ความเคลื่อนไหว

  • ความคืบหน้าโครงการ > เทใจให้ทะเล | taejai4ocean

    ปลูกต้นไม้และเพาะพันธุ์ต้นกล้า ในป่าชายเลน 2,200 ต้น

    15 กันยายน 2021

    เดิมโครงการนี้ มีแผนงานที่จะจัดกิจกรรมเพาะพันธุ์กล้าไม้และปลูกป่าชายเลน จำนวน 20,000 ต้น ให้เสร็จภายในระยะเวลาช่วงสั้นๆ และจัดกิจกรรมร่วมกับทีมงานเทใจและพันธมิตรในจังหวัดภูเก็ต พังงา แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด 19 ที่กำลังขยายตัวในจังหวัดภูเก็ตและพังงา จึงจำเป็นต้องมีการปรับรูปแบบ ให้สอดคล้องกับตามมาตรการและนโยบายของจังหวัดภูเก็ต และพังงาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 โครงการจึงได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมให้มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมน้อยลง และขยายช่วงเวลาในการดำเนินกิจกรรมให้ทอดยาวขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มจำนวนครั้งของกิจกรรม โดยมีรายละเอียดการดำเนินกิจกรรม ดังนี้

    1.กิจกรรมเทใจให้ป่าชายเลน@บ้านอ่าวกุ้ง วันที่ 28 กรกฎาคม 2564 ณ ป่าชายเลนชุมชนบ้านอ่าวกุ้ง หมู่ที่ 9 ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนชุมชนบ้านอ่าวกุ้ง ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนา กลุ่มเยาวชน สมาชิกชุมชนและผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมผ่านหน้าเพจของชุมชน “รักษ์อ่าวกุ้งรักษ์ปะการัง ป่าชายเลน” ประกอบด้วยกลุ่มจิตอาสา ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม รวม 75 คน

    ชาวบ้านร่วมกันปลูกป่าชายเลน

    เด็กๆ มาร่วมช่วยปลูกป่าชายเลน

    เตรียมกล้าไม้เพื่อปลูกป่า

    นักอนุรักษ์รุ่นเยาว์มีความสุข

    แลกเปลี่ยนประสบการณ์อนุรักษ์ป่าชายเลน

    2.กิจกรรมปลูกป่าชายเลนและเพาะพันธุ์กล้าไม้ วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2564 ณ ป่าชายเลนชุมชนบ้านอ่าวกุ้ง หมู่ที่ 9 ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนชุมชนบ้านอ่าวกุ้ง ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำทางศาสนา กลุ่มเยาวชน สมาชิกในชุมชน จำนวน 50 คน 

    ติดตามต้นไม้ที่ปลูก 

    3.กิจกรรมแม่พันธุ์แห่งแผ่นดิน วันที่ 12 สิงหาคม 2564 ณ ป่าชายเลนชุมชนบ้านอ่าวกุ้ง หมู่ที่ 9 ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนชุมชนบ้านอ่าวกุ้ง ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนา กลุ่มเยาวชน สมาชิกในชุมชน ตัวแทนจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จำนวน 45 คน

    เพาะต้นกล้าจากลูกลำแพนทะเล

    อนุรักษ์ไม่ใหญ่ แม่พันธุ์แห่งแผ่นดิน

    4. กิจกรรมปลูกป่าชายเลน วันที่ 25 สิงหาคม 2564 ณ ป่าชายเลนชุมชนบ้านอ่าวกุ้ง หมู่ที่ 9 ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แก่ กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนชุมชนบ้านอ่าวกุ้ง กลุ่มเยาวชน จำนวน 33 คน

    นั่งเรือไปปลูกป่าชายเลน

    ปลูกป่าชายเลนครั้งแรกในชีวิตของเด็ก

    ปลูกป่าชายเลนเพิ่ม

    สรุปผลการดำเนินการปลูกป่าและเพาะพันธุ์กล้าไม้ป่าชายเลน เมื่อ 28 ก.ค – 25 ส.ค.2564

    • ต้นไม้ที่ปลูกจากฝัก ได้แก่ ต้นแสมดำ 100 ต้น ถั่วขาว 1,500 ต้น โกงกางใบใหญ่ 600 ต้น รวมทั้งหมด 2,200 ต้น
    • เพาะพันธุ์กล้าไม้แสมดำ 500 ต้น

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > “ปลูก ปันอิ่ม” สร้างแหล่งอาหาร เสริมความมั่นคงในชีวิต ให้คนไร้ที่พึ่ง

    คนไร้บ้าน 5 คน ได้ร่วมกันปลูกพืชสวนครัว สร้างรายได้

    15 กันยายน 2021

    มูลนิธิอิสรชน เริ่มดำเนินโครงการมาแล้วระยะหนึ่ง ในระหว่างโควิด-19 รอบที่ 2 เราได้ดำเนินการไปแล้วบางส่วน เพื่อส่งเสริมอาชีพ มีการดำเนินการถางหญ้า เตรียมพื้นที่ ลงพืชพันธ์ แล้วนำมาประกอบอาหาร เน้นในสวนของพืชผักสวนครัวในช่วงแรก ๆ เช่น พริก กระเพรา มัน มะนาว ตระไคร้ เป็นต้น ในช่วงแรกของผลผลิตจะไม่มาก จึงนำมาทำอาหาร และเน้นการแบ่งปัน 

    สิ่งที่พบหลังจากทำกิจกรรม

    เกิดผลผลิต และคนไร้เร่ร่อน ที่มาร่วมโครงการได้รู้สึกได้พัฒนาตนเอง รู้สึกมีคุณค่า ออกแรงทำงาน มีสติในการทำงานสวน นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่ที่เขาได้ระบายแรง ระบายความรู้สึก ได้พูดคุยระหว่างคนเร่ร่อน ไร้บ้าน และถามกับมูลนิธิฯ ตลอดว่า จะได้ไปทำอีกเมื่อไหร่ วันไหน จะได้เตรียมตัว เตรียมอุปกรณ์รอลงพื้นที่

    ความประทับใจจากคนไร้บ้าน

    เท่ห์ คนเร่ร่อนไร้บ้าน มีอาชีพนวดในถนน ช่วงโควิดระบาดได้มาทำสวนกับเรา เพราะไม่มีรายได้ รู้สึกว่าได้ใช้แรงมาก แต่ทำได้ไม่มาก เพราะแขนไม่ค่อยดี "สนุกดีแต่เหนื่อยมาก ได้ลองทำ เพราะไม่เคยได้ทำมาก่อน ได้ออกกำลังกาย สนุกดีนะ" เขาแรงไม่เยอะเพราะแขนมีเหล็ก แต่ภูมิใจที่ตัวเองได้ทำประโยชน์

    พี่แอ๋ว คนในกลุ่มเปราะบาง ช่วงที่ว่าง ไม่มีงานก็มาทำเพื่อจะได้มีรายได้ "ว่างมีอะไรทำก็จะได้รู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์ ได้ช่วยคนอื่น แม้จะระยะเวลานาน ได้เจอเพื่อน ๆ ทำกิจกรรมร่วมกัน"

    พี่วาสนา "เมื่อไหร่จะได้ไปอีก พี่ไม่ดื่มเหล้าแล้วนะ " "สนุกดี ได้ออกแรง มีคุณค่านะทำให้คนมากมาย แม้จะไม่ใช่ตอนนี้ที่ได้ของกินเลยแต่เราได้ลงมือทำ " ทุกครั้งจะถามและพยายามจะดื่มเหล้าน้อยลง

    ภาพประกอบ

    ผลผลิตที่ได้

    อ่านต่อ
  • ข่าวประชาสัมพันธ์

    เจอเต่ากระดองเเตก! ทำยังไงดี?

    13 กันยายน 2021
    ช่วงนี้หน้าฝน เราอาจจะเห็นเต่าข้ามถนนบ่อยๆ บางตัวโชคดีไม่เป็นอะไร เเต่บางที่เราเจอเต่าบาดเจ็บกระดองเเตกเพราะถูกรถชน เราควรทำอย่างไร เพื่อให้เต่าถึงมือคุณหมออย่างปลอดภัยและเพิ่มโอกาสที่น้องเต่าจะหายดี

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ห้องน้ำสร้างสุข จระเข้ x มูลนิธิกระจกเงา

    สร้างห้องน้ำเสร็จครบแล้วตามเป้าหมาย 30 หลัง

    10 กันยายน 2021

    ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 – สิงหาคม 2564 โครงการได้มีการจัดสร้างห้องสุขา ขนาด 2x2 เมตร ให้กับผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เด็ก และชาวบ้านที่ยากไร้ในชุมชนชาติพันธุ์บนดอยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย  จำนวน 30 หลัง ให้กับ 30 ครอบครัว ที่ไม่มีห้องสุขาหรือห้องสุขาเดิมมีสภาพเสื่อมโทรม จากการดำเนินงานทำให้มีผู้ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ ทั้งสิ้น 109 คน ซึ่งมีทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เด็กและครอบครัว 


    โดยที่สุขภัณฑ์และเครื่องอำนวยความสะดวกภายในจะเน้นความเหมาะสมสอดคล้องและความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ที่เป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และเด็ก  พร้อมติดตั้งอ่างล้างมือไว้ด้านหน้าของห้องสุขาเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการล้างมือซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการการป้องกันการติดเชื้อและแพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่กำลังระบาดอยู่ในปัจจุบัน จากการดำเนินงานเรามั่นใจว่า เด็ก/เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย/ผู้พิการ ผู้ยากไร้ ของชุมชนชาติพันธ์ที่อยู่ในท้องถิ่นห่างไกลที่ได้รับห้องสุขาจากโครงการจะมีสุขอนามัยที่ดีขึ้นและมีความปลอดภัยจากการใช้ห้องสุขาที่ถูกสุขลักษณะและมีมาตรฐานอย่างแน่นอน

    จากการดำเนินงานทำให้มีผู้ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ ทั้งสิ้น 109 คน

    นอกจากเรื่องของทุนทรัพย์และทรัพยากรที่โครงการได้รับการสนับสนุนจากภาคสังคมแล้ว เรื่องของการสร้างความร่วมมือทั้งจากอาสาสมัครทางสังคม ชุมชน และตัวเจ้าของบ้าน ก็ถือได้ว่าประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้เนื่องเพราะในช่วงแรกของการดำเนินงาน ทางโครงการสามารถระดมอาสาสมัครทางสังคมและชุมชนเข้าร่วมปฏิบัติการจัดสร้างห้องสุขาให้กับชาวบ้านที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้อย่างน้อย 50 คน อีกทั้งพื้นที่ดำเนินงานของโครงการยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่จิตอาสาและแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก ๆ ในชุมชนได้เป็นอย่างดี ซึ่งทำให้ภาคสังคมเห็นความสำคัญของเรื่องสุขาภิบาลของคนยากไร้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล แต่ในช่วงท้ายของการดำเนินโครงการสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ในพื้นที่เริ่มหนักขึ้น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของทีมงานและชาวบ้านในชุมชน โครงการจำเป็นยกเลิกการเปิดรับอาสาสมัครจากภายนอก เพื่อปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ในพื้นที่


    ห้องน้ำหลังที่ 22-30

    หลังที่ 22 นายจะจ๋า จะแหละ - อายุ 50 ปี 

    หมู่บ้านจะก่า - สมาชิกครอบครัวมี 8 คน ไม่มีห้องน้ำใช้ ใช้ป่าในการทำธุระส่วนตัว


    หลังที่ 23 นายจะพือ จะแล - อายุ 46 ปี 

     หมู่บ้านห้วยชมพู - สมาชิกในครอบครัวมี 6 คน ไม่มีห้องน้ำใช้   


    หลังที่ 24 นางลอสือ จะแล - อายุ 48 ปี 

     หมู่บ้านห้วยชมพู - สมาชิกในครอบครัวมี 4 คน สภาพห้องน้ำที่ใช้เดิมมีความเสื่อมโทรม    


    หลังที่ 25 นายอาโด๊ เมอแล - อายุ 68 ปี 

     หมู่บ้านห้วยชมพู - สมาชิกในครอบครัวมี 3 คน สภาพห้องน้ำที่ใช้เดิมมีความเสื่อมโทรม ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ข้อเข่าเสื่อม


    หลังที่ 26 นายธีรนัย จะแฮ - อายุ 25 ปี 

     หมู่บ้านสุขเกษม - สมาชิกในครอบครัวมี 4 คน (เป็นบุคคลไร้สัญชาติ) ไม่มีห้องน้ำใช้    


    หลังที่ 27 นายกนก เชกอง - อายุ 21 ปี 

     หมู่บ้านสุขเกษม - สมาชิกในครอบครัวมี 5 คน สภาพห้องน้ำที่ใช้เดิมเสื่อมโทรม สมาชิกในครอบครัวป่วยเป็นโรคหอบหืด

    ** หมายเหตุ : ผู้ถ่ายรูปรับมอบห้องน้ำคือบิดา 


    หลังที่ 28 นางนาติ จะแฮ - อายุ 40 ปี 

     หมู่บ้านสุขเกษม - สมาชิกในครอบครัวมี 7 คน (เป็นบุคคลไร้สัญชาติ) สภาพห้องน้ำที่ใช้เดิมเสื่อมโทรม    

    ** หมายเหตุ : ผู้ถ่ายรูปรับมอบห้องน้ำคือสมาชิกในครอบครัว (บุตรสาว) 


    หลังที่ 29 นางอาชู เยอลือ - อายุ 27 ปี 

    หมู่บ้านดอยบ่อ 2 -  สมาชิกในครอบครัวมี 5 คน ห้องน้ำที่ใช้เดิมมีสภาพเสื่อมโทรม


    หลังที่ 30 นางรัตนา ธำรงกมล - อายุ 54 ปี 

     หมู่บ้านดอยบ่อ 2 - สมาชิกในครอบครัวมี 3 คน สมาชิกในครอบครัวป่วยเป็นมือสั่น/ข้อเสื่อม ห้องน้ำที่ใช้เดิมเสื่อมโทรม


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > จัดหาเครื่องวัดระดับออกซิเจนในเลือดครั้งที่ 2 เพิ่มเติมให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ

    มอบเครื่องวัดออกซิเจน 2,398 เครื่อง ให้ 126 โรงพยาบาลทั่วประเทศ

    4 กันยายน 2021

    ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ได้จัดหาเครื่องวัดระดับออกซิเจนในเลือด (Pulse Oximeter) และส่งมอบไปยังโรงพยาบาล 126 แห่งทั่วประเทศ  มีรายละเอียด ดังนี้

    การจัดส่งให้โรงพยาบาล รอบที่ 1 จำนวน 39 โรงพยาบาล

    การจัดส่งให้โรงพยาบาล รอบที่ 2 จำนวน 87 โรงพยาบาล


    รูปภาพและข้อความขอบคุณจากโรงพยาบาล


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > สร้างคลินิคเพื่อดูแลช้างที่ถูกทารุณ โดยมูลนิธิอนุรักษ์ช้างเอเชีย จ.เชียงใหม่

    คลินิกช้างเสร็จแล้ว

    3 กันยายน 2021

    มูลนิธิอนุรักษ์ช้างเอเชียได้ทำการสร้างและต่อเติมคลินิกแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2564 โดยได้เริ่มใช้งานจริงเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 โดยเชิญสัตวแพทย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาตรวจรักษาและเช็คสัญญาณไมโครชิพช้างที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิ โดยผลเป็นที่น่าพอใจเมื่อคลินิกทำให้สัตวแพทย์รักษาเเละเช็คช้างได้ง่ายยิ่งขึ้น ปลอดภัยทั้งช้างและคน หลังจากนี้จะมีการใช้งานคลินิกอย่างต่อเนื่องในกรณีช้างที่ต้องได้รับการรักษาเบื้องต้น

    ความประทับใจจากผู้ดูแลคลินิก

    “คลินิกช้างเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการรักษาช้างที่ต้องได้รับการรักษา ไม่จำเป็นต้องไปไกลถึงโรงพยาบาลช้างในต่างจังหวัดในกรณีช้างที่ไม่ป่วยหนัก คลินิกสามารถรองรับการรักษาเบื้องต้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ”นาย ญาณวิทย์ คำยาพันธ์กาฬสินธ์

    “เมื่ออดีตการรักษาช้างเป็นไปด้วยความลำบากเพราะช้างก็กลัวหมอ หมอก็กลัวช้าง นับตั้งแต่มีคลินิกที่ให้ช้างอยู่ภายในล็อคของคลินิกก็ทำให้หมอรักษาได้ง่ายขึ้น ปลอดภัยทั้งคนและช้าง”
    นาย ณัฐกานต์ แก้วกันภัย ผู้จัดการมูลนิธิอนุกรักษ์ช้างเอเชีย

    ภาพประกอบ

    อาคารคลินิกช้าง

    ช้างที่เข้ามารับการรักษา

    สัตวแพทย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาช่วยดูแลรักษาช้าง

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > คืน 30 ล้านชั่วโมง

    ติดตั้งระบบคิวที่ ศูนย์ตรวจคัดกรอง มทบ. 11 และ ระบบคิวฉีดวัคซีนที่ MBK Center

    1 กันยายน 2021

    ศูนย์ตรวจคัดกรอง มทบ. 11
    ติดตั้งระบบคิวตรวจโควิด-19 ณ มณฑลทหารบกที่ 11 เปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป ได้เข้ามาใช้บริการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. 64 เป็นต้นไป สามารถรองรับผู้ใช้บริการ 1,000-1,500 คนต่อวัน ผู้ใช้บริการจองคิวผ่านแอปพลิเคชั่น QueQ

    MBK Center
    ติดตั้งระบบคิวฉีดวัคซีนให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปที่อยู่ในพื้นที่โดยรอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข็มที่ 1 วันที่ 28-29 ส.ค./ 4-5 ก.ย. และเข็มที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 18-19 ก.ย./ 25-26 ก.ย. 64 สามารถรองรับผู้ใช้บริการ 900 คนต่อวัน ผู้ใช้บริการจองคิวผ่านแอปพลิเคชั่น QueQ  ก่อนเข้าใช้บริการ

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด ในชุมชนคลองเตยระหว่างรอส่งตัว

    สรุปกระบวนการทำงานศูนย์พักคอยในชุมชนคลองเตย

    28 สิงหาคม 2021

    การดำเนินงานของโครงการ ได้มีการแบ่งบทบาทหน้าที่รับผิดชอบเป็น 3 ส่วน และมีผลการดำเนินการ ดังนี้

    1. การทำข้อมูลและการติดตามผู้ติดเชื้อรายชุมชน รับผิดชอบโดย คลองเตยดีจัง ทำงานในส่วนของ 1) ระบบฐานข้อมูล 2) การส่งต่อกรณีเร่งด่วน
    2. "ศูนย์พักคอยในชุมชนระหว่างรอส่งตัว" (Community Waiting Area: CWA) วัดสะพานรับผิดชอบโดยคณะสงฆ์วัดสะพานและคณะกรรมการต่อต้านโควิดชุมชน ทำงานในส่วน 1) ระบบการส่งตัวผู้ป่วยจากชุมชนมาที่วัดสะพาน 2) ระบบการดูแลผู้ติดเชื้อในวัด 3) ระบบการส่งต่อผู้ติดเชื้อจากศูนย์พักคอยไปโรงพยาบาลสนาม
    3. ความช่วยเหลือเรื่องอาหาร รับผิดชอบโดยวัดสะพาน คลองเตยดีจัง และมูลนิธิดวงประทีป โดยเป็นการให้ความช่วยเหลือด้านอาหาร ถุงยังชีพ และอื่น ๆ ให้กับชุมชน

    ตารางแสดงผลการดำเนินการ

    สัมภาษณ์ความประทับใจจากจิตอาสา และผู้ป่วยที่ได้รับความช่วยเหลือ


    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ 


    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ สามารถแบ่งตามบทบาทหน้าที่งานที่รับผิดชอบ 3 ส่วน ดังนี้

    1. การทำข้อมูลและการติดตามผู้ติดเชื้อรายชุมชน รับผิดชอบโดย คลองเตยดีจัง

    1.1 ระบบฐานข้อมูล

    1) Case manager คือ ระบบติดตามผู้ติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยง มีบทบาทหน้าที่ดังนี้ 1) ดูแลภาพรวมของพื้นที่ รับผิดชอบ โดยการทำความเข้าใจธรรมชาติ เงื่อนไข ข้อจำกัดของชุมชนที่ดูแล และมองให้เห็นภาพรวมความวิกฤตของชุมชนและรายเคสว่าเรื่องไหนควรคุยกับใครในชุมชน 2) ติดตามดูแล ให้ความช่วยเหลือ case worker ในทีม เพื่อให้การทำงานราบรื่น และช่วยประสานความช่วยเหลือเร่งด่วน/ฉุกเฉิน 3) จัดการข้อมูลรายชื่อทั้งหมดในชุมชน และส่งต่อ/อัพเดทข้อมูลความช่วยเหลือมาที่ data center

    2) case worker คือ ระบบติดตามผู้ติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยงรายคน มีบทบาทหน้าที่ ดังนี้ 1) สร้างความสัมพันธ์ ความช่วยเหลือ และติดตามผลผู้ติดเชื้อหรือกลุ่มเสี่ยงเป็นรายคน เพื่อทำงานเชิงรุก 2) ระบุกลุ่มเสี่ยง ประสานความช่วยเหลือ และจำกัดวงของการแพร่เชื้อ

    3) สายด่วนโควิดคลองเตย คือ เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินสำหรับให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาเบื้องต้น เช่น ตอบคำถามเรื่องการตรวจคัดกรอง การฉีดวัคซีน การประเมินอาการเจ็บป่วย การหาเตียงโรงพยาบาล รวมถึงความช่วยเหลือฉุกเฉิน เช่น คนในบ้านเจ็บป่วยหายใจไม่ออก

    4) Data Center คือ ระบบฐานข้อมูลกลางสถานะและจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีบทบาทหน้าที่ ดังนี้ 1) ติดตามและรับข้อมูลรายชื่อผู้ติดเชื้อจากผลตรวจเชิงรุกจากรถพระราชทาน สายด่วนคลองเตย (Hotline คลองเตย) ระบบติดตามผู้ติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยง (Case Manager) 2) แยกรายชื่อแต่ละชุมชนเพื่อเช็คกับฐานข้อมูลเดิมว่ามีชื่อซ้ำหรือไม่ และอัปเดตรายชื่อผู้ติดเชื้อขึ้นฐานข้อมูลกลางเพื่อให้ทีมติดตาม (Case Manager) ของแต่ละชุมชนประสานงานต่อไป 3) ติดตามดูแล และให้ความช่วยเหลือ case manager เพื่อให้งานราบรื่น และช่วยประสานความช่วยเหลือเร่งด่วน/ฉุกเฉิน 4) ประสานงานกับทีมกลางและเครือข่ายเพื่อให้ความช่วยเหลือกรณีเร่งด่วน/ฉุกเฉิน

    การทำข้อมูลและการติดตามผู้ติดเชื้อรายชุมชน ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2564 ถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2564 รับผิดชอบโดย คลองเตยดีจัง


    1.2 การส่งต่อกรณีเร่งด่วน

    การส่งต่อกรณีเร่งด่วนเป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการหนัก เช่น หายใจ ไม่ออกค่าออกซิเจนต่ำ ฯ ให้ได้รับความช่วยเหลือเร็วที่สุด เช่น การจัดหาเตียงในโรงพยาบาลสนาม ซึ่งตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 ถึงวันที่ 8 มิถุนายน 2564 มีจำนวนผู้ติดเชื้อที่ได้รับการส่งต่อความช่วยเหลือเตียงสนามรวม 73 คน ดังนี้

    2. ศูนย์พักคอยในชุมชนระหว่างรอส่งตัว" (Community Waiting Area: CWA) วัดสะพาน รับผิดชอบโดย คณะสงฆ์วัดสะพานและคณะกรรมการต่อต้านโควิดชุมชน

     ศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด 19 ในชุมชนระหว่างรอส่งตัว มีคณะกรรมการต่อต้านโควิดชุมชนคลองเตยเป็นคณะผู้ดูแลในภาพรวม โดยมีท่านเจ้าอาวาสวัดสะพานพระพิศาลธรรมานุสิฐ (สมบูรณ์ กุลวฑฺฒโน) เป็นประธานและมีองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ ประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชนในชุมชน หน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ ศบส.41 สำนักงานเขต 10 เขต ตัวแทนจาก พม. และหน่วยสนับสนุนจากภายนอก ซึ่งมีตัวแทนของกลุ่มวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส.) สำนักวิชาการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขเป็นหลักในการประสานกับหน่วยงานด้านการสาธารณสุขต่างๆ กับทาง สปคม. กรมควบคุมโรค กรมอนามัย สำนักอนามัยของ กทม. และอื่น ๆ

    โครงสร้างบทบาทหน้าที่ศูนย์พักคอยในชุมชนระหว่างรอส่งตัว

    ในส่วนของหน่วยปฏิบัติการมีอยู่สองส่วน คือ 1) ศูนย์ข้อมูลและประสานงานที่มีมูลนิธิดวงประทีปและทีมคลองเตยดีจังเป็นผู้ดำเนินการหลัก และ2) ศูนย์พักคอยในชุมชนมีพระครูพิพิธวรกิจจานุการ (มานิตย์ เขมคุตฺโต) วัดสะพานเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ซึ่งศูนย์พักคอยนี้กำหนดชื่อทางการว่า "ศูนย์พักคอยในชุมชนระหว่างรอส่งตัว" (Community Waiting Area: CWA) เปิดรับผู้ป่วยชุดแรกเข้าพักตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 โดยมีจำนวนผู้เข้ามาใช้ศูนย์พักคอยตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 จนถึงวันที่ 9 มิถุนายน 2564 รวมทั้งหมด 879 คน ดังนี้

    ระบบการทำงานของศูนย์พักคอยฯ

    2.1 ระบบการส่งตัวผู้ป่วยจากชุมชนมาที่วัดสะพาน

    มีการประสานงานกับผู้นำของชุมชนต่าง ๆ ทั้งที่ผ่านทางกลุ่มไลน์ hotline คลองเตย และการประสานงานโดยตรง ในกรณีที่พบผู้ติดเชื้อในชุมชนและรถรับส่งของโรงพยาบาลไม่สามารถมารับได้ทันการณ์ ประธานชุมชนหรือผู้ป่วยต้องการจะมาพักที่ศูนย์พักคอยฯ สามารถประสานงานมาที่ท่านเจ้าอาวาสวัดสะพานหรือพระครูพิพิธวรกิจจานุการ (มานิตย์ เขมคุตฺโต) ได้โดยตรงจะมีทีมรถรับส่งของกลุ่มอาสาสมัครในชุมชนคลองเตยหลายทีมที่เข้ามาช่วยเหลือเรื่องการส่งตัว อาทิ ทีมรถกู้ภัยของทีมกระต่ายคลองเตย ทีมกู้ภัยของชุมชนล็อค 123 และทีมกู้ภัยของมูลนิธิดวงประทีปไปรับตัวมาส่งที่ศูนย์พักคอยฯ โดยในชั้นต้นจะพักรอไม่เกิน 24 ชั่วโมง ยกเว้นในบางกรณีที่ยังไม่สามารถหาโรงพยาบาลสนามหรือโรงพยาบาลที่เหมะสมกับสภาพความเจ็บป่วยได้อาจจะรอนานกว่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะสามารถบริหารจัดการรายบุคคลได้ภายใน 3 วัน โดยแยกผู้ติดเชื้อชาย หญิง และดูแลเบื้องต้นเพื่อรอการส่งตัวไปรักษาต่อ ซึ่งมีมาตรการสำคัญเบื้องต้นในการดูแล คือ การแยกผู้ติดเชื้อกับสมาชิกในครอบครัวและชุมชนเพื่อลดการกระจายแพร่เชื้อโควิด-19

    2.2 ระบบการดูแลผู้ติดเชื้อในศูนย์พักคอยฯ

    อาคารที่พักของผู้ติดเชื้อในศูนย์พักคอยฯ ปรับมาจากอาคารพักเรียนของพระสงฆ์ที่ศึกษาธรรมะของวัดสะพานเพื่อใช้รองรับผู้ติดเชื้อในพื้นที่ โดยมีจำนวนเตียงเตรียมรับจำนวน 150 เตียง มีการเปิดให้บริการแล้วจำนวน 100 เตียง ในช่วงแรกใช้ชั้น 5 7 และชั้น 8 เป็นที่พักคอยรอส่งตัวผู้ป่วย กรณีที่มีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นจะมีการขยายลงมาจนถึงชั้น 3 ในส่วนของผู้ดูแลมีพระคิลานุปัฎฐากซึ่งเป็นพระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด (อสว.) ดำเนินการขับเคลื่อนร่วมกับแกนนำชุมชน และใช้ลิฟท์ควบคุมการขึ้นลงภายในอาคารสำหรับผู้ติดเชื้อ ซึ่งมีการทำความสะอาดทุก 2-3 ชั่วโมง โดยจิตอาสาหรือพระคิลานุปัฏฐาก ส่วนผู้ดูแลอาคารจะใช้บันไดเท่านั้นและมีการควบคุมจำนวนคนเข้าออกภายในอาคารอย่างเคร่งครัด ส่วนด้านการกำจัดขยะมีได้ดำเนินการ 2 ทาง คือ 1) จัดจ้างบริษัทเอกชนซึ่งมีการสวมชุดป้องกันตนเองอย่างรัดกุม และ 2) การบริหารจัดการภายใต้ส่วนราชการ คือ ฝ่ายรักษาความสะอาดฯ ของทางสำนักงานเขตคลองเตย ส่วนการลำเลียงขยะรายวันจากอาคารศูนย์พักคอยด้านบนนั้นจะเป็นหน้าที่ของพระคิลานุปัฏฐาก พระคิลานธรรม และจิตอาสาในพื้นที่

    2.3 ระบบการส่งต่อผู้ติดเชื้อจากศูนย์พักคอยไปโรงพยาบาลสนาม

    ผู้ป่วยที่ติดเชื้อจะได้รับการประสานหาเตียงจากโรงพยาบาลที่ไปตรวจหาเชื้อเพื่อส่งต่อไปรับการรักษาตามอาการ บางกรณีผู้ป่วยอาจจะมีการประสานไปทางโรงพยาบาลที่มีเตียงว่างด้วยตนเองผ่านช่องทางต่าง ๆ อีกทางหนึ่งด้วย ในบางช่วงเวลาที่มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากจะมีรถจากทางกองทัพประสานส่งต่อไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่ทางหน่วยงานประสานหาเตียงรอรับการส่งต่อไว้

    3. ความช่วยเหลือเรื่องอาหาร รับผิดชอบโดยวัดสะพาน คลองเตยดีจัง และมูลนิธิดวงประทีป

    ภาพประกอบโครงการ

    เตียงและอุปกรณ์สำหรับผู้ป่วยในศูนย์พักคอย

    สายด่วนโควิดคลองเตย

    การส่งต่อกรณีเร่งด่วน

    การแจกถุงยังชีพให้ชุมชน

    การส่งน้ำดื่มให้ชุมชนบ้านมั่นคง

    การส่งน้ำดื่มให้ชุมชนล็อค 6

    ส่งข้าวกล่องให้ชุมชน

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > คลองเตยดีจัง ปันกันอิ่มเพื่อน้องๆ ชุมชนคลองเตย ในช่วงการระบาดโควิดระลอกใหม่

    36 ชุมชน ได้รับความช่วยเหลือจากระบบครัวกลาง ในช่วงวิกฤติโควิด19

    28 สิงหาคม 2021

    การปรับแผนจากคูปองปันกันอิ่ม เป็นถุงยังชีพเด็กและครัวกลาง เนื่องจากชุมชนมีผู้ติดเชื้อรุนแรงและเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ประชากรในชุมชนทั้งหมดเป็นกลุ่มเสี่ยง 100% ดังนั้นทีมงานจึงเห็นว่าความจำเป็นที่ต้องช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบทุกบ้านไม่ใช่แค่บ้านที่ติดโควิด และเนื่องจากตลาดคลองเตยปิดทำให้ร้านค้าหลายร้านไม่สามารถหาซื้อวัตถุดิบได้จึงต้องปิดร้านไปด้วย ดังนั้นแผนการแจกคูปองจึงปรับมาเป็นครัวกลางในบางชุมชนและแจกถุงสำหรับสำหรับเด็กเพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น

    ระบบครัวกลาง

    การทำครัวกลางขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละชุมชน ซึ่งจะมีการปรับให้เป็นการแจกคูปองต่อวัน เพื่อทำระบบฐานข้อมูลไปพร้อมกัน โดยจะมีการทำอาหารส่งให้ผู้กักตัว 3 มื้อ เช้า กลางวัน และเย็น

    โดยทีมงานของชุมชนจะเป็นคนเดินส่งให้ที่ห้องส่วนกรณีที่ไม่มีผู้ติดเชื้อจะแจกคูปองเพื่อให้คนมารับบริเวณตรงจุดแจกอาหาร

    รายชื่อชุมชนที่ให้การสนับสนุนครัวกลาง

    รายชื่อชุมชนที่ให้การสนับสนุนครัวกลาง และถุงยังชีพสำหรับเด็ก

     ถุงยังชีพสำหรับเด็กประกอบไปด้วยชุดของเล่นเสริมพัฒนาการ นมและขนมตามช่วงวัย ซึ่งมีเด็กที่ได้รับการสนับสนุนถุงยังชีพรวมทั้งหมด 36 ชุมชน 1,344 คน โดยแบ่งเป็นช่วงอายุ 0-6 ปี 923 คน และช่วงอายุ 7-12 ปี 425 คน ดังนี้

    สัมภาษณ์ความประทับใจจากคนในชุมชนที่ได้รับความช่วยเหลือ

    ผลกระทบที่เกิดขึ้น

    ภาพประกอบ

    ครัวกลางชุมชนโรงหมู

    ครัวกลางชุมชนริมคลองวัดสะพาน

    ครัวกลางชุมชนพัฒนาใหม่

    ครัวกลางชุมชนตลาดคลองเตย

    ถุงยังชีพเด็ก

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > จ้างคนว่างงานในชุมชนคลองเตย ให้เป็นผู้ดูแลสู้ภัยโควิดในชุมชน

    ผลจากการจ้างงานในชุมชนคลองเตย ตั้งแต่วันที่ 7 พค. 64 - 30 กค. 64

    28 สิงหาคม 2021

    ผลจากการจ้างงานตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 มีการจ้างงานคนในชุมชนรวมทั้งหมด 140 คน ทำให้ในชุมชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น สามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย และส่งผลให้การทำงานช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิดทั่วถึงมากขึ้น


    อ่านต่อ