โครงการอื่นๆ

ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต : พาเด็กพิการ 30 ชีวิต พิชิตยอดเขา

"ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต 4" จะเปลี่ยนเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว 30 ชีวิตให้มั่นใจขึ้น กล้าขึ้น พยายามมากขึ้น ผ่านการพิชิตยอดเขาที่ถือเป็นเรื่องยากแม้สำหรับคนปกติ นอกจากจะทำให้เด็กพิการกล้าพัฒนาตัวเองเพื่อดำรงชีวิตในสังคมได้ด้วยตนเอง สามารถลดการพึ่งพางบประมาณการดูแลจากคนในประเทศ ยังช่วยเปลี่ยนมุมมองของอาสาสมัครผู้ช่วยเหลือว่าแรงกายบวกความตั้งใจที่จะช่วยของพวกเขาสามารถเปลี่ยนชีวิตน้อยๆของน้องๆได้ จะทำให้คนในสังคมสนใจหันมาทำงาน "ให้" สังคมมากขึ้นอีกด้วย ร่วมสร้างสังคมที่มีแต่การให้ได้กับเรา "ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต 4"

ระยะเวลาโครงการ 8 เดือน พื้นที่ดำเนินโครงการ กาญจนบุรี

ยอดบริจาคขณะนี้

57,619 บาท

เป้าหมาย

37,708 บาท
ดำเนินการไปแล้ว 153%
จำนวนผู้บริจาค 62

สำเร็จแล้ว

ความคืบหน้าโครงการ

ความคืบหน้าโครงการปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต : พาเด็กพิการ 30 ชีวิต พิชิตยอดเขา

27 เมษายน 2017

ชื่อโครงการ ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิตครั้งที่ 4

เจ้าของโครงการ มูลนิธิซาย มูฟเม้นท์

โครงการปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิตครั้งที่ 4 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26-27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ณ เนินช้างศึก หมู่บ้านอีต่อง ต.อีต่อง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี โดยโครงการมีเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 30 คนพร้อมครอบครัว อาสาสมัครพาเด็กพิการพิชิตยอดเขาจำนวน 90 คน อาสาสมัครทีมงานจำนวน 20 คน รวมผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ทั้งหมด 200 คน สามารถพิชิตเนินช้างศึกได้สำเร็จทุกคน โดยไม่ได้รับอันตรายใดๆ ส่งผลให้เด็กพิการทางการเคลื่อนไหวมีการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทางด้านร่างกายของตนเองโดยผ่านการฝึกซ้อมจากการปีนเขาสูง และสามารถสร้างแรงบันดาลใจในตัวเองผ่านการสนับสนุนจากครอบครัวและสังคม รวมถึงทำให้คนในสังคมเกิดจิตสำนึกในการให้ความช่วยเหลือเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว ผ่านการเป็นอาสาสมัครพาน้องพิการขึ้นสู่ยอดเขา หรือการสนับสนุนด้วยรูปแบบต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กพิการทางการเคลื่อนไหวสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียม

ความประทับใจจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม


จากตอนแรกที่เข้าร่วมโครงการเพราะอยากช่วยน้องๆ สร้างกำลังใจ สร้างความสุข แต่สุดท้ายมันกลับกัน คนที่ได้จริงๆ กลับย้อนมาที่ตัวเราเอง
หนทางข้างหน้าจะเจอกับอะไรบ้าง ก้อนหิน ดินทรายที่อาจจะทำให้น้องล้ม แต่น้องเลือกที่จะเชื่อมั่น..เชื่อมั่นในพี่อาสา เชื่อมั่นในครอบครัว เชื่อมั่นในตัวเอง แล้วสิ่งนี้แหละมันเชื่อมโยงพวกเราให้ก้าวไปพร้อมกัน ทีละก้าว..ทีละก้าว
ถึงน้องจะเลือกสิ่งที่เขาเป็นไม่ได้ แต่เขาเลือกแล้วที่จะสุดยอดจากสิ่งที่มี ในอนาคตน้องๆ ไม่ใช่แค่สามารถทำอะไรได้ แต่เขาสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง
ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันสร้างสังคมแห่งการให้ขึ้นมา จนตกผลึกกลายเป็น..พลังก้อนเล็กๆ...จากกลุ่มคนเล็กๆ แล้วเมื่อเวลาผ่านไปพลังก้อนนี้..จะขยายใหญ่ขึ้นๆ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในการขัดเกลาสังคมให้ดีขึ้น...มากกว่าที่เป็น
นางสาววิชญาดา สุขเกษม (แยม)

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 ผมได้ขออาสาแบกน้องโฟกัส (น้องท่าทางกินเก่ง อิอิ) พิชิตเนินช้างศึก ผมได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดเวลา เพราะพี่ๆ ในกลุ่มค่อยให้กำลังใจและรอยยิ้มอยู่ น้องมีความตื่นเต้นมากที่จะได้พิชิตยอดเขา พอเริ่มเดินผมมีร่างกายปกติยังเหนื่อยเลย แต่คิดมุมกลับกันน้องๆ ในโครงการนี้ทุกคนต้องใช่ความพยายามแรงใจและแรงกายอย่างมากกว่าเราหลายร้อยเท่าในการเดินขึ้นพิชิตยอดเขา แต่น้องทุกคนพร้อมจะไปครับ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเหนื่อยทั้งๆ ที่รู้ว่าลำบากแต่เขาไม่มีความกลัวในหัวใจเลย พอถึงยอดเขาเป็นวิวที่สวยมากเห็นเขาช้างเผือกอย่างชัดเจนผมเห็นน้องๆ ทุกคนยิ้มอย่างมีความสุขและภูมิใจ ได้เห็นภาพ ได้สัมผัสอากาศ ได้สัมผัสทิวทัศน์ สัมผัสกลิ่นอายทะเลหมอกที่ตัวเองไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นานแต่สามารถทำให้น้องๆ มีกำลังใจในการดำเนินชีวิตการมีที่ยืนในสังคมและหน้าที่ของเราคือการยืนอยู่ข้างๆ เขาคอยให้กำลังใจ และช่วยเหลือในยามที่เขาท้อแท้ซึ่งมันมีค่ามากสำหรับน้องๆ เหล่านี้ครับ ขอขอบคุณโครงการดีๆ แบบนี้จากมูลนิธิ #Zymovement #CTCAL 4 #หนูจะแข็งแรงพ่อไม่ต้องห่วง # ขอขอบคุณพี่ๆ โครงการ และจิตอาสาทุกคน พี่ๆ ในกลุ่มทุกคน น้องโฟกัส และน้องโชกุน ที่ได้สร้างโครงการดีๆ แบบนี้และอยากให้มีโครงการแบบนี้ไปตลอดเพราะยังมีเด็กๆ อีกมากที่ยังไม่มีโอกาสได้ทำกิจกรรมดีๆ แบบนี้ 

นายธนกร ประชุมพันธุ์ (โจ๋)


ก่อนที่จะเริ่มปีนเขาก็แอบมีกังวลว่าด้วยสภาพร่างกายที่ไม่ได้สมบูรณ์พร้อมทั้งตัวของพ่อและน้องพรีมว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ แต่เมื่อได้เห็นเด็กๆ อีก 29 ครอบครัวรวมถึงตัวน้องพรีมแล้วทำให้รับรู้ได้ว่าพวกเขามีความมุ่งมั่นเกินกว่าร่างกายของเขา นั่นเป็นกำลังให้ผมก้าวผ่านความกังวลนั่นได้ ประกอบกับแรงกายแรงใจความช่วยเหลือเกื้อกูลจากทีมอาสาทุกท่านที่คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจกัน ทั้งแบกขึ้นหลังสลับกับการเดินเองด้วยกำลังขาของน้องพรีมเองทำให้เค้าเห็นว่าร่างกายไม่ได้เป็นอุปสรรค... การได้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของน้องพรีมที่จะทำให้เขาอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมนี้ได้อย่างเต็มภาคภูมิ.. ต้องขอขอบคุณกิจกรรมCTCAL4 ที่ทำให้น้องพรีมได้ทำในสิ่งที่คงไม่มีโอกาสที่จะทำด้วยกำลังของพ่อเพียงคนเดียวได้ ขอบคุณคุณน้ำตาลที่ได้เลือกน้องพรีมเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ขอบคุณพี่อ๊อด คุณแบงค์ คุณเก่ง คุณกิ๊ฟท์ คุณน้ำผึ้ง คุณร่า ที่คอยดูแลตลอดระยะเวลาสองวันนี้ ขอบคุณครอบครัวน้องฝ้ายC21 ที่เป็นกำลังใจให้กันตลอดจนสามารถพิชิตเนินช้างศึกได้ ขอขอบคุณคุณออยและพี่คนขับVAN15 ที่เดินทางทั้งไปและกลับอย่างปลอดภัย ขอขอบคุณจากใจครับ…
นายบุญวิวัฒน์ จันทร์อินทร์ ครอบครัวน้องพรีม


ขอบคุณสำหรับกิจกรรมปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต 4 และกำลังใจดีๆ จากน้องซานิและเด็กพิเศษทุกๆ คนที่ทำให้คนที่มีร่างกายสมบูรณ์อย่างพี่เติมเต็มส่วนที่ขาดคือ "หัวใจที่แข็งแกร่ง" น้องทำให้พี่ได้รู้ว่าน้องๆ เพียงแค่มีระบบการทำงานของร่างกายที่บกพร่อง แต่หัวใจของน้องสุดยอดมากๆ ทำให้ใครบางคนที่ร่างกายสมบูรณ์ยอมรับหัวจิตหัวใจของน้อง ขอบคุณครับขอบคุณจริงๆ ครับ สำหรับรอยยิ้มเหล่านั้นมันทำให้พี่มีกำลังใจขึ้นอีกเยอะสำหรับการใช้ชีวิต และขอให้น้องซานิเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กพิเศษอีกหลายๆ คน จากการที่ปีที่แล้วน้องเดินได้ไม่เก่งแบบปีนี้ หวังว่าปาฏิหาริย์จะเกิดกับเด็กพิเศษอีกหลายๆ คน ปาฏิหาริย์ย่อมเกิดจากการพยายามอย่างเต็มที่แล้วเสมอ วันนี้พี่ได้ "จิตใจที่แข็งแกร่งในร่างกายที่สมบูรณ์" กลับมาแล้ว หวังว่าน้องซานิและเด็กพิเศษทุกๆ คน ก็เช่นกัน ขอบคุณมิตรภาพจากจิตอาสา CTCAL4 ทุกๆ ท่านแล้วพบกันใหม่ครับ
นางสาวพรทิพย์ พรหมสูงวงษ์ (เจเจ)


พ่อแม่และน้องปอร์เช่ขอขอบคุณพี่น้ำตาลและพี่อาสาและมูลนิธิซาย มูฟเม้นท์ และลืมไม่ได้พี่อาสา C19.C20 พี่โจ้ พี่ยีนส์ พี่ปุ้ม พี่ดิน ที่ช่วยน้องปอร์เช่ไปถึงยอดเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อและคิดไม่ถึงว่าน้องจะทำได้ เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดในชีวิตของน้องและครอบครัว ขอขอบคุณที่เห็นความตั้งใจและมุ่งมั่นของพี่ๆ ที่ให้กำลังใจ ของน้องๆ ตลอดระยะทางจนถึงจุดมุ่งหมายถึงความตั้งใจไว้และขอขอบคุณพี่โจ้ และพี่ยีนส์ที่ให้น้องขี่หลังและดูแลตลอดจนวันกลับ ทางขึ้นเขาทั้งแคบทั้งสูงทั้งชันทั้งเสี่ยง แต่พี่ก็ช่วยน้องปอร์เช่จนถึงที่หมายอย่างปลอดภัยและพี่ปุ้มก็ช่วยดันและจูงเดินไปถึงยอดเขาได้อย่างไม่ย่อท้อและหมดเเรงแต่น้องอยากเดินมากโดยไม่ย่อท้อไปถึงให้ได้ ในที่สุดปอร์เช่ก็ทำได้อย่างไม่น่าเชื่อในที่สุด น้องปอร์เช่ก็ทำได้จริงๆ ถึงยอดเขา พิชิตเขา สู่จุดมุ่งหมาย โดยคำกล่าวว่า (ปอร์เช่ สุดคึก พิชิตยอดเขา) "จะไม่ลืมวันนี้เลยค่ะ ขอขอบคุณมากๆ นะคะที่ทำให้มีวันนี้"
นางสาวกนกพร เจริญสุข (แม่ขวัญ) ครอบครัวน้องปอร์เช่

อ่านเพิ่มเติม »
ดูความคืบหน้าโครงการทั้งหมด

ที่มา/ความสำคัญโครงการ :

ปัจจุบันมีอีกหนึ่งองค์กรในสังคมที่มีบทบทบาทในการส่งเสริมการมีโอกาสเพื่อใช้ชีวิตอย่างเท่าเทียมและเป็นอิสระสำหรับเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน คือมูลนิธิซาย มูฟเม้นท์ (Zy Movement Foundation) ซึ่งนอกจากจะดำเนินงานผลักดันความร่วมมือทางการแพทย์ในระดับประเทศ และนานาชาติให้เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 แล้ว มูลนิธิฯ ยังได้ดำเนินโครงการ ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต เพื่อเป็นการกระตุ้นพัฒนาการการเคลื่อนไหวของเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวโดยตรง และช่วยเสริมสร้างกำลังใจกับตัวเด็กและครอบครัวให้เข้มแข็ง โครงการ ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต เป็นการพาเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวพร้อมครอบครัวไปพิชิตยอดเขาสูงด้วยความช่วยเหลือจากอาสาสมัครจิตอาสา ทั้งนี้นอกจากจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย รวมถึงสร้างกำลังใจให้เด็กพิการทางการเคลื่อนไหวและครอบครัวแล้ว ยังเป็นการสร้างทัศนคติที่ถูกต้องให้กับคนในสังคมเกี่ยวกับการให้โอกาสผู้พิการทางการเคลื่อนไหวให้สามารถใช้ชีวิตอิสระในสังคมได้อย่างเท่าเทียมอีกด้วย

ชมวีดิโอความ โหด มันส์ ฮา ปนน้ำตาแห่งความสุขได้ที่

ประโยชน์ของโครงการ :

ประโยขน์ของ "ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต 4"

1. จะเปลี่ยนเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว 30 ชีวิตให้มั่นใจขึ้น กล้าขึ้น พยายามมากขึ้น ผ่านการพิชิตยอดเขาที่ถือเป็นเรื่องยากแม้สำหรับคนปกติ นอกจากจะทำให้เด็กพิการกล้าพัฒนาตัวเองเพื่อดำรงชีวิตในสังคมได้ด้วยตนเอง สามารถลดการพึ่งพางบประมาณการดูแลจากคนในประเทศ 

2. เปลี่ยนมุมมองของอาสาสมัครผู้ช่วยเหลือว่าแรงกายบวกความตั้งใจที่จะช่วยของพวกเขาสามารถเปลี่ยนชีวิตน้อยๆของน้องๆได้ จะทำให้คนในสังคมสนใจหันมาทำงาน "ให้" สังคมมากขึ้นอีกด้วย ร่วมสร้างสังคมที่มีแต่การให้ได้กับเรา "ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต 4"

กิจกรรมที่จะดำเนินโครงการ :

1. ตั้งคณะทำงาน วางแผนงาน และกำหนดผู้รับผิดชอบ
2. ประชาสัมพันธ์โครงการในระหว่างวันที่ 1 เมษายน - 27 พฤศจิกายน 2559
3. ส่งรายละเอียดโครงการให้องค์กรภาครัฐและเอกชนเพื่อขอทุนสนับสนุน
4. จัดกิจกรรมวันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2559 ที่เนินช้างศึก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
5. สรุปงานและจัดทำรายงานผลการดำเนินโครงการ
 
กลุ่มเป้าหมาย : เด็กพิการทางการเคลื่อนไหวและผู้ปกครอง รวมถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลง
 
 

ระยะเวลาดำเนินการ

ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม - 27 พฤศจิกายน 2559

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. เพื่อกระตุ้นให้คนในสังคมเกิดจิตสำนึกในการช่วยเหลือ และเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวได้รับโอกาสในการใช้ชีวิตอย่างเท่าเทียมและเป็นอิสระในสังคม
2. มูลนิธิฯ ได้รับเงินรายได้จากการจัดงาน หลังหักค่าใช้จ่าย ไปใช้ในการดำเนินงานต่างๆ
 
รายละเอียดของกิจกรรม
กิจกรรม : โครงการ ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่ 4 “Climb to Change a Life #4” วัตถุประสงค์ : เพื่อกระตุ้นให้คนในสังคมเกิดจิตสำนึกในการช่วยเหลือ และให้โอกาสเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว ได้พัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อใช้ชีวิตอย่างอิสระและเท่าเทียมในสังคม
รูปแบบกิจกรรม : พาเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวพร้อมครอบครัวไปพิชิตยอดเขาสูง โดยการช่วยเหลือ จากอาสาสมัครจิตอาสา ผู้จัดงาน : มูลนิธิซาย มูฟเม้นท์ สถานที่ : เนินช้างศึก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี วันเวลา : วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2559 เวลา 7:00 น - 20.00 น กลุ่มเป้าหมาย : เด็กพิการทางการเคลื่อนไหว และผู้ปกครอง รวมถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ความสำเร็จ แหล่งที่มาของรายได้ : จากการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ และเงินบริจาคจากบุคคลทั่วไป การประชาสัมพันธ์: สื่อออนไลน์ เช่น Website และ Social network รายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ หรือ โปสเตอร์ และใบปลิว ประชาสัมพันธ์กิจกรรมในสถานที่ต่าง ๆ เช่น สวนจตุจักร สีลม เป็นต้น
 
 
แหล่งที่มาของงบประมาณ
จากการสนับสนุนของสปอนเซอร์ และเงินบริจาคจากบุคคลทั่วไป

สมาชิกภายในทีม :

1. นายวอลเตอร์ ลี ประธานมูลนิธิซาย มูฟเม้นท์
2. นางสาวช่อผกา วิริยานนท์ รองประธานมูลนิธิฯ
3. นางสาวพูนศรี พสุนิรมล กรรมการมูลนิธิฯ ฝ่ายระดมทุน
4. นางสาวพัชรี พนาราม กรรมการมูลนิธิฯ เหรัญญิก และเลขานุการ
5. นางสาวกรวรา อัศวลาภนิรันดร กรรมการมูลนิธิฯ
6. นายกฤษดา ไทธงชัย กรรมการมูลนิธิฯ
7. นางศศมณฑ์ สงวนสิน กรรมการมูลนิธิฯ
8. นางสาวปาลิตา ศิริวรรณาพงษ์ เจ้าหน้าที่บริหารโครงการ
9. นางสาวฌานิดา นิยะพัตร์ เจ้าหน้าที่ประสานงาน
Tel. (+66)2 513-7608 Mob. (+66)88 008-1329 E-mail: zmf.asia@gmail.com
www.zmf-asia.org, Facebook: Zy Movement Foundation
Zy Movement Foundation
238 Soi Ladprao 1 Yaek 14, Chomphon,
Chatuchak, Bangkok 10900 Thailand

จดหมายขอบคุณผู้บริจาค

23 ธันวาคม 2016


ความคืบหน้าโครงการปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต : พาเด็กพิการ 30 ชีวิต พิชิตยอดเขา

27 เมษายน 2017

ชื่อโครงการ ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิตครั้งที่ 4

เจ้าของโครงการ มูลนิธิซาย มูฟเม้นท์

โครงการปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิตครั้งที่ 4 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26-27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ณ เนินช้างศึก หมู่บ้านอีต่อง ต.อีต่อง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี โดยโครงการมีเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 30 คนพร้อมครอบครัว อาสาสมัครพาเด็กพิการพิชิตยอดเขาจำนวน 90 คน อาสาสมัครทีมงานจำนวน 20 คน รวมผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ทั้งหมด 200 คน สามารถพิชิตเนินช้างศึกได้สำเร็จทุกคน โดยไม่ได้รับอันตรายใดๆ ส่งผลให้เด็กพิการทางการเคลื่อนไหวมีการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทางด้านร่างกายของตนเองโดยผ่านการฝึกซ้อมจากการปีนเขาสูง และสามารถสร้างแรงบันดาลใจในตัวเองผ่านการสนับสนุนจากครอบครัวและสังคม รวมถึงทำให้คนในสังคมเกิดจิตสำนึกในการให้ความช่วยเหลือเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว ผ่านการเป็นอาสาสมัครพาน้องพิการขึ้นสู่ยอดเขา หรือการสนับสนุนด้วยรูปแบบต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กพิการทางการเคลื่อนไหวสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียม

ความประทับใจจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม


จากตอนแรกที่เข้าร่วมโครงการเพราะอยากช่วยน้องๆ สร้างกำลังใจ สร้างความสุข แต่สุดท้ายมันกลับกัน คนที่ได้จริงๆ กลับย้อนมาที่ตัวเราเอง
หนทางข้างหน้าจะเจอกับอะไรบ้าง ก้อนหิน ดินทรายที่อาจจะทำให้น้องล้ม แต่น้องเลือกที่จะเชื่อมั่น..เชื่อมั่นในพี่อาสา เชื่อมั่นในครอบครัว เชื่อมั่นในตัวเอง แล้วสิ่งนี้แหละมันเชื่อมโยงพวกเราให้ก้าวไปพร้อมกัน ทีละก้าว..ทีละก้าว
ถึงน้องจะเลือกสิ่งที่เขาเป็นไม่ได้ แต่เขาเลือกแล้วที่จะสุดยอดจากสิ่งที่มี ในอนาคตน้องๆ ไม่ใช่แค่สามารถทำอะไรได้ แต่เขาสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง
ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันสร้างสังคมแห่งการให้ขึ้นมา จนตกผลึกกลายเป็น..พลังก้อนเล็กๆ...จากกลุ่มคนเล็กๆ แล้วเมื่อเวลาผ่านไปพลังก้อนนี้..จะขยายใหญ่ขึ้นๆ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในการขัดเกลาสังคมให้ดีขึ้น...มากกว่าที่เป็น
นางสาววิชญาดา สุขเกษม (แยม)

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 ผมได้ขออาสาแบกน้องโฟกัส (น้องท่าทางกินเก่ง อิอิ) พิชิตเนินช้างศึก ผมได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดเวลา เพราะพี่ๆ ในกลุ่มค่อยให้กำลังใจและรอยยิ้มอยู่ น้องมีความตื่นเต้นมากที่จะได้พิชิตยอดเขา พอเริ่มเดินผมมีร่างกายปกติยังเหนื่อยเลย แต่คิดมุมกลับกันน้องๆ ในโครงการนี้ทุกคนต้องใช่ความพยายามแรงใจและแรงกายอย่างมากกว่าเราหลายร้อยเท่าในการเดินขึ้นพิชิตยอดเขา แต่น้องทุกคนพร้อมจะไปครับ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเหนื่อยทั้งๆ ที่รู้ว่าลำบากแต่เขาไม่มีความกลัวในหัวใจเลย พอถึงยอดเขาเป็นวิวที่สวยมากเห็นเขาช้างเผือกอย่างชัดเจนผมเห็นน้องๆ ทุกคนยิ้มอย่างมีความสุขและภูมิใจ ได้เห็นภาพ ได้สัมผัสอากาศ ได้สัมผัสทิวทัศน์ สัมผัสกลิ่นอายทะเลหมอกที่ตัวเองไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นานแต่สามารถทำให้น้องๆ มีกำลังใจในการดำเนินชีวิตการมีที่ยืนในสังคมและหน้าที่ของเราคือการยืนอยู่ข้างๆ เขาคอยให้กำลังใจ และช่วยเหลือในยามที่เขาท้อแท้ซึ่งมันมีค่ามากสำหรับน้องๆ เหล่านี้ครับ ขอขอบคุณโครงการดีๆ แบบนี้จากมูลนิธิ #Zymovement #CTCAL 4 #หนูจะแข็งแรงพ่อไม่ต้องห่วง # ขอขอบคุณพี่ๆ โครงการ และจิตอาสาทุกคน พี่ๆ ในกลุ่มทุกคน น้องโฟกัส และน้องโชกุน ที่ได้สร้างโครงการดีๆ แบบนี้และอยากให้มีโครงการแบบนี้ไปตลอดเพราะยังมีเด็กๆ อีกมากที่ยังไม่มีโอกาสได้ทำกิจกรรมดีๆ แบบนี้ 

นายธนกร ประชุมพันธุ์ (โจ๋)


ก่อนที่จะเริ่มปีนเขาก็แอบมีกังวลว่าด้วยสภาพร่างกายที่ไม่ได้สมบูรณ์พร้อมทั้งตัวของพ่อและน้องพรีมว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ แต่เมื่อได้เห็นเด็กๆ อีก 29 ครอบครัวรวมถึงตัวน้องพรีมแล้วทำให้รับรู้ได้ว่าพวกเขามีความมุ่งมั่นเกินกว่าร่างกายของเขา นั่นเป็นกำลังให้ผมก้าวผ่านความกังวลนั่นได้ ประกอบกับแรงกายแรงใจความช่วยเหลือเกื้อกูลจากทีมอาสาทุกท่านที่คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจกัน ทั้งแบกขึ้นหลังสลับกับการเดินเองด้วยกำลังขาของน้องพรีมเองทำให้เค้าเห็นว่าร่างกายไม่ได้เป็นอุปสรรค... การได้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของน้องพรีมที่จะทำให้เขาอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมนี้ได้อย่างเต็มภาคภูมิ.. ต้องขอขอบคุณกิจกรรมCTCAL4 ที่ทำให้น้องพรีมได้ทำในสิ่งที่คงไม่มีโอกาสที่จะทำด้วยกำลังของพ่อเพียงคนเดียวได้ ขอบคุณคุณน้ำตาลที่ได้เลือกน้องพรีมเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ขอบคุณพี่อ๊อด คุณแบงค์ คุณเก่ง คุณกิ๊ฟท์ คุณน้ำผึ้ง คุณร่า ที่คอยดูแลตลอดระยะเวลาสองวันนี้ ขอบคุณครอบครัวน้องฝ้ายC21 ที่เป็นกำลังใจให้กันตลอดจนสามารถพิชิตเนินช้างศึกได้ ขอขอบคุณคุณออยและพี่คนขับVAN15 ที่เดินทางทั้งไปและกลับอย่างปลอดภัย ขอขอบคุณจากใจครับ…
นายบุญวิวัฒน์ จันทร์อินทร์ ครอบครัวน้องพรีม


ขอบคุณสำหรับกิจกรรมปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต 4 และกำลังใจดีๆ จากน้องซานิและเด็กพิเศษทุกๆ คนที่ทำให้คนที่มีร่างกายสมบูรณ์อย่างพี่เติมเต็มส่วนที่ขาดคือ "หัวใจที่แข็งแกร่ง" น้องทำให้พี่ได้รู้ว่าน้องๆ เพียงแค่มีระบบการทำงานของร่างกายที่บกพร่อง แต่หัวใจของน้องสุดยอดมากๆ ทำให้ใครบางคนที่ร่างกายสมบูรณ์ยอมรับหัวจิตหัวใจของน้อง ขอบคุณครับขอบคุณจริงๆ ครับ สำหรับรอยยิ้มเหล่านั้นมันทำให้พี่มีกำลังใจขึ้นอีกเยอะสำหรับการใช้ชีวิต และขอให้น้องซานิเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กพิเศษอีกหลายๆ คน จากการที่ปีที่แล้วน้องเดินได้ไม่เก่งแบบปีนี้ หวังว่าปาฏิหาริย์จะเกิดกับเด็กพิเศษอีกหลายๆ คน ปาฏิหาริย์ย่อมเกิดจากการพยายามอย่างเต็มที่แล้วเสมอ วันนี้พี่ได้ "จิตใจที่แข็งแกร่งในร่างกายที่สมบูรณ์" กลับมาแล้ว หวังว่าน้องซานิและเด็กพิเศษทุกๆ คน ก็เช่นกัน ขอบคุณมิตรภาพจากจิตอาสา CTCAL4 ทุกๆ ท่านแล้วพบกันใหม่ครับ
นางสาวพรทิพย์ พรหมสูงวงษ์ (เจเจ)


พ่อแม่และน้องปอร์เช่ขอขอบคุณพี่น้ำตาลและพี่อาสาและมูลนิธิซาย มูฟเม้นท์ และลืมไม่ได้พี่อาสา C19.C20 พี่โจ้ พี่ยีนส์ พี่ปุ้ม พี่ดิน ที่ช่วยน้องปอร์เช่ไปถึงยอดเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อและคิดไม่ถึงว่าน้องจะทำได้ เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดในชีวิตของน้องและครอบครัว ขอขอบคุณที่เห็นความตั้งใจและมุ่งมั่นของพี่ๆ ที่ให้กำลังใจ ของน้องๆ ตลอดระยะทางจนถึงจุดมุ่งหมายถึงความตั้งใจไว้และขอขอบคุณพี่โจ้ และพี่ยีนส์ที่ให้น้องขี่หลังและดูแลตลอดจนวันกลับ ทางขึ้นเขาทั้งแคบทั้งสูงทั้งชันทั้งเสี่ยง แต่พี่ก็ช่วยน้องปอร์เช่จนถึงที่หมายอย่างปลอดภัยและพี่ปุ้มก็ช่วยดันและจูงเดินไปถึงยอดเขาได้อย่างไม่ย่อท้อและหมดเเรงแต่น้องอยากเดินมากโดยไม่ย่อท้อไปถึงให้ได้ ในที่สุดปอร์เช่ก็ทำได้อย่างไม่น่าเชื่อในที่สุด น้องปอร์เช่ก็ทำได้จริงๆ ถึงยอดเขา พิชิตเขา สู่จุดมุ่งหมาย โดยคำกล่าวว่า (ปอร์เช่ สุดคึก พิชิตยอดเขา) "จะไม่ลืมวันนี้เลยค่ะ ขอขอบคุณมากๆ นะคะที่ทำให้มีวันนี้"
นางสาวกนกพร เจริญสุข (แม่ขวัญ) ครอบครัวน้องปอร์เช่

แผนการใช้เงินบริจาค

 

รายการราคาต่อหน่วยจำนวนราคารวม (บาท)

1.รถตู้ (2คืน 1วัน) - คันละ 10 คน

6500

3

19,500

2.ค่าเข้าอุทยาน40301,200
3.อาหารเช้า+เที่ยวระหว่างเดินทาง 26 Nov 201680302,400
4.ค่าที่พัก150304,500
5.อาหารเย็น 26 Nov 201660301,800
6.อาหารเช้า 27 Nov 201650301,500
7.นํ้าดื่มระหว่างปีนเขา860480
8.ประกันชีวิตกลุ่ม2030600
9.เจ้าหน้าที่นำทาง2002400
10.อุปกรณ์ที่ใช้ในการช่วยแบกเด็กพิการขึ้นเขาอย่างปลอดภัย30030900
11.อุปกรณ์กิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กพิการ1,00011,000
12.ค่าธรรมเนียมเทใจดอทคอม 10%  3,428
รวมค่าใช้จ่ายเฉพาะส่วนของเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว ในโครงการ จำนวน 30 คน  37,708