เงินบริจาคของคุณจะนำไปจัดซื้อข้าวสารเพื่อการยังชีพให้กับผู้สูงอายุ22คน
ข้าวสารเพื่อการยังชีพ สำหรับครัวเรือนพึ่งพิง ที่มีความเป็นอยู่ยากลำบาก จากภาวะความชรา เจ็บป่วย พิการ อยู่ลำพัง มีรายได้เพียงเงินช่วยเหลือจากภาครัฐเท่านั้น เมื่อได้มาจำเป็นต้องไปซื้อข้าวสารเป็นลำดับแรก เพื่อไม่ให้อด เงินที่เหลือไม่เพียงพอที่จะซื้อกับข้าวกินครบมื้อ ซื้อยา หรือเป็นค่ารถไปหาหมอ ร่วมด้วยช่วยกันให้ลุง ๆ ป้า ๆ มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น ได้ใช้เงินที่มีเพียงน้อยนิดไปยังชีพตามอัตภาพ “ข้าวสาร 2 ถุง ต่อลมหายใจ ได้ 1 เดือน” มาร่วมกันสร้างรอยยิ้ม และความสุขด้วยกัน
จากจุดเริ่มต้นการค้นหาครัวเรือนยากจนจริงในพื้นที่จังหวัดชัยนาทซึ่งติดเป็นหนึ่งใน 10 จังหวัดยากจนที่จุดของประเทศ ในปี 2562 ภายใต้โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ที่ดำเนินการจัดทำระบบฐานข้อมูลครัวเรือนยากจนที่แม่นยำด้วยวิธีการมีส่วนร่วม และเป็นที่ยอมรับในระดับชุมชน และหน่วยงาน ซึ่งพบว่าในตำบลโพนางดำออก อำเภอสรรพยา มีครัวเรือนคนจน 180 ครัวเรือน โดยมีปัจจัยหลักจากสุขภาพเสื่อมโทรม แก่ชรา ไร้อาชีพ ขาดรายได้ และควรได้รับการดูแลให้มีปัจจัยพื้นฐานสำหรับการดำรงชีพเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี จากงานวิจัย จัดกลุ่มคนจนตามสภาพ โดยพบว่ามีกลุ่มคนจนที่ต้องพึ่งพิงเงินจากเบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยพิการ และบัตรสวัสดิการของรัฐเพื่อการยังชีพเป็นหลัก เมื่อได้รับเงินจะต้องนำไปซื้อข้าวสารมาเก็บไว้หุงกินให้ได้ทั้งเดือนไว้ก่อน ซึ่งส่งผลให้แทบไม่เหลือเงินพอที่จะใช้สำหรับเหตุจำเป็นอย่างอื่น เช่น ค่าเดินทางไปหาหมอ แม้มีการช่วยเหลือจากหน่วยงานและผู้ใจบุญอยู่บ้าง แต่เป็นครั้งคราว ขาดความต่อเนื่อง เพียงพอ ประกอบกับเป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมที่ทำให้บ้านเรือนทรัพย์สินเสียหาย การฟื้นตัวหรือการดูแลตนเองในกลุ่มนี้ยิ่งยากลำบากขึ้น
การล้อมวงพูดคุยโดยการหยิบยกข้อมูลมาร่วมกันวิเคราะห์ ออกแบบแนวทางการช่วยเหลือ ของเหล่าผู้นำชุมชน และอาสาสมัคร นำมาซึ่งความคิดการจัดตั้ง “กองทุนข้าวสารตำบลโพนางดำออก” โดยระดมข้าวสารผ่านกิจกรรมผ้าป่าข้าวสาร และการเปิดรับเงินบริจาคผ่านบัญชีกองทุนจากสาธารณะ บริหารโดยคณะกรรมการที่เป็นคนท้องถิ่น พร้อมทำหน้าที่ในการจัดส่งข้าวสารให้ทุกเดือนยังบ้านเรือนที่ส่วนมากเป็นคนแก่ ผู้พิการ ให้แก่ผู้ที่ได้รับการพิจารณาในเวทีประชาคมตำบล จำนวน 22 ราย กองทุนข้าวสารนี้จึงถือเป็นสวัสดิการชุมชน ที่คนในชุมชนจะดูแลคนในชุมชนได้ ความโดดเด่นกองทุนนี้จึงอยู่ที่ความต่อเนื่อง การช่วยเหลืออย่างถูกคน ตรงความต้องการ โปร่งใส ไม่มีเสียงทักท้วงหรือข้อครหา
จำนวน 22 ราย นั้นมาจากชุดฐานข้อมูล 180 ครัวเรือนยากจน ซึ่งได้ผ่านเวทีประชาคมระดับตำบลที่ประกอบไปด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย อสม. สมาชิกชุมชน ทีมวิจัย สมาชิกชุมชนกว่า 100 คน ร่วมกันพิจารณาเสนอรายชื่อจากกลุ่มครัวเรือนยากจนในพื้นที่ครอบคลุมทั้ง 8 หมู่บ้าน ภายใต้ระเบียบของกองทุนที่ได้ร่วมกันร่างขึ้น 22 รายชื่อดังกล่าวได้รับการยอมรับว่ามีสภาพความเป็นอยู่ที่ควรแก่การช่วยเหลือ โดยเวทีประชาคมเห็นด้วยกับ 22 รายชื่อดังกล่าว จึงนำมาสู่การช่วยเหลืออย่างเต็มใจ
กองทุนข้าวสาร มีการระดมข้าวสาร เงินบริจาค โดยได้ความกรุณาจากท่านเจ้าคณะจังหวัด พม.จังหวัดชัยนาท นายกเทศบาลตำบลโพนางดำออก สถาบันวิทยาลัยชุมชน และภาคี ร่วมทอดผ้าป่าข้าวสารครั้งที่ 1 วันที่ 29 เมษายน 2565 พร้อมทั้งลงเยี่ยมบ้านผู้ได้รับข้าวสาร
กองทุนข้าวสารตำบลโพนางดำออก
หน่วยสวัสดิการชุมชนที่ดำเนินการขับเคลื่อนหลักโดยคนท้องถิ่น เป็นศูนย์กลางการระดมข้าวสาร เงินทุน และจัดสรรข้าวสารเพื่อการบริโภคแก่ผู้ยากจนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ระดมทุนจัดซื้อข้าวสารให้กับผู้สูงอายุยากไร้ เพื่อที่จะได้มีข้าวสารเพียงพอต่อการยังชีพตลอดปี จะได้เก็บเงินที่เหลือไว้ใช้กับเหตุจำเป็นอย่างอื่นแทน
จัดซื้อข้าวสารในทุกเดือน จำนวน 10 กิโลกรัม/คน/เดือน ตามรายชื่อที่ผ่านการประชาคมระดับตำบล จำนวน 22 ราย อย่างต่อเนื่องประจำทุกเดือน ตลอดปี
ส่งมอบข้าวสารแต่ละครัวเรือน โดยทีมนักจัดการชุมชน พูดคุยสอบถามความเป็นอยู่ ให้กำลังใจอย่างเป็นกันเอง
รายการ | จำนวน | จำนวนเงิน (บาท) |
---|---|---|
ข้าวสารเพื่อบริโภค - ถุงละ 10 กก. (230 บาท) /คน/เดือน - จำนวน 22 คน ระยะเวลา 12 เดือน | 264ถุง | 60,720.00 |
รวมเป็นเงินทั้งหมด | 60,720.00 | |
ค่าสนับสนุนเทใจ (10%) | 6,072.00 |
ร่วมกันระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการนี้
สร้างเพจระดมทุนให้โครงการนี้