Donations for the project will support the budget,knowledge/skills for local villagers in watershed forest area to help monitor, and restore the forests on behalf of the downstream communities35communities in total.
การพิทักษ์ป่าชุมชนในพื้นที่ชุมชนบ้านแม่สาน้อย ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน บริษัท จึงพัฒนา โฮลดิ้ง จำกัด โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน เนื่องจากชุมชนบ้านแม่สาน้อยเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งและมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูเขาหัวโล้นจนกลายมาเป็นผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์มากกว่า 2,400 ไร่ และได้ปกป้องดูแลผืนป่าดังกล่าวมาเป็นเวลากว่า 30 ปี ปัจจุบันคนในชุมชนจึงเกิดแนวคิดที่จะพัฒนาเศรษฐกิจให้สอดคล้องไปกับเป้าหมายในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างอาชีพทางเลือกให้กับคนในชุมชนรวมถึงคนรุ่นใหม่ในหมู่บ้านด้วย ทาง The Next Forest ซึ่งเป็นองค์กรพี่เลี้ยงของชุมชนบ้านแม่สาน้อยจึงได้วางแผนร่วมกับชุมชนจนเกิดเป็นกิจกรรมหลัก 2 ส่วน ได้แก่
เกิดจากความพยายามของชุมชนที่จะลดพื้นที่ทำการเกษตรจากเดิมที่ปลูกพืชไร่ เช่น กะหล่ำปลี ข้าวโพด ซึ่งใช้สารเคมีทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพอีกทั้งยังปนเปื้อนในแหล่งต้นน้ำ โดยต้องการปรับเปลี่ยนมาเป็นการทำเกษตรปลอดสารพิษในโรงเรือนที่ใช้พื้นที่น้อยกว่าแต่มีมูลค่าเทียบเท่ากับการทำเกษตรเชิงเดี่ยวที่ใช้พื้นที่มากกว่า ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวได้เริ่มจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรในหมู่บ้านและทำการจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจเกษตรชุมชนบ้านแม่สา โดยมีตัวแทนเกษตรกรในกลุ่มเป็นผู้นำร่อง 3 ราย ในการทำเกษตรแบบใช้เทคโนโลยีโรงเรือน ได้แก่
นอกจากนี้ยังมีการทดลองปลูกสวนพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านของชุมชนม้ง และฟื้นฟูสวนพฤกษศาสตร์พื้นบ้านเพื่อให้สอดคล้องและส่งเสริมกับกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวในชุมชนอีกด้วย
เป็นกิจกรรมนำพันธุ์ไม้ซึ่งเป็นไม้ท้องถิ่นในระบบนิเวศป่าดิบเขาไปปลูกตามแนวกันไฟบนแนวที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับชุมชนข้างเคียง พร้อมกับบำรุงรักษาต้นไม้บนแนวกันไฟเดิมที่เคยปลูกเมื่อปี 2568 ไป ด้วยวิธีการดังกล่าวเกิดจากแกนนำชุมชนมีแนวคิดว่า หากนำต้นไม้ไปปลูกตามแนวกันไฟ คนในชุมชนจะเข้าไปช่วยกันดูแลถางหญ้าในบริเวณที่ปลูก ซึ่งจะเป็นการดูแลและลดเชื้อเพลิงตามแนวกันไฟไปในตัว
ปัจจุบันได้ดำเนินการจัดตั้งโรงเรือนเกษตรเสร็จสิ้นทั้งหมด 3 โรงเรือน โดยจะมีการติดตามผลประกอบการของกลุ่มวิสาหกิจเกษตรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายใต้กลุ่มวิสาหกิจฯ ได้มีข้อตกลงร่วมกันที่จะปันผลกำไรจากการจำหน่ายผลผลิตในโรงเรือน 10% เพื่อนำมาเป็นทุนสำหรับการดูแลรักษาป่าของชุมชน และในส่วนของการปลูกต้นไม้ทำแนวกันไฟธรรมชาติ ได้ดำเนินการปลูกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นกว่า 17 ชนิด จำนวน 340 ต้น และได้มีการติดตามผลการรอดชีวิตของกล้าไม้ที่ปลูกอยู่ที่ 99.69% โดยคนในชุมชนยังคงผลัดเปลี่ยนกันไปดูแลบำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกอยู่เสมอ
จากกิจกรรมที่กล่าวมาทั้งหมดนี้มีคนในชุมชนเข้าร่วมมากถึง 58 คน โดยแบ่งเป็น
นอกจากนี้ยังได้ดูแลรักษาแนวกันไฟความยาวกว่า 2 กิโลเมตร และผืนป่า 2,460 ไร่ ที่ได้รับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
ประทับใจที่โครงการนี้มาช่วยสนับสนุนกลุ่มการเกษตรให้กับชาวบ้านเพื่อต่อยอดการสร้างงานสร้างอาชีพ สามารถนำรายได้ส่วนหนึ่งกลับมาดูแลผืนป่าที่สร้างคุณค่าต่อสิ่งแวดล้อมและคนในชุมชน
นายบรรเจิด พิสิฐกิจจานุกุล
สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งแยง หมู่ที่ 10 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และประธานกลุ่มวิสาหกิจเกษตรชุมชนบ้านแม่สา
การฟื้นฟูและดูแลรักษาป่าของชุมชนบ้านแม่สาได้ทำมาอย่างต่อเนื่องยาวนานแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าการพัฒนาในชุมชนยังไม่ก้าวหน้าไปในแนวทางที่สอดคล้องกันกับเป้าหมายการอนุรักษ์ผืนป่า โครงการ PES จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และเป็นโครงการที่ทำให้การพัฒนาชุมชนมีความคล่องตัวมากขึ้น ได้ริเริ่มทำตามแผนที่ชุมชนวางไว้ และยังช่วยลดช่องว่างความเห็นต่างของคนในชุมชนให้หันกลับมารักษาทรัพยากรธรรมชาติ และในอนาคตก็จะพัฒนาไปในแนวทางนี้ต่อไป
นายนิคม ความดีดำรง
ผู้ก่อตั้งชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติบ้านแม่สา
พิทักษ์ป่า Forest Guardians ป่าชุมชนบ้านห้วยปลาหลด ตำบลด่านแม่ละเมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
กิจกรรมที่เกิดขึ้น:
ระยะเวลา/จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม: เดือนกันยายน - เดือนตุลาคม 2568
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนและหลังทำกิจกรรม :
ก่อนจัดทำกิจกรรม:
หลังจัดทำกิจกรรม:
โครงการได้เริ่มดำเนินกิจกรรมพิทักษ์ป่าชุมชน 3 พื้นที่ ต่อไปนี้
กิจกรรมที่เกิดขึ้น:
สิ่งที่ได้รับจากการทำโครงการ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนและหลังทำกิจกรรม:
ก่อนทำโครงการ
หลังทำโครงการ
กิจกรรมที่เกิดขึ้น:
สิ่งที่ได้รับจากการทำโครงการ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนและหลังทำกิจกรรม:
ก่อนทำกิจกรรม
หลังทำกิจกรรม
การดำเนินงาน วันที่ 7-8 ดำเนินการนำดินที่ขุดจากด้านข้างของลำห้วยทั้ง 2 ฝั่ง มาโถมเป็นคานฝายเป็นเวลา 8 วัน ความสูงประมาณ 1.20 เมตร โดยนำก้อนหินแต่ละก้อนมาวางซ้อนกันคันฝ่ายด้านนอก เพื่อป้องกันไม่ให้คันฝ่ายที่เป็นดินแดนหรือดินที่ผ่านการนวดเป็นดินเหนียวสไลด์หรือถล่ม การดำเนินงานแบ่งหน้าที่เป็น 3 แผนก