cover_1

มอบโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กไทย ผ่านการทำงานของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง ประจำปี 2568

เด็กและเยาวชน

เงินบริจาคของคุณจะสนับสนุนและผลักดันให้กับครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง (teach for Thailand)113คน

project closed
ปิดระดมทุน
9 เม.ย. 2569

รายงานปิดโครงการการสนับสนุนการดำเนินงานของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง 74 คน

ช่วงเวลาที่ทำกิจกรรม

1 ม.ค. 2568 - 31 ต.ค. 2568

พื้นที่ที่ทำกิจกรรม

ทั่วประเทศ

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ

เด็กและเยาวชน
17,317คน
สถานศึกษา
54แห่ง
อื่นๆ
74คน

ในปีการศึกษา 2568 มูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยเเลนด์ ได้ส่งครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง จำนวน 74 ท่าน เข้าไปทำงานยัง 58 โรงเรียน ใน 17 จังหวัดทั่วประเทศ เข้าถึงนักเรียนในห้องเรียน 17,317 คน และมีศิษย์เก่าของโครงการ ทั้งหมด 401 คน โดย 51% ทํางานในสายงานสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการศึกษา เข้าถึงนักเรียนมากกว่า 190,047 คน

ในปี 2568 การทำงานของ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ ได้มุ่งเน้นการยกระดับผลลัพธ์ในห้องเรียนที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น - ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงสามารถสร้างพัฒนาการด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรมในวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ โดยนักเรียนมีคะแนนความสามารถทางวิชาการเพิ่มขึ้นเป็น 41% จาก 37.3% ในปี 2567 ซึ่งนับเป็นผลลัพธ์ที่สูงที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งมา 

ตัวอย่างการจัดกิจกรรมของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง ที่สร้างพื้นที่เล็กๆ ที่สร้างรอยยิ้มและโอกาสการเรียนรู้ให้แก่เด็กๆ

ครูหญิง - นัชริน วุฒิศาสตร์ ครูผู้นำฯ รุ่นที่ 12 ที่กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ โรงเรียนต้นแก้วผดุงพิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ผู้เคยทำงานกับองค์กรอิสระ (NGO) ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้านการส่งเสริมการอ่านและการศึกษาภาษามลายู เธอมองว่าการเข้าร่วมโครงการฯ เชื่อมโยงกับสิ่งที่เธอเคยทำงานอยู่ โดยเฉพาะการสอนการอ่านในระดับชั้นประถม

เธอสังเกตว่าหลังเลิกเรียนจะมีนักเรียนหลายคนต้องนั่งรอผู้ปกครองมารับบริเวณประตูรั้วโรงเรียน บางคนนั่งเฉยๆ บางคนวิ่งเล่น เลยคิดว่าหากช่วงเวลารอคอยนี้สามารถเปลี่ยนเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ ก็น่าจะดีไม่น้อย

“เกิดไอเดียและเริ่มจัด ‘มุมอ่านเล็กๆ’ บริเวณลานหญ้าใกล้ประตูรั้ว ซึ่งเป็นจุดที่เด็กๆ รอผู้ปกครองอยู่แล้ว เราปูเสื่อและเตรียมหนังสือนิทานภาพ หนังสือคำศัพท์ง่ายๆ และหนังสือสองภาษา เพื่อให้พวกเขาสามารถหยิบอ่านได้อย่างอิสระ บางวันก็ชวนคุยคำศัพท์และเล่นเกม แม้จะเป็นเพียงมุมเล็กๆ มุมหนึ่งของลานหญ้า แต่กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ จากที่เคยนั่งรอเฉยๆ เด็กๆ ก็เริ่มเดินมาหยิบหนังสือเอง ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยกัน บางครั้งหลายๆ คนถึงกับถามว่า ‘ครูคะ/ครับ วันนี้เปิดมุมอ่านไหม’ คำถามสั้นๆ นี้ทำให้เรารู้สึกว่าพื้นที่เล็กๆ นี้มีความหมายกับเขา แม้จะเปิดเพียงบางวัน แต่ทุกครั้งที่เปิด มุมอ่านเล็กๆ แห่งนี้ก็มักเต็มไปด้วยเด็กๆ เสมอ และกลายเป็นช่วงเวลาอบอุ่นที่เราได้เรียนรู้ เติบโต และยิ้มไปพร้อมๆ กับพวกเขา” หญิงเล่าด้วยรอยยิ้ม

อีกทั้งเธอคิดว่า ‘มุมอ่านเล็กๆ’ นี้จะสร้างโอกาสในการพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กๆ เพื่อรู้จักและเข้าใจนักเรียนของเธอมากขึ้นด้วย

บอกเล่าความประทับใจ

"พื้นที่เล็กๆ นี้มีความหมาย มุมอ่านเล็กๆ แห่งนี้ก็มักเต็มไปด้วยเด็กๆ เสมอ และกลายเป็นช่วงเวลาอบอุ่นที่เราได้เรียนรู้ เติบโต และยิ้มไปพร้อมๆ กับพวกเขา"

ครูหญิง - นัชริน วุฒิศาสตร์ ครูผู้นำฯ รุ่นที่ 12 ที่กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ โรงเรียนต้นแก้วผดุงพิทยาลัย จ.เชียงใหม่

รายงานการใช้เงิน

รายการจำนวนจำนวนเงิน (บาท)
ค่าดำเนินการเพื่อสนับสนุนครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง

สนับสนุนครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 10 และ 11 เข้าปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนที่มีบริบทท้าทาย เพื่อสร้างพัฒนาการด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน และพัฒนาการทำงานร่วมกับโรงเรียน และชุมชน

74คน144,577.27
รวมเป็นเงินทั้งหมด144,577.27
4 ธ.ค. 2568

อัปเดตโครงการการเริ่มทำงาน ของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทั้งหมด 76 คน

ช่วงเวลาที่ทำกิจกรรม

3 พ.ย. 2568 - 3 ธ.ค. 2568

ในปีการศึกษานี้ มูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยเเลนด์ ได้ส่งครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง จำนวน 76 ท่าน เข้าไปทำงานยัง 46 โรงเรียน ใน 17 จังหวัดทั่วประเทศ 

‘ห้องเรียน’ คือ พื้นที่จำลองชีวิตจริงที่เด็กคนหนึ่งสามารถเรียนรู้วิชาต่าง ๆ ลองผิดลองถูก ฝึกฝนความมั่นใจและเพิ่มความกล้าของตัวเองได้

ที่ห้องเรียนของ ‘ครูลูกตาล’ กันต์ฤทัย จันทา ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 10 เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนว่า พื้นที่เล็ก ๆ นี้สามารถเป็นกระบะทรายให้เด็กทดลอง ถึงจะล้มได้ก็สามารถลุกขึ้นมาอีกครั้ง

เพราะเชื่อว่าอุปสรรคคือโอกาส ครูลูกตาลจึงไม่ได้เป็นเพียงผู้สอน แต่ยังปรับวิธีการสอนให้เด็กเป็นศูนย์กลาง และเป็นคนที่ดึงความมั่นใจที่ซ่อนอยู่ในตัวเด็ก ๆ ออกมาให้เปล่งประกาย เพียงกล้าลงมือทำ เพราะเชื่อว่าลูกศิษย์ของพวกเขาทำได้

‘ครูลูกตาล’ พาเด็กออกจากห้องเรียนแบบเดิม

ห้องเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของ ‘ลูกตาล’ ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 10 ที่โรงเรียนปิยบุตร จังหวัดลพบุรี นักเรียนบางคนขาดเรียนเพราะเป็นเสาหลักครอบครัว บางคนมีปัญหาด้านการเงิน และบางคนก็มีปัญหาพฤติกรรม 

ถึงแรก ๆ เด็กจะต้องเลือกชีวิตความเป็นอยู่ก่อนการเรียน แต่ครูลูกตาลเลือกที่จะเข้าไปนั่งกลางใจของพวกเขา ไม่เพิกเฉยต่อปัญหา พยายามรู้จักเด็กทุกคนให้ครบทุกแง่มุม ปรับการเรียนและวิธีประเมินผลให้เหมาะกับนักเรียนแต่ละคนให้มากที่สุด

“พอเห็นว่านักเรียนชอบทำกิจกรรม ก็เลยปรับรูปแบบจากสอนทฤษฎีก่อน มาเป็นทำการทดลองให้นักเรียนได้เรียนรู้และปฏิบัติจริง

มากกว่านั้น เขายังดึง ‘ความกล้า’ ของผู้เรียนออกมาผ่านการทำชุมนุมทำคอนเทนต์ พานักเรียนมาลองเป็นนักแสดง ตัดต่อคลิปวิดีโอ จนสามารถคว้ารางวัลระดับจังหวัด 2 ปีซ้อน กลายเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนได้ 

“นักเรียนมีทักษะ มีความสามารถในตัวอยู่แล้ว อยากให้เขามั่นใจ กล้าแสดงออกมากขึ้น เพราะมันเป็นโอกาสให้เขาพัฒนาตนเองต่อไป เพราะว่ามันจะเป็นผลดีต่อเขาในอนาคต”

อีกทั้งเธอยังภูมิใจว่า กิจกรรมที่เธอริเริ่มยังสามารถทำให้เด็กภูมิใจในตัวเอง และสามารถมีทุนการศึกษาจากความเชื่อมั่นในตัวเองว่า เขามีความสามารถและเก่งไม่แพ้ใคร เพียงแค่เชื่อในตัวเองและกล้าที่จะลอง

“สิ่งที่ภูมิใจมาก คือ เราสามารถดึงนักเรียนที่เคยมีปัญหาพฤติกรรมมาฝึกฝน ได้รับทักษะชีวิต มันเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนอื่นเห็นว่า พี่คนนี้ก็สามารถใช้ทักษะของตัวเองมาช่วยหาทุนการศึกษาให้ตัวเองได้ด้วย”

ทั้งหมดมันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าเราไม่เชื่อว่าเด็กทำได้ และคำว่า ‘ทำได้’ ที่จะทำให้เด็กภูมิใจ มั่นใจ และผลักดันตัวเขาในอนาคต