ความเคลื่อนไหว

  • ความคืบหน้าโครงการ > มอบต้นไม้ให้สวนปันบุญ

    มอบต้นไม้ 500 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว

    13 ธันวาคม 2018
    โครงการปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ เชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปซื้อต้นไม้เพื่อมอบให้กับสวนปันบุญ ในโครงการปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ ให้ผู้ที่สนใจอยากนำต้นไม้ไปปลูกในพื้นที่ของตนเอง สาธารณะ หรือ มอบให้เป็นของขวัญให้กับผู้อื่น

    โครงการได้รับการสนับสนุนจากผู้เข้าร่วมงานวันวิสาขบูชา 2561 ณ สวนลุมพินี ในวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2561 และการระดมทุนผ่านเทใจ ทั้งสองโครงการได้รับการสนับสนุนทุนและงบประมาณ รวมทั้งสิ้น 16,068 บาท (หลังหักค่าบริหารการจัดการจากเทใจ 10%) โดยมาจากการระดมทุนที่ได้รับจากโครงการปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ จำนวน 11,622 บาท และ โครงการเซียมดี จำนวน 4,446 บาท

    โดยกิจกรรมแจกต้นไม้จะจัดขึ้นในงาน “รมณีย์ที่เรา” วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 ณ สวนลุมพินี เป็นจำนวน 500 ต้น โดยแบ่งเป็นต้นไม้จำนวน 200 ต้น ซึ่งจะมอบให้แก่วัดป่าสุคะโต เพื่อนำไปปลูกเพื่อฟื้นฟูป่าภูหลง จังหวัดชัยภูมิ และแจกจ่ายชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง และอีก 300 ต้น แจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่มาเข้าร่วมงานเพื่อนำไปปลูกในพื้นที่ส่วนตัว เช่น ในบริเวณบ้าน ไร่สวน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว

    ภาพประกอบ

    งานปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ วิสาขบูชา 2561 ณ สวนลุมพินี วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2561


    ผู้เข้าร่วมงานจากเครือข่ายอัสสัมชัญ โครงการปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ


    นักศึกษาเปิดบูธระดมทุนให้กับโครงการ ปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ และ SIAM D


    แนะนำโครงการและช่องทางการบริจาคผ่านเทใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน


    จิตอาสาที่เข้าร่วมงานปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ


    จิตอาสาช่วยกันปลูกต้นสาละอินเดีย


    คุณอั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ ณ ลานปลูกต้นไม้ 

    งานกิจกรรมสวนปันบุญ (สัญจร) จังหวัดชัยภูมิ 2561


    พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ปลูกต้นไม้


    แจกต้นไม้ให้กับผู้ร่วมงาม

    ความประทับใจจากเจ้าของโครงการ

    นางสาวอริสา กิจรัตนกาญจน์ (มะเหมี่ยว)

    การที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการระดมทุนและเข้าร่วมโครงการปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ วิสาขบูชา 2561 เป็นประสบการณ์ที่ดิฉันรู้สึกประทับใจมาก ในวันงานดิฉันได้รับหน้าที่ให้เป็นนักศึกษาจิตอาสา จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร พาประชาชนที่เข้าร่วมงานไปปลูกต้นไม้ที่ลานปลูกต้นไม้ของงาน ณ สวนลุมพินี ที่เจ้าหน้าที่ได้กำหนดตัวเลข และพันธุ์ไม้ไว้ให้ ในวันนั้นบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้ม แต่ทุกคนที่เข้าร่วมงานกลับไม่ย่อท้อ ทุกคนมีความตั้งใจที่จะปลูกต้นไม้ และทำกิจกรรมให้สำเร็จลุล่วง จนในที่สุดเราก็สามารถที่จะปลูกต้นไม้ให้ครบทุกต้นได้ ฉันรู้สึกประทับใจมากที่มีโครงการดี ๆ แบบนี้เกิดขึ้น นอกจากจะช่วย สร้างพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศของเราแล้ว ก็ยังได้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มา ร่วมทำความดีร่วมกันอีก

    นายอัครพล ศุภกิจจาธร (แบงค์)
    การเข้าร่วมกิจกรรมในงานปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ วิสาขบูชา 2561 ผมได้รับผิดชอบในหน้าที่ดูแลซุ้มกิจกรรมของการระดมทุนผ่านเทใจให้กับโครงการ ปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ และ SIAM D จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกิจกรรมที่ดีแบบนี้ เพราะโครงการทั้งสองต่างเป็นโครงการที่ช่วยเหลือสังคม อีกทั้งยังขอขอบคุณทางเทใจ ที่ได้เป็นช่องทางหนึ่งในการช่วยระดมทุนให้โครงการสามารถสานต่อและดำเนินต่อไปได้เป็นอย่างดี

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > เซียมดี

    มอบต้นไม้ 500 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว

    13 ธันวาคม 2018

    โครงการ เซียมดี (SIAM D) เป็นโครงการที่เชื่อมโยงกับโครงการปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ เนื่องจากทุนสนับสนุนที่ได้จากการระดมทุนโครงการเซียมดี ไม่เพียงพอต่อการจัดทำโครงการ จึงได้นำเงินสนับสนุนที่ได้รับไปสมทบให้กับโครงการปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ

    โครงการปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ เชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปซื้อต้นไม้เพื่อมอบให้กับสวนปันบุญ ในโครงการปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ ให้ผู้ที่สนใจอยากนำต้นไม้ไปปลูกในพื้นที่ของตนเอง สาธารณะ หรือ มอบให้เป็นของขวัญให้กับผู้อื่น

    โครงการได้รับการสนับสนุนจากผู้เข้าร่วมงานวันวิสาขบูชา 2561 ณ สวนลุมพินี ในวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2561 และการระดมทุนผ่านเทใจ ทั้งสองโครงการได้รับการสนับสนุนทุนและงบประมาณ รวมทั้งสิ้น 16,068 บาท (หลังหักค่าบริหารการจัดการจากเทใจ 10%) โดยมาจากการระดมทุนที่ได้รับจากโครงการปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ จำนวน 11,622 บาท และ โครงการเซียมดี จำนวน 4,446 บาท

    โดยกิจกรรมแจกต้นไม้จะจัดขึ้นในงาน “รมณีย์ที่เรา” วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 ณ สวนลุมพินี เป็นจำนวน 500 ต้น โดยแบ่งเป็นต้นไม้จำนวน 200 ต้น ซึ่งจะมอบให้แก่วัดป่าสุคะโต เพื่อนำไปปลูกเพื่อฟื้นฟูป่าภูหลง จังหวัดชัยภูมิ และแจกจ่ายชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง และอีก 300 ต้น แจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่มาเข้าร่วมงานเพื่อนำไปปลูกในพื้นที่ส่วนตัว เช่น ในบริเวณบ้าน ไร่สวน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว

    ภาพประกอบ

    งานปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ วิสาขบูชา 2561 ณ สวนลุมพินี วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2561


    ผู้เข้าร่วมงานจากเครือข่ายอัสสัมชัญ โครงการปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ


    นักศึกษาเปิดบูธระดมทุนให้กับโครงการ ปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ และ SIAM D


    แนะนำโครงการและช่องทางการบริจาคผ่านเทใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน


    จิตอาสาที่เข้าร่วมงานปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ


    จิตอาสาช่วยกันปลูกต้นสาละอินเดีย


    คุณอั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ ณ ลานปลูกต้นไม้ 

    งานกิจกรรมสวนปันบุญ (สัญจร) จังหวัดชัยภูมิ 2561


    พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ปลูกต้นไม้


    แจกต้นไม้ให้กับผู้ร่วมงาม

    ความประทับใจจากเจ้าของโครงการ

    นางสาวอริสา กิจรัตนกาญจน์ (มะเหมี่ยว)

    การที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการระดมทุนและเข้าร่วมโครงการปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ วิสาขบูชา 2561 เป็นประสบการณ์ที่ดิฉันรู้สึกประทับใจมาก ในวันงานดิฉันได้รับหน้าที่ให้เป็นนักศึกษาจิตอาสา จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร พาประชาชนที่เข้าร่วมงานไปปลูกต้นไม้ที่ลานปลูกต้นไม้ของงาน ณ สวนลุมพินี ที่เจ้าหน้าที่ได้กำหนดตัวเลข และพันธุ์ไม้ไว้ให้ ในวันนั้นบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้ม แต่ทุกคนที่เข้าร่วมงานกลับไม่ย่อท้อ ทุกคนมีความตั้งใจที่จะปลูกต้นไม้ และทำกิจกรรมให้สำเร็จลุล่วง จนในที่สุดเราก็สามารถที่จะปลูกต้นไม้ให้ครบทุกต้นได้ ฉันรู้สึกประทับใจมากที่มีโครงการดี ๆ แบบนี้เกิดขึ้น นอกจากจะช่วย สร้างพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศของเราแล้ว ก็ยังได้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มา ร่วมทำความดีร่วมกันอีก

    นายอัครพล ศุภกิจจาธร (แบงค์)
    การเข้าร่วมกิจกรรมในงานปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ วิสาขบูชา 2561 ผมได้รับผิดชอบในหน้าที่ดูแลซุ้มกิจกรรมของการระดมทุนผ่านเทใจให้กับโครงการ ปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ และ SIAM D จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกิจกรรมที่ดีแบบนี้ เพราะโครงการทั้งสองต่างเป็นโครงการที่ช่วยเหลือสังคม อีกทั้งยังขอขอบคุณทางเทใจ ที่ได้เป็นช่องทางหนึ่งในการช่วยระดมทุนให้โครงการสามารถสานต่อและดำเนินต่อไปได้เป็นอย่างดี

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > รถเข็น D.I.Y เพื่อผู้พิการ

    สำเร็จเสร็จแล้ว 25 คัน

    11 ธันวาคม 2018

    สำเร็จเสร็จแล้ว 25 คันสำหรับรถเข็นผู้ป่วย D.I.Y. ที่ดัดแปลงจากซากรถเข็น Supermarket เก่า และเศษผ้าเหลือใช้!!!

    เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา กลุ่ม Cart Wheel Chair Donate นำโดย คุณ อภิชัย อินทัตสิงห์และ คุณอธิศนันท์ อึ้งวิริยะสกุล พร้อมกลุ่ม help the helpers ได้ระดมอาสาได้ราว 30 คน มาช่วยกันเปลี่ยนรถเข็นซื้อของในห้างมาดัดแปลงเป็นรถเข็นสำหรับผู้ป่วย

    งานนี้อาสาของเราสู้ไม่ถอย แม้จะเริ่มต้นวันด้วยสายฝนที่กระหน่ำลงมาก็ตาม ทำให้การเริ่มงานมีขลุกขลักไปบ้าง แต่สุดท้ายงานก็เดินหน้าต่อได้ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย

    อาสาของเราที่มาในวันนั้น ได้มีการแบ่งทีมออกเป็น 2 ทีมหลัก ประกอบด้วย

    1. ทีมช่าง ทำหน้าที่ถอด ตัดและตัดเหล็กเพื่อแปลงรถเข็นของเป็นรถนั่ง และเชื่อมเบรคเพิ่มความปลอดภัย พร้อมตระกร้ารถเข็นสำหรับใส่ของใช้จำเป็นต่างๆ 
    2. ทีมงานฝีมือ ทำหน้าที่ เย็บที่รองแขน และเบาะเพื่อเพิ่มความสบาย ลดการกระแทกแก่ผู้ป่วยที่ใช้งานรถดังกล่าว

    นอกจากนี้ในช่วงเย็นของเราได้มีญาติผู้ป่วยมารับรถเข็น​ DIY ไปใช้งานกับคุณยาย 

    งานนี้สำเร็จได้เป็นอย่างดีต้องขอขอบคุณอาสาสมัครทุกท่านและ โรงพิมพ์มิตร์สัมพันธ์ที่เอื้อเฟื้อสถานที่

    เราขอนำภาพมาฝากกันค่ะ 

    หมายเหตุ โครงการ รถเข็น D.I.Y เพื่อผู้พิการ ยังเปิดระดมทุนถึง 9 มกราคม 2562 ใครสนใจต้องการร่วมสมทบทุนคลิ๊กเลย 

    ทีมช่างตัด เชื่อม

    ฝ่ายลบคม เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน

    ทีมงานฝีมือเร่งทำที่รองแขนและเบาะ เพื่อลดการกระแทก

    ทีมอาสาสมัครนักสู้ของพวกเรา

    25 คัน พร้อมส่งมอบแล้ว

    ครอบครัวที่มารับรถเข็นกลับไปให้คุณยาย

    หนูจะพาคุณยายออกมาสูดอากาศนอกบ้านค่ะ

    ขอบคุณทุกท่านมากค่ะ


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > เปลี่ยนซังข้าวโพดเป็นถ่านชีวภาพ ลดควันภาคเหนือ

    อมรม/แจกไบโอชาร์ให้แก่เกษตรกร จำนวน 200 กระสอบ

    3 ธันวาคม 2018

    การเผาซังข้าวโพดของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอแม่แจ่มในปัจจุบันยังเป็นวิธีการเผาที่ทำให้เกิดหมอกควันปริมาณมาก และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ดังนั้นทางโครงการจึงได้เปิดระดมทุนผ่านเทใจดอทคอมในการสนับสนุนจัดซื้ออุปกรณ์, ค่าอาหารสำหรับผู้ทำงาน, ค่าตอบแทนแรงงาน, ค่าน้ำมันรถสำหรับย้ายอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นเราเลือกที่จะทำโครงการร่วมกับคนในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม โดยการสอนเผาซังข้าวโพดในเตาเผา 200 ลิตร 

    การออกบูธเผยแพร่ความรู้

    ทางโครงการได้จัดบูธนิทรรศการ ในงานมหกรรมผ้าซิ่นตีนจกและวัฒนธรรมชนเผ่าแม่แจ่ม ครั้งที่ 25 ณ หน้าที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่วันที่ 9 - 11 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นระยะเวลา 3 วัน


    เผยแพร่ความรู้ในการเผาซังข้าวโพดอย่างถูกวิธีใหแก่ผู้เข้าร่วมงาน

    ในเดือนมีนาคม 2561

    จัดสอน/อบรม/ให้ความรู้การใช้เตาเผา 200 ลิตร เป็นการเผาแบบมีควันน้อยช่วยลดการเกิดควันและได้ไบโอชาร์สำหรับปรับปรุงดิน ให้แก่เด็กและเยาวชนในโรงเรียนบ้านแม่หงานหลวง 


    ในเดือนเมษายน

    แจกจ่ายไบโอชาร์ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่เพื่อนำไปปรับปรุงคุณภาพดินในฤดูกาลถัดไป จำนวน 200 กระสอบ 

    ไบโอชาร์


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ปันคอมพิวเตอร์สร้างห้องเรียนชุมชนให้เด็กและผู้สูงอายุใช้งาน

    จัดค่ายสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ให้เด็กนักเรียนในชุมชนตอยาง

    3 ธันวาคม 2018

    หลังจากที่ได้ดำเนินการมอบคอมพิวเตอร์ จำนวน 8 เครื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างห้องเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชนผู้สูงอายุในชุมชนตอยาง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เพื่อให้เกิดกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และครอบครัว ดังนั้น ทางโครงการจึงจัดค่าย 3 วัน 2 คืน ในวันที่ 18-20 ตุลาคม 2561 ชื่อกิจกรรม Quality for Life #2 : Happy family มีผู้ร่วมกิจกรรม จำนวน 72 คน ประกอบด้วย

    • นักเรียนโรงเรียนช่องสาริกา 5 คน
    • นักเรียนโรงเรียนวัดดำรงบุล 3 คน
    • นักเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านแก่งเสือเต้น 6 คน
    • นักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยสะอาด 6 คน
    • นักเรียนโรงเรียนน้ำสุดวิไลประชาสรรค์ 6 คน
    • นักเรียนโรงเรียนพรหมรังสี 12 คน
    • นักเรียนในชุมชนตอยาง 10 คน
    • นักเรียนบุตรพนักงาน 4 คน
    • CSC &. CSR 4 คน (สลับกันมา)
    • คนในชุมชน ผู้ปกครองนักเรียน 10 คน
    • รักษาการเจ้าอาวาส หลวงตาพยงค์
    • วิทยากร คุณสิริมา สุภประกร
    • คุณครูช่วยคุมนักเรียน 6 คน(สลับวัน)
    • ผอ./ครูโรงเรียนมาเยี่ยมค่าย และให้วัตถุดิบในการทำส้มตำ ข้าวต้ม จำนวน 4 ท่าน
    • ผู้อำนวยการมูลนิธิสายธาร คุณวีณา และพนักงาน 2 ท่าน

    กิจกรรมภายในค่ายมีเด็กนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 52 คน เราจะแบ่งนักเรียนที่อยู่ต่างโรงเรียนต่างชั้นเรียนอยู่ในกลุ่มเดียวกันโดยมีระดับชั้นตั้งแต่ ป.2 ถึง ม.3 ซึ่งให้รุ่นพี่ดูแลรุ่นน้องผ่านกิจกรรมต่างๆ และสมาชิกในกลุ่มจะต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา คิดสร้างสรรค์ผลงานของกลุ่มตนเอง ออกมาเพื่อแข่งขันกับกลุ่มอื่นๆ สร้างความสามัคคีเพื่อจะผ่านแต่ละกิจกรรมที่กำหนดไว้ กิจกรรมในค่าย เช่น การฝึกคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้นักเรียนสัมผัสอวัยวะตนเองตามที่วิทยากรพูด การแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า คือ ค่ายครั้งนี้ใช้ไฟฟ้ามากเกินไปทำให้สายไฟเก่า arc flash มีประกายไฟ ทำให้ไฟดับทั้งศาลา ในขณะที่เด็กๆ กำลังทำอาหารอยู่แต่ทุกกลุ่มก็สามารถแก้ไขสถานการได้โดยการจุดเตาถ่านแทน และเปลี่ยนเมนูอาหารได้ทันเวลาที่กำหนด เป็นต้น


    นักเรียนทุกคนพร้อมเริ่มกิจกรรม


    เด็กจับกลุ่มทำกิจกรรมร่วมกัน


    คอมพิวเตอร์ที่มอบให้กับชุมชนตอยาง


    เด็กนักเรียนหาข้อมูลในการทำกิจกรรม


    ทีมงานสอนผู้สูงอายุใช้คอมพิวเตอร์

    ในค่ายได้จัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้เรื่องการกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคภัยในอนาคต และให้นักเรียนไปนำความรู้ในค่ายไปถ่ายทอดให้คนในครอบครัวถึงการรู้จักป้องกัน กินเป็น อยู่เป็น เข้าใจสาเหตุที่บริโภคอาหารเกินความต้องการของร่างกายหรือคุณภาพไม่ดี จะทำให้สุขภาพไม่ดีต้องเจ็บป่วย

    และกิจกรรมอื่นๆ เช่น เด็กๆ วาดรูปบนถุงผ้าเพื่อบริจาคให้กับโรงพยาบาล เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึก ลดการใช้ถุงพลาสติก และรู้จักการแบ่งปันความสุขสู่สังคม/ชุมชน

    จากการจัดกิจกรรมค่ายครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ชีวิตจริง ให้เด็กนักเรียนได้สัมผัสประสบการณ์ในการดำเนินชีวิต รู้จักคิด การวางแผน มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และสืบค้นข้อมูลจากจากคอมพิวเตอร์ที่มูลนิธิฯ นำไปบริจาค รวมถึงการเตรียมตัวทำอาหารใส่บาตร เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

    จากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ พบว่า

    1. นักเรียนสามารถแบ่งงานกันทำได้ดี (มีการวางแผนที่ดี)
    2. นักเรียนส่วนใหญ่มีจิตอาสา เสียสละ ช่วยเก็บกวาด ช่วยทำงานส่วนรวมทำความสะอาดวัด
    3. นักเรียนมีระเบียบในการฟัง กล้าแสดงออก
    4. นักเรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
    5. นักเรียนมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงผลงานที่ทำในครั้งหลังได้ดีกว่าครั้งแรก
    6. นักเรียนรักค่าย รักวัด ต้องการที่จะมาอีกครั้ง

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > กินปลาเก่ง

    ทดลองเลี้ยงปลาสลิดลดค่าใช้จ่ายใน รร.จำปานวง

    28 พฤศจิกายน 2018

    ในระหว่างการระดมทุน ทางโครงการ ฯ ได้ทำการทดลองทำบ่อเลี้ยงปลาสลิด ซึ่งใช้ระบบตามธรรมชาติ โดยทดลองใช้อาหารทางชีวภาพ (ไบโอ) ในการให้อาหารปลา ซึ่งจะทำให้ปลา สามารถอยู่เองกินเองได้ภายในบ่อที่เตรียมไว้ ซึ่งจะไม่เกิดเป็นภาระแก่โรงเรียนจำปานวง ครู และเด็ก ๆ

    อย่างไรก็ดี ระหว่างการระดมทุน จนถึงระยะการระดมทุนเสร็จสิ้นลง ทางโรงเรียนจำปานวง ได้แจ้งปัญหาเกี่ยวกับบ่อน้ำที่ทางโรงเรียนได้ขุดเอาไว้เพื่อกักเก็บน้ำว่าบ่อไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ เนื่องจากสภาพดินเป็นดินทราย ร่วน และแห้ง รวมทั้งพื้นที่ของโรงเรียนไม่มีน้ำใช้มาเป็นระยะเวลานานกว่า 20 ปี ดินจึงไม่อุ้มน้ำ

    ทางโครงการจึงปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญและวิทยากร ซึ่งได้รับวิธีการแก้ปัญหามาแล้ว และอยู่ในระหว่างจัดเตรียมอุปกรณ์และวัสดุเพื่อแก้ปัญหาบ่อน้ำให้กักเก็บน้ำได้ อย่างยั่งยืน และไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ

    ทั้งนี้ ทางโครงการเล็งเห็นว่า ควรรอให้นักเรียนได้สอบกลางภาคให้เรียบร้อยเสียก่อน (ปลายเดือนกันยายน) เพราะการทำกิจกรรมต้องใช้เวลาและอาสาสมัคร อาจทำให้รบกวนการเรียนการสอนของเด็ก ๆ ได้ ซึ่งอาสาสมัครส่วนใหญ่เป็นครูในโรงเรียนและคนในชุมชน

     
    ภาพบ่อน้ำจากสถานที่จริง ถ่ายเมื่อวันที่ 2 กรกฏาคม 2561  

     
    ภาพบ่อทดลองเลี้ยงปลาสลิดด้วยวิธีทางชีวภาพ และปลาที่เลี้ยงในบ่อที่คำพอุง จังหวัดร้อยเอ็ด ถ่ายเมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม 2561

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > อุปกรณ์สื่อสารผ่านดวงตาเพื่อผู้ป่วยอัมพาต

    ผลการตอบรับจากการใช้เครื่องช่วยสื่อสารให้กับผู้ป่วยอัมพาต

    28 พฤศจิกายน 2018

    จากที่ได้มอบอุปกรณ์สื่อสารผ่านดวงตาให้กับสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์สวางคนิวาส สภากาชาดไทย ทั้ง 2 แห่งได้ดำเนินการทดลองใช้กับผู้ป่วยจำนวน 20 คน ทางบริษัท เมดิเทค โซลูชั่น จำกัด ได้ติดต่อสอบถามถึงผลการตอบรับการใช้งานเครื่อง SenzE กับเคสผู้ป่วย และประโยชน์ของการใช้งานเครื่องจริง

    1. ศูนย์สวางคนิวาส สภากาชาดไทย

    หลังจากที่ศูนย์ฯ ได้รับการบริจาคเครื่องไปเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561เราได้เข้าไปสอบถามนพ.ปวนนท์ ศฤงคไพบูลย์ (หมอโอเค) แพทย์ผู้ปฎิบัติงาน ณ ศูนย์สวางคนิวาส สภากาชาดไทย

    นพ.ปวนนท์ กล่าวว่า เครื่อง SenzE มีประโยชน์กับผู้ป่วยที่รับรู้ดี ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ พูดไม่ได้ ขยับตัวไม่ได้ ทำให้สามารถที่จะสื่อสารกับคนรอบข้างได้ ทางสวางคนิวาสเองมีกลุ่มผู้ป่วยประเภทนี้อยู่บ้าง แต่ยังถือได้ว่า ไม่มากนัก หากพบเคสที่เหมาะสมก็จะนำเอาเครื่อง SenzE มาให้ใช้ทันที เพราะผู้ป่วยเองจะได้สื่อสารกับญาติ และ เจ้าหน้าที่ของสวางคนิวาสได้ทันท่วงที ทั้งนี้ วันนี้มีเคสตัวอย่างที่คิดว่าเหมาะสมกับการฝึกใช้เครื่อง SenzE ซึ่งเป็นกรณีผู้ป่วยที่มีเนื้องอกในสมอง และได้รับการผ่าตัด ทำให้ไม่สามารถสื่อสารได้ และอยู่ในช่วงของการทำกายภาพบำบัด และกิจกรรมบำบัด ทางศูนย์ฯ จึงได้นำผู้ป่วยมาฝึกใช้เครื่อง SenzE เพื่อช่วยในการสื่อสาร

    หมอโอเค ยังกล่าวอีกว่า กรณีของการใช้งานเครื่อง SenzE นี้ หากพบเคสที่เหมาะสมจะเป็นประโยชน์กับผู้ป่วยค่อนข้างมาก และจะทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  




    ภาพนพ.ปวนนท์ ศฤงคไพบูลย์ กับการฝึกใช้งานเครื่อง SenzE กับเคสผู้ป่วยเนื้องอกในสมอง

    2. หน่วยงานกิจกรรมบำบัด สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

    หลังจากที่ทางสถาบันฯ ได้รับการบริจาคเครื่องไปเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เราได้เข้าไปสอบถามคุณพรสวรรค์ โพธิ์สว่าง (พี่ปิ๋ม) หัวหน้างานกิจกรรมบำบัด สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ

    คุณพรสวรรค์ กล่าวว่า ผู้รับบริการงานของกิจกรรมบำบัดของสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูฯ ส่วนใหญ่เป็นคนพิการทางร่างกายและการเคลื่อนไหว ซึ่งมีเพียงจำนวนน้อยที่สามารถใช้เครื่อง SenzE ได้ เนื่องจากเครื่อง SenzE เหมาะสมต่อการใช้งานในกลุ่มผู้ป่วยที่มีการรับรู้ดี แต่บกพร่องในการช่วยเหลือตนเองทั้งด้านการเคลื่อนไหวและการสื่อสารด้วยการพูด เช่น โรค ALS (กล้ามเนื้ออ่อนแรง) หรือผู้มีภาวะ Locked-in Syndrome แต่ทั้งนี้ การใช้เครื่อง SenzE จะช่วยให้ผู้ป่วยจะสามารถกลับมาสื่อสารกับบุคคลรอบข้างได้อีกครั้งหนึ่ง ทำให้ผู้ป่วยครอบครัว และผู้ดูแลมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และยังส่งผลดีต่อต่อการรักษา ฟื้นฟู เนื่องจากผู้ป่วยจะสามารถสื่อสารกับบุคลากรทางการแพทย์ได้ดีขึ้นอย่างมาก


    คุณพรสวรรค์ โพธิ์สว่าง 
    (หัวหน้างานกิจกรรมบำบัด สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ) 

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > โซล่าเซลล์ 6 โรงเรียนในจ.แม่ฮ่องสอน (3)

    24 พฤศจิกายน 2018

    เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา ทางทีมงานได้ส่งมอบชุดโซล่าเซลล์ให้กับ 15 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ณ โรงเรียนชุมชนบ้านผาผ่า ต.แม่คะตวน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีตัวแทนแต่ละโรงเรียนมารับมอบกันเพื่อนำขึ้นไปโรงเรียนบนดอยกันแล้ว

    เราขอนำภาพการรับมอบโซล่าเซลล์และโซล่าเซลล์ที่ขึ้นดอยไปแล้วบางส่วนมาฝากกัน


    รร.บ้านทิยาเพอ และรร.สาขาบ้านห้วยไชยยงค์

    รร.บ้านทีฮือลือ

    รร.บ้านปู่แก้ว

    รร.บ้านห้วยกองมูล สาขาบ้านทิชะ

    รร.บ้านห้วยกองมูล สาขาบ้านขุนแม่คะตวน

    รร.บ้านเวฬุวัน

    ตัวอย่างการใช้งาน

    ตัวแทนบริษัทฟอเซล่า ลงพื้นที่สอนการติดตั้งชุดโซล่าเซลล์

    ติดตั้งที่โรงครัว เพื่อทำอาหารช่วงเช้ามืดและกลางคืนสำหรับเด็กพักค้าง

    มีแสงสว่างให้ทำกับข้าวแล้วค่ะ

    ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีค่ะ

    หากดำเนินการเรียบร้อยแล้วจะนำภาพมาฝากกันอีกครั้งค่ะ


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ปรับปรุงห้องทันตกรรม รพ.ค่ายวิภาวดีรังสิต

    จัดซื้อเครื่องมือทันตกรรม รพ.ค่ายวิภาวดีรัสิต

    22 พฤศจิกายน 2018

    หลังจากที่ได้เตรียมวางแผนการจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือในเบื้องต้น เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีเครื่องมือบางชนิดได้ชำรุด ดังนั้น ทางทันตแพทย์ ฐนกร ตั้งวงศ์วราชัย หัวหน้าแผนกทันตกรรม โรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต จังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงได้มีการปรับเปลี่ยนการจัดซื้อเครื่องมือตามความจำเป็น และความต้องการเร่งด่วนของโรงพยาบาล

    รายการจัดซื้อเครื่องมือ

    1.เครื่องกรอสำหรับงานศัลยกรรม, ผ่าฟันคุด ราคา 145,000 บาท

    มีความจำเป็นต้องจัดหาเครื่องใหม่ เนื่องจากเครื่องที่รพ.มีอยู่เดิม(จัดหาเมื่อปี 2551) ชำรุด และค่าซ่อมเกินกว่า 40% ของราคาเต็ม ซึ่งไม่สามารถขออนุมัติซ่อมแซมได้ (ไม่คุ้มค่าต่อการซ่อมแซม)

    2.เครื่องขูดหินปูนชนิด piezo-electric ราคา 35,000 บาท

    3.เครื่องฉายแสงวัสดุอุดฟัน ราคา 25,000 บาท

    งบประมาณในการจัดหาเครื่องมือทั้ง 3 เครื่อง ทั้งหมด 205,000 บาท ซึ่งเป็นงบบริจาคจากเว็บไซต์เทใจ 141,140 บาท และงบบริจาคที่คงเหลือในบัญชีรับบริจาคของ รพ. 63,860 บาท

    ขั้นตอนต่อไปจะนำเครื่องมือทุกชิ้นที่จัดหาจากงบบริจาคเข้าบัญชีคุม เป็นสิ่งอุปกรณ์ของรพ.ต่อไป และทำการปรับปรุงห้องทันตกรรมให้มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อไป

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > สร้างโรงอาหารชุมชนบ้านสวนอ้อย

    โรงอาหารชุมชนบ้านสวนอ้อยเสร็จ 100 %

    20 พฤศจิกายน 2018

    หลังจากที่ทางชุมชนบ้านสวนอ้อยได้มีการระดมทุนในการก่อสร้างโรงอาหารชุมชน  ทุกฝ่ายได้ให้ความร่วมมือตามแผนที่ได้วางไว้เป็นอย่างดีนั้นทำให้การดำเนินงานในครั้งนี้สำเร็จตามเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้เป็นอย่างดีทุกประการ

    จากอดีตที่ผ่านมาเวลาที่เด็กๆและเยางวชนมาร่วมกิจกรรมเขาจะมีอุปสรรค์เวลาที่จะต้องรับประทานอาหาร ไม่มีที่ทานอาหาร ทั้งพื้นที่ไม่สะดวก สะอาดไม่ถูกสุขอนามัย แต่หลังจากที่ได้มีการสร้างโรงอาหารแล้วเวลาที่เด็กๆมาร่วมกิจกรรมก็ไม่ต้องมีความกังกลอีกเพราะเรามีโรงอาหารที่สะอาดปลอดภัยและถูกสุขอนามัย สะอาด สำหรับเด็กที่เข้าร่วมกิจกรรม

    หลังจากสร้างโรงอาหารชุมชนทางคณะกรรมการได้มีการติดตามและประเมินผล พบว่าเด็กๆทุกคนมีความสุขเวลาที่มาร่วมกิจกรรม  ชุมชนเองมีความสามัคคคี มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเด็กอยากมาร่วมกิจกรรมกับศูนย์การพัฒนาเด็กของชุมชนมากขึ้น มีความสุขมากขึ้นการพัฒนามีประสิทธิภาพมากขึ้น

    อยากจะขอบคุณผู้สนับสนุนเป็นอย่างมากที่ท่านได้ให้การสนับสุนในครั้งนี้ การสนับสนุนของท่านในครั้งนี้เป็น พระพรอย่างมากต่อชีวิตของเด็กๆและคนในชุมชนทำให้เห็นความรักและความสามัคคีของคนในชุมชน ความสุขของเด็กๆเวลาที่มาร่วมกิจกรรม กิจกรรมนี้จะไม่สำเร็จหากไม่ได้รับการสนุนจากท่าน


    ด.ญ.สโรชา มะโนวงศ์ อายุ 15 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

    "หนูเป็นคนหนึ่งที่ชอบมาร่วมกิจกรรมกับทางชุมเพราะเวลามาร่วมกิจกรรมทำให้หนูได้เรียนรู้หลายๆอย่างที่หนูไม่เคยเรียนในโรงเรียน ทำให้หนูได้รับประสบการณ์มากมาย แต่มีสิ่งหนึ่งที่เป็นอุปสรรค์เวลามาร่วมกิจกรรมกับ โครงการ คือไม่มีโรงอาหารเวลากินข้าวเที่ยงที่ศูนย์พัฒนาชุมชน แต่ตอนนี้เรามีโรงอาหารแล้วทำให้หนูและเพื่อนๆน้องๆมีความสุขมากเวลามาร่วมกิจกรรมเพราะหนูไม่ต้องกังกลเหมือนเมื่อก่อนว่าเวลามาร่วมกิจกรรมแล้วจะต้องทานข้าวที่ไหน เข้าห้องน้ำที่ไหนเพราะตอนนี้เรามีโรงอาหารที่ดี สะอาด สวยงามและปลอดภัยด้วย หนูอยากขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนการก่อสร้างโรงอาหารในครั้งนี้ ขอบคุณสำหรับความรักของท่านที่มีต่อหนูและเพื่อนๆแม้ว่าท่านไม่เคยเจอพวกหนูแต่ท่านก็ได้แบ่งปันความรักให้กับหนูและเพื่อนๆหนูอยากจะบอกท่านว่าหนูและเพื่อนๆดีใจมากที่มีโรงอาหารที่ดี สะอาด ปลอดภัย หนูและเพื่อนๆจะตั้งใจมาร่วมกิจกรรมที่ศูนย์และจะตั้งใจเรียนค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ขอท่านให้มีความสุขมากนะคะ"



    อ่านต่อ