project เด็กและเยาวชน

Teach For Thailand โครงการครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง

มูลนิธิ Teach for Thailand ดึงบุคคลที่มีศักยภาพจากทุกสาขาวิชา มาสอนในโรงเรียนขยายโอกาสที่ขาดแคลนครู เป็นเวลา 2 ปี เต็ม ให้ได้เรียนรู้จริง ลงมือทำงานในพื้นที่จริง และเห็นต้นตอของปัญหาจริง พอจบ 2 ปีนี้ไป เราจะได้คนรุ่นใหม่ที่จะนำประสบการณ์ตรงและความเข้าใจในปัญหาการศึกษาไปเปลี่ยนแปลงระบบที่เป็นอยู่ผ่านหน้าที่การทำงานของตัวเอง ทุก 1,000 บาทที่คุณบริจาคให้กับมูลนิธิฯนั้นจะส่งผลให้นัก 1 คน ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตลอด 1 เทอมเต็ม

ระยะเวลาโครงการ 01 ม.ค. 2565 ถึง 31 ธ.ค. 2565 พื้นที่ดำเนินโครงการ ระบุพื้นที่: กรุงเทพมหานคร , นครปฐม , กาญจนบุรี , ลพบุรี , นครสวรรค์ , เชียงใหม่ , เชียงราย , น่าน , ขอนแก่น , กาฬสินธุ์ , ระยอง , ชลบุรี , ปราจีนบุรี , ลำปาง , พระนครศรีอยุธยา , นครราชสีมา

ยอดบริจาคขณะนี้

358,569 บาท

เป้าหมาย

1,100,000 บาท
ดำเนินการไปแล้ว 33%
จำนวนผู้บริจาค 90

สำเร็จแล้ว

ความคืบหน้าโครงการ

สร้างครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง 56 คน ให้การศึกษาที่มีคุณภาพให้นักเรียนทั่วประเทศ

10 พฤษภาคม 2023

ทางมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการสรรหาและคัดเลือกจนได้ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 9 มาจำนวน 56 คน จัดการอบรมเป็นเวลา 2 เดือน และได้ส่งไปปฏิบัติงานสอนใน 3 วิชา คือคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ใน 50 โรงเรียนทั่วประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา ร่วมกับครูผู้นำฯ รุ่นที่ 8 จำนวน 42 คน ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ก่อนแล้ว และได้ทำการสอนจบภาคการศึกษาที่ 2/2565 เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งสามารถเข้าถึงนักเรียน 19,000 คน ใน 15 จังหวัดทั่วประเทศไทย ครูผู้นำฯ ทั้ง 101 คนได้เข้าไปมอบการศึกษาที่มีคุณภาพ ผ่านเทคนิคการสอนที่หลากหลาย และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักเรียน ครู และชุมชนรอบข้าง ซึ่งจะมีบริบทท้าทายที่แตกต่างกันให้ครูผู้นำฯ แต่ละท่านได้เผชิญและลงมือแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

โดยนักเรียนมีพัฒนาการทางด้านวิชาการในภาคเรียนที่ 2/2565 ดีขึ้นดังนี้

ในปี 2566 นี้ มูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ กำลังมุ่งสรรหาครูผู้นำฯ รุ่น 10 อีกถึง 80 คน ที่จะเข้ามาปฏิบัติงานในเดือนพฤศจิกายน 2566 นี้ โดยในปีนี้จะมีการร่วมงานกับกรุงเทพมหานครและส่งครูผู้นำฯ ไปปฏิบัติงานในโรงเรียนขาดแคลนในกรุงเทพฯมากขึ้น นอกจากนี้ ยังจะต้องมีการติดตามผลการปฏิบัติงานของครูผู้นำฯรายบุคคล ภาคเรียนละ 2 ครั้ง รวมถึงการอบรมรวมประจำปีของเหล่าครูผู้นำ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งด้วยการปฏิบัติงานที่ต้องการการติดตามผลอย่างใกล้ชิด และการขยายโครงการใหญ่ขึ้นเกือบเท่าตัว ทำให้ในปี 2566 โครงการครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงของมูลนิธิฯ ยังต้องการการสนับสนุนอยู่มาก

ความประทับใจจากผู้ได้รับประโยชน์


พร-ภัทรานิษฐ์ ฤทธิแสง
 ใช้เวลาเพียง 3 ปีครึ่งในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก่อนที่จะได้รับปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์มาครอบครอง ด้วยความที่เรียนจบเร็วกว่าคนอื่น พรจึงได้มีโอกาสได้ไปลองทำงานบริษัท แต่ไม่นาน พรก็ค้นพบว่าโลกในมหาวิทยาลัยกับโลกในการทำงานนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ด้วยความที่พรเป็นนักศึกษาที่ตั้งหน้าตั้งตาเรียน ไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตข้างนอก แถมไม่มีประสบการณ์การทำงาน พรจึงประสบปัญหาในการปรับตัวให้เข้ากับโลกการทำงานนี้ พรจึงมองว่าโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลงนั้นตอบโจทย์ความต้องการในช่วงชีวิตดังกล่าว “โครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลงให้โอกาสเด็กจบใหม่ในการปรับสภาพ และสร้างความคุ้นชินให้กับโลกภายนอกก่อน … ทางโครงการเองไม่ได้ปล่อยให้เราไปเผชิญโลกด้วยตัวเอง มีระบบที่คอยดูแล คอยประคองเราอยู่ พรเลยคิดว่าตรงนี้ตอบโจทย์”


คุณสมใจ
(แม่ของครูก้อย, ครูผู้นำฯ ของโครงการ) ผู้ที่ไม่สนับสนุนให้ลูกสาวเข้าร่วมโครงการนี้มาตั้งแต่แรก ได้เปลี่ยนความคิดหลังจากครูก้อยเริ่มปฏิบัติหน้าที่จริง
“เอาตรงๆคือ พอครูก้อยมาบอกแม่ว่ามันคืออะไร แม่ขอเปิดใจเลยว่าไม่อยากให้ทำ เพราะแม่อยากให้เขาทำงานธนาคารมากกว่า และแม่เองก็ไม่รู้จักโครงการนี้ แต่ครูก้อยเขาบอกว่า ขอหนูลองทำดูก่อนได้ไหมแม่ ให้หนูได้มีประสบการณ์ และหาความรู้ ตอนแรกก็มีทะเลาะกันบ้าง ร้องไห้ แต่แม่ก็บอกเขาว่า ถ้าหนูมีใจรักทางนี้ก็ไป ครูก้อยเขาให้แม่ตัดสินใจ แม่เลยให้ลองทำ ถ้าไม่ดี 2 ปีค่อยเปลี่ยนงานก็ได้
“ครูก้อยเคยมาเล่าให้ฟังว่า แม่ หนูไม่คิดเลยว่าการเป็นครูจะดี และมีเกียรติแบบนี้ เขาเล่าว่าเขามีวินมอเตอร์ไซค์คอยรับส่งเขาตลอด อายุมากกว่าพ่อเขาอีก พอเขาบอกว่าเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนที่เขาสอน วินคนนี้ยกมือไหว้ทุกวัน เรียกครูก้อย และบอกว่าลูกเขาก็เรียนอยู่ที่โรงเรียนนี้ เขาบอกว่าลูกบอกว่าครูก้อยเป็นคนน่ารัก”

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ

กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จำนวนความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
เด็กนักเรียนที่ได้รับการสอนโดยครูผู้นำฯ 1 วิชา นาน 1 ปีการศึกษา114,155 คนนักเรียนมีความเปลี่ยนแปลงด้านผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ ซึ่งในภาคเรียนล่าสุด 2/2565 นักเรียนมีพัฒนาการทางวิชาการสูงขึ้นถึง 29% นอกจากนี้ทักษะที่จำเป็น และ คุณลักษณะที่ส่งเสริมการเรียนรู้ยังมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย
คุณครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง56 คนครูมอบการศึกษาที่มีคุณภาพ ผ่านเทคนิคการสอนที่หลากหลาย และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักเรียน ครู และชุมชนรอบข้าง 
โรงเรียน92 โรงเรียนบุคลากรในโรงเรียนได้แลกเปลี่ยนกระบวนการพัฒนานักเรียนกับครูผู้นำฯ และมีเป้าหมายในการพัฒนานักเรียนร่วมกันในโรงเรียนที่ชัดเจนขึ้น

ภาพประกอบ


นักเรียน
จากโรงเรียนแม่วินสามัคคีกำลังทำกิจกรรมในห้องเรียน ด้วยสื่อการสอนที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการ “ลงมือทำ” หนึ่งในวิธีการสอนที่ครูผู้นำฯ นำไปปรับใช้ เพื่อให้ห้องเรียนวิชาการยากๆไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

ครูปรีชาพล ครูสังคมศึกษา โรงเรียนพัฒนาต้นน้ำขุนคอง ในโครงการนำร่องของมูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยแลนด์หรือโครงการพัฒนาเครือข่ายผู้นำครูสังคมศึกษา นำนักเรียนชั้นมัธยมต้นลงพื้นที่ลำห้วยข้างโรงเรียน เพื่อสำรวจและเก็บหินมาใช้ในการทำสีและย้อมสีจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในวิชาภูมิศาสตร์

นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนหนองใหญ่ ศิริวรวาท จังหวัดชลบุรี กำลังเรียนคำศัพท์เกี่ยวกับอาชีพ ในวิชาภาษาอังกฤษ ก่อนที่จะร่วมทำกิจกรรมกับจิตอาสาจากต่างประเทศ ในกิจกรรมร่วมกับมูลนิธิสวารอฟสกี้ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2565

ครูผู้นำฯ จากโรงเรียนบ้านหลวง อำเภอบ้านหลวง จ น่าน ได้ไปเยี่ยมบ้านนักเรียนในช่วงเวลาหลังเลิกเรียน เพื่อให้เข้าใจบริบทของชุมชนมากขึ้น รวมถึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูผู้นำฯ นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนอีกด้วย

ครูนาว จากโรงเรียนมัธยมป่ากลาง อำเภอปัว จ. น่าน ได้จัดกิจกรรม ให้นักเรียนถ่ายภาพ ตามโจทย์ “take photo around school” โดยมีเงื่อนไขว่า ภาพถ่ายต้องเป็นการเซลฟี่เท่านั้น ต้องมีสมาชิกทุกคนอยู่ในรูปพร้อมโจทย์ที่ได้รับค่ะ แต่ละกลุ่มได้ไม่เหมือนกัน เช่น ภาพนี้เป็นภาพที่ได้โจทย์ว่า “take a photo with something Thai” กิจกรรมนี้เป็นการให้นักเรียนได้คิด ได้จินตนาการเอาเองว่า จะถ่ายรูปออกมาแบบไหน และเราก็จะมาโชว์รูปที่แต่ละรูปได้รับโจทย์และถ่ายมา พร้อมกับ ให้นักเรียนบอกคำศัพท์ที่อยู่ในรูป 3 คำโดยที่เพื่อนๆในกลุ่มจะช่วยกันตอบ

อ่านต่อ »
ดูความคืบหน้าโครงการทั้งหมด

มูลนิธิ Teach for Thailand ดึงบุคคลที่มีศักยภาพจากทุกสาขาวิชา มาสอนในโรงเรียนขยายโอกาสที่ขาดแคลนครู เป็นเวลา 2 ปี เต็ม ให้ได้เรียนรู้จริง ลงมือทำงานในพื้นที่จริง และเห็นต้นตอของปัญหาจริง พอจบ 2 ปีนี้ไป เราจะได้คนรุ่นใหม่ที่จะนำประสบการณ์ตรงและความเข้าใจในปัญหาการศึกษาไปเปลี่ยนแปลงระบบที่เป็นอยู่ผ่านหน้าที่การทำงานของตัวเอง ทุก 1,000 บาทที่คุณบริจาคให้กับมูลนิธิฯนั้นจะส่งผลให้นัก 1 คน ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตลอด 1 เทอมเต็ม

ปัญหาสังคมและวิธีการแก้ไขปัญหา

ปัญหาความไม่เสมอภาคทางการศึกษาของประเทศไทยทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ โดยเราพบว่าเด็กอายุ 15 ของ ประเทศไทยเรียนช้ากว่าเด็กในประเทศอื่น ๆ เฉลี่ย 2 ปี นอกจากนั้นนักศึกษาจบใหม่มากกว่าครึ่งไม่อยากทำอาชีพครู ซ้ำร้าย เด็กที่มาจากครอบครัวรายได้ต่ำ เรียนช้ากว่าคนอื่น 3.8 ปี ซึ่งการแก้ไขปัญหาที่มีความสลับซับซ้อนและถูก สั่งสมมานานจำเป็นต้องใช้ทรัพยากร บุคคลที่มีศักยภาพและเข้าใจปัญหาด้าน การศึกษาอย่างลึกซึ้ง แต่ประเทศไทยกลับขาดแคลนทรัพยากรมนุษย์ที่มี คุณสมบัติดังกล่าวอยู่มาก

มูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ จึงมุ่งสรรหา บุคคลที่มีศักยภาพสูงจากหลากหลาย สาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็น วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ศิลปศาสตร์ หรือแม้กระทั่งแพทยศาสตร์ มาเข้าร่วมโครงการ “ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง” โดยตลอดระยะเวลา 2 ปี ของโครงการ พวกเขาจะได้มีโอกาส ถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการและ เสริมสร้างทักษะที่จำ เป็นให้แก่เยาวชนใน โรงเรียนที่มีบริบทท้าทายและขาดแคลน คุณครู พร้อมกับสัมผัสปัญหาด้านการ ศึกษาผ่านบริบทการสอนในห้องเรียน

แต่ที่สำคัญนั้น ความเข้าใจต่อปัญหาด้านการศึกษาจากประสบการณ์ 2 ปีนี้ จะส่งผลให้ผู้สำเร็จจากโครงการเป็นผู้นำที่มีสามารถทำ งานร่วมกับภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณภาพและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ในท้ายที่สุด

จากการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 9 ปี ที่ผ่านมานั้น มูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ สามารถเข้าถึงนักเรียนมากกว่า 64,000 คนผ่านครูผู้นำฯ 440 คน ในโรงเรียนและชุมชน 99 แห่ง โดยในปี 2565 นี้ มีศิษย์เก่ามากกว่า 250 คนทำงานร่วมกับหลากหลายภาคส่วนเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกแก่นักเรียนมากกว่า 100,000 คนทั่วประเทศไทย

ในปี 2565 นี้ มูลนิธิฯ มีเป้าหมายในการเข้าถึงนักเรียนรวม 16,800 คนผ่านการสอนของครูผู้นำ 108 คน ใน 16 จังหวัด ซึ่งต้องใช้งบประมาณรวม 55.7 ล้านบาท ในการสนับสนุนครูผู้นำ (42%) และการคัดสรร อบรม ติดตามดูแล ทั้งครูผู้นำ และและศิษย์เก่า พร้อมบริหารจัดการและพัฒนา โครงการ (58%)

อย่างไรก็ดี มูลนิธิฯยังขาดเงินทุนในการสนับสนุนโครงการอยู่มาก ซึ่งคุณทุกคนสามารถมีส่วนร่วมเพื่อให้มูลนิธิฯบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ โดยทุก 1,000 บาทที่คุณบริจาคให้กับมูลนิธิฯนั้นจะส่งผลให้นักเรียน 1 คน ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตลอด 1 เทอมเต็ม

https://fb.watch/gi5Wrw7kWM/


ขั้นตอนการดำเนินโครงการ

1. มูลนิธิฯจะทำการสรรหาผู้ที่มีศักยภาพความเป็นผู้นำรอบด้านและมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อสังคมมาเข้าร่วมโครงการ ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการต้องกรอกใบสมัครออนไลน์เพื่อแสดงศักยภาพและความตั้งใจของตนเองในการเข้าร่วมโครงการ ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากใบสมัครจะได้รับการติดต่อให้ทำแบบทดสอบการคิดวิเคราะห์ออนไลน์ ทำแบบทดสอบความรู้พื้นฐานรายวิชาแบบออนไลน์ สัมภาษณ์ผ่านออนไลน์ประมาณ 45 นาที และเข้าร่วม Assessment Center เป็นเวลา 1 วันเต็ม ก่อนที่ได้รับการตอบรับในท้ายที่สุด

2. ครูผู้นำที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมเป็นระยะเวลา 8 - 9 สัปดาห์ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสอนในห้องเรียนจริง จากนั้น จึงปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (fellow) ในโรงเรียนขยายโอกาสเป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อให้เข้าใจปัญหาการศึกษาอย่างลึกซึ้ง และพัฒนาความเป็นผู้นำผ่านการแก้ปัญหาการศึกษาในบริบทที่มีความท้าทายสูง ซึ่งโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการบางโรงเรียนมีปัญหายาเสพติด การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร การพนัน และความรุนแรง ผู้ปกครองส่วนมากประกอบอาชีพรับจ้าง เกษตรกรรม และมีฐานะยากจนถึงปานกลาง โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อครอบครัวต่ำกว่า 150,000 บาทต่อปี นักเรียนส่วนมากมีความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ (literacy) และความรู้พื้นฐานทางการคำนวณ (numeracy) ต่ำกว่าระดับชั้นที่ตนเองศึกษาอยู่ นอกจากนี้ นักเรียนส่วนมากไม่เชื่อว่าตนเองจะประสบความสำเร็จทางการศึกษาได้

3. ผู้สำเร็จโครงการเป็นส่วนสำคัญของเครือข่ายศิษย์เก่าผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Alumni) โดยมูลนิธิฯ จะให้การสนับสนุน ผลักดัน และสรรหาโอกาสเพื่อให้ศิษย์เก่าทำงานในภาคส่วนต่างๆ ของสังคมที่เกี่ยวข้องหรือสนับสนุนการศึกษาของประเทศไทยไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อม รวมถึงผู้ที่กำลังศึกษาต่อในระดับสูงในสาขาวิชาต่าง ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองเพื่อร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในระยะยาวต่อไป


ผู้รับผิดชอบโครงการ

มูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยแลนด์

เลขที่ 102 ชั้น 7 อาคารอรรถกระวี 2

ซ.อารีย์ ถ.สุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน

เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110

02-064-3919


สร้างครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง 56 คน ให้การศึกษาที่มีคุณภาพให้นักเรียนทั่วประเทศ

10 พฤษภาคม 2023

ทางมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการสรรหาและคัดเลือกจนได้ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 9 มาจำนวน 56 คน จัดการอบรมเป็นเวลา 2 เดือน และได้ส่งไปปฏิบัติงานสอนใน 3 วิชา คือคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ใน 50 โรงเรียนทั่วประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา ร่วมกับครูผู้นำฯ รุ่นที่ 8 จำนวน 42 คน ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ก่อนแล้ว และได้ทำการสอนจบภาคการศึกษาที่ 2/2565 เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งสามารถเข้าถึงนักเรียน 19,000 คน ใน 15 จังหวัดทั่วประเทศไทย ครูผู้นำฯ ทั้ง 101 คนได้เข้าไปมอบการศึกษาที่มีคุณภาพ ผ่านเทคนิคการสอนที่หลากหลาย และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักเรียน ครู และชุมชนรอบข้าง ซึ่งจะมีบริบทท้าทายที่แตกต่างกันให้ครูผู้นำฯ แต่ละท่านได้เผชิญและลงมือแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

โดยนักเรียนมีพัฒนาการทางด้านวิชาการในภาคเรียนที่ 2/2565 ดีขึ้นดังนี้

ในปี 2566 นี้ มูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ กำลังมุ่งสรรหาครูผู้นำฯ รุ่น 10 อีกถึง 80 คน ที่จะเข้ามาปฏิบัติงานในเดือนพฤศจิกายน 2566 นี้ โดยในปีนี้จะมีการร่วมงานกับกรุงเทพมหานครและส่งครูผู้นำฯ ไปปฏิบัติงานในโรงเรียนขาดแคลนในกรุงเทพฯมากขึ้น นอกจากนี้ ยังจะต้องมีการติดตามผลการปฏิบัติงานของครูผู้นำฯรายบุคคล ภาคเรียนละ 2 ครั้ง รวมถึงการอบรมรวมประจำปีของเหล่าครูผู้นำ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งด้วยการปฏิบัติงานที่ต้องการการติดตามผลอย่างใกล้ชิด และการขยายโครงการใหญ่ขึ้นเกือบเท่าตัว ทำให้ในปี 2566 โครงการครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงของมูลนิธิฯ ยังต้องการการสนับสนุนอยู่มาก

ความประทับใจจากผู้ได้รับประโยชน์


พร-ภัทรานิษฐ์ ฤทธิแสง
 ใช้เวลาเพียง 3 ปีครึ่งในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก่อนที่จะได้รับปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์มาครอบครอง ด้วยความที่เรียนจบเร็วกว่าคนอื่น พรจึงได้มีโอกาสได้ไปลองทำงานบริษัท แต่ไม่นาน พรก็ค้นพบว่าโลกในมหาวิทยาลัยกับโลกในการทำงานนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ด้วยความที่พรเป็นนักศึกษาที่ตั้งหน้าตั้งตาเรียน ไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตข้างนอก แถมไม่มีประสบการณ์การทำงาน พรจึงประสบปัญหาในการปรับตัวให้เข้ากับโลกการทำงานนี้ พรจึงมองว่าโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลงนั้นตอบโจทย์ความต้องการในช่วงชีวิตดังกล่าว “โครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลงให้โอกาสเด็กจบใหม่ในการปรับสภาพ และสร้างความคุ้นชินให้กับโลกภายนอกก่อน … ทางโครงการเองไม่ได้ปล่อยให้เราไปเผชิญโลกด้วยตัวเอง มีระบบที่คอยดูแล คอยประคองเราอยู่ พรเลยคิดว่าตรงนี้ตอบโจทย์”


คุณสมใจ
(แม่ของครูก้อย, ครูผู้นำฯ ของโครงการ) ผู้ที่ไม่สนับสนุนให้ลูกสาวเข้าร่วมโครงการนี้มาตั้งแต่แรก ได้เปลี่ยนความคิดหลังจากครูก้อยเริ่มปฏิบัติหน้าที่จริง
“เอาตรงๆคือ พอครูก้อยมาบอกแม่ว่ามันคืออะไร แม่ขอเปิดใจเลยว่าไม่อยากให้ทำ เพราะแม่อยากให้เขาทำงานธนาคารมากกว่า และแม่เองก็ไม่รู้จักโครงการนี้ แต่ครูก้อยเขาบอกว่า ขอหนูลองทำดูก่อนได้ไหมแม่ ให้หนูได้มีประสบการณ์ และหาความรู้ ตอนแรกก็มีทะเลาะกันบ้าง ร้องไห้ แต่แม่ก็บอกเขาว่า ถ้าหนูมีใจรักทางนี้ก็ไป ครูก้อยเขาให้แม่ตัดสินใจ แม่เลยให้ลองทำ ถ้าไม่ดี 2 ปีค่อยเปลี่ยนงานก็ได้
“ครูก้อยเคยมาเล่าให้ฟังว่า แม่ หนูไม่คิดเลยว่าการเป็นครูจะดี และมีเกียรติแบบนี้ เขาเล่าว่าเขามีวินมอเตอร์ไซค์คอยรับส่งเขาตลอด อายุมากกว่าพ่อเขาอีก พอเขาบอกว่าเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนที่เขาสอน วินคนนี้ยกมือไหว้ทุกวัน เรียกครูก้อย และบอกว่าลูกเขาก็เรียนอยู่ที่โรงเรียนนี้ เขาบอกว่าลูกบอกว่าครูก้อยเป็นคนน่ารัก”

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ

กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จำนวนความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
เด็กนักเรียนที่ได้รับการสอนโดยครูผู้นำฯ 1 วิชา นาน 1 ปีการศึกษา114,155 คนนักเรียนมีความเปลี่ยนแปลงด้านผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ ซึ่งในภาคเรียนล่าสุด 2/2565 นักเรียนมีพัฒนาการทางวิชาการสูงขึ้นถึง 29% นอกจากนี้ทักษะที่จำเป็น และ คุณลักษณะที่ส่งเสริมการเรียนรู้ยังมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย
คุณครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง56 คนครูมอบการศึกษาที่มีคุณภาพ ผ่านเทคนิคการสอนที่หลากหลาย และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักเรียน ครู และชุมชนรอบข้าง 
โรงเรียน92 โรงเรียนบุคลากรในโรงเรียนได้แลกเปลี่ยนกระบวนการพัฒนานักเรียนกับครูผู้นำฯ และมีเป้าหมายในการพัฒนานักเรียนร่วมกันในโรงเรียนที่ชัดเจนขึ้น

ภาพประกอบ


นักเรียน
จากโรงเรียนแม่วินสามัคคีกำลังทำกิจกรรมในห้องเรียน ด้วยสื่อการสอนที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการ “ลงมือทำ” หนึ่งในวิธีการสอนที่ครูผู้นำฯ นำไปปรับใช้ เพื่อให้ห้องเรียนวิชาการยากๆไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

ครูปรีชาพล ครูสังคมศึกษา โรงเรียนพัฒนาต้นน้ำขุนคอง ในโครงการนำร่องของมูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยแลนด์หรือโครงการพัฒนาเครือข่ายผู้นำครูสังคมศึกษา นำนักเรียนชั้นมัธยมต้นลงพื้นที่ลำห้วยข้างโรงเรียน เพื่อสำรวจและเก็บหินมาใช้ในการทำสีและย้อมสีจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในวิชาภูมิศาสตร์

นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนหนองใหญ่ ศิริวรวาท จังหวัดชลบุรี กำลังเรียนคำศัพท์เกี่ยวกับอาชีพ ในวิชาภาษาอังกฤษ ก่อนที่จะร่วมทำกิจกรรมกับจิตอาสาจากต่างประเทศ ในกิจกรรมร่วมกับมูลนิธิสวารอฟสกี้ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2565

ครูผู้นำฯ จากโรงเรียนบ้านหลวง อำเภอบ้านหลวง จ น่าน ได้ไปเยี่ยมบ้านนักเรียนในช่วงเวลาหลังเลิกเรียน เพื่อให้เข้าใจบริบทของชุมชนมากขึ้น รวมถึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูผู้นำฯ นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนอีกด้วย

ครูนาว จากโรงเรียนมัธยมป่ากลาง อำเภอปัว จ. น่าน ได้จัดกิจกรรม ให้นักเรียนถ่ายภาพ ตามโจทย์ “take photo around school” โดยมีเงื่อนไขว่า ภาพถ่ายต้องเป็นการเซลฟี่เท่านั้น ต้องมีสมาชิกทุกคนอยู่ในรูปพร้อมโจทย์ที่ได้รับค่ะ แต่ละกลุ่มได้ไม่เหมือนกัน เช่น ภาพนี้เป็นภาพที่ได้โจทย์ว่า “take a photo with something Thai” กิจกรรมนี้เป็นการให้นักเรียนได้คิด ได้จินตนาการเอาเองว่า จะถ่ายรูปออกมาแบบไหน และเราก็จะมาโชว์รูปที่แต่ละรูปได้รับโจทย์และถ่ายมา พร้อมกับ ให้นักเรียนบอกคำศัพท์ที่อยู่ในรูป 3 คำโดยที่เพื่อนๆในกลุ่มจะช่วยกันตอบ

แผนการใช้เงิน

ลำดับ รายการ จำนวน จำนวนเงิน (บาท)
1 ค่าดำเนินการสรรหาและคัดเลือกครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงจำนวนสำหรับปี 2665 จำนวน 65 คน 1 ครั้ง 200,000.00
2 ค่าจัดอบรมและสนับสนุนครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง จำนวน 108 คน (ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง รุ่นปี 64 จำนวน 43 คน,ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง รุ่นปี 65 จำนวน 65 คน − การอบรมเตรียมความพร้อมก่อนปฏิบัติงาน − การอบรมของคณะครุศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ − การอบรมพัฒนาความเป็นผู้นำ − การอบรมและการสนับสนุนของเจ้าหน้าที่พัฒนาความเป็นผู้นำ 1 ครั้ง 400,000.00
3 ค่าจัดกิจกรรม เก็บและแบ่งปันข้อมูล เพื่อผลักดันให้ศิษย์เก่ายังทำงานเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่การศึกษา แม้จะจบโครงการไปแล้ว 250 คน 200,000.00
4 ฝ่ายบริหารองค์กรภายใน - ค่าประชาสัมพันธ์และ Marketing - ค่าบริหารทรัพยากรบุคคล -ค่าจัดเก็บและประเมินผลข้อมูล (พนักงานในโครงการจำนวน 24 คน) 24 คน 200,000.00
รวมเป็นเงินทั้งหมด
1,000,000.00
ค่าธรรมเนียมของเทใจ (10%)
100,000.00

ยอดระดมทุน
1,100,000.00