เงินบริจาคของคุณจะนำไปมอบชุดอาหารให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการ110คน
ตลอดปี 2568 อาสาสมัครได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนคนชราและคนพิการ จำนวน 110 คน ในพื้นที่การทำงานในจังหวัดสระแก้ว และจังหวัดสุรินทร์ เพื่อส่งมอบชุดอาหาร แม้ว่าในบางพื้นที่ได้เกิดความไม่สงบจากวิกฤตการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แต่อาสาสมัครก็ยังคงทำงานของพวกเขา โดยปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อาทิ มีการออกหน่วยปรุงอาหารสุกเพื่อมอบให้แก่บรรดาชาวบ้านในศูนย์พักพิงชั่วคราว รวมถึงมอบสิ่งจำเป็นในการยังชีพ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมหลักยังคงเป็นการมอบชุดอาหารมูลค่า 400 บาท ซึ่งประกอบด้วย ข้าวสาร 10 กิโลกรัม ส่วนงบประมาณที่เหลือจะใช้ซื้อไข่ไก่ กุนเชียง ปลาร้า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง นมกล่อง สลับกันไปในแต่ละเดือน
ในทุกครั้งที่เราลงพื้นที่เยี่ยมเยียนคนชราและคนพิการเพื่อมอบชุดอาหารจะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนทุกข์สุขและมอบกำลังใจแก่กันเสมอ เปรียบเสมือนพวกเขาเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งของเรา ทุกรอยยิ้ม ทุกคำอวยพร หรือแม้แต่คราบน้ำตา ทำให้พวกเราเรียนรู้ว่า เราไม่ใช่เป็นผู้ให้เท่านั้น ในขณะเดียวกันเราก็เป็นผู้รับด้วย ความรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรอยยิ้มให้แก่พวกเขาเป็นพลังงานดีในการทำงานช่วยเหลือผู้อยู่ในภาวะยากลำบากต่อไป
ยายเวียง วิวาห์สุข อายุ 78 ปี
อาศัยอยู่ตามลำพังที่บ้านร่มทอง ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ด้วยความชราทำให้หูตาไม่ดี ประกอบกับมือของยายมีปัญหาทำให้ไม่สามารถรับจ้างทำงานได้ ลูกๆ ของยายที่แยกย้ายไปทำมาหากินและมีครอบครัวอยู่ต่างจังหวัดก็ค่อนข้างขัดสน ตามที่พูดคุยตอนลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและมอบชุดอาหาร ยายบอกกับเราว่า ... "ข้าวสารและของแห้งที่ได้จากโคเออร์พอให้กินได้เป็นเดือนเพราะแก่แล้ว กินน้อย หากต้องใช้เงินซื้อหยูกยาหรืออะไรๆ ก็จะใช้เงินจากเบี้ยผู้สูงอายุ" และทุกครั้งที่พบเจอยายก็จะขอบใจและอวยชัยให้พรพวกเรารวมถึงผู้บริจาคทุกครั้ง
ยายวิภาวรรณ ชุมนุมชาติ อายุ 76 ปี
เดิมทียายมีน้องชายที่พิการอยู่ดูแลกันแต่ได้เสียชีวิตไปเมื่อไม่นานนี้ ทำให้ตอนนี้ยายต้องอยู่ตามลำพังที่บ้านร่มทอง ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว จากการสอบถามของอาสาสมัครที่ลงเยี่ยมเยียนและมอบชุดอาหาร ยายบอกกับเราว่า ข้าวสารและอาหารแห้งที่ได้จากโคเออร์นอกจากจะรับประทานเองแล้ว ยายยังได้ตักบาตรทำบุญด้วย ของที่ได้รับช่วยบรรเทาความเดือนร้อนได้ และหากเดือนไหนไม่พอชนเดือนยายก็จะใช้เงินจากเบี้ยผู้สูงอายุซื้อหาเพิ่มเติม
ยายฉลอม นาค อายุ 71 ปี
ยายอาศัยอยู่ตามลำพังที่ บ้านเขาลูกช้าง ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ยายมีลูกแต่ย้ายถิ่นฐานไปทำงานและมีครอบครัวแล้วที่ต่างจังหวัด ยายมีโรคประจำตัว คือ เบาหวานและความดัน ทำให้ทำงานหาเลี้ยงตัวเองไม่ได้ ข้าวสารอาหารแห้งที่ได้รับจากโคเออร์ สามารถทำให้คุณภาพชีวิตยายดีขึ้น เพราะทำให้ยายมีอาหารกินตลอดเดือน ก่อนจากลากันครั้งนี้ ยายฉลอมได้กล่าวอวยชัยให้พรพวกเรา และผู้บริจาคให้มีความสุขความเจริญด้วย
ตลอดปี 2567 อาสาสมัครได้ลงพื้นที่ไปตามบ้านของคนชราและคนพิการ จำนวน 110 คน เพื่อมอบชุดอาหารในทุกเดือน โดยชุดอาหาร มูลค่าชุดละ 400 บาท จะประกอบด้วย ข้าวสาร 10 กิโลกรัมเป็นหลัก ส่วนงบประมาณที่เหลือจะใช้ซื้อไข่ไก่ กุนเชียง ปลาร้า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง นมกล่อง UHT สลับกันในแต่ละเดือน นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมามีสภาพอากาศที่หนาวเย็นมาก เราจึงได้จัดหาผ้าห่มกันหนาวเพิ่มเติมจากสิ่งของยังชีพที่ต้องมอบให้ตามปกติ
คนชราบอกกับเราว่า..."ของที่ได้จะกินได้ประมาณ 20 วัน ในวันที่ไม่มีก็จะหาเก็บผักริมรั้ว ดักปลาในหนองกินได้ ขอแค่มีข้าวสารก็พอแล้ว" ในการลงพื้นที่แต่ละครั้ง ไม่เพียงเป็นการส่งมอบสิ่งของยังชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นการเยี่ยมเยียน รับฟังเรื่องราวทุกข์สุข และมอบกำลังใจให้แก่คนชราและคนพิการที่ต้องอยู่ตามลำพัง รอยยิ้มและคำอวยพรจากทุกท่านเป็นสิ่งที่ทำให้เราทีมงานหายเหนื่อยจากการเดินทางลงพื้นที่ และยังเป็นพลังในการที่จะทำงานเพื่อพวกเขาต่อไปอีกด้วย
ยายคำศรี ศรีสวัสดิ์
ปัจจุบันอายุ 75 ปี อาศัยอยู่ตามลำพัง และมีภาระต้องช่วยดูแลเหลนตัวน้อย อายุขวบเศษที่หลานได้นำมาฝากไว้เพราะต้องไปทำงานต่างจังหวัด ยายคำศรีมีโรคประจำตัวคือ เบาหวานและความดันโลหิตสูง ทำให้ไม่สามารถหารับจ้างทำงานได้ ยายมีรายได้จากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินค่านมของเหลนที่หลานจะโอนให้ในทุกเดือนเท่านั้น
อาสาสมัครเคยสอบถามถึงลูกๆ ของยาย แกตอบเพียงว่า "ไม่อยากจะเบียดเบียนเขา...เพราะทุกคนต่างก็มีครอบครัว มีภาระที่ต้องดูแลหากไม่มีก็กินตามมีตามเกิดได้" ยายบอกกับเราอีกว่า การได้รับความช่วยเหลือด้านอาหารจากโคเออร์ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เยอะ พร้อมทั้งกล่าวอวยชัยให้พรทุกครั้งที่ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน
ยายเปลื่อง แก้วโศก
ปัจจุบันอายุ 82 ปี อาศัยอยู่ตามลำพัง ในละแวกบ้านของยายมีญาติๆ ที่พอจะช่วยเหลือยามเจ็บป่วยได้อยู่ใกล้ๆ เดิมทียายอยู่กับลูกชายที่มีความพิการทางสมองแต่ปัจจุบันจะเร่ร่อนไปอาศัยอยู่ที่วัด ด้วยความชรายายจึงไม่สามารถประกอบอาชีพได้มีรายได้เพียงจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเท่านั้น
จากการพูดคุยสอบถามทุกข์สุขเมื่ออาสาสมัครไปเยี่ยมเยียน นอกจากรอยยิ้มที่ได้เห็นจากยายแล้ว คำอวยพรชุดใหญ่เราก็จะได้รับทุกครั้ง ชุดอาหารจากโคเออร์ไม่เพียงช่วยให้ยายยิ้มได้ แต่ยังช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้ยายอีกด้วยไม่มากก็น้อย