cover_1

Second Chance: อาชีพใหม่ ที่คุณเป็นคนให้

เด็กและเยาวชน
อื่นๆ

เงินบริจาคของคุณจะมอบโอกาสทางอาชีพให้กับเยาวชน ผู้ตกงาน และผู้ที่เจออุปสรรคในการเข้าถึงงานที่มั่นคง40คน

บริจาคให้โครงการนี้

บริจาค

เงินบริจาคของคุณจะมอบโอกาสทางอาชีพให้กับเยาวชน ผู้ตกงาน และผู้ที่เจออุปสรรคในการเข้าถึงงานที่มั่นคง40คน

บริจาค

เทใจรองรับ e-Donation ลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า

12 ต.ค. 2569

อัปเดตโครงการดำเนินการอบรมโครงการ Junior Software Developer Bootcamp (JSD) รุ่นที่ 13

ช่วงเวลาที่ทำกิจกรรม

30 มิ.ย. 2569 - 1 ต.ค. 2569

ตามโครงการฯ มีแผนดำเนินหลักสูตร Junior Software Developer Bootcamp (JSD) รุ่นที่ 13-14 ในระยะเวลาที่เหลือของโครงการฯ ทั้งนี้ ในช่วงระยะเวลาการรายงาน JSD รุ่นที่ 13 ได้ดำเนินการเปิดรับสมัคร คัดเลือก และจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันผู้เรียน JSD รุ่นที่ 13 ได้สำเร็จการอบรมแล้วเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ขณะที่ JSD รุ่นที่ 14 อยู่ระหว่างการเปิดรับสมัครผู้เรียน

JSD รุ่นที่ 13

  • ช่วงเวลาการรับสมัคร: 24 เมษายน  - 19 มิถุนายน 2569
  • ช่วงเวลาการอบรม: 30 มิถุนายน  - 1 ตุลาคม 2569 (ระยะเวลา 14 สัปดาห์)
  • จำนวนผู้เรียนที่เข้าร่วมอบรม: 50 คน
  • จำนวนผู้เรียนที่ได้รับทุนการศึกษา: 47 คน

JSD รุ่นที่ 14

  • ช่วงเวลาการรับสมัคร: 25 ตุลาคม  - 30 พฤศจิกายน 2569
  • เป้าหมายจำนวนผู้เรียน: 50 คน
  • จำนวนผู้สมัคร ณ ปัจจุบัน: 35 คน (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2569)

การประชาสัมพันธ์และการรับสมัครผู้เรียน

การประชาสัมพันธ์และการรับสมัคร JSD รุ่นที่ 13

ในช่วง 24 เมษายน  - 19 มิถุนายน 2569 ทีมงานได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์และเปิดรับสมัครผู้เรียน JSD รุ่นที่ 13 ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ Facebook, Instagram, Line, Tiktok, Linkedin, เครือข่ายศิษย์เก่าและองค์กรพันธมิตร โดยมีเป้าหมายเพื่อสรรหาผู้สมัครที่มีความสนใจและมีศักยภาพในการเข้าสู่อาชีพด้านเทคโนโลยี

ผลการรับสมัครและคัดเลือก

  • จำนวนผู้สมัครทั้งหมด: 589 คน
  • จำนวนผู้ผ่านการคัดเลือก: 144 คน
  • จำนวนผู้เข้าร่วมอบรมจริง: 50 คน

การประชาสัมพันธ์และการรับสมัคร JSD รุ่นที่ 14 

ปัจจุบัน ทีมงานอยู่ระหว่างการประชาสัมพันธ์และเปิดรับสมัครผู้เรียน JSD รุ่นที่ 14 ผ่านช่องทางออนไลน์และเครือข่ายพันธมิตร โดย ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2569 มีผู้สมัครแล้วจำนวน 35 คน และอยู่ระหว่างกระบวนการคัดเลือก 4 คน

กระบวนการคัดเลือกผู้เรียนและการสนับสนุนทุนการศึกษา

โครงการได้ออกแบบกระบวนการคัดเลือกผู้เรียนเพื่อให้ได้ผู้ที่มีความพร้อมและเหมาะสม โดยประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้

  1. ลงทะเบียน (Applicants Registered)
  2. กรอกข้อมูลคุณสมบัติพื้นฐานและข้อมูลส่วนบุคคล  (Eligibility)
  3. ข้อมูลส่วนตัว (Demographic)
  4. แบบทดสอบตรรกะ (Logical Test)
  5. แบบทดสอบภาษาอังกฤษ (English Test)
  6. การสัมภาษณ์โดยการอัดวิดีโอ (On-demand Interview)
  7. แบบฝึกหัดด้านเทคโนโลยี (Coding Challenge)
  8. ข้อมูลเพิ่มเติมของผู้สมัคร (Additional Information)
  9. ทุนการศึกษา (Scholarship) / ค่าเข้าร่วมโครงการฯ (Program fee)
  10. การประเมินเพื่อคัดเลือกผู้สมัคร (Evaluation) และ ประกาศผลการคัดเลือก

เกณฑ์การคัดเลือกหลัก

1) เกณฑ์การคัดเลือกจากข้อมูลพื้นฐาน

  1. ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา
  2. เรียนออนไลน์ 9.00-17.00 น
  3. อายุ 18 ปีขึ้นไป 
  4. สัญชาติไทย
  5. สามารถเข้าร่วมโครงการฯ (ออนไลน์) ได้เต็มเวลา วันจันทร์ - ศุกร์ 9.00 - 17.00 เป็นเวลา 15 สัปดาห์
  6. มีใจรักและมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ในการเขียนโปรแกรม/พัฒนาซอฟต์แวร์
  7. กำลังว่างงานหรือเจออุปสรรคในการเปลี่ยนอาชีพมาในสายงานดิจิทัล
  8. ต้องการได้งานทันทีหลังจบโครงการฯ
  9. สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษระดับพื้นฐาน

2) เกณฑ์การคัดเลือกแบบทดสอบความรู้ตรรกะและภาษาอังกฤษ

  1. ได้คะแนนเกิน 50% คะแนนขึ้นไปในแต่ละแบบทดสอบ 

3) เกณฑ์การคัดเลือกจากการสัมภาษณ์โดยการอัดวิดีโอ

  1. แรงจูงใจ ความสนใจ และความมุ่งมั่นด้านการเปลี่ยนสายงานเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล
  2. อุปสรรคในการเข้าถึงโอกาสทางอาชีพที่ตรงกับโครงการ รวมถึงกำลังประสบปัญหาว่างงาน มีอุปสรรคในการหางาน การถูกเลิกจ้าง
  3. มีเป้าหมายที่ต้องการทำงานด้านในสายงานเทคโนโลยีดิจิทัล
  4. ทักษะด้านพฤติกรรมและกรอบความคิดที่ตรงกับอาชีพของโครงการฯ
  5. ทักษะด้านการสื่อสาร

4) เกณฑ์การพิจารณาทุนการศึกษา

  1. คุณสมบัติผู้ขอรับทุน:
  • ไม่มีรายได้ หรือ มีรายได้รวมกันต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน
  • มีภาระต้องอุปการะเลี้ยงดูผู้อื่น เช่น พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว, หัวหน้าครอบครัว, ดูแลสมาชิกในครอบครัวที่เจ็บป่วย/ สูงอายุ/พิการ ฯลฯ
  • อยู่ในสถานะกู้ยืมเงิน มีภาระหนี้สินที่ไม่สามารถบริหารจัดการได้

*ผู้ขอรับทุนต้องมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์อย่างน้อย 1 เกณฑ์ พร้อมแสดงหลักฐานยืนยันที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณา

     2. การสนับสนุนทุนการศึกษา

*จากประสบการณ์การรับสมัครที่ผ่านมา พบว่าผู้สมัครจำนวนมากมีศักยภาพและผ่านการคัดเลือก แต่ไม่สามารถรับภาระค่าเรียนเต็มจำนวนได้ Generation Thailand จึงให้การสนับสนุนค่าเรียนแก่ผู้เรียนในรูปแบบทุนการศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความพร้อมสามารถเข้าร่วมอบรมในหลักสูตรดังกล่าวได้ โดยในรุ่นที่ 13 มีผู้เรียนที่ได้รับทุนเป็นจำนวนทั้งหมด 47 คน

ความคืบหน้าการจัดการเรียนการสอน JSD รุ่นที่ 13

  1. ข้อมูลหลักสูตรและการเข้าร่วม
  • รูปแบบการเรียน: เต็มเวลา 9.00 - 17.00 น.
  • สถานที่: ออนไลน์
  • ระยะเวลา: 14 สัปดาห์ (30 มิถุนายน - 1 ตุลาคม 2569)
  • จำนวนผู้เรียนที่เข้าร่วมอบรม: 50 คน
  • จำนวนผู้เรียนที่สำเร็จการอบรม: 48 คน (ร้อยละ 96%)

     2. เนื้อหาและทักษะที่ผู้เรียนได้รับ: หลักสูตร JSD ออกแบบเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นต่อการเข้าสู่อาชีพด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ ประกอบด้วย

  • ทักษะด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ (Technical Skills) : การเขียนโปรแกรมและสร้างเว็บไซต์ขั้นพื้นฐาน ฝึกฝนการใช้ Framework พื้นฐานในการสร้างเว็บไซต์ การใช้ภาษาโปรแกรมมิ่งในการสร้างเว็บไซต์ HTML, CSS, Javascript, React, Node JS, Express, Relational databases, MongoDB
  • ทักษะด้านพฤติกรรมและการทำงาน (Behavioral Skills): เรียนรู้ทักษะเชิงพฤติกรรมและทัศนคติ และกรอบความคิดเป็นพื้นฐานที่สำคัญต่อการทำงานในสายอาชีพเทคฯ นอกจากนี้ยังครอบคลุมไปถึงพื้นฐานทักษะการทำงานอื่น ๆ เช่น การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ความกระตือรือร้น ความมุ่งมั่นในการทำงานและการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์ในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ 
  • ทักษะด้านการเตรียมความพร้อมสู่การทำงาน (Employability Skills): ทักษะสำหรับการเตรียมความพร้อมในการทำงาน ตั้งแต่การหางาน การสมัครงาน การสัมภาษณ์งาน และการปรับตัวให้เข้ากับการทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล

     3. การดูแลและสนับสนุนผู้เรียน: ทีมงานให้ความสำคัญกับการดูแลผู้เรียนอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาการอบรม ทั้งการติดตามการเข้าเรียน การให้คำปรึกษา และการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของผู้เรียน (Well-being) โดยมีรายละเอียดการดำเนินงาน ได้แก่ 

  • กลุ่มกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน GenMate (Peer-to-Peer Support) 
  • กิจกรรมสำรวจและดูแลสุขภาวะ (Well-being Check-in)

     4. การเชื่อมโยงผู้เรียนสู่เครือข่ายนายจ้าง: โครงการฯ ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อเชื่อมโยงผู้เรียนกับเครือข่ายนายจ้างของ Generation Thailand  โดยในช่วงระยะเวลาการรายงานมีกิจกรรมดังนี้

  • กิจกรรมแนะนำบริษัท ผ่านการจัดกิจกรรมพบปะกับผู้ประกอบการพาร์ตเนอร์ (Networking with Employer Partners) ในวันที่ 9, 15, 21, 23 ตุลาคม 2569 โดยมีบริษัทเข้าร่วมทั้งหมด 7 แห่ง
  • กิจกรรมสัมภาษณ์งานกับบริษัทพาร์ตเนอร์ ผ่านการจัดกิจกรรม Job Fair ในวันที่ 29 และ 30 ตุลาคม 2569

 แผนการดำเนินงานถัดไป

โครงการฯ มีแผนดำเนินงานในระยะถัดไป ดังนี้

  1. JSD รุ่นที่ 13: การติดตามผลหลังสำเร็จการอบรม: ติดตามสถานะการจ้างงานของผู้เรียน JSD รุ่นที่ 13 ภายหลังสำเร็จการอบรม พร้อมทั้งจัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการหางาน การได้งาน และการปรับตัวในที่ทำงานใหม่ให้แก่ผู้สำเร็จการอบรม และรายงานผลการติดตามในความคืบหน้าครั้งถัดไป
  2. JSD รุ่นที่ 14: ดำเนินการรับสมัครและคัดเลือกผู้เรียนจนแล้วเสร็จภายในวันที่ 18 ธันวาคม 2569 และเริ่มการอบรมในวันที่ 11 มกราคม - 23 เมษายน 2570 (ระยะเวลา 15 สัปดาห์)
26 มิ.ย. 2569

อัปเดตโครงการจัดการฝึกอบรมโครงการ EV-CSIP รุ่น 5

ช่วงเวลาที่ทำกิจกรรม

20 พ.ค. 2569 - 19 มิ.ย. 2569

โครงการ EV-CSIP รุ่นที่ 5 ได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม -19 มิถุนายน 2569 เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ในรุ่นนี้ มีผู้เรียนได้เข้าร่วมการอบรมทั้งหมด 35 คน โดยได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รวมถึงทักษะที่จำเป็นในการทำงาน ได้แก่ ทักษะด้านพฤติกรรมและกรอบความคิด ทักษะด้านการเตรียมความพร้อมในการทำงาน เป็นต้น ซึ่งมีผู้สำเร็จการอบรมตามหลักสูตรจำนวนทั้งสิ้น 31 คน คิดเป็นร้อยละ 89 มีรายละเอียดการจัดการฝึกอบรมโครงการ EV-CSIP รุ่น 5

1 การประชาสัมพันธ์สำหรับโครงการ EV- CSIP รุ่นที่ 5  

ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2569 ทีมงานได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์โครงการEV-CSIP รุ่นที่ 5 ซึ่งเป็นการเปิดรับสมัครผู้เรียนสำหรับการอบรมในรุ่นสุดท้ายของโครงการฯ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสรรหาผู้เข้าอบรมที่มีความสนใจและมีศักยภาพในการพัฒนาตนเองเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมทั้งดำเนินการรับสมัครและคัดเลือกให้ได้จำนวนผู้เรียนครบตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ของโครงการฯ

1. การประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์

การประชาสัมพันธ์ในรุ่นที่ 5 ยังคงมุ่งเน้นการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก โดยทีมงานได้ปรับกลยุทธ์การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้มีความเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น จากบทเรียนและข้อมูลที่ได้รับจากการดำเนินงานในรุ่นที่ผ่านมา มีการเผยแพร่ข้อมูลการรับสมัครผ่านช่องทาง Social Media อย่างต่อเนื่อง ทั้ง Facebook, Line และเครือข่ายออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับงานช่างไฟฟ้า งานติดตั้งระบบพลังงาน และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้สมัครที่มีความสนใจและมีพื้นฐานที่สอดคล้องกับเนื้อหาหลักสูตร

นอกจากนี้ ทีมงานยังได้ดำเนินการสื่อสารเชิงรุกกับผู้ที่เคยแสดงความสนใจในโครงการฯ จากการรับสมัครในรุ่นก่อนหน้า รวมถึงผู้ที่อยู่ในเครือข่ายพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นการสมัครอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลหลักสูตร เข้าใจเส้นทางการเรียนรู้ และตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ได้อย่างเหมาะสม

2. การประสานงานกับองค์กรเครือข่ายและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

ในรุ่นที่ 5 ทีมงานยังคงสานต่อความร่วมมือกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของโครงการฯ โดยมีเยาวชนจากหน่วยงานในสังกัดกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศผ่านการคัดเลือกและเข้าร่วมการอบรมจำนวน 10 คนจาก 19 คนที่สมัครมาจากศูนย์ทั่วประเทศ นอกจากนี้ โครงการฯ ยังได้รับความร่วมมือจากศูนย์วิจัยและบริการเพื่อชุมชนและสังคม (Social Lab) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ในการเสนอชื่อและสนับสนุนเยาวชนที่มีศักยภาพเข้าร่วมกระบวนการคัดเลือกขอโครงการฯ ผู้สมัครจากทั้งสองเครือข่ายต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกที่เข้มข้นเช่นเดียวกับผู้สมัครทั่วไป โดยมีการประเมินแรงจูงใจ ความพร้อมในการเรียนรู้ และศักยภาพในการประกอบอาชีพภายหลังสำเร็จการอบรม เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เรียนที่ได้รับคัดเลือกมีความมุ่งมั่นและสามารถได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเข้าร่วมโครงการฯ

blog
กิจกรรมประชาสัมพันธ์ของรุ่นที่ 5 แก่ครูฝึกจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน จำนวน 20 แห่ง ภายใต้กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จากทั่วประเทศ

2 การปรับหลักสูตร

จากประสบการณ์การดำเนินงานในรุ่นที่ผ่านมา ทีมงานพบว่าผู้สนใจจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานที่มีภาระด้านรายได้ประจำวัน กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ และกลุ่มผู้ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดแรงงานโดยเร็ว มักมีข้อจำกัดด้านระยะเวลาในการเข้าร่วมการฝึกอบรมระยะยาว แม้ว่าจะมีความสนใจและแรงจูงใจสูงในการพัฒนาทักษะเพื่อเปลี่ยนสายอาชีพก็ตาม ด้วยเหตุนี้ โครงการฯ จึงได้ปรับรูปแบบการเรียนการสอนสำหรับ EV-CSIP รุ่นที่ 5 ให้เป็นรูปแบบการฝึกอบรมเข้มข้น (Intensive Bootcamp) ระยะเวลา 4 สัปดาห์ โดยออกแบบหลักสูตรให้ผู้เรียนได้รับทั้งองค์ความรู้ภาคทฤษฎี การฝึกปฏิบัติจริง และการเตรียมความพร้อมด้านการประกอบอาชีพภายในระยะเวลาที่กระชับมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่การจ้างงานหรือประกอบอาชีพได้ในระยะเวลาอันสั้นหลังสำเร็จการอบรม

3 การคัดเลือกทีมผู้สอนในหลักสูตรผู้เชี่ยวชาญติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและโซลาร์เซลล์ (EV-CSIP) รุ่นที่ 5

สำหรับการดำเนินการฝึกอบรม โครงการฯ ได้คัดเลือกทีมผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมไฟฟ้า พลังงานสะอาด ระบบอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า และการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้ใหญ่ โดยผ่านกระบวนการพิจารณาคุณสมบัติและการสัมภาษณ์เชิงลึกร่วมกับคณะกรรมการคัดเลือก ซึ่งพิจารณาจากประสบการณ์การทำงาน ความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ความสามารถในการถ่ายทอดองค์ความรู้ และความเข้าใจในแนวทางการพัฒนาผู้เรียนของเจเนเรชั่น

การจัดทีมผู้สอนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ช่วยให้การดำเนินการฝึกอบรมในรูปแบบ Intensive Bootcamp สามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้เรียนได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งด้านวิชาการ การฝึกปฏิบัติ และการเตรียมความพร้อมสู่การประกอบอาชีพภายหลังสำเร็จการอบรม

4 ภาพรวมจากกิจกรรม Well-being และการสนับสนุนผู้เรียน

ทีมงานให้ความสำคัญกับการดูแลผู้เรียนและการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของผู้เรียนทุกคน โดยคงมาตรฐานการสนับสนุนผู้เรียนในด้านต่าง ๆ เช่น การติดตามการเข้าเรียน การสื่อสารและให้คำปรึกษาระหว่างการอบรม ตลอดจนการสนับสนุนและการดูแลความเป็นอยู่ของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนทุกสัปดาห์ของการอบรม

5 กิจกรรมที่ได้พบปะกับผู้ประกอบการเครือข่าย (Employer Meet & Greet) และสัมภาษณ์งาน (Job Fair)

เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้แนวโน้มการจ้างงาน ความต้องการของตลาดแรงงาน และสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการ ในรุ่นที่ 5 โครงกากรฯ ได้จัดกิจกรรมพบปะกับผู้ประกอบการเครือข่าย (Employer Meet & Greet) โดยเชิญผู้ประกอบการจากภาคธุรกิจในอุตสาหกรรม EV และ Solar Cell เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร ลักษณะงาน และโอกาสการจ้างงานให้แก่ผู้เรียนโดยตรง รวมถึงแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ความต้องการแรงงานในสายงานติดตั้งและวิศวกรรมภาคสนาม ตลอดจนคุณลักษณะและทักษะสำคัญที่นายจ้างมองหาในผู้สมัครงาน อาทิ ทักษะด้านงานติดตั้งไฟฟ้า ความตระหนักด้านความปลอดภัยในการทำงาน ความรับผิดชอบ และความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น

โดยในรุ่นนี้ โครงการฯ ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการจาก 4 บริษัทเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ 

  1. บริษัทคิวช่าง: แพลตฟอร์มศูนย์รวมช่างคุณภาพและบริการดูแลบ้านครบวงจร บริษัทแสงชัยมิเตอร์ จำกัด ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายเครื่องมือวัดและระบบอัตโนมัติสำหรับงานอุตสาหกรรมที่มีประสบการณ์กว่า 60 ปี 
  2. บริษัท Prime Inter Holding จำกัด: ผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
  3. บริษัท ทเวนตี้โฟร์ โซลูชั่น กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด: ผู้ให้บริการโซลูชั่นดิจิทัลแบบครบวงจรด้านการบำรุงรักษาและการอยู่อาศัย
  4. บริษัท ซันไลท์ เอ็นเนอร์จี แอนด์ โซลูชัน จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการพลังงานแบบครบวงจร 

กิจกรรมดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนได้เห็นภาพการทำงานจริง เข้าใจความคาดหวังของนายจ้าง และมีโอกาสสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมโดยตรง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่การจ้างงานและการประกอบอาชีพในสายงานพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต 

นอกจากนี้ โครงการฯ ยังจัดให้มีกิจกรรมสัมภาษณ์งาน (Job Fair) กับผู้ประกอบการเครือข่ายทั้ง 4 บริษัทก่อนวันสำเร็จการอบรม โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เลือกบริษัทที่อยากจะเข้าไปทำงานด้วยเป็นสำคัญ  ซึ่งผู้เรียนแต่ละคนได้เข้ารับการสัมภาษณ์งานประมาณ 1-3 บริษัท กิจกรรมนี้เป็นการขยายโอกาสด้านการจ้างงานให้แก่ผู้เรียนผ่านเครือข่ายนายจ้างที่มีความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางโครงการจะมีการติดตามผลจากการสัมภาษณ์งานนี้ในครั้งนี้ต่อไป

6 ข้อมูลหลักสูตรและการเข้าร่วม

  • รูปแบบการเรียน: ออนไซต์ (Onsite)
  • สถานที่: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ. บางมด)
  • ระยะเวลา: 4-5 สัปดาห์ (20 พฤษภาคม - 19 มิถุนายน 2569)
  • จำนวนผู้เรียนที่เข้าร่วมอบรม: 35 คน
  • จำนวนผู้เรียนที่ถอนตัวจากโครงการฯ : 4 คน 
  • จำนวนผู้เรียนที่สำเร็จการอบรม: 31 คน

7 การดำเนินงานขั้นตอนต่อไป

ในระยะเวลาที่เหลือของโครงการเพื่อให้ครบผู้เรียนอีก 33 คน จาก 50 คน Generation Thailand มีแผนดำเนินหลักสูตร Junior Software Developer Bootcamp รุ่นที่ 13–14 ซึ่งเป็นหลักสูตรเข้มข้นระยะเวลา 15 สัปดาห์ ที่พัฒนาผู้เรียนให้มีทั้งทักษะด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ (Full-stack JavaScript) ทักษะการทำงาน (Behavioral Skills) และการเตรียมความพร้อมสู่การทำงาน (Employability Skills) ควบคู่กับการเชื่อมโยงผู้เรียนสู่เครือข่ายนายจ้างและการติดตามผลหลังเริ่มงาน โดยที่ผ่านมา Generation Thailand สามารถสร้างผลลัพธ์ด้านการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง และได้รับความเชื่อมั่นจากเครือข่ายนายจ้างกว่า 300 แห่ง อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์การรับสมัครที่ผ่านมา พบว่าผู้สมัครจำนวนมากมีศักยภาพ ผ่านการคัดเลือก และมีความพร้อมที่จะเข้าสู่อาชีพด้านเทคโนโลยี แต่ไม่สามารถรับภาระค่าเรียนเต็มจำนวนได้ ส่งผลให้หลายรายต้องได้รับการสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาจึงจะสามารถเข้าร่วมโครงการได้ การสนับสนุนเพิ่มเติมจะช่วยให้ Generation สามารถขยายโอกาสไปยังผู้เรียนกลุ่มนี้ และสร้างบุคลากรดิจิทัลคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างต่อเนื่อง 

5 พ.ค. 2569

อัปเดตโครงการเปิดรับสมัครผู้เรียนโครงการ EV-CSIP รุ่นที่ 5

ช่วงเวลาที่ทำกิจกรรม

31 มี.ค. 2569 - 19 มิ.ย. 2569

โครงการ EV-CSIP รุ่นที่ 5 อยู่ในขั้นตอนของการเปิดรับสมัครผู้เรียน โดยยังไม่เริ่มการเรียนการสอนอย่างเป็นทางการ

ปัจจุบัน โครงการได้ดำเนินกิจกรรมหลัก ได้แก่

  • การประชาสัมพันธ์หลักสูตร
  • การรับสมัครผู้เรียน
  • การคัดเลือกผู้เรียน
  • การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • เตรียมความพร้อมการดำเนินงานก่อนการอบรม เช่น ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเรียน และค่าผู้สอน

โดยมีเป้าหมายเพื่อคัดเลือกผู้เรียนที่มีความเหมาะสมเข้าสู่โครงการในลำดับถัดไป

  • ช่วงเวลาการดำเนินการในช่วงการรับสมัคร: 31 มีนาคม - 17 พฤษภาคม 2569
  • เป้าหมายจำนวนผู้เรียน: 30 คน
  • จำนวนผู้สมัคร ณ ปัจจุบัน: 115 คน (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 4 พฤษภาคม 2569)

 

กิจกรรมที่ผ่านมาทางโครงการได้ประชาสัมพันธ์ให้กับกลุ่มเป้าหมาย และคัดเลือกผู้เรียนที่เหมาะสม มีรายละเอียด ต่อไปนี้

การประชาสัมพันธ์

โครงการได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่

(1) ช่องทางออนไลน์

  • Facebook
  • TikTok
  • Instagram
  • LinkedIn
  • Line

โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ว่างงานและแรงงานจากสายอาชีพอื่นที่ต้องการเปลี่ยนสายงานเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยใช้รูปแบบคอนเทนต์ที่หลากหลาย เช่น ภาพและวิดีโอ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและการมีส่วนร่วม

(2) ช่องทางออฟไลน์

  • เครือข่าย

โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร โดยเฉพาะเยาวชนจากกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยใช้รูปแบบการสื่อสารเชิงให้ข้อมูลโดยตรงผ่านวิดิโอ เพื่อสร้างความเข้าใจและความพร้อมก่อนเข้าร่วมโครงการ

กลุ่มเป้าหมาย 

โครงการ EV-CSIP รุ่นที่ 5 มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะอาชีพให้กับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการโอกาสในการเข้าสู่ตลาดแรงงานในสายงานด้านเทคนิคและพลังงานสะอาด โดยกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดไว้ ได้แก่

  • เด็กและเยาวชน
  • ผู้ตกงาน
  • กลุ่มเปราะบาง
  • เยาวชนผู้ก้าวพลาด

ปัจจุบัน โครงการอยู่ระหว่างการประสานความร่วมมือกับ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงกลุ่มเยาวชนผู้ก้าวพลาด โดยอยู่ในขั้นตอนการหารือรายละเอียดร่วมกันในประเด็นต่าง ๆ เช่น

  • จำนวนเยาวชนที่จะเข้าร่วมโครงการ
  • หลักเกณฑ์และกระบวนการคัดเลือกผู้เข้าร่วม
  • แนวทางการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมอบรม
  • การดูแลและสนับสนุนระหว่างการเข้าร่วมโครงการ

ทั้งนี้ โครงการได้หารือร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในเบื้องต้นเกี่ยวกับจำนวนเยาวชนที่จะเข้าร่วมโครงการฯ และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจากกลุ่มดังกล่าวในจำนวนประมาณ 10 คน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดและยืนยันรายชื่ออย่างเป็นทางการ ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกในลำดับถัดไป

กระบวนการคัดเลือกผู้เรียน (Scholarship)

โครงการได้ออกแบบกระบวนการคัดเลือกผู้เรียนเพื่อให้ได้ผู้ที่มีความพร้อมและเหมาะสม โดยประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้

  1. ลงทะเบียน (Applicants Registered)
  2. กรอกข้อมูลคุณสมบัติพื้นฐานและข้อมูลส่วนบุคคล
  3. ทำแบบทดสอบความรู้เรื่องไฟฟ้าพื้นฐานและทักษะที่เกี่ยวข้องเบื้องต้น ประกอบไปด้วย
    3.1 แบบทดสอบความรู้พื้นฐานต่าง ๆ ได้แก่ ความรู้เรื่องไฟฟ้าพื้นฐาน พื้นฐานความปลอดภัยด้านไฟฟ้า ทักษะทางด้านเทคนิค และพื้นฐานช่างรับเหมา 
    3.2 แบบทดสอบเกี่ยวกับอาชีพที่ตรงกับหลักสูตร
  4. การสัมภาษณ์โดยการอัดวิดีโอ

เกณฑ์การคัดเลือกหลัก

1.เกณฑ์การคัดเลือกจากข้อมูลพื้นฐาน

  • อายุ 18-55 ปี
  • สัญชาติไทย
  • จบมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) หรือเทียบเท่า 
  • สามารถเข้าร่วมโครงการฯ ได้เต็มเวลา 
  • พร้อมเข้ากระบวนการหางานทันทีหลังจบโครงการฯ

2 เกณฑ์การคัดเลือกแบบทดสอบความรู้เรื่องไฟฟ้าพื้นฐานและทักษะที่เกี่ยวข้องเบื้องต้น

  • ได้คะแนนเกิน 50% คะแนนขึ้นไปในแต่ละแบบทดสอบ 

3.เกณฑ์การคัดเลือกจากการสัมภาษณ์โดยการอัดวิดีโอ

  • แรงจูงใจ ความสนใจ และความมุ่งมั่นด้านการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและโซลาร์เซลล์
  • อุปสรรคในการเข้าถึงโอกาสทางอาชีพที่ตรงกับโครงการ รวมถึงกำลังประสบปัญหาว่างงาน มีอุปสรรคในการหางาน การถูกเลิกจ้าง
  • มีเป้าหมายที่ต้องการทำงานด้านการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและโซลาร์เซลล์ 
  • ทักษะด้านพฤติกรรมและกรอบความคิดที่ตรงกับอาชีพของโครงการฯ
  • ทักษะด้านการสื่อสาร

ความคืบหน้าของผู้สมัคร

สถานะของผู้สมัคร ณ ปัจจุบัน หลังจากเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2569 

  • จำนวนผู้สมัครทั้งหมด: 115 คน
  • อยู่ระหว่างการคัดเลือก: 30 คน
  • ผ่านการคัดเลือก: 6 คน (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 4 พฤษภาคม 2569)

 แผนการดำเนินงานถัดไป

โครงการมีแผนดำเนินงานในระยะถัดไป และประมาณการระยะเวลาดำเนินการบูทแคมป์: 20 พฤษภาคม - 19 มิถุนายน 2569 ดังนี้

1. กิจกรรมปฐมนิเทศผู้เรียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงให้ผู้เรียนทราบถึงโครงสร้างหลักสูตร รายละเอียดหลักสูตร รูปแบบการอบรม และการสนับสนุนจากทีมงาน รวมถึงทำความรู้จักกับทีมผู้สอนและเพื่อร่วมรุ่น 

2. การอบรมแบบเข้มข้นในลักษณะบูทแคมป์ โดยผู้เรียนจะได้อบรม ดังนี้

2.1 ทักษะเชิงเทคนิค ซึ่งจะได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะด้านเทคนิคที่จำเป็นสำหรับการทำงานจริง เช่น ความรู้พื้นฐานไฟฟ้า การติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและโซลาร์เซลล์ การเดินสายไฟฟ้าและตรวจสอบระบบให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์วัดทางไฟฟ้าอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ยังสามารถประเมินหน้างาน วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาการทำงานของระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

2.2 ทักษะด้านอาชีพ ซึ่งจะได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะสำหรับการเตรียมความพร้อมในการหางาน ตั้งแต่การหางาน การสมัครงาน การสัมภาษณ์งาน และการปรับตัวให้เข้ากับการทำงานในอุตสาหกรรม EV รวมถึงมีกิจกรรมที่ได้สัมภาษณ์งานกับผู้ประกอบการเครือข่าย

3. กิจกรรมวันสำเร็จการอบรม เมื่อผู้เรียนเข้าร่วมอบรมและกิจกรรมต่าง ๆ ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด และสอบผ่านเกณฑ์ ผู้เรียนจะถูกนับว่าเป็นผู้สำเร็จการอบรมของโครงการฯ