project เด็กและเยาวชน กลุ่มคนเปราะบาง สิ่งแวดล้อม

มอบ "ถ้วยอนามัย" เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนผ้าอนามัยและปัญหาขยะในประเทศไทย

สนับสนุนการผลิตและส่งมอบถัวยอนามัยให้กับผู้หญิงที่ขาดแคลนผ้าอนามัย กับ "ยังฝัน" Social Enterprise สัญชาติไทยที่อยากแก้ไขปัญหาการขาดแคลนผ้าอนามัยและปัญหาขยะในไทยไปพร้อมกัน

ระยะเวลาโครงการ ตลอดปี พื้นที่ดำเนินโครงการ ทั่วประเทศ

ยอดบริจาคขณะนี้

774,623 บาท

เป้าหมาย

2,420,000 บาท
ดำเนินการไปแล้ว 32%
199 วัน จำนวนผู้บริจาค 223

ความคืบหน้าโครงการ

ยังฝันได้เข้าช่วยเหลือผู้หญิงไทยกว่า 940 คน ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานกักกันเด็กและเยาวชนหญิง กลุ่มเด็กชาวดอย

14 มิถุนายน 2024

ยังฝันได้เข้าช่วยเหลือผู้หญิงไทยกว่า 940 คน ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานกักกันเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปราณี ในเรือนจําอําเภอธัญบุรี ในสถานกักขังกลางปทุมธานี ในกลุ่มเด็กชาวดอยชนเผ่าลาหู่ ไทยใหญ่จังหวัดเชียงราย ในชุมชนและในโรงเรียนภายใต้เขตดุสิตและเขตราชเทวี ฯลฯ

สินค้าจำเป็นที่สร้างภาระรายจ่ายแก่ผู้หญิงคือ 'ผ้าอนามัย' แม้ประเทศไทยยังไม่มีการเก็บสถิติจำนวนผู้หญิงที่เผชิญปัญหาการขาดแคลนผ้าอนามัยอย่างเป็นทางการ แต่สามารถคาดการณ์ได้ว่ามีผู้หญิงในประเทศไทยจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหานี้ การเข้าถึงผ้าอนามัยนั้นพบว่าจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 2,520 บาทต่อปี ขณะที่ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปี พ.ศ. 2565 ระบุว่า ร้อยละ 88 ของบัญชีเงินฝากทั้งหมด 117.55 ล้านบัญชีที่มีเงินจำนวนไม่เกิน 50,000 บาท หรือ 103.11 ล้านบัญชีนั้น มีเงินฝากเฉลี่ยต่อบัญชีอยู่ที่ 4,240 บาท เทียบเคียงกับค่าใช่จ่ายผ้าอนามัยตลอดชีวิตที่สูงถึง 98,280 บาทตลอดวัยประจำเดือนเฉลี่ย 39 ปี


ปัจจุบัน โครงการยังฝันได้เข้าช่วยเหลือผู้หญิงไทยกว่า 940 คน ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในสถานกักกันเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปราณี ในเรือนจําอําเภอธัญบุรี ในสถานกักขังกลางปทุมธานี ในกลุ่มเด็กชาวดอยชนเผ่าลาหู่ ไทยใหญ่จังหวัดเชียงราย ในชุมชนและในโรงเรียนภายใต้เขตดุสิตและเขตราชเทวี ฯลฯ ซึ่งโครงการได้ลงพื้นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขอนามัยของผู้หญิงและได้มอบถ้วยอนามัยฟรีให้แก่ผู้หญิงตามชุมชนต่างๆ

โครงการยังฝัน ได้รับรางวัล “องค์กรตัวอย่างด้านการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ปี 2023” จาก UN Women และ กระทรวง พม., รางวัล “Finalist Best Social Change Maker” ในงาน Thailand Influencer Awards 2022, และ รางวัล “Finalist Influencer for Change Award” ในงาน Influencer for Change 2022 จัดโดย Tellscore, มูลนิธิเพื่อคนไทย, Good Society Network 

“ประจำเดือนทำให้เด็กผู้หญิง 8 ใน 10 คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องขาดเรียน เพราะเขามีความกังวลมาก ไม่มีความมั่นใจ เนื่องจากเข้าไม่ถึงผ้าอนามัย…ถ้าเดือนไหนซื้อผ้าอนามัย 2-3 ห่อ เท่ากับเดือนนั้นเขาจะมีเงินสำหรับซื้อข้าวหรือสำหรับเรียนน้อยลง” คุณวรรณกนก เปาะอีแตดาโอะ ผู้ก่อตั้งสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) กล่าว


สำหรับการทำงานร่วมกับกลุ่มลูกเหรียงที่ผ่านมานั้น ทางโครงการได้อบรมความรู้เรื่องการมีประจำเดือน ระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง และการใช้งานถ้วยอนามัยยังฝันให้แก่เด็กผู้หญิงและตัวแทนชุมชนในจังหวัดยะลา นอกจากนี้ยังร่วมกับมูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง(สคส.) เข้าไปมอบความรู้และมอบถ้วยอนามัยให้แก่กลุ่มคุณแม่วัยใสใน 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ นครนายก ฉะเชิงเทรา ชัยนาท และร่วมมือกับสำนักงานเขตดุสิตเพื่อให้ความรู้และนำร่องถ้วยอนามัยในชุมชนแออัดต่างๆ รวมทั้งร่วมมือกับโรงเรียนมีชัยพัฒนา

สานฝัน จิตต์มิตรภาพ ผู้ก่อตั้งโครงการยังฝันกล่าวว่า ถ้วยอนามัย 1 ถ้วย สามารถรองรับประจำเดือนได้นาน 6 ชั่วโมง ใช้ซ้ำได้ในแต่ละวันและมีอายุการใช้งาน 3-5 ปี ซึ่งนอกจากจะประหยัดยังช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกจากการใช้ผ้าอนามัย เพราะผ้าอนามัย 1 แผ่นสร้างขยะเท่ากับถุงพลาสติก 4 ถุง และอาจต้องใช้เวลาย่อยสลายนานถึง 800 ปี ขณะที่ถ้วยอนามัยที่ทำจากซิลิโคนทางการแพทย์และไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม


นอกเหนือจากการรับบริจาคเงิน โครงการยังฝัน ยังมีการจัดจำหน่าย 'ถ้วยอนามัย' (Menstrual Cup) ที่ราคาเท่าทุน และ 1 ถ้วยอนามัยที่จำหน่ายได้โครงการจะบริจาคอีก 1 ถ้วยให้แก่กลุ่มผู้หญิงที่ขาดแคลนอีกด้วย เพื่อจะช่วยส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องสุขอนามัยผู้หญิงและมอบสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานให้แก่ผู้หญิงไทยทุกคน ที่ผ่านมาโครงการยังฝันได้สร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่สังคมจนได้รับรางวัล “Finalist Best Social Change Maker” ในงาน Thailand Influencer Awards 2022 ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 18 ท่านจากภาคธุรกิจและภาครัฐ โดยพิจารณาจาก:

  • Creativity รูปแบบความคิดสร้างสรรค์
  • Strategy กลยุทธ์แคมเปญ
  • Result ผลลัพธ์ด้านการเข้าถึงและการสร้างคุณค่า
  • Social Conscience สำนึกที่ดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม


โครงการยังฝัน เชื่อว่า: 

  1. สุขอนามัยที่ดีคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ (Basic Human Right) ในปัจจุบันยังมีผู้หญิงจำนวนมากที่ถูกลิดรอนสิทธินี้ หากเราช่วยให้ผู้หญิงรอดพ้นจากการถูกลิดรอนสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานได้ เราก็จะช่วยเสริมสร้างความเท่าเทียมทางเพศ (Gender Equality) ในสังคมมากยิ่งขึ้น
  2. ผู้หญิงต้องมีทางเลือก ปัจจุบันผลิตภัณฑ์รองรับประจำเดือนในตลาดกว่า 90% คือผ้าอนามัย และตลาดนี้ก็ถือครองโดย
  3. แบรนด์เท่านั้น ทำให้ผ้าอนามัยมีราคาแพง (ผู้หญิงจ่ายเฉลี่ย 210 บาทต่อเดือนเพื่อซื้อผ้าอนามัย) ยังฝัน เชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้หญิงเรามีทางเลือก นั่นคือการเพิ่มพลังอำนาจให้เรา เพราะเรามีสิทธิที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ตัวเราเองได้
อ่านต่อ »
ดูความคืบหน้าโครงการทั้งหมด


‘ยังฝัน’ คือธุรกิจเพื่อสังคม (social enterprise) ที่ต้องการจะแก้ปัญหาการขาดแคลนผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับประจำเดือนของผู้หญิง (period poverty) และแก้ปัญหาขยะที่ส่งผลกระทบต่อเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม (environmental pollution) โดยผ่านการจัดจำหน่ายถ้วยอนามัยที่ราคาเท่าทุนและต่อ 1 ถ้วยอนามัยที่จำหน่ายได้ ยังฝันจะบริจาคอีก 1 ถ้วยอนามัยให้แก่กลุ่มผู้หญิงที่ขาดแคลนผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับประจำเดือนทั้งในและนอกประเทศ อีกทั้ง ยังฝันจะช่วยส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องสุขอนามัยผู้หญิงและการมีประจำเดือนอีกด้วย

ปัญหาสังคมและวิธีการแก้ไขปัญหา

หญิงไทยเริ่มมีประจำเดือนเฉลี่ยตอนอายุ 12-13 ปี แต่ทุกวันนี้จากประชากรผู้หญิงอายุมากกว่า 15 ปีที่อยู่ในวัยมีประจำเดือนแล้วทั้งหมด (ซึ่งที่ถือเป็น 48% ของประชากรอายุมากกว่า 15 ปีทั้งหมดในประเทศไทย) มีเพียง 59% หรือ 17 ล้านคน เท่านั้นที่มีรายได้ 

นี่แสดงให้เห็นว่ามีผู้หญิงมากถึง 41% หรือ 12 ล้านคนที่กำลังเผชิญหรือเสี่ยงต่อการเผชิญปัญหาการขาดแคลนผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับประจำเดือน เนื่องจากผู้หญิงเหล่านี้ไม่มีรายได้และการจะเข้าถึงผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับประจำเดือนเช่นผ้าอนามัยนั้นอาจต้องใช้เงินมากถึง 2,500 บาทต่อปี 

การมีสุขอนามัยที่ดีถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนพึงได้รับ แต่ปัจจุบันกลับไม่มีองค์กรใดเข้ามาแก้ปัญหาตรงจุดนี้ ทำให้ผู้หญิงหลายล้านคนถูกริดรอนสิทธิที่จะมีสุขอนามัยที่ดี 

ยังฝันจึงก้าวเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาตรงจุดนี้โดยจัดผลิตและจัดจำหน่าย ถ้วยอนามัยซิลิโคนทางการแพทย์ ที่ผลิตจากซิลิโคนจากประเทศเยอรมัน ที่นอกจากจะมีราคาที่ถูกกว่าผ้าอนามัย (เพราะผู้หญิง 1 ท่านต้องการถ้วยอนามัยเพียง 1 ถ้วยเท่านั้น และถ้วยอนามัย 1 ถ้วยสามารถใช้ได้นานถึง 5 ปี), สะดวกกว่าผ้าอนามัย (สามารถรองรับประจำเดือนได้นานถึง 12 ชั่วโมง และสามารถถอด เท ล้างและใส่ใหม่ได้ตลอดวัน) ยังดีต่อสังคมและดีต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย 

ดีต่อสังคม เพราะต่อ 1 ถ้วยอนามัยที่ขายได้ ยังฝันจะบริจาคอีก 1 ถ้วยให้แก่ผู้หญิงที่กำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับประจำเดือน 

ดีต่อสิ่งแวดล้อม เพราะถ้วยอนามัย 1 ถ้วยสามารถใช้ได้นานถึง 5 ปี และสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติโดยไม่ทำให้เกิด toxin เพราะผลิตจากซิลิโคนทางการแพทย์ ไม่ใช่พลาสติกดังเช่นผ้าอนามัย (90% ของผ้าอนามัย 1 แผ่นคือพลาสติก และผ้าอนามัย 1 แผ่นใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น)

ขั้นตอนการดำเนินโครงการ

  • ในระยะแรก โครงการจะเริ่มให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขอนามัยผู้หญิงและการมีประจำเดือนผ่านวิดีโอต่างๆ โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญมาสัมภาษณ์เพื่อให้ความรู้ควบคู่ไปด้วย 
  • โครงการจะรวบรวมยอดบริจาค และเดินทางไปบริจาคถ้วยอนามัยตามชุมชนต่างๆ โดยจะให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้หญิงและผู้ชายในชุมชนนั้นๆ อีกทั้งยังจะขอเก็บข้อมูลการใช้งาน (ขนาด ระยะเวลา การรั่วซึม ปัญหาที่พบ ฯลฯ) เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการทำ research and development ต่อไป 
  • ในระยะยาว โครงการมีความตั้งใจที่จะขยายการขายและการบริจาคไปยังต่างประเทศ เพื่อช่วยเหลือผู้หญิงในประเทศอื่นๆที่เผชิญปัญหาการขาดแคลนผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับประจำเดือน 

ผู้รับผิดชอบโครงการ

สานฝัน จิตต์มิตรภาพ 

ยังฝันได้เข้าช่วยเหลือผู้หญิงไทยกว่า 940 คน ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานกักกันเด็กและเยาวชนหญิง กลุ่มเด็กชาวดอย

14 มิถุนายน 2024

ยังฝันได้เข้าช่วยเหลือผู้หญิงไทยกว่า 940 คน ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานกักกันเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปราณี ในเรือนจําอําเภอธัญบุรี ในสถานกักขังกลางปทุมธานี ในกลุ่มเด็กชาวดอยชนเผ่าลาหู่ ไทยใหญ่จังหวัดเชียงราย ในชุมชนและในโรงเรียนภายใต้เขตดุสิตและเขตราชเทวี ฯลฯ

สินค้าจำเป็นที่สร้างภาระรายจ่ายแก่ผู้หญิงคือ 'ผ้าอนามัย' แม้ประเทศไทยยังไม่มีการเก็บสถิติจำนวนผู้หญิงที่เผชิญปัญหาการขาดแคลนผ้าอนามัยอย่างเป็นทางการ แต่สามารถคาดการณ์ได้ว่ามีผู้หญิงในประเทศไทยจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหานี้ การเข้าถึงผ้าอนามัยนั้นพบว่าจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 2,520 บาทต่อปี ขณะที่ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปี พ.ศ. 2565 ระบุว่า ร้อยละ 88 ของบัญชีเงินฝากทั้งหมด 117.55 ล้านบัญชีที่มีเงินจำนวนไม่เกิน 50,000 บาท หรือ 103.11 ล้านบัญชีนั้น มีเงินฝากเฉลี่ยต่อบัญชีอยู่ที่ 4,240 บาท เทียบเคียงกับค่าใช่จ่ายผ้าอนามัยตลอดชีวิตที่สูงถึง 98,280 บาทตลอดวัยประจำเดือนเฉลี่ย 39 ปี


ปัจจุบัน โครงการยังฝันได้เข้าช่วยเหลือผู้หญิงไทยกว่า 940 คน ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในสถานกักกันเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปราณี ในเรือนจําอําเภอธัญบุรี ในสถานกักขังกลางปทุมธานี ในกลุ่มเด็กชาวดอยชนเผ่าลาหู่ ไทยใหญ่จังหวัดเชียงราย ในชุมชนและในโรงเรียนภายใต้เขตดุสิตและเขตราชเทวี ฯลฯ ซึ่งโครงการได้ลงพื้นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขอนามัยของผู้หญิงและได้มอบถ้วยอนามัยฟรีให้แก่ผู้หญิงตามชุมชนต่างๆ

โครงการยังฝัน ได้รับรางวัล “องค์กรตัวอย่างด้านการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ปี 2023” จาก UN Women และ กระทรวง พม., รางวัล “Finalist Best Social Change Maker” ในงาน Thailand Influencer Awards 2022, และ รางวัล “Finalist Influencer for Change Award” ในงาน Influencer for Change 2022 จัดโดย Tellscore, มูลนิธิเพื่อคนไทย, Good Society Network 

“ประจำเดือนทำให้เด็กผู้หญิง 8 ใน 10 คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องขาดเรียน เพราะเขามีความกังวลมาก ไม่มีความมั่นใจ เนื่องจากเข้าไม่ถึงผ้าอนามัย…ถ้าเดือนไหนซื้อผ้าอนามัย 2-3 ห่อ เท่ากับเดือนนั้นเขาจะมีเงินสำหรับซื้อข้าวหรือสำหรับเรียนน้อยลง” คุณวรรณกนก เปาะอีแตดาโอะ ผู้ก่อตั้งสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) กล่าว


สำหรับการทำงานร่วมกับกลุ่มลูกเหรียงที่ผ่านมานั้น ทางโครงการได้อบรมความรู้เรื่องการมีประจำเดือน ระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง และการใช้งานถ้วยอนามัยยังฝันให้แก่เด็กผู้หญิงและตัวแทนชุมชนในจังหวัดยะลา นอกจากนี้ยังร่วมกับมูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง(สคส.) เข้าไปมอบความรู้และมอบถ้วยอนามัยให้แก่กลุ่มคุณแม่วัยใสใน 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ นครนายก ฉะเชิงเทรา ชัยนาท และร่วมมือกับสำนักงานเขตดุสิตเพื่อให้ความรู้และนำร่องถ้วยอนามัยในชุมชนแออัดต่างๆ รวมทั้งร่วมมือกับโรงเรียนมีชัยพัฒนา

สานฝัน จิตต์มิตรภาพ ผู้ก่อตั้งโครงการยังฝันกล่าวว่า ถ้วยอนามัย 1 ถ้วย สามารถรองรับประจำเดือนได้นาน 6 ชั่วโมง ใช้ซ้ำได้ในแต่ละวันและมีอายุการใช้งาน 3-5 ปี ซึ่งนอกจากจะประหยัดยังช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกจากการใช้ผ้าอนามัย เพราะผ้าอนามัย 1 แผ่นสร้างขยะเท่ากับถุงพลาสติก 4 ถุง และอาจต้องใช้เวลาย่อยสลายนานถึง 800 ปี ขณะที่ถ้วยอนามัยที่ทำจากซิลิโคนทางการแพทย์และไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม


นอกเหนือจากการรับบริจาคเงิน โครงการยังฝัน ยังมีการจัดจำหน่าย 'ถ้วยอนามัย' (Menstrual Cup) ที่ราคาเท่าทุน และ 1 ถ้วยอนามัยที่จำหน่ายได้โครงการจะบริจาคอีก 1 ถ้วยให้แก่กลุ่มผู้หญิงที่ขาดแคลนอีกด้วย เพื่อจะช่วยส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องสุขอนามัยผู้หญิงและมอบสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานให้แก่ผู้หญิงไทยทุกคน ที่ผ่านมาโครงการยังฝันได้สร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่สังคมจนได้รับรางวัล “Finalist Best Social Change Maker” ในงาน Thailand Influencer Awards 2022 ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 18 ท่านจากภาคธุรกิจและภาครัฐ โดยพิจารณาจาก:

  • Creativity รูปแบบความคิดสร้างสรรค์
  • Strategy กลยุทธ์แคมเปญ
  • Result ผลลัพธ์ด้านการเข้าถึงและการสร้างคุณค่า
  • Social Conscience สำนึกที่ดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม


โครงการยังฝัน เชื่อว่า: 

  1. สุขอนามัยที่ดีคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ (Basic Human Right) ในปัจจุบันยังมีผู้หญิงจำนวนมากที่ถูกลิดรอนสิทธินี้ หากเราช่วยให้ผู้หญิงรอดพ้นจากการถูกลิดรอนสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานได้ เราก็จะช่วยเสริมสร้างความเท่าเทียมทางเพศ (Gender Equality) ในสังคมมากยิ่งขึ้น
  2. ผู้หญิงต้องมีทางเลือก ปัจจุบันผลิตภัณฑ์รองรับประจำเดือนในตลาดกว่า 90% คือผ้าอนามัย และตลาดนี้ก็ถือครองโดย
  3. แบรนด์เท่านั้น ทำให้ผ้าอนามัยมีราคาแพง (ผู้หญิงจ่ายเฉลี่ย 210 บาทต่อเดือนเพื่อซื้อผ้าอนามัย) ยังฝัน เชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้หญิงเรามีทางเลือก นั่นคือการเพิ่มพลังอำนาจให้เรา เพราะเรามีสิทธิที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ตัวเราเองได้

แผนการใช้เงิน

ลำดับ รายการ จำนวน จำนวนเงิน (บาท)
1 ค่าผลิตและจัดจำหน่าย ถ้วยอนามัย ถุงผ้า กล่อง ฉลากผลิตภัณฑ์สำหรับบริจาคเท่านั้น 10000 ถ้วย 2,200,000.00
รวมเป็นเงินทั้งหมด
2,200,000.00
ค่าธรรมเนียมของเทใจ (10%)
220,000.00

ยอดระดมทุน
2,420,000.00

บริจาคให้
มอบ "ถ้วยอนามัย" เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนผ้าอนามัยและปัญหาขยะในประเทศไทย

เลือกการบริจาค

จำนวนเงิน
ช่องทางการชำระเงิน

ชำระผ่านการ สแกน/อัพโหลด QR code ด้วย mobile banking application ของ ธนาคารไทยพานิชย์ ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรี ธนาคารกสิกร ธนาคารออมสิน

คุณจะได้ QR code หลังจากยืนยันการบริจาค

ใบเสร็จเพื่อลดหย่อนภาษี

การบริจาคด้วย QR Code ชื่อ- นามสกุลบนใบเสร็จเพื่อลดหย่อนภาษีจะเป็นชื่อเจ้าของบัญชี Mobile banking
ระบุเพื่อใช้สำหรับส่งอีเมลยืนยันการบริจาค
ระบุเพื่อใช้สำหรับส่งอีเมลยืนยันการบริจาค

สำเนาใบเสร็จจะส่งไปทางอีเมลของคุณ หลังจากการบริจาคสำเร็จแล้ว


ข้อมูลบัตรจะถูกดำเนินการอย่างปลอดภัยด้วยผู้ให้บริการที่ผ่านมาตรฐาน PCI-DSS Compliant Omise logo

ชวนเพื่อนมาบริจาคผ่าน