cover_1

ด่วน !! พลังน้ำใจสู่ผู้ประสบภัยใต้ 2567

เงินบริจาคของคุณจะนำไปซื้ออาหารแห้ง น้ำดื่ม ยารักษาโรค และอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตให้กับในพื้นที่ประสบภัยพิบัติสามจังหวัดชายแดนใต้3จังหวัด

project succeeded
โครงการสำเร็จแล้ว
17 มี.ค. 2569

รายงานปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ

ช่วงเวลาที่ทำกิจกรรม

1 ส.ค. 2568 - 2 ส.ค. 2568

พื้นที่ที่ทำกิจกรรม

ทั่วประเทศ

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ

อื่นๆ
105คน
ชุมชน/หมู่บ้าน
7แห่ง

ตามที่โครงการได้ขอรับการสนับสนุนผ่านแพลตฟอร์มเทใจดอทคอม เพื่อระดมทุนในการจัดทำถุงน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 1,000 ชุด สำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในช่วงวันที่ 22 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2567 นั้น

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการระดมทุนและการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ พบว่า ระดับน้ำได้ลดลงและสถานการณ์อุทกภัยได้คลี่คลายลง ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคมหลายภาคส่วน ได้เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ได้รับการดูแลด้านอาหารและสิ่งของจำเป็นในระยะฉุกเฉินอย่างทั่วถึงแล้ว

ดังนั้น เพื่อให้การใช้ทรัพยากรจากการบริจาคเกิด ประโยชน์สูงสุดต่อชุมชนและสอดคล้องกับสถานการณ์จริงในพื้นที่ โครงการจึงได้พิจารณาปรับแผนการดำเนินงานจากการจัดซื้อถุงยังชีพ มาเป็น การเตรียมความพร้อมของชุมชนในการรับมือกับภัยพิบัติในอนาคต ซึ่งถือเป็นการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติในระยะยาว โดยโครงการยังคงยึดมั่นในหลักการ ใช้เงินบริจาคอย่างโปร่งใส คุ้มค่า และตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง

กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ

จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 2 สิงหาคม 2568 อาสาสมัคร 7 พื้นที่ๆ ละ 15 คน ได้แก่ ตำบลบาตง ตำบลรือเสาะ และตำบลเรียง (จ.นราธิวาส) ตำบลอาซ่อง และตำบลกายูบอเกาะ (จ.ยะลา) ตำบลลิปะสะโง และตำบลเตราะบอน (จ.ปัตตานี) รวมจำนวนผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 105 คน

กิจกรรมที่ดำเนินการ

1.การบรรยายและถอดบทเรียน

  1. เรื่อง “แผนที่ทางน้ำและฐานข้อมูล” โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ชุมชนเข้าใจเส้นทาง   การไหลของน้ำและการจัดทำข้อมูลเชิงพื้นที่สำหรับการป้องกันและวางแผนรับมือ
  2. ปาฐกถาเรื่อง “การจัดการภัยพิบัติชุมชนเป็นฐาน” และ “บทบาทของประชาชน และเครือข่ายในการรับมือภัยพิบัติ” สร้างความตระหนักและย้ำบทบาทของอาสาสมัคร ในฐานะกำลังหลักของชุมชน

2.การฝึกเชิงปฏิบัติการ

  1. การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) และการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย
  2. การใช้วิทยุสื่อสารและสัญญาณมือหัวเรือ สำหรับประสานงานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
  3. การผูกเงื่อนเชือก สำหรับช่วยเหลือ เคลื่อนย้าย และการกู้ภัยทางบกและทางน้ำ
  4. การฝึกขับเรือกู้ภัยและการเอาตัวรอดในน้ำ เพื่อเตรียมพร้อมในพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก
  5. การวางแผนบัญชาการ เพื่อให้อาสาสมัครเข้าใจบทบาทหน้าที่และขั้นตอนการช่วยเหลือ

จำนวนผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง

  • อาสาสมัครจาก 7 พื้นที่ รวมประมาณ 105 คน ได้รับการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะใหม่
  • ประชาชนในชุมชนที่อาสาสมัครถ่ายทอดต่อ คาดว่าจะได้รับประโยชน์ ไม่น้อยกว่า 400 คน

สิ่งที่ได้รับจากการทำโครงการ

  1. อาสาสมัครมีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่และสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้จริง
  2. ชุมชนมีเครือข่ายอาสาสมัครที่เข้มแข็ง และสามารถประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นได้อย่างมีระบบ
  3. เกิดการสร้างฐานข้อมูลและแผนที่ทางน้ำที่เป็นประโยชน์ต่อการคาดการณ์และเตรียมการล่วงหน้า

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนและหลังทำกิจกรรม

ก่อนโครงการ: อาสาสมัครหลายพื้นที่ไม่มีการรวมกลุ่มของคนในพื้นที่ ขาดความรู้เบื้องต้น ขาดประสบการณ์และทักษะเฉพาะ เช่น การช่วยฟื้นคืนชีพ หรือการสื่อสารด้วยวิทยุ และทักษะอื่นๆ

หลังโครงการ: อาสาสมัครในพื้นที่มีการรวมกลุ่มหรือจัดตั้งศูนย์ของชุมชน มีความรู้และทักษะเชิงปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้จริง เช่น การช่วยฟื้นคืนชีพ การใช้วิทยุสื่อสาร การกู้ภัยทางน้ำ การเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ และการบัญชาการทีมในสถานการณ์ซับซ้อน ทำให้เกิดความพร้อมและความมั่นใจมากขึ้น

ข้อสรุปและข้อเสนอแนะสำหรับครั้งถัดไป

การฝึกอบรมและซ้อมแผนมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการยกระดับศักยภาพของอาสาสมัครและชุมชนในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติจริง ทั้งในด้านความรู้ ทักษะการปฏิบัติ และการทำงานเป็นทีม อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน ควรพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติมในครั้งต่อไปดังนี้

  1. ควรมีการฝึกซ้อมแผนภัยพิบัติในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความพร้อมของอาสาสมัคร
  2. เสริมการอบรมด้านการบำรุงรักษาเครื่องยนต์เรือกู้ภัยและอุปกรณ์กู้ภัย เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้
  3. จัดการฝึกอบรมเชิงลึกด้าน การบัญชาการเหตุการณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ และประสานงานเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง
  4. สนับสนุนการสร้างเครือข่ายระหว่างพื้นที่ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือกันได้อย่างรวดเร็ว เมื่อต้องเผชิญภัยพิบัติ

บอกเล่าความประทับใจ

การอบรมครั้งนี้มีคุณค่ามาก โดยเฉพาะการเรียนรู้เรื่อง CPR และการกู้ภัยทางน้ำ เพราะพื้นที่ของเรามักเกิดน้ำท่วมบ่อย ผมรู้สึกว่าตนเองมีความสามารถมากขึ้น และพร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้ให้กับชุมชน เพื่อให้ทุกครัวเรือนมีการเตรียมพร้อมที่ดีขึ้น......

นายพิรดาว ดือราแม อาสาสมัครพื้นที่ลิปะสะโง

ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้เข้าร่วมอบรม เพราะได้เรียนรู้การใช้วิทยุสื่อสารและการบัญชาการทีม และอีกหลายๆอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน การอบรมทำให้มั่นใจว่าหากเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติขึ้นจริง ผมจะสามารถช่วยเหลือคนในชุมชนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย......

ชายสุชาติ (ลุงเอก) อาสาสมัครพื้นที่เรียง

รายงานการใช้เงิน

รายการจำนวนจำนวนเงิน (บาท)
กิจกรรมที่ 1: อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครเพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือกับภัยพิบัติ

ค่าวิทยากร 1 คน x 4 ชั่วโมง X 1,200 บาท ค่าตอบแทนวิทยากรกระบวนการ 5 คน x 3 ชั่วโมง X 500 บาท ค่าอาหารเที่ยง 60 คน x 100 บาท ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 60 คน x 50 บาท x 2 มื้อ ค่าห้องประชุม จำนวน 1 วัน ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าถ่ายเอกสาร ค่าเดินทางผู้เข้าร่วม จำนวน 31 ใบ

1กิจกรรม43,613.64
กิจกรรมที่ 2 : ถอดบทเรียนการดำเนินงาน

ค่าวิทยากร 1 คน x 4 ชั่วโมง X 1,200 บาท ค่าตอบแทนวิทยากรกระบวนการ 5 คน x 3 ชั่วโมง X 500 บาท ค่าอาหารเที่ยง 60 คน x 100 บาท ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 60 คน x 50 บาท x 2 มื้อ ค่าห้องประชุม จำนวน 1 วัน ค่าเดินทางผู้เข้าร่วม จำนวน 34 ใบ

1กิจกรรม43,300.00
รวมเป็นเงินทั้งหมด86,913.64