ความเคลื่อนไหว

  • ความคืบหน้าโครงการ > Aerosol Shield อุปกรณ์ป้องกันการแพร่เชื้อสำหรับบุคลากรทางการแพทย์

    จัดส่งAerosol Shield 40 ชุดให้กับ 29 โรงพยาบาลแล้ว (4/4/2563)

    7 เมษายน 2020

    เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2563 บริษัทลีฟวิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด/บริษัท มารีโน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้จัดส่งAerosol Shield อุปกรณ์ป้องกันการแพร่เชื้อสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 40 ชุดให้กับ 29 โรงพยาบาลแล้วด้วยบริการขนส่งทางบก


    โดยมีรายชื่อตามนี้

    1. โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จ.ชลบุรี
    2. โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย
    3. โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ จ.ตรัง
    4. โรงพยาบาลท่ายาง จ.เพชรบุรี
    5. โรงพยาบาลขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน
    6. โรงพยาบาลมงกุฎระยอง จ.ระยอง
    7. โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จ.ระยอง
    8. โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช จ.ลพบุรี
    9. โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง 
    10. โรงพยาบาลเถิน จ.ลำปาง 
    11. โรงพยาบาลสงขลา จ.สงขลา
    12. โรงพยาบาลสทิงพระ จ.สงขลา
    13. โรงพยาบาลสิงหนคร จ.สงขลา
    14. โรงพยาบาลห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์
    15. โรงพยาบาลพุทชินราช จ.พิษณุโลก
    16. โรงพยาบาลประโคนชัย จ.บุรีรัมย์
    17. โรงพยาบาลพาน จ.เชียงราย
    18. โรงพยาบาลน้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี
    19. โรงพยาบาลจอมทอง จ.เชียงใหม่
    20. โรงพยาบาลไชโย จ.อ่างทอง
    21. โรงพยาบาลรัตนบุรี จ.สุรินทร์ 
    22. โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์
    23. โรงพยาบาลหนองจิก จ.ปัตตานี
    24. โรงพยาบาลปากน้ำหลังสวน จ.ชุมพร
    25. โรงพยาบาลวาปีปทุม จ.มหาสารคาม
    26. โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร จ.ชัยนาท
    27. โรงพยาบาลสุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด
    28. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จ.หนองคาย
    29. โรงพยาบาลปทุมเวช จ.ปทุมธานี

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > จัดหาอุปกรณ์ป้องกันการแพร่เชื้อสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลสตรีตั้งครรภ์

    รายงานความคืบหน้าโครงการระดมทุน สัปดาห์ที่ 1

    7 เมษายน 2020

    หลังจากที่ทีมงานได้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐานของอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล หรือ personal protective equipment ทางผู้จัดทำโครงการจึงนำเงินบริจาคที่ระดมทุนร่วมกับเทใจดอทคอม จัดซื้อ PPE โดยคัดเลือกชุดตามมาตรฐานทางการแพทย์ในการป้องกันการแพร่เชื้อในระดับ airborne transmission สำหรับการตรวจ/ดูแล/ผ่าตัด/ทำคลอดผู้ป่วยที่สงสัยหรือยืนยันว่าติดเชื้อโควิด 19 ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวผ่านการรับรองคุณภาพว่าสามารถใช้ในห้องผ่าตัดและช ICU ได้

    อุปกรณ์ชุดแรกที่ทำการจัดซื้อเรียบร้อยแล้ว ได้แก่

    - แว่นตา (Goggles) สำหรับสูตินรีแพทย์และพยาบาลห้องคลอดสำหรับใส่ผ่าตัด ทำคลอด และตรวจผู้ป่วย จำนวน 50 ชุด

    - ถุงคลุมขา หรือ leg cover จำนวน 100 คู่


    ภาพประกอบ: แว่นตา หรือ Goggles สำหรับสูตินรีแพทย์ใส่ผ่าตัด ทำคลอด และตรวจผู้ป่วย

    อุปกรณ์ที่กำลังดำเนินการจัดซื้อ ได้แก่

    - ชุด coverall หรือชุดหมี จำนวน 100 ชุด

    - หน้ากากอนามัยชนิด N95 ยี่ห้อ 3M รุ่น  1860 จำนวน 200 ชิ้น

    และมีแผนจัดซื้ออุปกรณ์ PPE เพิ่มเติม รวมถึงจัดทำอุปกรณ์ป้องกันการแพร่เชื้อที่คลินิกฝากครรภ์และหอผู้ป่วย ซึ่งทางทีมงานจะรายงานความรืบหน้าเป็นระยะ

    ขอบคุณค่ะ



    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ADOPT A GRANNY ปันสุขผู้สูงวัย

    ปรุงอาหารสุกลงพื้นที่มอบให้แก่ผู้สูงอายุในชุมชนเชียงยืน และชุมชนป่าเป้า เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ 10 ราย

    3 เมษายน 2020

    วันนี้ (2/4/2020) ทีมงานบั๊ดดี้โฮมแคร์ มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ ปรุงอาหารสุกลงพื้นที่มอบให้แก่ผู้สูงอายุในชุมชนเชียงยืน และชุมชนป่าเป้า เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ 10 ราย โดยใช้งบประมาณจาก โครงการ Adopt A Granny ปันสุขผู้สูงวัย ในธีม อาหารจากคนเฒ่าถึงคนเฒ่า

    โดยอาหารที่ปรุงเป็น แกงส้มปลาทับทิมใส่ดอกแค ผัดบ่ะห่อย (มะระขี้นก) ทานกับข้าวกล้อง และตบท้ายด้วยผลไม้ แอปเปิ้ล ส้ม และองุ่น


    ทีมงานบั๊ดดี้โฮมแคร์ได้รับประสานจาก ไทยพีบีเอส เพื่อเข้าขอสัมภาษณ์ทีมงาน และผู้สูงอายุ ในประเด็นการเข้าไปดูแลที่บ้านในช่วงรักษาระยะห่างทางสังคม โดยน้องแบงค์เป็นผู้ให้สัมภาษณ์เล่าถึงที่มาของโครงการ และการปฏิบัติตัวเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อหรือแพร่กระจายในภาวะแพร่ระบาดของโควิด-19

    จากการลงเยี่ยมในชุมชน พบว่าผู้สูงอายุ และคนในชุมชน ส่วนใหญ่มีความตื่นตัวต่อสถานการณ์โควิด แต่ยังคงต้องดำเนินชีวิตประจำวันตามปกติต่อไป ด้วยภาวะความยากจน รายได้ไม่เพียงพอ รวมถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกัน ทางทีมงานพยายามใช้เวลากับแต่ละเคสสั้นๆ เพียง 3-5 นาที เพื่อลดความเสี่ยงจากการสนทนาใกล้ชิดนานเกินไป

    ข้อควรระวังอีกอย่างคือ เนื่องจากผู้สูงอายุ มีความผูกพันธ์ และรู้จักสนิทสนมกับอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี จึงยังคงจับไม้จับมือ กับอาสา และเจ้าหน้าที่ จึงต้องมีการชวนผู้สูงอายุใช้เจลล้างมือให้สะอาดหลังการสัมผัสทุกครั้ง


    สำหรับชุดเสื้อกันฝน ที่ทีมงานสวมเพื่อป้องกัน ทั้งป้องกันที่จะเสี่ยงแพร่เชื้อให้ผู้สูงอายุ/ป้องกันไม่ให้รับเชื้อเข้าสู่ตนเอง ทำได้เพียงช่วงสั้นๆ เนื่องจากหลังเข้าไปพบผู้สูงอายุแต่ละเคส ถูกสัมผัสตัวทุกเคส ซึ่งทำให้จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกครั้งที่ไปแต่ละบ้าน อาจสิ้นเปลืองและเกินความจำเป็น จึงใช้วิธีล้างมือฆ่าเชื้อทุกครั้งแทน

    ผลจากการลงเยี่ยม ผู้สูงอายุยินดี ดีใจ และมีความสุขจากการที่อาสาและทีมงาน ยังระลึกถึง ลงไปเยี่ยม ส่วนทีมงานนั้นเป็นลมจากการสวมชุดป้องกัน ที่รับรองได้ว่า ไม่มีเหงื่อและสารคัดหลั่งหลุดรอดออกไปจากเสื้อฝนและถุงมือได้


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > เทใจให้มดงานสู้โควิด

    ส่งมอบชุดป้องกันเชื้อโรค PPE ให้กับ 7 โรงพยาบาล และมอบกรมธรรม์ 11 โรงพยาบาล

    27 มีนาคม 2020

    สำหรับสัปดาห์นี้ (23-27 มีนาคม 2563) โครงการเทใจให้มดงานสู้โควิด ได้ส่งมอบชุด PPE เพิ่มอีก 547 ชุด ให้กับโรงพยาบาล 7 แห่ง ดังนี้

    1. โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า 200 ชุด มอบเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2563
    2. สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า 50 ชุด มอบเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2563
    3. โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี 127 ชุด มอบเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563
    4. โรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี จ.อุดรธานี 20 ชุด มอบเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563 (ทางไปรษณีย์)
    5. โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี 100 ชุด มอบเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2563 (ทางไปรษณีย์)
    6. โรงพยาบาลสงฆ์ 20 ชุด มอบเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2563 (ทางไปรษณีย์)
    7. โรงพยาบาลบางพลี จ.สมุทรปราการ 100 ชุด มอบเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2563 (ทางไปรษณีย์)

    สำหรับส่วนประกันโควิดให้กับบุคคลากรทางการแพทย์ เราได้มอบกรมธรรม์เพื่อคุ้มครองให้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเพิ่มอีก 11 แห่ง คุ้มครองเจ้าหน้าที่ 1,959 คน 

    รายละเอียดความคุ้มครอง

    • ตรวจพบโรคติดเชื้อ COVID-19 (แบบเหมาจ่าย) เงินประกันภัย 100,000 บาท
    • ภาวะโคม่าจากการเจ็บป่วยด้วย COVID-19 เงินประกันภัย 100,000 บาท

    รายชื่อ 11 โรงพยาบาลที่ได้รับประกันโควิดเพิ่มจากโครงการเทใจให้มดงานสู้โควิด ประกอบด้วย

    1. สถาบันโรคทรวงอก 109 คน
    2. สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี 94 คน
    3. สำนักงานเขตสุขภาพที่ 11 540 คน
    4. สถาบันประสาทวิทยา 175 คน
    5. โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ 15 คน
    6. โรงพยาบาลสุรินทร์ 4 คน
    7. สถาบันราชประชาสมาสัย 51 คน
    8. โรงพยาบาลชลบุรี 400 คน
    9. โรงพยาบาลสมุทรปราการ 200 คน
    10. โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร 100 คน
    11. โรงพยาบาลเลิดสิน 271 คน

    ภาพประกอบ : มอบชุด PPE ให้โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

    ภาพประกอบ : มอบชุด PPE ให้สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า

    ภาพประกอบ  : มอบชุด PPE ให้โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า





    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > กองทุนเทใจสู้โควิด19

    รายงานการส่งหน้ากาก N95 และหน้ากากอนามัย ครั้งที่ 1

    26 มีนาคม 2020

    เงินระดมทุน กองทุนเทใจสู้โควิด19 และคนใจดีที่ส่งหน้ากาก N 95 และหน้ากากอนามัยทำให้โครงการสามารถช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ได้เพิ่มมากขึ้น โดยเราทำการซื้อและส่งมอบหน้ากาก N95 ให้โรงพยาบาลเหล่านี้ โดยมีทั้งส่งมอบด้วยตัวแทนจากเทใจและการจัดส่งทางไปรษณีย์ 

    เทใจไปมอบด้วยตัวเอง 3 แห่งประกอบ

    1.โรงพยาบาลรามาธิบดี หน้ากาก N 95 1,260 ชิ้น (วันที่ 20 มี.ค.63)


    2.โรงพยาบาลพระมงกุฎ หน้ากาก N 95 200 ชิ้น (วันที่ 23 มี.ค.63)


    3.โรงพยาบาลราชวิถี หน้ากาก N 95 700 ชิ้น (วันที่ 24 มี.ค.63)

    จัดส่งไปรษณีย์ วันที่ 13 มี.ค.63

    • โรงพยาบาลไม่ออกนาม จ.ลำพูน หน้ากาอนามัย 55 ชิ้น
    • โรงพยาบาลไม่ออกนาม จ.สมุทรสาคร หน้ากาอนามัย 55 ชิ้น
    • โรงพยาบาลไม่ออกนาม จ.สมุทรสาคร หน้ากาอนามัย 55 ชิ้น

    จัดส่งไปรษณีย์ วันที่ 16 มี.ค.63

    • โรงพยาบาลพบพระ จ.ตาก หน้ากากอนามัย 50 ชิ้น
    • โรงพยาบาลไม่ออกนาม จ.เชียงราย หน้ากากอนามัย 55 ชิ้น
    • โรงพยาบาลเทิง จ.เชียงราย หน้ากากอนามัย 55 ชิ้น
    • โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หน้ากาก N 95 250 ชิ้น
    • โรงพยาบาลรามาธิบดี หน้ากากอนามัย 300 ชิ้น
    • โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน หน้ากากอนามัย 250 ชิ้น

    จัดส่งไปรษณีย์ วันที่ 17 มี.ค.63

    • โรงพยาบาลยะลา จ.ยะลา หน้ากากอนามัยและ หน้ากาก N 95 80 ชิ้น

    จัดส่งไปรษณีย์ วันที่ 18 มี.ค.63

    • โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ หน้ากาก N 95 120 ชิ้น
    • โรงพยาบาลโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ หน้ากาก N 95 175 ชิ้น
    • สถาบันบำราศนราดูร หน้ากากอนามัย 200 ชิ้น
    • โรงพยาบาลนครพนม จ.นครพนม หน้ากากอนามัย 100 ชิ้น
    • โรงพยาบาลยะลา จ.ยะลา หน้ากากอนามัย 40 ชิ้น

    จัดส่งไปรษณีย์ วันที่ 20 มี.ค.63

    • โรงพยาบาลยะลา จ.ยะลา หน้ากากอนามัย 50 ชิ้น และ หน้ากาก N 95 100 ชิ้น (เนื่องจากมีคนติดเชื้อ covid19 แล้ว)
    • โรงพยาบาลโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ หน้ากาก N 95 409 ชิ้น และหน้ากากอนามัย 150 ชิ้น
    • โรงพยาบาลโคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร หน้ากากอนามัย 100 ชิ้น และหน้ากาก N 95 50 ชิ้น
    • โรงพยาบาลไม่ออกนาม จ.เชียงใหม่ หน้ากากผ้า 50 ชิ้นหน้ากากอนามัย 120 ชิ้น
    • โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ หน้าการ N 95 420 ชิ้น หน้ากากอนามัย 150 ชิ้น
    • โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ หน้ากาก N 95 50 ชิ้น

    จัดส่งไปรษณีย์ 25 มี.ค. 63

    • โรงพยาบาลปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน หน้ากาก N 95 จำนวน 50 ชิ้น
    • โรงพยาบาลท่าสองยาง จ.ตาก หน้ากาก N 95 จำนวน 50 ชิ้น
    • โรงพยาบาล​สะเมิง​ จ.เชียงใหม่ หน้ากาก N 95 100 ชิ้น
    • โรงพยาบาลศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ หน้ากาก N 95 จำนวน 50 ชิ้น
    • โรงพยาบาลชัยบาดาล จ.ลพบุรี หน้ากาก N 95 50 ชิ้น
    • โรงพยาบาลปัตตานี จ.ปัตตานี หน้ากาก N 95 150 ชิ้น
    • โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี หน้ากาก N 95 150 ชิ้น
    • โรงพยาบาลธัญญารักษ์ จ.อุดรธานี หน้ากาก N 95 50 ชิ้น

    ภาพตัวอย่างที่ได้รับหน้ากาก


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > เทใจให้มดงานสู้โควิด

    ส่งมอบชุดป้องกันเชื้อโรค PPE แล้ว 8 โรงพยาบาล

    17 มีนาคม 2020

    เงินระดมทุนที่ได้เกินเป้าหมายมา ทำให้โครงการสามารถช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ได้เพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้จะซื้อชุด PPE 1,100 ชุด ตอนนี้เราสามารถสั่งซื้อและส่งมอบได้แล้ว 1,400 ชุด โดยมอบให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ก่อน ซึ่งมอบให้ไปแล้วทั้งหมด 8 โรงพยาบาล ดังนี้

    1. โรงพยาบาลราชวิถี 300 ชุด มอบวันที่ 9 มีนาคม 2563
    2. โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน 150 ชุด มอบวันที่ 11 มีนาคม 2563
    3. ท่าอากาศยานดอนเมือง จำนวน 100 ชุด มอบวันที่ 13 มีนาคม 2563
    4. โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ 100 ชุด มอบวันที่ 13 มีนาคม 2563
    5. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 300 ชุด มอบวันที่ 16 มีนาคม 2563
    6. สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) 100 ชุด มอบวันที่ 16 มีนาคม 2563
    7. โรงพยาบาลรามาธิบดี 300 ชุด มอบวันที่ 16 มีนาคม 2563
    8. โรงพยาบาลลาดกระบัง 50 ชุด มอบวันที่ 17 มีนาคม 2563

    บรรยายภาพ : มอบให้กระทรวงสาธารณสุขเพื่อส่งมอบไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ

    บรรยายภาพ : มอบให้โรงพยาบาลรามาธิบดี

    บรรยายภาพ : มอบให้โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

    บรรยายภาพ : มอบให้สนามบินดอนเมือง

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ADOPT A GRANNY ปันสุขผู้สูงวัย

    ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง 97 ชุมชน ในจังหวัดเชียงใหม่

    11 มีนาคม 2020

    โครงการ ADOPT A GRANNY ปันสุขผู้สูงวัย ในการดำเนินการระหว่างเดือน พ.ค. 2562 - มี.ค. 2563 ระยะเวลา 1 ปี เพื่อระดมทุนผ่านแพลทฟอร์มเทใจในการปันสุขให้ผู้สูงวัย 220 คน ด้วยการสนับสนุนค่าอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสม เครื่องนุ่งห่มที่เหมาะสมกับสภาวะอากาศ และยาสามัญประจำบ้านแก่สูงอายุยากไร้ที่ถูกทอดทิ้ง เดือนละ 350 บาทหรือ 4,200 บาทต่อปี ดำเนินงานในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ 97 ชุมชน

    กลไกการเยี่ยมบ้าน โครงการจะดำเนินงานโดย บั๊ดดี้โฮมแคร์ ซึ่งเป็นส่วนธุรกิจเพื่อสังคมของมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ ร่วมกับอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้านเขตเมืองเชียงใหม่ หรือ ช.อ.บ. จำนวน 111 คน โดยมีกิจกรรมหลัก 3 อย่างด้วยกันคือ

    1. ลงพื้นที่เยี่ยม ผู้สูงอายุยากไร้ โดยพูดคุย สอบถาม  

    ในระยะดำเนินงาน (พ.ค. 2562 - มี.ค. 2563) ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้สูงอายุ 214 คน (จากเป้าหมาย 220 คน) และในการลงเยี่ยมนี้ มีการเก็บข้อมูลประวัติสุขภาพของผู้สูงอายุ พบว่าร้อยละ 44 เป็นผู้สูงอายุวัยปลาย อายุ 80 ปีขึ้นไป ร้อยละ 33 เป็นผู้สูงอายุวัยกลาง อายุระหว่าง 70-79 ปี ร้อยละ 21 เป็นผู้สูงอายุวัยต้น อายุระหว่าง 60-69 ปี และที่น่าสนใจคือ มีผู้ที่ยังอายุไม่ถึง 60 ปี ยังไม่เป็นผู้สูงอายุ แต่มีภาวะพึ่งพิง มีความชราภาพ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ อยู่ในกลุ่มนี้ ร้อยละ 1 โดยเป็นกลุ่มที่อาสาสมัครในชุมชนลงความเห็นว่าเป็นผู้ยากไร้ต้องการคนช่วยเหลือดูแล

    จากการวิเคราะห์ภาวะพึ่งพิงโดยใช้เกณฑ์การดำเนินกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง (ADL) พบว่าร้อยละ 81 (174 คน กลุ่มสีเขียว) ยังสามารถดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ แต่มีความเสี่ยงจากภาวะความยากจน และอาศัยในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม กลุ่มนี้สามารถเตรียมตัวเพื่อลดภาวะพึ่งพิงในอนาคตได้ ร้อยละ 16 (33 คน กลุ่มสีแสดและสีแดง) มีภาวะพึ่งพิงโดยสมบูรณ์ ต้องการการสนับสนุนเยี่ยมบ้านช่วยเหลือด้านสุขภาพและกิจวัตรประจำวัน ร้อยละ 3 (7 คน กลุ่มสีเหลือง) มีภาวะพึ่งพิง แต่หากได้รับการดูแลฟื้นฟูสุขภาพที่เหมาะสม สม่ำเสมอ จะสามารถกลับมาช่วยเหลือตนเองได้ หรือยืดระยะเวลาไม่ให้ตกไปเป็นกลุ่มที่มีภาวะพึ่งพิงโดยสมบูรณ์ได้

    การลงพื้นที่เยี่ยมผู้สูงอายุยากไร้ ด้วยการเข้าไปถามไถ่พูดคุย ทำให้ได้ข้อมูลปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุ จากนั้นบันทึกข้อมูลเหล่านี้ไว้เพื่อนำมาวิเคราะห์จัดกิจกรรมให้เหมาะสมต่อไป

    2. ประเมินภาวะสุขภาพผู้สูงอายุยากไร้ ด้วยการ ชั่งน้ำหนัก, วัดความดัน, ส่วนสูง, และคำนวณค่า BMI เพื่อประเมินภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรค

    จากการลงพื้นที่เยี่ยมผู้สูงอายุยากไร้ และสอบถามปัญหาด้านสุขภาพ วิเคราะห์ความชุกของปัญหาจากข้อมูลผู้สูงอายุ 214 คน พบว่า


    ผู้สูงอายุร้อยละ 74 เป็นโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 19 มีไขมันในเลือดสูง และร้อยละ 11 เป็นโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นโรคที่มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ส่วนโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกายพบ โรคอัลไซเมอร์/สมองเสื่อม ร้อยละ 15 และข้อเข่าเสื่อม ร้อยละ 7


    นอกจากภาวะโรคของผู้สูงอายุแล้ว ยังมีอาการทางกายที่มีความชุกในกลุ่มผู้สูงอายุตามฐานข้อมูลของโครงการคือ ร้อยละ 28 มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ร้อยละ 26 มีภาวะกระดูกเสื่อม และ ร้อยละ 15 มีอาการอัมพฤกษ์หรืออัมพาต ส่วนอาการทางจิตที่พบมี ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า ร้อยละ 11 และผู้ที่มีอาการกังวลและอารมณ์แปรปรวน ร้อยละ 6

    เมื่อวิเคราะห์ความชุกของโรคประจำตัว และอาการทางกาย/จิต ของกลุ่มผู้สูงอายุที่โครงการดูแล จึงได้วางแผนจัดกิจกรรมประเมินภาวะสุขภาพ เฉลี่ย เดือนละ 1 ครั้ง สำหรับผู้สูงอายุที่ยังสามารถพึ่งพาตนเองได้ (174 คน กลุ่มสีเขียว) และ 2 ครั้งต่อเดือน สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (7 คน กลุ่มสีเหลือง) และ 4 ครั้งต่อเดือน สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงโดยสมบูรณ์ (33 คน กลุ่มสีแสดและสีแดง)

    กระบวนการตรวจและประเมินภาวะสุขภาพ จะเข้าไปตั้งโต๊ะประเมินที่ศูนย์ของชุมชน เพื่อให้กลุ่มสีเขียว สามารถเข้ามาตรวจรวมกันที่ศูนย์ได้ครั้งละ 20-60 คน โดยกลุ่มนี้จะมีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลเฝ้าระวังสุขภาวะให้สามารถเตรียมตัวเพื่อลดภาวะพึ่งพิงในอนาคตได้ จะมีกิจกรรมวัดสมรรถภาพต่างๆ เช่น การบีบลูกบอลวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การคัดกรองภาวะซึมเศร้า ความเครียด ชั่งน้ำหนัก คำนวณค่า BMI เพื่อทราบภาวะอ้วนหรือผอมเกินไป ประเมินภาวะทุพโภชนาการ วัดความดันโลหิต วันส่วนสูง รวมถึงประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ และให้คำปรึกษาในการดูแลตนเอง

    3. ให้คำแนะนำด้านการ ดูแลเรื่องสุขอนามัย ทำความสะอาด อาหาร โภชนาการ กายภาพบำบัด และปรับปรุงที่อยู่อาศัย

    สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (7 คน กลุ่มสีเหลือง) และ กลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงโดยสมบูรณ์ (33 คน กลุ่มสีแสดและสีแดง) จะใช้กระบวนการลงไปตรวจและประเมินภาวะสุขภาพที่บ้าน โดยมีการเก็บข้อมูลเชิงลึกเพื่อติดตามประเมินการเปลี่ยนแปลงทางภาวะสุขภาพ และใช้กิจกรรมต่างๆ มาส่งเสริม ฟื้นฟู ให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพกาย/จิต ดีขึ้น หรือคงสภาพให้ลดภาวะการพึ่งพิงได้มากที่สุด โดย

    การให้คำแนะนำด้านการ ดูแลเรื่องสุขอนามัย
    เนื่องจากผู้สูงอายุกลุ่มนี้รวม 40 คน มีภาวะพึ่งพิง ต้องการคนดูแล โครงการ ADOPT A GRANNY ปันสุขผู้สูงวัย สามารถลงพื้นที่เข้ามาเยี่ยมได้เพียง 2-4 ครั้งต่อเดือน จึงมีการกำหนดแผนการดูแลสุขภาพส่วนบุคคลร่วมกับอาสาสมัคร และญาติ เพื่อช่วยกันดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงเข้าไปอบรมเสริมทักษะให้อาสาสมัครและญาติในการดูแลที่ถูกวิธี

    การช่วยเหลือทำความสะอาด
    ภาวะสุขภาพที่ไม่ดีของผู้สูงอายุ หลายกรณีเกิดจากความสกปรก สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม อากาศอับชื้น แสงสว่างในบ้านไม่เพียงพอ และรวมถึงมีสิ่งของเกะกะขวางทางเดิน ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุเกิดอุบัติเหตุพลัดตกหกล้มได้ นอกจากให้คำแนะนำแล้ว ทางโครงการยังต้องช่วยผู้สูงอายุจัดบ้าน ทำความสะอาด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและการบาดเจ็บ


    การช่วยเหลือดูแลเรื่องอาหาร และโภชนาการ
    ผู้สูงอายุ 40 คน ที่มีภาวะพึ่งพิง ทั้งหมดมีโรคประจำตัวเรื้อรังที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต พฤติกรรมการกิน รวมถึงได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอ โครงการจึงจัดกิจกรรมร่วมกับอาสาสมัครในการปรุงอาหารสุกใหม่ เป็นอาหารพื้นเมืองที่มีส่วนประกอบของผักพื้นบ้านที่มีสรรพคุณทางยาสมุนไพร เพื่อช่วยเสริมโภชนาการให้เหมาะกับโรค มีการจัดกิจกรรม กับข้าวคุณตา-อาหารคุณยาย แล้วนำไปมอบให้ผู้สูงอายุแล้ว 4 ครั้ง จำนวน 40 คน


    การช่วยเหลือดูแลเรื่องกายภาพบำบัด
    เนื่องจากผู้สูงอายุที่มีอาการอัมพฤกษ์อัมพาตและกล้ามเนื้ออ่อนแรง รวม 33 คน ต้องการการทำกายภาพ และฝึกเดิน ทางโครงการจึงจัดกิจกรรมฝึกเดิน และนวดผ่อนคลาย ทุกๆ ครั้งที่ลงเยี่ยม และบรรจุกิจกรรมกายภาพ และฝึกเดินลงในแผนดูแลสุขภาพส่วนบุคคลตามอาการของผู้สูงอายุ


    การช่วยเหลือปรับปรุงที่อยู่อาศัย
    ในระหว่างการเยี่ยมบ้าน โครงการพบกรณีที่ผู้สูงอายุอยู่ลำพัง หรืออยู่ในครอบครัวที่ผู้สูงอายุดูแลกันเอง ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว เคลื่อนไหวร่างกายไม่สะดวก หรือมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วย อาศัยอยู่ในบ้านที่ไม่ปลอดภัย เช่น พื้นต่างระดับ ห้องน้ำลื่น แสงสว่างไม่เพียงพอ จึงได้เข้าปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ ให้ผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในบ้านของตนเองได้อย่างปลอดภัย


    การมอบสิ่งช่วยเหลือตามความจำเป็น
    ในระหว่างดำเนินงานโครงการ มีสถานการณ์ที่ยิ่งทำให้ผู้สูงอายุมีความเปราะบางยิ่งขึ้น ได้แก่สถานการณ์ฝุ่นควัน หรือภาวะความยากจน ขาดปัจจัยด้านอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่ มุ้ง ยารักษาโรค หรือไม้เท้าพยุงเดิน โครงการได้จัดสรรสิ่งของช่วยเหลือตามจำเป็นต่อสถานการณ์นั้น


    ขอบคุณเทใจจ้าดนักเจ้า

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > เทใจให้มดงานสู้โควิด

    ส่งมอบชุดป้องกันเชื้อโรค PPE และประกันภัยโควิดให้โรงพยาบาลราชวิถี

    10 มีนาคม 2020

    หลังจากโครงการเทใจให้มดงานสู้โควิดได้รับเงินระดมทุนมาเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา ทีมงานได้ติดต่อบริษัทเพื่อซื้อชุดป้องกัน และบริษัทประกันภัยโดยทันที โดยโรงพยาบาลแห่งแรกที่ได้รับชุดอุปกรณ์ป้องกันและประกันภัย คือ โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งทางทีมได้เข้าไปมอบให้ทางโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 9 มีนาคน 2563 โดยมีนายแพทย์เขตต์ ศรีประทักษ์ ตัวแทนโครงการเทใจให้มดงานสู้โควิด คุณเอด้า จิรไพศาลกุล ตัวแทนเทใจดอทคอม และคุณนวลพรรณ ล่ำซำ ตัวแทนบริษัทเมืองไทยประกันภัย ได้เข้าไปมอบชุด PPE 300 ชุด และประกันภัย 500 กรมธรรม์ให้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลราชวิถี 

    ประกันภัยโควิดจะเริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. 2563 ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี

    ความคุ้มครอง

    • ตรวจพบโรคติดเชื้อ COVID-19 (แบบเหมาจ่าย) เงินประกันภัย 100,000 บาท
    • ภาวะโคม่าจากการเจ็บป่วยด้วย COVID-19 เงินประกันภัย 100,000 บาท

    ตอนนี้ทางโครงการกำลังดำเนินการเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลแห่งอื่นต่อ หากมีความคืบหน้าจะแจ้งอัพเดทให้ทราบอีกครั้งค่ะ


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > โลเคิล อร่อย (Local Aroi)

    โลเคิลอร่อย แบ่งรายได้คืนสู่ชุมชน 8 ชุมชน

    9 มีนาคม 2020

    ตลอดการจัดกิจกรรม 6 เดือน โลเคิลอร่อยสามารถเเบ่งเป็นรายได้เข้าชุมชน 8 ชุมชน เป็นจำนวนเงิน 330,000 บาท จากกิจกรรมทั้งหมด 26 รอบ ต่อไปนี้

    • ชุมชนผาหมี          จำนวน   3 ครั้ง
    • ชุมชนโคกเมือง     จำนวน   2 ครั้ง
    • ชุมชนเกาะกลาง    จำนวน   2 ครั้ง
    • ชุมชนกุฏีจีน          จำนวน   2 ครั้ง
    • ชุมชนลูกเหรียง     จำนวน   2 ครั้ง
    • ชุมชนคลองเตย     จำนวน  2 ครั้ง
    • ชุมชนพรหมโลก    จำนวน  1 ครั้ง
    • ชุมชนบ้านแหลม    จำนวน  1 ครั้ง

    ภาพกิจกรรม

    ชุมชนผาหมี

    ชุมชนโคกเมือง

    ชุมชนเกาะกลาง

    ชุมชนกุฏีจีน

    ชุมชนลูกเหรียง

    ความประทับใจจาก Local aroi

    ก่อนอื่น ทางทีมงานโลเคิล อร่อยต้องขอขอบคุณทุกท่าน ที่ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนชุมชน ผ่านมื้อาหารสุดพิเศษตลอด 6 เดือนในช่วงที่ผ่านมา ขอขอบคุณเเทนชุมชนที่ได้มาเสริฟอาหารให้ท่านทาน ได้มาเล่าเรื่องวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชน ได้เล่าเรื่องวิธีการทำอาหารเเต่ละจานว่ามียากขนาดไหน ชุมชนทุกชุมชนที่เข้าร่วมโครงการโลเคิล อร่อยต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวยกัน “มีดีใจเหลือเกิน เวลาที่เห็นคนทานอาหารจากฝีมือตัวเองเเล้วมีความสุข”

    โลเคิล อร่อยยังไม่หยุดเเค่นี้ เราจะเดินหน้าจัดมื้ออาหารสุดพิเศษแบบนี้ไป จนกว่าอาหารชุมชนที่เราต่างรู้จักกันดีจะถูกเพิ่มมูลค่าเเละเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เราจะยังไม่หยุดจนกว่าวิถีชีวิตเเละวัฒนธรรมของชุมชนที่อยู่เบื้องหลังอาหารเเต่ละจานจะเป็นที่รู้จักมากขึ้น และเราจะยังไม่หยุด ตราบใดที่เรายังเห็นรอยยิ้มแห่งความสุขที่มาจากชุมชนและท่านทั้งหลายที่ให้การสนับสนุนเรา

    ขอบคุณครับ
    โลเคิล อร่อย

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > อาคารเรียนภาษาและอาชีพเพื่อน้องในสามเหลี่ยมทองคำ

    ศูนย์การเรียนอโวด้า ศูนย์การเรียนรู้ของเด็กเวียงแก่น จ.เชียงราย

    5 มีนาคม 2020

    หลังจากการระดมทุนเสร็จสิ้น มูลนิธิอโวด้าได้เริ่มการก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนอโวด้าขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 62 – 12 ธันวาคม 62 ช่วงระยะเวลา 3 เดือน ของการก่อสร้างศูนย์การเรียนแห่งนี้ ได้รับความร่วมมือจากอาสาสมัคร เด็กๆ และชาวบ้าน จนอาคารเสร็จสิ้น

    ศูนย์การเรียนอโวด้า สามารถสร้างโอกาสให้กับ เด็กด้อยโอกาส อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เด็กๆ ต่างดีใจและมีความสุขที่มีสถานที่เรียนในศูนย์การเรียนรู้แห่งใหม่ เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของเด็กๆ ในพื้นที่ มูลนิธิอโวด้าพร้อมส่งเสริมพัฒนาเด็กในด้านต่างๆ เช่น ทักษะการใช้ชีวิต สอนภาษาต่างประเทศ ดนตรี ศิลปะ และทักษะการประกอบอาชีพ อาทิ อบขนม ทำอาหาร พื้นฐานคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

    ศูนย์การเรียนแห่งนี้จะช่วยให้เด็กๆ ได้ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด และชีวิตของพวกเขาได้มีความหวังและได้พัฒนาขึ้นอีกครั้ง

    ภาพประกอบ

    ห้องเรียนเก่า

    ขึ้นโครงศูนย์การเรียน

    อาสาสมัครทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

    อาคารที่เสร็จสมบูรณ์

    เวทีเล็กๆ ของศูนย์

    พื้นที่ใช้งานต่างๆ ของศูนย์ฯ แห่งใหม่

    ความประทับใจจากเด็กๆ


    “ขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านค่ะ ที่ได้สนับสนุนในการสร้างศูนย์การเรียนอโวด้า และสนับสนุนผู้ด้อยโอกาสอย่างหนูได้เข้ามาเรียนภาษาอังกฤษ และได้เข้ามาเรียนดนตรีต่างๆ และศูนย์การเรียนรู้นี้สามารถทำให้หนูเป็นผู้นำที่ดีและมีความรับผิดชอบมากขึ้น และหนูสามารถนำภาษาอังกฤษไปใช้ในชีวิตประจำวันได้และสอนเพื่อนๆ ได้ค่ะ และสิ่งสำคัญที่สุดทำให้หนูห่างจากสารเสพติดค่ะ ขอขอบคุณสำหรับการสนับสนุนทุกๆ เรื่องค่ะ ขอบคุณค่ะ"
    กุลณัฐ ชัยบุรีโอภาษ (หมี) 

    “ขอบคุณศูนย์อโวด้า ที่เปิดโอกาสให้หนูได้เรียนรู้ในการทำอาหาร การเรียนภาษาอังกฤษ และในการเรียนดนตรี สิ่งเหล่านี้ช่วยให้หนูออกห่างจากสารเสพติด และได้ประกอบอาชีพได้อนาคตมากขึ้น หนูจึงอยากขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านค่ะ”
    จิรนันทร์ ไชยะ (ฝ้าย)

    "ขอบคุณศูนย์อโวด้า ที่ทำให้หนูได้เรียนภาษาอังกฤษ ได้เรียนดนตรี และทำอาหาร ศูนย์อโวด้าทำให้หนูมีความกล้าแสดงออกมากขึ้น ห่างไกลจากยาเสพติด และนำไปใช้ในอนาคตได้ ขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านค่ะ"
    เพชรไพลิน ถวัลย์ธำรงสิน (แพรวา) 

    "ขอบคุณศูนย์การเรียนรู้อโวด้า ที่ทำให้ผมได้เรียนภาษาอังกฤษและดนตรี สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมได้มาใช้ในชีวิตประจำวัน และไปแบ่งปันหรือฝึกสอนเพื่อนๆ ได้ต่อ และสิ่งที่ทำคัญที่สุดก็คือ สามารถทำให้ผมออกห่างและไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ผมขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านจริงๆ ด้วยครับ ขอบคุณครับ"
    ธนกฤต แซ่ลี (เซน) 

    "ขอบคุณศูนย์การเรียนรู้อโวด้าทั้งเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษ การเล่นดนตรี และการทำอาหาร และคอยช่วยเหลือหนูในยามลำบาก ทำให้หนูห่างไกลจากยาเสพติด แต่กลับทำให้หนูมีความรู้ทางด้านทักษะต่างๆ มากขึ้น จึงอยากขอบคุณศูนย์การเรียนรู้อโวด้าและผู้สนับสนุนทุกท่าน ขอบคุณค่ะ"
    ธนาพร ศาลางาม (ครีม) 

    "ขอบคุณศูนย์การเรียนรู้อโวด้าที่ได้เปิดโอกาสให้หนูได้เรียนรู้ทางด้านภาษา ด้านดนตรี ทักษะการทำขนม รวมถึงการได้ไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้หนูได้เจอกับสภาพแวดล้อมที่กว้างมากขึ้น และยังให้หนูได้ห่างไกลจากยาเสพติดด้วยค่ะ ขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านค่ะ ขอบคุณค่ะ"
    วรรณนิสา ไชยลังการ (วิว)

    ขอขอบคุณศูนย์การเรียนรู้อโวด้าที่ได้เปิดโอกาสให้หนูได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง ในการเรียนภาษาอังกฤษ การเรียนดนตรี และการทำอาหาร ที่สามารถนำไปใช้ในอนาคตได้ และห่างไกลจากยาเสพติด และสิ่งสุดท้ายคือ หนูอยากขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านค่ะ"
    ภัทรจิรา แซ่เติ๋น(กิ๊ฟ)

    อ่านต่อ