cover_1
โครงการใหม่

จัดซื้อเครื่องดนตรี อังกะลุง เพื่อใช้ในกิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุเขตดอนเมือง 2 ชุด

ผู้สูงอายุ

เงินบริจาคของคุณจะจัดซื้อเครื่องดนตรี "อังกะลุง" 2 ชุดให้กับชมรมผู้สูงอายุในพื้นที่เขตดอนเมือง จำนวน40ชมรม

ระยะเวลาระดมทุน

26 ก.พ. 2569 - 30 เม.ย. 2569

พื้นที่ดำเนินโครงการ

เขตดอนเมือง เขตดอนเมือง จ.กรุงเทพมหานคร

เป้าหมาย SDGs

NO POVERTYGOOD HEALTH AND WELL-BEINGQUALITY EDUCATIONGENDER EQUALITYDECENT WORK AND ECONOMIC GROWTHREDUCED INEQUALITIESPARTNERSHIPS FOR THE GOALS

กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ

ผู้สูงอายุ
888คน

พื้นที่เขตดอนเมืองมีการรวมตัวของผู้สูงอายุในรูปแบบชมรมผู้สูงอายุในชุมชนจำนวน 40 ชมรม รวมสมาชิก 888 คน ปัจจุบันสมาชิกอยู่ในภาวะเสื่อมถอยทางร่างกายตามวัย ความจำ และสุขภาพจิต สำนักงานเขตดอนเมืองจึงกำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care : PLC) ด้วยการให้ผู้สูงวัยฝึกเล่นดนตรีอังกะลุง เพื่อชะลอความเสื่อม ลดความเสี่ยงภาวะติดบ้าน-ติดเตียง และส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ร่วมสนับสนุนซื้อเครื่องดนตรี อังกะลุง เพื่อใช้ในกิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุเขตดอนเมือง 2 ชุด

ปัญหาสังคม

สภาพปัญหาและความจำเป็นของการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในพื้นที่เขตดอนเมือง

พื้นที่เขตดอนเมืองมีการรวมตัวของผู้สูงอายุในรูปแบบชมรมผู้สูงอายุในชุมชนจำนวน 40 ชมรม รวมสมาชิก 888 คน แยกเป็นเพศชาย 255 คน และเพศหญิง 633 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ในระดับพื้นที่ชุมชนเมือง

จากการติดตามสภาพปัญหาในกลุ่มสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ พบประเด็นปัญหาสำคัญ ได้แก่

  1. ภาวะเสื่อมถอยทางร่างกายตามวัย
    ผู้สูงอายุจำนวนมากมีความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคข้อเข่าเสื่อม และภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง ส่งผลต่อความสามารถในการเคลื่อนไหวและการทำกิจวัตรประจำวัน
  2. ภาวะเสื่อมถอยด้านความจำและการรับรู้
    ผู้สูงอายุบางส่วนเริ่มมีภาวะหลงลืม สมาธิลดลง หรือความสามารถในการเรียนรู้ช้าลง ซึ่งเป็นปัจจัยนำไปสู่ภาวะสมองเสื่อมในระยะยาว หากไม่ได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง
  3. ภาวะโดดเดี่ยวทางสังคมและสุขภาพจิต
    ผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งมีแนวโน้มติดบ้านขาดกิจกรรมทางสังคม รู้สึกเหงา ขาดแรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมเชิงความรู้หรือการบรรยาย ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาวะทางจิตใจ
  4. ข้อจำกัดด้านรูปแบบกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพแบบเดิม
    กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในรูปแบบการบรรยายภาคทฤษฎีเพียงอย่างเดียว แม้มีประโยชน์ด้านความรู้ แต่พบว่าผู้สูงอายุบางส่วนไม่สนใจหรือไม่ต้องการเข้าร่วม เนื่องจากรู้สึกเคร่งเครียด น่าเบื่อ หรือไม่สอดคล้องกับวิถีการเรียนรู้ของผู้สูงวัย

วิธีการแก้ปัญหา

  1. สำนักงานเขตดอนเมืองจึงกำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care : PLC) สำหรับสมาชิกชมรมผู้สูงอายุในพื้นที่ ชมรมละ 2 คน รวมทั้งสิ้น 80 คน แบ่งออกเป็น 2 รุ่นๆ 40 คน โดยประกอบด้วยกิจกรรมหลัก อาทิ การบรรยายให้ความรู้การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ, หลักการเพิ่มสมรรถภาพร่างกายและการออกกำลังกายที่เหมาะสม, การฝึกความจำและกระตุ้นสมอง, การใช้คู่มืออาสาสมัครผู้ฝึกสอนในชุมชน (Community Trainers) ทั้งนี้เพื่อเพิ่มแรงจูงใจและการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุจึงต้องการจัดกิจกรรมการฝึกเล่นดนตรีอังกะลุง เข้าสู่กระบวนการ PLC กิจกรรมดนตรีอังกะลุงมีความเหมาะสมกับผู้สูงอายุในหลายมิติ เพราะสามารถช่วย รฝึกความจำผ่านจังหวะและลำดับเสียง เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายระดับเบา-ปานกลาง เสริมการทำงานประสานมือ-ตา-สมอง และสร้างความสนุกสนาน ลดความเครียด รวมถึงส่งเสริมการทำงานเป็นกลุ่มและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ดังนั้น การดำเนินกิจกรรม PLC ร่วมกับการฝึกดนตรีอังกะลุงในชมรมผู้สูงอายุเขตดอนเมือง จึงเป็นมาตรการเชิงป้องกันที่สำคัญ เพื่อชะลอความเสื่อม ลดความเสี่ยงภาวะติดบ้าน-ติดเตียง และส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข และสามารถดำรงบทบาทในชุมชนได้อย่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรี

แผนการดำเนินงาน

  1. ก.ค. - ก.ย. 2569

    1. เมื่อได้รับเงินบริจาคครบแล้วจะจัดซื้ออังกะลุง จำนวน 2 ชุดๆ 12,000 บาท รวมเป็นเงิน 24,000 บาท 2. แจ้งกลุ่มเป้าหมายและจัดอบรมตามกิจกรรม PLC (Preventive Long-Term Care) โครงการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกันที่เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ประกอบด้วยสมาชิกชมรมผู้สูงอายุชมรมละ 2 คน รวมทั้งสิ้น 80 คน แบ่งออกเป็น 2 รุ่นๆ 40 คน

แผนการใช้เงิน

รายการจำนวนจำนวนเงิน (บาท)
จัดซื้ออังกะลุง

2ชุด22,000.00
รวมเป็นเงินทั้งหมด22,000.00
ค่าสนับสนุนเทใจ (10%)2,200.00
ยอดระดมทุน
24,200.00

ผู้รับผิดชอบโครงการ

นายชาติ ตรีเดช

นายชาติ ตรีเดช

กรุงเทพมหานคร

การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ของประเทศไทยทำให้กรุงเทพมหานครเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน บทบาทของสำนักงานเขตในฐานะหน่วยงานใกล้ชิดประชาชนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการ “จัดตั้งและขับเคลื่อนชมรมผู้สูงอายุ” ให้เป็นกลไกระดับพื้นที่ที่ดูแล คุ้มครอง และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ เจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม ที่ได้รับผิดชอบงานด้านพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ แต่ละปีจะมีผู้สูงอายุเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ได้ศึกษาดูงานเรื่องการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน ที่เน้นเรื่องสุขภาพ โภชนาการ และการออกกำลังกาย แล้ว การนันทนาการ เช่น การเล่นดนตรีง่ายๆ เพื่อความบันเทิง เช่น อังกะลุง ผู้สูงอายุสามารถเล่นได้โดยไม่ยากและน่าจะชื่นชอบและนำสู่กิจกรรมอื่นๆ ได้ ทำให้นำเข้าสู่กิจกรรมอื่นๆได้ง่าย การดำเนินงานชมรมผู้สูงอายุสอดคล้องและได้รับการสนับสนุนจากกฎหมาย/นโยบายสำคัญ ได้แก่ -พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดสิทธิ การคุ้มครอง และการส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ รวมถึงการมีส่วนร่วมทางสังคมในระดับชุมชน -พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 สนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และฟื้นฟูสมรรถภาพในชุมชน -พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 เอื้อให้เกิดเครือข่ายสวัสดิการสังคมและกลไกชุมชนดูแลกลุ่มเปราะบาง -พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ให้อำนาจสำนักงานเขตดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ -แผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545–2564) และกรอบทิศทางต่อเนื่อง มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ -ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ครอบคลุมการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม -แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี ที่ให้ความสำคัญกับเมืองสำหรับทุกคน (Inclusive City) และคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชน

ดูโปรไฟล์

สร้างเพจระดมทุน

ร่วมกันระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการนี้

สร้างเพจระดมทุนให้โครงการนี้
icon