cover_1
โครงการใหม่

จ้างธุรการ คืนครูสู่ห้องเรียน โรงเรียนบ้านนาป่าแปก

เด็กและเยาวชน
คนชายขอบ/คนไร้สัญชาติ
อื่นๆ

เงินบริจาคของคุณจะนำไปเป็นค่าจ้างธุรการโรงเรียนเพื่อสนับสนุนการทำงานให้กับเด็ก เยาวชน ผู้บริหาร ครู บุคลากร สถานศึกษา ชุมชน หมู่บ้านนาป่าแปก186คน

ระยะเวลาระดมทุน

1 ก.ค. 2569 - 30 ก.ย. 2569

พื้นที่ดำเนินโครงการ

โรงเรียนบ้านนาป่าแปก ต.หมอกจำแป่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน 58000

เป้าหมาย SDGs

NO POVERTYZERO HUNGERGOOD HEALTH AND WELL-BEINGQUALITY EDUCATIONGENDER EQUALITYDECENT WORK AND ECONOMIC GROWTHREDUCED INEQUALITIESPARTNERSHIPS FOR THE GOALS

กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ

เด็กและเยาวชน
171คน
สถานศึกษา
1แห่ง
ผู้บริหาร และครู
15คน
ชุมชน/หมู่บ้าน
1แห่ง

โรงเรียนบ้านนาป่าแปกจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีเป้าหมายเร่งด่วนในการระดมทุนเพื่อจัดจ้างเจ้าหน้าที่ธุรการจำนวน 1 อัตรา เข้ามาแก้ไขปัญหาวิกฤตขาดแคลนบุคลากรสายสนับสนุน ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนไม่มีตำแหน่งธุรการ ทำให้ภาระงานเอกสารและสารสนเทศทั้งหมดตกอยู่กับคณะครูที่ต้องแบกรับภาระการสอนสูงเกือบ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซ้ำร้ายโรงเรียนยังต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการจ้างครูอัตราจ้างด้วยเงินเดือนเพียง 7,000 บาท จากแหล่งที่มาของงบประมาณเงินอุดหนุนรายหัวที่ต้องใช้จัดการเรียนการสอนของนักเรียน มาปฏิบัติหน้าที่ทั้งงานสอนและงานธุรการควบคู่กันไป

สภาพการณ์นี้ทำให้ครูสูญเสียเวลาอันมีค่าในการเตรียมการสอนจนประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ลดลง โครงการนี้จึงมุ่งแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงปริมาณในการปลดล็อกภาระงานเอกสารให้บุคลากรครูทั้ง 13 คน และทำให้นักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์จำนวน 171 คน ได้รับเวลาจากครูผู้สอนประจำการกลับคืนมาแบบเต็มเวลา ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงคุณภาพที่สำคัญ นั่นคือคณะครูจะมีขวัญกำลังใจในการทำงาน มีเวลาสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือสื่อการสอนที่ตอบโจทย์ผู้เรียน และสามารถทุ่มเทศักยภาพเพื่อดูแลยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กๆ บนพื้นที่สูงได้อย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างแท้จริง

ปัญหาสังคม

สาเหตุและต้นตอที่แท้จริงของปัญหาที่โครงการนี้ต้องการแก้ไข เกิดจาก "ความไม่สอดคล้องกันระหว่างโครงสร้างการจัดสรรบุคลากรกับภาระงานจริงของโรงเรียน" ซึ่งหากมองลึกลงไปถึงรากของปัญหา จะประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้ครับ

โครงสร้างการจัดสรรอัตรากำลังที่ไม่ครอบคลุม

โรงเรียนบนพื้นที่สูงอย่างโรงเรียนบ้านนาป่าแปก ไม่ได้รับการจัดสรรอัตรากำลังสำหรับตำแหน่ง "ธุรการ" หรือบุคลากรสายสนับสนุนจากส่วนกลาง ทำให้โครงสร้างการทำงานของโรงเรียนขาดตำแหน่งสำคัญที่จะมาจัดการระบบงานหลังบ้านทั้งหมด

ปริมาณงานเอกสารของระบบราชการ

ไม่ว่าโรงเรียนจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ ภาระงานเอกสาร งานสารบรรณ งานการเงิน พัสดุ อาหารกลางวัน และการกรอกข้อมูลสารสนเทศต่างๆ ตามมาตรฐานของหน่วยงานต้นสังกัด ยังคงมีปริมาณมหาศาลและมีกำหนดเวลาที่รัดกุม เมื่อโรงเรียนไม่มีเจ้าหน้าที่ธุรการ ภาระงานส่วนนี้ทั้งหมดจึงถูกผลักไปที่ "ครูผู้สอน" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่สร้างผลกระทบต่อห้องเรียน

ด้วยความจำเป็นที่ต้องขับเคลื่อนงานทั้งระบบ โรงเรียนจึงต้องบริหารจัดการงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อจ้าง "ครูอัตราจ้าง" ด้วยเงินเดือนเพียง 7,000 บาท จากแหล่งที่มาของงบประมาณเงินอุดหนุนรายหัวที่ต้องใช้จัดการเรียนการสอนของนักเรียน เพื่อให้มาช่วยดูแลงานธุรการ แต่ด้วยจำนวนครูที่ไม่เพียงพอ ครูอัตราจ้างท่านนี้จึงต้องรับภาระการสอนสูงถึงเกือบ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ควบคู่ไปด้วย การต้องรับผิดชอบทั้งงานสอนเต็มเวลาและงานเอกสารของทั้งโรงเรียน ทำให้ครูเกิดความเหนื่อยล้าสะสม และดึงเวลาที่ควรจะใช้ทุ่มเทให้กับการสอนไปอย่างน่าเสียดาย

สรุปต้นตอของปัญหา: การขาดแคลนบุคลากรสนับสนุนทำให้ครูต้องไปทำเอกสาร ส่วนงานธุรการก็ไปเบียดเบียนเวลาสอน ต้นตอเหล่านี้ทำให้ครูไม่มีเวลาเตรียมการสอน ขาดเวลาสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และพลาดโอกาสในการดูแลนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 171 คน

วิธีการแก้ปัญหา

  1. โครงการนี้ใช้แนวทาง "ระดมทุนเพื่อจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านบุคลากรโดยตรง" ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการที่ชัดเจนดังนี้: การระดมทุนและการจัดจ้าง: ระดมงบประมาณผ่านแพลตฟอร์มเทใจดอทคอม เพื่อเป็นกองทุนเงินเดือนสำหรับตำแหน่ง "ธุรการ" ระยะเวลา 1 ปีการศึกษา โดยจะเปิดรับสมัครบุคคลที่มีความรู้ความสามารถด้านงานเอกสาร คอมพิวเตอร์ และระบบสารสนเทศ (หากเป็นคนในพื้นที่หรือเข้าใจบริบทชุมชนจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ) การถ่ายโอนภาระงาน (Task Transition): เมื่อได้บุคลากรแล้ว จะทำการปลดล็อกภาระงานของ "ครูอัตราจ้าง" (ที่รับเงินเดือน 7,000 บาท) และครูประจำการท่านอื่นๆ ทันที โดยโอนย้ายงานสารบรรณ งานพัสดุ การเงิน อาหารกลางวัน และการกรอกข้อมูลสารสนเทศของกระทรวงฯ มาที่เจ้าหน้าที่ธุรการทั้งหมด การจัดสรรเวลาใหม่ (Time Reallocation): นำเวลาที่ได้คืนมา (ซึ่งเฉลี่ยประมาณ 10-15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ต่อคน) กลับมาให้ครูใช้สำหรับการออกแบบแผนการสอนแบบ Active Learning, การผลิตสื่อ, และการซ่อมเสริมให้เด็กนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ (ม้งและไทยใหญ่) ที่อาจมีปัญหาด้านการใช้ภาษาไทยหรือการเรียนรู้ล่าช้า ผลลัพธ์ที่เคยเกิดขึ้นจากโมเดล "คืนครูสู่ห้องเรียน" แม้โครงการของโรงเรียนบ้านนาป่าแปกจะกำลังเริ่มต้น แต่โมเดลการจ้างธุรการเพื่อลดภาระครู เป็นวิธีการที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในหลายโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลางทั่วประเทศว่าสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง: คุณภาพการสอนเพิ่มขึ้น: ครูมีเวลาตรวจการบ้านอย่างละเอียด มีเวลาเตรียมสื่อการสอนที่น่าสนใจ ส่งผลให้นักเรียนมีส่วนร่วมในห้องเรียนมากขึ้น การบริหารจัดการโรงเรียนมีประสิทธิภาพ: งานเอกสารหลังบ้านมีความเป็นระเบียบ ถูกต้อง และรวดเร็วขึ้น เพราะดำเนินการโดยผู้ที่รับผิดชอบงานนี้โดยตรงเพียงหน้าที่เดียว ไม่ต้องทำงานแบบจับจดสลับไปมา ความแตกต่างของโครงการนี้เทียบกับหน่วยงานอื่น ในขณะที่หน่วยงานต้นสังกัด (เช่น สพฐ.) หรือภาครัฐ พยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการจัดสรรอัตรากำลัง แต่ด้วยข้อจำกัดทางงบประมาณระดับประเทศ ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลมักตกหล่น หรือถูกตัดงบประมาณจ้างธุรการไป โครงการของเราจึงมีความแตกต่างและโดดเด่นใน 3 มิติ ได้แก่: แก้ปัญหาที่เส้นเลือดฝอยแบบทันที (Micro-level Intervention): เราไม่รอการปรับเปลี่ยนนโยบายหรือรอบการจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลาง ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปี แต่เราลงมือแก้ปัญหาที่หน้างานทันที เพื่อกอบกู้ช่วงเวลาทองในการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนทั้ง 171 คนในปัจจุบัน สร้างการจ้างงานในพื้นที่ (Local Empowerment): โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยครูและนักเรียน แต่ยังเปิดโอกาสให้เกิดการจ้างงานคนในชุมชนที่มีความสามารถ ให้มีรายได้และได้กลับมาพัฒนาโรงเรียนในบ้านเกิดของตนเอง ซึ่งจะสร้างความผูกพันและลดอัตราการลาออกหรือขอย้าย โปร่งใสและเห็นผลลัพธ์โดยตรง (Direct Impact & Transparency): การระดมทุนผ่านเทใจดอทคอม ทำให้ผู้บริจาคสามารถติดตามสถานะทางการเงินและการปฏิบัติงานได้ 100% เงินบริจาคถูกเปลี่ยนเป็นเวลาของครู และเวลาของครูถูกเปลี่ยนเป็นคุณภาพชีวิตของนักเรียนโดยตรง ไม่มีขั้นตอนที่ซับซ้อนหรือสูญหายไประหว่างทาง

แผนการดำเนินงาน

  1. ต.ค. 2569 - ก.ย. 2570

    ตุลาคม 2569 : ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคลากรในตำแหน่ง "เจ้าหน้าที่ธุรการ" (ให้ความสำคัญกับผู้มีภูมิลำเนาในพื้นที่เพื่อให้เกิดการจ้างงานในชุมชน) จัดทำสัญญาจ้างและปฐมนิเทศการทำงาน โดยฝึกอบรมการใช้ระบบดิจิทัลที่โรงเรียนใช้งานอยู่เป็นหลัก เช่น การประสานงานผ่าน ClickUp และการจัดการเอกสารสารสนเทศผ่าน Google Workspace

  2. ต.ค. 2569 - ก.ย. 2570

    พฤศจิกายน 2569 : เริ่มกระบวนการถ่ายโอนภาระงาน (Task Transition) คณะครูและครูอัตราจ้างทำการส่งมอบงานสารบรรณ งานพัสดุ และระบบข้อมูลสารสนเทศทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ธุรการดูแลแบบ 100%

  3. ต.ค. 2569 - ก.ย. 2570

    ธันวาคม 2569 : เจ้าหน้าที่ธุรการเริ่มจัดการระบบการเงินและอาหารกลางวันแบบเต็มรูปแบบ ประเมินผลการลดภาระงานของครูในระยะแรก เพื่อให้ครูเริ่มใช้เวลาที่ได้คืนมาในการปรับปรุงการสอนช่วงปลายภาคเรียนที่ 2/2569

  4. ต.ค. 2569 - ก.ย. 2570

    มกราคม - กุมภาพันธ์ 2570 : เจ้าหน้าที่ธุรการปฏิบัติงานสนับสนุนหลังบ้านอย่างเต็มประสิทธิภาพ คณะครูมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning และดูแลนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ที่ต้องการการซ่อมเสริมได้อย่างเต็มที่

  5. ต.ค. 2569 - ก.ย. 2570

    มีนาคม 2570 : เจ้าหน้าที่ธุรการรับผิดชอบหลักในการจัดทำเอกสารสิ้นปีการศึกษา 2569 และช่วยประมวลผลระบบบัญชีงบดุลของโรงเรียนเพื่อรองรับการตรวจสอบจากหน่วยตรวจสอบภายในระดับเขตพื้นที่ การรายงานผล : จัดทำรายงานความคืบหน้าครั้งที่ 1 (ภาพรวมผลกระทบเชิงปริมาณและคุณภาพในภาคเรียนที่ 2) เผยแพร่ให้ผู้บริจาคทราบผ่านเว็บไซต์เทใจดอทคอม

  6. ต.ค. 2569 - ก.ย. 2570

    เมษายน 2570 (ปิดภาคเรียน) : เจ้าหน้าที่ธุรการรับผิดชอบงานจัดซื้อจัดจ้าง หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน และงานพัสดุ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับปีการศึกษาใหม่ โดยที่ครูไม่ต้องสละเวลาช่วงปิดเทอมเข้ามาทำเอกสาร

  7. ต.ค. 2569 - ก.ย. 2570

    พฤษภาคม 2570 (เปิดภาคเรียนที่ 1/2570) : ดำเนินงานเอกสารรับเข้าศึกษาและระบบข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (DMC) จัดการระบบเบิกจ่ายอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนทั้ง 171 คน

  8. ต.ค. 2569 - ก.ย. 2570

    มิถุนายน 2570 : คณะกรรมการกำกับดูแล นำโดยผู้อำนวยการ อรรถพล ชุมพู ดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ธุรการรอบ 6 เดือน และปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน

  9. ต.ค. 2569 - ก.ย. 2570

    กรกฎาคม - สิงหาคม 2570 : ติดตามผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน และรวบรวมข้อมูลคุณภาพชีวิตการทำงานของครู (เปรียบเทียบก่อน-หลังมีธุรการ) คณะครูนำเวลาที่เหลือจากการจัดการเรียนการสอน มาวางรากฐานแผนพัฒนาการศึกษาเชิงรุกของโรงเรียน

  10. ต.ค. - ก.ย. 2569

    กันยายน 2570 : ประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการตลอด 1 ปีการศึกษา การรายงานผล : จัดทำและส่งมอบ "รายงานผลกระทบฉบับสมบูรณ์ (Final Impact Report)" พร้อมหลักฐานเชิงประจักษ์ สื่อวิดีโอ และภาพถ่ายกิจกรรมในชั้นเรียน เสนอต่อเทใจดอทคอม ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาเพื่อพิจารณาแนวทางการระดมทุนหรือจัดหางบประมาณเพื่อต่อยอดการจ้างงานในปีการศึกษาถัดไป

แผนการใช้เงิน

รายการจำนวนจำนวนเงิน (บาท)
เงินเดือนธุรการโรงเรียนรวมประกันสังคม สวัสดิการ 12,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 12 เดือน

12เดือน144,000.00
รวมเป็นเงินทั้งหมด144,000.00
ค่าสนับสนุนเทใจ (10%)14,400.00
ยอดระดมทุน
158,400.00

ผู้รับผิดชอบโครงการ

โรงเรียนบ้านนาป่าแปก : พื้นที่แห่งโอกาสและการพัฒนาการศึกษาบนพื้นที่สูง ​ โรงเรียนบ้านนาป่าแปก ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำหน้าที่เป็นสถานศึกษาสำคัญในการวางรากฐานทางปัญญาให้แก่เยาวชนบนพื้นที่สูง แม้การตั้งอยู่บนพื้นที่ห่างไกลจะนำมาซึ่งความท้าทายในด้านการเข้าถึงทรัพยากร แต่โรงเรียนได้ยึดมั่นในการจัดการศึกษาที่เน้นความยืดหยุ่นและมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์เป็นสำคัญ ​ปีการศึกษา 2569 โรงเรียนบ้านนาป่าแปก มีนักเรียนทั้งสิ้น 171 คน นักเรียนส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าม้งและไทยใหญ่ มีผู้บริหาร 1 คน ครูประจำการ 11 คน พนักงานราชการ 1 คน ครูอัตราจ้าง จากเงินอุดหนุนโรงเรียน 1 คน ปฏิบัติหน้าที่สอนและงานธุรการโรงเรียน และนักการภารโรง 1 คน จัดการเรียนการสอน ตั้งแต่ชั้นอนุบาล 2 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รวมทั้งหมด 11 ห้องเรียน จัดการเรียนรู้แบบครูเวียนสอนตามรายวิชา โรงเรียนตั้งอยู่บนพื้นที่สูง ผ่านเส้นทางคดเคี้ยว ผ่านเนินเขาสูงชัน มีความยากลำบากและเสี่ยงอันตราย การเดินทางจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาถึงโรงเรียน ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จุดเด่นของโรงเรียนคือ "วัฒนธรรมการมีส่วนร่วม" ที่เข้มแข็ง เราทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนที่ประสานความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองและภาคีเครือข่าย เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยและสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา นอกจากนี้ โรงเรียนยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างระบบบริหารจัดการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนอย่างยั่งยืน ท่ามกลางเป้าหมายสู่ความเป็นเลิศ โรงเรียนยังเผชิญข้อจำกัดด้านบุคลากรสนับสนุน โดยเฉพาะงานด้านธุรการและงานสารสนเทศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานหลังบ้าน การขาดแคลนกำลังพลในส่วนนี้ส่งผลโดยตรงต่อภาระงานของคณะครูผู้สอน ทำให้เวลาที่ควรใช้ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการสอนและการดูแลนักเรียนรายบุคคลต้องถูกเบียดบังด้วยภาระงานเอกสารจำนวนมาก ​โรงเรียนบ้านนาป่าแปกจึงกำลังก้าวสู่การปฏิรูปรูปแบบการทำงานเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดดังกล่าว ผ่านการแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน "สถานศึกษาแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน" ไม่ใช่เพียงเป้าหมาย แต่คือการสร้างโอกาสจริงให้เด็กๆ บนดอยสูง ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเต็มศักยภาพ

ดูโปรไฟล์

สร้างเพจระดมทุน

ร่วมกันระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการนี้

สร้างเพจระดมทุนให้โครงการนี้
icon