ความเคลื่อนไหว

  • ความคืบหน้าโครงการ > เร่งรักษามะเร็งมดลูก น้องฟ้า อายุ 10 ปี

    "น้องฟ้า" ฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรง และติดตามอาการสม่ำเสมอ

    15 พฤศจิกายน 2023

    จากอาการปวดท้องบ่อยๆ จึงไปพบแพทย์ตรวจพบก้อนเนื้อในท้อง “น้องฟ้า” ผลวินิจฉัยจากแพทย์ น้องฟ้าเป็น “มะเร็งในมดลูก” จึงต้องผ่าตัดและรักษาอย่างเร่งด่วนที่โรงพยาบาลอุดรธานี

    น้องฟ้ารอดพ้นจากโรคร้ายราวปาฏิหาริย์เหมือนได้กลับมามีชีวิตใหม่ หลังจากที่ต้องทนทุกข์ทรมานปวดแสบร้อนจากการทำเคมีบำบัดเพื่อยับยั้งเชื้อไม่ให้ลุกลาม ปัจจุบันน้องฟ้ามีอาการดีขึ้น และเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมาผลการตรวจเป็นไปในทางที่ดี ผลการตรวจล่าสุดยังไม่พบเชื้อมะเร็งถึงแม้จะไม่ได้กินยาแล้ว ตอนนี้น้องฟ้ากินอาหารได้มากขึ้น น้ำหนักตัวโดยรวมเพิ่มขึ้นและใบหน้าก็กลับมาสดใสร่าเริงอีกครั้ง และในปีการศึกษาภาคเรียนที่จะถึงนี้น้องฟ้ากำลังได้กลับไปเรียนกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน

    ในปีที่ผ่านมา 2566 ในการดำเนินโครงการ “กองบุญกู้วิกฤติฯ” มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ.ฯ ได้จัดสรรเงินบริจาคจากผู้ใจบุญ ซื้ออาหารเสริมสุขภาพสำหรับเด็กป่วย เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรง และสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้แก่ครอบครัวน้องฟ้าในการพาน้องไปรักษาที่โรงพยาบาลตามแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ มูลนิธิฯ ขอกราบขอบพระคุณผู้บริจาคทุกท่านที่ได้ให้ความช่วยเหลือชีวิตเด็กด้อยโอกาสให้มีโอกาสได้กลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติ มีชีวิตที่สดใสและมีความสุขมากขึ้นในทุกๆ วัน

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ 
    กลุ่มที่ได้รับประโยชน์อธิบายจำนวนที่ได้ประโยชน์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
    เด็กและเยาวชนน้องฟ้าและครอบครัว1 ครอบครัวเด็กได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องและสภาพความเป็นอยู่ดีขึ้น
    รูปภาพการดำเนินกิจกรรม


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ซื้อผ้าอ้อมให้ผู้ป่วยติดเตียง โดยมูลนิธิสันติสุข

    มอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้กับผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 40 ครอบครัว

    15 พฤศจิกายน 2023

    เจ้าหน้าที่มูลนิธิสันติสุขได้ลงพื้นที่ ตามบ้านชุมชนต่างๆ ซึ่งเป็นครอบครัวที่มีฐานะยากจน หาเช้ากินค่ำมีรายได้น้อยและไม่แน่นอน อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลส่งมอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ให้กับครอบครัวผู้ป่วยติดเตียงครอบครัวละ 120 ชิ้น

    • เขตพื้นที่ประเวศ จำนวน 4 ครอบครัว
    • เขตพื้นที่ฉลองกรุง จำนวน 17 ครอบครัว
    • เขตพื้นที่สงคราม จำนวน 5 ครอบครัว
    • เขตพื้นที่คลองเตย จำนวน 2 ครอบครัว
    • เขตพื้นที่วัชรพล จำนวน 2 ครอบครัว
    • เขตพื้นที่บางจาก จำนวน 2 ครอบครัว
    • เขตพื้นที่ต่างจังหวัด จำนวน 8 ครอบครัว

    รวมทั้งหมด 40 ครอบครัว

    ก่อนดำเนินกิจกรรม
    เป็นครอบครัวมีฐานะยากจนและผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ในการเข้าห้องน้ำ ถ่ายอุจจาระ และปัสสาวะ ไม่เป็นที่เรี่ยราดกระจายอย่างเลอะเทอะ แผ่นรองซับ (ผ้าอ้อม) มีราคาสูง เกินที่ครอบครัวมีจะแบกภาระไว้ ครอบครัวผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนแออัด ส่วนใหญ่มีรายได้น้อย บางครอบครัว หาเช้ากินค่ำ จึงไม่สามารถแบกรับภาระในด้านสุขอนามัยของผู้ป่วย ผู้พิการ และผู้สูงอายุได้ 

    หลังดำเนินกิจกรรม
    ทำให้ครอบครัวผู้ยากไร้ได้รับการแบ่งเบาภาระ ในเรื่องค่าใช้จ่าย และการดูแลผู้ป่วยอยู่ในสภาพที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวิฤตโควิด ที่ครอบครองอยู่ในช่วงที่ตกงาน ไม่มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว พอได้การช่วยเหลือในเรื่องผ้าอ้อม ผู้ป่วยติดเตียงกับครอบครัวมีความสุขและความหวังมากขึ้นและป้องกันการติดเชื้อ

    ความประทับใจของผู้ที่ได้รับประโยชน์

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ
    กลุ่มที่ได้รับประโยชน์อธิบายจำนวนที่ได้ประโยชน์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
    ผู้พิการและผู้ป่วย
    • เขตพื้นที่ประเวศ
    • เขตพื้นที่ฉลองกรุง
    • เขตพื้นที่สงคราม
    • เขตพื้นที่คลองเตย
    • เขตพื้นที่วัชรพล
    • เขตพื้นที่บางจาก
    • เขตพื้นที่ต่างจังหวัด
    40 ครอบครัว
    1. ช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวในเรื่องค่าใช่จ่าย
    2. ช่วยทำให้ครอบครัวผู้ยากไร้ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
    3. ช่วยให้คุณลักษณะชีวิตผู้ป่วยติเตียงที่มีฐานะยากจนมีความกำลังใจและความหวัง
    รูปภาพการดำเนินกิจกรรม


    วิดีโอการดำเนินกิจกรรม


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > สร้างอาคารศูนย์การเรียน ตชด.บ้านโกแประ

    สร้างอาคารเรียนที่ศูนย์การเรียน ตชด.บ้านโกแประ

    13 พฤศจิกายน 2023

    บ้านโกแประตั้งอยู่ที่ หมู่ 9 ตําบลแม่คง อําเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะทางจากหมู่บ้านถึงศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอนประมาณ 228 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 11 ชั่วโมง

    ทางมูลนิธิไอแคร์ จึงได้ดำเนินการสร้างอาคาเรียนให้กับนักเรียนบ้านไกล ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโกแประ ซึ่งสามารถรับนักเรียนได้ถึง 120 คน เพื่อมีโอกาสทางการศึกษาที่มากขึ้น ซึ่งการก่อสร้างนั้นแล้วเสร็จและได้ทำการเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2566

    ความประทับใจของผู้ที่ได้รับประโยชน์

     " ขอขอบคุณทางมูลนิธิไอแคร์เป็นอย่างยิ่ง ที่มีความพยายามอย่างสูงในการที่มาร่วมกันสนับสนุนอาคารเรียนในพื้นที่ ซึ่งมีความทุรกันดารจริงๆ ในการที่อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชน ที่เป็นความหวังดีของมูลนิธิไอแคร์ ประเทศไทย เป็นสิ่งที่ตื้นตันใจและอยากจะขอบคุณครับ " ด.ต.ชายแดน ภู่นายพล ครูใหญ่ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโกแประ

     " ขอขอบพระคุณมูลนิธิไอแคร์ ประเทศไทยเป็นอย่างสูง ที่ได้สนับสนุนมาสร้างอาคารเรียนใหม่ ที่ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโกแประ ให้การสนับสนุนการเรียนการสอนแห่งนี้ ทำให้เด็กนักเรียนของเรามีสถานที่ในการเรียนที่สะดวกสบาย ขอขอบพระคุณค่ะ " ส.ต.ท.หญิงสุธีรา แก้วตาสาละวิน

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ
    กลุ่มที่ได้รับประโยชน์อธิบายจำนวนที่ได้ประโยชน์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
    เด็กและเยาวชนนักเรียนที่ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโกแประ120 คนเด็กนักเรียนได้มีห้องเรียนที่เหมาะสมในการเรียน และเด็กนักเรียนที่บ้านไกลสามารถพักอาศัย เพื่อสะดวก ปลอดภัยในการเดินทางมาโรงเรียน
    รูปภาพการดำเนินกิจกรรม



    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > BLOSSOM กองทุนเพื่อการช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว

    ให้การช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว จำนวน 13 กรณี

    13 พฤศจิกายน 2023

    โครงการ BLOSSOM กองทุนเพื่อการช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว เป็นโครงการที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว ให้พ้นจากเหตุรุนแรง ผ่านการสนับสนุนค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน และค่าใช้จ่ายจำเป็นสำหรับการหาทีมช่วยเหลือมืออาชีพ ตั้งแต่ทนายความ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และผู้จัดการรายกรณี การช่วยเหลือผ่านกองทุนเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถทำให้ SHero สามารถสนับสนุนทีมอาสา และสนับสนุนให้ผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัวมีทางเลือกในการแก้ปัญหาในแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตนเอง โดยไม่ถูกจำกัดด้วยภาระค่าใช้จ่าย

    โครงการดำเนินมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2565 จนถึงเดือนตุลาคม 2566 กองทุนจากโครงการได้ถูกนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัวไปจำนวนทั้งหมด 13 กรณี และยังช่วยมีส่วนการขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรอาสาสมัครในการให้คำปรึกษาออนไลน์แก่ผู้เสียหายโดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกกว่า 200 กรณี

    การที่โครงการสนับสนุนทีมอาสา นอกจากจะเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัวแล้ว ผู้เป็นอาสาสมัคร ทั้งทนายอาสา และผู้จัดการกรณีอาสา ได้เรียนรู้และเป็นส่วนหนึ่งผู้ร่วมแก้ไขและช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว อาสาสมัครได้เรียนรู้ผ่านการช่วยเหลือ ทางคดีความ ซึ่งเป็นคดีความที่มีความละเอียดอ่อน ทำให้อาสาสมัครได้พัฒนาศักยภาพของตนเองในการปฏิบัติงาน ตั้งแต่ขั้นคัดกรอง ประเมินงาน ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือด้านคดีความเพื่อขอความคุ้มครองที่ชั้นศาล วางแผนการปลอดภัย และการติดต่อกับองค์กรอื่นๆ เพื่อส่งต่อ

    อาสาสามัครหลายท่านได้ชี้แจ้งว่าประสบการณ์อาสากับโครงการ ทำให้อาสาสมัครได้เรียนรู้และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้แก่ผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัวได้อย่างแท้จริง และโครงการสามารถสนับสนุนการทำงานของทีมอาสาของ SHero ได้ทั้งในแง่มุม การทำงานต่อผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว และการทำงานที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่องค์กรอื่นอีกด้วย

    สิ่งที่ทางองค์กรจะทำต่อไป คือการนำเงินจากกองทุนในโครงการไปใช้สนับสนุนทีมช่วยเหลือมืออาชีพ โดยเฉพาะทนายความ นักสงคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และผู้จัดการรายกรณี แก่ผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัวเป็นการต่อไป แต่อย่างไรก็ดี ทางองค์กรจะหาทางจัดการค่าใช้จ่ายต่อรายกรณีให้ได้คุ้มค่าและเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เช่น ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน เบี้ยเลี้ยงกรณีลงพื้นที่ เป็นต้น นอกจากนี้ทางองค์กรจะจัดทำข้อมูลถอดบทเรียน จากการช่วยเหลือรายกรณีนี้ เพื่อนำไปใช้ต่อในการเสนอแนะต่อภาครัฐในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวนี้อย่างรอบด้านมากขึ้น

    ความประทับใจของผู้ที่ได้รับประโยชน์

    “ ตั้งแต่ติดต่อ SHero และ SHero ให้การช่วยเหลือชีวิตก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมาก ตัวฉันและลูกไม่ต้องย้ายออกจากที่พักแต่เรามี safety plan และไม่ต้องย้ายที่อยู่ ทั้งยังรู้สึกปลอดภัย ฉันออกจากความสัมพันธ์ที่รุนแรงมาได้ 1 ปีครึ่งแล้วต้องขอบคุณ SHero ”  คุณ A (นามสมมติ) หนึ่งในผู้ได้รับการช่วยเหลือจาก SHero

    “ การขึ้นศาลเยาวชนและครอบครัวนั้นบางครั้งเราไม่มีทรัพยากรเพียงพอในการดำเนินการด้วยตนเอง ทีมของ SHero เป็นทีมงานสหวิทยาการทำให้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการช่วยเหลือเรา เพราะทีมงานมีทั้งผู้ดูแลเคสและทนายให้คำปรึกษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (Case management & Probono lawyers) ทำให้เราได้รับทั้งการช่วยเหลือทางด้านกฏหมายในการปฏิบัติการจริงและการให้ความช่วยเหลือทางด้านอารมณ์ รวมถึงการตอบคำถามที่เรามีจำนวนมากทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลงและรู้สึกได้รับการสนับสุนนในเส้นทางของกระบวนการยุติธรรม ” คุณ B (นามสมมติ)  หนึ่งในผู้ได้รับการช่วยเหลือจาก SHero 

    “ สำหรับตัวหนูเองรู้สึกประทับใจและขอบคุณพี่ๆ ในทีมทุกคนที่ช่วยเหลือเคสของหนูจนประสบผลสำเร็จ หนูเหมือนได้ชีวิตใหม่ไม่ต้องทนอยู่ไม่ต้องเสียเวลาชีวิตให้เขาคอยทำร้ายและควบคุมชีวิตหนูอีกต่อไป เหมือนหนูได้เติบโตได้ออกมามองโลกกว้างมากขึ้นรู้สึกรักตัวเองและรู้ว่าตัวเองมีความสามารถและมีคุณค่า  และหนูจะใช้ชีวิตใหม่นี้ให้ดีให้ปลอดภัย ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ” คุณ C (นามสมมติ) หนึ่งในผู้ได้รับการช่วยเหลือจาก SHero

     “ การทำงานร่วมกันเป็นทีมของอาสาสมัครจาก SHero ที่มีทั้งนักกฎหมาย นักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยา นอกจากจะทำให้ผู้เสียหายได้รับการดูแลในมิติที่กว้างขึ้นแล้ว ตัวอาสาสมัครผู้ปฏิบัติงานเองก็ได้รับการโอบอุ้ม ได้รับกำลังใจ และเสริมสร้างความมั่นใจให้กันและกันได้อย่างดีด้วย เพราะในหลายกรณี ทีมอาสาสมัครของ SHero จำเป็นต้องเป็นปากเป็นเสียงให้ผู้เสียหาย ต้องเป็นตัวแทนในการเรียกร้อง และต่อสู้กับอคติ ความไม่เข้าใจ และระบบราชการที่ไม่เป็นมิตรและละเอีอดอ่อนกับผู้เสียหายที่ถูกลดทอนพลังและมีบาดแผลจากสถานการณ์ความรุนแรงมาแต่เดิมแล้ว การทำงานป็นทีมสหวิชาชีพเล็กๆ ของ SHero จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรทั้งต่อผู้เสียหาย และอาสาสมัคร ทั้งยังเป็นตัวอย่างงที่ดีให้กับหน่วยงานอื่นๆ ได้ด้วย ” นักสังคมสงเคราะห์อาสา

     “ สิ่งที่ประทับใจสำหรับ SHero คือ การที่ SHero เป็นองค์กรที่มีค่านิยมองค์กร (core value) ที่เข้มแข็งและแน่ชัดมาก ทุกครั้งที่มีผู้เสียหายส่งเรื่องร้องเรียนเข้ามา องค์กรพยายามที่จะช่วยเหลือทุกเคสอย่างเต็มความสามารถที่สุด การทำงานปราศจากอคติและไม่มีเรื่องของการเมืองเข้าแทรกแซงที่จะทำให้เราทำงานอย่างไม่สะดวกหรือไม่สบายใจ นอกจากนั้น SHero ยังคอยให้ความรู้เพิ่มเติมกับอาสาทึ่เข้ามาช่วยทำงานตลอด ทำให้การทำงานง่ายและสำเร็จได้จริงๆ ” ทนายความอาสา 

     “ ได้รับการความช่วยเหลือทั้งด้านงาน ความรู้ และสุขภาพจิต จากคนทำงานด้วยกันเป็นอย่างดี ทุกๆคนช่วยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน อะไรที่เราไม่รู้ ทุกคนยินดีให้ความช่วยเหลือเสมอ รู้สึกประทับใจคนในองค์กรและการทำงานของคนในองค์กรมากๆ ช่วยทำให้เรามีกำลังใจและไม่ท้อในการที่จะช่วยเหลือเคสต่อ อีกทั้งเวลาเราช่วยเหลือเคสแต่ละเคสจนสำเร็จแล้ว เราได้เห็นเคสมีความสุขและรู้สึกปลอดภัย นั่นทำให้เรารู้สึกดีใจมากๆและภูมิใจกับตัวเองเหมือนกันที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือคนๆ หนึ่งให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและปลอดภัยได้ในแบบที่เขาควรได้รับ นอกจากนี้เรายังได้เรียนรู้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นด้านกระบวนการทำงาน ความคิด สภาพสังคม การบังคับใช้กฎหมาย หรือสภาพจิตใจของเคส การเรียนรู้จากการทำงาน ทำให้รู้สึกอยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันกฎหมายให้ดีขึ้น และแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้างสังคม ” ทนายความอาสา 

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ
    กลุ่มที่ได้รับประโยชน์อธิบายจำนวนที่ได้ประโยชน์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
    กลุ่มคนเปราะบางผู้ประสบความรุนแรง13 คนผู้ได้รับประโยชน์ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือทางด้านจิตใจ สังคมและด้านกฎหมายเพื่อเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างปลอดภัยและได้รับความคุ้มครองจากกฎหมาย ได้รับความเป็นธรรมและใช้ชีวิตปราศจากความกลัว 
    อื่นๆทนายอาสาและผู้จัดการกรณีอาสา16 คนพัฒนาองค์ความรู้ ทัศนคติ ทักษะในการทำงานช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ
    รูปภาพการดำเนินกิจกรรม

    **  เนื่องจากการทำงานคดีเป็นข้อมูลความลับ จึงไม่สามารถนำเสนอรูปเกี่ยวกับการทำคดีโดยตรงได้ ขอนำเสนอการทำงานประชุมคดีและการอบรมระหว่างทีมแทน อย่างไรก็ตาม ในการทำอบรมทรัพยากรของทีม ไม่ได้มีการใช้งบประมาณจากกองทุนที่ระดมผ่านเทใจแต่อย่างใด **



    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > บุญ-ส่ง: สมทบทุนจัดซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับ 400 ชุด

    ส่งมอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับให้ผู้สูงอายุติดเตียง

    10 พฤศจิกายน 2023

    แคมเปญ “บุญ” : สมทบทุน เพื่อจัดซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับรวมจำนวน 400 ชุด เป็นแคมเปญที่จัดขึ้นโดยมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี เพื่อต้องการช่วยเหลือกลุ่มผู้สูงอายุในครอบครัวที่มีรายได้น้อยหรือไม่มีครอบครัวดูแลอย่างใกล้ชิด และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้เวชภัณฑ์ที่ถูกสุขอนามัยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการติดเชื้อและอื่นๆตามมา

    ระยะเวลาเปิดระดมทุนที่ร่วมกับเทใจดอทคอม ตั้งแต่ 17 กรกฎาคม - 4 ตุลาคม 2566 มีผู้เข้าร่วมระดมทุนจำนวน 231 คน ยอดบริจาค 110,274 บาท

    ทางมูลนิธิอินเทอร์เน็ตฯ จัดส่งมอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับ ให้กับ 2 จังหวัด คือ

    1. ชุมชนพื้นที่ร่มเกล้า ลาดกระบัง กรุงเทพฯ ส่งมอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่จำนวน 158 ห่อ แผ่นรองซับ 120 ห่อ จำนวนผู้ได้รับของ 100 คน
    2. พื้นที่ใน อ.เมือง จ.ระยอง ส่งมอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่จำนวน 107 ห่อ แผ่นรองซับ 130 ห่อ จำนวนผู้ได้รับของ 100 คน

    สิ่งที่ได้จากการทำโครงการ 

    • ครอบครัวของกลุ่มผู้สูงอายุที่ครอบครัวมีรายได้น้อยได้นำของที่รับบริจาคไปใช้ประโยชน์และลดค่าใช้จ่ายในการซื้อเวชภัณฑ์
    • กลุ่มอาสาสมัครที่เข้าไปช่วยดูแลผู้สูงอายุที่ไม่มีคนดูแลอย่างใกล้ชิด ได้นำผ้าอ้อมผู้ใหญ่ไปใช้ได้ทันเหตุการณ์และแบ่งเบาค่าใช้จ่าย เนื่องจากบ่อยครั้งที่อาสาสมัครจัดหาผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับเองเพราะมีความล่าช้าในการเบิกกับส่วนกลาง (พม.)
    • รอยยิ้มและความปลาบปลื้มที่ผู้สูงอายุรู้สึกได้รับความใส่ใจ ไม่ถูกลืม

    ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

    ก่อน : ครอบครัวของผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือ บางครอบครัวมีความกังวลในเรื่องการได้รับของบริจาค กลัวว่าไม่ได้รับสิทธิแม้จะอยู่ในชุมชนของกลุ่มเป้าหมายก็ตาม อีกทั้งกลุ่มอาสาสมัครมีความต้องการให้มาช่วยเหลือเรื่องผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบต่อเนื่อง ไม่อยากให้มาครั้งเดียวแล้วหายไป

    หลัง : ได้มีการประสานข้อมูลและเน้นย้ำไปยังตัวแทนผู้รับมอบ ให้มีการกระจายไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ อย่างทั่วถึง เช่น ชุมชนร่มเกล้าแบ่งสายดำเนินงานออกเป็น 10 สาย 10 หมู่บ้าน เพื่อส่งมอบและกระจายไปยังผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือ ในส่วนของ จ.ระยอง ส่งมอบที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดระยอง และมี พมจ. เข้ามารับทราบและช่วยกำกับดูแลการนำไปใช้

    ข้อสรุป จากการสำรวจพื้นที่รับมอบ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่มีความต้องการสูงมากในสังคมผู้สูงอายุ และเนื่องจากสินค้ามีราคาสูงและปริมาณการใช้ต่อวันมากสุด คือ 3-4 แผ่น ทำให้ค่าใช้จ่ายในการซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่สูงมากในแต่ละเดือน ทำให้แคมเปญ “บุญ” เป็นหนึ่งในแคมเปญที่ช่วยเหลือทั้งด้านทุนทรัพย์และจิตใจต่อผู้รับเป็นอย่างมาก

    ความประทับใจของผู้ที่ได้รับประโยชน์ 

     “ ดีใจมากๆ และขอขอบพระคุณแทนผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงทุกท่านในชุมชน ที่ได้รับการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับในครั้งนี้ ที่ได้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วย ซึ่งในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างมากอยู่แล้ว ” นางสมพร เกี้ยวกลาง รองประธานชุมชมผู้สูงอายุ ศูนย์บริการสาธารณสุข 45 ร่มเกล้า ลาดกระบัง กรุงเทพฯ

     “ ปกติใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่อย่างน้อย 3 ชิ้นต่อวันตัวโต๊ะเองก็เป็นเบาหวาน ทำให้ต้องปัสสาวะบ่อยๆ ไม่อยากทิ้งไว้นานกลัวจะเป็นแผลกดทับ เลยทำให้ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อย และในส่วนนี้มีผู้ดูแล มาช่วยเปลี่ยนและดูแลให้เนื่องจากที่บ้านมีผู้สูงอายุจำนวน 2 คน และต้องขอขอบคุณทางมูลนิธิที่มามอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้ในวันนี้ ” นางมีเลาะ มูฮำหมัด ผู้สูงอายุทีได้รับมอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่บ้านเลขที่ 12 ซอยเคหะร่มเกล้า 64 แขวงคลองสองต้นนุ่น แขวงลาดกระบัง กรุงเทพฯ

     “ ขอขอบคุณทางมูลนิธิฯ ในการช่วยเหลือในครั้งนี้ที่สามารถแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับ ซึ่งในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ 2,000 บาทต่อเดือน ” คุณแผ่ว บำรุงพงษ์ ผู้ดูแลผู้สูงอายุและติดเตียง อ.เมือง จ.ระยอง

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ
    กลุ่มที่ได้รับประโยชน์อธิบายจำนวนที่ได้ประโยชน์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
    ผู้สูงอายุ
    • ผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง/ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ในพื้นที่ชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กทม.
    • ผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง/ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในพื้นที่ตำบลห้วยโป่ง และตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
    200 คนผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียง/ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จะได้รับการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายเรื่องผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับ เนื่องจากสินค้าเหล่านี้มีราคาสูงและความถี่ในการใช้งานต่อวันมากสุดถึง 4 แผ่น เพื่อสุขอนามัยที่ดี
    ไม่ก่อให้เกิดปัญหาการติดเชื้อตามมา
    รูปภาพการดำเนินกิจกรรม


    วิดีโอการดำเนินกิจกรรม


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > เชื่อมสุขส่งเตียงให้ผู้ป่วยติดเตียงยากไร้

    ส่งต่อเตียงให้กับผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ จำนวน 22 ราย

    10 พฤศจิกายน 2023

    ในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน 2566 มูลนิธิฯ ได้รับบริจาคเตียงจากผู้มีจิตศรัทธา และดำเนินการส่งต่อให้กับผู้ป่วยติดเตียง และผู้สูงอายุยากไร้ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ในเขตจังหวัดกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จำนวน 22 ราย ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้ได้รับความสะดวกสบายและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นการแบ่งเบาภาระทางด้านการเงิน ที่จะต้องจัดหา/ซื้อเตียงเอง รวมถึงได้แบ่งเบาภาระผู้ดูแลผู้ป่วยด้วย

    รายละเอียดการรับส่งเตียงในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน  2566

    ความประทับใจของผู้ที่ได้รับประโยชน์

      “ มูลนิธิฯ ได้ให้ความอนุเคราะห์ส่งเตียงผู้ป่วยถึงบ้าน คุณพ่อดีใจมาก เพราะทำให้การนอนหลับดีขึ้น คนดูแลก็สะดวกสบายขึ้น โดยเฉพาะการป้อนอาหาร อาบน้ำ หรือเปลี่ยนแพมเพิร์ส ต้องขอขอบคุณทั้งผู้บริจาค และมูลนิธิฯ ที่มีจิตเมตตาแก่ผู้ยากไร้ ” คุณทวีรัตน์ สังข์อยู่ เป็นบุตรสาวและผู้ดูแล คุณสำนวน สังข์อยู่ อายุ 73 ปี ผู้ป่วยอาการน้ำเกินในโพรงสมอง และกล้ามเนื้ออ่อนแรง

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ
    กลุ่มที่ได้รับประโยชน์อธิบายจำนวนที่ได้ประโยชน์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
    ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาสผู้ป่วยติดเตียง และผู้สูงอายุยากไร้ ฐานะยากจน ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ที่ไม่สามารถจัดหา หรือซื้อเตียงและอุปกรณ์ช่วยเหลือเองได้ 22 คน
    1. ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระแก่ผู้ดูแลผู้ป่วย
    2. ค่าใช้จ่ายต่อครอบครัวลดลง
    3. ทำให้คุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตของคนในครอบครัวดีขึ้น
     รูปภาพการดำเนินกิจกรรม


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > แว่นตาเพื่อเด็กดาวน์ซินโดรม

    มอบแว่นสายตาให้เด็กดาวน์ซินโดรม 20 คน

    6 พฤศจิกายน 2023

    มูลนิธิฯ มีหน่วยงานที่ทำการฟื้นฟูสมรรถภาพบุคคลพิการทางสติปัญญา ด้านการแพทย์ การศึกษา การฝึกอาชีพ และการสังคมระดับต่างๆ โดยมีศูนย์ฯ และโรงเรียนที่ให้บริการจำนวน 8 แห่ง ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 5 แห่ง โดยเด็กหลายคนมีอาการสายตาสั้น หลังจากที่ได้รับแว่นตาแล้วนั้นมีความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ดังต่อไปนี้

    • ช่วยให้เด็กพิการทางสติปัญญาที่มีปัญหาสายตาได้รับการรักษาและจัดหาแว่นตาที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถเรียนรู้และฝึกฝนทักษะ จนสามารถช่วยเหลือตัวเองได้
    • ลดภาระการดูแลของครอบครัว เมื่อเด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองได้
    • ได้เรียนหนังสือ มีอาชีพ มีรายได้ ไปจนถึงสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้
    • มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

    มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้รับเงินระดมทุนทั้งหมด 66,058 บาท เพื่อดำเนินโครงการการแว่นตาเพื่อเด็กดาวน์ซินโดรม 60,000 บาท และเงินคงเหลือ 6,058 บาท มูลนิธิคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยนำไปดูเด็กที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ ต่อไป

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ
    กลุ่มที่ได้รับประโยชน์อธิบายจำนวนที่ได้ประโยชน์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
    ผู้พิการและผู้ป่วย
    เด็กพิการทางสติปัญญา20 คนเด็กพิการทางสติปัญญาได้แว่นตาช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น 
    รูปภาพการดำเนินกิจกรรม


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ถ้าขอพรได้ 1 ข้อ "หนูอยากเดินได้" น้องใบเตย เด็กหญิงเก่งหัวใจแกร่ง

    น้องใบเตยได้รับขาเทียมและได้ฝึกเดินก้าวแรกแล้ว

    6 พฤศจิกายน 2023

    “น้องใบเตย” อายุ 10 ปี ผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา เกิดมาพิการซ้ำซ้อน “เพดานโหว่ ลิ้นไก่สั้น หัวใจรั่ว ลำตัวคด ใบหน้าบิดเบี้ยว มีขาเล็กลีบ 1 ข้าง รูหูตีบเล็ก และไม่มีรูทวาร” เคยฝันว่าอยากมีโอกาสก้าวเดิน

    และเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 เธอได้รับขาเทียมและได้ฝึกเดินก้าวแรกแล้ว หลังมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. ประสานการช่วยเหลือน้องใบเตย เพื่อเข้ารับการรักษาที่สถาบันสิรินธร เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ จ.นนทบุรี โดยแพทย์เฉพาะทางได้หล่อแบบอุปกรณ์เสริม (ขาเทียม) สอนฝึกกายภาพ พร้อมมอบวอร์คเกอร์อุปกรณ์ช่วยพยุงตัวเดินกลับไปหัดเดินที่บ้านหลังสวมขาเทียม

    แม้เธอจะเดินได้เพียงแค่ก้าวได้แค่สั้นๆ ก็ดีใจมาก “เพราะหนูอยากช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด” น้องใบเตยพูดด้วยรอยยิ้มกว้างสดใส

    ปัจจุบันนี้น้องใบเตยยังคงต้องฝึกเดินและยังต้องเดินทางไปที่สถาบันสิรินธรฯ เพื่อปรับขาเทียมให้สามารถพยุงตัวและเดินได้โดยไม่เจ็บขา เพราะเนื่องจากลำตัวน้องใบเตยผิดรูป จึงไม่สามารถเดินได้และทรงตัวนานๆ ได้

    หากน้องใบเตยมีอาการเจ็บขาในขณะฝึกเดินในชีวิตประจำวัน พ่อน้องใบเตยจะนัดกับคุณหมอเพื่อเดินทางไปพบเพื่อนำขาเทียมไปปรับให้เหมาะกับสรีระร่างกาย นอกจากนี้น้องใบเตยยังคงต้องกินอาหารเสริมทุกวันเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงกระดูกและกล้ามเนื้อของร่างกาย

    ทั้งนี้ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจบุญทุกท่านที่บริจาคเงินช่วยเหลือน้องใบเตย

    รูปภาพการดำเนินกิจกรรม


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > โครงการลมหายใจใต้น้ำ เพื่อ 1,000 ชีวิต พ้นวิกฤตจมน้ำ

    ดำเนินการสอนเด็กนักเรียนว่ายน้ำ จำนวน 893 คน

    6 พฤศจิกายน 2023

    กำหนดการโครงการ : วันที่ 26 มิถุนายน - 27 ตุลาคม 2566
    โดยผู้จัดทำโครงการ สามารถดำเนินโครงการได้ จำนวน 893 คน ( อีก 107 คน จะทำการสอนในช่วงที่ 2 คือ เดือนมีนาคม - เมษายน 2567 เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่ เข้าสู่ฤดูหนาวทำให้ไม่สามารถทำโครงการต่อได้ )

     สถานที่ในการใช้สอนว่ายน้ำ

    • เชียงใหม่ สระว่ายน้ำ Bronco House, สระว่ายน้ำ Bronco Kids Sport club
    • เชียงราย สระว่ายน้ำ สินธานี 10
    • แม่ฮ่องสอน สระว่ายน้ำโรงเรียนขุนยวมวิทยา

    รายละเอียดการสอน 

    • การเรียนการสอนจัดในช่วงวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-12.00 น.
    • หนึ่งกลุ่มจะได้เรียนทั้งหมด 5 วัน ในหลักสูตรว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด
    • จัดการเรียนการสอนกลุ่มละ 25-30 คน/กลุ่ม/ครู 4-5 คน

    การเดินทาง : การเรียนการสอนอยู่ในช่วงเวลาคาบเรียนปกติ ทำให้สามารถควบคุมการมาของจำนวนนักเรียนได้ (เนื่องจากโรงเรียนพามา) ซึ่งมอบหมายให้ทางโรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการเดินทางของนักเรียน ส่วนผู้รับผิดชอบโครงการจะเป็นผู้รับผิดชอบอุปกรณ์ว่ายน้ำ, ชุดว่ายน้ำ, ค่าเรียน และค่าลงสระทั้งหมด โดยไม่มีการเรียกเก็บการเรียนการสอนในโครงการนี้

    อุปสรรคการดำเนินโครงการ

    1. ช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนเป็นช่วงฤดูฝนของจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้บางสัปดาห์ต้องมีการหยุดการเรียนการสอนและชดเชยในสัปดาห์ต่อไป สภาพอากาศจึงเป็นตัวแปรสำคัญในการทำโครงการ
    2. ในโครงการไม่สามารถเบิกค่าเดินทางของโรงเรียนได้ เนื่องจากไม่ได้เขียนในงบประมาณ และโรงเรียนหลายแห่งไม่มีงบประมาณในการเดินทางทำให้พลาดการเข้าร่วมโครงการนี้
    3. นักเรียนผู้หญิงบางส่วนมีอุปสรรคเกี่ยวกับเรื่องรอบเดือน ทำให้บางวันต้องหยุดเรียนการเรียนการสอนจึงไม่ต่อเนื่อง
    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ 
    กลุ่มที่ได้รับประโยชน์ อธิบายจำนวนที่ได้ประโยชน์ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
    เด็กและเยาวชน

    นักเรียนจาก

    1. โรงเรียนเทศบาล 8 เชียงราย
    2. โรงเรียนห้วยทรายขาว
    3. โรงเรียนบ้านป่ายางหลวง
    4. โรงเรียนบ้านเวียงกือนา
    5. โรงเรียนสหศาสตร์
    6. โรงเรียนบ้านต้นผึ้ง
    7. โรงเรียนบ้านพระนอนหอพระ
    8. โรงเรียนบ้านแม่โป่ง
    9. โรงเรียนเมตตาศึกษา
    10. โรงเรียนวัดขะจาว
    11. โรงเรียนวัดป่าตัน
    12. โรงเรียนวัดสวนดอก
    13. โรงเรียนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
    14. มูลนิธิ kids ask Foundation
    893 คน
    • มีความรู้ความเข้าใจ เรื่องความปลอดภัยทางน้ำ
    • เอาตัวรอดในท่าลูกหมาตกน้ำ ระยะ 15 เมตรได้
    • เอาตัวรอดในท่า เตะน้ำหงาย ระยะ 15 เมตรได้
    • เตะน้ำคว่ำ สลับเตะน้ำหงาย ระยะ 15 เมตรได้
    • เอาตัวรอดในท่ากอดขวดได้
    รูปภาพการดำเนินกิจกรรม


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > Save Drop Out Students ต่อลมหายใจให้น้องได้เรียนจบ (อีกครั้ง)

    มอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียน จำนวน 34 ทุน

    3 พฤศจิกายน 2023

    ตามที่มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา (EDF) ได้ทำโครงการระดมทุน “ Save Drop Out Students ต่อลมหายใจให้น้องได้เรียนจบ (อีกครั้ง) ” ผ่านเว็บไซต์เทใจดอทคอม ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2566 จนถึง วันที่ 31 มิถุนายน 2566 เพื่อจะนำเงินบริจาคไปเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนชั้นม.2 หรือ ม.3 จำนวน 150 คน คนละ 2,000 บาท ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนประถมขยายโอกาสขนาดเล็กในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยนั้น หลังจากปิดโครงการสามารถระดมทุนที่สามารถนำไปจัดสรรเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้ทั้งหมด 34 ทุน และจัดสรรอีกส่วนหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการประเมิน ติดตามข้อมูลเด็กที่ได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้

    ก่อนการโอนเงินทุนการศึกษานั้น มูลนิธิ EDF ได้ร่วมมือกับโรงเรียนแต่ละโรงเรียนในการช่วยคัดเลือกเด็กนักเรียนชั้น ม.2 และ ม.3 ที่มีคุณสมบัติโดยทั่วไปดังต่อไปนี้

    1. เป็นนักเรียนที่กำลังเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หรือ 3
    2. ครอบครัวมีฐานะยากจน โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อปีต่ำกว่า 50,000-70,000 บาท
    3. ไม่เป็นบุตรข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานท้องถิ่นของรัฐหรือลูกจ้างประจำ
    4. เป็นผู้ที่สนใจ ฝักใฝ่การศึกษา มีความประพฤติเรียบร้อย มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง และบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

    เพื่อเสนอชื่อขอรับทุนการศึกษา โดยพิจารณาร่วมกับจดหมายแนะนำตัวพร้อมรูปถ่ายที่ถ่ายคู่กับที่อยู่อาศัย หลังจากพิจารณาข้อมูลเหล่านี้แล้ว ทางฝ่ายทุนการศึกษาจะทำการเช็คข้อมูลบัญชีธนาคารของเด็กนักเรียนแต่ละคนก่อนจะทำการโอนทุนการศึกษา (บางกรณีอาจจะโอนไปที่บัญชีธนาคารของโรงเรียนก่อน) และหลังจากเงินทุนการศึกษาเข้าบัญชีธนาคารของเด็กนักเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณครูที่ดูแลโครงการทุนการศึกษาจะทำการสแกนหน้าบัญชีธนาคารที่มีเงินเข้าและส่งมาในระบบของงานทุนการศึกษาของมูลนิธิเพื่อเป็นหลักฐานต่อไป

    นอกจากนั้น คุณครูที่ดูแลเรื่องงานทุนการศึกษาจะเป็นผู้ดูแลสมุดบัญชีธนาคารของเด็กนักเรียนทุนทุกคน ดังนั้นผู้บริจาคจึงมั่นใจได้ว่าเงินทุนที่เด็กๆต้องการถอนไปใช้จ่ายนั้นจะนำไปใช้เกี่ยวกับการศึกษาแต่เพียงอย่างเดียว

    รายชื่อนักเรียนทุนที่ได้รับทุนการศึกษาจากโครงการ “ Save Drop Out Students ต่อลมหายใจให้น้องได้เรียนจบ (อีกครั้ง) ” โดยแบ่งเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 34 คน ได้แก่


    ความประทับใจของผู้ที่ได้รับประโยชน์

     " ผมอยู่กับตายาย แม่ น้าและน้องฝาแฝด พ่อกับแม่แยกทางกัน ตาผมทำนาส่วนยายรับจ้างทำงานทั่วไป ปัจจุบันกำลังเรียนชั้นม.3 เป็นรองประธานนักเรียนและเป็นสมาชิกวงโปงลางของโรงเรียน ดูแลน้องๆ ในวงทั้งนักดนตรีและนางรำ และคิดว่าหลังจากจบม.3 แล้วจะสอบเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยนาฏศิลป์กาฬสินธุ์ สาขาวิชาดนตรีพื้นบ้านเพราะผมมีความชอบทางด้านดนตรี และผมอยากจะถ่ายทอดความรู้นี้ให้แก่น้องๆ รุ่นต่อไปด้วยครับ
    ผมขอขอบคุณผู้บริจาคเป็นอย่างสูงที่มอบทุนการศึกษาให้ผม ทำให้ผมมีชีวิตการศึกษาที่ดีขึ้นเพราะได้นำทุนการศึกษามาซื้ออุปกรณ์การเรียนและใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาในชีวิตประจำวัน และหวังว่าจะได้รับทุนการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาในระดับสูง และขออวยพรให้ผู้บริจาคมีแต่ความสุข สุขภาพแข็งแรงครับ " เด็กชายสุภวัฒน์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสุ่มเส้าวิทยา จ.อุดรธานี

     " พ่อกับแม่ของดิฉันแยกทางกันต่างคนต่างไปมีครอบครัวใหม่ ดิฉันจึงอาศัยอยู่กับตายาย และน้องสาวต่างบิดาอีก 1 คน รายได้ในครอบครัวได้มาจากตาและยายที่ทำงานรับจ้างทั่วไป ดิฉันจึงช่วยงานบ้านทุกอย่างที่ทำได้เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของตาและยาย ดิฉันชอบเรียนวิชาภาษาไทยมากและเป็นวิชาที่ได้คะแนนสูงสุด นอกจากนั้นดิฉันยังมีความสามารถในการร้องเพลง เคยได้เป็นตัวแทนนักเรียนไปร่วมแข่งกิจกรรมการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งระดับอำเภอด้วย
    ดิฉันสัญญาว่าจะนำทุนการศึกษาที่ท่านให้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในด้านการศึกษา และหลังจากจบชั้นม.3 แล้ว ดิฉันอยากเรียนต่อในสายอาชีพ แผนกการตลาด เพราะเรียนสายอาชีพจะได้ฝึกงานและมีรายได้เพื่อที่จะช่วยค่าใช้จ่ายในครอบครัวและมีเงินสำหรับการเรียนจนจบ 3 ปีต่อไป "
    เด็กหญิงวิชญาดา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวังยาวเจริญวิทย์ จ.ร้อยเอ็ด

     " ผมอยู่กับตาและยาย ส่วนพ่อกับแม่อยู่อีกบ้านหนึ่ง ยายของผมมีโรคประจำตัวเลยทำให้ไม่สามารถทำงานหนักได้ ผมจึงต้องช่วยท่านทำงานบ้าน ส่วนพ่อกับแม่ของผมทำงานรับจ้างกรีดยางพาราและรับจ้างทำการเกษตรทั่วไป แต่ช่วงนี้ราคายางตกต่ำทำให้รายได้ลดลงมาก ผมจึงต้องประหยัดและอดออมเพื่อเป็นการช่วยพ่อแม่ พ่อแม่อยากให้ผมเรียนสูงๆ แต่ท่านก็บอกว่าไม่มีเงินส่งให้เรียน แต่ท่านก็พยายามทำงานหนักเพื่อให้ผมได้เรียน ผมสงสารทั้งสองคนมาก ทุนการศึกษานี้จึงจำเป็นและเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผม เพราะเป็นกำลังใจที่สำคัญ ผมขอขอบคุณผู้ที่มอบโอกาสและความเมตตานี้แก่ผมและจะขอใช้โอกาสนี้พัฒนาตัวเองให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดี สามารถดูแลตัวเอง ครอบครัวและช่วยเหลือสังคมครับ " เด็กชายคฑาวุธ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านท่าไร่ไทยเจริญ จ.บึงกาฬ

     " ครอบครัวหนูมีด้วยกัน 3 คนคือตัวหนู แม่และน้องชาย แม่ทำอาชีพขายกาแฟอยู่หน้าห้องเช่า ส่วนน้องของกำลังเรียนอยู่ชั้นม.1 ครอบครัวเรามีฐานะยากจน มีรายได้น้อย แต่แม่ก็พยายามทำงานหนักเพื่อหาเงินมาส่งให้หนูและน้องได้เรียน หนูจึงช่วยแบ่งเบาภาระของแม่โดยการช่วยเหลืองานบ้านทุกอย่าง ช่วยตั้งร้านและเก็บร้าน และในวันหยุดเสาร์อาทิตย์หนูก็จะไปรับจ้างทำความสะอาดร้านขายเนื้อวัวในตลาดสดเมืองสุรินทร์ที่หนูจะได้ค่าจ้างครั้งละ 200 บาท หนูมีความสุขมากกับการมาโรงเรียน มีเพื่อนและสภาพแวดล้อมที่ดี หนูภูมิใจมากที่สามารถเรียนโรงเรียนนี้ได้และหวังว่าจะได้เรียนต่อชั้นม.ปลายที่นี่ หนูอยากจะเรียนสายภาษาและอยากประกอบอาชีพล่ามแปลภาษาในอนาคต
    นอกจากนั้นหนูยังชอบเรียนวิชาการงานอาชีพมากเพราะหนูชอบเย็บปักถักร้อย ความสามารถพิเศษอื่นๆที่มีคือเล่นซออู้ได้ ทุนการศึกษาที่ท่านผู้บริจาคได้มอบให้นั้นมีประโยชน์กับครอบครัวหนูมาก หนูจะนำไปใช้จ่ายเป็นค่าบำรุงการศึกษาและค่าใช้จ่ายในโรงเรียนในแต่ละวัน หนูขอขอบพระคุณท่านที่ให้ทุนการศึกษาแก่หนู และขอสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนและเป็นเด็กดี ขอขอบพระคุณค่ะ "
    เด็กหญิงธัญวรัตน์ นักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนสิรินธร 360 จ.สุรินทร์

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ
    กลุ่มที่ได้รับประโยชน์อธิบายจำนวนที่ได้ประโยชน์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
    เด็กและเยาวชนเด็กนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษาทั้งหมดอาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ34 คนเด็กนักเรียนทั้ง 34 คนเป็นนักเรียนที่มีคุณสมบัติที่สมควรได้รับทุนการศึกษา และเด็กนักเรียนส่วนมากอาศัยอยู่กับผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้หรือมีรายได้น้อย ดังนั้นทุนการศึกษาที่ได้รับเด็กๆ จะสามารถนำไปซื้ออุปกรณ์การเรียนต่างๆ ได้ซึ่งเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว และทุนการศึกษายังช่วยป้องกันไม่ให้เด็กๆ ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนเนื่องจากความขัดสนของครอบครัวอีกด้วย
    วิดีโอจากเด็กที่ได้รับทุน

    อ่านต่อ