cover_1
Recommend
+1

ช่วยชีวิตเต่าและตะพาบน้ำคืนสู่ธรรมชาติ

Donations for the project will ช่วยชีวิตเต่าที่อยู่ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ to เต่าบก เต่าน้ำ และเต่าทะเลที่อยู่ตามสถานที่ต่างๆ500ตัว

Donate to this Project

Donate

Donations for the project will ช่วยชีวิตเต่าที่อยู่ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ to เต่าบก เต่าน้ำ และเต่าทะเลที่อยู่ตามสถานที่ต่างๆ500ตัว

Donate

Taejai supports e-Donation, offering tax deductions

Jan 29, 2026

Project Updateช่วยเต่า 310 ตัว และปล่อยสู่ธรรมชาติจำนวน 260 ตัว ปี 2568

Activity time

Mar 31, 2025 - Dec 31, 2025

โครงการช่วยเต่าและตะพาบน้ำสู่ธรรมชาติ เป็นกิจกรรมที่จะเข้าไปนำเต่าและตาบน้ำในแหล่งน้ำที่มีความเป็นอยู่ที่ไม่เหมาะสมแก่การดำรงชีวิตตามสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งน้ำหรือบ่อน้ำในพื้นที่ต่าง ในวัดหรือสถานที่ส่วนบุคคลที่ได้รับอนุญาต รวมทั้งที่เต่าที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ต่างๆ หรือเต่าที่ถูกพบตามสถานที่ต่างๆ จะถูกนำมาส่งที่ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เพื่อนำมาปฐมพยาบาลและทำการรักษาตามอาการของแต่ละตัว พร้อมกับดูแลสุขภาพและการดำรงชีวิต โดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์น้ำ ในการรักษาและดูแลสุขภาพนี้ จำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ ทักษะและความเชี่ยวชาญด้านการรักษาสัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำหรือสัตว์เลี่อยคล้าน อีกทั้งต้องใช้ยา เวชภัณฑ์และอุปกร์ทางการแพทย์ที่ดี

รวมทั้งการดุูแลด้านอาหาร ความเป็นอยู่ โดยจะต้องให้อาหารและเปลี่ยนน้ำเป็นระยะๆ เพื่อให้สุขภาพกลับมาแข็งแรง พร้อมที่จะกลับไปดำรงชีวิตในธรรมชาติต่อไป หลังจากรักษาอาการต่างๆ และดูแลสุขภาพจนมั่นใจว่าสามารถกลับไปดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติได้ โดยการประเมินของสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แล้วก็จะนำเต่าและตะพาบน้ำหล่านี้ไปปล่อยกลับสู่ธรรมชาติในสถานที่ที่ประเมินว่าปลอดภัย มีอาหาร ไม่ถูกรบกวนจากปัจจัยต่างๆ เช่น มนุษย์ หรือชุมชน และที่สำหรับจะต้องไม่กระทบต่อระบบนิเวศวิทยาและห่วงโซ่อาหารของพื้นที่นั้นด้วย

การดำเนินโครงการ

กิจกรรมในการการรักษานั้นต้องใช้เวชภัณฑ์และบุคลากรจำนวนมาก รวมถึงใช้เวลาในการรักษาที่ยาวนาน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีงบประมาณสนับสนุนจำนวนมากและต่อเนื่อง ปัจจุบันยังมีการช่วยเหลือและนำเต่าและตะพาบน้ำมารักษาโดยยังดำเนินการอยู่ พร้อมกันนั้นมูลนิธิก็ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อให้การช่วยเหลือครั้งต่อไปมีประสิทธิภาพดีขึ้น ดังนั้น โครงการจึงยังต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการช่วยหลือสัตว์ที่ต้องการการดูแลและยังเป็นการช่วยเดูแลระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติและแวดล้อมอีกด้วย

ตัวอย่างเคสที่เข้ามารักษาที่ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ

เตาบัวเดินข้ามถนนก็มีรถขับมาทับกระดอง ทำให้กระดองแตกเกิดความเสียหาย จึงถูกนำมารักษา สัตวแพทย์ให้การรักษาและแจ้งว่าต้องทำแผลก่อนและต้องรอแผลหายสนิทจึงจะทำการซ่อมกระดองต่อซึ่งต้องใช้เวลานาน ซึ่งผู้ที่นำเต่ามารักษาก็อยากจะมีส่วนร่วมในการดูแลจึงรับไปดูแลที่บ้านด้วย นอกจากการดูแลรักษาอยู่ที่คลินิกโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯแล้ว เป็นตัวอย่างเคสที่พวกเราร่วมด้วยช่วยกันช่วยเต่าที่ได้รับบาดเจ็บได้รับการรักษาและดูแลจนกว่าจะหายดีจนได้กลับไปอยู่ในธรรมชาติดังเดิมต่อไป

และยังมีอีกหลายเคสที่สัตวแพทย์ยังต้องดูแลรักษาทั้งสุขภาพและอาการบาดเจ็บ ซึ่งแต่ละเคสต้องใช้เวลาอีกหลายๆเดือน ส่วนเคสที่แข็งแรงขึ้นก็จะย้ายไปดูแลในพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติเพื่อปรับสภาพให้พร้อมในการรอปล่อยสู่พื้นที่สภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติแท้จริงต่อไป

เคสที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือ 

บ่อน้ำตามวัดหรือสวนสาธารณะ ที่มีการเลี้ยงเพื่อให้ประชาชนมาให้อาหาร ก็จะมีเต่าอาศัยอยู่จำนวนมาก ซึ่งกรณีสถานที่แบบนี้ก็จะมีประชาชนนำเต่ามาปล่อยอีกด้วย ทำให้เต่าอาศัยกันอยู่หนาแน่น น้ำก็อาจไม่มีการถ่ายเท อาหารที่ให้ก็ไม่เหมาะสม จึงเป็นปัจจัยรวมกันทำให้เต่ามีสุขภาพที่ย่ำแย่ ทำให้เต่าที่เป็นสัตว์อายุยืนมีอายุสั้นลงได้ กรณีนี้มูลนิธิฯ จึงต้องจัดกิจกรรมช่วยเต่าโดยอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ พร้อมกับอาสาสมัครที่เข้ามาช่วยกัน ซึ่งจะมีจำนวนมากและบางแแห่งอาจมีมากกว่า 100 ตัว เมื่อช่วยเต่าออกมาจากบ่อดังกล่าวแล้วก็ต้องทำการคัดแยกชนิด วัดค่าต่างๆ และตรวจสุขภาพเพื่อแยกสภาพเต่าที่จะต้องดูแล ซึ่งเกือบทั้งหมดจะป่วย ตัวที่ดูสุขภาพดีหน่อยก็จะทำการถ่ายพยาธิและให้วิตามิน แล้วนำไปดูแลในบ่อที่เตรียมไว้ ส่วนที่สุขภาพไม่ค่อยดีก็จะต้องรักษาก่อนแล้วนำไปดูแลก่อนที่จะปล่อยลงบ่อเพื่อรอเตรียมพร้อมก่อนปล่อย ต้องใช้เวลาตั้งแต่เป็นเดือนจนถึงหลายๆเดือน หรือบางตัวอาจต้องดูแลกันแบบยาวๆเลยก็มี ก็ต้องรักษากันอย่างต่อเนื่อง ส่วนตัวที่สุขภาพดีจนเมื่อแน่ใจว่าพร้อมเราก็จะนำไปปล่อยสู่ธรรมชาติต่อไป

ทั้งนี้ในการดูแลรักษาเต่าของมูลนิธิฯ เมื่อเต่าและตะพาบน้ำมีความพร้อมในการปล่อยสู่ธรรมชาติแล้ว ทางมูลนิธิฯ จะจัดกิจกรรมเพื่อนำไปปล่อย สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมก็จะมีทั้งผู้นำเต่าหรือตะพาบมาส่งให้การรักษา และผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมปล่อยเต่าที่ได้จัดกิจกรรมขึ้น ซึ่งแต่ละครั้งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 30-50 คน ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้มีโอกาสเรียนรู้ถึงชนิดของเต่า ชีววิทยาและธรรมชาติของเต่า การช่วยเหลือเบื้องต้น และการจัดการอย่างถูกวิธี รวมถึงการปล่อยเต่าอย่างถูกต้อง ซึ่งหลังทำกิจกรรมก็ทำให้สามารถเข้าใจการดำเนินการของโครงการหรือกิจกรรมได้ และถ้าหากพบเต่าหรือตะพาบน้ำที่ได้รับบาดเจ็บก็สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องต่อไป