เงินบริจาคของคุณจะนำไปสนับสนุนการดำเนินงานของ PAM Thailand เพื่อดูแลและส่งเสริมสุขภาพจิตให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่หลังคลอด รวมถึงทารกและครอบครัวของพวกเขา จำนวน400,000คน
ภาวะสุขภาพจิตในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด เช่น ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และภาวะจิตเภทหลังคลอด ส่งผลกระทบต่อคุณแม่ประมาณ 1 ใน 6 คนทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทย ปัญหานี้ยังไม่ได้รับการตระหนักรู้และการดูแลอย่างเพียงพอ เนื่องจากการตีตราทางสังคม การคัดกรองที่ยังไม่ครอบคลุม และระบบบริการที่ยังไม่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ
Perinatal Alliance for Mental Health Thailand (PAM Thailand) ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มโดย PAM Foundation จึงเกิดขึ้นเพื่อช่วยลดช่องว่างนี้ โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงบุคลากรทางการแพทย์ องค์กรพัฒนาเอกชน ผู้กำหนดนโยบาย ภาคธุรกิจ และองค์กรชุมชน ให้ร่วมกันทำงานผ่านแพลตฟอร์มความร่วมมือระดับประเทศ เพื่อพัฒนาระบบการคัดกรอง การส่งต่อบริการ การฝึกอบรมบุคลากร การสร้างความตระหนักรู้ในสังคม และการผลักดันเชิงนโยบาย
เครือข่ายนี้มุ่งสนับสนุนคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่หลังคลอด ทารก และครอบครัวทั่วประเทศไทย เพื่อเพิ่มการตรวจพบปัญหาในระยะเริ่มต้น ขยายจำนวนบุคลากรที่มีความรู้ด้านสุขภาพจิตของแม่ ลดการตีตราในสังคม และส่งเสริมให้แม่และเด็กมีสุขภาวะที่ดีในระยะยาว
ภาวะสุขภาพจิตในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด (Perinatal Mental Health: PMH) เช่น ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และภาวะจิตเภทหลังคลอด เกิดจากการผสมผสานของปัจจัยหลายด้าน ทั้งด้านชีวภาพ จิตใจ และสังคม
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอดสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติทางอารมณ์ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่เคยมีประวัติปัญหาสุขภาพจิตมาก่อน ขณะเดียวกัน ความท้าทายในชีวิตช่วงนี้ เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดทางการเงิน ความเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ ความรู้สึกโดดเดี่ยว หรือการขาดการสนับสนุนจากคนรอบตัว ก็ยิ่งเพิ่มความเปราะบางทางอารมณ์ให้กับคุณแม่
ในประเทศไทย ปัญหานี้ยิ่งทวีความรุนแรง เนื่องจากการคัดกรองสุขภาพจิตยังไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลก่อนและหลังคลอดอย่างเป็นระบบ ความรู้เรื่องสุขภาพจิตของคุณแม่ยังมีจำกัด อีกทั้งยังมีความอคติและความอายในการพูดถึงปัญหาทางจิตใจ รวมถึงระบบการส่งต่อระหว่างสูตินรีแพทย์ กุมารแพทย์ และจิตแพทย์ที่ยังไม่เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน
ผลที่เกิดขึ้นคือ คุณแม่จำนวนมากต้องเผชิญกับความยากลำบากโดยไม่ได้รับการช่วยเหลือในเวลาที่เหมาะสม บางคนได้รับการดูแลเมื่ออาการรุนแรงแล้ว หรือบางรายอาจไม่ได้รับการดูแลเลย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของแม่ การพัฒนาของเด็ก และความเป็นอยู่ของครอบครัวในระยะยาว
โดยปัจจุบัน ประเทศไทยยังไม่มีแพลตฟอร์มความร่วมมือระดับชาติที่มุ่งเน้นเรื่องสุขภาพจิตของคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอดโดยเฉพาะ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงบุคลากรทางการแพทย์ ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ และผู้กำหนดนโยบายให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ ทำให้ความทุกข์ที่จริง ๆ แล้วสามารถป้องกันและช่วยเหลือได้ ยังคงเกิดขึ้นกับคุณแม่ ทารก และครอบครัวจำนวนมาก และส่งผลกระทบระยะยาวต่อพัฒนาการของเด็ก สุขภาวะของแม่ การทำงานของผู้หญิง และต้นทุนด้านสาธารณสุขของประเทศ
1.การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับประเทศจากหลายภาคส่วน PAM Thailand ทำหน้าที่เชื่อมโยงบุคลากรทางการแพทย์ องค์กรพัฒนาเอกชน สมาคมวิชาชีพ สถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจ และผู้กำหนดนโยบาย ให้มาร่วมกันเป็นเครือข่ายความร่วมมือที่มุ่งเน้นเรื่องสุขภาพจิตในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอดโดยเฉพาะ เครือข่ายนี้จะร่วมกันกำหนดลำดับความสำคัญ มาตรฐานการส่งต่อผู้ป่วย และแผนการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อลดความกระจัดกระจายของการทำงานระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ความแตกต่างของโครงการ: ในขณะที่โรงพยาบาลหรือองค์กรพัฒนาเอกชนแต่ละแห่งมักดำเนินงานแยกจากกัน PAM Thailand ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางระดับประเทศที่ช่วยประสานความร่วมมือของทุกภาคส่วน ให้ทำงานไปสู่เป้าหมายร่วมกัน แทนการดำเนินโครงการแบบแยกส่วน ประสบการณ์ที่ผ่านมา: PAM Foundation ซึ่งเป็นสมาชิกหลักของเครือข่าย มีประสบการณ์ในการสร้างความร่วมมือข้ามภาคส่วนในโครงการด้านสุขภาพจิตของแม่มาก่อน และสามารถรวบรวมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากหลายภาคส่วนให้ทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุผลลัพธ์ร่วมกันได้
2. การบูรณาการระบบคัดกรองและการระบุความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โครงการจะสนับสนุนการนำเครื่องมือคัดกรองสุขภาพจิตที่ได้รับการยอมรับมาใช้ในบริการฝากครรภ์และหลังคลอดของโรงพยาบาลและคลินิกในเครือข่าย พร้อมทั้งฝึกอบรมบุคลากรด่านหน้า เช่น สูตินรีแพทย์ ผดุงครรภ์ พยาบาล และบุคลากรด้านกุมารเวช เพื่อให้สามารถสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และสร้างระบบการส่งต่อที่ชัดเจน ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: เพิ่มอัตราการคัดกรองสุขภาพจิต ตรวจพบปัญหาได้เร็วขึ้น เพิ่มอัตราการส่งต่อเพื่อรับการดูแล และลดกรณีที่อาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในภาวะวิกฤต ความแตกต่างของโครงการ: แทนที่จะสร้างบริการใหม่แยกจากระบบเดิม PAM Thailand จะผสานการคัดกรองสุขภาพจิตเข้าไปในระบบการดูแลแม่และเด็กที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างยั่งยืนและขยายผลได้ในระยะยาว
3. การพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างทักษะบุคลากร โครงการจะจัดอบรมอย่างเป็นระบบให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ทำงานในชุมชน เพื่อให้สามารถสังเกต ตอบสนอง และส่งต่อผู้ที่มีภาวะสุขภาพจิตในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอดได้อย่างเหมาะสม การอบรมจะครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การลดการตีตรา การดูแลที่คำนึงถึงประสบการณ์กระทบกระเทือนจิตใจ และการสื่อสารที่เข้าใจบริบททางวัฒนธรรม ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: บุคลากรมีความมั่นใจในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น คุณภาพการให้บริการดีขึ้น และเพิ่มศักยภาพของประเทศในการรับมือกับปัญหาสุขภาพจิตของคุณแม่ ประสบการณ์ที่ผ่านมา: PAM Foundation เคยดำเนินโครงการด้านการสร้างความตระหนักรู้และการให้ความรู้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสามารถเพิ่มความรู้และการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมได้อย่างชัดเจน
4. การรณรงค์สร้างความตระหนักรู้และลดการตีตราทางสังคม ผ่านการรณรงค์ระดับประเทศทางสื่อดิจิทัล การเล่าเรื่องจากประสบการณ์จริง (เช่น แคมเปญ #MamaHowAreYou) และการทำงานร่วมกับองค์กรและภาคธุรกิจ โครงการมีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่ให้สังคมสามารถพูดคุยเกี่ยวกับสุขภาพจิตของคุณแม่ได้อย่างเปิดกว้าง และสนับสนุนให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือกล้าเข้าถึงบริการมากขึ้น ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: ประชาชนมีความรู้เรื่องสุขภาพจิตมากขึ้น เพิ่มจำนวนผู้ที่เข้ารับการคัดกรองโดยสมัครใจ และลดการตีตราเกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต ความแตกต่างของโครงการ: การรณรงค์จะเชื่อมโยงสื่อสารสาธารณะกับช่องทางการเข้าถึงความช่วยเหลือโดยตรง เพื่อให้การสร้างความตระหนักรู้สามารถนำไปสู่การเข้ารับการช่วยเหลือได้จริง
5. การพัฒนาระบบการส่งต่อและการจัดทำแผนที่บริการ โครงการจะรวบรวมและจัดทำข้อมูลบริการที่มีอยู่ พร้อมพัฒนาแผนที่การส่งต่อระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อให้ครอบครัวและบุคลากรสามารถค้นหาบริการที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น และลดระยะเวลาในการเข้าถึงการดูแลที่จำเป็น ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงบริการที่เหมาะสมได้รวดเร็วขึ้น และเกิดความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ มากขึ้น
ุ6. การขับเคลื่อนนโยบายเพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ PAM Thailand จะทำงานร่วมกับผู้กำหนดนโยบายเพื่อผลักดันให้เกิดแนวทางระดับชาติ การจัดสรรงบประมาณ และการบรรจุประเด็นสุขภาพจิตในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอดไว้ในนโยบายด้านสุขภาพแม่และเด็ก ผลกระทบระยะยาว: เกิดมาตรฐานการคัดกรองในระดับประเทศ มีงบประมาณสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และประเด็นสุขภาพจิตของแม่ถูกบูรณาการเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน
สร้างความตระหนักรู้และการให้ความรู้แก่สาธารณะ พัฒนาและเผยแพร่สื่ออย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภาวะสุขภาพจิตในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด พร้อมให้ความรู้ไม่เพียงแก่คุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่มือใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงคุณพ่อ ครอบครัว และสังคมโดยรวม
ยกระดับการเข้าถึงและคุณภาพการดูแลสำหรับผู้ที่เผชิญภาวะปัญหาสุขภาพจิตในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด (PMH) ในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเบื้องต้นดังนี้ แนวทางการดูแลระดับประเทศ: ทำงานร่วมกับสมาชิกเครือข่ายเพื่อพัฒนาแนวทางระดับประเทศและระบบการส่งต่อสำหรับการช่วยเหลือผู้ที่มีภาวะสุขภาพจิตในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด โดยอ้างอิงจากแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) และแนวปฏิบัติระดับสากล การคัดกรอง พัฒนาและบูรณาการเครื่องมือและระบบการคัดกรองสุขภาพจิตเข้าไปในบริการดูแลแม่และเด็ก การอบรม พัฒนาสื่อการอบรมและจัดการฝึกอบรมบุคลากรในระบบบริการสุขภาพด้านการเจริญพันธุ์เกี่ยวกับภาวะสุขภาพจิตในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด
สนับสนุนงานวิจัย สนับสนุนงานวิจัยในประเทศไทยเพื่อเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะสุขภาพจิตในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด เช่น ระบาดวิทยา อัตราการเกิด ปัจจัยเสี่ยง ต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคม เป็นต้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมในอนาคต
| รายการ | จำนวน | จำนวนเงิน (บาท) |
|---|---|---|
| สร้างความตระหนักรู้และการให้ความรู้แก่สาธารณะ | 1โครงการ | 400,000.00 |
| ยกระดับการเข้าถึงและคุณภาพการดูแลสำหรับผู้ที่เผชิญภาวะปัญหาสุขภาพจิตในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด (PMH) ในประเทศไทย | 1โครงการ | 300,000.00 |
| สนับสนุนงานวิจัย | 1โครงการ | 300,000.00 |
| รวมเป็นเงินทั้งหมด | 1,000,000.00 | |
| ค่าสนับสนุนเทใจ (10%) | 100,000.00 | |
การต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวมักถูกมองว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข แต่สำหรับคุณแม่และหลายๆ ครอบครัว ช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอดก็อาจเต็มไปด้วยความกังวล ความเศร้า หรือความเครียดทางใจอย่างหนัก — เรื่องราวเหล่านี้มักไม่ค่อยถูกพูดถึง และแม่หลายคนต้องเผชิญสิ่งนี้เพียงลำพัง PAM Thailand (Perinatal Alliance for Mental Health Thailand) - พันธมิตรเพื่อสุขภาพจิตแม่ตั้งครรภ์และหลังคลอด ก่อตั้งขึ้นเพื่อเปลี่ยนสิ่งนี้ PAM Thailand คือเครือข่ายองค์กรที่ทำงานร่วมกับคุณแม่มือใหม่และครอบครัวในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ องค์กรชุมชน มูลนิธิ แพลตฟอร์มออนไลน์ และกิจการเพื่อสังคม สมาชิกของเรา รวมถึงเทใจดอตคอม มีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันให้สุขภาพจิตในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด ได้รับการมองเห็น ความเข้าใจ และการสนับสนุนอย่างจริงจังในสังคมไทย เครือข่ายนี้ต่อยอดจากประสบการณ์ระดับสากลของสมาชิกหลายฝ่าย ซึ่งหลายคนเริ่มต้นจากประสบการณ์จริงของการเผชิญปัญหาสุขภาพจิตในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด PAM Thailand นำองค์ความรู้ งานวิจัย การรณรงค์ และบทเรียนเชิงปฏิบัติเหล่านี้ มาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับการทำงานที่เคารพวัฒนธรรมและขับเคลื่อนโดยคนในพื้นที่ แทนที่จะทำงานแยกกัน PAM Thailand เชื่อในพลังของ “การเชื่อมโยง” เราเชื่อมองค์กรที่ดูแลและสนับสนุนคุณแม่และครอบครัวอยู่แล้ว ให้สามารถส่งต่อความช่วยเหลือได้ดีขึ้น แบ่งปันความรู้ ลดการตีตรา และช่วยให้คุณแม่และครอบครัวกล้าขอความช่วยเหลือได้เร็วขึ้น เพราะเราเชื่อว่าเพียงคำถามหนึ่งครั้ง บทสนทนาหนึ่งช่วง หรือการส่งต่อหนึ่งครั้ง อาจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของทั้งครอบครัวได้ ผ่านการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ การเล่าเรื่อง การให้ความรู้ และความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ PAM Thailand กำลังเดินหน้าสู่อนาคตที่ไม่มีคุณแม่คนไหนในประเทศไทยต้องทุกข์ใจอย่างเงียบงัน และที่ซึ่งสุขภาพจิตถูกมองว่าเป็นส่วนสำคัญของความเป็นอยู่ที่ดีของครอบครัวทุกครอบครัว
ดูโปรไฟล์ร่วมกันระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการนี้
สร้างเพจระดมทุนให้โครงการนี้