ความเคลื่อนไหว

  • ความคืบหน้าโครงการ > ต่อลมหายใจให้เด็กที่กล้ามเนื้ออ่อนแรง A Breathe To Move

    ประชุมเพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์การมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ

    16 กุมภาพันธ์ 2018

    สวัสดีค่ะทุกท่าน

    หลังจากกิจกรรม "A BREATH TO MOVE เป่าทำนองให้น้องเคลื่อนไหว" ที่ได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านเป็นอย่างดี

    ในขณะนี้ทางคณะกรรมการฯของมูลนิธิมีการจัดประชุมเพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์การมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ โดยได้รับความร่วมมือจากแพทย์ อาจารย์ด้านกายภาพบำบัด และผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ป่วย รวมถึงการพูดคุยกับบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์ช่วยเหลือ

    และในเร็วๆนี้ ทางมูลนิธิฯจะทำการคัดเลือกผู้ป่วยที่เข้าหลักเกณฑ์เพื่อมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือต่อไป


    ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เป็นส่วนหนึ่งให้ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ

    ท่านสามารถร่วมบริจาคช่วยเหลือน้อง ๆ 

    ได้ที่ https://taejai.com/th/d/abreathetomove

    นอกจากนี้ทางมูลนิธิยังมี แคมเปญน่ารักๆ ให้ทุกคน "ร่วมแต่งเมโลดี้ที่ไม่ซ้ำใครด้วยชื่อของคุณเอง" เพราะการเล่นและแชร์จะเป็นส่วนเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงสังคมเพื่อน้อง ๆ 

    http://www.abreathetomove.com/


    #ABreatheToMove 

    #เป่าทำนองให้น้องเคลื่อนไหว 

    #FENDfoudation 

    #แต่งเมโลดี้จากชื่อตัวเอง

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > วันที่รอคอยของเด็กสองฝั่งโขง

    งานวันเด็กสองฝั่งโขง 13-14 มกราคม 61

    14 กุมภาพันธ์ 2018

    ตั้งแต่งานวันเด็ก ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2559 จนมาถึงวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2561 เป็นระยะเวลา 2 ปีกว่าที่เด็กสองฝั่งโขง ลาว-ไทย ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมวันเด็ก เพราะไม่มีงบประมาณที่เพียงพอในการจัดกิจกรรม ดังนั้นในปีนี้ ทางสมาคมสถาบันชุมชนลุ่มน้ำโขง ร่วมมือกับเครือข่ายชุมชนคนฮักน้ำจึงได้จัดกิจกรรมวันเด็กขึ้นเพื่อให้เด็กได้ร่วมสนุกและรับของขวัญ ซึ่งกิจกรรมจัดขึ้นในวันที่ 13-14 มกราคม 2561

    ในวันที่ 13 มกราคม 2561 เป็นงานวันเด็กสองฝั่งโขง ภายใต้คำขวัญ “มีทักษะ ฮักแพง แบ่งปันสองฝั่งโขง” กิจกรรมที่จัดคือ สันทนาการ การแสดงของเด็กๆ แจกของเล่น/อุปกรณ์การเรียน/เสื้อผ้าและขนม ซุ้มแจกอาหารและไอติม ซุ้มวาดภาพ การอ่านคำประกาศร่วมกัน มอบอุปกรณ์การเรียนและเครื่องใช้แก่โรงเรียน และตัดผมฟรี โดยมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 723 คน แบ่งเป็นเด็ก 373 คนทั้งไทยและลาว ผู้ใหญ่ 350 คนทั้งชาวบ้านในหมู่บ้านจัดงาน ผู้ปกครองเด็ก อาสาสมัคร ผู้เข้าร่วมบริจาค ส่วนราชการ และผู้เข้าร่วมงานทั่วไป

    ภาพบรรยากาศ


    เด็กๆ ต่อคิวลงทะเบียนก่อนเข้างาน


    เด็กๆ พร้อมร่วมกิจกรรมวันเด็กแล้ว


    เปิดงานด้วยการแสดง เพลง แคนพื้นบ้าน


    เด็กๆ ร่วมสนุกกิจกรรม


    มีขนมแจกเด็กๆ


    การแสดงจากเด็กๆ


    มีบริการตัดผมให้ ฟรี!! 


    กิจกรรมศิลปะเพื่อแม่น้ำโขง


    เด็กๆ เดินทางกลับบ้านพร้อมของขวัญล้นมือ

    คำประกาศวันเด็กสองฝั่งโขงครั้งที่ 7

    “พวกเฮาเยาวชนลูกแม่น้ำโขงทั้งสองฝั่งลาว-ไทย ขอกราบขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลายที่เห็นความสำคัญของเด็กๆ เสียสละกำลังทรัพย์และแรงกาย พร้อมส่งแรงใจและความฮักมา เพื่อให้พวกเฮาได้มีความสุข ได้สานความฝัน ได้ปันความฮัก พวกเฮาขอสัญญาว่า พวกเฮาสิมีทักษะ ฮักแพง แบ่งปันสองฝั่งโขง ตามความสัมพันธ์ที่มั่นแก่นของเสี่ยวฮักที่เป็นมาแต่ปู่ย่าตายาย พวกเฮาสิฮักษาแม่น้ำโขงและปูปลาให้มั่นยืน เพราะโขงคือแม่ผู้มีบุญคุณ ปูปลาคือสิ่งที่เลี้ยงชีวิต สายน้ำคือสิ่งที่เชื่อมเฮาให้เป็นอันเดียวกัน”

    ในวันที่ 14 มกราคม 2561 เป็นการนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงไปมอบผ้าป่าอุปกรณ์การเรียนแก่โรงเรียนบ้านดอนกุ่ม สปป.ลาว กิจกรรมประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีพร้อมด้วยมิตรภาพสองฝั่งโขงที่ม่วนซื่นและแน่นแฟ้น สิ่งที่มอบได้แก่ เงินทุนซ่อมแซมอาคาร 29,000 บาท ถังน้ำฝน 2 ถัง อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา ของเล่น เสื้อผ้า ผ้าห่ม และยารักษาโรค นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสานสัมพันธ์โดยการเต้นรำบาสะโลบด้วย  

    ภาพบรรยากาศ


    ขนถังน้ำฝนและอุปกรณ์การเรียน ข้ามเรือ เพื่อไปโรงเรียนบ้านดอนกุ่ม




    โรงเรียนบ้านดอนกุ่ม



    การแสดงจากเด็กๆ


    การเต้นรำบาสะโลบ


    การจัดกิจกรรมประสบผลสำเร็จเกินกว่าที่วางแผนไว้ในทุกด้าน

    ในด้านผลลัพธ์ มีสิ่งของและอาหารแจกเด็กและผู้เข้าร่วมมากกว่าที่คาดไว้ เด็กๆ มีความสุข สนุกสนาน ได้กินอิ่มอร่อย และได้ของกลับบ้านล้นมือทุกคนแม้แต่เด็กตัวเล็กๆ ที่แม่อุ้มมาร่วมงาน ผู้ปกครองและผู้มาร่วมมีความสุขกับการให้และเห็นเด็กๆ มีความสุข

    ในด้านการสื่อสาร มีผู้คนรับรู้และสนใจเรื่องการจัดกิจกรรมทั้งก่อนจัดและช่วงที่จัดงานเป็นอย่างมากผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมกับการนำเสนอข่าวจาก Radio Free Asia ที่ลงไปทำข่าวและร่วมกิจกรรม

    ในด้านกระบวนการทำงาน การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีส่วนร่วมของชาวบ้านมีการประชุมวางแผนและแบ่งงานกันร่วมกัน ทำให้งานเป็นระบบมากขึ้น ราบรื่นและมีประสิทธิภาพกว่าทุกปีที่จัดงาน มีความโปร่งใสโดยมีการแจงรายละเอียดเรื่องสิ่งของและเงินที่รับบริจาคในที่ประชุมของชาวบ้าน เพื่อให้รับทราบและร่วมตัดสินใจในการใช้ และมีการประชุมทำความเข้าใจก่อนการดำเนินงานและสรุปงานกับอาสาสมัครที่มาร่วมงาน

    ความประทับใจจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม


    เด็กหญิงผานิช ใต้โพธิ์ (เตย)
    “ดีใจหลายที่บ้านเรามีงานวันเด็กอีก ม่วนหลายเหมือนเดิม และอยากให้มีทุกปี” 


    เด็กหญิงนิด หมู่บ้านสุระ สปป.ลาว
    “ม่วนดี แซบหลายอย่าง มักไอติมกับขนมเค้ก ขอขอบใจทุกคน”


    นายสนอง ใต้โพธิ์ ชาวบ้านตามุย ต.ห้วยไผ่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี
    “ก็ดีใจที่มีคนเห็นความสำคัญของเด็กบ้านเรา มาช่วยจัดงานและบริจาคกันเยอะเลย เด็กๆ ก็จะได้สนุกและฮักแพงกัน ผู้ใหญ่ก็ได้มาเจอกันด้วย”

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > "ผู้พิทักษ์ป่า" เราเฝ้าป่าไว้ให้คนไทยทั้งชาติ

    จดหมายขอบคุณผู้บริจาคจากมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

    9 กุมภาพันธ์ 2018

    เมื่อต้นปี 2560 มูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้ใช้ช่องทาง www.taejai.com เปิดระดมทุนให้กับโครงการักษาป่าใหญ่ให้คนไทยทั้งชาติเพื่อเป็นทุนทรัพย์ในการจัดซื้อข้าวสารและอุปกรณ์ในการลาดตระเวนป้องกันรักษาป่า เพื่อมอบให้พื้นที่อนุรักษ์ใช้การเดินลาดตระเวนป้องกันรักษาป่าผืนตระวันตกได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นขวัญกำลังใจแต่ผู้ปฏิบัติงาน 

    วันนี้ทางเทใจได้แจ้งให้ทราบว่า มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ทราบจึงแรงใจที่ทุกท่านช่วยสมทบทุน ทางสืบจึงทำหนังสือเพื่อขอบคุณบริจาคมาดังนี้

     ขอบคุณด้วยหัวใจ 

    ทีมงาน

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ทำหมันแมวสัญจร

    ทำหมันแมวที่ Passione Shopping Destination จ.ระยอง

    6 กุมภาพันธ์ 2018

    กิจกรรมทำหมันแมวสัญจร รับผิดชอบโครงการโดยมูลนิธิรักษ์แมว ปันน้ำใจให้แมวจร จัดขึ้นที่งานรักษ์แมวปาร์ตี้งานนี้เหมียวมีบ้าน ที่ Passione Shopping Destination จังหวัดระยอง บริเวณพื้นที่กิจกรรมชั้น 3 ในวันที่ 15-17 ธันวาคม 2560 เวลา 10.00-20.00 น. กิจกรรมครั้งนี้ขอขอบคุณคุณหมอเล็กและนิสิตสัตวแพทย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาช่วยทำหมัน แผ่นรองซับจากเยี่ยมพาณิชย์ และเหล่าอาสาประจำที่แวะเวียนช่วยกันตั้งแต่วันจัดบูธ ขนของ ร่วมกิจกรรมทำหมัน และรวมถึงช่วยเก็บพื้นที่

    ภาพบรรยากาศ


    บรรยากาศต่อคิวทำหมันให้น้องแมว


    บรรยากาศหาบ้านให้น้องแมว


    น้องแมวรอคิวทำหมัน


    คุณหมอเตรียมสถานที่ และอุปกรณ์เครื่องมือในการทำหมัน


    ถึงเวลาทำหมันน้องแมว


    น้องแมวที่ทำหมันเสร็จแล้ว รอพักฟื้น และมอบให้ผู้ปกครอง


    สรุปการทำหมันน้องแมวในครั้งที่ 112 รวมจำนวน 115 ตัว

    ทำหมันในวันเสาร์ เป็นตัวผู้ 15 ตัว และเป็นตัวเมีย 21 ตัว รวมทำหมันแมวในวันเสาร์ 36 ตัว

    ทำหมันแมวในวันอาทิตย์ เป็นตัวผู้ 22 ตัว และเป็นตัวเมีย 57 ตัว รวมทำหมันแมวในวันอาทิตย์ 79 ตัว

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > คืนครูให้โรงเรียนบ้านไกรเกรียง

    คืนครูให้เด็กนักเรียนบ้านไกรเกรียง

    6 กุมภาพันธ์ 2018

    มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน ร่วมกับ สำนักส่งเสริมสังคมแห่งเรียนรู้ฯ (สสค.) และเว็บไซต์เทใจดอทคอม เปิดระดมทุนโครงการคืนครูให้โรงเรียรบ้านไกรเกรียง เพื่อนำเงินบริจาคไปใช้เพื่อสนับสนุนค่าครองชีพครูอาสา จำนวน 3 คน ในภาคเรียนที่ 2/2559 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2559 ถึงมีนาคม 2560 (5 เดือน) เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ให้เด็กนักเรียนห้องเรียนสาขาบ้านไกรเกรียง โรงเรียนบ้านน้ำพุ ได้มีบุคลากรทางการศึกษาเข้าไปจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง ที่โรงเรียนบ้านน้ำพุ สาขาบ้านไกรเกรียง จำนวน 3 คน ได้แก่  

    1. นายชาคร วินากรณ์ (ครูอุ้ม)

    2. นายพงศกร เรืองสา (ครูพงศ์)

    3. น.ส.สุภาภรณ์ อำนวยพร (ครูไวน์)

    สืบเนื่องจากครูอาสา 1 ใน 3 คน (ครูพงศ์) เคยทางานร่วมกับทางมูลนิธิฯ จึงได้นำกระบวนการจัดการเรียนรู้รูปแบบ Problem base Learning (PBL) และจิตศึกษาไปปรับใช้ โดยครูอีก 2 คนได้เรียนรู้และพัฒนากระบวนการไปพร้อมกันด้วย

    จากการที่มูลนิธิฯ ได้ติดตามลงพื้นที่เพื่อให้การสนับสนุนและช่วยเหลือการทำงานของครูอาสา พบว่าการจัดกระบวนการเรียนการสอนรูปแบบ PBL โดยครูอาสาได้บูรณาการสาระการเรียนเพื่อแก้ปัญหาไม่มีครูสอนครบทุกวิชา ส่วนการจัด “จิตศึกษา” เป็นกิจกรรมที่ทำทุกวัน เป็นกระบวนการในการบ่มเพาะปัญญาภายในให้ผู้เรียนสามารถรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเอง(รู้ตัว) รับรู้อารมณ์และความรู้สึกของผู้อื่น มีความสามารถจัดการอารมณ์หรือปรับสมดุลทางอารมณ์ของตนเองได้ รวมทั้งการเห็นคุณค่าในตัวเอง คนอื่น และสิ่งต่างๆ รอบตัว

    นอกจากนี้ครูอาสายังใช้จิตวิทยาเชิงบวก ลดการเปรียบเทียบ ลดการตีค่า การตัดสิน และการชี้โทษ ส่งเสริมเพิ่มพลังให้เด็กทุกคนพัฒนาตนเองตามศักยภาพของตนเองและครูอาสายังจัดกระบวนการเสริมศักยภาพให้สอดคล้องกับนักเรียนแต่ละคนได้เรียนรู้ร่วมกัน

    หลังจากการดำเนินกระบวนการจิตศึกษาหนึ่งเดือน พบว่าเด็กทุกคนสงบได้ง่ายขึ้น จิตใจที่สงบก็จะนำมาซึ่งการรับฟังกันมากขึ้น เกิดการใคร่ครวญ สามารถรับรู้และเชื่อมโยงกับคนอื่นๆ หรือสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งกิจกรรมจิตศึกษานี้ส่งผลโดยตรงทั้งครูและนักเรียนได้พัฒนาปัญญาภายในของตนเอง

    นอกจากกิจวัตรประจำวันที่ครูอาสาจะต้องจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภายในโรงเรียนแล้ว ครูอาสายังมีการปฏิสัมพันธ์กับชุมชนได้เป็นอย่างดี ไปกิน ไปนอน ไปใช้ชีวิตร่วมกับชาวบ้าน ส่งผลให้ชาวชุมชนเข้ามาช่วยเหลืองานของโรงเรียนมากยิ่งขึ้น และมีการจัดประชุมผู้ปกครองอย่างต่อเนื่อง


    ช่วงระยะเวลาที่ครูอาสาปฏิบัติงานก็ได้มีส่วนร่วมในการหาทางออกเกี่ยวกับประเด็นการยุบห้องเรียนบ้านไกรเกรียง ซึ่งทางเทศบาลตำบลเขาโจด โดยมีคุณสถาปนา ธรรมโมรา (ปลัดเทศบาล) เป็นกำลังสำคัญร่วมกับมูลนิธิฯ และชาวชุมชนบ้านไกรเกรียง ได้พยายามประสานความร่วมมือกับหน่วยงานหลายแห่งเพื่อดำเนินการจดทะเบียนโรงเรียนบ้านไกรเกรียงขึ้นใหม่

    ผลจากการดำเนินงานร่วมกันหลายฝ่าย ปัจจุบันทางออกของห้องเรียนสาขาบ้านไกรเกรียง ได้รับจัดตั้งเป็นโรงเรียนบ้านไกรเกรียงในสังกัดตำรวจตะเวนชายแดนเป็นผู้รับผิดชอบ โดยได้วางแผนงานจัดกำลังครู ตชด. เข้ามาจัดกระบวนการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2560 ดังนั้นบทบาทของครูอาสาจึงสิ้นสุดลงเมื่อสิ้นภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 และภายหลังจากทำการประเมินวัดผลผู้เรียนแล้วก็ได้นำส่งเอกสารต่างๆ มอบให้แก่โรงเรียนบ้านน้ำพุเป็นที่เรียบร้อย

    ความประทับใจต่อผู้บริจาค

    ในนามขององค์กรที่ร่วมกันจัดโครงการนี้ ขอขอบคุณต่อผู้บริจาคทุกท่านที่ได้ร่วมกันสนับสนุนโครงการ “คืนครูให้เด็กบ้านไกรเกรียง” ทำให้เด็ก ๆ นักเรียนเหล่านี้ ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่กำลังเปลี่ยนผ่านหน่วยงานใหม่ที่จะมาดำเนินการจัดการศึกษาในชุมชน ระหว่างโรงเรียนบ้านน้ำพุ ในสังกัด สพฐ, เทศบาลตำบลเขาโจด และ โรงเรียนตำรวจตะเวนชายแดน สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    5 เดือนในบทบาทครูอาสาเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับคนหนุ่มสาว 3 คนที่เพิ่งจบการศึกษามาไม่นาน พวกเขาได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ใช้ประสบการณ์ของตนเองเพื่อผู้อื่น มอบความรักและความทุ่มเทให้แก่เด็กๆ ในหมู่บ้านท้ายเขื่อนที่ขาดแคลนทั้งน้ำกิน น้ำใช้ และไฟฟ้า

    เงินบริจาคของท่านมิเพียงได้ช่วยให้เด็กๆ มีครูเท่านั้น แต่ยังเป็นประตูเปิดให้คนหนุ่มสาว 3 คนก้าวเดินออกไปเรียนรู้ในวิถีที่แตกต่างและยากลำบาก พวกเขาเติบโตขึ้น แกร่งขึ้นและเรียนรู้ที่จะแบ่งปันโอกาสเพื่อผู้อื่นเสมอๆ ระหว่างที่ครูอาสาทำงานก็ทำให้เกิดกระบวนการหาทางออกการยุบห้องเรียนสาขาบ้านไกรเกรียง และก็พบทางออกที่ทุกฝ่ายรวมทั้งครูอาสาด้วยได้ร่วมกันถางทางไปจนถึงปลายทาง

    ทางมูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน ต้องขอขอบคุณจากใจจริงอีกครั้งที่ทุกท่านช่วยสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ร่วมกันเยียวยาเด็กๆ พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ลูกเหรียง)

    นักเรียนที่ได้รับทุนจากลูกเหรียง

    2 กุมภาพันธ์ 2018

    นางสาวรอมล๊ะ ดอเลาะ
    อายุ 21 ปี ศึกษาที่มหาลัยสงขลานครินทร์ สาขาการสอนอิสลาม

    หนูมีความฝันที่อยากเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา แต่แล้วหนูก็ได้ไปสอบคัดเลือกหลายที่แต่ว่าพอถึงเวลาที่ต้องยืนยันสิทธิหนูกลับไม่มีเงินจะไปจ่ายให้กับทางมหาวิทยาลัยทำให้หนูต้องยกเลิกสิทธินั้นไป

    ลูกเหรียงผู้เปลี่ยนอนาคตของหนู

    นางสาวรอมล๊ะ ดอเลาะ อายุ 21 ปี ศึกษาที่มหาลัยสงขลานครินทร์ สาขาการสอนอิสลาม หนูเป็นเด็กคนหนึ่งที่เกิดมาในท่ามกลางผู้คนที่มีฐานะที่ไม่ค่อยดีนัก และผู้เป็นบิดาก็ต้องเสียชีวิตไป หลังจากนั้นชีวิตของพวกเราก็เริ่มแย่ลง เพราะแม่ต้องทำงานหาเงินคนเดียวเพื่อที่จะได้ส่งเสียให้หนูและพี่สาวได้เล่าเรียน แม่จะทำงานรับจ้างทุกอย่างที่สามารถทำได้ บางครั้งแม่ก็ต้องออกไปทำงานรับจ้างกรีดยางนอกบ้าน โดยแม่จะกลับบ้านมาอยู่กับพวกเราอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง 

    ตอนที่แม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน หนูก็ต้องอาศัยอยู่กับพี่สาวเพียงสองคน บางวันก็ไปอยู่กับน้าบ้างยายบ้าง อีกทั้งแม่ก็ไม่ได้ให้เงินกับพวกเราสองพี่น้องมากทีเพราะแม่เองก็ไม่ได้มีเงินมากมายนัก จนทำให้ในบางครั้งแม่ก็จะต้องซื้อมาม่าให้กับพวกเราหนึ่งลังเพื่อเป็นกับข้าวในทุกมือ ตอนนั้นหนูมีความใฝ่ฝันว่าจะต้องเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษา และระดับอุดมศึกษา แต่ความฝันของหนูเริ่มจะจ่างหายไป ไปพร้อมกับความยากลำบากของครอบครัว แต่หนูหาวิธีทางเพื่อที่จะได้เรียนหนังสือ หนูกล้าแสดงออกกล้าที่จะเป็นผู้นำ สามารถเป็นประธานโรงเรียน และแล้วความฝันของหนูในช่วงนั้นก็ได้เกิดขึ้นจริงคือหนูได้เข้าศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาได้สำเร็จ ชีวิตของหนูในช่วงนี้หนูยอมรับว่ามีเหนื่อยและท้อบ้างในบางครั้งแต่ก็เพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของครอบครัวหนู หนูมีความฝันที่อยากเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา แต่แล้วหนูก็ได้ไปสอบคัดเลือกหลายที่แต่ว่าพอถึงเวลาที่ต้องยืนยันสิทธิหนูกลับไม่มีเงินจะไปจ่ายให้กับทางมหาวิทยาลัยทำให้หนูต้องยกเลิกสิทธินั้นไป แต่พอถึงช่วงที่จะยืนยันของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์หนูก็ไม่มีเงินที่จะยืนยันพร้อมจ่ายค่าเทอมเหมือนเช่นเคย แต่แล้วมีอยู่วันหนึ่งมีพี่ๆ จากทีมลูกเหรียงได้โทรติดต่อกับหนูว่าหนูได้รับทุนการศึกษาเพื่อนำไปใช้ในการเรียนต่อ วินาทีนั้นหนูยอมรับเลยว่าหนูรู้สึกดีใจมากๆ จนไม่รู้หนูจะอธิบายได้อย่างไรดีเพราะชีวิตของหนูไม่ค่อยจะได้รับทุนการศึกษาเลย หลังจากที่หนูได้รับทุนชีวิตหนูได้เปลี่ยนแปลงจากวันนั้น ทำให้หนูมีที่เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ในสาขาการสอนอิสลามศึกษา (หลักสูตรศึกษาศาสตร์บันฑิต) สิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นเปรียบเสมือนเป็นการต่อความฝันของหนูให้ป็นจริงไปอีกครึ่ง แต่แล้วความโชคดีของหนูมิได้หยุดเพียงเท่านั้นเพราะหนูได้รับทุนจากลูกเหรียงนี้มาอย่างต่อเนื่อง หนูรู้สึกการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของหนูไม่ค่อยจะมีปัญหาทางด้านการเงินเลย เพราะหากหนูมีปัญหานี้หนูจะโทรคุยกับพี่ๆน้องๆ บ้านลูกเหรียง ซึ่งตอนนี้หนูก็ได้ใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยถึงปี 3 แล้ว อีกทั้งหนูยังได้รับตำแหน่งเป็นรองนายกสโมสรวิทยาลัยอิสลามศึกษา และผลการเรียนรวมของหนูตอนนี้นั้นได้ 3.80 และหนูรู้สึกว่าชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยนี้หนูได้รับโอกาสไว้มากมาย ไปทำกิจกรรมต่างจังหวัดในจังหวัดที่หนูไม่เคยไป ล่าสุดหนูก็ได้มีโออาสเดินทางไปต่างประเทศ (มาเลซีย) ด้วย และยังคงมีโอกาสอื่นอีกมาที่เข้ามาในชีวิต

    ท้ายที่สุดหนูขอขอบคุณทางพี่ๆลูกเหรียงที่ได้เลือกหนูให้เป็นหนึ่งในเด็กทุนลูกเหรียง ได้ให้ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ได้สัมผัสกับโอกาสที่ไม่เคยได้รับ อีกทั้งความฝันของการเป็นครูของหนูก็ใกล้เข้ามาแล้ว ความรู้สึกนี้หนูมิอาสจที่จะบรรยายได้ทั้งหมดที่หนูบอกได้ในตอนนี้คือหนูรู้สึกภูมิใจและรู้สึกดีมากๆกับการได้รับทุนการศึกษานี้


    นางสาวอาอิชะ สาเรป
    อายุ 19 ปี กำลังศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา คณะคุรุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย

    กลุ่มลูกเหรียง ที่คอยสนับสนุนและอยู่เบื้องหลังของความสำเร็จทั้งหมด จนสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมองไม่เห็นทางอนาคตของตัวเองจนกลายเป็นเด็กผู้หญิงซึ่งพบกับหนทางและแสงสว่างของชีวิตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

    ดิฉันนางสาวอาอิชะ สาเรป อายุ 19 ปี กำลังศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา คณะคุรุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย ชีวิตทุกชีวิตล้วนต้องต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามา เพื่อแลกกับความอยู่รอดตลอดจนประสบกับความสำเร็จตามที่ตนได้วาดฝันไว้ ทางเดินชีวิตของอัยชะไม่ได้เรียบง่ายและสวยงาม หากแต่เป็นเส้นทางที่ต้องฝ่าฟันกับความยากลำบากและอุปสรรคต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

    ตั้งแต่จำความได้อัยชะประสบพบเจอกับคำสบประมาทต่างๆ มากมายเกือบทั้งชีวิต บ้างว่า “จะเรียนไหวหรือ” บ้างว่า “อีกไม่นานหรอก เดี๋ยวก็เสียคน” เนื่องจากเติบโตมาในครอบครัวแบบเลี้ยงเดี่ยวมีแม่เป็นเสาหลักของครอบครัว บางครั้งอาศัยอยู่กับน้า บางครั้งอาศัยอยู่กับยาย น้อยครั้งนักที่จะได้เจอและอยู่กับแม่ เนื่องจากแม่ต้องทำงานเป็นเสาหลักให้กับครอบครัวอยู่ต่างจังหวัดแต่เพียงผู้เดียว 

    แต่ในฐานะที่อัยชะยังเป็นเด็ก ยังเป็นลูกของแม่ ยังเป็นหลานของยายและน้า หน้าที่ของอัยชะคือเรียนหนังสือและประพฤติตนให้ดี จึงตั้งใจเรียนหนังสือประกอบกับทำกิจกรรมต่างๆจนได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น รางวัลเยาวชนคนเก่ง ในโครงการด้วยรักและห่วงใยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลเยาวชนดีเด่นจากกระทรวงศึกษาธิการ รางวัลระดับเหรียญทองการแข่งขันเล่านิทานคุณธรรมทั้งระดับอำเภอ จังหวัด และภาค ได้รับยกย่องว่าเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนดี ช่วยเหลือกิจกรรมสร้างชื่อเสียงให้กับสถาบัน นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ควบคู่กับรางวัลมิตรภาพ จากเวทีการประกวด freshy girl และรางวัลต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้ไม่สามารถเกิดได้หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว ครู เพื่อนๆ และที่สำคัญคือ สมาคมเพื่อนเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) ที่คอยสนับสนุนและอยู่เบื้องหลังของความสำเร็จทั้งหมด จนสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมองไม่เห็นทางอนาคตของตัวเองจนกลายเป็นเด็กผู้หญิงซึ่งพบกับหนทางและแสงสว่างของชีวิตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 

    ในอนาคตอัยชะตั้งใจจะกลับไปสอนหนังสือให้กับเด็กๆ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่อยู่ในถิ่นทุระกันดาร รวมไปถึงเด็กๆ ที่มีความผิดทางด้านร่างกาย เพราะพวกเขาควรได้รับโอกาสทางการศึกษา เนื่องจากการศึกษาสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆ เหล่านั้นให้ดีขึ้น ตลอดจนสามารถอยู่ร่วมกันกับบุคคลอื่นๆ ในสังคมและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมได้ในลำดับต่อไป เช่นเดียวกันกับสมาคมเพื่อนเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) ค่ะ


    นายอับดุลฟาต๊ะ ดอเลาะ
    อายุ 19 ปี ปัจจุบันศึกษาคณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
    มหาวิทยาลัยสงขานครินทร์ วิทยาเขต ปัตตานี 

    ในชีวิตนี้ผมไม่เคยคิดเลยครับว่าเด็กที่สูญเสียพ่อคนนี้จะมีโอกาสไปต่างแดนเหมือนคนอื่นๆ

    ผม นายอับดุลฟาต๊ะ ดอเลาะ อายุ 19 ปี ปัจจุบันศึกษาคณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยสงขานครินทร์ วิทยาเขต ปัตตานี ผมมีพี่น้อง 2 คน ผมเป็นคนที่1 น้องของเป็น น้องสาว ชื่อ เด็กหญิง ซัลมี ดอเลาะ กำลังศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนพัฒนาวิทยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ครับ 

    บ้านลูกเหรียงคือบ้านของผม ลูกเหรียงคือที่พึ่งของผม ผมมีแม่ ผมมีพี่ ผมมีน้อง ผมมีเพื่อนๆ ในบ้านลูกเหรียง 5 ปี ที่ผมได้รับโอกาสดีๆ จากบ้านลูกเหรียง ทำให้ชีวิตผมดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผมยังจำได้ว่าวันที่ผมก้าวเข้ามาอยู่ในบ้านลูกเหรียง ผมรู้สึกถึงอบอุ่น มีความรัก ความห่วงใยเต็มไปหมด ในบ้านลูกเหรียงหลังนี้ ผมก้าวมาด้วยแรงอันน้อยนิดที่ผมมี ก้าวมาด้วยความหวัง แบกความฝันของผมมาฝากไว้ที่บ้านหลังนี้ และบ้านหลังนี้ก็มอบทุกอย่างให้ผม มอบความรัก ความห่วงใย ความอบอุ่น และโอกาสที่ผมได้เคยได้ที่ไหนมาก่อนครับ โอกาสที่ผมไม่อาจจะตีราคามันได้ นั่นคือความรัก ความอบอุ่น และที่สำคัญคือทุนการศึกษา ที่มอบให้มาโดยตลอด ลูกเหรียงได้ต่อยอดความรู้ความสามารถที่ผมมี

    ผมได้ชิงทุนไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่น ผมไปเรียนรู้ภาษา และวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่น ซึ่งในชีวิตนี้ผมไม่เคยคิดเลยครับว่าเด็กที่สูญเสียพ่อคนนี้จะมีโอกาสไปต่างแดนเหมือนคนอื่นๆ ผมได้ไปเยี่ยมแดนอาทิตย์อุทัย ที่มีความแตกต่างหลายๆอย่าง เช่น ภาษา วัฒนธรรม ภูมิประเทศ สภาพอากาศ และอาหารการกินครับ มันทำให้ผมได้เรียนรู้โลกที่กว้างขึ้น ทำให้ผมได้เปิดโลกทัศน์ของตัวเองครับ มันเป็นโอกาสที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของผมที่ลูกเหรียงได้มอบให้ ผมจะไม่มีวันลืมประสบการณ์และความรู้ที่ผมได้เรียนมา ผมจะนำไปพัฒนาและต่อยอดความรู้ความสามารถที่ตัวเองมีครับ

    ทุกวันนี้ ผมมีค่าใช้จ่ายในการศึกษาเหล่าเรียน ก็เพราะลูกเหรียงที่หาทุนการศึกษาให้ผม ผมได้มีโอกาสเรียนตามที่ผมอยากเรียน และทำในสิ่งที่ผมอยากเรียนรู้ ผมมีโอกาสมากกว่าเด็กคนอื่นครับ และผมจำสิ่งที่ครอบครัวบ้านลูกเหรียงสอนอยู่เสมอว่า เราเป็นคนในพื้นที่ เรามีหน้าที่ ที่จะกลับมาพัฒนาบ้านเกิด ท้ายนี้ทุนการศึกษาที่ผมได้รับทำให้ผมได้มีโอกาสทางการศึกษา และการเรียนรู้ในเปิดโลกกว้าง และขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านที่มอบโอกาสดีๆ มาให้ผม และเพื่อนๆบ้านลูกเหรียง

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > โมบายการเรียนรู้สัญจร คุณสุข เราก็สุข

    โมบายเรียนรู้สัญจรไปหาเด็กๆ จ.อุดรฯ จ.น่าน และจ.อยุธยา

    2 กุมภาพันธ์ 2018

    โครงการโมบายการเรียนรู้สัญจร คุณสุข เราก็สุข

    ผู้รับผิดชอบโครงการ มูลนิธิอิสรชน

    โมบายการเรียนรู้สัญจร เป็นกิจกรรมทางเลือกและสนทนากลุ่มย่อย ประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ โดยใช้รถโมบายเคลื่อนที่ไปตามจุดหรือชุมชนที่เด็ก ๆ อาศัยอยู่และเด็กสามารถเรียนรู้ผ่านการเล่นจากสื่อและอุปกรณ์ที่มีในรถโมบายเป็นรถแหล่งการเรียนรู้และฝึกเป็นผู้นำ พัฒนาเด็กทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สติปัญญาและทักษะชีวิต ได้แก่ ละคร วีซีดี ดนตรี เพลง ศิลปะ ฉายหนัง ห้องสมุด เกมส์ การเรียนรู้ผ่านการเล่น ฯลฯ ส่วนการสนทนากลุ่มย่อยจะพูดคุยในเรื่องราวชีวิตของเด็กแต่ละคน เพื่อให้เห็นศักดิ์ศรี คุณค่าของชีวิต ซึ่งจะเป็นการจุดประกายให้มองไปข้างหน้าอย่างมีความหวังและพร้อมที่จะพัฒนาตนเอง โดยการสนทนากลุ่มย่อยจะมีสมาชิก 5-10 คน และอาจสนทนาซ้ำหลายครั้งโดยเปลี่ยนประเด็นพูดคุยกับเด็ก พร้อมทั้งมอบขวัญเพื่อเป็นกำลังใจให้กับเด็กๆ อีกด้วย

    กิจกรรมสนทนาและการสื่อสารผ่านสื่อ ประเด็นดังนี้ คือ

    1. เรื่องเอดส์และเพศศึกษา
    2. เรื่องสิทธิขั้นพื้นฐาน
    3. เรื่องยาเสพติด
    4. เรื่องการป้องกันตนเองจากการถูกล่วงละเมิด
    5. เรื่องการป้องกันตนเองจากการไม่ตกเป็นเครื่องมือการค้ามนุษย์

    กิจกรรมครั้งนี้ มูลนิธิอิสรชนได้นำรถโมบายสัญจรไปยังโรงเรียนบ้านเลื่อมและโรงเรียนบ้านงอยเลิงทอง จังหวัดอุดรธานี อบต.ชนแดน จังหวัดน่าน และพื้นที่เด็กเร่ร่อน จังหวัดอยุธยา 

    รูปภาพกิจกรรม

    โรงเรียนบ้านเลื่อม จังหวัดอุดรธานี

    โรงเรียนบ้านงอยเลิงทอง จังหวัดอุดรธานี


    อบต.ชนแดน จังหวัดน่าน


    พื้นที่เด็กเร่ร่อน จังหวัดอยุธยา

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ปันน้ำใจช่วยรักษาเด็กป่วย

    ความประทับใจต่อผู้บริจาคโครงการปันน้ำใจช่วยรักษาเด็กป่วย

    1 กุมภาพันธ์ 2018

    ชื่อโครงการ ปันน้ำใจช่วยรักษาเด็กป่วย

    ผู้รับผิดชอบโครงการ มูลนิธิยุวรักษ์

    มูลนิธิยุวรักษ์จะนำเงินเพื่อไปช่วยเหลือเด็กที่เจ็บป่วยที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิ ดังนี้

    1. พาคนไข้ไปพบแพทย์ตามหมอนัด
    2. โอนค่ารักษาพยาบาลและค่าเดินทางให้คนไข้
    3. ติดตามอาการคนไข้

    ความประทับใจต่อผู้บริจาค

    มูลนิธิยุวรักษ์ รู้สึกขอบคุณ ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ได้บริจาคเงิน มายังโครงการปันน้ำใจช่วยรักษาเด็กป่วย ทางมูลนิธิยุวรักษ์จะนำเงินที่ได้จากโครงการปันน้ำใจเพื่อไปรักษาเด็กที่เจ็บป่วยทั้งคนไข้เก่าและคนไข้ใหม่ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือค่าเดินทางในการมาพบแพทย์ทุกครั้งที่หมอนัดตรวจรักษา ปัจจุบันมูลนิธิฯ มีคนไข้อยู่ในการดูและและรับความช่วยเหลือ จำนวน 202 คน และจะได้นำเงินที่ทุกท่านบริจาคมาไปช่วยเหลือเด็กที่เจ็บป่วย เพื่อช่วยให้เด็กเหล่านี้มีสุขภาพที่ดีขึ้นและสามารถช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด

    สามารถติดตามข่าวสารของมูลนิธิยุวรักษ์ได้ที่ https://www.facebook.com/yuvaraksa.foundation

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ที่นี่ฉันเรียกว่า 'บ้าน'

    จัดซื้อของใช้จำเป็นให้ศูนย์คนไร้บ้านวัดหนู

    25 มกราคม 2018

    จากการระดมทุนทั้งหมดได้รับเงินสนับสนุนหลังหักค่าธรรมเนียมของทางเทใจดอทคอม จำนวนเงิน 7,452 บาท ทางโครงการได้แบ่งเงินออกเป็น 4 รายการ เพื่อจัดซื้อของใช้ที่จำเป็นต่อ ศูนย์คนไร้บ้านวัดหนู (บางกอกน้อย) ดังนี้

    1. ตู้น้ำเย็น-ร้อนให้แก่ศูนย์คนไร้บ้านมูลค่า 5,890 บาท
    2. ผ้าอ้อมสำหรับเด็กเล็ก มูลค่ารวม 1,297 บาท
    3. ผ้าอนามัยสำหรับสตรีมูลค่า 300 บาท
    4. ข้าวสาร 1 ถุง มูลค่า 150 บาท

    รวมเป็นเงิน 7,637 บาท

    ใบเสร็จแสดงราคาสินค้า

    ทั้งนี้ของดังกล่าวได้นำไปมอบให้กับพี่ๆ ที่ศูนย์คนไร้บ้านวัดหนู เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2561

    ตู้กดน้ำร้อน-เย็น

    ผ้าอ้อมสำหรับเด็กอ่อน

    ความประทับใจของผู้รับได้โอกาส  


    คุณลุงที่อยู่ในศูนย์
    แค่มีความคิดริเริ่มที่จะทำก็ดีแล้ว ระดมทุนได้เท่าไหร่ไม่เป็นไรแค่มีน้ำใจให้ก็รู้สึกขอบคุณ 


    ป้าแขก
    ขอบคุณมากที่นำของมามอบให้เป็นของขวัญปีใหม่ ขอให้ปีนี้มีความสุข สวัสดีปีใหม่

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ทำหมันแมวสัญจร

    ทำหมันแมวที่ เดอะไบรท์พระราม2

    24 มกราคม 2018

    กิจกรรมทำหมันแมวสัญจรในงานรักษ์แมวปาร์ตี้งานนี้เหมียวมีบ้าน จัดขึ้นในวันที่ 8-10 ธันวาคม 2560 บริเวณพื้นที่ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเดอะไบรท์พระราม2 ได้รับความร่วมมือจากคุณหมอเล็กและนิสิตสัตวแพทย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงจากโรงพยาบาลเอกชัย แผ่นรองซับจากเยี่ยมพาณิชย์ และอาสาประจำที่แวะเวียนช่วยกันตั้งแต่วันจัดบูธ ขนของ เก็บพื้นที่

    ภาพกิจกรรม


    ผู้ปกครองพาน้องแมวมาลงทะเบียนเพื่อต่อคิวทำหมัน


    น้องแมวรอทำหมัน


    คุณหมออาสาสมัครช่วยกันทำหมันแมว


    ทำความสะอาดน้องแมวหลังผ่าตัดเสร็จ


    กิจกรรมตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงจากโรงพยาบาลเอกชัย ฟรี


    กิจกรรมหาบ้านให้น้องแมว


    สรุปกิจกรรมทำหมัน

    น้องแมวได้ทำหมันรวม 227 ตัว

    ทำหมันแมววันเสาร์ เป็นแมวตัวผู้ 22 เป็นแมวตัวเมีย 53 รวม 75 ตัว

    ทำหมันแมววันอาทิตย์ เป็นแมวตัวผู้ 48 เป็นแมวตัวเมีย 104 รวม 152 ตัว

    อ่านต่อ