เงินบริจาคของคุณจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องให้กับผู้ป่วยมะเร็งโลหิตวิทยา100คน
“กองทุนช่วยผู้เหลือผู้ป่วยมะเร็งโลหิตวิทยา เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิทธิการรักษาบางกรณีจะไม่ครอบคลุมทั้งหมดกระบวนการรักษา”
โรคมะเร็งโลหิตวิทยาในประเทศไทยพบได้บ่อยมากขึ้นในคนไทย และเกิดขึ้นได้ทุกเพศและทุกช่วงอายุ มูลนิธิฯ จึงได้จัดตั้ง กองทุน Fight to Alive เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งโลหิตวิทยาที่ขาดทุนทรัพย์ในการรักษา เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วย ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาลส่วนที่เกินสิทธิและส่วนที่เบิกไม่ได้ ตลอดจนช่วยเหลือจุนเจือค่าครองชีพของครอบครัว เช่น ค่าเดินทางมารักษาตัว ค่าของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต เป็นต้น เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีหลังรับการรักษาโรคมะเร็ง
รวมถึงผลิตสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์และรณรงค์การบริจาคโลหิต เกล็ดเลือด และสเต็มเซลล์ จัดกิจกรรมส่งเสริมกำลังใจ ให้กับผู้ป่วยมะเร็งโลหิตวิทยา และจัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านการรักษาโรคมะเร็งโลหิตวิทยา
กลุ่มเป้าหมาย : ผู้ป่วยโรคมะเร็งโลหิตวิทยา
คุณสมบัติผู้ป่วยที่ขอรับการช่วยเหลือ
โครงการให้การช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งโลหิตที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ดังต่อไปนี้
-ช่วยเหลือค่าเดินทางมารักษาพยาบาล : เพื่อช่วยเหลือค่าเดินทางสำหรับผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เนื่องจากการรักษา จำเป็นต้องมาเป็นประจำทุกอาทิตย์/ทุกเดือน และผู้ป่วยบางรายต้องเดินทางใกลเพื่อมารักษา
-ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายระหว่างรักษา : ให้การช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการรักษา อาทิ ค่านมทางการแพทย์ ค่าแพมเพิส
-ช่วยเหลือค่ารักษา ค่ายาที่เกินจากสิทธิการรักษา : การรักษาโรคมะเร็งโลหิตวิทยา มีค่ารักษาหรือค่ายาที่เกินจากสิทธิ์การรักษา อาทิ ค่ายามุ่งเป้า ค่ายาฆ่าเชื้อ ค่าเกล็ดเลือด ค่าตรวจHLAสำหรับผู้ป่วยปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ค่าเก็บสเต็มเซลล์จากผู้บริจาค ที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
ปัญหาที่เกิดขึ้น : โรคมะเร็งโลหิต พบได้ทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในวัยเด็ก ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานกว่า 2-3ปี เพื่อให้โรคสงบ
ปัญหาทางด้านสภาวะครอบครัวและเศรฐกิจ : ระหว่างการรักษาผู้ดูแลหรือผู้ปกครองต้องลาออกจากงาน เพื่อมาดูแลผู้ป่วย บางครอบครัวหย่าร้างทำให้พ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยวต้องดูแลผู้ป่วยตามลำพัง
ปัญหาทางด้านการเดินทาง : การรักษาโรคมะเร็งโลหิตต้องรักษาในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมในการรักษาอย่างคลอบคลุม จึงจะทำให้โรคสงบได้ ข้อจำกัดของสถานพยาบาลบางแห่งที่ไม่สามารถรักษาครอบคลุมทุกขั้นตอนการรักษา ทำให้ผู้ป่วยต้องเดินทางมาเพื่อรักษาในโรงพยาบาลใหญ่ หรือในตัวเมือง ผู้ป่วยที่อยู่ในถิ่นธุรกันดารหรือห่างใกลจากตัวเมือง จึงต้องเดินทางใกลมาเพื่อรักษา ทุกสัปดาห์ และต่อรถหลายต่อ ทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ปัญหาทางด้านค่ารักษาที่เกินจากสิทธิ์ : ผู้ป่วยบางรายต้องรักษาด้วยยาเคมีบำบัดแบบเฉพาะเจาะจง อาทิ ยามุ่งเป้า ซึ่งไม่ครอบคลุมในส่วนที่รัฐบาลช่วยเหลือ และมีค่าใช้จ่ายสูง ตกท่านละ 50,000-100,000 บาท รวมถึงผู้ป่วยที่ต้องรับการปลูกถ่ายไขกระดูกหรือสเต็มเซลล์ ที่ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าตรวจ HLA ของผู้บริจาค ค่าเก็บสเต็มเซลล์ ค่ารักษาหลังปลูกถ่าย ตกคนละ 1-2 ล้านบาท
ปัญหาทางด้านค่าใช้จ่ายระหว่างรักษา: ระหว่างรักษาผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องดูแลด้านโภชนาการ บำรุงเพื่อให้มีสภาวะร่างกายที่พร้อมในการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด รวมถึงการดูแลด้านความสะอาด เพื่อลดการติดเชื้อ ทำให้มีค่าใช้จายระหว่างรักษาที่ค่อนข้างสูง อาทิ ค่านมเสริม ค่าแพมเพิส แผ่นรองกันเปื้อน ทิชชู่เปียก
การดำเนินงานของมูลนิธิได้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็งโลหิตวิทยาและครอบครัวที่ขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างเป็นรูปธรรม โดยการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ดังนี้ 1. การช่วยเหลือค่าเดินทางมารักษาพยาบาล ผู้ป่วยโรคมะเร็งจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งรายสัปดาห์หรือรายเดือน และบางรายต้องเดินทางจากต่างจังหวัดเข้ามารักษาในโรงพยาบาลศูนย์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง การสนับสนุนค่าเดินทางช่วยลดภาระทางการเงิน ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ขาดนัด อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อประสิทธิผลของการรักษา 2. การช่วยเหลือค่าใช้จ่ายระหว่างการรักษา สำหรับผู้ป่วยอายุแรกเกิดถึง 18 ปี มูลนิธิให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการรักษา เช่น นมทางการแพทย์ ผ้าอ้อม (แพมเพิส) และสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้ครอบครัวสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม ลดความตึงเครียดทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเด็กในระหว่างการรักษา 3. การช่วยเหลือค่ารักษาและค่ายาที่เกินจากสิทธิการรักษา การรักษาโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยามักมีค่าใช้จ่ายสูง และบางรายการไม่ครอบคลุมในสิทธิการรักษา เช่น ค่ายามุ่งเป้า ค่ายาฆ่าเชื้อเฉพาะทาง และค่าเกล็ดเลือด การสนับสนุนส่วนต่างดังกล่าวช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างครบถ้วนตามแนวทางทางการแพทย์ ลดความเสี่ยงในการหยุดหรือชะลอการรักษาเนื่องจากข้อจำกัดด้านการเงิน 4. การช่วยเหลือค่าตรวจ HLA สำหรับผู้ป่วยที่ต้องปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์เป็นกระบวนการรักษาที่มีความจำเป็นในผู้ป่วยบางราย และมีค่าใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะค่าตรวจความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อ (HLA) การสนับสนุนในส่วนนี้ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่อาจเป็นโอกาสสำคัญในการยืดชีวิตหรือรักษาให้หายขาด 5. การช่วยเหลือค่ายามุ่งเป้า (ยานอกบัญชีหลัก) ยามุ่งเป้าบางชนิดไม่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ทำให้ผู้ป่วยต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเอง การสนับสนุนค่ายาดังกล่าวช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาที่เหมาะสมกับชนิดของโรค เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและโอกาสรอดชีวิต
การสมัครและคัดกรองผู้ป่วย ผู้ป่วยกรอกใบสมัครเข้าร่วมโครงการ พร้อมแนบเอกสารประกอบ ได้แก่ ใบรับรองแพทย์ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ เอกสารแสดงรายได้ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการพิจารณาจะทำการตรวจสอบข้อมูล ความถูกต้อง และคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อคัดกรองผู้ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริง
การประเมินค่าใช้จ่ายและระยะเวลาการช่วยเหลือ หลังผ่านการคัดกรอง ทีมงานจะประเมินค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรักษา เช่น ค่ายา ค่าเดินทาง ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ และค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ พร้อมกำหนดระยะเวลาการสนับสนุนที่เหมาะสมเป็นรายกรณี โดยยึดตามแผนการรักษาของแพทย์และสภาพความเป็นอยู่ของผู้ป่วย
กระบวนการขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย ผู้ป่วยยื่นเอกสารประกอบการเบิกค่าใช้จ่ายตามรอบที่กำหนด เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบรับรองแพทย์ หรือเอกสารยืนยันค่าใช้จ่ายจริงเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน และความสอดคล้องกับแผนการรักษาก่อนอนุมัติการจ่ายเงินช่วยเหลือ
การส่งมอบเงินสนับสนุน เงินบริจาคจะถูกจัดสรรและโอนให้ผู้ป่วยตามสิทธิที่ได้รับอนุมัติ ภายใต้ระบบบัญชีที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ทุกขั้นตอนมีการบันทึกข้อมูลและจัดทำรายงานทางการเงิน เพื่อให้มั่นใจว่าเงินบริจาคถูกใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
การติดตามและประเมินผล โครงการมีการติดตามความคืบหน้าการรักษาของผู้ป่วยแต่ละรายอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสัมภาษณ์ การเยี่ยมติดตาม และการรับรายงานผลการรักษาจากสถานพยาบาล เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการช่วยเหลือ จะมีการสรุปผลลัพธ์ทั้งด้านสุขภาพ คุณภาพชีวิต และประสิทธิภาพการใช้เงินสนับสนุน เพื่อรายงานต่อผู้บริจาคและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
| รายการ | จำนวน | จำนวนเงิน (บาท) |
|---|---|---|
| โครงการแบ่งเบาค่าใช้จ่ายรายเดือน ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งโลหิตที่กำลังรับการรักษา ได้แก่ ค่าเดินทาง ค่ายาที่เกินจากสิทธิ์การรักษา เดือนละ 2,000 บาท หรือปีละ24,000 บาท | 20คน | 480,000.00 |
| โครงการปลูกถ่ายไขกระดูก ให้การช่วยเหลือค่าตรวจHLA สำหรับผู้ป่วยที่ต้องรักษาโดยการปลูกถ่ายไขกระดูก ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งโลหิตที่ต้องรับการปลูกถ่ายไขกระดูก ยอดการช่วยเหลือ 25,000 บาท/คน | 20คน | 500,000.00 |
| โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยระยะประคับประคอง ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายระหว่างรักษาสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในระยะประคับประคอง อาทิ ค่าเดินทาง ค่ายาที่เกินจากสิทธิ์ ค่าใช้จ่ายระหว่างรักษา ยอดการช่วยเหลือ 2,000 บาท/คน ระยะเวลา 6 เดือน รวมเป็นยอด 12,000 บาท/คน | 20คน | 480,000.00 |
| โครงการยามุ่งเป้า Targeted Therapy ยามุ่งเป้าบางชนิดไม่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ทำให้ผู้ป่วยต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเอง การสนับสนุนค่ายาดังกล่าวช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาที่เหมาะสมกับชนิดของโรค เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและโอกาสรอดชีวิต | 20คน | 500,000.00 |
| โครงการเติมเต็มความสุขแด่ผู้ป่วยระยะประคับประคอง ผู้ป่วยมะเร็งโลหิตวิทยาที่เข้าสู่กระบวนการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) มักเผชิญกับภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง ความทุกข์ทางกายและจิตใจ มูลนิธิมะเร็งโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทยเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายในช่วงท้ายชีวิต เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้เวลาร่วมกับครอบครัวอย่างมีคุณค่า มูลนิธิจัดสรรทุนสนับสนุนกิจกรรมเติมเต็มความสุขในช่วงท้ายชีวิต เช่น การเดินทางร่วมกับครอบครัว กิจกรรมพิเศษร่วมกัน กิจกรรมเชิงความหมาย และกิจกรรมด้านศิลปะหรือจิตวิญญาณเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ครอบครัวได้รับประสบการณ์ร่วมที่มีความหมาย ยอดการสนับสนุน 2,000 บาท/คน ระยะเวลา 6 เดือน รวมเป็นยอด 12,000 บาท/คน | 20คน | 480,000.00 |
| รวมเป็นเงินทั้งหมด | 2,440,000.00 | |
| ค่าสนับสนุนเทใจ (10%) | 244,000.00 | |

มูลนิธิมะเร็งโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งโลหิตวิทยา ด้านการให้ความรู้ข้อมูลด้านการรักษา การสร้างเสริมกำลังใจให้ผู้ป่วย การประชาสัมพันธ์และรณรงค์การบริจาคโลหิต เกล็ดเลือด เป็นกระบอกเสียงให้ผู้ป่วยที่ตามหาคู่แท้สเต็มเซลล์ และช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการรักษาด้านค่ารักษาพยาบาลที่นอกเหนือจากสิทธิ์ ค่าตรวจHLAในการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ค่าเดินทางไปรักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายระหว่างรักษา อาทิ ค่านม อาหารทางการแพทย์ ค่าแพมเพิส ในนามของโครงการFight to Alive กองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งโลหิตวิทยาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการรักษา ซึ่งมีหลายโครงการที่ผู้ป่วยสามารถเลือกเพื่อขอรับการช่วยเหลือ ได้แก่ โครงการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายรายเดือน โครงการช่วยเหลือค่าตรวจHLAสำหรับผู้ป่วยที่ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ โครงการยามุ่งเป้า โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยระยะประคับประคอง
ดูโปรไฟล์ร่วมกันระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการนี้
สร้างเพจระดมทุนให้โครงการนี้