เงินบริจาคของคุณจะนำไปซื้อเรือ เครื่องยนต์เรือ และเสื้อชูชีพ เพื่อกู้ภัยให้กับเครือข่ายผู้หญิงกับภัยพิบัติจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะไปช่วยเหลือคนมากกว่า3,000คน
เมื่อเกิดน้ำท่วม สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงอาหาร น้ำดื่ม หรือถุงยังชีพ แต่คือคำถามว่า
“เราจะเข้าไปถึงคนที่กำลังรอความช่วยเหลือได้อย่างไร?”
จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เป็นพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยซ้ำซาก และในบางพื้นที่ระดับน้ำสามารถเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับสภาพภูมิประเทศ ลำน้ำ และกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ทำให้ชุมชนบางแห่งถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
ในสถานการณ์เช่นนี้ “เรือ” จึงไม่ใช่เพียงพาหนะ แต่เป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิต
เรือและเครื่องยนต์ที่มีกำลังเพียงพอทำให้อาสาสมัครสามารถเข้าไปอพยพประชาชน นำผู้ป่วยออกจากพื้นที่ ส่งอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็น รวมทั้งเข้าถึงบ้านเรือนที่รถยนต์และรถกู้ภัยไม่สามารถเข้าไปถึงได้
ความยากของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีลักษณะเฉพาะ เนื่องจากประชาชนต้องเผชิญกับ “ภัยซ้อนภัย” ทั้งภัยจากธรรมชาติและสถานการณ์ความไม่สงบที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน
เมื่อเกิดมหาอุทกภัยพร้อมกันหลายพื้นที่ กำลังของหน่วยงานภาครัฐ หน่วยกู้ชีพ กู้ภัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่บางพื้นที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงจากกระแสน้ำที่รุนแรง สภาพเส้นทาง และความกังวลด้านความปลอดภัยจากสถานการณ์ความไม่สงบ
ผลที่เกิดขึ้นคือ ในช่วงเวลาที่ทุกนาทีมีความหมาย ชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลอาจต้องรอความช่วยเหลือเป็นเวลานาน
สำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก หรือครอบครัวที่บ้านถูกน้ำล้อม การรอคอยเพียงไม่กี่ชั่วโมงอาจหมายถึงความแตกต่างระหว่าง “ปลอดภัย” กับ “สูญเสีย”
ปัญหาหลักไม่ได้เกิดจากการขาดอาสาสมัครหรือการขาดคนที่พร้อมจะช่วยเหลือ แต่เกิดจาก “คนพร้อม แต่เครื่องมือไม่พร้อม”
เครือข่ายผู้หญิงกับภัยพิบัติจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้พัฒนาศักยภาพของอาสาสมัครในชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งทักษะการขับเรือ การเอาตัวรอดทางน้ำ การใช้เงื่อนเชือก การใช้สัญญาณมือในการปฏิบัติการทางเรือ การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และการตอบโต้ภัยพิบัติเบื้องต้น
แต่เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ สิ่งที่กลายเป็นข้อจำกัดสำคัญคือ จำนวนเรือ เครื่องยนต์เรือ เสื้อชูชีพ และงบประมาณสำหรับเชื้อเพลิงไม่เพียงพอ
โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำลึกและกระแสน้ำเชี่ยว เรือที่ไม่มีเครื่องยนต์ หรือเครื่องยนต์ที่มีกำลังต่ำ ไม่สามารถปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
เครื่องยนต์เรือขนาดประมาณ 40 แรงม้า จึงมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่กระแสน้ำแรง การขนส่งผู้ประสบภัยหลายคน และการบรรทุกอาหาร น้ำดื่ม ยา และอุปกรณ์กู้ภัย
นอกจากนี้ เสื้อชูชีพเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นต่อความปลอดภัยของอาสาสมัครทุกคนที่ปฏิบัติงานทางน้ำ เพราะผู้ช่วยเหลือเองต้องปลอดภัย จึงจะสามารถช่วยชีวิตผู้อื่นได้
เครือข่ายผู้หญิงกับภัยพิบัติจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่ได้ทำงานด้านการเตรียมพร้อมและตอบโต้ภัยพิบัติมาอย่างต่อเนื่อง
สมาชิกเครือข่ายได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน เช่น
ประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า คนในชุมชนคือผู้ที่สามารถเข้าถึงผู้ประสบภัยได้รวดเร็วที่สุด เพราะรู้จักพื้นที่ รู้ว่าบ้านใดมีผู้สูงอายุ บ้านใดมีผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือเด็กเล็ก และรู้จักเส้นทางที่สามารถใช้เดินเรือเข้าไปได้
ดังนั้น สิ่งที่โครงการต้องการเพิ่มเติมไม่ใช่เพียง “คน” แต่คือ เครื่องมือที่จะทำให้คนที่มีทักษะสามารถออกไปช่วยชีวิตได้จริง
โครงการจะสร้างความพร้อมของระบบกู้ภัยระดับชุมชน โดยจัดหาอุปกรณ์ที่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดอุทกภัย ได้แก่ 1. จัดหาเรือสำหรับปฏิบัติการกู้ภัยและอพยพประชาชน 3 ลำ ลำละ 70,000 บาท 2. จัดหาเครื่องยนต์เรือขนาด 40 แรงม้า เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงพื้นที่น้ำลึกและกระแสน้ำเชี่ยว จำนวน 6 เครื่อง (ยี่ห้อ Sea Cruize ขนาด 40 แรงม้า (2 จังหวะ) มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นประมาณ 69,900 ถึง 70,900 บาท มีค่าขนส่งระหว่างจังหวัด 10,000 บาท) 3. จัดหาเสื้อชูชีพจำนวน 100 ตัว สำหรับอาสาสมัครที่ปฏิบัติหน้าที่ทางน้ำ จัดเตรียมงบประมาณน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันเครื่องสำหรับการออกปฏิบัติการ การกระจายอุปกรณ์ไปยังจุดยุทธศาสตร์ในพื้นที่ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพื่อให้สามารถเคลื่อนกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนได้รวดเร็ว ใช้อาสาสมัครในพื้นที่ซึ่งรู้จักภูมิประเทศ ชุมชน เส้นทางน้ำ และบริบทความปลอดภัย เป็นกำลังสำคัญในการเข้าถึงประชาชน แนวทางนี้เป็นการสร้าง “กำลังช่วยเหลือจากคนในพื้นที่” ไม่ต้องรอให้ความช่วยเหลือจากส่วนกลางเดินทางมาถึงเพียงอย่างเดียว เมื่อเกิดเหตุ อาสาสมัครสามารถนำเรือออกปฏิบัติการได้ทันที ทั้งการค้นหาและอพยพประชาชน การส่งอาหาร น้ำดื่ม และยา ตลอดจนการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถออกจากบ้านได้ด้วยตนเอง
จัดซื้อและเตรียมอุปกรณ์: ดำเนินการจัดซื้อเรือ เครื่องยนต์เรือขนาด 40 แรงม้า เสื้อชูชีพ น้ำมันเชื้อเพลิง และน้ำมันเครื่อง พร้อมตรวจสอบคุณภาพและความพร้อมของอุปกรณ์ก่อนนำไปใช้งาน
จัดวางกำลังและอุปกรณ์: กระจายเรือ เครื่องยนต์ และอุปกรณ์ไปยังจุดปฏิบัติการที่เหมาะสมในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยพิจารณาจากความเสี่ยง ระดับน้ำ เส้นทางน้ำ และความสามารถในการเข้าถึงชุมชน
ปฏิบัติการช่วยเหลือ: เมื่อเกิดอุทกภัย อาสาสมัครจะออกปฏิบัติการเพื่อค้นหาและอพยพประชาชน ขนส่งอาหาร น้ำดื่ม ยา และสิ่งของจำเป็น รวมถึงสนับสนุนการเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง
| รายการ | จำนวน | จำนวนเงิน (บาท) |
|---|---|---|
| เรือสำหรับกู้ภัย/อพยพประชาชน เรือท้องแบนไฟเบอร์กลาส เรือกู้ภัย เรือกู้ชีพ ขนาด 188*530*64 เซนติเมตร | 3ลำ | 210,000.00 |
| เสื้อชูชีพ เสื้อชูชีพมาตรฐานกรมเจ้าท่า | 100ตัว | 80,000.00 |
| เครื่องยนต์เรือ Outboard 40 แรงม้า Sea Cruize ขนาด 40 แรงม้า (2 จังหวะ) | 6เครื่อง | 425,400.00 |
| น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเรือ | 400ลิตร | 16,000.00 |
| น้ำมันเครื่อง น้ำมันเครื่องยามาฮ่าแท้ (Yamalube) | 20ขวด | 6,000.00 |
| เทลเลอร์ลากเรือ ชาวบ้านทำเอง ซื้ออุปกรณ์ | 4ชุด | 120,000.00 |
| วิทยุสื่อสารเครื่องสีเเดง เครื่องวิทยุยี่ห้อ Richwave และใบขออนุญาต | 40เครื่อง | 160,000.00 |
| เชือกบุคคล ตราปลาคราฟ | 4มัด | 13,000.00 |
| รวมเป็นเงินทั้งหมด | 1,030,400.00 | |
| ค่าสนับสนุนเทใจ (10%) | 103,040.00 | |
เหตุการณ์ภัยพิบัติในจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีต และมักจะปรากฎเป็นมหันตภัยขนาดใหญ่ทุกรอบ 10 ปี เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 เกิดเหตุการณ์ ‘คลื่นพายุซัดฝั่ง’ (storm surge) และกระทบกับชาวประมงรอบอ่าวปัตตานี จังหวัดปัตตานี จำนวนกว่า 300 ครัวเรือน บ้านบางหลังถูกพายุหอบหายไปทั้งหลัง เช่นเดียวกับการเกิดความเสียหายต่อเครื่องมือประมง เช่น เรือ อวน ตามสถิติพบว่า เด็กผู้หญิง เด็กผู้ชาย และผู้หญิง เสียชีวิตในสถานการณ์ภัยพิบัติสูงกว่าผู้ชาย 14 เท่า แต่ผู้หญิงกลับขาดการพัฒนาศักยภาพเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ สถานการณ์ภัยพิบัติดังกล่าวจึงเป็นจุดเริ่มต้น เมื่อปี พ.ศ. 2562 ในการก่อตั้งกลุ่มเครือข่ายผู้หญิงกับภัยพิบัติจังหวัดชายแดนใต้ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ดังนี้ คือ 1. เพื่อร่วมมือและประสานงานกับรัฐและองค์กรเอกชนอื่นๆ ในการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพ คุณภาพชีวิต และสิทธิของผู้หญิงและคนกลุ่มเปราะบางในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 2. เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 3. เพื่อส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ในการจัดตั้งกลุ่มยังอยู่บนฐานการศึกษาเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 จากแบบสอบถาม 39 คน ผู้หญิง 35 คน ผู้ชาย 4 คน จาก 9 หมู่บ้าน ได้แต่ ราตาปันยัง ยามู บ้านกลาง ตาเชร บราโหม บางปู แหลมโพธิ์ ตะโล๊ะกาโปร์ และตันหยงลูโล๊ะ พบว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านทุกคนได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ แต่จำนวนกว่า 92% ไม่เคยได้รับการอบรมเรื่องการป้องกันภัยพิบัติเลย
ดูโปรไฟล์ร่วมกันระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการนี้
สร้างเพจระดมทุนให้โครงการนี้