cover_1
เทใจแนะนำ
+1

ชุมชนพิทักษ์ป่า Forest Guardians (ปี 2)

Change FusionChange Fusion
สิ่งแวดล้อม/ธรรมชาติ
ผู้ประสบภัยพิบัติ
คนชายขอบ/คนไร้สัญชาติ

เงินบริจาคของคุณจะสนับสนุนงบ เครื่องมือ และความรู้-ทักษะให้กับชาวบ้านในพื้นที่ป่าต้นน้ำเพื่อช่วยเฝ้าระวัง ดูแล และฟื้นฟูป่าแทนคนปลายน้ำ รวม10ชุมชน

ระยะเวลาระดมทุน

31 ม.ค. 2568 - 31 ธ.ค. 2569

พื้นที่ดำเนินโครงการ

จ.สระบุรี จ.เชียงใหม่ จ.น่าน

เป้าหมาย SDGs

NO POVERTYCLEAN WATER AND SANITATIONREDUCED INEQUALITIESRESPONSIBLE CONSUMPTION AND PRODUCTIONCLIMATE ACTIONLIFE ON LANDPEACE, JUSTICE AND STRONG INSTITUTIONSPARTNERSHIPS FOR THE GOALS

กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ

ชุมชน/หมู่บ้าน
35แห่ง
พื้นที่สวน/ป่า
30,000ไร่
กลุ่มชาติพันธุ์
6,000คน

สู้ไฟป่าและฝุ่นพิษ PM2.5 ด้วยการสนับสนุนให้ชาวบ้านต้นน้ำช่วยเฝ้าระวัง ดูแล และฟื้นฟูป่าแทนคนปลายน้ำ ปีที่แล้วมีชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนในเชียงใหม่สามารถลดพื้นที่ไฟไหม้ได้ 70% เมื่อชาวบ้านป้องกันไม่ให้มีไฟป่า ไม่ให้ป่าโดนบุกรุก ก็ช่วยให้เรามีอากาศสะอาด มีน้ำใช้ ป้องกันน้ำท่วม มีที่ให้เราและคนใกล้ตัวได้ไปสัมผัสธรรมชาติที่สวยงามได้ เป็นการท่องเที่ยวและเยียวยาจิตใจให้คนเมือง ดังนั้น การสนับสนุนโครงการนี้ฯ ซึ่งเรียกว่าเป็นการ จ่ายเพื่อบริการทางนิเวศ (payment for ecosystem services -PES) ผ่านการสนับสนุนให้ชุมชนเป็นผู้พิทักษ์ป่า แบบวัดผลได้ทางวิทยาศาสตร์ เช่น การใช้ดาวเทียมติดตามพื้นที่เผาไหม้/ร่องรอยการเผา (burnscar) ขอบเขตการปกคลุมของป่าไม้ (forest cover) ว่าไม่มีการแหว่งหาย และความสมบูรณ์ของป่า (NVDI) ว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร รวมถึงการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นต้น 

อนึ่ง สำหรับปี 2568 ได้ดำเนินการในจังหวัด เชียงใหม่ สระบุรี ลำพูน ตาก

ปัญหาสังคม

สถานการณ์ฝุ่นควันพิษ PM2.5 และไฟป่ากลายเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งผู้คนและสัตว์ป่าน้อยใหญ่ พื้นที่ป่าไม้โดนเผาไปกว่า 3 ล้านไร่ทุกปี โดยพื้นที่เผาไหม้ทั่วประเทศนั้นเป็นการไหม้จากไฟป่าถึง 65% ซึ่งเป็นต้นทางสำคัญของฝุ่นพิษ pm2.5 ที่กำลังทำลายสุขภาพของคนทั่วประเทศอย่างรุนแรง เกิดมะเร็งปอดและโรคทางเดินหายใจดังที่เห็นตามข่าวอยู่ตลอดเวลา

ด้วยพื้นที่ป่าทั่วประเทศที่กว้างใหญ่ถึง 102 ล้านไร่ ลำพังกำลังของเจ้าหน้าที่รัฐจึงดูแลได้ไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะเมื่อเจอปัญหาการบุกรุกป่าเพื่อทำเกษตรเชิงเดี่ยว ยิ่งทำให้ผืนป่าสูญเสียกลไกซับน้ำและชะลอน้ำหลาก จนเกิดดินถล่มและซ้ำเติมให้น้ำท่วมรุนแรงขึ้น ที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่ป่าต้นน้ำจึงต้องร่วมแรงกันปกป้องผืนป่า เฝ้าระวัง และดับไฟป่ากันเองทุกปีโดยแทบไม่มีคนภายนอกเข้าไปช่วย ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่พวกเขาทำส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต แหล่งน้ำ และอากาศสะอาดของคนเมือง รวมถึงเป็นการป้องกัน PM2.5 จากไฟป่าอีกด้วย 

โครงการ Forest Guardians ชุมชนพิทักษ์ป่า จึงเข้ามาเป็นแกนหลักในการจับมือกับภาคีเครือข่ายหลากภาคส่วน เพื่อเดินหน้าสนับสนุนงบประมาณ เครื่องมือ และองค์ความรู้ที่จำเป็นให้ชุมชนสามารถลุกขึ้นมาปกป้องผืนป่าได้อย่างแท้จริง

โครงการนี้เริ่มต้นนำร่องในปี 2567 ที่บ้านแม่สาน้อยและบ้านปงไคร้ ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และสามารถสร้างผลงานเป็นรูปธรรมด้วยการลดพื้นที่เผาไหม้ลงได้มากกว่า 70% เมื่อเทียบกับปีก่อน ด้วยการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ การทำแนวกันไฟ และการจัดการป้องกันไฟลามจากจุดอื่นอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังนำไปสู่การตั้งกติกาชุมชนร่วมกันและการพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ความสำเร็จดังกล่าวถูกนำมาขยายผลอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2568-2569 โดยในปี 2569 นี้ โครงการได้รับแรงหนุนเพิ่มจากภาคีใหม่อีกหลายส่วน จนสามารถกระจายความช่วยเหลือไปได้ถึง 25 ป่าชุมชน ครอบคลุมจังหวัดสระบุรี เชียงราย เชียงใหม่ น่าน แม่ฮ่องสอน ลำพูน และแพร่ ผ่านกิจกรรมยกระดับศักยภาพที่เข้มข้น ทั้งการฝึกปฏิบัติการเพื่อเพิ่มทักษะทำแนวกันไฟและเผชิญเหตุดับไฟป่า การสนับสนุนเครื่องเป่าลมกำลังสูงแบบเครื่องยนต์ ชุดอุปกรณ์เผชิญเหตุ รวมถึงการดึงเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำงานอย่างแม่นยำ เช่น การติดกล้องวงจรปิด กล้องดักถ่ายภาพ และการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมร่วมกับโดรนเพื่อติดตามข้อมูลการเปลี่ยนแปลงเชิงนิเวศจากการจัดการไฟป่า

โครงการนี้เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงาน บริหารจัดการโดยสถาบัน ChangeFusion ภายใต้มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ​  โดยมีภาคีดังต่อไปนี้ มูลนิธิสภาลมหายใจเชียงใหม่, มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือ, มูลนิธิฮักเมืองน่าน, เทใจ, ชุดโครงการวิจัยภาคป่าไม้เพื่อแก้ฝุ่น PM2.5 ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, สถาบันธรรมรัฐเพื่อการจัคพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม, คณะอนุกรรมการรัฐบาลเปิดของสำนักงาน กพร, สสส, The Centre for Humanitarian Dialogue (HD), The Next Forest, FORRU

 

วิธีการแก้ปัญหา

  1. สนับสนุนชุมชนที่มีศักยภาพเป็นผู้พิทักษ์ป่าให้สามารถดูแลป้องกันและฟื้นฟูป่าได้ทั้งในทางงบประมาณ ความรู้ และเทคโนโลยี/เครื่องมือต่างๆที่จำเป็น มีองค์กรพี่เลี้ยงที่ร่วมสนับสนุนช่วยเหลือและแก้ปัญหาต่างๆ รวมถึงสามารถช่วยเชื่อมโยงการสนับสนุนของภาครัฐได้

  2. พัฒนาให้ชุมชนพิทักษ์ป่าเกิดระบบเศรษฐกิจที่ทั้งสร้างรายได้และเอื้อเฟื้อดูแลธรรมชาติไปพร้อมๆกัน เช่น การให้บริการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การเกษตรที่ไม่เผาและฟื้นสร้างธรรมชาติ การให้บริการดูแลป่าในแนวทางคาร์บอนเครดิต ฯลฯ​ และสามารถแบ่งรายได้บางส่วนมาเป็นกองทุนจัดการสิ่งแวดล้อมของชุมชน เพื่อการจัดการไฟป่า และการฟื้นฟูดูแลธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

  3. เชื่อมโยงการพิทักษ์รักษาป่าโดยชุมชนกับหน่วยงานและนโยบายของรัฐ โดยเฉพาะในกลไกระดับพื้นที่และจังหวัด ให้มีความเชื่อมโยง รับรอง และสนับสนุนงานซึ่งกันและกัน

  4. ใช้หลักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยวัดผลอย่างแม่นยำ โดยใช้ระบบดาวเทียมติดตามพื้นที่เผาไหม้และตรวจสอบขอบเขตผืนป่า ควบคู่ไปกับการประเมินความอุดมสมบูรณ์ของป่าด้วยค่า NDVI รวมถึงการลงพื้นที่สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ

แผนการดำเนินงาน

  1. คัดเลือกชุมชนที่มีความตั้งใจและผลงานในการดูแลพื้นที่ป่ารอบๆชุมชนตนเอง โดยเฉพาะชุมชนที่ทำงานกันเป็นเครือข่ายร่วมกับองค์กรประชาสังคม มหาวิทยาลัย และหน่วยงานป่าไม้-อุทยาน

  2. ร่วมพัฒนาแผนเนื้อหากิจกรรมการพิทักษ์ป่าอย่างยั่งยืนในแต่ละพื้นที่ ผ่านการจัดให้มีองค์กรพี่เลี้ยง (องค์กรสาธารณะประโยชน์ และมหาวิทยาลัยที่สนับสนุนงานของชุมชน) ไปช่วยเหลือชุมชนให้ทำแผน และดำเนินงานได้อย่างมีความชัดเจน ตั้งอยู่บนข้อมูลที่ถูกต้อง และมีความโปร่งใส โดยในแผนแบ่งออกเป็น (1) กิจกรรมดูแลทุนทางธรรมชาติเดิม เช่น การป้องกันไฟป่าด้วยแนวกันไฟ การอยู่ยามไฟ การเผชิญไฟ (2) กิจกรรมฟื้นฟูทุนทางธรรมชาติ เช่น การฟื้นฟูป่า การจัดการน้ำเพื่อป่าเปียก (3) กิจกรรมพัฒนาทุนทางเศรษฐกิจที่ดูแลธรรมชาติ เช่น การปรับการเกษตรให้เป็นแบบไม่เผา และเกษตรฟื้นสร้าง (regenerative agriculture) การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและฟื้นฟูธรรมชาติ (4) กิจกรรมพัฒนาทุนทางสังคม เช่น การพัฒนาการรวมกลุ่มของชุมชนและวิสาหกิจ การบริหารจัดการ การสร้างความโปร่งใส/ธรรมาภิบาล กระบวนการสมานฉันท์ เป็นต้น

  3. คัดเลือกสนับสนุนโครงการที่เสนอจากแต่ละชุมชนโดยให้กิจกรรมที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เช่น การป้องกันและจัดการไฟป่า และเมื่อสามารถดำเนินการได้จนเกิดผลเป็นรูปธรรม ก็พิจารณาสนับสนุนกิจกรรมฟื้นฟูทุนทางธรรมชาติ เศรษฐกิจ และสังคมในชุมชนพิทักษ์ป่า เพื่อความยั่งยืนต่อไป

  4. ติดตามความคืบหน้าและการวัดผลที่มีความชัดเจน ทั้งใวิผลต่อการดูแลระบบนิเวศที่มีตัวชี้วัดทางวิทยาศาสตร์ และผลทางสังคม-เศรษฐกิจ ร่วมกับองค์กรพี่เลี้ยงและหน่วยวิชาการที่ร่วมสนับสนุน

  5. นำเสนอผลลัพธ์และสรุปบทเรียน ในแต่ละปีจะจัดให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสรุปบทเรียนระหว่างชุมชนต่างๆ และในภาพรวมของโครงการในช่วงปลายปี เพื่อให้เกิดการเรียนรู้วิธีการแนวทางแก้ปัญหาที่ได้ผลระหว่างชุมชนต่างๆ และเป็นฐานในการพัฒนาโครงการระยะต่อไป

แผนการใช้เงิน

รายการจำนวนจำนวนเงิน (บาท)
เครื่องเป่าลมกำลังสูงแบบเครื่องยนต์

(สระบุรี)

5ชุมชน200,000.00
ชุดอุปกรณ์เผชิญเหตุไฟป่า ได้แก่ ไม้ตบไฟ,ถังฉีดน้ำ,คราดมือเสือ, ชุดกันไฟ,ไฟฉายคาดศรีษะ,ยาสามัญฯลฯ และประกันอาสาดับไฟ

(สระบุรี)

5ชุมชน150,000.00
กล้องวงจรปิดและกล้องดักถ่ายภาพ

(สระบุรี)

5ชุมชน125,000.00
การฝึกปฏิบัติการเพื่อเพิ่มพูนทักษะการทำแนวกันไฟ และเผชิญเหตุดับไฟ

(สระบุรี)

5ชุมชน50,000.00
การสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชน - พัฒนาผลิตภัณฑ์จากฐานทรัพยากรท้องถิ่นและการจัดการท่องเที่ยว เรียนรู้นิเวศน์วิถีชุมชน

(สระบุรี)

5ชุมชน500,000.00
การจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ป้ายสื่อสาร และปรับปรุงเส้นทาง (สระบุรี)

(สระบุรี)

1ชุมชน250,000.00
บการจัดการป้องกันและเผชิญไฟ (ภาคเหนือ)

(การทำแนวกันไฟ, การอยู่ยามไฟ, การเผชิญไฟ, รวมถึงประกันของอาสาดับไฟ)

5ชุมชน150,000.00
การสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชน (ภาคเหนือ)

พัฒนาผลิตภัณฑ์จากฐานทรัพยากรท้องถิ่นและการจัดการท่องเที่ยว เรียนรู้นิเวศน์วิถีชุมชน

5ชุมชน500,000.00
การจัดประชุมและลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินกิจกรรมของชุมชน

12เดือน120,000.00
การติดตามข้อมูลการเปลี่ยนแปลงเชิงนิเวศจากการจัดการไฟป่า ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและโดรน

10ชุมขน150,000.00
การติดตามผลลัพธ์ทางสังคม ข้อมูลด้านเศรษฐกิจฐานราก และการจัดการชุมชน

10ชุมชน125,000.00
การจัดทำรายงานผลโครงการรายไตรมาศ และรายงานสรุปผลการดำเนินโครงการตามหลักการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนทั้งสามด้าน คือ สิ่งแวดล้อม, สังคม, ธรรมาภิบาล ( Environment,Social,Governance )

10ชุมชน100,000.00
การประสานงานและการจัดการโครงการ

12เดือน420,000.00
รวมเป็นเงินทั้งหมด2,840,000.00
ค่าสนับสนุนเทใจ (10%)284,000.00
ยอดระดมทุน
3,124,000.00

ผู้รับผิดชอบโครงการ

Change Fusion

Change Fusion

สร้างเพจระดมทุน

ร่วมกันระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการนี้

สร้างเพจระดมทุนให้โครงการนี้
icon