cover_1

ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต : พาเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว 10 ชีวิตพิชิตภูเขาทอง

เด็กและเยาวชน
ผู้ป่วย ผู้พิการ

เงินบริจาคของคุณจะนำไปจัดกิจกรรมปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิตพิชิตยอดภูเขาทองให้กับเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวและครอบครัว10คน

project succeeded
โครงการสำเร็จแล้ว
5 มี.ค. 2569

รายงานปิดโครงการปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต : พาเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว 10 ชีวิตพิชิตภูเขาทอง

ช่วงเวลาที่ทำกิจกรรม

22 พ.ย. 2568 - 22 พ.ย. 2568

พื้นที่ที่ทำกิจกรรม

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย จ.กรุงเทพมหานคร 10100ดูแผนที่

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ

ผู้พิการ
10คน
เด็กและเยาวชน
30คน
ผู้สูงอายุ
20คน
โรงพยาบาล/รพสต.
1แห่ง
อื่นๆ
100คน

โครงการปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่ 32 จัดขึ้นวันที่ 22 พฤศจิกายน 2025 ณ วัดภูเขาทอง กรุงเทพมหานคร

โดยมีเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว อายุ 5 - 17 ปี จำนวน 10 คน (ในเป็นเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวสัญชาติไทย 10 คน และ น้องพิการสัญชาติลาว 1 คน ) และนอกจากนั้นยังมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มอื่นๆ แบ่งเป็น

  • ผู้ปกครอง 15 คน
  • อาสาสมัครจากภาคประชาชนทั่วไป 100 คน 
  • อาสาสมัครจกกลุ่มนักเรียนนักศึกษา 30 คน 
  • อาสาสมัครจากทีมเเพทย์ 5 คน 
  • ฝ่ายผู้จัดงาน 15 คน 

รวมผู้เข้าโครงการจำนวน 176 คน

ความพิเศษของการจัดโครงการปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิตครั้งที่ 32 นี้ น่าประทับใจมากๆ เพราะเราใช้เวลาเพียงไม่กี่ 10 วัน เราได้สมาชิกพร้อมทั้ง ครอบครัวเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว ต่างลงทะเบียนเข้าร่วมกันอย่างรวดเร็ว และในขณะเดียวกัน กลุ่มอาสาสมัครหลังจากการประกาศรับสมัครไปเพียงไม่ถึง 2 สัปดาห์ อาสาสมัครในทุกๆ ภาคส่วนต่างร่วมใจลงทะเบียนเข้าร่วมในโครงการในครั้งนี้ อย่างน่าอัศจรรย์ใจ กิจกรรมเตรียมการ ใช้เวลา 30 วันในการรวบรวม และจัดเตรียม ความพร้อมเพื่อรองรับครอบครัวเด็กพิการและอาสาสมัคร

ในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2025 การเตรียมความพร้อมเริ่มตั้งแต่เวลา 05.00 น. ฝ่ายอาสาสมัครที่ช่วยเหลือในด้านต่างๆ เตรียมตัวอย่างคล่องแคล่วและเต็มไปด้วยความสุขและความตื่นเต้น เริ่มต้นด้วยการลงทะเบียนและเตรียมอุปกรณ์สำหรับการปฏิบัติงาน

ในขณะที่กิจกรรมดำเนินไป คำขอบคุณและความประทับใจจากผู้เข้าร่วมเริ่มปรากฏขึ้นในทุกๆ คน โดยครอบครัวของคุณชิต อายุ 89 ปี ที่ได้มาเป็นอาสาสมัครอำนวยความสะดวกในครั้งนี้ แม้เป็นผู้สูงอายุแต่ก็ยังเต็มใจที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคม และในวันนั้นก็ได้มีผู้ที่ตื่นเต้นในการเป็นอาสาสมัครครั้งแรก เช่น คุณแอนนา อายุ 59 ปี ที่รู้สึกตื่นเต้นและประทับใจที่ได้ช่วยเหลือ

กลุ่มที่นำอาหารมาร่วมในโครงการ ได้แก่ คุณผึ้ง, คุณบอล, และคุณตู้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มาร่วมด้วยเป็นครั้งแรก โดยคุณตู้ได้กล่าวว่า “ครั้งนี้ทำให้รู้สึกอบอุ่น และทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่เคยเจองานที่ทุกคนไม่รู้จักกัน แต่สามารถช่วยกันพาน้องๆ พิการขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดได้ขนาดนี้”

อาจารย์พิริยาภรณ์ จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฎร์ในพระอุปถัมภ์ฯ นำคณะนักศึกษาวิชาทหารและคณะครูอาจารย์เข้ามาร่วมเป็นอาสาสมัคร โดยกล่าวว่า “เราต้องการปลูกฝังให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในสังคม โดยเฉพาะการช่วยเหลือน้องๆ พิการทางการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นผลดีทั้งต่อสังคมและภาคการศึกษา”

สำหรับครอบครัวเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวทั้ง 10 ครอบครัว ได้กล่าวถึงความรู้สึกขอบคุณที่มีอาสาสมัครเต็มใจมาช่วยเหลือลูกๆ ของตน และกล่าวว่า “เราหวังว่าเด็กๆ จะเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งและมีเพื่อนๆ ในสังคมที่จะโอบรับพวกเขา พร้อมทั้งเราจะสนับสนุนให้พวกเขาพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เป็นบุคคลที่ไร้ความสามารถ อย่างน้อยถ้าเขาดีขึ้นสัก 1 ก้าว เราก็มีความหวังแล้วค่ะ”

โครงการ “ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่ 32” นี้จึงไม่เพียงแค่การพิชิตภูเขาทอง แต่เป็นการสร้างพลังใจและความหวังให้กับเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวทุกคนและครอบครัว รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างอาสาสมัครและผู้เข้าร่วมโครงการทุกคน ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จด้วยใจที่เต็มไปด้วยความรักและความหวังที่สร้างขึ้นจากการร่วมมือกัน.

สรุปผลจากการเข้าร่วมกิจกรรม "ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่ 32" ในหัวข้อ ก่อน และ หลัง การเข้าร่วมกิจกรรมสำหรับกลุ่มต่างๆ:

กลุ่ม ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม หลังเข้าร่วมกิจกรรม
เด็กพิการทางการเคลื่อนไหว - รู้สึกกลัวและไม่มั่นใจในความสามารถของตนเอง
- ประสบปัญหาความท้าทายทางการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน
- อาจรู้สึกโดดเดี่ยวในสังคม
- สามารถพิชิตภูเขาทองและก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง
- มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น
- ได้รับการยอมรับจากสังคมและอาสาสมัคร
ครอบครัว, พ่อแม่ผู้ปกครอง - มีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของเด็กๆ ในการเผชิญกับอุปสรรค
- รู้สึกว่าเด็กยังไม่สามารถพัฒนาศักยภาพเต็มที่
- รู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จของลูกๆ
- มีความหวังในการพัฒนาและสนับสนุนให้ลูกเติบโตในสังคมได้อย่างมั่นคง
อาสาสมัคร - อาจมีความกังวลเกี่ยวกับการช่วยเหลือเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว
- ไม่เคยมีประสบการณ์ในการช่วยเหลือเด็กพิการมาก่อน
- รู้สึกภาคภูมิใจและพอใจที่ได้มีส่วนช่วยให้เด็กพิการประสบความสำเร็จ
- สร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ดีในกลุ่มอาสาสมัคร

 

สรุป กลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์ จากการเข้าร่วมกิจกรรม “ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่ 32”:

กลุ่ม ผลประโยชน์ที่ได้รับ
เด็กและเยาวชน - ได้เรียนรู้ที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง
- พัฒนาความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น
- ได้รับการยอมรับและสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่และอาสาสมัคร
ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว - ได้รับการสนับสนุนจากอาสาสมัครและผู้เข้าร่วมโครงการในการพิชิตอุปสรรคทางการเคลื่อนไหว
- สร้างโอกาสในการแสดงออกและการร่วมกิจกรรมในสังคม
ประชาชนทั่วไป - ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือและสนับสนุนเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว
- สร้างความเข้าใจและความเห็นใจในกลุ่มผู้พิการ
- ได้รับประสบการณ์ใหม่ในการเป็นอาสาสมัคร
โรงเรียนและสถานศึกษา - สร้างโอกาสให้กับนักเรียนและครูในการพัฒนาทักษะด้านการช่วยเหลือสังคม
- ส่งเสริมการเรียนรู้ในด้านจิตอาสาและการมีส่วนร่วมในสังคม

 

สุดท้ายแล้ว มูลนิธิซาย มูฟเม้นท์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรม “ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต” จะสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม ผ่านการ “ลงมือทำร่วมกัน” ของผู้คนจากหลากหลายภาคส่วน

กิจกรรมนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากคนเพียงกลุ่มเดียว แต่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่าย อาสาสมัครที่มอบทั้งกำลังกายและกำลังใจ ผู้สนับสนุนที่ร่วมบริจาคเทใจดอทคอมและวิทยาลัยอาชีวศึกษา เพื่อส่งต่อพลังแห่งความหวัง และครอบครัวของเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวที่เปิดใจ มอบโอกาสให้ลูกๆ ได้ออกมาสัมผัสโลกกว้างและผู้คนในสังคม

เมื่อทุกฝ่ายมารวมตัวกันด้วยหัวใจเดียวกัน กิจกรรมเล็กๆ อย่าง “ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต” จึงกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ ที่ช่วยสร้างความหวัง ความเข้าใจ และการยอมรับในสังคม เพื่อให้เด็กพิการทางการเคลื่อนไหวได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ และรู้ว่าพวกเขาไม่ได้เดินลำพังบนเส้นทางชีวิตนี้. 

ด้วยการขอบคุณยิ่งและเคารพทุกคนในสังคม 
มูลนิธิซาย มูฟเม้นท์ 

บอกเล่าความประทับใจ

คุณเเม่มีความสุขมากๆ ด้วยความที่เป็นคุณเเม่เลี้ยงเดี่ยวด้วย ก็ไม่เคยคิดภาพแบบนี้มาก่อนว่าจะพาลูกมาทำอะไรแบบนี้ได้ แต่พอมาเห็นว่า มีพี่ๆ มีคุณครู ที่ช่วยดูแลน้องปลื้มได้ และเขาก็อยู่กับพี่ๆ ได้ เรารู้สึกมีกำลังใจ มีพลังใจขึ้นมาก ประทับใจมากๆ เลยค่ะ วันนี้ ขอบคุณมากๆ ค่ะ

คุณจิรัชญา เเซ่โค้ว คุณแม่น้องปราชญ์ปลื้ม อายุ 9 ปี เป็นคุณเเม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ไม่เคยย้อท้อต่อการดูแลและพัฒนาลูกพิการ

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วนะครับ ก็ดีใจที่ได้กลับมาร่วมกิจกรรมกันอีกครั้ง น้องๆ ที่มีข้อจำกัดทางการเคลื่อนไหว แน่นอนว่า พวกเขาก็อยากจะมีความสุขเหมือนกับพวกเราน้้นเองครับ .. อยากเชิญชวนให้ลองมาสักครั้งนะครับ เเล้วคุณจะค้นพบว่า น้องๆ เขาได้มอบอะไรบางอย่างให้กับเราแน่นอนครับ

คุณยุคนธร อักษรพันธุ์ อาสาสมัคร ที่มาร่วมโครงการปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ มาทุกครั้ง ความสุข ความอิ่มเอมเปรมใจก็ยิ่งเพิ่มขึ้นทุกครั้งๆ และครั้งนี้พานักศึกษาวิชาทหารและครูอาจารย์มาร่วมด้วย หวังว่าพวกเขาจะเป็นเเรงสนับสนุนให้ผู้พิการในสังคม ได้มีโอกาสเท่าเทียมและใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยและมีความสุข เช่นกันกับพวกเรา

คุณพิริยาภรณ์ ธรรมรักษ์ ประธานกรรมการบริหารวิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฎร์ในพระอุปถัมภ์ฯ

รายงานการใช้เงิน

รายการจำนวนจำนวนเงิน (บาท)
3. ค่าประกันอุบัติเหตุ ทุกคน แบบราย 1 วัน

176คน760.00
2. ค่าอาหารและน้ำดื่ม 2 มื้อ คนละ 85 บาท

- ค่าอาหาร 2 มื้อ

176คน14,960.00
1. มอบทุนสนับสนุนครอบครัวเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวจำนวน 10 ครอบครัว

- ค่าเดินทางครอบครัวละ 1,000 บาท

1,000ครอบครัว10,000.00
4. ค่าใช้จ่ายผผลิตเสื้อยืด ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิตครั้งที่ 32

- เเจกให้กับทุกคนที่เข้าร่วมโครงการเพื่อเป็นทีระลึก

176คน6,160.00
รวมเป็นเงินทั้งหมด31,880.00