เงินบริจาคของคุณจะนำไปจัดค่ำคืนเกม ศิลปะ และดนตรี ว่าด้วยป่าชายเลนและแมลงที่ถูกมองข้ามให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่อายุ 18-35 ปีในกรุงเทพฯ150คน
Climate Playground 2026 คือค่ำคืนเกมกิจกรรมด้านสภาพภูมิอากาศ ศิลปะ และดนตรี จัดโดย BioReverb ในวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ณ House Lagom สุขุมวิท 20 กรุงเทพฯ ภายใต้ธีม "Overlooked Ecosystems — In the Middle of Bangkok" เพื่อแก้ปัญหาที่คนเมืองส่วนใหญ่ไม่รู้สึกผูกพันกับป่าชายเลนและแมลง ทั้งที่เป็นระบบนิเวศสำคัญต่อการดูดซับคาร์บอนและความหลากหลายทางชีวภาพของไทย
ในโครงการเรามีการใช้เกมกระดานวิทยาศาสตร์ (Chailaen) ที่พัฒนาจากการสะท้อนป่าชายเลนและนโยบายจริงในไทย เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเรื่องป่าชายเลน คาร์บอนเครดิต และความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนั้นเรามีการแสดงดนตรีสดที่จับคู่กับศิลปินภาพที่จะสร้างภาพ ณ ตรงนั้นเลย
มากไปกว่านั้น เรามีจัด Visual Art และ นิทรรศการแมลงร่วมกับ Wanghin Lab และประสบการณ์เสียง-ภาพแบบดื่มด่ำจากโปรเจกต์ Mangroove ดนตรีสดในป่าโกงกางของ BioReverb เพื่อเปลี่ยนการเรียนรู้เรื่องธรรมชาติจากการอ่านข้อมูลและข่าวสาร ให้กลายเป็นประสบการณ์ตรงที่รู้สึกได้
กลุ่มเป้าหมายคือเยาวชนคนรุ่นใหม่อายุ 18–35 ปีในกรุงเทพฯ จำนวน 60–150 คน จากปีแรก (2568) ที่มีผู้เข้าร่วม 125 คน ความพึงพอใจ 97.2% และ 88.9% ระบุว่าได้รับแรงบันดาลใจให้ลงมือทำเพื่อสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ปีนี้จึงยกระดับให้ประเด็นสิ่งแวดล้อมเป็นแกนกลางของงานอย่างเต็มรูปแบบ
ตัวอย่างวิดีโอจากปีที่แล้ว Climate Playground 2025
https://youtu.be/irrDqD7xODI?si=hL4D3f17ub3A3dsG
เอกสารโครงการ Climate Playground 2026
คนเมือง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ กำลังเติบโตขึ้นโดยแทบไม่มีความเชื่อมโยงกับธรรมชาติเลย ชีวิตประจำวันในเมืองตัดขาดเราออกจากระบบนิเวศที่อยู่รอบตัว จนธรรมชาติกลายเป็นเรื่องไกลตัว ไม่ใช่สิ่งที่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอีกต่อไป ในขณะเดียวกัน ระบบนิเวศสำคัญอย่างป่าชายเลนและแมลง กำลังเผชิญภัยคุกคามและค่อยๆ หายไปทีละน้อย โดยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันกำลังเกิดขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่เคยอยู่ในสายตาหรือบทสนทนาของคนเมืองตั้งแต่แรก ทั้งที่ป่าชายเลนเป็นหนึ่งในระบบนิเวศที่หลากหลายและสำคัญที่สุดของไทย ปกป้องชายฝั่งจากการกัดเซาะและน้ำท่วม เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน และดูดซับคาร์บอนได้มากกว่าป่าบกทั่วไป เช่นเดียวกับแมลงซึ่งเป็นรากฐานของเกือบทุกระบบนิเวศบนโลก แต่กลับถูกมองข้ามหรือเข้าใจผิดโดยคนเมืองส่วนใหญ่ การสูญเสียที่มองไม่เห็นนี้เองที่อันตรายที่สุด เพราะเราไม่สามารถห่วงใยหรือลงมือปกป้องสิ่งที่เราไม่เคยรู้สึกผูกพันด้วย
ที่ผ่านมาข้อมูลเรื่องสภาพภูมิอากาศมีอยู่ล้นเหลือ ทั้งรายงาน ตัวเลข การคาดการณ์ และคำเตือน แต่การรับรู้ข้อมูลเพียงอย่างเดียวกลับไม่นำไปสู่การลงมือทำในวงกว้างอย่างที่ควรจะเป็น งานวิจัยชี้ว่าเมื่อคนรู้สึกท่วมท้นหรือรู้สึกไม่เกี่ยวข้องกับปัญหา พวกเขามักจะถอยห่างแทนที่จะลงมือ ปัญหาที่แท้จริงจึงไม่ใช่การขาดข้อมูล แต่คือการขาด "ความรู้สึก" ผูกพันกับธรรมชาติที่จะนำไปสู่ความใส่ใจและการลงมือทำอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ นักสิ่งแวดล้อม นักวิทยาศาสตร์ และนักกิจกรรม ผู้ถือความรู้เรื่องระบบนิเวศเหล่านี้ กับศิลปินและนักสร้างสรรค์ ผู้ถือเครื่องมือในการถ่ายทอดความรู้สึก ก็แทบไม่เคยได้ทำงานร่วมกันหรืออยู่ในพื้นที่เดียวกัน ทำให้ความรู้ที่มีอยู่ไม่ถูกส่งต่อไปในรูปแบบที่คนทั่วไปเข้าถึงและรู้สึกร่วมได้จริง
BioReverb เชื่อว่าการเรียนรู้และถ่ายทอดเรื่องสิ่งแวดล้อมมีได้หลายวิธี และศิลปะกับดนตรีเป็นหนึ่งในวิธีที่ถ่ายทอด "ความรู้สึก" ได้ดีที่สุด Climate Playground 2026 จึงออกแบบมาเพื่อสร้าง awareness และจุดประกายความร่วมมือระหว่างผู้คนที่มีความสามารถแตกต่างกัน ผ่านวิธีที่เข้าถึงง่ายและเป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับมนุษย์ นั่นคือการเสพศิลปะ ฟังดนตรี เล่นเกม และได้ทำความรู้จักกัน โดยสอดแทรกความรู้เรื่องแมลงและป่าชายเลนไปพร้อมกับบทเพลงที่บรรเลงสดบนเวที ทำให้การเรียนรู้เรื่องธรรมชาติไม่ใช่การนั่งฟังบรรยาย แต่เป็นประสบการณ์ที่ซึมเข้าไปพร้อมกับความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนั้น รูปแบบกิจกรรมประกอบด้วย: เกมกระดานวิทยาศาสตร์ (Chailaen) — เกมเรื่องการฟื้นฟูป่าชายเลนในไทย พัฒนาโดย BFH-HAFL ผ่านโครงการวิจัย RESCuE-2 (สนับสนุนโดย SNSF) ออกแบบร่วมกับชุมชนชายฝั่งจริง ครอบคลุมประเด็นระบบนิเวศป่าชายเลน การเลี้ยงกุ้ง การเปลี่ยนแปลงทางน้ำ และคาร์บอนเครดิต ทีม BioReverb เคยร่วมพัฒนาเกมนี้ในฐานะผู้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลกับชุมชนมาก่อน การแสดงดนตรีสดจับคู่กับศิลปินภาพวาดสด — นักดนตรีแต่ละคนจับคู่กับศิลปินภาพที่สร้างงานเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพของไทยแบบสดบนเวที รวมถึงความร่วมมือกับ Wanghin Lab ที่นำแมลงจริงมาแสดงผ่านจอเป็นฉากหลังการแสดง ทำให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ทางศิลปะโดยไม่รู้สึกเหมือนถูกสอน นิทรรศการ Silent Immersion — ใช้ภาพฉายและเสียงบันทึกจากป่าชายเลนจริงในโปรเจกต์ Mangroove ของ BioReverb ผ่านหูฟังแบบ silent disco พาผู้ร่วมงานออกจากกรุงเทพฯ ไปสัมผัสป่าชายเลนโดยไม่ต้องเดินทางไปจริง Human Bingo — กิจกรรมละลายพฤติกรรมที่ออกแบบให้คนต่างสายอาชีพ ทั้งนักสิ่งแวดล้อม นักวิทยาศาสตร์ และศิลปิน ได้พูดคุยและรู้จักกันตั้งแต่ต้นงาน สร้างพื้นที่ให้ความรู้และเครื่องมือถ่ายทอดความรู้สึกมาเจอกันจริงๆ ผลลัพธ์ที่เคยเกิดขึ้น: งานปีแรก (Climate Playground 2025 จัดโดย neo-baannok x GYBN Thailand) มีผู้เข้าร่วม 125 คน (จากผู้ลงทะเบียน 217 คน) ความพึงพอใจโดยรวม 97.2% ผู้เข้าร่วม 75% ได้สร้างความสัมพันธ์หรือความร่วมมือใหม่ 94.4% ระบุว่าเข้าใจบทบาทของความคิดสร้างสรรค์ต่อการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศมากขึ้น และ 88.9% ได้รับแรงบันดาลใจให้ลงมือทำ งานยังได้รับการรายงานข่าวแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายจาก Thairath Plus, Koktail Magazine, Time Out Bangkok และ GROUNDCONTROL รวมถึงมียอดรับชมคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียกว่า 185,000 ครั้ง ความแตกต่างจากหน่วยงานอื่น: งานด้านความยั่งยืนขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ เช่น Sustainability Expo หรือเทศกาลศิลปะ/ดนตรีอย่าง Awakening Bangkok มักเน้นนิทรรศการองค์กรหรือความบันเทิงเป็นหลัก โดยมีประเด็นสิ่งแวดล้อมเป็นเพียงส่วนประกอบ หรือเน้นองค์กรใหญ่ๆ ขณะที่ Climate Playground ที่จัดโดย Grassroot movement/ community วางประเด็นระบบนิเวศที่ถูกมองข้าม อย่างป่าชายเลนและแมลง ไว้เป็นแกนกลางของทุกกิจกรรมในงาน ไม่ใช่แค่ฉากหลัง และให้ความสำคัญกับการเชื่อมเครือข่ายข้ามสายงานระหว่างนักสิ่งแวดล้อมกับศิลปินโดยเฉพาะ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย SDG 17 ว่าด้วยความร่วมมือข้ามภาคส่วน และเรามีเป้าหมายที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ Awareness แต่จะร่วมผลักดันให้เกิด Climate Action โดยความร่วมมือของผู้คนจาก Background ที่ต่างกัน
วางแผนการดำเนินงาน ประสานงาน และยืนยันพันธมิตรและผู้สนับสนุน
ประสานงานและยืนยันศิลปิน นักดนตรี และผู้ร่วมงานสร้างสรรค์ในงาน
จัดเตรียมนิทรรศการและประสบการณ์ Silent Immersion
เริ่มประชาสัมพันธ์และสื่อสารงานผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึงสื่อภายนอก
10 ตุลาคม 2026 จัดงาน Climate Playground 2026 ที่ House Lagom สุขุมวิท 20
จัดทำรายงานหลังงานและส่งมอบเอกสารให้ผู้สนับสนุน และลงใน Social Media
| รายการ | จำนวน | จำนวนเงิน (บาท) |
|---|---|---|
| ค่าตอบแทนศิลปินและผู้เล่าเรื่อง | 6คน | 20,000.00 |
| ค่าผู้กำกับศิลป์และทีมงานผลิต | 1ทีม | 15,000.00 |
| ค่าบริหารจัดการโครงการ | 1ทีม | 18,000.00 |
| ค่าตอบแทนทีมงานวันจัดงาน (เยาวชนอาสา) | 20คน | 22,500.00 |
| ค่าอาหารและเครื่องดื่มสำหรับทีมงานและศิลปิน | 1วัน | 16,500.00 |
| ค่าอุปกรณ์ visualizer | 1ชิ้น | 1,500.00 |
| ค่าขนส่งและโลจิสติกส์ | 1งาน | 5,000.00 |
| ค่าพิมพ์และวัสดุอุปกรณ์ | 1งาน | 1,500.00 |
| รวมเป็นเงินทั้งหมด | 100,000.00 | |
| ค่าสนับสนุนเทใจ (10%) | 10,000.00 | |
The "neo-baannok" collective is a group of passionate, globally-minded Thai youth who are driven to make a difference. They bring a unique perspective to the table, merging creativity with activism to address the challenges facing our planet. The group is using their ability to translate complex issues into relatable and engaging content that speaks directly to their peers.
ดูโปรไฟล์ร่วมกันระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการนี้
สร้างเพจระดมทุนให้โครงการนี้