6 ขวบ ที่สถานรับเลี้ยงเด็กอิมมานูเอล ในโบสถ์ที่อยู่ใกล้ๆ บ้าน โดยเริ่มจากการเรียนไวโอลิน แต่หลังจากนั้นเห็นว่าคนเล่นไวโอลินเยอะแล้ว จึงเปลี่ยนมาเล่นเชลโล่ตอนอายุ 11 ขวบ และเล่นจนถึงปัจจุบัน

    ใครเป็นครูคนแรก

    ฉันเริ่มเรียนดนตรีคลาสสิคครั้งแรกกับอาจารย์ที่เป็นมิชชันนารีชาวนอร์เวย์ ชื่อ อาจารย์สุวัย โยฮันเนสเซ่น ที่สอนดนตรีในสถานรับเลี้ยงเด็ก เขาได้สอนดนตรีที่โบสถ์ใกล้ๆ บ้าน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ฉันจึงได้มาเรียนกับเขา

    ทำไมถึงสนใจดนตรีคลาสสิค

    ตอนเด็กๆ ฉันไม่ค่อยสนใจดนตรีมากเท่าไหร่ แต่พอฉันเริ่มโตขึ้นและเรียนดนตรีมาเรื่อยๆ ดนตรีก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในของชีวิตไปแล้ว

    ทำไมเลือกเล่นเชลโล่

    ตอนแรกนั้นในโรงเรียนดนตรีไม่ค่อยมีใครเล่นเชลโล่ ฉันจึงคิดว่าอยากจะเป็นนักเชลโล่ เพราะว่าถ้าผู้หญิงเล่นเชลโล่คงดูมีเสน่ห์และเท่ห์ดี แต่หลังจากเล่นไปนานๆ ทำให้รู้สึกว่า เชลโล่เป็นเครื่องดนตรีที่จะให้เสียงทุ้ม เมื่อเล่นประสานกับเสียงแหลมๆ อย่างเครื่องสายไวโอลินแล้ว ก็จะทำให้ดนตรีไพเราะยิ่งขึ้น มันเป็นเครื่องดนตรีที่ลงตัว

    ตอนนี้เรียนที่ไหน

    ในปี 2563 ฉันตัดสินใจสอบเข้าศึกษาต่อในคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาดุริยางคศิลป์ตะวันตก เครื่องดนตรีเอกเชลโล่

    แผนการในอนาคต

    ในอนาคตฉันตั้งใจว่า หากเรียนจบดนตรีจะกลับมาสอนดนตรีให้กับน้องๆ ในชุมชนคลองเตย และพื้นที่ห่างไกล เพื่อมอบโอกาสให้น้องๆ หลายคนให้ได้รู้จักดนตรีคลาสสิก เพราะเมื่อฉันได้รับโอกาสดีมาแล้ว ฉันก็ควรมอบโอกาสดีนั้นให้กับผู้อื่นด้วยเช่นกัน

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > สอนว่ายน้ำนักเรียนตาบอด จ.แพร่

    เปลี่ยนสถานที่จัดกิจกรรมเป็น โรงเรียนบ้านท่าลาว จังหวัดเพชรบุรี

    15 ธันวาคม 2020


    อ่านต่อ