โครงการได้เริ่มดำเนินกิจกรรมพิทักษ์ป่าชุมชน 3 พื้นที่ ต่อไปนี้
- ป่าชุมชนบ้านคลองระบัง หมู่ 8 บ้านคลองระบัง ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
- ป่าชุมชนบ้านมวกเหล็กใน หมู่ 3 ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
- ป่าชุมชนบ้านดอยช้างป่าแป๋ หมู่ 7 ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน
ป่าชุมชนบ้านคลองระบัง หมู่ 8 บ้านคลองระบัง ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
กิจกรรมที่เกิดขึ้น:
- จัดซื้อและติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพ (Camera Trap) จำนวน 6 ชุด
- ดูแลและปรับปรุงแนวกันไฟหลักและรอง สร้างแนวกันไฟหลัก กว้าง 3 ม. ระยะทาง 3 กม./แนวกันไฟรอง กว้าง 1 ม. ระยะทาง 5 กม.
- จัดกิจกรรมเดินศึกษาธรรมชาติและแคมป์เยาวชนรักษ์ป่า จำนวน 2 ครั้งก่อนฤดูไฟป่า กิจกรรมครั้งที่ 2 มีผู้เข้าร่วม 78 คน ทั้งเยาวชน ผู้ปกครอง และผู้สนใจร่วมกิจกรรม
สิ่งที่ได้รับจากการทำโครงการ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนและหลังทำกิจกรรม:
ก่อนทำโครงการ
- ขาดเครื่องมือสำหรับเก็บข้อมูลสัตว์ป่าและเฝ้าระวังการบุกแนวกันไฟมีไม่เพียงพอ ทำให้พื้นที่ป่าเสี่ยงไฟป่า
- เยาวชนและชุมชนขาดโอกาสเรียนรู้เรื่องพันธุ์ไม้ การปลูกป่า และการอนุรักษ์ธรรมชาติ
หลังทำโครงการ
- ชุมชนได้ติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพ (Camera Trap) จำนวน 6 ชุด ทำให้ชุมชนสามารถติดตามสัตว์ป่าและกิจกรรมบุคคลภายนอกได้
- ปรับปรุงแนวกันไฟหลักกว้าง 3 เมตร ยาว 3 กิโลเมตร และแนวกันไฟรองกว้าง 1 เมตร ยาว 5 กิโลเมตร ลดความเสี่ยงจากไฟป่า และใช้เป็นเส้นทางศึกษาเชิงธรรมชาติ
- จัดกิจกรรมเดินศึกษาธรรมชาติและแคมป์เยาวชนรักษ์ป่า ครั้งที่ 2 มีผู้เข้าร่วม 78 คน เยาวชนและชุมชนได้เรียนรู้เรื่องพันธุ์ไม้ การติดป้ายชื่อไม้ การเก็บเมล็ดพันธุ์ การปลูกต้นไม้ การใช้สมุนไพร และการอนุรักษ์ป่า
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกช่วงวัยในชุมชน สร้างความตระหนักและความร่วมมือในการฟื้นฟูและรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ป่าชุมชนบ้านมวกเหล็กใน หมู่ 3 ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
กิจกรรมที่เกิดขึ้น:
- ติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพ (Camera Trap) จำนวน 6 ชุด
- ปรับปรุงเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าเขาหินปูน จำนวน 1 เส้นทาง ระยะประมาณ 2 กม. โดยใช้รถไถปรับทางช่วงเชิงเขาให้เรียบ และใช้แรงงานคนปรับเส้นทางเดินเท้าขึ้นเขาหินปูน
- อยู่ระหว่างการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเตรียมปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติอีก 4 เส้นทาง
สิ่งที่ได้รับจากการทำโครงการ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนและหลังทำกิจกรรม:
ก่อนทำกิจกรรม
- มีข้อมูลสัตว์ป่าจำกัด และไม่สามารถเฝ้าระวังพื้นที่ได้ทั่วถึง
- เส้นทางศึกษาธรรมชาติสภาพไม่เอื้อต่อการเรียนรู้และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
- ชุมชนยังไม่มีรูปแบบการจัดการท่องเที่ยวที่ชัดเจนหรือสร้างรายได้อย่างเป็นระบบจากป่า
หลังทำกิจกรรม
- มีกล้อง Camera Trap 6 จุด ช่วยติดตามสัตว์ป่า เฝ้าระวังการบุกรุก และใช้ข้อมูลประกอบการจัดการป่า
- เส้นทางศึกษาธรรมชาติ 2 กม. ได้รับการปรับปรุงให้เดินง่าย ปลอดภัย และรองรับกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
- ชุมชนเริ่มจัดตั้งวิสาหกิจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเตรียมพัฒนาเส้นทางใหม่อีก 4 เส้นทาง ทำให้เกิดโอกาสสร้างรายได้อย่างยั่งยืนจากการอนุรักษ์
ป่าชุมชนบ้านดอยช้างป่าแป๋ หมู่ 7 ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน
กิจกรรมที่เกิดขึ้น: กิจกรรมการซ่อมแซมฝายเก็บน้ำดับไฟป่า
การดำเนินงาน 1-2 วันแรก
- เก็บกวาดทำความสะอาดเสร็จไม้กิ่งไม้รอบๆบริเวณสระและในสระ
- ขุดพืชที่ขึ้นตามริมขอบสระมาเก็บไว้เป็นจุดเพื่อทำการปลูกลงไปใหม่หลังจากที่ซ่อมแซมสระน้ำเสร็จแล้ว
- ฝังท่อระบายขนาด 4 นิ้ว 2 ท่อน
การดำเนินงาน วันที่ 3 – 4 เป็นงานขยายพื้นที่ภายในสระโดยการขูดดินทราย หิน มาทำเป็นคานสระ การทำงานในจุดนี้จะแบ่งงานออกเป็น 3 ฝ่าย
- ทีมขุดดินออกเป็นกองประมาณลากออกด้วยรถดันดินทำมือได้
- ฝ่ายลาก ดันดิน ขนก้อนหิน ไปวางกองคานดิน
- ปรับคานฝายให้เรียบเข้ารูป นำก้อนหินเรียงเป็นชั้นเพื่อกันดินสไลด์
การดำเนินงาน วันที่ 5-6 ดำเนินการนำดินที่ขุดจากด้านข้างของลำห้วยทั้ง 2 ฝั่ง มาโถมเป็นคานฝายป้องกันน้ำรั่วซึม แบ่งหน้าที่เป็น 3 แผนก
- ฝ่ายขุดดิน
- ฝ่ายดันดิน
- ฝ่ายปรับคานฝาย
การดำเนินงาน วันที่ 7-8 ดำเนินการนำดินที่ขุดจากด้านข้างของลำห้วยทั้ง 2 ฝั่ง มาโถมเป็นคานฝายเป็นเวลา 8 วัน ความสูงประมาณ 1.20 เมตร โดยนำก้อนหินแต่ละก้อนมาวางซ้อนกันคันฝ่ายด้านนอก เพื่อป้องกันไม่ให้คันฝ่ายที่เป็นดินแดนหรือดินที่ผ่านการนวดเป็นดินเหนียวสไลด์หรือถล่ม การดำเนินงานแบ่งหน้าที่เป็น 3 แผนก
- ฝ่ายขุดดิน,หิน
- ฝ่ายดันดิน
- ฝ่ายปรับคานฝาย
การดำเนินงาน วันที่ 9-10 การขุดดิน ลากนำมาโถมเป็นคานฝาย คานฝายในวันที่ 9-10 นี้จะมีความสูงอยู่ที่ 180 เซนติเมตร ประมาณการซ่อมบำรุงสระน้ำดับไฟป่ามีความคืบหน้าที่ 85%
การดำเนินงาน วันที่ 11-12 หลังจากที่ซ่อมแซมบำรุงคานฝายเสร็จ ทำการล้อมรั้วเพื่อไม่ให้วัวควายเข้ามาเหยียบ
ระยะเวลา/จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม: การทำงานทั้งหมดรวมเป็นเวลา 12 วัน แรงคนหรือจำนวนคนที่เข้ามาทำงานประมาณ 75 คน
กิจกรรมที่ต้องดำเนินการต่อไป : การนำพืชที่ขุดออกมาปลูกตามคานฝาย ล้อมรั้วป้องกันสัตว์ตกลงไป พร้อมทำการประเมินติดตามตรวจสอบผลการดำเนินงานต่อไป
- กิจกรรมติดตั้งท่อระบายน้ำให้กับสระน้ำดับไฟป่า หลังจากที่ทีมงานได้ทำการซ่อมแซมปรับปรุงสระน้ำดับไฟป่า จากเดิมที่ความจุประมาณ 80,000 ลิตร ตอนนี้เพิ่มเป็นประมาณ 150,000 ลิตร ในช่วงเวลา 2 เดือนผ่านไป บนคันสระที่ได้ปลูกไม้พื้นถิ่นก็เริ่มเติบโตขึ้น จากนั้นได้นำท่อขนาด 5 นิ้วมาเป็นท่อระบายน้ำกรณีที่น้ำเต็มจะล้นสระรอให้น้ำเต็ม หลังจากนั้นก็จะมีกบ, เขียดมากมายเข้าไปอยู่อาศัยขยายเผ่าพันธุ์ ทั้งนี้แหล่งน้ำก็จะเป็นน้ำดื่มให้กับสัตว์ป่าอีกด้วย ซึ่งเป็นผลจากความประสงค์หลักคือกักเก็บน้ำเอาไว้ทำเป็นระบบแนวกันไฟสปริงเกอร์
- กิจกรรมขยายแนวกันไฟสปริงเกลอร์ IoT ออกไปอีก 200 เมตร จากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 2 กม.
- ฝึกอบรมการสร้างและการใช้งานระบบแนวกันไฟ IoT ให้กับเยาวชนและอาสาดับไฟป่าของชุมชนจำนวน 30 คน
สิ่งที่ได้รับจากการทำโครงการ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนและหลังทำกิจกรรม:
ก่อนทำกิจกรรม :
ก่อนดำเนินโครงการ สระน้ำดับไฟป่าในพื้นที่อยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ตื้นเขิน มีตะกอน ดินทราย และก้อนหินจำนวนมาก ขนาดความจุน้ำลดลงอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เพียงพอสำหรับการใช้งานในฤดูไฟป่า รวมถึงคันฝายเดิมเริ่มพังทลายเพราะดินไม่แน่น ไม่มีระบบท่อระบายน้ำที่เหมาะสม ส่งผลให้ชุมชนต้องเผชิญความเสี่ยงจากไฟป่าที่อาจลุกลามได้รวดเร็วเนื่องจากขาดแหล่งน้ำสนับสนุน
หลังจากได้รับการสนับสนุนทุนและลงแรงร่วมกันของชาวบ้านตลอด 12 วัน สระน้ำได้รับการขุดลอก ปรับปรุงคันฝาย และเสริมความมั่นคงด้วยดินเหนียวและก้อนหินอย่างเป็นระบบ ความจุน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิมราว 80,000 ลิตร เป็นประมาณ 150,000 ลิตร สามารถเก็บน้ำได้เต็มความจุและมีการติดตั้งท่อระบายน้ำใหม่เพื่อช่วยควบคุมน้ำล้น นอกจากนี้ยังมีการปลูกพืชพื้นถิ่นบนคันฝายเพื่อช่วยยึดดินตามภูมิปัญญาชาวบ้าน ทำให้คันฝายแข็งแรงและยั่งยืนมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่เดือน พืชที่ปลูกไว้เติบโตดี ช่วยประคองคันดินให้มั่นคง