cover_1
Recommend
+1

Forest Guardians

Environment

Donations for the project will support the budget,knowledge/skills for local villagers in watershed forest area to help monitor, and restore the forests on behalf of the downstream communities35communities in total.

Donate to this Project

Donate

Donations for the project will support the budget,knowledge/skills for local villagers in watershed forest area to help monitor, and restore the forests on behalf of the downstream communities35communities in total.

Donate

Taejai supports e-Donation, offering tax deductions

Mar 26, 2026

Project Updateพิทักษ์ป่า Forest Guardians ป่าชุมชนบ้านแม่สาน้อย

Activity time

Feb 1, 2025 - Dec 31, 2025

การพิทักษ์ป่าชุมชนในพื้นที่ชุมชนบ้านแม่สาน้อย ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน บริษัท จึงพัฒนา โฮลดิ้ง จำกัด โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน เนื่องจากชุมชนบ้านแม่สาน้อยเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งและมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูเขาหัวโล้นจนกลายมาเป็นผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์มากกว่า 2,400 ไร่ และได้ปกป้องดูแลผืนป่าดังกล่าวมาเป็นเวลากว่า 30 ปี ปัจจุบันคนในชุมชนจึงเกิดแนวคิดที่จะพัฒนาเศรษฐกิจให้สอดคล้องไปกับเป้าหมายในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างอาชีพทางเลือกให้กับคนในชุมชนรวมถึงคนรุ่นใหม่ในหมู่บ้านด้วย ทาง The Next Forest ซึ่งเป็นองค์กรพี่เลี้ยงของชุมชนบ้านแม่สาน้อยจึงได้วางแผนร่วมกับชุมชนจนเกิดเป็นกิจกรรมหลัก 2 ส่วน ได้แก่

  1. การพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ด้วยเทคโนโลยีโรงเรือน
  2. การปลูกต้นไม้พื้นถิ่นทำแนวกันไฟธรรมชาติ

การพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ด้วยเทคโนโลยีโรงเรือน

เกิดจากความพยายามของชุมชนที่จะลดพื้นที่ทำการเกษตรจากเดิมที่ปลูกพืชไร่ เช่น กะหล่ำปลี ข้าวโพด ซึ่งใช้สารเคมีทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพอีกทั้งยังปนเปื้อนในแหล่งต้นน้ำ โดยต้องการปรับเปลี่ยนมาเป็นการทำเกษตรปลอดสารพิษในโรงเรือนที่ใช้พื้นที่น้อยกว่าแต่มีมูลค่าเทียบเท่ากับการทำเกษตรเชิงเดี่ยวที่ใช้พื้นที่มากกว่า ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวได้เริ่มจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรในหมู่บ้านและทำการจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจเกษตรชุมชนบ้านแม่สา โดยมีตัวแทนเกษตรกรในกลุ่มเป็นผู้นำร่อง 3 ราย ในการทำเกษตรแบบใช้เทคโนโลยีโรงเรือน ได้แก่

  • โรงเรือนเลี้ยงหมูดำ 1 โรงเรือน
  • โรงเรือนพืชผักอินทรีย์ 2 โรงเรือน

นอกจากนี้ยังมีการทดลองปลูกสวนพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านของชุมชนม้ง และฟื้นฟูสวนพฤกษศาสตร์พื้นบ้านเพื่อให้สอดคล้องและส่งเสริมกับกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวในชุมชนอีกด้วย

การปลูกต้นไม้พื้นถิ่นทำแนวกันไฟธรรมชาติ

เป็นกิจกรรมนำพันธุ์ไม้ซึ่งเป็นไม้ท้องถิ่นในระบบนิเวศป่าดิบเขาไปปลูกตามแนวกันไฟบนแนวที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับชุมชนข้างเคียง พร้อมกับบำรุงรักษาต้นไม้บนแนวกันไฟเดิมที่เคยปลูกเมื่อปี 2568 ไป ด้วยวิธีการดังกล่าวเกิดจากแกนนำชุมชนมีแนวคิดว่า หากนำต้นไม้ไปปลูกตามแนวกันไฟ คนในชุมชนจะเข้าไปช่วยกันดูแลถางหญ้าในบริเวณที่ปลูก ซึ่งจะเป็นการดูแลและลดเชื้อเพลิงตามแนวกันไฟไปในตัว

ปัจจุบันได้ดำเนินการจัดตั้งโรงเรือนเกษตรเสร็จสิ้นทั้งหมด 3 โรงเรือน โดยจะมีการติดตามผลประกอบการของกลุ่มวิสาหกิจเกษตรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายใต้กลุ่มวิสาหกิจฯ ได้มีข้อตกลงร่วมกันที่จะปันผลกำไรจากการจำหน่ายผลผลิตในโรงเรือน 10% เพื่อนำมาเป็นทุนสำหรับการดูแลรักษาป่าของชุมชน และในส่วนของการปลูกต้นไม้ทำแนวกันไฟธรรมชาติ ได้ดำเนินการปลูกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นกว่า 17 ชนิด จำนวน 340 ต้น และได้มีการติดตามผลการรอดชีวิตของกล้าไม้ที่ปลูกอยู่ที่ 99.69% โดยคนในชุมชนยังคงผลัดเปลี่ยนกันไปดูแลบำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกอยู่เสมอ

จากกิจกรรมที่กล่าวมาทั้งหมดนี้มีคนในชุมชนเข้าร่วมมากถึง 58 คน โดยแบ่งเป็น

  • คนทั่วไปในชุมชนที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมปลูกต้นไม้ทำแนวกันไฟพร้อมดูแลรักษาต้นไม้ 30 คน
  • กลุ่มวิสาหกิจเกษตร 8 คน
  • เด็กและเยาวชน 20 คน

นอกจากนี้ยังได้ดูแลรักษาแนวกันไฟความยาวกว่า 2 กิโลเมตร และผืนป่า 2,460 ไร่ ที่ได้รับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

ความประทับใจ


ประทับใจที่โครงการนี้มาช่วยสนับสนุนกลุ่มการเกษตรให้กับชาวบ้านเพื่อต่อยอดการสร้างงานสร้างอาชีพ สามารถนำรายได้ส่วนหนึ่งกลับมาดูแลผืนป่าที่สร้างคุณค่าต่อสิ่งแวดล้อมและคนในชุมชน
   
นายบรรเจิด  พิสิฐกิจจานุกุล    
สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งแยง หมู่ที่ 10 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และประธานกลุ่มวิสาหกิจเกษตรชุมชนบ้านแม่สา


การฟื้นฟูและดูแลรักษาป่าของชุมชนบ้านแม่สาได้ทำมาอย่างต่อเนื่องยาวนานแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าการพัฒนาในชุมชนยังไม่ก้าวหน้าไปในแนวทางที่สอดคล้องกันกับเป้าหมายการอนุรักษ์ผืนป่า โครงการ PES จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และเป็นโครงการที่ทำให้การพัฒนาชุมชนมีความคล่องตัวมากขึ้น ได้ริเริ่มทำตามแผนที่ชุมชนวางไว้ และยังช่วยลดช่องว่างความเห็นต่างของคนในชุมชนให้หันกลับมารักษาทรัพยากรธรรมชาติ และในอนาคตก็จะพัฒนาไปในแนวทางนี้ต่อไป
นายนิคม ความดีดำรง
ผู้ก่อตั้งชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติบ้านแม่สา        

Feb 16, 2026

Project Updateพิทักษ์ป่า Forest Guardians ป่าชุมชนบ้านห้วยปลาหลด

Activity time

Sep 1, 2025 - Oct 31, 2025

พิทักษ์ป่า Forest Guardians ป่าชุมชนบ้านห้วยปลาหลด ตำบลด่านแม่ละเมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

กิจกรรมที่เกิดขึ้น:                                            

  1. ปรับปรุงและซ่อมแซมแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับป่าจำนวน 2 แห่ง                   
  2. ส่งเสริมการปลูกกาแฟและโกโก้ในรูปแบบที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า                 
     -  จัดกิจกรรมเรียนรู้การผลิตกาแฟและโกโก้ครบวงจรตามแนวทางวนเกษตรที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าให้กับเกษตรกรและเยาวชนรุ่นใหม่ 30 คน                               
  3. จัดทำแนวกันไฟและวางระบบน้ำตามแนวกันไฟระยะ 5 กม.                           
     - เชื่อมต่อระบบน้ำกับการเพาะปลูกกาแฟและโกโก้ซึ่งช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของป่า ลดการเกิดไฟ ช่วยให้ชุมชนมีรายได้และทุนหมุนเวียนเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ป่า           

ระยะเวลา/จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม: เดือนกันยายน - เดือนตุลาคม 2568

  • แรงงานอาสาดับไฟป่าจำนวน 20 คน
  • เข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้การผลิตกาแฟฯ จำนวน 30 คน                                                                     

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนและหลังทำกิจกรรม :

ก่อนจัดทำกิจกรรม: 

  • พื้นที่ป่ามีความชุ่มชื้นต่ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง แหล่งน้ำบางส่วนชำรุดหรือไม่ 
  • สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ป่าไม้มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า แนวกันไฟยังไม่ต่อเนื่องและขาดระบบน้ำสนับสนุน ขณะเดียวกัน ชุมชนยังขาดทางเลือกในการประกอบอาชีพที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์ป่า 
  • เกษตรกรและเยาวชนรุ่นใหม่ยังมีองค์ความรู้จำกัดเกี่ยวกับการปลูกกาแฟและโกโก้ในรูปแบบวนเกษตรและการผลิตแบบครบวงจร                                                

หลังจัดทำกิจกรรม:

  • มีการปรับปรุงและซ่อมแซมแหล่งน้ำส่งผลให้ป่ามีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดไฟป่า พร้อมทั้งมีการจัดทำแนวกันไฟและวางระบบน้ำตามแนวกันไฟระยะทางรวม 5 กิโลเมตร ทำให้การป้องกันและรับมือไฟป่ามีประสิทธิภาพมากขึ้น                                
  • ในด้านเศรษฐกิจและการเรียนรู้ ชุมชนได้รับการส่งเสริมการปลูกกาแฟและโกโก้ในรูปแบบที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า ผ่านกิจกรรมเรียนรู้การผลิตกาแฟและโกโก้ครบวงจรตามแนวทางวนเกษตร มีเกษตรกรและเยาวชนรุ่นใหม่เข้าร่วมจำนวน 30 คน เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ การต่อยอดอาชีพ และการสร้างรายได้ควบคู่ไปกับการดูแลป่า
Dec 30, 2025

Project Updateพิทักษ์ป่า Forest Guardians 3 ชุมชน

Activity time

Jun 1, 2025 - Jul 31, 2025

โครงการได้เริ่มดำเนินกิจกรรมพิทักษ์ป่าชุมชน 3 พื้นที่ ต่อไปนี้

  1. ป่าชุมชนบ้านคลองระบัง หมู่ 8 บ้านคลองระบัง ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
  2. ป่าชุมชนบ้านมวกเหล็กใน หมู่ 3 ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
  3. ป่าชุมชนบ้านดอยช้างป่าแป๋ หมู่ 7 ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน

ป่าชุมชนบ้านคลองระบัง หมู่ 8 บ้านคลองระบัง ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

กิจกรรมที่เกิดขึ้น:                            

  1. จัดซื้อและติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพ (Camera Trap) จำนวน 6 ชุด
  2. ดูแลและปรับปรุงแนวกันไฟหลักและรอง สร้างแนวกันไฟหลัก กว้าง 3 ม. ระยะทาง 3 กม./แนวกันไฟรอง กว้าง 1 ม. ระยะทาง 5 กม.
  3. จัดกิจกรรมเดินศึกษาธรรมชาติและแคมป์เยาวชนรักษ์ป่า จำนวน 2 ครั้งก่อนฤดูไฟป่า กิจกรรมครั้งที่ 2 มีผู้เข้าร่วม 78 คน ทั้งเยาวชน ผู้ปกครอง และผู้สนใจร่วมกิจกรรม

สิ่งที่ได้รับจากการทำโครงการ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนและหลังทำกิจกรรม:

ก่อนทำโครงการ

  • ขาดเครื่องมือสำหรับเก็บข้อมูลสัตว์ป่าและเฝ้าระวังการบุกแนวกันไฟมีไม่เพียงพอ ทำให้พื้นที่ป่าเสี่ยงไฟป่า
  • เยาวชนและชุมชนขาดโอกาสเรียนรู้เรื่องพันธุ์ไม้ การปลูกป่า และการอนุรักษ์ธรรมชาติ

หลังทำโครงการ

  • ชุมชนได้ติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพ (Camera Trap) จำนวน 6 ชุด ทำให้ชุมชนสามารถติดตามสัตว์ป่าและกิจกรรมบุคคลภายนอกได้
  • ปรับปรุงแนวกันไฟหลักกว้าง 3 เมตร ยาว 3 กิโลเมตร และแนวกันไฟรองกว้าง 1 เมตร ยาว 5 กิโลเมตร ลดความเสี่ยงจากไฟป่า และใช้เป็นเส้นทางศึกษาเชิงธรรมชาติ
  • จัดกิจกรรมเดินศึกษาธรรมชาติและแคมป์เยาวชนรักษ์ป่า ครั้งที่ 2 มีผู้เข้าร่วม 78 คน เยาวชนและชุมชนได้เรียนรู้เรื่องพันธุ์ไม้ การติดป้ายชื่อไม้ การเก็บเมล็ดพันธุ์ การปลูกต้นไม้ การใช้สมุนไพร และการอนุรักษ์ป่า
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกช่วงวัยในชุมชน สร้างความตระหนักและความร่วมมือในการฟื้นฟูและรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

 

ป่าชุมชนบ้านมวกเหล็กใน หมู่ 3 ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

กิจกรรมที่เกิดขึ้น:       

  1. ติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพ (Camera Trap) จำนวน 6 ชุด                        
  2. ปรับปรุงเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าเขาหินปูน จำนวน 1 เส้นทาง ระยะประมาณ 2 กม. โดยใช้รถไถปรับทางช่วงเชิงเขาให้เรียบ และใช้แรงงานคนปรับเส้นทางเดินเท้าขึ้นเขาหินปูน            
  3. อยู่ระหว่างการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเตรียมปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติอีก 4 เส้นทาง                                                

สิ่งที่ได้รับจากการทำโครงการ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนและหลังทำกิจกรรม:

ก่อนทำกิจกรรม                                            

  1. มีข้อมูลสัตว์ป่าจำกัด และไม่สามารถเฝ้าระวังพื้นที่ได้ทั่วถึง                        
  2. เส้นทางศึกษาธรรมชาติสภาพไม่เอื้อต่อการเรียนรู้และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ                
  3. ชุมชนยังไม่มีรูปแบบการจัดการท่องเที่ยวที่ชัดเจนหรือสร้างรายได้อย่างเป็นระบบจากป่า        

หลังทำกิจกรรม                                            

  1. มีกล้อง Camera Trap 6 จุด ช่วยติดตามสัตว์ป่า เฝ้าระวังการบุกรุก และใช้ข้อมูลประกอบการจัดการป่า
  2. เส้นทางศึกษาธรรมชาติ 2 กม. ได้รับการปรับปรุงให้เดินง่าย ปลอดภัย และรองรับกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
  3. ชุมชนเริ่มจัดตั้งวิสาหกิจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเตรียมพัฒนาเส้นทางใหม่อีก 4 เส้นทาง ทำให้เกิดโอกาสสร้างรายได้อย่างยั่งยืนจากการอนุรักษ์    

 

ป่าชุมชนบ้านดอยช้างป่าแป๋ หมู่ 7 ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน

กิจกรรมที่เกิดขึ้น:  กิจกรรมการซ่อมแซมฝายเก็บน้ำดับไฟป่า
การดำเนินงาน 1-2 วันแรก
  1. เก็บกวาดทำความสะอาดเสร็จไม้กิ่งไม้รอบๆบริเวณสระและในสระ
  2. ขุดพืชที่ขึ้นตามริมขอบสระมาเก็บไว้เป็นจุดเพื่อทำการปลูกลงไปใหม่หลังจากที่ซ่อมแซมสระน้ำเสร็จแล้ว
  3. ฝังท่อระบายขนาด 4 นิ้ว 2 ท่อน
 
การดำเนินงาน วันที่ 3 – 4  เป็นงานขยายพื้นที่ภายในสระโดยการขูดดินทราย หิน มาทำเป็นคานสระ การทำงานในจุดนี้จะแบ่งงานออกเป็น 3 ฝ่าย        
  • ทีมขุดดินออกเป็นกองประมาณลากออกด้วยรถดันดินทำมือได้ 
  • ฝ่ายลาก ดันดิน ขนก้อนหิน ไปวางกองคานดิน
  • ปรับคานฝายให้เรียบเข้ารูป นำก้อนหินเรียงเป็นชั้นเพื่อกันดินสไลด์
การดำเนินงาน วันที่ 5-6 ดำเนินการนำดินที่ขุดจากด้านข้างของลำห้วยทั้ง 2 ฝั่ง มาโถมเป็นคานฝายป้องกันน้ำรั่วซึม แบ่งหน้าที่เป็น 3 แผนก
  • ฝ่ายขุดดิน
  • ฝ่ายดันดิน
  • ฝ่ายปรับคานฝาย

การดำเนินงาน วันที่ 7-8 ดำเนินการนำดินที่ขุดจากด้านข้างของลำห้วยทั้ง 2 ฝั่ง มาโถมเป็นคานฝายเป็นเวลา 8 วัน ความสูงประมาณ 1.20 เมตร โดยนำก้อนหินแต่ละก้อนมาวางซ้อนกันคันฝ่ายด้านนอก เพื่อป้องกันไม่ให้คันฝ่ายที่เป็นดินแดนหรือดินที่ผ่านการนวดเป็นดินเหนียวสไลด์หรือถล่ม การดำเนินงานแบ่งหน้าที่เป็น 3 แผนก

  • ฝ่ายขุดดิน,หิน
  • ฝ่ายดันดิน
  • ฝ่ายปรับคานฝาย
การดำเนินงาน วันที่ 9-10 การขุดดิน ลากนำมาโถมเป็นคานฝาย คานฝายในวันที่ 9-10 นี้จะมีความสูงอยู่ที่ 180 เซนติเมตร ประมาณการซ่อมบำรุงสระน้ำดับไฟป่ามีความคืบหน้าที่ 85%
 
การดำเนินงาน วันที่ 11-12 หลังจากที่ซ่อมแซมบำรุงคานฝายเสร็จ  ทำการล้อมรั้วเพื่อไม่ให้วัวควายเข้ามาเหยียบ
 
ระยะเวลา/จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม: การทำงานทั้งหมดรวมเป็นเวลา 12 วัน แรงคนหรือจำนวนคนที่เข้ามาทำงานประมาณ 75 คน      
กิจกรรมที่ต้องดำเนินการต่อไป : การนำพืชที่ขุดออกมาปลูกตามคานฝาย ล้อมรั้วป้องกันสัตว์ตกลงไป พร้อมทำการประเมินติดตามตรวจสอบผลการดำเนินงานต่อไป
  1. กิจกรรมติดตั้งท่อระบายน้ำให้กับสระน้ำดับไฟป่า หลังจากที่ทีมงานได้ทำการซ่อมแซมปรับปรุงสระน้ำดับไฟป่า จากเดิมที่ความจุประมาณ 80,000 ลิตร ตอนนี้เพิ่มเป็นประมาณ 150,000 ลิตร ในช่วงเวลา 2 เดือนผ่านไป บนคันสระที่ได้ปลูกไม้พื้นถิ่นก็เริ่มเติบโตขึ้น จากนั้นได้นำท่อขนาด 5 นิ้วมาเป็นท่อระบายน้ำกรณีที่น้ำเต็มจะล้นสระรอให้น้ำเต็ม หลังจากนั้นก็จะมีกบ, เขียดมากมายเข้าไปอยู่อาศัยขยายเผ่าพันธุ์ ทั้งนี้แหล่งน้ำก็จะเป็นน้ำดื่มให้กับสัตว์ป่าอีกด้วย ซึ่งเป็นผลจากความประสงค์หลักคือกักเก็บน้ำเอาไว้ทำเป็นระบบแนวกันไฟสปริงเกอร์      
  2. กิจกรรมขยายแนวกันไฟสปริงเกลอร์ IoT ออกไปอีก 200 เมตร จากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 2 กม.
  3. ฝึกอบรมการสร้างและการใช้งานระบบแนวกันไฟ IoT ให้กับเยาวชนและอาสาดับไฟป่าของชุมชนจำนวน 30 คน                      
สิ่งที่ได้รับจากการทำโครงการ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนและหลังทำกิจกรรม:
 
ก่อนทำกิจกรรม :
ก่อนดำเนินโครงการ สระน้ำดับไฟป่าในพื้นที่อยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ตื้นเขิน มีตะกอน ดินทราย และก้อนหินจำนวนมาก ขนาดความจุน้ำลดลงอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เพียงพอสำหรับการใช้งานในฤดูไฟป่า รวมถึงคันฝายเดิมเริ่มพังทลายเพราะดินไม่แน่น ไม่มีระบบท่อระบายน้ำที่เหมาะสม ส่งผลให้ชุมชนต้องเผชิญความเสี่ยงจากไฟป่าที่อาจลุกลามได้รวดเร็วเนื่องจากขาดแหล่งน้ำสนับสนุน
 
หลังจากได้รับการสนับสนุนทุนและลงแรงร่วมกันของชาวบ้านตลอด 12 วัน สระน้ำได้รับการขุดลอก ปรับปรุงคันฝาย และเสริมความมั่นคงด้วยดินเหนียวและก้อนหินอย่างเป็นระบบ ความจุน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิมราว 80,000 ลิตร เป็นประมาณ 150,000 ลิตร สามารถเก็บน้ำได้เต็มความจุและมีการติดตั้งท่อระบายน้ำใหม่เพื่อช่วยควบคุมน้ำล้น นอกจากนี้ยังมีการปลูกพืชพื้นถิ่นบนคันฝายเพื่อช่วยยึดดินตามภูมิปัญญาชาวบ้าน ทำให้คันฝายแข็งแรงและยั่งยืนมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่เดือน พืชที่ปลูกไว้เติบโตดี ช่วยประคองคันดินให้มั่นคง