เงินบริจาคของคุณจะมอบแสงสว่างช่วยคนให้มองเห็นให้กับผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคต้อกระจก และอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล500คน
Gift of sight thailand คนไทยทั้งประเทศได้รับความเท่าเทียมในการรักษาดวงตา เราจะทำให้คนไทยไม่มีใครตาบอดจากการเป็นต้อกระจกหรือโรคตาอื่นๆ
มูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชนจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการผ่าตัดฟรีทุกเดือน ปีละ 12 ครั้ง โดยออกหน่วยตามโรงพยาบาลชุมชนที่ขาดแคลนทั่วประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมาร์ เพื่อให้ ผู้สูงอายุและผู้ป่วยด้อยโอกาสที่มีภาวะต้อกระจกหรือภาระแทรกอื่นโรคที่เกี่ยวกับดวงตาสามารถกลับมามองเห็น ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ลดภาระของครอบครัว และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรวม ร่วมสนับสนุนสายตาใหม่ให้ผู้สูงวัยและผู้ป่วย
ผู้ป่วยและผู้สูงอายุเผชิญเกี่ยวกับการรักษาต้อกระจก
1.การขาดความรู้และการเข้าถึงข้อมูล
ผู้ป่วยและผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ขาดความรู้เกี่ยวกับโรคต้อกระจก เช่น สัญญาณเตือน วิธีป้องกัน และผลกระทบของการปล่อยให้โรครุนแรง
จากข้อมูลของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พบว่าผู้ป่วยจำนวนมาก ไม่ทราบว่าต้อกระจกสามารถรักษาฟรีได้ภายใต้สิทธิบัตรทอง หรือประกันสังคม และไม่รู้ว่าต้องดำเนินการอย่างไร
การขาดข้อมูลที่ถูกต้องทำให้ผู้ป่วยบางส่วนไม่รีบเข้ารับการรักษา ปล่อยให้โรคลุกลามจนถึงระยะที่ส่งผลต่อการมองเห็นและคุณภาพชีวิต
2.ข้อจำกัดของระบบการรักษาพยาบาล
จากการสำรวจของกรมการแพทย์ พบว่าประเทศไทยมีจำนวนจักษุแพทย์เฉพาะทางไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่มีจักษุแพทย์ประจำการน้อย ทำให้ผู้ป่วยต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่
ข้อมูลจาก กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า มีผู้ป่วยต้อกระจกมากกว่า 200,000 รายที่รอการผ่าตัดต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการรักษา
อุปกรณ์และเครื่องมือผ่าตัดในโรงพยาบาลชุมชนมีจำกัด ทำให้ต้องส่งตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลศูนย์หรือโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ซึ่งยิ่งทำให้เกิดระยะเวลารอคิวนานขึ้น
3.ปัญหาด้านการเดินทางและค่าใช้จ่าย
จากงานวิจัยของ HITAP (Health Intervention and Technology Assessment Program) พบว่า ผู้สูงอายุในพื้นที่ชนบทต้องเดินทางไกลกว่า 50-100 กิโลเมตร เพื่อเข้ารับการรักษาต้อกระจกในโรงพยาบาลที่มีจักษุแพทย์ประจำ
แม้ว่าสิทธิบัตรทองจะครอบคลุมค่าผ่าตัด แต่ค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าดูแลระหว่างพักฟื้น เป็นภาระที่ส่งผลกระทบต่อครอบครัวและทำให้บางคนตัดสินใจไม่เข้ารับการรักษา
4.ความล่าช้าในการรักษา
จากข้อมูลของสำนักงานสาธารณสุขปี 2565 พบว่า ผู้ป่วยต้อกระจกต้องรอคิวผ่าตัดเฉลี่ย 3-6 เดือน และในบางพื้นที่อาจใช้เวลานานถึง 1 ปี
ความล่าช้านี้ส่งผลให้ โรคมีโอกาสพัฒนาไปสู่ภาวะตาบอดถาวร โดยจากข้อมูลของ Thai Blind Foundation ระบุว่า 70% ของผู้ที่ตาบอดในไทยเกิดจากต้อกระจก ซึ่งสามารถป้องกันได้หากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
5.ความกังวลและความกลัวเกี่ยวกับกระบวนการผ่าตัด
ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยมี ความกลัวเกี่ยวกับการผ่าตัด เนื่องจากขาดข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของกระบวนการ และความเข้าใจผิดว่าสามารถทำให้ตาบอดถาวรได้
จากการสำรวจของ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พบว่า มากกว่า 40% ของผู้สูงอายุที่มีภาวะต้อกระจกชะลอการรักษา เพราะกลัวการผ่าตัด
6.ปัญหาสังคมและวัฒนธรรม
ในบางพื้นที่ ผู้สูงอายุไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากครอบครัวหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพราะกลัวเป็นภาระ
ข้อมูลจากมูลนิธิด้านสุขภาพตาในประเทศไทยพบว่า การขาดการรณรงค์ให้ความรู้ในระดับชุมชนส่งผลให้การตระหนักรู้เกี่ยวกับการรักษาต้อกระจกยังอยู่ในระดับต่ำ
ผลกระทบที่เกิดจาก Pain Points เหล่านี้
ภาวะตาบอดที่สามารถป้องกันได้
จากการสำรวจของ WHO ระบุว่า ต้อกระจกเป็นสาเหตุหลักของการตาบอดที่ป้องกันได้ (Preventable Blindness) ในประเทศไทย
หากไม่ได้รับการรักษาในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยมีโอกาสตาบอดถาวรสูงขึ้นถึง 80% ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต
ค่าใช้จ่ายทางสังคมและเศรษฐกิจ
ผู้ป่วยที่สูญเสียการมองเห็น ต้องพึ่งพาครอบครัวและชุมชนมากขึ้น ส่งผลให้เกิด ค่าใช้จ่ายในการดูแลและภาระต่อระบบสาธารณสุข
ข้อมูลจาก HITAP ระบุว่า หากไม่มีการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงการรักษาต้อกระจก ภาวะตาบอดจากต้อกระจกจะสร้างภาระทางเศรษฐกิจสูงขึ้นถึง 3 เท่าในอีก 10 ปีข้างหน้า
ลดโอกาสในการพัฒนาสุขภาพของประเทศ
การที่ประชาชนไม่ได้รับการรักษาทำให้ประเทศไทยยังคง มีอัตราการตาบอดจากต้อกระจกสูงกว่ามาตรฐานที่ WHO กำหนด
หากสามารถลดอัตราการตาบอดจากต้อกระจกได้ จะช่วย ลดภาระของระบบสาธารณสุข และเพิ่มโอกาสให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
วิธีการแก้ปัญหา มูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชนมุ่งแก้ไขปัญหาภาวะตาบอดจากต้อกระจกผ่าน "โครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่" ซึ่งเป็นการออกหน่วยให้บริการผ่าตัดต้อกระจกฟรีในพื้นที่ห่างไกลและในโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยรอคิวเป็นเวลานาน วิธีการแก้ปัญหานี้มี 2 ระดับหลัก ได้แก่ 1.นำการรักษาไปสู่ชุมชน ลดระยะเวลารอคิว -ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 12 ครั้งต่อปี ครอบคลุมพื้นที่ชนบทที่มีข้อจำกัดด้านบุคลากรและอุปกรณ์ -ประสานงานกับโรงพยาบาลชุมชนเพื่อใช้สถานที่และคัดกรองผู้ป่วยล่วงหน้า -จัดทีมจักษุแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร พร้อมนำอุปกรณ์ผ่าตัดที่ได้มาตรฐานไปให้บริการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 2.ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ และลดความกลัวการผ่าตัด -ให้ข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook, TikTok และ LINE OA เพื่อให้ผู้สูงอายุและครอบครัวเข้าใจว่าการผ่าตัดต้อกระจกมีความปลอดภัยสูง -ทำสื่อรณรงค์ในพื้นที่เป้าหมาย เช่น ใบปลิวและวิดีโอให้ความรู้ผ่านโรงพยาบาลในชุมชน เพื่อให้ชุมชนเข้าถึงข้อมูลการรักษา -มีทีมเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาก่อนการผ่าตัด เพื่อลดความกังวลของผู้ป่วย
ผลลัพธ์ที่เคยเกิดขึ้น ในปี 2567 มูลนิธิออกหน่วยแพทย์ไปแล้ว 12 ครั้ง และช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดต้อกระจก 1,499 ราย ซึ่งช่วยฟื้นฟูการมองเห็น ลดภาระของครอบครัว และคืนคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุจำนวนมาก 97% ของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องพึ่งพาคนดูแล ลดภาระทางเศรษฐกิจของครอบครัว และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์
ความแตกต่างจากหน่วยงานอื่น หน่วยงานของรัฐ เช่น โรงพยาบาลรัฐและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีโครงการผ่าตัดต้อกระจกฟรีอยู่แล้ว แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่อง จำนวนแพทย์ที่มีอยู่จำกัด การรอคิวนาน และภาระค่าใช้จ่ายแฝง ของผู้ป่วยที่ต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลศูนย์หรือโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย
ลดปัญหาการเดินทาง ✅ ลดเวลารอคิว – ให้บริการรวดเร็ว ไม่ต้องรอหลายเดือนเหมือนระบบปกติโดยใรโรงพยาบาลในชุมชนคอยทำหน้าที่คัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้น ✅ ช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายแฝง – ลดอัตราค่าเดินทางกรณีที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ✅ สร้างความเข้าใจและลดความกลัว – ให้ข้อมูลเชิงลึกและให้คำปรึกษาเพื่อลดความกังวลเกี่ยวกับการผ่าตัด ด้วยแนวทางที่ครอบคลุมและยืดหยุ่นกว่า มูลนิธิสามารถช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการรักษาเร็วขึ้น ก่อนที่พวกเขาจะสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร
ความแตกต่างของมูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน ✅ เข้าถึงผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล – ออกหน่วยแพทย์ไปยังพื้นที่ที่ขาดแคลนแพทย์
ทีมจักษุแพทย์อาสาประสานกับโรงพยาบาลในพื้นที่ เพื่อกำหนดวันในการผ่าตัด และออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ในเดือนเมษายน-ตุลาคม 2568 ให้บริการในโรงพยาบาลชุมชนที่ขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์จำเป็น หรือมีผู้ป่วยรอคิวนานเนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากร
กำหนดการออกหน่วยเดือน สิงหาคม-ธันวาคม พ.ศ. 2568 17-19 สิงหาคม โรงพยาบาลเบตง จังหวัดยะลา 21-23 กันยายน โรงพยาบาลท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ 19 - 21 ตุลาคม โรงพยาบาลป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง 23 - 25 พฤศจิกายน โรงพยาบาลละงู จังหวัดสตูล 21 - 23 ธันวาคม โรงพยาบาลสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย
โรงพยาบาลในพื้นที่ คัดกรองผู้ป่วย ทำประวัติคนไข้ นัดวันผ่าตัด
ทีมจักษุแพทย์อาสา ร่วมกับจักษุแพทย์โรงพยาบาล ผ่าตัดต้อกระจกให้กับผู้ป่วย จำนวน 3 วัน
โรงพยาบาลในพื้นที่ติดตามดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดไปแล้ว
รายการ | จำนวน | จำนวนเงิน (บาท) |
---|---|---|
ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด | 500คน | 4,500,000.00 |
รวมเป็นเงินทั้งหมด | 4,500,000.00 | |
ค่าสนับสนุนเทใจ (10%) | 450,000.00 |
มูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน People eye care foundation – ให้แสงสว่าง คืนการมองเห็น ตาพร่ามัวรอไม่ได้ มูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน ให้ความช่วยเหลือด้านผ่าตัดตาต้อกระจกและโรคตาอื่นๆ ในถิ่นทุรกันดารโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อป้องกันภาวะตาบอดที่สามารถรักษาได้ (Preventable Blindness) ตลอด 31 ปีที่ผ่านมา เราได้ช่วยคืนการมองเห็นให้มากกว่า 47,820 ดวงตา ทั้งในประเทศไทย เมียนมาร์ และลาว มูลนิธิได้รับการจดทะเบียนโดยกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2537 และได้รับสถานะเป็นองค์การสาธารณกุศลลำดับที่ 279 จากกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2538 ทำให้เงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามกฎหมาย มูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน ก่อตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงการรักษาต้อกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะตาบอดที่สามารถป้องกันได้ในประเทศไทย ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี เราได้ช่วยคืนแสงสว่างให้แก่ผู้ป่วยกว่า 40,000 ดวงตาผ่านโครงการผ่าตัดฟรีในพื้นที่ห่างไกล ภารกิจของเราครอบคลุมตั้งแต่การออกหน่วยแพทย์ พัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการรักษา ไปจนถึงการให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อการป้องกันอย่างยั่งยืน ปัญหาสำคัญที่ผู้ป่วยและผู้สูงอายุเผชิญคือ การขาดความรู้เกี่ยวกับโรคต้อกระจก ระบบสาธารณสุขที่มีข้อจำกัด เช่น จำนวนจักษุแพทย์ที่ไม่เพียงพอ ระยะเวลารอคิวนาน และอุปกรณ์ที่ยังไม่ทั่วถึง นอกจากนี้ ผู้ป่วยหลายรายยังต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านการเดินทาง ค่าใช้จ่ายแฝง และความกลัวในการเข้ารับการผ่าตัด ส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนมากต้องทนทุกข์กับภาวะสายตาพร่ามัวจนกระทบคุณภาพชีวิต และอาจนำไปสู่ภาวะตาบอดถาวร เรามุ่งมั่นสร้างโอกาสให้คนไทยทุกคนได้รับการรักษาต้อกระจกอย่างเท่าเทียม ผ่านโครงการ "Gift of Sight Thailand" ที่ไม่เพียงแค่รักษา แต่ยังมอบความรู้และการดูแลที่ยั่งยืนให้กับสังคม เราเชื่อว่า "ตาพร่ามัวรอไม่ได้" และด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป ภาคธุรกิจ หรือองค์กรการกุศล จะช่วยให้เราสามารถส่งต่อรอยยิ้มและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้สูงอายุทั่วประเทศ
ดูโปรไฟล์ร่วมกันระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการนี้
สร้างเพจระดมทุนให้โครงการนี้