ความเคลื่อนไหว

  • ความคืบหน้าโครงการ > ของขวัญปีใหม่ ส่งใจให้เด็กป่วย 2563

    กิจกรรม ของขวัญปีใหม่ ส่งใจให้เด็กป่วย ปีที่ 13

    24 กุมภาพันธ์ 2020

    โครงการโรงพยาบาลมีสุข มูลนิธิกระจกเงา กิจกรรม ของขวัญปีใหม่ ส่งใจให้เด็กป่วย ปีที่ 13

    กลุ่มเป้าหมาย เด็กป่วยจำนวนเด็กป่วยจำนวน 1,460 คน ใน 9 โรงพยาบาล และ ศูนย์การศึกษาพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้แก่

    1. โรงพยาบาลตำรวจ
    2. สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
    3. โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
    4. ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
    5. โรงพยาบาลภูมิอดุลยเดช
    6. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
    7. โรงพยาบาลรามาธิบดี
    8. โรงพยาบาลราชวิถี
    9. โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
    10. ศูนย์การศึกษาพิเศษกรุงเทพมหานครโรงพยาบาลจุฬาภรณ์

    กำหนดการที่ได้ประสานงานกับโรงพยาบาลไว้ ดังนี้

    ชื่อกิจกรรมวัน/เดือน/ปีเวลาสถานที่
    วันปีใหม่วันที่ 18 ธ.ค. 6208.30-12.00โรงพยาบาลตำรวจ

    วันที่ 19 ธ.ค. 6209.00-12.00
    13.00-15.30
    สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
    ศูนย์การเรียนเพื่อเด็กเจ็บป่วยเรื้อรังในโรงพยาบาล
    (รพ.เด็ก)

    วันที่ 20 ธ.ค. 6209.00-12.00
    13.00-15.30
    โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
    ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิขุ ชลประทาน
    มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

    วันที่ 24 ธ.ค. 6208.30-12.00โรงพยาบาลภูมิอดุลยเดช

    วันที่ 25 ธ.ค. 6208.30-12.00โรงพยาบาลราชวิถี
    โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
    วันเด็กวันที่ 9 ม.ค. 6308.00-12.00ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
    โรงพยาบาลตำรวจ

    วันที่ 10 ม.ค. 6309.00-12.00โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

    วันที่ 11 ม.ค. 6308.00-12.00โรงพยาบาลรามาธิบดี

    วันที่ 22 ม.ค. 6313.30-15.30โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

    วันที่ 31 ม.ค. 6309.00-12.00ศูนย์การศึกษาพิเศษ กรุงเทพมหานคร

    การดำเนินงาน

    1. ประสานงานเจ้าหน้าที่และโรงพยาบาลเพื่อนัดหมายวันทำกิจกรรมและทำหนังสือขอนุญาตเข้าทำกิจกรรมและถ่ายรูปในโรงพยาบาล
    2. ประกาศรับสมัครอาสาสมัครช่วยแพ็คและห่อของขวัญ จำนวนวันละ 5 คน
    3. จัดหาซื้อของขวัญปีใหม่ ประเภท ตุ๊กตา, ของเล่นเด็ก ชาย- หญิง, ของเล่นเสริมพัฒนาการ
    4. เตรียมอุปกรณ์สำหรับการแพ็คของขวัญ เช่น ฉลากจับของขวัญ, กระดาษห่อของขวัญ, โบว์ของขวัญ,เทปใส, กาวสองหน้า เป็นต้น และดำเนินการแพ็คของขวัญปีใหม่ จำนวน 1,200 ชิ้น ตั้งแต่วันที่ 10 – 13 ธันวาคม พ.ศ.2562
    5. ประกาศรับอาสาสมัครช่วยจัดกิจกรรม “ ของขวัญปีใหม่ ส่งใจให้เด็กป่วย ปีที่ 13 ”จำนวนทั้งหมดประมาณ 15 คน
    6. ดำเนินกิจกรรม “ของขวัญปีใหม่ ส่งใจให้เด็กป่วยปีที่ 13”

    บรรยากาศการจัดงาน


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสาน

    สรุปโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสาน

    24 กุมภาพันธ์ 2020

    จากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคอีสาน ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ได้รับความเสียหายในวงกว้าง มูลนิธิกระจกเงา ในบทบาทขององค์กรที่มีประสบการณ์ในการจัดการอาสาสมัครในเหตุการณ์ภัยพิบัติ ได้ลงพื้นที่เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในระยะฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยปักหมุดพื้นที่แรกที่ อ.บ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่ 5 ชุมชน 1 องค์กร ได้แก่ ชุมชนซอยศาลเจ้า, ชุมชนพัฒนาชนบท1, ชุมชนมิตรภาพซอย4, ชุมชนสุมนามัย และชุมชนแสงทอง รวมถึงมูลนิธิพุทธญาณสมาคม


    กิจรรมที่ดำเนินงานประกอบไปด้วย

    กิจกรรมอาสาล้างบ้าน ระดมอาสาสมัคร เข้าล้างบ้าน ทำความสะอาดชุมชนผู้ประสบภัย โดยมีอาสาสมัครเข้าร่วม 3 รุ่น รวม 130 คน

    กิจกรรมซ่อมสร้างบ้านผู้ประสบภัยยากไร้

    กิจกรรมส่งมอบของบริจาคถึงผู้ประสบภัย ประกอบด้วย เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ของอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ทำความสะอาด อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ชุดเครื่องนอน ชุดนักเรียน เป็นต้น

    รายละเอียดผลการดำเนินงาน ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น 6 พื้นที่ ดังนี้

    1. ชุมชนซอยศาลเจ้า

    • อาสาสมัครลงพื้นที่ล้างบ้าน 40 หลังคาเรือน
    • ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน 3 หลังคาเรือน
    • มอบเสื้อผ้า ชุดเครื่องนอน โทรศัพท์มือถือสำหรับผู้สูงอายุ เครื่องใช้ไฟฟ้า ของอุปโภคบริโภค จำนวนรวม 93 หลังคาเรือน

    2. ชุมชนพัฒนาชนบท 1

    • มอบงบประมาณในการสร้างบ้าน และสนับสนุนอุปกรณ์ก่อสร้าง ประกอบไปด้วย เสา หลังคาเมทัลชีท เหล็ก 1 หลังคาเรือน
    • ซ่อมแซมบ้านผู้ประสบภัย 3 หลังคาเรือน
    • มอบเสื้อผ้า ชุดเครื่องนอน เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ทำความสะอาด ของอุปโภคบริโภค

    3.ชุมชนมิตรภาพซอย 4

    • นำอาสาสมัครล้างบ้าน 5 หลังคาเรือน
    • มอบงบประมาณ พร้อมอุปกรณ์การก่อสร้างประกอบไปด้วย เสา หลังคาเมทัลชีท เหล็ก 3 หลังคาเรือน
    • มอบเสื้อผ้า ชุดเครื่องนอน เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ทำความสะอาด ของอุปโภคบริโภค 

    4.ชุมชนสุมนามัย

    • นำอาสาสมัครล้างบ้าน 5 หลังคาเรือน
    • มอบงบประมาณ พร้อมอุปกรณ์การก่อสร้างประกอบไปด้วย เสา หลังคาเมทัลชีท เหล็ก 4 หลังคาเรือน
    • มอบเสื้อผ้า ชุดเครื่องนอน เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ทำความสะอาด ของอุปโภคบริโภค

    5 ชุมชนแสงทอง

    • นำอาสาสมัครล้างบ้าน 12 หลังคาเรือน
    • เข้าเคลียร์ขยะเฟอร์นิเจอร์ที่ลอยมากับน้ำท่วมบริเวณถนนหมู่บ้าน ทั้งหมู่บ้าน
    • เข้าเยี่ยม เยียวยาบ้านผู้ประสบภัยที่ป่วยติดเตียง พร้อมมอบของอุปโภคบริโภค ชุดเครื่องนอน ยารักษาโรค เครื่องใช้ไฟฟ้า 2 ครัวเรือน
    • มอบเสื้อผ้า ชุดเครื่องนอน โทรศัพท์มือถือสำหรับผู้สูงอายุ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ทำความสะอาด ของอุปโภคบริโภค จำนวนรวม 110 หลังคาเรือน

    6.มอบชุดนักเรียนแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านไผ่แสงทองประชาสรรค์ จำนวน 131 ชุด

    7. มูลนิธิพุทธญาณสมาคม นำอาสาสมัครล้างทำความสะอาดพื้นที่ และสนับสนุนเสื้อผ้า ชุดเครื่องนอน โทรศัพท์มือถือสำหรับผู้สูงอายุ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ทำความสะอาด ของอุปโภคบริโภค

    8. จัดหา และนำกำลังรถฉีดน้ำ รถดั้ม และแมคโคร เข้าทำความสะอาดเก็บขยะเฟอร์นิเจอร์ที่ลอยมากับน้ำออก

    “อยู่ริมคลองอ่ะ น้ำมาทุกปีนะ แต่มันมาคืนเดียว แล้วไม่สูง ไม่แรงแบบนี้ ปีนี้แหละปร ะวัติศาสตร์เลย ห้าทุ่มฉายไฟฉายไปหลังบ้าน โอ้ย น้ำมาแล้ว แปบเเดียวน้ำถึงอกแล้ว รีบออกไปถนนใหญ่ มอไซค์ยังเอาออกไปไม่ทันเลย ได้แค่เสื้อผ้าใส่ติดตัว กระเป๋าสตางค์กับบัตรประชาชน

    “ขึ้นไปบนถนนใหญ่(ถนนมิตรภาพ) ยืนมองมาตรงบ้าน คิดว่าไม่เหลืออะไรแล้ว (ร้องไห้) น้ำตามันไหลเลยนะ “กูไม่เหลืออะไรแล้ว” จำตู้เย็นได้ มันลอยไปต่อหน้าเลย ได้แค่มอง เป็นห่วงญาติพี่น้องด้วย ยังไม่มีใครออกมาเลย น้ำมันมาเกินหลังคาบ้าน พยายามหาเรือไปช่วย แต่มันอันตรายมา เรือยังเข้าไม่ได้ ประมาณ 3-4 วัน น้ำลด

    “ทำงานได้ค่าจ้างวันละ 300 ไม่ไปทำก็ไม่ได้เงิน ตั้งแต่น้ำท่วมมาสามอาทิตย์ไม่ได้ไปทำงานเลยนะ มันไม่มีกระจิตกระใจเลย เหมือนชีวิตไม่เหลืออะไรแล้ว ทุกวันนี้รอนะ ว่าใครจะเข้ามา ถ้าเราออกไปทำงานตอนนี้ ราชการเข้ามาไม่เจอเรา เราก็ตกสำรวจอีก ตอนนี้ทุกคนรอหมดเลย เพราะมันไม่เหลืออะไร ถ้ามีเงินเก็บ เราไม่รอใครช่วยแล้ว เราช่วยตัวเองแล้วแหละ แต่นี่ไม่มี มีแต่หนี้ . เหลือแค่เอว กลับเข้าไปดูบ้าน นั่งร้องไห้อย่างเดียวเลย ไม่รู้ตอนไหนจะสร้างได้อีก คิดจะตั้งรกรากตรงนี้แล้ว มันไม่เหลืออะไรเลย

    “มันยากนะ บ้านไม่มีเลขที่” เจ้าหน้าที่เขาบอกเราแบบนี้ ตอนเขามาสำรวจ เขาช่วยตามบ้านเลขที่ก่อน ฟังแล้วท้อเลย ก่อนหน้าน้ำท่วมเราเคยไปขอบ้านเลขที่กับเทศบาลนะ แต่เขาไม่ให้ เขาบอกว่าหลังคามันติดกับบ้านพี่สาว มันคือหลังเดียวกัน แต่เรากั้นพื้นที่เป็นบ้านของเราไง เราอยากมีเลขที่บ้าน มันเป็นบ้านเรา เราจะได้ขอน้ำขอไฟเองได้ ทุกวันนี้พ่วงเขา ต้องจ่ายหารครึ่ง

    “มันเจ็บนะ คำว่าบ้านไม่มีเลขที่บ้านแล้วช่วยไม่ได้ เพราะบ้านเราพังทั้งหลัง มันเล็กนะ แต่มันเป็นบ้าน ถ้าเรารวย เราอยู่ตึกแล้ว ไม่มาอยู่ตรงนี้หรอก ทุกวันนี้ยังใส่ชุดบริจาคอยู่เลย มันไม่เหลืออะไร เขาบอกให้รอ ก็ไม่รู้ตอนไหน จะมีการช่วยเหลือคนที่ไม่มีเลขที่บ้าน เห็นคนอื่นเขาได้รับการช่วยเหลือแล้ว น้ำตาไหลเลย บ้านเราก็ไปทั้งหลังเหมือนกัน. .

    “มีบ้านคือมีหลักไง เราอยากมีหลักในชีวิต ไม่ได้โทษใครนะ รู้ว่าพายุจะมา น้ำจะมา แค่ไม่คิดว่ามันจะขนาดนี้ เข้าใจกับเหตุการณ์ แค่น้อยใจว่าบ้านเราพังแต่เราไม่ได้สิทธิ์ในการช่วยเหลือเรื่องบ้านเลย”

    หลังเหตุการณ์น้ำท่วม พี่อำไพลงทุนซื้อที่ดินผืนน้อยในราคาหลักหมื่น เพื่อปลูกบ้านเป็นของตนเอง มูลนิธิได้สนับสนุนอุปกรณ์ก่อสร้าง เหล็กโครงหลังคา สำหรับปลูกบ้านใหม่ วันที่พวกเราถอนตัวออกมา เพื่อไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อที่จังหวัดอุบลราชธานี พี่อำไพโทรติดต่อทีมงาน พร้อมพูดขอบคุณซ้ำๆ คำขอบคุณนั้น ส่งต่อถึงผู้บริจาคที่ให้ความช่วยเหลือ .

    -นางอำไพ สีหาบุญ อายุ 44 ปี- ชาวบ้านชุมชนมิตรภาพซอย 4 อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ผู้ได้รับผลกระทบหลังพายุโพดุลถล่ม


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > KKP รวมน้ำใจ ฟื้นฟูผู้ประสบอุทุกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    สรุปโครงการ KKP รวมน้ำใจ ฟื้นฟูผู้ประสบภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    24 กุมภาพันธ์ 2020

    จากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคอีสาน ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ได้รับความเสียหายในวงกว้าง มูลนิธิกระจกเงา ในบทบาทขององค์กรที่มีประสบการณ์ในการจัดการอาสาสมัครในเหตุการณ์ภัยพิบัติ ได้ลงพื้นที่เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในระยะฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยมีธนาคารเกียรตินาคินให้การสนับสนุนงบประมาณ ยังประโยชน์ให้ชาวบ้านผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ได้รับการช่วยเหลือมากกว่า 10 ชุมชน เป็นจำนวนหลายร้อยครัวเรือน ประกอบไปด้วย

    1. บ้านท่าข้องเหล็ก
    2. บ้านช่างหม้อ
    3. เทศบาลหาดสวนสุข
    4. ชุมชนหาดสวนสุข
    5. บ้านท่ากอไผ่
    6. บ้านหาดสวนยา
    7. บ้านคูยาง
    8. ชุมชนดีงาม
    9. บ้านท่าบ้งมั่ง
    10. ชุมชนเกตุแก้ว


    กิจกรรมที่ดำเนินงานประกอบไปด้วย

    1. กิจกรรมอาสาล้างบ้าน ระดมอาสาสมัคร เข้าล้างบ้าน ทำความสะอาดชุมชนผู้ประสบภัย โดยมีอาสาสมัครเข้าร่วม 5 รุ่น รวม 200 คน พร้อมอาสาสมัครที่มาเข้าร่วมในพื้นที่จำนวนกว่า
    2. กิจกรรมซ่อมสร้างบ้านผู้ประสบภัยยากไร้
    3. กิจกรรมส่งมอบของบริจาคถึงผู้ประสบภัย ประกอบด้วย เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ของอุปโภคบริโภค อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
    4. สนับสนุนอุปกรณ์ และเครื่องจักรทำความสะอาดบ้านและชุมชน


    รายละเอียดผลการดำเนินงาน ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี 10 ชุมชน ดังนี้

    1. บ้านท่าข้องเหล็ก หมู่ 8 ตำบลคำน้ำแซ่บ

    •  นำอาสาสมัครล้างบ้าน 4 หลังคาเรือน

    2. บ้านช่างหม้อ หมู่ 5 ตำบลคำน้ำแซ่บ

    • นำอาสาสมัครล้างบ้าน 4 หลังคาเรือน และล้างวัดบ้านช่างหม้อ
    • สนับสนุนค่าถมดิน บ้านแม่เรียม 5,000 บาท
    • สนุบสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาด และอุปกรณ์ซ่อมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน 30 หลังคาเรือน 

    3. เทศบาลหาดสวนสุข

    • นำอาสาสมัครทำความสะอาดโรงเรียนบ้านหาดสวนยา
    • นำผักตบลงจากหลังคา 1 หลังคาเรือน
    • สนับสนุนอุปกรณ์ก่อสร้างบ้าน 1 หลังคาเรือน
    • สนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาด และอุปกรณ์ซ่อมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน 55 หลังคาเรือน

    4. ชุมชนหาดสวนสุข 1 เทศบาลวารินชำราบ

    • นำอาสาสมัครล้างบ้าน 10 หลังคาเรือน
    • สนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาด 50 หลังคาเรือน
    • สร้างบ้านให้ผู้ประสบภัย 1 หลัง
    • สนับสนุนอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน 12 หลังคาเรือน
    • นำอาสาสมัครเข้าซ่อมแซมบ้าน 11 หลังคาเรือน

    5. บ้านท่อกอไผ่

    • นำกำลังอาสาล้างบ้านผู้ประสบภัย 6 หลัง และทำความสะอาดศาลากลางหมู่บ้าน
    • สร้างบ้านให้ผู้ประสบภัย 1 หลัง
    • สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการสร้างบ้าน 40 หลังคาเรือน
    • ซ่อมแซมบ้านผู้ประสบภัย 17 หลังคาเรือน เช่น เปลี่ยนประตู หน้าต่าง ทำคานบ้าน
    • สนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาด และอุปกรณ์ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน 50 หลังคาเรือน
    • สนับสนุนสีทาบ้าน 44 หลังคาเรือน

    6. บ้านหาดสวนยา

    • ทำความสะอาดศาลากลางหมู่บ้าน และทำควาสะอาดบ้าน 5 หลังคาเรือน
    • ซ่อมแซมบ้านผู้ประสบภัย 2 หลัง
    • สนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาด และอุปกรณ์ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน 35 หลังคาเรือน

    7. บ้านคูยาง

    • นำกำลังอาสาล้างบ้าน 4 หลังคาเรือน
    • สนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาด และอุปกรณ์ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน 75 หลังคาเรือน

    8. ชุมชนดีงาม

    • นำอาสาล้างบ้าน 1 หลังคาเรือน 
    • สนับสนุนสีทาบ้าน 3 หลังคาเรือน
    • สนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาด และอุปกรณ์ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน 20 หลังคาเรือน

    9. ชุมชนท่าบ้งมั่ง

    • นำกำลังอาสาล้างบ้าน ล้างวัดเสนาวงษ์ และล้างบ้านผู้ประสบภัย 5 หลังคาเรือน
    • นำอาสาซ่อมแซมบ้าน สนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาด และอุปกรณ์ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน 15 หลังคาเรือน
    • สนับสนุนสีทาบ้าน 3 หลัง

    10. ชุมชนเกตุแก้ว

    • นำกำลังอาสาล้างบ้านผู้ประสบภัย 7 หลัง
    • สร้างบ้านผู้ประสบภัย 12 หลังคาเรือน
    • ซ่อมบ้านผู้ประสบภัย 1 หลัง
    • สนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาด และอุปกรณ์ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน 70 หลังคาเรือน
    • สนับสนุนสีทาบ้าน 3 หลัง

    11. แจกกระสอบปุ๋ย เพื่อให้ผู้ประสบภัยใช้เก็บขยะภายในบ้าน และชุมชน กว่า 10 ชุมชน 20,000 ใบ

    12. จัดหา และนำกำลังรถฉีดน้ำ รถดั้ม และแมคโคร เข้าทำความสะอาดเก็บขยะเฟอร์นิเจอร์ที่ลอยมากับน้ำออกจากถนนในชุมชนต่างๆ รวม 3 ชุมชน  

    ประมวลภาพการดำเนินการ

    ภาพก่อน และหลังทำบ้านคุณตาวิจิตร

    “นี่ไม่ได้โม้นะ แต่ผมซ่อมได้หมด รถอะไรก็มาเหอะ จะรถแทรกเตอร์ รถแบคโฮ โอ้ยยยย!! ซ่อมได้สบาย”

    “จริงๆ ผมเป็นคนกรุงเทพนะ ตอนเด็กๆ อยู่บางกอกน้อย นี่ตามพี่ชายมาอยู่วาริน (วารินชำราบ) พี่ชายมาทำงานซ่อมรถแทรกเตอร์ ก็ตามมาเป็นผู้ช่วยเขา พอพี่ชายตาย ก็มาเป็นหัวหน้าแทน แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้ว เก็บขยะขาย”

    คุณตาวิจิตร ภาคภูมิ อายุ 81 ปี แกอยู่ชุมชนเกตุแก้ว เป็นพื้นทีที่น้ำท่วมก่อน และลงหลังสุด บ้านตาอยู่ในแอ่ง ต่ำกว่าถนนร่วม 2 เมตร พอน้ำท่วม บ้านจึงแช่น้ำแบบมิดหลังคาอยู่เป็นเดือน หลังน้ำลด บ้านตากลายเป็นซากไม้ผุพัง

    “อยู่ด้วยเงินผู้สูงอายุ 800 บาท กับบัตรคนจน ที่เขาให้เอาไว้ซื้อของนั่นล่ะ พอได้มีกะปิ น้ำปลากับเขาบ้าง เก็บขยะขายพอได้ซักสองสามร้อย ถึงจะมีไปซื้อเขากินได้”

    ตั้งแต่น้ำท่วม ตาวิจิตรก็เลิกเก็บของเก่าขาย แกป่วยออดๆ แอดๆ มาร่วมเดือนแล้ว ตอนนี้แกยังนอนในเพิงพักชั่วคราว แต่คืนนี้แกจะได้กลับเข้าไปนอนในบ้านเสียที ญาติที่ดูแลคุณตาเล่าให้เราฟัง

    ถามว่าดีใจไหม ได้บ้านใหม่แล้ว แกระบายยิ้มจนเปื้อนหน้า แทนคำตอบ

    #งานซ่อมสร้างบ้าน  #ชุมชนเกตุแก้ว #วารินชำราบ #อุบลราชธานี #ภารกิจฟื้นฟูผู้ประสบภัยหลังน้ำท่วม



    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > กองทุนเปิดหัวใจ เพื่อผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดได้ไปต่อ

    Service plan สาขาหัวใจจังหวัดตราด ใช้กับผู้ป่วย 4 ราย

    23 กุมภาพันธ์ 2020

    หลังจากที่มีการระทุนผ่าน www.taejai.com ในโครงการกองทุนเปิดหัวใจ เพื่อผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดได้ไปต่อ โดยกองทุนเปิดหัวใจได้จัดซื้อยา Tenecteplase ที่มีประสิทธิภาพในการเปิดหลอดเลือดหัวใจสูงและอัตราการเกิดเลือดออกในสมองต่ำ เพื่อให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิต


    วันนี้Service plan สาขาหัวใจจังหวัดตราด ได้ใช้ยากับผู้ป่วยแล้วจำนวน 4 ราย ตั้งแต่เดือนกันยายน 62 –ปัจจุบัน 

    สิ่งที่ Service plan  เก็บข้อมูลได้คือ 

    • ไม่พบผลแทรกซ้อนรุนแรงในการให้ยาเช่น ภาวะเลือดออกในสมอง, ภาวะเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร 
    • บริหารยาง่าย
    • มียาที่มีประสิทธิภาพมากกว่ายาสลายลิ่มเลือดตัวเดิม(Streptokinase:Sk)ในช่วงที่ห้องฉีดสีสวนหัวใจปิดทำให้เกิดความมั่นใจในการรักษาทั้งต่อตัวผู้ให้บริการและผู้รับบริการ 


    ข้อกำหนดในการใช้ยา Metalyse (Tenecteplase:TNK)

    1. ใช้ในการรักษาผู้ป่วยเส้นเลือดหัวใจตีบเฉียบพลันชนิดความเสี่ยงสูง
    2. ใช้นอกเวลาทำการของห้องฉีดสีสวนหัวใจ รพ.พระปกเกล้า
    3. สั่งยาโดยอายุรแพทย์/อายุรแพทย์โรคหัวใจ

    ทั้งนี้ทางโครงการขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมบริจาคยานี้กับเรา โดยครั้งหน้าจะนำมารายงานให้ทราบต่อไป


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > มอบโอกาสให้ 24 ชีวิตด้วยทุนการศึกษา

    มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก(มพด.) ได้ดำเนินการสนับสนุนเงินทุนการศึกษาประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 62 ให้กับเด็กๆนักเรียนทุนที่อยู่ในสภาวะยากลำบากของมูลนิธิฯ จำนวน 24 คน เป็นเรียบร้อยแล้

    23 กุมภาพันธ์ 2020

    มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก(มพด.) ได้ดำเนินการสนับสนุนเงินทุนการศึกษาประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 62 ให้กับเด็กๆนักเรียนทุนที่อยู่ในสภาวะยากลำบากของมูลนิธิฯ จำนวน 24 คน เป็นเรียบร้อยแล้ว ตั้งเมื่อวันที่ 8-9 มกราคม 63

    ทางเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเด็กนักเรียนทุนของมูลนิธิฯก็ได้เดินทางไปติดตามเยี่ยมเด็กๆนักเรียนทุนทั้ง 24 คน เพื่อให้กำลังใจและให้คำปรึกษาในเรื่องต่างๆ ซึ่งเด็กๆทุกคนต่างดีใจและมีกำลังใจในการเรียนและการใช้ชีวิต และได้ฝากคำขอบคุณมาถึงผู้ใหญ่ใจดีทุกๆคนที่ได้มีส่วนช่วยกันในการสนับสนุนให้เด็กๆได้มีโอกาสในการศึกษาต่อไป ดังนี้


    ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีนะครับที่มอบทุนการศึกษาให้กับผม ผมนำทุนที่ได้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด ขอบคุณมากๆนะครับ

    นายธรรมนูญ(น้องหมู) นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

    ขอขอบคุณท่านผู้ใหญ่ใจดีที่มีความกรุณาและเมตตาดิฉัน ที่มอบทุนการศึกษาให้ดิฉันในการเรียนหนังสือ ดิฉันดีใจมากที่ได้ทุนจากท่าน และขอบคุณท่านมากๆนะคะ ทุนที่ท่านให้มาดิฉันจะใช้จ่ายอย่างประหยัดค่ะ ขอบคุณค่ะ

    นางสาวรุ่งนภา(หนูเล็ก) นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ม.ราชภัฏศรีสะเกษ

    หนูขอขอบคุณท่านผู้ใหญ่ใจดีมากๆเลยนะคะ ที่ได้มอบทุนการศึกษาให้กับหนู ทุนการศึกษาที่หนูได้รับ หนูจะใช้ให้เกิดประโยชน์และมีคุณค่ามากที่สุด ขอบคุณมากๆน่ะคะ นางสาวศศิธร(หนูนา)

    นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ม.ราชภัฏศรีสะเกษ


    ผมขอขอบคุณที่ได้ให้ทุนการศึกษามา ผมจะเก็บทุนการศึกษาไว้เรียนต่อม.4 นะครับ ผมรู้สึกมีความภาคภูมิใจที่ได้ทุนการศึกษามา และผมจะเป็นเด็กดีของพี่เอก(เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเด็กนักเรียนทุนของมูลนิธิฯ)นะครับ

    ด.ช.เกรียงไกร นักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนวัฒนานครจ.สระแก้ว


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > พาเด็กเจ็บป่วยเรื้อรังไปเที่ยวทะเล

    กิจกรรม พาเด็กป่วยเที่ยวทะเลสัตหีบ

    17 กุมภาพันธ์ 2020

    จากกกิจกรรม พาเด็กป่วยเที่ยวทะเลสัตหีบ ครั้งที่2 กิจกรรมในครั้งนี้ ทางโครงการโรงพยาบาลมีสุข มูลนิธิกระจกเงา ต้องการที่จะจัดกิจกรรมนันทนาการนอกสถานที่ให้กับเด็กๆ กลุ่มเจ็บป่วยเรื้อรัง ซึ่งบางคนต้องพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลเป็นระยะเวลานาน หรือบางครอบครัวมีปัญหาในส่วนของฐานะทางเศรษฐกิจ ทำให้ขาดโอกาสในการออกไปเรียนรู้โลกภายนอกที่นอกเหนือจากโรงพยาบาล

    การออกไปทำกิจกรรมนอกโรงพยาบาล จะเป็นการเพิ่มพื้นที่ความทรงจำดีๆ ให้กับเด็กป่วย การเป็นเด็กเจ็บป่วยเรื้อรังสามารถออกไปเล่น ไปทานอาหาร ไปทำกิจกรรม รวมถึงได้ใช้ชีวิตแบบเด็กปกติตามที่ความจะเป็น และจากการทำกิจกรรม “ พาเด็กป่วยเที่ยวทะเลสัตหีบ” พบว่า เด็กป่วยและครอบครัวได้ใกล้ชิดกันผ่านการทำกิจกรรมร่วมกัน เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ในวัยใกล้เคียงกัน ที่มีความเจ็บป่วยเหมือนกัน ได้ความรู้เรื่องพันธุ์เต่าทะเล เล่นน้ำทะเล ผู้ปกครองเด็กป่วยได้แลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นกันในเรื่องการดูแลบุตรหลานป่วย พูดคุยเพื่อแบ่งเบาและเยียวยาจิตใจด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทีมงาน อาสาสมัครและครอบครัวเด็กป่วยกว่า 50 คนได้เดินทางร่วมกันครั้งแรก

    การดำเนินแบ่งเป็น 3  ช่วง

    1. พาเด็กป่วยและครอบครัวเดินทางจากโรงพยาบาลรามาธิบดี ไปถึงศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ

    2. เด็กป่วยและครอบครัวทานอาหารสโมสรริมชลรวี

    3. เด็กป่วยและครอบครัวพักผ่อนตามอัธยาศัย เล่นน้ำทะเล ระบายสีปูนพลาสเตอร์ ณ หาดนางรำ

    แทนความรู้สึกของเด็กป่วยและผู้ปกครอง ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม พาเด็กเจ็บป่วยเรื้อรังเที่ยวทะเลสัตหีบ

    ทางโครงการโรงพยาบาลมีสุข ยินดีและดีใจที่เด็กๆ และผู้ปกครอง มีความสุขจากการได้ออกมาเที่ยวและใช้ชีวิตนอกรั้วโรงพยาบาล และกิจกรรมนี้อยากให้เด็กป่วย พ่อ-แม่ ผู้ปกครอง ได้ใช้เวลาในการทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับสถาบันครอบครัว

    นี่ คือ คำขอบคุณของเด็กป่วยและผู้ปกครอง

    ที่ืทางโครงการฯ ขอส่งต่อให้กับผู้มีส่วนร่วมและทำให้กิจกรรมนี้เกิดขึ้นได้ค่ะ


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ผ้าอ้อมเพื่อผู้ป่วยสูงอายุ

    ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงปี 62 จำนวน 260 คน

    6 กุมภาพันธ์ 2020

    ตลอดปี 2562 ทีมงานอาสามาเยี่ยมจะลงพื้นที่ตามบ้านเพื่อเข้าไปพูดคุย ให้กำลังใจ พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นให้ เช่น ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ อุปกรณ์การแพทย์ เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัว และยังลดภาระค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวในทุกๆ อาทิตย์ รวมถึงทุกๆ วันจันทร์สิ้นเดือน ทีมงานอาสามาเยี่ยมนัดให้ทางญาติผู้ป่วยที่เดินทางมารับผ้าอ้อมผู้ใหญ่เองได้ที่มูลนิธิกระจกเงา จึงแบ่งเบาค่าใช้จ่ายไปบ้างในบางส่วน

    โครงการอาสามาเยี่ยมได้ให้ความช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่อง ช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยมากถึง 260 ราย โดยการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้วยการช่วยเหลือเรื่องผ้าอ้อมผู้ใหญ่และอุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ ซึ่งทางโครงการอาสามาเยี่ยมจะช่วยสนับสนุนครอบครัวละ 2 ห่อใหญ่ ต่อเดือน ดังนั้นครอบครัวผู้ป่วยจึงรู้สึกยินดีและมีทางออกในเรื่องของปัญหาเรื่องภาระค่าใช้จ่าย

    ภาพประกอบ

    ติดตามเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงตามบ้าน

    ครอบครัวผู้ป่วยติดเตียงที่มารับผ้าอ้อมและของใช้จำเป็นที่มูลนิธิฯ

    ทีมงานอาสามาเยี่ยม ในมูลนิธิกระจกเงา ทำงานลงพื้นที่กันอย่างต่อเนื่อง

    ความประทับใจจากผู้ป่วย



    ในปี 2563 ท่านสามารถร่วมเบริจาคโครงการผ้าอ้อมเพื่อผู้ป่วยสูงอายุเพิ่มเติมได้ที่ https://taejai.com/th/d/adultdiapers1/

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > สนามเด็กเล่นทางการเงินเพื่อเด็กไทย

    สอนความรู้ด้านการเงินให้เด็กนักเรียนวันดวงแข 18 คน

    20 มกราคม 2020

    ทีมงาน W Academy เราได้เข้าไปสอนน้องๆ โรงเรียนขยายโอกาสที่วัดดวงแข เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เพื่อทำการถ่ายทอดความรู้ทางด้านการเงินจำนวน 8 หัวข้อใหญ่ เรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ จะจัดการสอนเป็นเวลาทั้งหมด 16 ชั่วโมง เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 4 สัปดาห์ และมีจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 18 คน

    กิจกรรมเสริสร้างพัฒนาการทางด้านทักษะการออม การวางแผนการลงทุนไม่ว่าจะเป็นการรู้จักกับสินทรัพย์ เช่น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ เงินฝาก กองทุน ผ่านเกมส์จำลองเสมือนจริง มีการจดรายรับรายจ่ายประจำสัปดาห์เพื่อมาประเมินว่าหากมีของสักชิ้นนึงจะต้องใช้เวลาเก็บออมนานเท่าไหร่ และจำนวนไหนถึงพอเหมาะกับการออม

    ภาพกิจกรรม



    ก่อนที่จะเริ่มการเรียนรู้ทางเราได้มีการจัดแบบทดสอบความรู้ (pre-test) กับน้องๆ ก่อนการเรียนน้องๆ ได้มีความรู้เป็นทุนเดิมอยู่เท่าไหร่และหลังจากเรียนรู้จบไปแล้ว มีการพัฒนาด้านไหนบ้าง และหลังจากที่ได้ทำการทดสอบนั้น น้องๆ ได้มีพัฒนาการเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ตัวพฤติกรรมนั้นอาจจะต้องอาศัยความสม่ำเสมอในการปฏิบัติและทำซ้ำเพื่อให้เกิดความเคยชิน

    ความประทับใจจากผู้ร่วมกิจกรรม


    หลังจากเรียนรู้จบแล้ว น้องๆ ได้บอกความรู้สึกว่า “เป็นคลาสเรียนที่สนุกมากเหมือนไม่ได้เรียน แต่มาเล่นมากกว่า อยากที่จะเข้าร่วมคลาสอีกหากมีความรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ ได้เปลี่ยนความคิดที่ว่าการเงินเป็นเรื่องยาก จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด”

    ส่วนทีมอาจารย์ก็ได้เห็นว่า "จริงๆ เรื่องนี้มีความสำคัญและหากเป็นไปได้อยากให้มีผู้จัดการเรียนการสอนในเรื่องนี้อย่างจริงจัง และถ้ามีโอกาสอยากให้กลับมาสอนอีกครั้ง"

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ช่วยป้องกันเด็กป่วยปลอดฝุ่น

    มอบหน้ากากอนามัยให้โรงพยาบาลเด็ก 1,000 ชิ้น

    16 มกราคม 2020
    กรมควบคุมมลพิษเตือนว่าวันที่ 16 มกราคม 2563 ค่าฝุ่นละอองอาจพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศปิดมากที่สุดในรอบเดือนนี้ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่การจราจรหนาแน่น ซึ่งจะมีการสะสมของฝุ่นและมลพิษสูงต้องระวังเป็นพิเศษ

    วันนี้ 16 มกราคม 2563 เทใจจึงได้นำเงินที่ระดมทุนได้ไปจัดซื้อหน้ากากอนามัยและนำไปไปแจกให้เด็กๆ ที่มาใช้บริการโรงพยาบาลเด็ก จำนวน 1,000 ชิ้น เรียบร้อยแล้วค่ะ เด็กๆ สามารถเข้าไปติดต่อขอรับได้ที่ประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลเลยค่ะ 

    โครงการนี้ยังเปิดรับบริจาคอยู่ สามารถร่วมบริจาคซื้อหน้ากากอนามัยให้เด็กๆ ได้ที่ https://taejai.com/th/d/polluteddust/

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > กองทุนสร้างหมอต้นไม้ใหญ่

    อบรมหมอต้นไม้ไทย ไปแข่งขันต่างประเทศ

    6 มกราคม 2020

    ทีมงานได้ดำเนินการจัดโครงการ โดยมีขั้นตอน ต่อไปนี้

    1. จัดอบรมรุกขกรรมอย่างต่อเนื่องโดยผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในและต่างประเทศ
      - จัดฝึกอบรมการสาธิตในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานรุกขกรรม เพื่อเพิ่มความรู้และชำนาญให้รุกขกรหรือหมอต้นไม้ เช่น การฝึกการใช้เลื่อยยนต์ การประเมินความเสี่ยงของต้นไม้ การล้อมย้ายต้นไม้แบบไม่ลิดกิ่งใบ (ธันวาคม 2562) โดยผู้เชี่ยวชาญคนไทย และต่างประเทศ เช่น จากประเทศนิวซีแลนด์ สิงคโปร์
    2. คัดเลือกรุกขกรที่มีความสามารถโดดเด่นมาฝึกเป็นครูฝึกรุกขกรให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบการตัดแต่งต้นไม้
      - รุกขกรที่ผ่านการฝึกอบรมและแข่งขันได้ไปเป็นวิทยากรฝึกอบรมให้กับหน่วยงานต่างๆ ให้มีครูฝึกรุกขกรเป็นของตนเอง เช่น กรุงเทพมหานคร การไฟฟ้าฝ่ายผลิต อบจ.นครศรีธรรมราช
    3. ส่งรุกขกรที่มีฝีมือในระดับแนวหน้าของประเทศไปแข่ง และไปสอบมาตรฐานรุกขกรรมในต่างประเทศ
      - ร่วมประชุมกับ International Society of Arboriculture หรือ ISA เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดสอบในประเทศ (ตุลาคม 2562 หลังจากที่สมาคมรุกขกรรมไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรเครือข่ายหรือ affiliate organization ของ ISA
      - จัดเวิร์คชอปเตรียมตัวรุกขกรในการไปสอบในต่างประทศ (ตุลาคม 2562 ร่วมกับคณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์)
      - การฝึกซ้อมทักษะการแข่งปีนต้นไม้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันในประเทศ และไปแข่งขันต่อในต่างประเทศ (พฤศจิกายน 2562)
    4. จัดการแข่งขันปีนต้นไม้ในประเทศเพื่อชักชวนคนรุ่นใหม่เข้าสู่วงการรุกขกร พัฒนาทักษะของรุกขกรไทย และทำให้อาชีพรุกขกรที่ดูแลต้นไม้ใหญ่อย่างถูกวิธีเป็นที่รู้จัก (ธันวาคม 2562)
      - จัดเวิร์คชอปการแข่งปีนต้นไม้ในประเทศไทย โดยแชมป์จากประเทศอังกฤษ สวีเดนและจีน เพื่อฝึกฝนทักษะการปีนต้นไม้อย่างปลอดภัยให้กับรุกขกรไทย

    ภาพประกอบ

    การอบรมการใช้เลื่อยยนต์โดยวิทยากรจากนิวซีแลนด์ที่มีใบอนุญาตสอนการใช้เลื่อยยนต์ ธันวาคม 2562 

    การอบรมการประเมินความเสี่ยงต้นไม้ โดยวิทยากรจากประเทศสิงคโปร์ (ธันวาคม 2562) 

    การสาธิตการล้อมย้ายต้นไม้แบบไม่ลิดกิ่ง โดยวิทยากรจากประเทศสิงคโปร์ (ธันวาคม 2562)

    ความประทับใจจากผู้ได้รับโอกาส


    นส.วาทินี คงคารัตน์
    รุกขกรสาวไทยที่เป็นตัวแทนไปแข่งปีนต้นไม้ที่ประเทศไต้หวัน มิย.62 และกลับมาแข่งปีนต้นไม้ชิงแชมป์ประเทศไทย ธค.62 

    “ไม่รู้จะพูดยังไงกับการแข่งปีนที่ผ่านมา #TTCC2019 มันเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ทำให้ได้รู้จักคำว่ามิตรภาพ เป็นการแข่งขันที่ดุเดือดในสนามแข่ง แต่เมื่อคุณทำแต่ละฐานจบลงมาสิ่งที่พบคือ รอยยิ้ม กำลังใจที่ทุกๆคนมีให้กัน

    ขอบคุณประสบการณ์ที่ดีที่จะพาเราไปอยู่ในจุดที่ดีกว่านี้ มันเป็นแรงผลักดันให้คุณได้ก้าวต่อไป หาความหมายในชีวิต

    ขอบคุณทีมหลังบ้านที่ทำงานกันอย่างบ้าคลั่ง ไม่หลับไม่นอน เพื่องาน 3 วันนี้ ถึงแม้งานจะจบ แต่พวกเขาทั้งหลายยังไม่จบ มีภาระหลายอย่างที่ต้องทำต่อไป

    ขอบคุณเพื่อนๆ นักปีนต้นไม้ทุกคนที่สอนเทคนิคต่างๆ รวมทั้งกรรมการที่มาตัดสิน คอยให้ความรู้แนะนำเทคนิคต่างๆ”


    นส.อรญา บุราไกร
    รุกขกรสาวไทยที่เป็นตัวแทนไปแข่งปีนต้นไม้ที่ประเทศไต้หวัน มิย.62 และกลับมาแข่งปีนต้นไม้ชิงแชมป์ประเทศไทย ธค.62 

    “ขอบคุณพี่ๆ ทีมงาน ขอบคุณสมาคมรุกขกรรมไทยสำหรับการแข่งขันครั้งนี้ พี่ๆน่ารักมากๆค่ะ ขอบคุณกำลังใจ ขอบคุณที่ดูแลตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย ขอบคุณที่ทำให้ไม่เครียดค่ะ ขอบคุณประสบการณ์ดีๆจากการแข่งขัน งานรุกขกรรมไทยจะต้องพัฒนาได้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆค่ะ”

    #สมาคมรุกขกรรมไทย

    “ขอบคุณทุกๆคนที่คอยสนับสนุนในการแข่งขันในครั้งนี้มากๆค่ะ

    ขอบคุณสมาคมรุกขกรรมแห่งประเทศ ทีมผู้จัดทุกๆท่าน ขอบคุณ KU รุกขกร ที่สนับสนุนอุปกรณ์ในการแข่ง พี่ๆนักแข่งทุกคนที่คอยให้กำลังใจกันตลอดการฝึกซ้อมตลอดจนการแข่งขัน ขอบคุณอาจารย์ พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆและแฟนที่มาให้กำลังใจค่ะ

    ประสบการณ์ที่ได้นอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน ทำทุกๆเวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถเป็นแรงผลักดันให้เราต่อยอดได้ในอนาคต การแข่งขันปีนต้นไม้ เป็นเพียงการจำลองสถานการณ์เกี่ยวกับการทำงานบนต้นไม้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานรุกขกร สำหรับคนที่มีใจรักต้นไม้ อยากดูแลรักษาให้สามารถอยู่ร่วมกับคนได้อย่างปลอดภัย อาชีพรุกขกรก็เป็นอีกทางเลือกให้คุณได้”

    #TTCC2019

    วีระยุทธ์ เงินชุ่ม


    เมษายน 2562

    จบลงแล้วครับการแข่งขัน asiapacific treeclimbingที่ประเทศ newzealand ครับซึ่งผมได้อันดับที่ 5 ของการแข่งขันประเภทBelay speedclimbing ครับ.ซึงเป็นประสบการณ์ที่ดีมากครับทั้งนี้ผมต้องขอขอบคุณผู้สนับสนุน ทุกท่านครับ.

    -ขอบคุณ camp safty ประเทศไทยที่สนับสนุน

    อุปกรณ์ในการแข่งขัน และทุนทรัพย์ในการแข่งขัน

    -ขอบคุณ เขียว สวย หอม และ หมอต้นไม้ เชียงใหม่ ที่สนับสนุน ทุนทรัพย์ ในการเดินทางครับ

    -ขอบคุณ mr. Trevor ที่สนับสนุนทุนทรัพย์ในการเดินทางครับ

    -ขอบคุณ พี่ปุ้ม พี่สันติ พี่ละเอียด Bigtree ที่ดูแลผมเป็นเป็นอย่างดี ตลอดการเดินทางและการแข่งขันครับ.

    -ขอบคุณต้นสังกัด clifftop adventure ที่สนับสนุนและประสานงานทุกเรื่องครับ.

    - ขอบคุณทุกๆกำลังใจที่เชียร์ผมครับ

    ...... ขอบคุณจากใจครับ หนุ่ย aborist นักปีนต้นไม้จากหลังเขา.......


    มิถุนายน 2562

    “จบไปอีกหนึ่งสนาม

    TaiwanTreeClimbing Championship

    #TWTCC2019 ที่เต็มไปด้วยมิตรภาพและประสบการณ์ดีๆอีกมากมาย.

    -ขอบคุณ camp safety Thailand ที่สนับสนุน อุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้.

    -ขอบคุณทีมงาน Big tree ทุกท่านที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้

    -ขอบคุณทุกกำลังใจและเสียงเชียร์.

    -ขอบคุณสมาคมรุกขกรไทย

    -เจอกันสนามหน้าครับ ขอบคุณจากใจ-

    #หนุ่ยนักกีฬาจากหลังเขา

    เอ้าท์ดอร์ โซลูชั่น #CampThailand #CampSafety #ThailandAboricultureAssociation #รุกขกรไทย”


    ธันวาคม 2562

    “จบลงแล้วกับการแข่งขัน #TTCC2019

    Thailand Tree Climbing Championship 2019

    การแข่งขันปีนต้นไม้ ชิงแชมป์ประเทศไทย.ครั้งที่2

    ซึ่งในปีนี้น้องๆเก่งและแข็งแกร่งขึ้นมาก เล่นเอาผมเหงื่อตกเลยทีเดียวกว่่าจะได้แชมป์อีกครั้ง

    ความสำเร็จของผมในครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย

    ถ้าไม่มีการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน

    #CampSafety #เอ้าท์ดอร์โซลูชั่น #เขียวสวยหอม #หมอต้นไม้

    งานนี้ทำให้ผมได้เพื่อนใหม่ๆ มิตรภาพดีๆเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยครับ

    และที่ขาดไปไม่ได้ คือเสียงเชียร์ แรงเชียร์แรงใจ

    จากทุกๆ ท่าน

    ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านจากใจ.

    -ขอบคุณมากครับ

    #หนุ่ยนักปีนจากหลังเขา”

    อ่านต่อ