ความเคลื่อนไหว

  • ความคืบหน้าโครงการ > Rhythm of hope ให้ดนตรีช่วยแก้ปัญหายาเสพติด

    ผู้ชนะการประกวด Cover เพลงโอกาสสุดท้าย

    22 สิงหาคม 2019

    มูลนิธิแฮปปี้เนสยูแคนกี๊ฟ ต้องการเปิดโอกาสให้เด็กโรงเรียนอื่นๆ ในจังหวัดเชียงรายได้มีส่วนร่วมในการประกวดการแข่งขัน Cover เพลงโอกาสสุดท้าย (My last chance) ร่วมกับ พี่เก่ง ธชย จึงปรับกิจกรรมเป็นการประชาสัมพันธ์การจัดการประกวดในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยผู้ชนะการประกวดจะได้รับถ้วยรางวัลประกาศเกียรติคุณ พร้อมบันทึกเสียงเพลงโอกาสสุดท้าย และถ่ายทำวิดีโอเพลงถ่ายทอดผลงานผ่านช่องยูทูป Sixonine records

    หลังจากที่ได้จัดการประสัมพันธ์กิจกรรมการร่วมประกวดดนตรี เป็นเวลา 1 เดือน ล่าสุดทีมงานได้ประกาศผู้ชนะการประกวด การแข่งขัน คือ นาย สิวพล ท้าวอนิต้ะ


    ประวัติส่วนตัว

    สถานศึกษา : โรงเรียนพานพิทยาคม ต.เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย

    ระดับชั้น : มัธยมศึกษาปีที่ 6

    กิจกรรมยามว่าง : เล่นกีต้าร์ร้องเพลง, อ่านบทความเกี่ยวกับบทเรียนในอินเตอร์เน็ต

    กิจกรรมต่างๆ ในการช่วยเหลือโรงเรียนและช่วยเหลือสังคม :

    • เป็นสภานักเรียนประจําปีการศึกษา 2561 ตําแหน่ง ประธานนักเรียน
    • ทํากิจกรรมเปิดหมวกร่วมกับเพื่อนๆ เพื่อนำเงินที่ได้รับบริจาคไปซื้อแพมเพิร์สให้กับผู้ป่วยติดเตียง ณ วัดร้องหลอด ต.เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย
    • ทํากิจกรรมเปิดหมวกร่วมกับเพื่อนๆ เพื่อนําเงินที่ได้ไปช่วยเหลือเรื่องอาหารกลางวันเด็ก ณ ครองถม อ.พาน นําไปบริจาคที่บ้านจิตเมตต์ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย
    • ทํากิจกรรมนําขนมไปบริจาคให้เด็กๆ ณ รร.บ้านถ้ำ ต.สันกลาง อ.พาน จ.เชียงราย
    • ติวข้อสอบ O-NET ให้กับน้องๆ ป.5 และ ป.6

    ทีมงานขอแสดงความยินดีกับน้องที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ด้วยค่ะ : )

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > มุ้งป้องกันยุงแก่เด็กอนุบาล 6 โรงเรียน

    มุ้งป้องกันยุงแก่เด็กอนุบาลถึง 2 โรงเรียน

    14 สิงหาคม 2019

    หลังจากเราระดมทุนโครงการมุ้งป้องกันยุงแก่เด็กอนุบาลให้เด็ก 6 โรงเรียน

    ตอนนี้มุ้งถึงมือเด็ก ๆ ใน 2 โรงเรียนแล้วค่ะ

    โรงเรียนแรก โรงเรียนบ้านห้วยม่วง 

    ส่วนโรงเรียนที่สอง คือ โรงเรียนบ้านแม่หาร ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง

    ขอบคุณผู้บริจาคทุกท่านค่ะ สำหรับภาพอีก 4 โรงเรียนทางเทใจจะติดตามผลการทำงานมาให้นะคะ


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > เตียงอัจฉริยะเพื่อผู้ที่มีปัญหานอนติดเตียงในชุมชนวัดป่าสาละวัน

    การปรับแผนการดำเนินการ โครงการ เตียงอัจฉริยะเพื่อผู้ที่มีปัญหานอนติดเตียงในชุมชนวัดป่าสาละวัน

    8 สิงหาคม 2019

    รายงานความคืบหน้าโครงกาคเตียงอัจฉริยะเพื่อผู้ที่มีปัญหานอนติดเตียงในชุมชนวัดป่าสาละวัน

    หลังจากที่โครงการได้ระดมทุนโครงการผ่านเทใจดอทคอมโดยตั้งเป้าหมายของระดมทุนเพื่อสร้างเตียงดังกล่าวจำนวน 10 เตียงนั้น

    ขณะนี้ทีมงานได้ดำเนินงานมาได้ในระยะเวลาหนึ่งและพบว่า การดำเนินการสร้างเตียงนั้นมี มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการสูงกว่าที่ประเมินไว้ในตอนวางแผนโครงการ ทางทีมงานจึงทำหนังสือชี้แจ้งผู้บริจาคดังนี้



    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > My Brother ซ่อมโรงเรียนให้น้องของพี่

    มอบอุปกรณ์การเรียนให้น้องๆ รร.บ้านฟักทอง จ.แม่ฮ่องสอน

    2 สิงหาคม 2019

    ทีมงานนักศึกษาวิทยาลัยผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทั้ง 5 คน ได้ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านฟักทอง ตำบลขุนแม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ไปดำเนินกิจกรรมกับน้องๆ ดังนี้

    วันที่ 3 มิถุนายน 2562
    ทีมงานได้ทำการประชุมประเมินงบประมาณ แนวทางความเป็นไปได้ในการดำเนินงาน และอุปสรรคในการดำเนินการ ณ วันจริง แล้วพบว่ามิถุนายนเป็นฤดูฝน ทำให้ลำบากต่อการขนส่งอุปกรณ์ เพื่อหาแนวทางในการจัดกิจกรรม การขนส่ง อุปกรณ์การในการปรับปรุงโรงเรียนให้แกน้องๆ ทางทีมงานจึงตัดสินใจมอบอุปกรณ์การเรียนให้แก่น้องๆ แทน

    7 มิถุนายน 2562
    ประชุมสรุปการจัดหาซื้อสิ่งของบริจาคให้กับน้องๆ และเส้นทางการเดินทางจัดกิจกรรม

    12 มิถุนายน 2562
    จัดซื้อสิ่งของที่จะนำไปบริจาคให้กับน้องๆ

    16 มิถุนายน 2562
    ออกเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยัง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

    17-18 มิถุนายน 2562
    ออกเดินทางจาก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ไปดำเนินกิจกรรมที่โรงเรียนบ้านฟักทอง จ.แม่ฮ่องสอน และได้จัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ของพี่และน้อง ทานข้าวกลางวันร่วมกัน และมอบอุปกรณ์การเรียนให้กับน้องๆ

    รายการจัดซื้อสิ่งของ

    รายการจำนวนราคาต่อหน่วย (บาท)ราคารวม (บาท)
    1.ถุงผ้าหูรูด60 ใบ603,600
    2.ดินสอ HB150 แท่ง2.50 375
    3.ดินสอต่อไส้100 แท่ง300
    4.ยางลบดินสอ100 ก้อน3.80380
    5.กล่องดินสอพลาสติก50 กล่อง12600
    6.สมุดปกอ่อน 40แผ่น150 เล่ม71,050
    7.สีไม้ 12สี50 กล่อง201,000
    8.กบเหลาดินสอ100 อัน3.50350
    9.ไม้บรรทัด PVC 12นิ้ว 50 อัน2.50125
    10.ขนม นม และอาหาร110 รายการ
    11,046
    ราคารวม18,826

    ภาพกิจกรรม

    ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปหาน้องๆ ที่แม่ฮ่องสอน

    อุปกรณ์การเรียน และอาหาร ที่เตรียมมามอบให้น้องๆ

    พี่ๆ ทำกิจกรรมร่วมกับน้องๆ

    น้องๆ ทุกคนได้รับถุงอุปกรณ์การเรียนแล้ว

    ถ่ายภาพรวมกับน้องๆ ก่อนเดินทางกลับ กรุงเทพฯ

    ความประทับใจจากน้องๆ


    เด็กชายจิรพนธ์ พรเมธีกุล
    ชั้น ป.6 ชื่อเล่น ต่าโอ อายุ 13 ปี
    “สวัสดีครับผม เด็กชายจิรพนธ์ พรเมธีกุล อยู่ชั้น ป.6 ครับ โรงเรียนบ้านฟักทองครับ ขอขอบคุณพี่ๆ ที่มาบริจาคของกินของใช้ มาให้พวกเรา ผมดีใจมาก และจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการเรียน และสุดท้ายนี้ ขอให้พี่ๆ ทุกคน ประสบความสำเร็จในชีวิต ขอบคุณครับ”     


    เด็กชายสุวิบูลย์ จิตเกษมวนา
    ชั้น ป. 4 ชื่อเล่น ส่าวิบู อายุ 10 ปี
    “สวัสดีครับผมชื่อ เด็กชายสุวิบูลย์ จิตเกษมวนา อยู่ชั้น ป.4 อยู่โรงเรียนบ้านฟักทองครับ ขอบคุณพี่ๆ ที่มาบริจาคของให้ผม ผมจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ผมขอบคุณครับ” 


    เด็กชายสิทธิชัย จิตรกุลอนันต์
    ชั้น ป. 6 ชื่อเล่น ปิหน่า อายุ 13 ปี
    “สวัสดีครับผมชื่อ เด็กชายสิทธิชัย จิตรกุลอนันต์ ชั้น ป. 6 โรงเรียนบ้านฟักทองครับ ขอขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่มาบริจาคกระเป๋า ขนม และอุปกรณ์การเรียนให้กับพวกเราทุกคน ผมรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของพี่ๆ ทุกคนครับ ขอบคุณครับ”

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > สอนหญิงทันภัยหญิง

    สอนเด็กนักเรียนหญิงในภาคอีสาน 360 คน ให้รู้ทันภัยหญิง

    22 กรกฎาคม 2019

    ลงพื้นที่ภาคอีสานครั้งแรก ทีมงานมูลนิธิกลุ่มปรารถนาดี ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมสอนการรักษาสิทธิ์ของตนเอง การปฏิบัติตัวเมื่อเกิดภัยอันตราย และทักษะการป้องกันตัว ให้แก่นักเรียนหญิง จำนวน 360 คน ใน 6 กลุ่ม ต่อไปนี้

    โรงเรียนระดับชั้นจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วม (คน)
    โรงเรียนสิรินธรวิทยานุสรณ์ จ.อุบลราชธานีม.289
    โรงเรียนบึงมะลูวิทยา จ.ศรีสะเกษม.250
    โรงเรียนบึงมะลูวิทยา จ.ศรีสะเกษม.554
    โรงเรียนห้วยข่าพิทยาคม จ.อุบลราชธานีม.2-360
    โรงเรียนตาลสุมพัฒนา จ.อุบลราชธานีม.2-370
    โรงเรียนตาลสุมพัฒนา จ.อุบลราชธานีม.437
    นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น360

    ข้อมูลพื้นฐานของนักเรียน (จากนักเรียน 355 คน)

    • 85% ของนักเรียนไม่เคยผ่านการอบรมในลักษณะนี้มาก่อน (นักเรียนมีความเข้าใจคาดเคลื่อนในช่วงแรกเพราะคิดว่ามาให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา และหรือกฎหมายจราจร)
    • 85% เคยมีประสบการณ์และพบเห็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง

    นักเรียนที่มีประสบการณ์และอยู่ในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง ดังต่อไปนี้  

    • 68% พบเห็นคนทะเลาะและตบตีกัน
    • 29% พบเห็นพี่น้องทะเลาะตบตีกัน
    • 12% พ่อแม่ ทะเลาะตบตีกัน
    • 13% ถูกเพื่อนทำร้ายร่างกาย
    • 94% ของนักเรียนที่ไม่ทราบว่าหากเกิดความรุนแรงขึ้นกับตนเองหรือคนรอบข้าง หน่วยงานใดที่สามารถช่วยเหลือและติดต่อได้
    • 20% ของนักเรียนไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรหากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นกับตนเองและผู้อื่น

    ภาพกิจกรรม

    โรงเรียนสิรินธรวิทยานุสรณ์ จังหวัดอุบลราชธานี


    สิ่งที่เด็กนักเรียนได้รับ


    โรงเรียนบึงมะลูวิทยา จังหวัดศรีษะเกษ 







    สิ่งที่เด็กนักเรียนได้รับ

    โรงเรียนห้วยข่าพิทยาคม จังหวัดอุบลราชธานี 




    สิ่งที่เด็กนักเรียนได้รับ

    โรงเรียนตาลสุมพัฒนา จังหวัดอุบลราชธานี




    สิ่งที่เด็กนักเรียนได้รับ

    ผลลัพธ์ของผู้ที่ผ่านการทำกิจกรรม

    ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมภายหลังการอบรม
    นักเรียนกว่า 22% ไม่รู้และเข้าใจว่าภัยอันตรายไม่สามารถเกิดขึ้นได้ภายในบ้านและจากบุคคลในครอบครัว ญาติพี่น้อง นักเรียน 100% ทราบว่าภัยอันตรายสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทั้งจากบุคคลภายในครอบครัวและบุคคลภายนอก 
    นักเรียนกว่า 66% เข้าใจว่าการถูกลงโทษโดยการกักบริเวณเป็นการกระทำที่ถูกต้องและสามารถทำได้โดยไม่มีความผิด  นักเรียน 100% ทราบว่าผู้ปกครองหรือบุคคลอื่นๆ ไม่สามารถกักขัง หน่วงเหนี่ยวนักเรียนได้ ซึ่งการทำโทษสามารถทำโดยวิธีอื่นที่ไม่กระทบต่อร่างกายและจิตใจ  
    นักเรียนกว่า 83% ไม่รู้ว่าหน่วยงานใดให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดความรุนแรงและจะเข้าถึงหน่วยงานนั้นๆ ได้อย่างไร นักเรียน 100% ทราบว่าหน่วยงานใดให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดความรุนแรงและจะเข้าถึงหน่วยงานนั้นๆ

    ผลการประเมินกิจกรรมของนักเรียน:

    • มากกว่า 75% ของผู้เข้าร่วม เห็นด้วยอย่างยิ่งกับประโยคว่า “คุณได้รับความรู้และเข้าใจภัยอันตรายมากยิ่งขึ้น”
    • มากกว่า 51% ของผู้เข้าร่วม เห็นด้วยอย่างยิ่งกับประโยคว่า “คุณได้รับความรู้และเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานและการเข้ารับการช่วยเหลือหากเกิดภัยอันตราย”
    • มากกว่า 43% ของผู้เข้าร่วม เห็นด้วยกับประโยคว่า “คุณได้รับความรู้และเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานและการเข้ารับการช่วยเหลือหากเกิดภัยอันตราย”
    • มากกว่า 49% ของผู้เข้าร่วม เห็นด้วยอย่างยิ่งกับประโยคว่า “คุณสามารถนำความรู้และประสบการณ์ในการเข้ารับการอบรมไปใช้ในชีวิตประจำวันได้”
    • มากกว่า 43% ของผู้เข้าร่วม เห็นด้วยกับประโยคว่า “คุณสามารถนำความรู้และประสบการณ์ในการเข้ารับการอบรมไปใช้ในชีวิตประจำวันได้”
    • มากกว่า 38% ของผู้เข้าร่วม เห็นด้วยอย่างยิ่งกับประโยคว่า “คุณสามารถนำความรู้และประสบการณ์ในการเข้ารับการอบรมไปบอกคนอื่นๆ ได้”
    • มากกว่า 38% ของผู้เข้าร่วม เห็นด้วยกับประโยคว่า “คุณสามารถนำความรู้และประสบการณ์ในการเข้ารับการอบรมไปบอกคนอื่นๆ ได้”

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > อาชีพแก่ผู้ป่วยภาวะซึมเศร้าและผู้ดูแลผู้ป่วย

    สร้างอาชีพให้ผู้ป่วยซึมเศร้า และผู้ที่มีรายได้น้อย 3 ครอบครัว

    17 กรกฎาคม 2019

    โครงการอาสามาเยี่ยม ได้ให้ความช่วยเหลือในการสร้างอาชีพให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า และครอบครัวที่มีฐานะยากจน ด้วยการส่งเสริมอาชีพโดยการสร้างโรงเรือนและจัดซื้อเชื้อเพาะเห็ด จำนวน 3 ราย

    รายที่ 1 นางอรพัน สุวรรณรังค์ หรือ ป้านัน (ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า)

    ทีมงานอาสาสมาเยี่ยม ช่วยกันขนเชื้อเห็ดก้อนให้ป้านัน

    ก้อนเชื้อเห็ด จำนวน 600 ก้อน ที่ป้านันได้รับ

    ผลการดำเนินงานการเพาะเห็ดของป้านัน
    ปัจจุบัน ป้านันทั้งเดินและปั่นจักรยานขายเห็ดนางฟ้าให้กับเพื่อนบ้านและในบริเวณใกล้เคียงรอบๆชุมชนที่อาศัยอยู่ ขายในกิโลกรัมละ 80 บาท

    ความรู้สึกของป้านัน
    ตอนนี้สุขภาพจิตดีขึ้นมาก รู้สึกว่ามีเพื่อนมีญาติ มีความหวัง อีกทั้งมีเห็ดไว้เป็นอาหาร และมีอาชีพที่ช่วยหารายได้เข้ามา

    รายที่ 2 นาย กนกพล เกตุณรงค์ หรือ โอ๊ต (ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า)

    ก้อนเชิ้อเห็ดมาส่งถึงที่บ้านโอ๊ต

    ก้อนเชื้อเห็ดออกดอก กลายเป็นความสุขของโอ๊ต

    ผลการดำเนินงานการเพาะเห็ดของโอ๊ต
    ปัจจุบันโอ๊ตขายตรงกับเพื่อนบ้านและมีแม่ค้ามารับซื้อเห็ดนางฟ้าถึงที่บ้าน ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 80-100 บาท

    ความรู้สึกของโอ๊ต
    ตอนนี้ภูมิใจในผลงานตัวเอง มีรายได้ คนในครอบครัวอิ่มท้อง ภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ โดยการแบ่งปันแรงกาย แรงใจ ของตัวเอง ช่วยเหลือป้านันและคุณยายศรีคุณตายุทธด้วย

    รายที่3 คุณยายศรีและคุณตายุทธ (ครอบครัวยากจน ต้องการมีอาชีพและหารายได้เป็นค่าอาหารและค่ารักษาพยาบาลของหลานสาว)

    โรงเรือนของคุณยายและคุณตา

    ทีมอาสามาเยี่ยมคอยดูแลไม่ห่าง


    ผลการดำเนินงานการเพาะเห็ดของคุณยายศรีและคุณตายุทธ
    ปัจจุบัน คุณยายศรีและคุณตายุทธ ได้ช่วยกันดูแลเห็ดเป็นอย่างดีและนำเห็ดไปขาย ให้เพื่อนบ้านและแม่ค้า ในกิโลกรัมละ 100 บาท และด้วยความที่คุณยายเองพูดคุยเก่งยิ้มง่ายมีหัวคิดด้านการตลาด จึงรู้จักการโน้มน้าวใจให้แก่ผู้ที่มาซื้อเห็ดนางฟ้า

    ความรู้สึกของคุณยายศรีและคุณตายุทธ
    คุณยาย ดีใจมากที่มีเห็ดมาช่วยสร้างรายได้ เป็นรายได้ เป็นอาหาร ในช่วงเวลาที่อับจน อยากขอบคุณทุกครั้งที่เจอทีมงานอาสามาเยี่ยม มีความสุขจนคิดไกลไปถึงการปลูกผักที่จะขายคู่ไปกับเห็ดได้ ทั้งที่เมื่อก่อนมืดแปดด้าน และตอนนี้ในครอบครัวก็มีความสุขมากขึ้น

    ขณะนี้ ทั้ง 3 ครอบครัว อยู่ในขั้นทดลองเลี้ยง เพาะเชื้อเห็ด และทำรายได้ถือว่าอยู่ในช่วงที่กำลังไปได้ดี ทำให้พวกเขามีสุขภาพกายดี และสุขภาพใจก็ดีไปด้วย หลังจากดำเนินการไปสักพัก ทางโครงการอาสามาเยี่ยมตั้งใจจะเพิ่ม ก้อนเชื้อเห็ดให้ทั้ง อีกคนละ 1,000 ก้อน และโครงการฯ จะให้เก็บเงินต่อทุนค่าก้อนเชื้อเห็ดเอง เพื่อให้สามารถสร้างรายเลี้ยงตนเองได้

    และโครงการอาสามาเยี่ยมมีการวางแผนช่วยเพิ่ม อีก 2 ราย เนื่องจากต้องดูส่วนประกอบอีกหลายด้าน เช่น ความเป็นไปได้ของศักยภาพ บริเวณที่อยู่อาศัย ตลาด เป็นต้น ก่อนที่จะเข้าไปส่งเสริมอาชีพต่อไป

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > Better Me เพื่อชีวิตที่ดีของผู้หญิงที่ขาดโอกาสทางการศึกษา

    Better Me จัดกิจกรรมพัฒนาตนเองให้ผู้หญิง 10 คน

    15 กรกฎาคม 2019

    โครงการ Better Me เพื่อชีวิตที่ดีของผู้หญิงที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ให้ผู้หญิงเข้าร่วมโครงการในห้องเทใจ จำนวน 10 คน มีอายุระหว่าง 22 - 43 ปี มีสัญชาติไทย พม่า และลาว ประกอบอาชีพ พี่เลี้ยงเด็ก แม่บ้าน นวดแผนโบราณ พนักงานขาย เป็นต้น ในกิจกรรม ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ภาษาอังกฤษ หลักสูตรพัฒนาตนเอง และเพื่อนคู่คิด

    โครงการ Better me แบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 หลักสูตร ดังนี้

    หลักสูตรการพัฒนาตนเอง 1 (ระยะเวลา 3 เดือน)

    • การประเมินตนเอง
    • การรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ
    • แผนการในอนาคต
    • การวางแผนอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ
    • การจัดการกับการเปลี่ยนแปลง

    หลักสูตรการพัฒนาตนเอง 2 (ระยะเวลา 3 เดือน)

    • สิทธิของเราเรียกร้องได้
    • ผู้หญิงรอบรู้เรื่องเงิน
    • งานที่ใช่ไม่ไกลเกินเอื้อม
    • สร้างความประทับใจจากบุคลิกภาพที่ดี

    หลักสูตรการพัฒนาตนเอง 3 (ระยะเวลา 3 เดือน)

    • เทคนิคการเจรจาต่อรอง
    • การดูแลสุขภาพพื้นฐาน
    • เริ่มต้นทำธุรกิจอย่างไร

    ภาพกิจกรรมหลักสูตรพัฒนาตนเอง ครั้งที่ 1

    แผนการเรียนของผู้หญิง ในหลักสูตร 1

    ขอต้อนรับนักเรียนใหม่ห้องเรียนเทใจ

    กิจกรรม Self Assessment ให้เข้าใจวัตถุประสงค์และเป้าหมายของตนเอง

    เรียนรู้จุดอ่อน จุดแข็งของตนเอง นำไปสู่แนวทางการพัฒนาและปรับปรุงตนเอง รวมถึงวางแผนให้บรรลุเป้าหมายของตนเองได้

    กิจกรรม Dealing with Situations รับมือกับเหตุการณ์หรือสถานการณ์ต่างๆ และเรียนรู้วิธีการจัดการ 

    เติมพลังใจซึ่งกันและกัน

    การประเมินตนเองจากผู้เข้าร่วมหลักสูตร 1 บางส่วน



    มูลนิธิฯ ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมบริจาคในการเล็งเห็นถึงการพัฒนาศักยภาพของผู้หญิงที่ขาดโอกาสทางการศึกษาให้ได้มีโอกาสในการพัฒนาตนเองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ฟื้นป่าเชียงดาวเพื่อหยุดไฟป่าและลดหมอกควัน

    วางแผนทำแนวป้องกันไฟป่าใน 27 หมู่บ้าน

    15 กรกฎาคม 2019

    ช่วยกันปลูกต้นไม้ และหว่านเมล็ดพันธุ์

    เรายังต้องการอาสาที่มาร่วมปลูกป่ากันเราอีก ใครที่สนใจสมัครได้ที่ ค่ายเยาวชนเชียงดาว 081-9926031 หรือ www.facebook.com/nikom.putta/

    ขอบคุณทุกท่านที่ส่งแรงปลูกป่ากับเรา

    เข้ากลางฤดูฝนแล้ว แต่ฝนยังไม่มากเท่าที่ควร แล้งหน้าอาจจะแล้งหนักขึ้น ซึ่งทำให้เราต้องเร่งมือกันปลูกต้นไม้ในป่าให้ได้มากที่สุด เพื่อลดผลกระทบหมอกควันและความแห้งแล้งที่จะมาเยือน


    นิคม พุทธา ประธานกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำแม่ปิง สำหรับเงินที่ได้รับการสนับสนุนได้นำไปชื้อหน่อกล้วย จ้างชาวบ้านเก็บเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า ค่าแรงงานเพาะชำเมล็ดพันธุ์ ค่าแรงงานสร้าง ขยายเรือนเพาะชำ ขนย้ายกล้า จากศูนย์เพาะ มาเก็บไว้ที่ค่าย และขนย้ายไปในพื้นที่ปลูกป่า ซื้ออุปกรณ์ จอบ เสียม และช่วยค่าอาหาร ให้อาสาสมัคร ที่มาร่วมปลูกป่า

    รายชื่อหมู่บ้านของการปลูกครั้งนี้มีทั้งหมด 27 หมู่บ้าน ที่จะเข้าไปทำแนวกันไฟ ป้องกันไฟป่า และปลูกป่า ในพื้นที่ป่าต้นน้ำแม่ปิง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ประกอบด้วย

    ต.เชียงดาว ประกอบด้วย 1.บ้านทุ่งหลุก 2.บ้านปางแดงนอก 3.บ้านปางแดงใน 4.บ้านท่าขี้เหล็ก 5.บ้านปางจร 6.บ้านถ้ำ 7.บ้านป่าโหล 8.บ้านยางปู่โต๊ะ

    ต.แม่นะ ประกอบด้วย 9.บ้านสันป่าเกียะ 10.บ้านปางฮ่าง 11.บ้านจอมคีรี 12.บ้านแม่นะ 13.บ้านยางทุ่งโป่ง

    ต.ปิงโค้ง ประกอบด้วย 14.บ้านก๊อดป่าบง 15.บ้านห้วยน้ำริน 16.บ้านปางโม่ 17.บ้านห้วยทรายขาว

    ต.เมืองงาย ประกอบด้วย 18.บ้านแม่ข้อน 19.บ้านม่วงง้ม 20.บ้านสหกรณ์

    ต.เมืองนะ ประกอบด้วย 21.บ้านโป่งอาง 22.บ้านน้ำรู 23.บ้านเจียจันทร์ 24.บ้านเมืองนะเหนือ 25.บ้านเมืองนะใต้ 26.บ้านหนองวัวแดง 27.บ้านแม่ก่อน


    แนวทางที่ดำเนินการ คือ

    1. การปลูกกล้วยเป็นแนวหยุดไฟ (Forest Fire Break) ระหว่างขอบไร่กับขอบป่า ซึ่งการปลูกกล้วยรอบนี้จำนวนต้นไม้ยังจะทำให้เรามีหน่อกล้วยในปีหน้าถึง 2,800 ต้น พื้นที่ป่ากันชน รอบดอยหลวงเชียงดาว
    2. จัดหาคนในชุมชนช่วยกันเก็บเมล็ดพันธ์ุไม้จากป่าเพื่อเตรียมการเพาะปลูกในพื้นที่ 27 หมู่บ้าน อาทิ สัก มะขามป้อม มะค่า สมอพิเภก มะกอกป่า มะม่วงป่า หว้า
    3. รับต้นกล้าจากศูนย์เพาะ มาเก็บไว้ที่ค่าย และขนย้ายไปในพื้นที่ปลูกป่า
    4. จัดกระบวนการสร้างความมีส่วนร่วมในการทำแผนการดูแลพื้นที่ทำกินและพื้นที่ป่าร่วมกันระหว่างชาวบ้าน ทางการ และกลุ่มอนุรักษ์ ให้เกิดกติกาและแผนที่การดูแลพื้นที่ร่วมกัน

    อย่างไรก็ตาม เมื่อฝนตกน้อยทำให้พื้นที่การปลูกที่จะมีประสิทธิภาพลดลง วันที่วางแผนในการเก็บเมล็ดพันธุ์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ น้อยลง 

    สมัครร่วมปลูกได้ ที่นี่

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > สอนคนตาบอดว่ายน้ำ2

    สอนคนตาบอดว่ายน้ำ 20 คน

    8 กรกฎาคม 2019

    ทีมงาน นำโดยคุณคันธง ดำรงศาสตร์ ได้ดำเนินการสอนว่ายน้ำให้คนตาบอดและคนที่สายตาเลือนลาง จำนวน 20 คน ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง เดือนมิถุนายน 2562 จากเงินสนับสนุนที่ได้รับจากการระดมทุนจากเว็บไซต์เทใจดอทคอม จำนวนเงิน 35,100 บาท ได้นำไปเป็นค่าใช้จ่าย ดังต่อไปนี้

    1. ชุดว่ายน้ำ หญิง จำนวน 6 ชุด
    2. ชุดว่ายน้ำชาย จำนวน 5 ชุด
    3. กระดานคลิกบอร์ด จำนวน 10 ชิ้น
    4. หมวกว่ายน้ำแบบผ้า จำนวน 10 ชิ้น
    5. ห่วงชูชีพ 1 ชิ้น ราคาชิ้นละ 850 บาท
    6. ค่าใช้บริการสระว่ายน้ำสโมสร Hr เรสซิเดนท์ แฮปปี้แลนด์ กรุงเทพฯ

    นอกจากได้รับเงินจากการระดมทุนแล้ว ยังได้รับการสนับสนุนสิ่งของ ดังนี้

    1. สมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย สนับสนุนอุปกรณ์การฝึกโฟมฝึกลอยตัว จำนวน 10 ชิ้น
    2. ร้านสนามเดินป่า สนับสนุนเสื้อชูชีพ 10 ตัว

    กิจกรรมการสอนว่ายน้ำ ทีมงานได้สอนให้เกิดความคุ้นเคยกับน้ำ ทักษะการว่ายน้ำ การช่วยเหลือตนเองเมื่อเกิดเหตุ ตลอดจนการเอาชีวิตและการช่วยเหลือผู้อื่นได้ โดยผ่านกิจกรรม ดังต่อไปนี้

    ฝึกระบบการหายใจในน้ำ

    ฝึกพุ่งตัวในน้ำ
     

    ฝึกเตะขาในน้ำ 

    ฝึกพุ่งตัวเตะขาในน้ำ

    ฝึกนอนลอยตัวท่าปลาดาวหงาย 

    ฝึกว่ายท่ากบ 

    ฝึกว่ายท่ากรรเชียง 

    ฝึกว่ายท่าฟรีสไตร์ 

    นอนลอยตัวเพื่อเอาชีวิตลอดท่าปลาดาวหงาย 30 นาที 

    ฝึกใช้อุปกรณ์ชูชีพ 

    ฝึกทำ CPR สำหรับคนตาบอด เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นในยามจำเป็น 

    ความประทับใจจากผู้ร่วมโครงการ


    คุณปิ่นมณี เกิดเมืองเล็ก
    อายุ 28 ปี
    รู้สึกดีใจที่ได้รับโอกาสดีๆ จากโครงการนี้ ขอขอบคุณคุณครูคันธง และคุณอาสาสมัครทุกท่านที่ได้ฝึกสอน ทำให้มีทักษะในการว่ายน้ำ จากเมื่อก่อนเป็นคนกลัวน้ำและว่ายน้ำไม่เป็น แต่ตอนนี้สามารถว่ายน้ำได้ด้วยตนเองแล้วค่ะ....ขอบคุณค่ะ 


    คุณราตรี ศศิราชศิริ (แก้ว) อายุ 50 ปี 

    ความรู้สึกแรกที่ได้รับข่าวว่ามีโครงการว่ายน้ำเพื่อชีวิตสำหรับตนตาบอด ที่จัดขึ้นเพื่อช่วยคนตาบอดให้ว่ายน้ำเป็นและสามารถช่วยตัวเองให้รอดจากการจมน้ำได้ รู้สึกดีใจมากค่ะ เพราะการที่คนตาบอดจะหาครูที่จะมาสอนให้ว่ายน้ำเป็นนั้นยากมากค่ะ ต้องใช้ความอุตสาหะและต้องมีความเข้าใจกับคนตาบอดอย่างมากค่ะ เพราะตัวเองเคยฝึกแล้วไม่สามารถว่ายน้ำได้ แต่พอทราบข่าวก็เลยชวนน้องๆ มาลงสมัครเป็นคนแรกๆ เลยค่ะ เพราะกลัวจะเสียโอกาสไป  

    โอกาสดีๆ แบบนี้หายากจริงๆ ค่ะ เพราะถ้าไม่มีครูที่จัดตั้งโครงการนี้และเสียสละเวลาให้พวกเรา เราก็คงเหมือนเดิมคือเวลาลงไปเล่นน้ำ ก็ได้แค่ลงไปแช่น้ำเล่น แค่นั้นจริงๆ ต้องขอขอบคุณครูธงและผู้ช่วยที่ได้เสียสละเวลาฝึกว่ายน้ำให้กับพวกเรา ถึงแม้ว่าพวกเราจะฝึกยากก็ตาม หรือบางครั้งก็หมดแรงก่อนเวลา แต่พวกเราก็ภูมิใจแล้วค่ะ ฝึกได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ดี 100 เปอร์เซ็นต์ ครูไม่ซีเรียสค่ะ ครูบอกว่าว่ายไม่ต้องเก่ง เราไม่ได้ไปแข่งกับใคร ขอให้ช่วยตัวเองให้รอดได้ก็พอ และสุดท้ายที่อยากขอบคุณ ก็คือผู้ที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้ค่ะ ขอขอบคุณผู้สนับสนุนใจดี เทใจดอทคอม ที่ได้ให้การสนับสนุนพวกเราให้ได้ว่ายน้ำในโครงการนี้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลยค่ะ ขอบพระคุณจริงๆ ค่ะ


    คุณวิไลพรรณ ตั้งสกุล อายุ 63 ปี 

    เป็นผู้สายตาเลือนลางได้เข้าร่วมโครงการว่ายน้ำเพื่อชีวิตของคนตาบอดครั้งที่สอง โดยอ่านเจอข้อความรับสมัครของครูธง จาก Facebook  

    ดิฉันรู้สึกดีใจเพราะกำลังอยากจะออกกำลังกายโดยที่ไม่บาดเจ็บ โครงการนี้สอนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายและแจกอุปกรณ์ว่ายน้ำให้ด้วย  

    ดิฉันรู้สึกชื่นชมเจ้าของโครงการและผู้สนับสนุนที่ยังคิดถึงผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้ เพราะดิฉันยังไม่เคยเห็นโครงการเช่นนี้มาก่อน การฝึกเป็นไปตามขั้นตอน โดยที่ครูไม่ได้ฝึกหักโหมมากเกินไปโดยดูตามสภาพของผู้เรียนแต่ละคน ดิฉันเรียนมาได้ครบสามเดือน จากคนที่เคยกลัวน้ำมาก เพราะเคยจมน้ำมาก่อน ตอนนี้ดิฉันว่ายน้ำเป็นแล้ว หรืออย่างน้อยเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ ดิฉันก็สามารถที่จะพยุงตัวเองได้สักระยะหนึ่ง กล้ามเนื้อแขน ขา ที่เคยอ่อนแรงก็แข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ยังได้รู้จักกับเพื่อนๆ เป็นมิตรภาพที่ดีต่อกัน ดิฉันเห็นว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี มีประโยชน์ โดยเฉพาะทำกับกลุ่มคนพิการที่คนมักจะมองข้าม ไม่ว่าจะทำในกลุ่มผู้พิการผู้ใหญ่หรือเด็ก นอกจากจะให้เขาสามารถช่วยเหลือตนเองแล้ว ก็ยังดีต่อสุขภาพของเขาด้วย ขอขอบคุณโครงการและผู้สนับสนุนที่มีโครงการดีดีเช่นนี้ให้กับผู้พิการ ดิฉันอยากให้คนอื่นได้รับโอกาสดีๆ เช่นเดียวกับดิฉันบ้าง หากยังมีโครงการเช่นนี้อีกต่อไป


    คุณเอ๋ 
    โครงการว่ายน้ำเพื่อชีวิตสำหรับคนตาบอด ช่วยให้คนตาบอดว่ายน้ำได้ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากค่ะ คนตาบอดหาโอกาสเรียนว่ายน้ำได้ยาก ครูผู้สอนต้องมีความเข้าใจและมีความสามารถในการสอน เมื่อได้มาร่วมโครงการ มีความตั้งใจที่จะเรียนค่ะ เพราะเห็นประโยชน์และเห็นความสำคัญของการว่ายน้ำ 

    ขอขอบคุณผู้สนับสนุนโครงการค่ะ ที่เห็นประโยชน์ของการว่ายน้ำ และให้โอกาสคนตาบอดได้เรียนว่ายน้ำ ซึ่งหาโอกาสเรียนได้ยาก

    ขอขอบคุณครูคันธง ที่มีความมุ่งมั่นและเอาใจใส่ในการสอน สอนคนตาบอดที่ไม่มีทักษะในการว่ายน้ำ ให้สามารถว่ายน้ำได้

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > CPR at School: สร้างนักเรียนให้เป็นนักกู้ชีพ

    มอบชุด Hero Box อีก 5 ชุด สอนการทำ CPR ในพื้นที่

    5 กรกฎาคม 2019

    ตลอดโครงการสามารถจัดซื้อและส่งมอบชุดฝึกสอนการทำ CPR (HERO BOX) ได้จำนวน 15 ชุด และอีก 5 ชุด โครงการได้ดำเนินการคัดเลือกสถานที่ได้รับมอบชุดฝึกสอนการทำ CPR มีรายชื่อดังต่อไปนี้

    1. โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร
    2. โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม จ.บุรีรัมย์
    3. สถานพินิจฯ เด็ก กาญจนบุรี
    4. สถานพินิจฯ เด็ก สุพรรณบุรี
    5. สถานพินิจฯ เด็ก ปทุมธานี

    ภาพประกอบ

    ครูฝึกสอน สอนให้เด็กนักเรียนรู้จัก CPR 

    เด็กๆ ในสถานพินิจฯ ได้เรียนรู้การทำ CPR จาก พยาบาล

    สอนการทำ CPR ให้กับคนอาสาสมัครและคนในชุมชน

    งานวันเด็ก ก็นำชุดฝึกสอน CPR ไปจัดกิจกรรม

    การทำ CPR อย่างถูกวิธี สามารถต่อชีวิตให้คนอื่นได้

    ความประทับใจครูผู้ฝึกสอน และนักเรียน

    คุณเจริญ จันทรลักษณ์ ครูผู้สอน
    ผมได้นำไปสอนตำรวจใน สภ. อุดรธานี และ สภ. ใกล้เคียงให้มีความรู้ในการทำ CPR ทำให้ ตำรวจมีความมั่นใจในการทำ CPR มากขึ้น 

    พยาบาลวิชาชีพ ครูผู้สอน
    ได้นำเอาชุดฝึกไปสอน อสม. ในชุมชน ให้มีความรู้เรื่องการทำ CPR ผ่านชุด HERO BOX ใช้งานง่าย ผู้เรียนมีความเข้าใจมากขึ้น 

    น้องพิมม์ นักเรียน
    สนุก มีเสียงและแสงทำให้การเรียนและฝึกไม่น่าเบื่อ

    ติดตามโครงการ Street Hero Project ได้ที่  Street Hero Project

    อ่านต่อ