ความเคลื่อนไหว

  • ความคืบหน้าโครงการ > โซล่าเซลล์ให้โรงเรียนบนดอย เพื่อแสงสว่างในการเรียน

    ส่งมอบโซล่าเซลล์ขนาดเล็กให้กับโรงเรียนบนดอย

    20 มิถุนายน 2018


    ถึงแล้วค่ะ  โซล่าเซลล์จากการรวมพลังของผู้บริจาคใจดีถึงมือ 4 โรงเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ชุดโซล่าเซลล์ขนาดเล็กได้ถูกส่งขึ้นรถบัสมุ่งตรงไปที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อส่งมอบให้กับให้กับโรงเรียนบนดอย ทางมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก(มพด.) โดยการสนับสนุนของโครงการเทใจดอทคอม และบริษัทโฟเซร่า ประเทศไทย จำกัด ได้ทำการมอบชุดโซล่าเซลให้กับผู้อำนวยการโรงเรียนทั้ง 4 โรงเรียน ประกอบด้วย

    โรงเรียนบ้านแม่แพหลวง ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

    โรงเรียนบ้านอุมโละเหนือ ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

    โรงเรียนบ้านนาดอย ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

    โรงเรียนบ้านแม่หลุย ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

    เพราะ 4 โรงเรียนขนาดเล็ก ที่ตั้งตั้งอยู่ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติแม่เงา รอยต่อระหว่างอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน กับเขตอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ซึ่งไฟฟ้ายังเข้าไปไม่ถึง ต้องไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์ ซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องพึ่งพา ไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์ของโรงเรียนที่มีอายุการใช้งานมานาน หลายครั้งเกิดปัญหาขัดข้อง ทำให้เด็กๆในโรงเรียนไม่มีไฟฟ้าใช้ ในการทำการบ้าน อ่านหนังสือ และใช้ในการดำเนินชีวิตในช่วงเวลาตอนกลางคืน

     ชุดโซล่าเซลล์ขนาดเล็กจึงเป็นตัวช่วยอย่างดีสำหรับเด็กๆนักเรียนบนดอย เนื่องจากมีขนาดเล็ก สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก อีกทั้งยังดูแลรักษาง่าย โดยเฉพาะในฤดูฝน ที่ปริมาณแสงแดดมีน้อย ก็จะสามารถเคลื่อนย้ายแผงโซล่าเซลล์ไปตั้งยังจุดที่มีแสงแดดได้ ซึ่งผิดกับแผงโซล่าเซลขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้

    โครงการจัดหาชุดโซล่าเซลล์ขนาดเล็กให้กับโรงเรียนบนดอยจึงเกิดขึ้นเพื่อให้เด็กๆได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเท่าเทียมกับเด็กๆในพื้นที่อื่นๆ เพื่อที่พวกเขาจะได้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข และเป็นกำลังที่สำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคตต่อไป

    เมื่อทำการติดตั้งเสร็จแล้วเราจะนำภาพมาฝากกันอีกครั้ง ขอขอบคุณผู้บริจาคใจดีทุกท่าน

    อย่างไรก็ตามขอนำเสนอภาพการส่งมอบโซล่าเซลล์จากการรวมพลังของผู้บริจาคใจดีถึงมือ 4 โรงเรียน

    ผอ.โรงเรียนบ้านแม่หลุย

    ผอ.โรงเรียนบ้านนาดอยรับมอบ

    ผอ.และครูโรงเรียนอุมโละ

    เหนือ

    ผอ.โรงเรียนบ้านแม่แพหลวง



    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ซ่อม-สร้างห้องน้ำให้เด็กเล็กโรงเรียนบ้านหนองกราด

    ซ่อมสร้างห้องน้ำ รร.บ้านหนองกราดเสร็จแล้ว

    15 มิถุนายน 2018

    โครงการซ่อม-สร้างห้องน้ำให้เด็กเล็กโรงเรียนบ้านหนองกราด ดำเนินการโดย มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย และโรงเรียนบ้านหนองกราด อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยชุมชนบริเวณใกล้เคียงโรงเรียนบ้านหนองกราด

    ที่ผ่านมาได้ดำเนินการระดมทุนร่วมจากผู้บริจาคที่มีจิตเมตตาจากหลายภาคส่วน จึงได้งบประมาณตามกรอบงบประมาณที่วางไว้ และได้ประสานงานกับทางโรงเรียน ชุมชน (บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา) เพื่อวางแผนดำเนินการซ่อมสร้างห้องน้ำจำนวน 8 ห้อง ผู้ได้รับผลประโยชน์ (เด็กนักเรียน) 100 คน ให้มีสภาพที่น่าใช้งาน และถูกสุขอนามัย โดยได้ดำเนินการในระหว่าง 1 มีนาคม 2561 - 25 เมษายน 2561ได้แล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว

    ผลของกิจกรรม

    1. นักเรียนมีห้องน้ำ ที่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ และสะอาด ปลอดเชื้อโรค
    2. นักเรียนมีสุขภาพที่ดี ปราศจากโรคภัย
    3. นักเรียนมีห้องน้ำใช้อย่างเพียงพอ
    4. ชุมชนมีส่วนร่วมกับการพัฒนาโรงเรียนของชุมชนตนเอง
    5. เด็ก ๆ มีความสุข โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก

    ภาพก่อนการดำเนินการ

    ภาพระหว่างการปรับปรุง (ควบคุมการก่อสร้างโดยผู้อำนวยการโรงเรียน)


    ภาพการปรับปรุงเสร็จสิ้น


    ภาพการส่งมอบ

    ภาพร่วมกันใช้ร่วมกันรักษา


    ความประทับใจจากเด็ก ๆ ที่ได้รับโอกาส


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ปันน้ำใจช่วยรักษาเด็กป่วย

    ปันน้ำใจให้เด็กป่วยจากมูลนิธิยุวรักษ์

    15 มิถุนายน 2018
    หลังจากที่ทางมูลนิธิยุวรักษ์ เข้าร่วมระดมทุนกับเว็บไซต์เทใจดอทคอม ทำให้มีผู้บริจาคมากเพิ่มขึ้น และเงินที่ได้รับบริจาคนั้น ทางมูลนิธิฯ นำไปช่วยเหลือเด็กเจ็บป่วยที่อยู่ในความดูแล จำนวน 250 ราย และในอนาคตคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

    เงินบริจาคที่ได้รับทางมูลนิธิฯ แบ่งเป็นค่าใช้จ่าย ดังนี้
    1. ค่าเดินทางของคนไข้ที่ไปพบหมอ
    2. ค่ารักษาพยาบาลของคนไข้ที่นอกเหนือจากบัตรทอง
    3. ค่านมสำหรับเด็กแรกเกิด

    และเมื่อเดือนที่ผ่านมาทางทีมงานมูลนิธิยุวรักษ์ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเด็กที่บ้านเทวา ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ที่บ้านเทวาเป็นเด็กป่วยโรคพิการซ้ำซ้อนตั้งแต่กำเนิดและกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ ที่ได้รับความช่วยเหลือเรื่องค่าเดินทางและค่ารักษาพยาบาล ทางบ้านเทวาจะช่วยฝึกการทำกายภาพ โดยให้ผู้ปกครองมาเรียนรู้การทำกายภาพให้กับเด็ก เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถนำความรู้กลับไปที่บ้านเองได้   

    บทสัมภาษณ์ผู้ปกครองเด็กที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ


    ด.ญ.กัญญานัฐ จันทรศิลปิน (น้องอันนา) อายุ 3 ปี รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช
    “รู้สึกดีมากเลยครับเพราะถ้าไม่มีมูลนิธิฯ เข้ามาช่วยเหลือ ก็คงไม่ได้มีโอกาสพาน้องมารักษาจนถึงป่านนี้ และผมก็อยากจะขอบพระคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิทุกที่ช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาลูกของผม” 


    ด.ญ.กานต์ธิดา โนนศรีเมือง (น้องเมย์) อายุ 16 ปี รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช
    “หลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ รู้สึกว่าทางมูลนิธิฯให้ทุกอย่างกับน้องเมย์และครอบครัวเลยค่ะ ถ้าเกิดไม่มีมูลนิธิฯ เข้ามาช่วยเหลือก็แย่เลยค่ะ เพราะค่าใช้จ่ายครอบครัวเยอะมากและอยากจะขอบคุณมูลนิธิฯ นี้อีกครั้งค่ะ เหมือนน้องได้รับโอกาสที่สำคัญที่สุดในชีวิตเลยค่ะ” 


    นายอภิชัย ยืนยั่ง (น้องชล) อายุ 12 ปี 
    "ได้รับการช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ ช่วยเหลือเรื่องค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทาง ค่าผ่าตัด ทำให้ครอบครัวดีขึ้น ได้ไปหาหมอบ่อยขึ้น ขอบคุณที่ช่วยเหลือตลอดมาและอยู่ข้าง ๆ กันแม้เวลาจะผ่านไปกี่ปี แม่และครอบครัวก็ยังได้รับการช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ ตลอดมา ขอบคุณมากค่ะ" 

    หมายเหตุ: ทางมูลนิธิยุวรักษ์ได้รับอนุญาติจากครอบครัวเด็ก สำหรับการนำรูปภาพมาใช้ประกอบเพื่อเผยแพร่บนเว็บไซต์เทใจแล้ว

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > "ผู้พิทักษ์ป่า" เราเฝ้าป่าไว้ให้คนไทยทั้งชาติ

    จัดซื้ออุปกรณ์ลาดตระเวนจากมูลนิธิสืบฯ

    12 มิถุนายน 2018

    หลังจากที่ได้รับเงินจากการระดมทุนผ่านเว็บไซต์เทใจดอทคอม ทางมูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้จัดซื้อเครื่อง GPS จำนวน 22 ตัว ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2561 เพื่อใช้ในการตรวจสอบพื้นที่ ตลอดจนเก็บข้อมูลในการเดินลาดตระเวนเพื่อปกป้องรักษาป่า ให้กับหน่วยป้องกันรักษาป่า 17 หน่วย ของกรมป่าไม้ และอุทยานแห่งชาติพุเตย

    GPS ที่ทางมูลนิธิสืบฯ จัดซื้อ

    นำ GPS ที่ได้รับมาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่่ทั้งในหน่วยงานและการออกลาดตระเวน


    และวันที่ 15 มิถุนายน 2561 จะทำการส่งมอบกล้องถ่ายรูปเพื่อใช้ในปฏิบัติงานของมูลนิธิฯ จำนวน 30 ตัว ให้กับชุดลาดตระเวนของหน่วยป้องกันรักษาป่าทั้ง 17 หน่วย ของกรมป่าไม้ และชุดลาดตระเวนร่วมอีก 13 ชุด ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > Art for Health 2018

    ผลงาน Art for Health 2018

    11 มิถุนายน 2018

     Art for Health 2018 เพื่อวาดภาพระบายสี ปรับทัศนียภาพและเป็นสื่อการเรียนรู้ให้น้องๆ บ้านเฟื่องฟ้า จ.นนทบุรี เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ เสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินชีวิต สร้างสีสัน และรอยยิ้มให้กับน้องๆ เด็กแรกเกิด - 7 ปี ที่มีความผิดปกติหรือบกพร่องทางร่างกาย สติปัญญา และจิตใจทุกประเภท 

     นอกจากจะให้เด็กพิการได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย เพื่อพัฒนาการที่ดีขึ้น ฝึกการช่วยเหลือตัวเองเพื่ออยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างปกติสุข และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระแล้ว สิ่งหนึ่งที่ควร ให้ความสำคัญก็คือการเยียวยาทางด้านจิตใจ เพื่อให้เด็กพิการเหล่านี้ได้สัมผัสด้านสุนทรีย์ของชีวิต ซึ่งจากการศึกษาพบว่า "ศิลปะ" เป็นสิ่งที่ทำให้เด็กมีความสุข และมีสมาธิมากขึ้น การใช้ศิลปะบำบัดจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถเยียวยาอารมณ์ จิตใจของเด็กๆ ได้ เพื่อให้เด็กพิการได้รับการฟื้นฟู ไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกาย  อารมณ์  สังคม  และสติปัญญา
           

    เราได้ทำกิจกรรมไปแล้วเมื่อวันที่ 2-3 มิถุนายน 2561 โดยกิจกรรมประกอบไปด้วย
วันที่ 2 มิถุนายน 2561 : กิจกรรมพัฒนาศักยภาพแกนนำอาสาสมัคร Art for Health 2018 โดยเราเริ่มต้นการปูพื้นฐานด้านศิลปะ สำหรับเด็กผู้บกพร่องทางด้านสติปัญญาในช่วงเช้า โดยมีครูชลิต นาคพะวัน ศิลปินอิสระ และผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานศิลปะให้กับเด็กพิการ มาให้คำแนะนำ ตั้งแต่การเลือกใช้ลายเส้น การใช้โทนสีที่เหมาะสมกับเด็ก โดยการวาดภาพในครั้งนี้ นอกจากความสวยงามแล้ว เราได้เพิ่มคุณค่าให้กับภาพวาดโดยการออกแบบภาพวาดเหล่านี้ให้เป็นสื่อการเรียนการสอนเสริมสร้างพัฒนาการให้กับน้อง ๆ อีกด้วย ซึ่งเราจะเน้นไปที่สีโทนเย็น 80% และสีโทนร้อน 20% เพื่อไม่ให้สีไปกระตุ้นอารมณ์ก้าวร้าวของเด็ก โทนสีที่เลือกใช้จึงเป็นสีพาสเทลและเน้นใช้พวกรูปธรรมชาติ รูปสัตว์ ตัวเลข รวมถึงวาดภาพออกมาเป็นเรื่องราวต่างๆ อย่าง นิทาน เพื่อเสริมสร้างจินตนาการให้กับเด็ก ๆ นอกจากนี้ตามกำหนดการกิจกรรมในช่วงบ่าย แกนนำอาสาทุกคนได้ลงมือร่างภาพที่จะนำไปใช้เป็นต้นแบบในการวาดภาพระบายสีครั้งนี้ ซึ่งแกนนำทุกคนมีฝีมือการวาดภาพที่ดีมาก ทำให้เราได้ภาพต้นแบบที่สวยงามสำหรับกิจกรรมในวันถัดไป



    ส่วนวันถัดมา เราได้คัดเลือกผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 41 คนที่มีฝีมือในการวาดภาพ มีใจรักในงานศิลปะ และมีจิตอาสาจากหลากหลายอาชีพกว่า 40 คน โดยส่วนมากจะมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านศิลปะอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น คุณครูสอนศิลปะ กราฟฟิคดีไซน์เนอร์ สถาปนิก นักศึกษา และบุคคลทั่วไป โดยกิจกรรมเริ่มจากการอธิบายกิจกรรม วัตถุประสงค์ของกิจกรรม ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบ้านเฟื่องฟ้า เด็กสมองพิการ ประโยชน์ของศิลปะที่จะช่วยเยียวยาทางด้านจิตใจ รวมถึงเป็นสื่อการเรียนการสอนที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสติปัญญา อารมณ์ และสังคม อธิบายโจทย์ของกิจกรรม ขั้นตอนกระบวนการการทาสี และแบ่งกลุ่มอาสาสมัครออกเป็น 13 กลุ่ม ตามโจทย์สื่อการเรียนการสอนทั้ง 13 โจทย์ โดยหลังจากแบ่งกลุ่มอาสาสมัคร อาสาสมัครทุกกลุ่มก็ได้ร่วมมือกันทาสีจนเสร็จ ซึ่งไม่ว่าอากาศจะร้อนแค่ไหนเราก็สัมผัสได้ถึงความสุขของอาสาสมัครผ่านปลายพู่กันที่บรรจงลงบนผนังห้องเรียนของเด็ก ๆ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากสามารถสร้างประประโยชน์ให้แก่น้อง ๆ แล้ว กลุ่มอาสาสมัครเองก็ได้รับความสุขกลับไปด้วย รวมถึงได้มิตรภาพใหม่ๆในกลุ่มนักสร้างสรรค์อาสาสมัครด้วยกัน ก่อให้เกิดเครือข่ายจิตอาสาที่พร้อมจะชวนกันไปทำงานสร้างสรรค์เพื่อเป็นประโยชน์กับสังคมต่อไป 



    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ร.รถลงพื้นที่แก่กลุ่มลูกเหรียง

    ปฎิบัติการณ์รถลูกเหรียง

    6 มิถุนายน 2018


    กลุ่มลูกเหรียงหรือ สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ เป็นองค์กรที่มีพันธกิจในการคุ้มครอง เยียวยาและพัฒนาเด็กและเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยพันธกิจดังกล่าวทำให้เราต้องเดินทางลงพื้นที่ไปจัดกิจกรรม ประสานงาน รับเด็ก ๆ มาเข้าร่วมกิจกรรมและเยี่ยมน้อง ๆ กลุ่มเป้าหมายบ่อยครั้ง

    ปลายปีที่ผ่านมาเราได้รับการสนับสนุนจาก คุณบัณฑิตและคุณแมรี่ อึ้งรังษี ให้ซื้อรถผ่านเทใจแล้ว  ช่วยให้เราสามารถดำเนินกิจกรรมในโครงการต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

    จากเดิมถ้าเราจำเป็นต้องใช้รถ เราต้องขอยืมจากเพื่อน ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะยืมไม่ค่อยได้ จึงจำเป็นต้องใช้เงินที่ใช้ในการทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ ไปเป็นค่าเช่ารถยนต์ โดยในแต่ละปีก็มีจำนวนค่อนข้างสูง

    สำหรับในช่วงแรกที่ได้รับรถมา เราใช้รถในการไปรับเด็ก ๆ จากหมู่บ้านต่าง ๆ ในพื้นที่มาร่วมกิจกรรมที่ลูกเหรียง อาทิเช่น กิจกรรมมอบทุนการศึกษา กิจกรรมไลฟ์โค้ช ต้องรอด ซึ่งนอกจากจะรับจากบ้านเด็ก ๆ มาที่ลูกเหรียงแล้ว ยังใช้รับส่งเด็ก ๆ จากบ้านไปยังสระว่ายน้ำที่ใช้จัดการเรียนการสอนอีกด้วย อีกการใช้งานหนึ่งในช่วงแรกคือการใช้ขนวัสดุอุปกรณ์และสิ่งของที่ใช้ในการทำกิจกรรมรวมทั้งของบริจาคต่าง ๆ เพื่อลงพื้นที่ไปช่วยเหลือเด็ก ๆ ตามบ้านต่าง ๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งไม่ว่าจะสมบุกสมบันแค่ไหน ลูกเหรียงและ ร.รถลงพื้นที่ก็พร้อมเดินทางไปหาเด็ก ๆ ทุกคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

    หลังจากบ้านลูกเหรียงมีรถยนต์ใช้ พวกเราทำงานสะดวกมากขึ้นครับ เหมือนในกรณีเร่งด่วนเราไม่ได้เช่ารถแล้ว และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วยครับ เช่นตอนผมไปรับน้องๆที่จังหวัดปัตตานีมาพักที่บ้านลูกเหรียง ตอนนี้น้องๆไม่ต้องรอเป็นวันเพื่อหารถไปรับและน้องๆไม่ได้นั่งรถสองแถวมาบ้านลูกเหรียงแล้วครับ ในฐานะผมเป็นคนขับรถผมรู้สึกงานของเราสะดวกและคล่องมากขึ้นกับการปฏิบัติงานในการลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นครับ นายแวรูซีมัน กูนานนท์ อาสาสมัครกลุ่มลูกเหรียง 


    รู้สึกดีใจและขอบคุณมากค่ะ ที่มีรถกระบะใช้ในบ้านลูกเหรียง ซึ่งที่ผ่านมาได้นำรถกระบะมาใช้ในกิจกรรมไลฟ์โค้ชต้องรอด ระหว่างวันที่ 28-30 พฤษภาคม 2561 โดยนำรถยนต์มาขนของ รับส่งน้องๆลูกเหรียงไปเรียนว่ายน้ำตลอดทั้งสามวันและลงพื้นที่ในกิจกรรมต่างๆ น้องนาขอขอบคุณมากๆนะค่ะ นางสาวอารีนา มูซอ เจ้าหน้าที่คณะทำงานกลุ่มลูกเหรีย


    ความรู้สึกหลังจากมีรถยนต์ เมื่อก่อนลูกเหรียงไม่มีรถกระบะในการขนของและรับส่งเด็กๆ เมื่อมีกิจกรรมที่ต้องขนส่งเด็กๆไปทำกิจกรรมลงพื้นที่ตามสถานที่ต่างๆ ถือเป็นความลำบากมาก เพราะต้องเช่ารถและรับส่งเด็กๆมากกว่า 2-3 เที่ยว ทำให้เสียเวลาเป็นอย่างมาก ตอนนี้ได้รถกระบะใหม่มาลูกเหรียงมีความสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องเช่ารถและขนส่งเด็กๆไปมา 2-3 รอบ รถใหม่ นั่งสบาย เบาะนุ่ม เวลารถเคลื่อนตัวรู้สึกเบาและเงียบมาก อีกทั้งรถก็ประหยัดน้ำมันมาก ถือได้ว่ารถคันนี้ตอบโจทย์การทำงานของพวกเรามากๆค่ะ นางสาวอาลิซ่า สาเมาะ เจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็ก กลุ่มลูกเหรียง


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > พาเด็กผลัดถิ่นเที่ยวทะเลครั้งแรกในชีวิต

    เด็กพลัดถิ่น จาก อ.อุ้มผาง ได้ไปเห็นทะเลเป็นครั้งแรก :)

    5 มิถุนายน 2018


    โครงการพาน้องเที่ยวทะเล ครั้งที่ 6 นำโดยวริษา สินธุเสก ร่วมกับบริษัท มิราเคิล มัชรูม จำกัด และโรงเรียนท่านผู้หญิง วิไล อมาตยกุล ได้นำน้อง 42 คนจากโรงเรียนท่านผู้หญิงวิไล อมาตยกุล (บ้านเปิงเคลิ่ง) โรงเรียนบ้านกล้อทอ ศูนย์การเรียนรู้ชาทูเหล่ รวมนักเรียนทั้งหมด 42 คนงออกจากอุ้มผางไปเที่ยวทะเลครั้งแรก

    จุดหมายปลายทางที่เราพาน้องไปลิ้มรสความเค็มของน้ำทะเลก็คือ อ่าวมะนาว จังหวัดประจวบคิรีขันธ์

    การเดินทางของคณะเด็กพลัดถิ่น เราได้ออกเดินทางจาก อำเภออุ้มผาง จังหวัดจาก ในเวลา 3.00 น. ของวันที่ 3 พฤษภาคม 2561โดยรถโรงเรียน และในเวลา 1.00 น. ของวันที่ 4 พฤษภาคม เราก็ถึงที่หมาย โดยใช้เวลาประมาณ 20 ชั่วโมง

    เมื่อเดินทางมาถึงเราได้ให้น้องเข้าพักที่บ้านค่ายของกองบิน 5 อ่าวมะนาวเพื่อพักผ่อน ชาร์ตพลังให้เต็มที่ก่อนที่จะมาร่วมกิจกรรมในตอนเช้า

    ตลอดช่วงเวลาสามวันเต็มๆ พี่ๆอาสาสมัครและผู้จัดงานได้ร่วมทำกิจกรรมเข้าฐานบริเวณริมทะเล อ่าวมะนาว เล่นน้ำทะเล เล่นเรือบานานาโบ๊ต วันถัดมาน้องๆ ร่วมกันเล่นกิจกรรมทางทะเล และไปทัศนศึกษาที่อควาเรียมเพื่อศึกษาพันธุ์สัตว์น้ำทะเล และไปเดินตลาดริมหาดในตอนเย็น โดยมีคุณครูคอยดูแล โรงเรียนละ 1 คน


    วันสุดท้าย พี่ๆอาสาสมัครพาน้องเดินขึ้นเขาไปไหว้พระ ชมวิวหาดจังหวัดประจวบคิรีขันธ์ และให้อาหารลิงบนเขา หลังจากนั้นน้องๆ เล่นน้ำทะเลตามอัธยาศัย โดยมีผู้บริจาคขนม และอาหารทยอยมาแจกขนมน้องอย่างต่อเนื่องตลอดสามวันของกิจกรรม

    ค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาจากการระดมทุนผ่านทาง ผู้บริจาค, Indiegogo, เทใจ สปอนเซอร์การจัดงานระดมทุน ได้แก่ มิวเซียมสยาม, Documentary Club, Klive เครื่องเสียง และ Bangkok Swing วิดิโอโครงการพาน้องเที่ยวทะเล ครั้งที่ 6

    รูปถ่ายจากโครงการ https://www.facebook.com/kidstosea/  

     วิเชียร ทะวา (วิเชียร) : ขอบคุณพี่ๆ ที่พาผมมาทะเลครับ นี่เป็นครั้งแรก ทะเลสวยมากๆ ถ้ามีโอกาสต่อไปก็อยากจะมาอีกครับ

    อรพิน คงฉลวยคีรี (มดตะนอย) : ชอบเรือกล้วยมากๆค่ะ ขอบคุณพี่ๆ ที่ดูแลตลอด อาหารอร่อย และได้เล่นนำทะเลทุกวัน เพื่อนๆ พี่ๆ ที่มาเล่นด้วยน่ารักมากๆ อยากเจอพี่ๆ อีกค่ะ

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ยารักษาโรคเพื่อชาวบ้านชายแดนอุ้มผาง

    จัดซื้อยาเพื่อรักษาเพื่อนมนุษย์

    4 มิถุนายน 2018

    โครงการระดมทุนเพื่อสมทบในการจัดซื้อยารักษาโรคเพื่อชาวบ้านชายแดนอุ้มผาง ทำให้โรงพยาบาลอุ้มผางสามารถจัดหายาที่จำเป็นสำหรับคนไข้ โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นผู้ป่วยซึ่งไม่มีหลักประกันสุขภาพใด ๆ เนื่องจากที่ผ่านมาการรักษาพยาบาลภายใต้มาตรฐานเดียวกันของผู้ป่วยทุกคนโดยอาศัยหลักความเป็นธรรมทางมนุษยธรรม ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายจำนวนหลายล้านบาทเกิดขึ้นอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การจัดหายาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นจึงยังคงเป็นภารกิจที่ต้องทำต่อไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยทุกคนดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน

    สำหรับเงินบริจาคที่ได้รับมานั้น ทางมูลนิธิโรงพยาบาลอุ้มผางเพื่อมนุษยธรรมได้นำไปจัดซื้อ

    ยาพ่นสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืดและถุงลมโป่งพองที่ใช้เงินในโครงการจัดซื้อ

    ผู้ป่วยรอรับยาหน้าห้องยา

    ผู้ป่วยรับยาภายใต้การแนะนำของเภสัชกร

    เพราะเรา"ไม่รักษาเขาก็ตาย"และนี่คือที่มาของภาระที่โรงพยาบาลอุ้มผางต้องแบกรับและต้องการธารน้ำใจจากทุกคน

    ที่มา  Backpack Journalist ตอน โรคแพงค่าแรงถูก วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 13.30 -14.00 น. ทางไทยพีบีเอส 

    คำมั่นที่โรงพยาบาลอุ้มผางที่ปฏิบัติต่อประชากร 67,687 คน  ก็คือ โรงพยาบาลต้องใช้มาตรฐานการรักษากับผู้ป่วยอย่างเท่าเทียม

    ขอบคุณผู้บริจาคจากเทใจดอทคอม

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ชุดยาสามัญคนไร้ที่พึ่ง

    ความประทับใจถึงผู้บริจาคโครงการชุดยาสามัญคนไร้ที่พึ่ง

    4 มิถุนายน 2018

    การทำงานของมูลนิธิอิสรชนจะลงพื้นที่ตามตางราง ดังนี้

    วันอังคาร ลงพื้นที่สนามหลวง คลองหลอด

    วันพุธและเสาร์ ลงพื้นที่ พระนครศรีอยุธยา

    วันศุกร์ ลงพื้นที่สมุทรสาคร

    ในการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนคนไร้ที่พึ่งในแต่ละครั้ง จะพบเจอคนไร้ทีพึ่งที่เจ็บป่วยบ้าง ทีมงานจะดูลักษณะแผลพร้อมรักษาแผลเบื้องต้น และมอบกล่องยารักษาให้ตรงตรงกับอาการที่เป็นอยู่และจัดยาสามัญประจำบ้านเบื้องต้นด้วย นอกจากนั้นยังสอนคนไร้ที่พึ่งฝึกทำแผลตนเอง และมีการเยี่ยมติดตามผลในการลงพื้นที่ครั้งต่อไป และเติมยาให้กับคนไร้พึ่งเมื่อยาหมด กรณีพบเจอคนไร้ที่พึ่งที่มีแผลขนาดใหญ่ หรือมีอาการแย่ ทีมงานจะดำเนินการส่งประสานงานส่งตัวไปยังโรงพยาบาล

    ในปี 2561 มูลนิธิอิสรชนจะแบ่งปันชุดยาสามัญให้คนไร้ที่พึ่งจำนวน 100 ชุด = 100 คน

    ความประทับใจถึงผู้บริจาค

    ทางมูลนิธิอิสรชน ขอขอบคุณผู้บริจาคทุกท่านที่ มองเห็นคนเท่ากัน มองเห็นความเจ็บป่วยของเพื่อนร่วมสังคมที่ถูกทอดทิ้ง ถูกมองข้าม หรือเป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะได้รับการใส่ใจ วันนี้อย่างน้อยก็ยังมีชุดยาสามัญให้เขาได้พกติดตัวยามมีแผล ยามเจ็บป่วยเล็กน้อยให้เขาได้ดูแลตัวเองด้วย และการสนับสนุนจากทุกท่านสามารถต่อยอดคุณภาพชีวิตให้กับเขา ทางมูลนิธิอิสรชนจะสานงานต่อโดยจัดทำชุดยาสามัญ ยาทำแผลแบบกล่องไปมอบเพื่อให้เขามีที่เก็บรักษายาไว้ใช้ในยามเจ็บป่วย ขอบคุณในการแบ่งปันของทุกท่านด้วยใจ

    ขอบคุณค่ะ  
    นางสาวอัจฉรา สรวารี

    ตัวแทนมูลนิธิอิสรชน

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > Life Hero Thailand

    ความคืบหน้าโครงการ Life Hero ฉบับที่ 1/2018

    31 พฤษภาคม 2018
    สวัสดีค่ะผู้สนับสนุน Life Hero ทุกท่าน :)

    If you don’t read Thai and want to know the progress of Life Hero, please contact Ada for update at ada@typn.org

    ตอนนี้พวกเราร่วมกันสนับสนุนเด็กๆ ได้แล้ว 166 คนสำหรับปีการศึกษา 2561 ที่เพิ่งเปิดเทอมไปเมื่อ วันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมาค่ะ ทางมูลนิธิยุวพัฒน์ซึ่งเป็นภาคีเรื่องการให้ทุนการศึกษา ได้ทำการคัดเลือกเด็กๆ เพื่อจะรับทุนเบื้องต้นประมาณ 200 คน กระจายอยู่ใน 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ และน่าน (สามจังหวัดแรกเป็นพื้นที่ที่ทางทีม Life Hero/TYPN ทำงานให้ทุนตั้งแต่ปีที่แล้วผ่านแคมเปญชื่อ 100liveschallenge และเพิ่มจังหวัดน่านในปีนี้) โดยเกณฑ์เบื้องต้นคือตัวเด็กและครอบครัวต้องการให้เด็กเรียนต่อมัธยม และครอบครัวมีฐานะยากจน โดยวัดจากรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยน้อยกว่า 3,000 บาทต่อคน/เดือน ทั้งนี้ เราอ้างอิงเกณฑ์มาจากระบบคัดกรองเด็กยากจนของกระทรวงศึกษาธิการค่ะ

    เด็กที่เรียนประถมในโรงเรียนภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (80% ของเด็กในประเทศไทย) ที่ครอบครัวมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ข้างต้น จะมีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลเด็กยากจนค่ะ ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคมไปจนถึงวันที่ 27 มิถุนายน คุณครูในโรงเรียนมัธยมศึกษาจะไปตรวจเยี่ยมบ้านนักเรียนที่มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลนี้ (เด็กๆ ที่เราคัดเลือกไว้เบื้องต้นอยู่ในกลุ่มนี้ทั้งหมด) โดยการตรวจเยี่ยมบ้านจะเป็นการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย และภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน เช่น ที่ดินทำกินของครอบครัว สภาพที่อยู่อาศัย การถือครองยานพาหนะ ฯลฯ โดยคุณครูจะบันทึกข้อมูลดังกล่าวกลับไปที่ฐานข้อมูลกลางค่ะ หลังจากวันที่ 27 มิถุนายน 2561 ที่ทุกโรงเรียนทั่วประเทศได้เยี่ยมบ้านของเด็กในฐานข้อมูลและส่งข้อมูลกลับมาแล้ว ระบบจะคำนวณและแบ่งกลุ่มเด็กในฐานข้อมูลเด็กยากจนนี้ออกเป็นสามกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มยากจนพิเศษ (extremely poor) กลุ่มยากจน (poor) และกลุ่มใกล้ยากจน (near poor) ซึ่งโครงการ Life Hero จะให้ทุนกับเด็กที่อยู่ในสองกลุ่มแรกค่ะ โดยจะสามารถยืนยันรายชื่อนักเรียนทุนและแจ้งให้ทุกท่านทราบได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2561 ค่ะ

    ระหว่างนี้เป็นช่วงที่เราทำงานกับภาคีที่เหลือเพื่อเตรียมระบบรองรับงาน และพัฒนาอีกสองเครื่องมือ ได้แก่ ระบบพี่เลี้ยง และแนะแนวอาชีพ/เรียนต่อให้พร้อมที่สุดเพื่อเริ่มใช้ในเดือนกรกฎาคมที่เราจะทราบรายชื่อนักเรียนทุนของเราค่ะ นอกจากภาคีที่ได้มีการพูดถึงในวีดีโอแนะนำ Life Hero (TYPN, Taejai.com, มูลนิธิยุวพัฒน์, A-Chieve, OpenDream, ChangeVentures) แล้วนั้น ตอนนี้เรามีภาคีเพิ่มอีกสามองค์กรค่ะ คือ (1) มูลนิธิพัฒนาทักษะชีวิต ที่ให้ความอนุเคราะห์สมุดแปลนชีวิตสำหรับนักเรียนทุน Life Hero และนักเรียนทุนของ TYPN ในปีที่แล้ว และร่วมออกแบบเนื้อหาและพัฒนาระบบพี่เลี้ยงและงานแนะแนวอาชีพกับเรา (2) เครือข่ายจิตอาสาที่จะร่วมพัฒนาระบบพี่เลี้ยงแบบองค์รวมทั้งโรงเรียน (ในพื้นที่ทดลองจังหวัดน่านและแม่ฮ่องสอน) และ (3) UNICEF ที่จะร่วมมือกับเราในการทำ Job Mapping for Low and Semi-Skilled Labors ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่/ภาคเหนือ ซึ่งจะเป็นเนื้อหาสำคัญสำหรับออกแบบงานแนะแนวอาชีพ/ศึกษาต่อในช่วงปีที่ 3 (ม. 3) ของเด็กทุนค่ะ เราจะรายงานความก้าวหน้ามาแจ้งให้ผู้สนับสนุนได้ทราบเป็นระยะๆ ค่ะ

    นอกเหนือจากงานในขอบเขตที่เล่าไว้ ทางทีมทำงานกำลังเริ่มออกแบบระบบติดตามผลของนักเรียน (comprehensive students’ monitoring and evaluation system) ซึ่งจะลึกและละเอียดกว่าที่วางแผนงานไว้ตอนแรกมากค่ะ เพราะเราต้องการเก็บข้อมูลทั้งในเชิง quantitative และ qualitative เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มเด็กที่เราสนับสนุน ซึ่ง insight จะทำให้เราสามารถปรับแผนงานในแต่ละปีให้ตอบโจทย์ความต้องการของเด็กๆในโครงการ รวมทั้งน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับหน่วยงานที่ทำงานช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสต่อไปในอนาคตค่ะ

    ท้ายที่สุดนี้ อยากขอความช่วยเหลือในการกระจายข่าว Life Hero ในเครือข่ายของทุกท่านด้วยนะคะ เราเปิดรับบริจาคเพิ่มเติมจนถึงวันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน 2561 หวังว่าจะช่วยเด็กๆ ได้เพิ่มเติมจาก 166 คนที่เรามีอยู่ค่ะ โดยสามารถบริจาคได้ที่ www.lifeherothailand.com (ใบเสร็จสามารถลดหย่อนภาษีได้หนึ่งเท่า) หรือโอนเงินผ่านบัญชี (แล้วต้องส่งข้อมูลตามมาเพื่อบันทึกเข้าระบบและออกใบเสร็จ) ตามรายละเอียดในรูปด้านบนนี้ค่ะ

    ติดตามความคืบหน้าของโครงการได้ที่ www.lifeherothailand.com และที่ Facebook Page: Life Hero Thailand

    ขอบคุณมากค่ะ
    ทีม Life Hero


    อ้างอิง

    อัพเดทข้อมูล 24 พฤษภาคม 2561

    อ่านต่อ