cover_1

H.O.W. x ครัวลูกเหรียง ประสบการณ์มื้อพิเศษ เพื่อน้องชายแดนใต้

เงินบริจาคของคุณจะนำไปให้ความช่วยเหลือให้กับเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบาง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้200คน

project succeeded
โครงการสำเร็จแล้ว
23 มิ.ย. 2569

รายงานปิดโครงการมอบสิ่งของจำเป็นและเงินฉุกเฉินแก่น้องชายแดนใต้และครอบครัว จำนวน 225 ครัวเรือน

ช่วงเวลาที่ทำกิจกรรม

26 พ.ย. 2567 - 1 ม.ค. 2568

พื้นที่ที่ทำกิจกรรม

ทั่วประเทศ

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ

เด็กและเยาวชน
310คน
อื่นๆ
202คน

โครงการ H.O.W. x ครัวลูกเหรียง ประสบการณ์มื้อพิเศษ เพื่อน้องชายแดนใต้ เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของผู้บริจาคผ่านแพลตฟอร์มเทใจดอทคอม ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะครอบครัวที่เผชิญกับความยากลำบากซ้ำซ้อน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และภัยพิบัติ

การดำเนินงานของโครงการไม่ได้เป็นเพียงการให้ความช่วยเหลือแบบครั้งคราว แต่เป็นการทำงานร่วมกับกลไกในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ได้แก่ แกนนำชุมชน กลไกคุ้มครองเด็กระดับตำบล เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล ผู้นำศาสนา อสม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันค้นหา ติดตาม และช่วยเหลือครอบครัวที่มีความเสี่ยง

ตลอดระยะเวลาของโครงการ สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทั้งหมด 225 ครัวเรือน ครอบคลุมผู้ได้รับประโยชน์รวม 512 คน

สิ่งที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ

สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนคือ การทำงานเชิงรุกในระดับชุมชนที่เข้าถึง เคสจริงที่มีความเปราะบางสูง โดยเฉพาะกลุ่มสีแดง (ความเสี่ยงสูง) และกลุ่มสีเหลือง (ต้องเฝ้าระวัง)

กระบวนการทำงาน ประกอบด้วย การประชุมคัดกรองและวิเคราะห์เคส การให้ความช่วยเหลือรายกรณี และการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง การทำงานในลักษณะนี้ช่วยให้การช่วยเหลือไม่หลุดเป้า และสามารถตอบโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละครอบครัวได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ยังเกิดการเชื่อมโยงระหว่าง ชุมชนกับ หน่วยงานรัฐอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงสิทธิ์สวัสดิการ การประสานงานช่วยเหลือ หรือการส่งต่อเคส

ลักษณะของเคสและสถานการณ์ที่พบ

จากการลงพื้นที่และทำงานร่วมกับชุมชน พบว่าความเปราะบางของครอบครัวในพื้นที่มีลักษณะ ซ้อนทับหลายมิติไม่ใช่เพียงปัญหาเดียว สถานการณ์ที่พบเป็นหลัก ได้แก่

1. ปัญหาเศรษฐกิจครัวเรือนถดถอย หลายครอบครัวมีรายได้ไม่แน่นอน หรือขาดรายได้จากผลกระทบของสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถดูแลค่าใช้จ่ายพื้นฐานได้

2. เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา มีกรณีที่เด็กต้องออกจากโรงเรียนเพื่อช่วยทำงาน หรือบางครอบครัวต้องให้ลูกสลับกันเรียน เนื่องจากไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด

3. ครอบครัวเปราะบางเชิงโครงสร้าง เช่น

  • ครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว / พ่อเลี้ยงเดี่ยว
  • เด็กที่ไม่มีพ่อแม่และต้องมีผู้ปกครองอื่นดูแล
  • ครอบครัวที่มีภาระพึ่งพิงสูง

4. ผลกระทบจากภัยพิบัติ (น้ำท่วม) สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำทุกปี ส่งผลต่ออาชีพ รายได้ และความมั่นคงของครัวเรือน ทำให้หลายครอบครัวตกอยู่ในภาวะเปราะบางต่อเนื่อง

ผลลัพธ์และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

แม้การสนับสนุนในโครงการจะเป็นลักษณะ เงินช่วยเหลือฉุกเฉินซึ่งเป็นระยะสั้น แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีความสำคัญในระดับพื้นฐานของชีวิต ครอบครัวสามารถตั้งหลักได้ในช่วงวิกฤต ความช่วยเหลือด้านอาหาร ค่าใช้จ่ายจำเป็น และการศึกษา ทำให้หลายครอบครัว ไม่ล้มลงในช่วงเวลาที่ยากที่สุด เด็กยังคงอยู่ในระบบการศึกษาได้ ในหลายกรณี ความช่วยเหลือช่วยลดแรงกดดันที่ทำให้เด็กต้องออกจากโรงเรียน ผู้ปกครองมีแรงกลับมาสู้ต่อ โดยเฉพาะกลุ่มพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวหรือผู้ปกครองที่ต้องรับภาระสูง

การได้รับความช่วยเหลือในช่วงเวลาที่เหมาะสม ช่วยให้สามารถประคองครอบครัวต่อไปได้ และระบบข้อมูลและการทำงานในชุมชนเข้มแข็งขึ้น กลุ่มลูกเหรียงสามารถพัฒนาฐานข้อมูลของกลุ่มเปราะบางในระดับพื้นที่ได้ดีขึ้น และใช้ข้อมูลนี้ในการวางแผนช่วยเหลืออย่างแม่นยำ รวมถึงเกิดการเชื่อมต่อกับระบบรัฐมากขึ้น หลายเคสสามารถเข้าถึงสิทธิ์สวัสดิการของรัฐได้ ซึ่งเป็นผลดีในระยะยาวมากกว่าการช่วยเหลือเพียงครั้งเดียว

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการดำเนินโครงการ

จากการดำเนินโครงการ พบข้อเรียนรู้สำคัญหลายประเด็น เช่น การช่วยเหลือฉุกเฉินยังมีความจำเป็นสูง แม้จะเป็นระยะสั้น แต่เป็น จุดเปลี่ยนที่ทำให้ครอบครัวสามารถอยู่รอดและไม่ถลำลึกไปกว่าเดิม การทำงานร่วมกับชุมชนคือหัวใจสำคัญ แกนนำในพื้นที่รู้จักบริบทและสามารถเข้าถึงเคสได้ลึกกว่าการทำงานจากภายนอก

ปัญหาความเปราะบางไม่ใช่เรื่องเดี่ยว แต่เป็นโครงสร้าง การแก้ปัญหาจึงต้องคิดทั้งระยะสั้น (ช่วยให้รอด) และระยะยาว (ลดความเปราะบาง) และระบบข้อมูลมีความสำคัญมาก การมีข้อมูลที่ชัดเจนช่วยให้การช่วยเหลือไม่ซ้ำซ้อน ไม่ตกหล่น และสามารถติดตามผลได้จริง

ข้อเสนอสำหรับการดำเนินงานในครั้งต่อไป

จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้น มีข้อเสนอเพื่อพัฒนาโครงการในอนาคต ประกอบด้วย การเพิ่มการสนับสนุนระยะยาวควบคู่กับฉุกเฉิน เช่น การสนับสนุนด้านอาชีพ การศึกษา หรือการพัฒนาทักษะ เพื่อให้ครอบครัวสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น การพัฒนาระบบติดตามเคสอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว และสามารถปรับการช่วยเหลือให้เหมาะสม รวมถึงเสริมความเข้มแข็งของกลไกชุมชน สนับสนุนแกนนำและเครือข่ายในพื้นที่ให้มีศักยภาพมากขึ้น เพราะเป็นกำลังหลักของการทำงาน และเชื่อมโยงกับหน่วยงานรัฐให้เป็นระบบมากขึ้น เพื่อให้การช่วยเหลือไม่หยุดอยู่แค่โครงการ แต่สามารถต่อเนื่องในระบบสวัสดิการ

บอกเล่าความประทับใจ

มีหลายหน่วยงานลงมาเยี่ยมบ้าน เก็บข้อมูลเคสกลับไป แต่การทำงานของโครงการนี้ต่างออกไป นอกจากจะเก็บข้อมูลไปใช้ในการประชุมช่วยเหลือเคสแล้ว ยังมีเงินฉุกเฉินช่วยให้ครอบครัวตั้งหลักได้จริง เท่าที่เห็น ทุกครอบครัวที่ได้รับ เขาใช้เงินทุกบาทอย่างคุ้มค่า เพราะมันจำเป็นกับชีวิตเขาจริงๆ

คุณมะอูเซ็ง กลไกปกป้องคุ้มครองเด็กระดับตำบลปุโรง

ย่าอยู่กับหลานสองคน ไม่มีงาน ไม่มีรายได้ มีแค่เบี้ยคนชรากับเบี้ยผู้พิการ รวมกันก็ไม่ถึงสองพันบาทต่อเดือน มันไม่พอใช้ ที่ผ่านมาได้เพื่อนบ้านช่วยบ้าง แบ่งข้าวแบ่งน้ำให้ ขอบคุณที่เข้ามาช่วย อย่างน้อยก็ทำให้หลานได้ไปโรงเรียนต่อ ย่าก็เบาใจขึ้น

คุณย่าละม้าย ครอบครัวที่ได้รับความช่วยเหลือ

สิ่งที่เห็นจากโครงการนี้คือ ไม่ได้ตั้งเงื่อนไขตายตัวว่าใครควรได้หรือไม่ได้ แต่ดูจากความจริงว่า ครอบครัวไหนอยู่ในจุดที่ไปต่อเองไม่ไหว ถ้าเขาไม่สามารถประคองชีวิตได้ในตอนนั้น การมีเงินฉุกเฉินเข้าไปช่วย มันทำให้เขาอยู่ต่อได้ในแต่ละวันค่ะ

คุณซาฮาวียะห์ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนเทศบาลตำบลท่าสาป

รายงานการใช้เงิน

รายการจำนวนจำนวนเงิน (บาท)
ค่าตอบแทนทีมลงพื้นที่/ชุมชน

350 บาท จำนวน 5 คน

225ครั้ง393,750.00
ค่าเดินทางลงพื้นที่

2,500 บาท

172ครั้ง430,000.00
เงินช่วยเหลือฉุกเฉิน

6,000 บาท โดยสมาคมฯ ได้ร่วมสมทบงบประมาณบางส่วน เพื่อสนับสนุนให้การดำเนินกิจกรรมสำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์

225ครอบครัว762,000.00
สิ่งของจำเป็น (มอบช่วงลงพื้นที่)

เช่น ชุดนักเรียน ข้าวสาร อาหารแห้ง และอื่นๆ

1รายการ195,000.00
รวมเป็นเงินทั้งหมด1,780,750.00