ความเคลื่อนไหว

  • ความคืบหน้าโครงการ > ปรับปรุงห้องทันตกรรม รพ.ค่ายวิภาวดีรังสิต

    จัดซื้อเครื่องมือทันตกรรม รพ.ค่ายวิภาวดีรัสิต

    22 พฤศจิกายน 2018

    หลังจากที่ได้เตรียมวางแผนการจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือในเบื้องต้น เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีเครื่องมือบางชนิดได้ชำรุด ดังนั้น ทางทันตแพทย์ ฐนกร ตั้งวงศ์วราชัย หัวหน้าแผนกทันตกรรม โรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต จังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงได้มีการปรับเปลี่ยนการจัดซื้อเครื่องมือตามความจำเป็น และความต้องการเร่งด่วนของโรงพยาบาล

    รายการจัดซื้อเครื่องมือ

    1.เครื่องกรอสำหรับงานศัลยกรรม, ผ่าฟันคุด ราคา 145,000 บาท

    มีความจำเป็นต้องจัดหาเครื่องใหม่ เนื่องจากเครื่องที่รพ.มีอยู่เดิม(จัดหาเมื่อปี 2551) ชำรุด และค่าซ่อมเกินกว่า 40% ของราคาเต็ม ซึ่งไม่สามารถขออนุมัติซ่อมแซมได้ (ไม่คุ้มค่าต่อการซ่อมแซม)

    2.เครื่องขูดหินปูนชนิด piezo-electric ราคา 35,000 บาท

    3.เครื่องฉายแสงวัสดุอุดฟัน ราคา 25,000 บาท

    งบประมาณในการจัดหาเครื่องมือทั้ง 3 เครื่อง ทั้งหมด 205,000 บาท ซึ่งเป็นงบบริจาคจากเว็บไซต์เทใจ 141,140 บาท และงบบริจาคที่คงเหลือในบัญชีรับบริจาคของ รพ. 63,860 บาท

    ขั้นตอนต่อไปจะนำเครื่องมือทุกชิ้นที่จัดหาจากงบบริจาคเข้าบัญชีคุม เป็นสิ่งอุปกรณ์ของรพ.ต่อไป และทำการปรับปรุงห้องทันตกรรมให้มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อไป

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > สร้างโรงอาหารชุมชนบ้านสวนอ้อย

    โรงอาหารชุมชนบ้านสวนอ้อยเสร็จ 100 %

    20 พฤศจิกายน 2018

    หลังจากที่ทางชุมชนบ้านสวนอ้อยได้มีการระดมทุนในการก่อสร้างโรงอาหารชุมชน  ทุกฝ่ายได้ให้ความร่วมมือตามแผนที่ได้วางไว้เป็นอย่างดีนั้นทำให้การดำเนินงานในครั้งนี้สำเร็จตามเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้เป็นอย่างดีทุกประการ

    จากอดีตที่ผ่านมาเวลาที่เด็กๆและเยางวชนมาร่วมกิจกรรมเขาจะมีอุปสรรค์เวลาที่จะต้องรับประทานอาหาร ไม่มีที่ทานอาหาร ทั้งพื้นที่ไม่สะดวก สะอาดไม่ถูกสุขอนามัย แต่หลังจากที่ได้มีการสร้างโรงอาหารแล้วเวลาที่เด็กๆมาร่วมกิจกรรมก็ไม่ต้องมีความกังกลอีกเพราะเรามีโรงอาหารที่สะอาดปลอดภัยและถูกสุขอนามัย สะอาด สำหรับเด็กที่เข้าร่วมกิจกรรม

    หลังจากสร้างโรงอาหารชุมชนทางคณะกรรมการได้มีการติดตามและประเมินผล พบว่าเด็กๆทุกคนมีความสุขเวลาที่มาร่วมกิจกรรม  ชุมชนเองมีความสามัคคคี มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเด็กอยากมาร่วมกิจกรรมกับศูนย์การพัฒนาเด็กของชุมชนมากขึ้น มีความสุขมากขึ้นการพัฒนามีประสิทธิภาพมากขึ้น

    อยากจะขอบคุณผู้สนับสนุนเป็นอย่างมากที่ท่านได้ให้การสนับสุนในครั้งนี้ การสนับสนุนของท่านในครั้งนี้เป็น พระพรอย่างมากต่อชีวิตของเด็กๆและคนในชุมชนทำให้เห็นความรักและความสามัคคีของคนในชุมชน ความสุขของเด็กๆเวลาที่มาร่วมกิจกรรม กิจกรรมนี้จะไม่สำเร็จหากไม่ได้รับการสนุนจากท่าน


    ด.ญ.สโรชา มะโนวงศ์ อายุ 15 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

    "หนูเป็นคนหนึ่งที่ชอบมาร่วมกิจกรรมกับทางชุมเพราะเวลามาร่วมกิจกรรมทำให้หนูได้เรียนรู้หลายๆอย่างที่หนูไม่เคยเรียนในโรงเรียน ทำให้หนูได้รับประสบการณ์มากมาย แต่มีสิ่งหนึ่งที่เป็นอุปสรรค์เวลามาร่วมกิจกรรมกับ โครงการ คือไม่มีโรงอาหารเวลากินข้าวเที่ยงที่ศูนย์พัฒนาชุมชน แต่ตอนนี้เรามีโรงอาหารแล้วทำให้หนูและเพื่อนๆน้องๆมีความสุขมากเวลามาร่วมกิจกรรมเพราะหนูไม่ต้องกังกลเหมือนเมื่อก่อนว่าเวลามาร่วมกิจกรรมแล้วจะต้องทานข้าวที่ไหน เข้าห้องน้ำที่ไหนเพราะตอนนี้เรามีโรงอาหารที่ดี สะอาด สวยงามและปลอดภัยด้วย หนูอยากขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนการก่อสร้างโรงอาหารในครั้งนี้ ขอบคุณสำหรับความรักของท่านที่มีต่อหนูและเพื่อนๆแม้ว่าท่านไม่เคยเจอพวกหนูแต่ท่านก็ได้แบ่งปันความรักให้กับหนูและเพื่อนๆหนูอยากจะบอกท่านว่าหนูและเพื่อนๆดีใจมากที่มีโรงอาหารที่ดี สะอาด ปลอดภัย หนูและเพื่อนๆจะตั้งใจมาร่วมกิจกรรมที่ศูนย์และจะตั้งใจเรียนค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ขอท่านให้มีความสุขมากนะคะ"



    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > breathbank เครื่องช่วยหายใจเพื่อผู้ป่วยเด็ก

    ส่งมอบเงินเพื่อซื้อเครื่องช่วยหายใจแล้ว 6 เครื่อง

    19 พฤศจิกายน 2018

    ตามที่ www.taejai.com ได้เป็นสื่อกลางระดมทุนให้โครงการ "breathbank เครื่องช่วยหายใจเพื่อผู้ป่วยเด็ก"เพื่อจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจจำนวน 6 เครื่องให้น้องผู้ป่วยได้ยืมใส่ติดตัวกลับบ้าน มีโอกาสได้ไปอยู่กับครอบครัวบ้าง ทำให้มีพัฒนาการทีดีขึ้น และไม่เป็นผู้ป่วยติดเตียงจะเกิดโรคแทรกซ้อนต่อไป ตามโครงการของมูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก กองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติฯนั้น

    เดือนที่ผ่านมา www.taejai.com  ได้ระดมทุนสำเร็จและทำการส่งมอบเงิน 1,500,000 บาท เพื่อทำการจัดซื้อแล้ว มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก กองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน และทางมูลนิธิจะรีบนำภาพและรายงานการส่งมอบเครื่องช่วยหายใจต่อไป

    อย่างไรก็ตาม ตลอดการทำงานยังมีเด็กป่วยอีกจำนวนมากที่รอเข้าคิวรอคอยเครื่องช่วยหายใจดังกล่าว ประกอบกับโครงการกำหนดวันสิ้นสุดไว้วันที่ 31มกราคม 2562 เราจึงขอให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนให้เด็กป่วยได้มีโอกาสใช้เครื่องช่วยหายใจอีก 2 เครื่อง จำนวนเงิน 400,000 บาท เพื่อให้เด็กป่วยได้มีเครื่องช่วยหายใจติดตัวกลับไปอยู่กับพ่อแม่ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก  จึงขอการสนับสนุนทุกท่านเพื่อให้เด็กอีกสองคนได้กลับบ้าน 

    ทั้งนี้ขอแก้ไขงบประมาณหน้าเว็บรวมเฟลแรก 8 เครื่อง หรือจำนวนเงิน  1,980,000 บาท

    มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งอีกครั้งค่ะ https://taejai.com/th/d/breathbank/


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > Happy Dolls ให้เด็กเนปาล

    Happy Dolls ให้เด็กเนปาล

    26 ตุลาคม 2018

    เราเปิดโครงการฯ นี้ เพื่อจะระดมทุนสำหรับอุปกรณ์ทำตุ๊กตา Happy Dolls เพื่อเป็นกำลังใจให้เด็กที่ประสบภัยแผ่นดินไหวที่เนปาล ในเดือนเมษายน 2558 โดยจากเงินที่ระดมได้จากทางเวบไซต์ เทใจดอทคอม จะสามารถสนับสนุนค่าอุปกรณ์เพื่อผลิตตุ๊กตาผ่านกิจกรรมอาสาได้จำนวนประมาณ 40 ตัว แต่เนื่องด้วยทางโครงการฯ เองก็มีอุปกรณ์พร้อมอยู่ และคิดเอาว่าพื้นที่ในการประสบภัยที่มีบริเวณกว้าง คงจะกระทบถึงหลายครอบครัว ซึ่งก็รวมถึงเด็กๆ ในครอบครัวเหล่านั้นด้วยเช่นกัน เราจึงจัดกิจกรรมจิตอาสา และทำตุ๊กตาเพิ่มเติม อีกเป็นจำนวนทั้งสิ้น 135 ตัว ส่งไปผ่านภาคี ที่ทำหน้าที่สำรวจความเสียหาย และสร้างบ้านทดแทนให้ชาวบ้าน จากคำบอกเล่า และภาพถ่ายที่ทางภาคีที่เดินทางส่งมาให้ ทำให้เราทราบว่า วัตถุประสงค์ของการเปิดกิจกรรมนี้ เพื่อเป็นกำลังใจจากผู้คนในโลก จากประเทศไทยประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง รอยยิ้มของเด็กที่ได้รับตุ๊กตา หรือกระทั่งครอบครัว รวมไปถึงพลังงานทั้งจากเด็ก ครอบครัว รวมถึงหมู่บ้านที่ภาคีผู้นำตุ๊กตาไปส่งได้สัมผัส เป็นแรงตอบรับอันดีว่า กำลังใจผ่านสื่อตุ๊กตา Happy Dolls ที่เราทำผ่านกิจกรรมจิตอาสา พร้อมทั้งข้อความจากการ์ด ภาษาอังกฤษ แสดงความห่วงใย ที่เขียนลงบนการ์ด ได้เดินทางจากประเทศหนึ่งที่ห่างไกล เช่นประเทศไทย ไปสู่มือผู้คนที่เราไม่รู้จัก สื่อสารภาษาเขาอาจจะไม่ได้ แต่คาดหวังว่า กระทั่งรอยยิ้มบนหน้าตุ๊กตาเองก็คงสามารถบอกสื่อความรักจากเรา ถึงพวกเขาได้ 

    ภาพประกอบ


    Happy Dolls ของเด็ก ๆ


    ข้อความจากอาสาสมัครส่งถึงเด็กๆ


    Happy Dolls ถึงชาวเนปาล

    พ่อ แม่ และเด็ก ๆ มีความสุขที่ได้รับ

    เด็กชาวเนปาล กลุ่มเป้าหมายหลังจากได้รับตุ๊กตา Happy Dolls ที่ทำจากมือจิตอาสา และส่งผ่านภาคีที่เข้าในงานในพื้นที่ ดังนั้น จึงตั้งคำถามให้ภาคี ได้เล่าประสบการณ์ในการนำตุ๊กตา Happy Dolls ไปให้เด็กที่เนปาล สิ่งที่พบเจอ โดยเฉพาะความรู้สึกที่สามารถรับรู้ได้ เมื่อเด็ก ครอบครัวของเด็ก ชุมชนที่เด็กอยู่ได้รับตุ๊กตา

    คุณอารีย์ อาภรณ์ มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม:
    “ตุ๊กตาที่ให้ที่เนปาล มีหลายคนที่ไปช่วยแจกให้เด็กตามรายทางที่มีผู้ประสบภัย แล้วเราได้ผ่านไปเยี่ยมและสร้างบ้านให้ ไม่ได้ถามเด็กๆ ว่ารู้สึกอย่างไรเพราะไม่รู้ภาษา แต่จากสีหน้าเขาดีใจมาก และเข้าคิวกันมารับ เมื่อรับแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่แจก แต่เห็นถึงความสุขที่เขาได้รับ และยิ้มได้แม้จะอยู่ในความทุกข์จากภัยพิบัติ มีแม่ของเด็กบางคนรับไปให้ลูกน้อยของตนเองด้วย คงอยากให้ลูกได้ความสุขเช่นกันคะ เชื่อว่าตุ๊กตาก็แทนความห่วงใยจากคนไทยหรือคนที่แม้เขาจะไม่รู้จัก แต่ความปราถนาดีและความห่วงใยคงทำให้เขารู้สึกมีเพื่อนและคลายเศร้าคลายทุกข์ได้บ้าง”

    คุณณัฐพล สิงห์เถื่อน มูลนิธิกระจกเงา:
    “ตุ๊กตา Happy Dolls เป็นเหมือนใบเบิกทางของพวกเรา ในการเข้าสำรวจความเสียหายหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ เป็นเรื่องยาก แต่เมื่อมีตุ๊กตา Happy Dolls ติดมือเข้าไป ก่อให้เกิดรอยยิ้มกับเด็ก และเมื่อเด็กยิ้มได้ ผู้ใหญ่ก็พลอยยิ้มได้ และพบว่า ชุมชนก็เลยยิ้มได้ เมืองที่อยู่กับซากปรักหักพัง และเงียบเหงา เพิ่งจะได้มีโอกาสเกิดรอยยิ้มหลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้นมา และส่งผลให้การสำรวจ เป็นไปได้ง่ายขึ้นมาก”

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > สอนว่ายน้ำคนตาบอด

    สอนว่ายน้ำคนตาบอด

    8 ตุลาคม 2018

    จากการสอนทักษะว่ายน้ำสำหรับคนตาบอด ในโครงการว่ายน้ำเพื่อชีวิตสำหรับคนตาบอด วันที่ 1 กันยายน 2561  เป็นต้นมา ทำให้คนตาบอดที่เข้าร่วมโครงการ ส่วนใหญ่กล้าที่จะทำกิจกรรมทางน้ำและว่ายน้ำได้ จากเดิมที่ไม่มีความมั่นใจในการ ทำกจกรรมทางน้ำ

    การสอนของโครงการมีขั้นตอนการสอนจากขั้นพื้นฐานในการว่ายน้ำโดยมีครูผู้สอนและอาสาสมัครช่วยดูแลในการฝึกปฏิบัติเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น กับคนตาบอดที่ฝึกหัดว่ายน้ำ และนำไปสู้ขั้นตอนการปฏิบัติด้วยตนเอง โดยคนตาบอดจะว่ายตาม เสียงของครูผู้ฝึกสอน มีท่าว่ายน้ำแบบบังคับในการฝึกคือ ว่ายท่าฟรีสไตร์ ว่ายท่ากบ ว่ายท่ากรรเชียง ซึ่งทุกคนที่เข้าร่วมโครงการสามารถทำได้


    นอกจากนี้ยังมีการ ฝึกนอนหงายลอยตัวในท่าปลาดาว จับเวลา 30 นาที เพื่อให้คนตาบอดมีทักษะเอาชีวิตรอดจากการตกน้ำ และรอความช่วยเหลือ ซึ่งบางคนทำได้ตามเวลาที่กำหนดและบางคนทำได้ใกล้เคียงกับเวลาที่กำหนด 

    สำหรับการการสอนเราได้เริ่มทำงานตั้งแต่เดือนกันยายน ตุลาคม 2561 จะมีการฝึกและสอน การใช้ อุปการช่วยชีพในน้ำ การขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุ อุบัติภัยทางน้ำ การเข้าช่วยเหลือคนตกน้ำเบื้องต้น และการช่วยฟื้นคืนสติ ( CPR ) ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม จะมีการประเมินผลของผู้เข้าร่วมโครงการว่ายน้ำเพื่อชีวิตสำหรับคนตาบอด ใน 3 ทักษะ คือ

    1.ทักษะการว่ายน้ำ

    2.ทักษะการเอาชีวิตรอดในน้ำ และการขอความช่วยเหลือด้วยวิธีต่างๆ

    3.ทักษะการให้ความช่วยเหลือคนตกน้ำเบื้องต้น ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการว่ายน้ำเพื่อชีวิตสำหรับคนตาบอด ทุกคนต้องผ่านการประเมิน ทักษะทั้ง 3 ทักษะ เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ความคาดหวังเมื่อจบโครงการ ทุกคนที่เข้าร่วมโครงการว่ายน้ำเพื่อชีวิตสำหรับ คนตาบอด จะต้องว่ายน้ำเป็น และเอาตัวลอดจากการประสบเหตุและประสบภัยทาง น้ำ ตลอดจนสามารถรวมกลุ่มออกกำลังกายเพื่อสุขภาพด้วยการว่ายน้ำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง


    สำหรับงบประมาณ

    1.จัดซื้อ ชุดว่ายน้ำจำนวน 8 ชุด

    2.หมวกว่ายน้ำแบบผ้า จำนวน 10 ใบ

    3.จัดซื้อคลิกบอด จำนวน 10 ชิ้น

    4.จัดทำป้ายโครงการว่ายน้ำเพื่อชีวิตสำหรับ ค

    5.ค่าใช้บริการสระว่ายน้ำ ค่าอาหารกลางวันของผู้เข้าร่วม โครงการว่ายน้ำ เพื่อชีวิตสำหรับคนตาบอด จำนวน 23 คน ทุกวันเสาร์

    นอกจากนี้ได้รับการสนับสนุนชุดว่ายน้ำจากสมาคนกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย จำนวน 14 ชุด และคลิกบอดจำนวน 11 ชิ้น ได้รับการสนับสนุน แว่นตาว่ายน้ำจาก คุณ Noppa Srisue และบริษัท Speedo จำนวน 30 ชิ้น ได้รับการสนับสนุนหมวกว่ายน้ำแบบซีลีโคลน จำนวน 12ใบ จากคุณ Maprang Nawatchara และคณะ ได้รับการสนับสนุนเสื้อชูชีพ จำนวน 10 ตัว จากร้านสนามเดินป่า เพื่อให้คนตาบอด ได้เรียนรู้การใช้เสื้อชูชีพอย่างถูกวิธีและเรียนรู้เรื่องการปฏิบัติตนในน้ำเมื่อใส่เสื้อ ชูชีพได้รับการสนับสนุนการให้บริการสระว่ายน้ำ จาก คุณ Phawinwat Thammakitmongkol โดยลดอัตราค่าใช้บริการ สระว่ายน้ำ จาก 50 บาท/คน เหลือ 40 บาท/คน


     การใช้คลิกบอร์ดในการฝึกว่ายน้ำ

    ปลาดาว ทักษะสำคัญในการรอคอยความช่วยเหลือ

    ทักษะการว่ายท่ากรรเชียง

    การใช้ชูชีพที่ถูกวิธี

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ชุดยาสามัญคนไร้ที่พึ่ง

    มอบชุดยาสามัญให้คนไร้ที่พึ่งเพิ่มอีก 20 ชุด

    3 ตุลาคม 2018

    มูลนิธิอิสรชนได้ลงพื้นที่ดูแลคุณภาพชีวิตของคนไร้บ้าน ตลอดจนเข้าไปฟื้นฟูสภาพจิตใจ ให้เขามีความพร้อมและประสานงานพาเขากลับบ้าน และไม่ให้ออกมาใช้ชีวิตอยู่ในที่สาธารณะอีก

    การมอบชุดยาสามัญให้กับคนไร้บ้าน เป็นสิ่งหนึ่งที่มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการลงพื้นที่มอบให้กับคนไร้บ้าน ได้ดูแลตนเอง พร้อมแนะนำให้คนไร้บ้านให้สามารพึ่งพาตนเองได้เมื่อเจ็บป่วย เราจึงมอบชุดยาสามัญเพิ่มอีก 20 ชุด

    ภาพประกอบ


    มอบชุดยาสามัญ 


    แนะนำวิธีการดูแลตนเอง และติดตามอาการบาดเจ็บ 


    พี่อ๊อด

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ใครรักป่า ยกมือขึ้น

    แจ้งผลระดมทุนและเปลี่ยนแปลงวิธีการในการสนับสนุนผู้พิทักษ์ป่า

    1 ตุลาคม 2018

    โครงการใครรักป่ายกมือขึ้น โดยกลุ่มทำด้วยใจ เริ่มดำเนินโครงการเพื่อระดมทุนจัดซื้อกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ ให้ผู้พิทักษ์ป่าที่ไม่ใช่ข้าราชการ และไม่ได้รับสวัสดิการจากรัฐ แต่ทำงานภายใต้ความเสี่ยง 16,319 คน มาตั้งแต่ 26 มีนาคม 2561 ยอดเงินระดมทุนจนถึง 30 กันยายน 2561 ได้รับเงินบริจาคทั้งหมด 11,071,714 บาท สามารถซื้อกรมธรรม์ให้ผู้พิทักษ์ป่าได้ 5,534 คน

    เมื่อ 26 พฤษภาคม 2561 ทางโครงการใครรักป่ายกมือขึ้นได้มอบกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ (รอบที่ 1) ของบริษัทเมืองไทยประกันภัย จำนวน 4,445 กรมกรรม์ สำหรับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า จำนวน 4,445 ท่าน เรียบร้อยแล้วที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก และกำลังดำเนินการเพื่อมอบอีก 1,089 กรมธรรม์ให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ถ้าทางโครงการได้นำไปมอบแล้วจะมาแจ้งความคืบหน้าให้ทราบอีกครั้งค่ะ

    สำหรับโครงการใครรักป่ายกมือขึ้น ยังคงเปิดรับเงินบริจาคที่ rangersfund.com เพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่าอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่จะมีการปรับเปลี่ยนความช่วยเหลือจากเดิมซื้อกรมธรรม์เป็นในลักษณะกองทุนแทนเพื่อความคล่องตัวในการช่วยเหลือมากยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มเปลี่ยนแปลงในวันที่ 1 ตุลาคม 2561 ซึ่งทางชมรมทำด้วยใจ ได้จัดกิจกรรมแถลงข่าวการแจ้งผลระดมทุนและเปลี่ยนแปลงวิธีการในการสนับสนุนผู้พิทักษ์ป่า ในงาน Good Society Expo 2018 ณ Central Court ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ล เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2561


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ปรับปรุงห้องทันตกรรม รพ.ค่ายวิภาวดีรังสิต

    เตรียมจัดซื้ออุปรณ์-เครื่องมือทางทันตกรรม

    19 กันยายน 2018

    โครงการปรับปรุงห้องทันตกรรม รพ.ค่ายวิภาวดีรังสิต นำโดยร้อยตรี ทันตแพทย์ ฐนกร ตั้งวงศ์วราชัย จะดำเนินการปรับปรุงห้องทันตกรรม รพ.ค่ายวิภาวดีรังสิต จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีสภาพทรุดโทรม ให้มีสภาพดีขึ้น และปรับปรุงแบบแปลนของห้องให้มีการไหลเวียนของอากาศที่ถูกหลักการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ

    กิจกรรมที่เกิดขึ้น

    จัดหาเครื่องฟอกอากาศชนิดกำจัดจุลชีพก่อโรคทางเดินหายใจ และไอระเหยของสารเคมีก่อมะเร็ง รวมทั้งจัดหาเครื่องมือ, อุปกรณ์ทางทันตกรรมที่จำเป็นต่อการรักษาผู้ป่วย โดยเริ่มปรับปรุง และจัดหาเครื่องมือ, อุปกรณ์ฯ ทันที และเมื่อได้รับเครื่องมือ, อุปกรณ์ฯ ดังกล่าวแล้วจะตั้งเรื่องนำเข้าบัญชีคุม เพื่อบรรจุเป็นเครื่องมือ, อุปกรณ์ฯ ของรพ. ต่อไป


    ภาพเครื่องฟอกอากาศชนิดกำจัดเชื้อจุลชีพ และไอระเหย 


    ภาพเครื่องวัดความยาวรากฟัน 

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > วัคซีนพิษสุนัขบ้าแก่หมาแมว

    ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้หมา-แมว 1,800 ตัว

    27 สิงหาคม 2018

    วิทยาลัยนานาชาติมหาวิทยาลัยศิลปากร สาขาการออกแบบสื่อสารดิจิตอล เอกวิชา INTERACTIVE ได้ร่วมมือกับ ชมรมกันภัยโรคพิษสุนัขบ้า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับเงินช่วยเหลือจากผู้บริจาคจากเทใจดอทคอม (www.taejai.com) และลงพื้นที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าสำหรับสุนัขและแมว ในพื้นที่ตำบลวังตะเคียน อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท เมื่อวันที่ 30 พ.ค.-8 มิ.ย.2561 ที่ผ่านมา โดยได้นำทุนสนับสนุนที่ได้รับมาจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า จำนวน 800 โดส รวมถึงเวชภัณฑ์ต่าง ๆ สำหรับปฏิบัติงาน

    ภาพประกอบ


    เตรียมวัคซีน พร้อมฉีดป้องกันโรคให้หมา-แมว

    ฉีดยาให้หมา-แมวในพื้นที่ตำบลวังตะเคียน


    ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าแก่ชาวบ้าน

    ผลการตอบรับหลังปฏิบัติงาน

    ชาวบ้านในชุมชนพึงพอใจอย่างมากที่มีหน่วยงานลงมาช่วยป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสัตว์เลี้ยง เนื่องด้วยช่วงที่ผ่านมาโรคพิษสุนัขบ้าเป็นที่ระบาดอย่างหนักในประเทศไทย โดยทางชมรมได้ลงพื้นที่ฉีดวัคซีนให้กับสุนัขและแมวรวมทั้งสิ้น 1,800 ตัว รวมทั้งได้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่ชาวบ้าน เพื่อการดูแลสุขภาพสัตว์และการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างถูกต้องต่อไป

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ชุดยาสามัญคนไร้ที่พึ่ง

    มอบชุดยาสามัญให้คนไร้ที่พึ่ง 100 กล่อง

    24 สิงหาคม 2018

    มูลนิธิอิสรชนลงพื้นที่ทำงานกับ ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ หรือที่เรียกว่า คนเร่ร่อน ในถนน ในที่สาธารณะ ในพื้นที่สนามหลวง ราชดำเนิน คลองหลอด สมุทรสาคร และอยุธยา พบปัญหาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ไม่กล้าไปโรงพยาบาล ทำให้คนเหล่านี้ขาดสิทธิการรักษาพยาบาล หรือบางทีก็มีแผลที่เกิดจากการทำงาน แล้วไม่รักษา ด้วยสภาพที่อยู่ในที่สาธารณะ คุณภาพชีวิตตรงนี้ ทางมูลนิธิอิสรชนจึงเกิดโครงการชุดยาสามัญในการดูแลคนเร่ร่อนหรือผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะเบื้องต้น

    เนื่องจากทุกการลงพื้นที่จะมีผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะหรือคนเร่ร่อน มาขอยาแก้ปวด ยาแก้ไข้ ยาแก้อักเสบ ทำแผล จำนวน 8-10 ราย ต่อวัน เราจึงจัดกล่องชุดยาขึ้นเพื่อเมื่อใครเจ็บป่วยจะได้มียาในการดูแลตัวเองเบื้องต้น เพื่อการลดการเจ็บป่วยเรื้อรัง และเมื่อยาหมดสามารถมาเติมได้

    ซึ่งตั้งแต่สนับสนุนโครงการจากทางเทใจ เราก็ได้จัดทำชุดยามาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จนปัจจุบัน กว่า 100 ชุด ในการลงพื้นที่แบ่งปัน สอนทำแผล สอนในการดูแลสุขภาพตัวเขาเอง เพื่อลดปัญหาการเจ็บป่วยเรื้อรัง และถือว่าเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐาน ในการดูแลตนเอง ให้อยู่ในที่สาธารณะได้อย่างมีคุณภาพชีวิต 

    ภาพประกอบ


    เริ่มจัดเตรียมยาสามัญต่าง ๆ 


    ชุดยาสามัญ


    มอบชุดยาสามัญให้กับคนไร้ที่พึ่ง


    นอกจากนั้นยังช่วยดูแล แนะนำการดูแลตนเองเบื้องต้น


    ลุงเปี๊ยก คนสนามหลวง บอกว่า
    “ผมเจ็บป่วยเป็นแผลมานาน เท้านึกว่าเน่าแล้ว วันหนึ่งอิสรชนเดินมาช่วยผม ทำแผลให้ยากิน แก้อักเสบ ผมดีใจมาก ที่มีคนมาเห็นผม มาทำแผลให้ ขอบคุณมาก ๆ ครับ" 

    อ่านต่อ