เงินบริจาคของคุณจะนำไปจัดค่าย STEM 1 วันให้กับน้อง ๆ ม.ต้น บนพื้นที่สูง30คน
"หนูอยากสร้างหุ่นยนต์เก็บขยะ ประเทศไทยจะได้ไม่มีขยะค่ะ"
"ผมอยากสร้างขาเทียม เพื่อที่จะให้คนที่ไม่มีขาครับ"
ความฝันเหล่านี้มักแผ่วเบาลงเรื่อยๆ เมื่อเด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นในพื้นที่ห่างไกล... ไม่ใช่เพราะเขาไม่เก่ง แต่เพราะเขาไม่เคยมีพื้นที่ให้ขยับเข้าใกล้ฝันมากยิ่งขึ้น
สำหรับเด็กชาติพันธุ์ ม.ต้น ในเชียงราย โลกของเขาอาจกว้างเท่าที่ตาเห็นจากยอดดอย การเรียนรู้อาจจบลงแค่การท่องจำในสมุดเล่มเก่า เพราะระบบและทรัพยากรเดินทางไปไม่ถึงใจกลางหุบเขา เรากำลังจะเสีย "NextGen" ไป เพียงเพราะเขาไม่มีโอกาสได้ลอง
ช่วง ม.ต้น คือ "โค้งสุดท้าย" ที่เด็กจะเลือกว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ หากเขาไม่ถูกจุดประกายตอนนี้ เขาอาจกลายเป็นเพียงสถิติ "เด็กตกหล่น" ที่น่าเสียดายของประเทศ
ค่าย STEM นี้ คือพื้นที่ "เปิดโลกทัศน์" ให้กับเด็กๆ ทั้ง 30 คน เราจะเอาเทคโนโลยี ทักษะแห่งอนาคต และวิธีคิดแบบ Innovator ไปวางไว้ในมือเขา เพื่อให้ความฝันของเขาไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ที่บนดอย
เรามาช่วยกัน "เปิดโลก" ให้พวกเขาคนละครึ่งทาง:
เราจัดการ: งบประมาณส่วน Logistics ทั้งหมด (ที่พัก การเดินทาง และอาหาร)
คุณเติมเต็ม: ค่าวิทยากรและอุปกรณ์การเรียนรู้ (ทุนละ 1,070 บาท ต่อเด็ก 1 คน)
เงิน 1,070 บาท ของคุณ อาจเป็นมื้ออาหารมื้อพิเศษหนึ่งมื้อในเมือง แต่นี่คือ "การลงทุน" ที่จะเปลี่ยนวิธีคิดของเด็กพื้นที่สูงไปตลอดกาล ร่วมเติมเต็มโอกาสให้เด็ก 30 ชีวิตได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น
โครงการนี้มุ่งแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสการเรียนรู้ STEM ของเด็กชาติพันธุ์ในพื้นที่ห่างไกล จังหวัดเชียงราย จากประสบการณ์การทำงานภาคสนามของมูลนิธิ กู้ดเนเบอร์ซ (ประเทศไทย) มากกว่า 10 ปี พบว่าเด็กระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจำนวนมากยังขาดโอกาสเข้าถึงกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 เช่น การคิดวิเคราะห์ การตั้งคำถาม และการแก้ปัญหา ผ่านการทดลองและการลงมือปฏิบัติจริง ข้อจำกัดด้านทรัพยากรการศึกษาและกิจกรรมเสริมทักษะในพื้นที่ ส่งผลให้เด็กจำนวนมากไม่ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้าน STEM อย่างเต็มที่ แม้ว่าพวกเขาจะมีศักยภาพไม่แตกต่างจากเด็กในพื้นที่เมืองก็ตาม ความเหลื่อมล้ำดังกล่าวทำให้เด็กขาดโอกาสในการค้นพบความสามารถของตนเอง และขาดความมั่นใจในการต่อยอดการเรียนรู้ในอนาคต
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว มูลนิธิ กู้ดเนเบอร์ซ (ประเทศไทย) มีแผนจัด ค่าย STEM ระยะเวลา 1 วัน สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นอย่างน้อย 30 คนต่อปี โดยร่วมออกแบบกระบวนการเรียนรู้แบบ Experiential Learning กับองค์ที่เชียวชาญด้านการเรียนรู้ STEM ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง การทดลอง และการทำงานเป็นทีม
ภายในค่าย นักเรียนจะได้เรียนรู้และทำกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับ ปัญหาในชีวิตจริง โดยเฉพาะประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ผ่านกิจกรรม STEM ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลอง สำรวจ และออกแบบวิธีแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ เช่น การสังเกตและวิเคราะห์สภาพแวดล้อม การออกแบบแนวทางรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และการคิดค้นแนวทางแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในบริบทของชุมชน
กระบวนการเรียนรู้จะปิดท้ายด้วยการนำเสนอแนวคิดและการสะท้อนการเรียนรู้ของผู้เข้าร่วม เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม และการสื่อสาร พร้อมทั้งช่วยให้เด็กตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต
อนึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559–ปัจจุบัน มูลนิธิ กู้ดเนเบอร์ซ (ประเทศไทย) ได้สนับสนุนการจัดการศึกษาแบบพหุภาษา ให้เด็กชาติพันธุ์กว่า 1,425 คน จาก 15 โรงเรียน ช่วยลดอุปสรรคเชิงโครงสร้างและเปิดโอกาสให้เด็กสามารถเข้าถึงระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยอย่างเท่าเทียม
มูลนิธิฯ ต่อยอดสู่การพัฒนา STEM Club ในโรงเรียน เพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กได้ฝึกคิด วิเคราะห์ ทดลอง และเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง จนเกิดผลลัพธ์เชิงบวกทั้งด้านทักษะการคิด ความมั่นใจ และทัศนคติต่อการเรียนรู้
เลือกโรงเรียนเป้าหมาย โดยคัดเลือกจากโรงเรียนที่เราร่วมจัด STEM Club ในระดับชั้นมันธยมต้น จากนั้นประสานไปยังโรงเรียนเป้าหมายเพื่อขอสัมภาษณ์และเก็บข้อมูลเพื่อระบุปัญหาเชิงลึก รวมถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และประเมินความต้องการและศักยภาพในการช่วยเหลือ
วางแผนรูปแบบกิจกรรม ออกแบบฐานการเรียนรู้ STEM ประสานงานกับโรงเรียนและชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย คัดเลือกนักเรียนกลุ่มเป้าหมายจำนวน 30 คน จัดเตรียมจัดหาที่พัก อาหารและการเดินทาง รวมถึงจัดประชุมทีมงานเพื่อเตรียมความพร้อมด้านกระบวนการเรียนรู้และความปลอดภัย
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ STEM แบบลงมือปฏิบัติจริงในเดือนมิถุนายม 2569 ผ่านฐานกิจกรรมที่ออกแบบให้เข้าใจง่าย และเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน ควบคู่กับกิจกรรมเสริมทักษะชีวิต การทำงานเป็นทีม และการค้นหาแรงบันดาลใจ โดยมีทีมวิทยากรดูแลตลอดกิจกรรม เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้เต็มศักยภาพในบรรยากาศที่ปลอดภัยและเป็นมิตร
ประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนผ่านแบบประเมิน และกิจกรรมสะท้อนความคิด สรุปบทเรียนจากทีมงาน จัดทำรายงานผลโครงการ และเผยแพร่ผลลัพธ์ให้ผู้สนับสนุนและสาธารณชนรับทราบ เพื่อใช้พัฒนาโครงการในระยะต่อไปอย่างต่อเนื่อง
| รายการ | จำนวน | จำนวนเงิน (บาท) |
|---|---|---|
| ค่าวิทยากร รวมค่าอุปกรณ์การสอนและการออกแบบกิจกรรม ค่าลงทะเบียนสำหรับนักเรียน 1,070 บาทต่อคน โดยรวมค่าวิทยากร อุปกรณ์การเรียนรู้ และกิจกรรมที่ออกแบบอย่างเหมาะสมตลอดหลักสูตรค่าย | 30นักเรียน | 32,100.00 |
| รวมเป็นเงินทั้งหมด | 32,100.00 | |
| ค่าสนับสนุนเทใจ (10%) | 3,210.00 | |
มูลนิธิ กู้ดเนเบอร์ซ เป็นองค์กรด้านมนุษยธรรมและการพัฒนาระดับนานาชาติ ที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2534 และได้จดทะเบียนก่อตั้งในประเทศไทย โดยใช้ชื่อว่า มูลนิธิ กู้ดเนเบอร์ซ (ประเทศไทย) เมื่อปี พ.ศ. 2558 ดำเนินการเพื่อส่งเสริมการคุ้มครองเด็กและสนับสนุนการศึกษาในประเทศไทย ทำงานในเขตพื้นที่ดอยสูงจังหวัดเชียงรายมาตั้งแต่ปี 2558 โดยทำงานร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1 และเขต 3 มีเป้าหมายหลักในการช่วยเหลือและสร้างโอกาสให้กับเด็กชาติพันธุ์ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ในขณะนี้มีโรงเรียนภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิ ทั้งหมด 14 โรงเรียน แบ่งเป็นโรงเรียนใน จ.เชียงราย เขต 1 จำนวน 8 โรงเรียน และเขต 3 จำนวน 7 โรงเรียน กิจกรรมหลักของโครงการ การสนับสนุนการจัดการศึกษาแนวทางพหุภาษาโดยใช้ภาษาแม่เป็นฐาน โดยรจัดสรรผู้ช่วยครูสองภาษาและพัฒนาศักยภาพผู้ช่วยครูสองภาษา ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนเหล่านี้สามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเต็มที่ ลดอุปสรรคทางภาษาและเสริมสร้างความเข้าใจในบทเรียน พัฒนาทักษะการสอนผู้ช่วยครู นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงอาคาร เช่น ห้องสมุด หอพัก และห้องน้ำให้ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ ทำให้นักเรียนมีความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจในการเรียนรู้และพัฒนาอย่างเต็มที่ โครงการนี้จึงไม่เพียงแต่ช่วยให้นักเรียนชาติพันธุ์ได้รับการศึกษาที่ดีขึ้น ประสบการณ์และผลงานขององค์กรผลลัพธ์และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากโครงการที่ผ่านมา จากการวัดผลผ่านแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน พบว่านักเรียนมีคะแนนการใช้ทักษะภาษาไทยดีขึ้นในแบบทดสอบหลังเรียน นอกจากนี้จากการสัมภาษณ์ผู้อำนวยการ ครูในโรงเรียนและผู้ช่วยครู ต่างให้ความเห็นว่าหลังจากดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง ทางโรงเรียนเห็นผลของพัฒนาการอย่างมีนัยสัมคัญ นักเรียนมีความสนใจและมาเข้าเรียนมากขึ้น มีความกล้าแสดงออกและกล้าสื่อสารมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับครูและโรงเรียนมากขึ้น เมื่อเทียบกับนักเรียนที่ยังไม่เคยเรียนในห้องเรียนที่มีผู้ช่วยครูสองภาษา
ดูโปรไฟล์ร่วมกันระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการนี้
สร้างเพจระดมทุนให้โครงการนี้