Free Form School : ห้องเรียนนอกกรอบเพื่อให้เด็กมีทักษะการทำงานและวุฒิการศึกษา

ห้องเรียนนอกกรอบ : การศึกษาทางเลือกที่จะช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการศึกษาและเศรษฐกิจจำนวน 100 คนจนต้องหลุดจากระบบการศึกษา ให้กลับเข้าห้องเรียนที่จะพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะการทำงานและได้รับวุฒิการศึกษาในระดับชั้นมัธยมต้น-ปลาย
ระยะเวลาโครงการ 01 มิ.ย. 2565 ถึง 31 ธ.ค. 2566 พื้นที่ดำเนินโครงการ ระบุพื้นที่: กรุงเทพฯ
ยอดบริจาคขณะนี้
187,885 บาทเป้าหมาย
2,090,000 บาทปัญหาสังคมและวิธีการแก้ไขปัญหา
จากการทำงานด้านเด็กและเยาวชนในชุมชนคลองเตยตลอด 9 ปี พบว่า เด็ก เยาวชนมีแนวโน้มที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้นสูงขึ้น โดยผลการติดตามเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการของคลองเตยดีจัง จำนวน 50 คน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 มีเด็ก เยาวชน ที่สามารถศึกษาต่อได้ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวนทั้งหมด 12 คน จบการศึกษาและมีแนวโน้มจะศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยเพียง 2 คน คิดเป็นเพียง 1% ของจำนวนเด็กในโครงการทั้งหมด
ทางโครงการฯจึงพยายายามพัฒนากลไกสนับสนุนและออกแบบการจัดการศึกษาแนวใหม่ ซึ่งเป็นการศึกษาทางเลือกที่มีความยืดหยุ่นเหมาะสมกับพื้นที่และผู้เรียน เน้นการเรียนรู้ที่ใช้ผู้เรียนเป็นตัวตั้ง ตอบโจทย์ปัญหาชีวิต และความสนใจของกลุ่มเด็กและเยาวชนที่กำลังเผชิญกับวิกฤติทางการศึกษา โดยใช้แนวทางการเรียนแบบ “On The Job Learning” คือ การบูรณาการการศึกษาให้สามารถเรียนวิชาการ การพัฒนาทักษะชีวิต เรียนรู้ผ่านทำโครงงาน พร้อมกับการสร้างรายได้ในขณะที่เรียน ซึ่งเป็นการพัฒนาทักษะที่สำคัญของกลุ่มเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาและเป็นรากฐานในการประกอบอาชีพในอนาคต
ผลลัพธ์ของโครงการ Free Form School
1. ตลอดหลักสูตรเด็ก 100 คน ได้รับการพัฒนาทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต และนำไปประกอบอาชีพได้
2. ทำให้เด็กที่ออกจากระบบการศึกษา กลับเข้ามาสู่การศึกษาที่ออกแบบตามความเหมาะสม และได้วุฒิศึกษาในระดับชั้น ม.ต้น และ ม.ปลาย
3. ระหว่างที่เรียนมีรายได้ จากการทำงานผ่านกิจกรรม On The Job Learning
โครงสร้างหลักสูตร
กรอบแนวทางการดำเนินงานโครงการ
ขั้นตอนการดำเนินโครงการ
A : การเตรียมพร้อมของเด็กและเยาวชน
ขั้นตอนที่ 1 : การรับสมัคร คัดกรองเด็กและเยาวชน โดยทีมงานร่วมกันประเมินความพร้อมของเด็ก เยาวชนในการเข้าร่วมโครงการ และออกแบบเครื่องมือ (Pre-Test Post-test) เพื่อใช้ประเมินทักษะและความเปลี่ยนแปลง
ขั้นตอนที่ 2 : ออกแบบ วางแผนการเรียน การทำงานรายสัปดาห์ร่วมกัน ระหว่างเด็ก เยาวชนและพี่เลี้ยง (Case Manager) เพื่อจัดทำแผนพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพเป็นรายคน และนำเสนอความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนพัฒนาทุก ๆ 3 เดือน
B : การเตรียมความพร้อมของ Case Manager และอาสาสมัคร เพื่อวางกรอบการทำงานร่วมกันระหว่างทีมงานหลักและ Case manager
C : การเตรียมหลักสูตร: พัฒนาหลักสูตรแบบบูรณาการที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาตนเองทั้งด้านทักษะ ความรู้ คุณค่า ทัศนคติ พฤติกรรมและคุณสมบัติที่พึงมีในการทำงานและจัดกระบวนการประเมินหลักสูตรทุก 3 เดือน เพื่อสะท้อนการทำงานภาพรวมของการดำเนินโครงการ
D : การเตรียมกลไกเพื่อหนุนเสริม : ค้นหาภาคีหุ้นส่วน (Boundary Partners) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งหน่วยงาน องค์กรภาครัฐเพื่อให้สามารถดำเนินตามกรอบของระบบการศึกษาได้ และยังคงออกแบบการเรียนรู้แบบบูรณาการตามกรอบคิดของโครงการได้ ทำให้เด็กและเยาวชนมีทางเลือกการศึกษาที่ตอบโจทย์ปัญหาชีวิตและความสนใจ และ การเชื่อมโยงทรัพยากรจากภาคธุรกิจ เอกชน เพื่อเข้ามาหนุนเสริมการดำเนินกิจกรรมหรือการดำเนินโครงการ
E : สังเคราะห์ความรู้/ถอดบทเรียนการทำงาน เพื่อวางแนวทางการขยายงานไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เพิ่มมากขึ้น
ผู้รับผิดชอบโครงการ
Music Sharing เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนในพื้นที่ชุมชนคลองเตยและชุมชนชุมชนแออัดอื่น ๆ
เริ่มจากการเปิดรับบริจาคเครื่องดนตรีและสอนดนตรีให้กับเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาส ปัจจุบันมีพื้นที่ดำเนินการหลักอยู่ในชุมชนคลองเตย จึงใช้ชื่อโครงการว่า “คลองเตยดีจัง” โดยใช้กระบวนการทางด้านดนตรีและศิลปะในการพัฒนาทักษะต่างๆให้กับเด็กและเยาวชน มาเป็นเวลากว่า 9 ปี เป็นการทำงานกับเด็กและเยาวชนที่หลากหลายวัย มีการออกแบบกิจกรรมเพื่อให้เหมาะสมกับช่วงวัยและลักษณะเด็กในพื้นที่นั้น ๆ

แผนการใช้เงิน
ลำดับ | รายการ | จำนวน | จำนวนเงิน (บาท) |
---|---|---|---|
1 | ทุนการศึกษาห้องเรียนนอกกรอบ คนละ 19,000 บาท เด็กจะได้เข้าเรียนตามหลักสูตรที่ประกอบด้วย
|
100 คน | 1,900,000.00 |