cover_1
รายเดือน

กองทุนติดตามคนหายและศพนิรนามคืนสู่อ้อมกอดครอบครัว

เด็กและเยาวชน
ผู้สูงอายุ
อื่นๆ

เงินบริจาคของคุณจะจัดตั้งกองทุนติดตามศพนิรนามให้กับมูลนิธิกระจกเงา1กองทุน

บริจาคให้โครงการนี้

บริจาค

เงินบริจาคของคุณจะจัดตั้งกองทุนติดตามศพนิรนามให้กับมูลนิธิกระจกเงา1กองทุน

บริจาค

เทใจรองรับ e-Donation ลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า

22 เม.ย. 2569

อัปเดตโครงการให้การเข้าถึงนิติวิทยาศาสตร์ พาคนหาย ศพนิรนาม และศพไร้ญาติกลับคืนสู่ครอบครัว

ช่วงเวลาที่ทำกิจกรรม

1 ม.ค. 2568 - 31 ธ.ค. 2568

ปัญหา “คนหาย” ในสังคมไทย ไม่ได้จบลงแค่วันที่มีการแจ้งความ แต่สำหรับหลายครอบครัว มันคือจุดเริ่มต้นของการรอคอยที่ยาวนาน และไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด

ปัจจุบัน มูลนิธิกระจกเงารับแจ้งคนหายมากกว่า 3,000 รายต่อปี ในจำนวนนี้ยังมีราว 600 ราย ที่ไม่สามารถติดตามตัวพบได้เลย ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถิติ แต่หมายถึงชีวิตของใครบางคนที่หายไป และครอบครัวที่ยังคงเฝ้ารอโดยไร้คำตอบ

ในความเป็นจริง เราประเมินว่า คนหายจำนวนหนึ่งอาจไม่ได้มีชีวิตอยู่แล้ว แต่กลายเป็น “ศพนิรนาม” หรือ “ศพไร้ญาติ” ที่ถูกเก็บรักษาไว้ในระบบ โดยไม่มีใครรู้ว่าเขาคือใคร ไม่มีชื่อ ไม่มีประวัติ และไม่มีใครมารับกลับบ้าน

สิ่งที่น่าเจ็บปวดคือ ครอบครัวของคนหายส่วนใหญ่เป็นผู้มีฐานะยากจน ขาดทั้งทรัพยากร ความรู้ และโอกาสในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม รวมถึงกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพิสูจน์อัตลักษณ์ของผู้เสียชีวิต การเดินทางไปยังหน่วยงาน การประสานงานเอกสาร หรือแม้แต่การเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ ล้วนเป็นอุปสรรคที่ทำให้พวกเขาแทบไม่มีโอกาสเข้าถึงความจริง

ในปีที่ผ่านมา มูลนิธิกระจกเงาได้ใช้งบประมาณจากเงินบริจาค ลงพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อพาครอบครัวคนหายเข้าสู่กระบวนการนี้อย่างเป็นรูปธรรม เราเดินทางไปยังสถานีตำรวจกว่า 150 แห่ง ครอบคลุมหลายภูมิภาค เพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากญาติคนหายได้มากกว่า 186 ราย

ดีเอ็นเอเหล่านี้ถูกนำเข้าสู่กระบวนการตรวจเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลศพนิรนามในสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อค้นหาความเชื่อมโยงที่อาจถูกทิ้งไว้โดยไม่มีใครรู้

หากไม่มีการลงพื้นที่ ไม่มีคนประสาน ไม่มีใครอำนวยความสะดวก กระบวนการนี้แทบจะไม่เกิดขึ้นเลยสำหรับครอบครัวเหล่านี้ และนั่นหมายถึง โอกาสในการรู้ชะตากรรมของคนที่รักจะถูกปิดตายไปโดยสิ้นเชิง

ผลจากความพยายาม ดังกล่าว ทำให้เราสามารถ “คืนชื่อ” ให้กับศพนิรนาม และ “คืนคนหาย” กลับสู่ครอบครัวได้แล้วมากกว่า 30 ราย

ตัวเลขนี้อาจดูไม่มากเมื่อเทียบกับจำนวนคนหายทั้งหมด แต่สำหรับแต่ละครอบครัว นี่คือการปิดฉากการรอคอยที่ยาวนาน บางครอบครัวเฝ้าตามหามาหลายปี เพียงเพื่อจะได้รู้ความจริง และนำคนที่รักกลับไปประกอบพิธีตามความเชื่ออย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ขณะเดียวกัน ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ผลตรวจดีเอ็นเอยังไม่ตรงกับฐานข้อมูลที่มีอยู่ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าความหวังจะสิ้นสุดลง ทีมงานยังคงเดินหน้าขยายการตรวจเทียบอย่างต่อเนื่อง โดยส่งข้อมูลดีเอ็นเอของครอบครัวไปยังหน่วยงานอื่นเพิ่มเติม เช่น สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และหน่วยนิติเวชในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการค้นพบ

ภารกิจต่อจากนี้ คือการทำให้ครอบครัวคนหายเข้าถึงกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ได้มากขึ้น และทำให้ฐานข้อมูลการตรวจเปรียบเทียบมีความครอบคลุมมากพอที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เพราะทุกศพนิรนาม ไม่ควรถูกจบลงด้วยความไม่มีตัวตน
และทุกคนหาย ไม่ควรถูกลืมโดยไม่มีคำตอบ
ภารกิจนี้จึงไม่ใช่เพียงการค้นหา แต่คือการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คืนความยุติธรรมให้ผู้ที่จากไป และคืนความจริงให้กับคนที่ยังอยู่

นี่คือความพยายามในการสะสางปัญหาศพนิรนามของประเทศ ที่ต้องอาศัยทั้งระบบ ความร่วมมือ และความไม่ยอมแพ้ของสังคมร่วมกัน

สัมภาษณ์ครอบครัวที่ตามหาลูกสาว


วิโรจน์ กอไธสง
พ่อที่ลูกสาวหายตัวไปลึกลับกว่า 12 ปี
"ลูกสาวได้กลับบ้านซะที แม้จะเจ็บปวด แต่ก็ยังดีใจ ที่ได้ร่างเขากลับมาทำบุญ"