project สิ่งแวดล้อม

เทใจให้ทะเล | taejai4ocean

ร่วมฟื้นฟูป่าชายเลนด้วยการปลูกต้นไม้เพิ่ม 100,000 ต้น เพื่อสร้างแหล่งอาหาร เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดิน เร่งต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

ระยะเวลาโครงการ 5 ธันวาคม 2563 - 8 มิถุนายน 2564 พื้นที่ดำเนินโครงการ ป่าชายเลนคลองทองหลาง ตำบลหล่อยูงอำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงาและป่าชายเลนคลองพารา ตำบลป่าคลอกอำเภอถลางจังหวัดภูเก็ต(อ่าวพังงาตอนใน)

ยอดบริจาคขณะนี้

278,757 บาท

เป้าหมาย

1,650,000 บาท
ดำเนินการไปแล้ว 17%
132 วัน จำนวนผู้บริจาค 96

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อต้องการฟื้นฟูป่าชายเลนที่มีสภาพเสื่อมโทรมจากการบุกรุกทำลาย ที่มีสาเหตุหลักมาจากการขยายตัวของกิจกรรมพัฒนาการท่องเที่ยวที่ไม่ยั่งยืน การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการขยายตัวของเมือง 

วิธีการฟื้นฟูผ่านกิจกรรมสำคัญได้แก่ 

  1. กิจกรรมการเพาะพันธุ์ต้นกล้าไม้ป่าชายเลนรวมทั้งหมด 100,000 ต้น 
  2. กิจกรรมการปลูกต้นไม้เสริมในพื้นที่ที่เสื่อมโทรม เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสมบูรณ์ขึ้น 

กิจกรรมนี้จะส่งผลโดยตรงต่อสมาชิกในชุมชนรอบป่าชายเลน เน้นหนักไปที่กลุ่มผู้หญิงและเด็ก เนื่องจากกลุ่มนี้ได้พึ่งพิงป่าชายเลนในฐานะแหล่งอาหารของครอบครัวและอาชีพเสริม ทั้งการจับสัตว์น้ำ เช่น หอยจุ๊บแจง หอยแครง กุ้งเคย ปูดำ ปลากระบอก พืชผักเช่น ผักหวานป่า ยอดลำเพ็งตลอดจนถึงสมุนไพรต่างๆ เช่น ใบขลู่ เป็นต้น 

นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ป้องกันคลื่นลมและภัยธรรมชาติดังเช่นการป้องกันชุมชนให้รอดพ้นจากภัยสึนามิเมื่อปี พ.ศ. 2547 ตลอดจนการลดปริมาณคาร์บอนให้กับโลก ซึ่งป่าชายเลนสามารถกักเก็บคาร์บอนได้ 6,200 กิโลกรัม/ไร่/ปี มากกว่าป่าบกที่เก็บกักคาร์บอนได้ 1,300 กิโลกรัม/ไร่/ปีเท่านั้น โดยคาดว่ามีผู้หญิงและเด็กได้รับผลประโยชน์โดยตรงจำนวน 1,000 คน จาก 200 ครอบครัว พื้นที่ดำเนินการได้แก่พื้นที่อ่าวพังงา(ตอนใน) ประกอบด้วยป่าชายเลนคลองทองหลางครอบคลุมพื้นที่ 2 ตำบลได้แก่ หล่อยูงอำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงาและป่าชายเลนคลองพารา ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต มีเนื้อที่รวมกันทั้ง 2 พื้นที่กว่า 5,700 ไร่


ปัญหาป่าชายเลนถูกบุกรุกทำลาย สาเหตุหลักมาจากแผนการพัฒนาของจังหวัดภูเก็ตและปริมณฑลที่มุ่งตอบโจทย์ทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ไม่ใช่แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีกิจกรรมสำคัญได้แก่ กิจกรรมการท่องเที่ยวที่รองรับนักท่องเที่ยวกว่า 17 ล้านคนต่อปี และมีแผนที่จะขยายมากขึ้น เช่น การผลักดันให้ภูเก็ตและอ่าวพังงาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางน้ำโลกหรือมารีน่าฮับ กิจกรรมดังกล่าวล้วนนำมาสู่การดำเนินการที่คุกคามและซ้อนทับพื้นที่ป่าชายเลนและความขัดแย้งกับชุมชนที่เพิ่มขึ้นทุกวัน 

ขณะเดียวกันที่ผ่านมา ผู้หญิงและเด็กไม่มีส่วนร่วมในการออกแบบหรือพัฒนาพื้นที่ป่าชายเลน ทั้งที่ผู้หญิงเป็นผู้ที่มีบทบาทหลักและมีองค์ความรู้เรื่องป่าชายเลนในฐานะพื้นที่สร้างความมั่นคงทางด้านอาหารของครอบครัวและชุมชน ที่ผ่านมาทางชุมชนและเครือข่ายชุมชนชายฝั่งอ่าวพังงา ได้ลุกขึ้นแสดงตัวเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบการใช้และบริหารจัดการป่าชายเลน โดยร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พยายามสร้างกลไกการมีส่วนร่วม นำเสนอแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน จนป่าชายเลนเริ่มกลับมามีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นได้ผลระดับหนึ่ง แต่ทิศทางใหญ่ของการพัฒนาจังหวัดและของประเทศยังไม่เปลี่ยน ทิศทางการพัฒนาป่าชายเลนของหน่วยงานภาครัฐเองยังย้อนแย้งกันจำเป็นจะต้องมีการผลักดันและรณรงค์ให้เกิดผลกระทบในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

กิจกรรมปลูกป่าชายเลนเพื่อสร้างพื้นที่อาหารให้ผู้หญิงและเด็กในอ่าวพังงา จึงเป็นปฏิบัติการของชุมชน เป็นปฏิบัติการในชีวิตประจำวัน เพื่อนำเสนอรูปแบบการจัดสรรและออกแบบป่าชายเลนภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นธรรมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณะไปพร้อมๆ กัน

ขั้นตอนการดำเนินโครงการ

  1. จัดประชุมสมาชิกในชุมชนและภาคีที่เกี่ยวข้อง – จัดประชุมเพื่อทำความเข้าใจ กำหนดและวางแผนกิจกรรมร่วมกัน พร้อมกับจัดตั้งเป็นคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรรม 1 ชุด ที่ประกอบไปด้วย สมาชิกในชุมชน กลุ่มผู้หญิง เด็กและเยาวชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 ครั้ง 
  2. เก็บเมล็ดพันธุ์ป่าชายเลนในพื้นที่ป่าชายเลนและชายฝั่ง – คณะทำงานและสมาชิกในชุมชนร่วมกันสำรวจและเก็บรวบรวมเมล็ดหรือฝักของพันธุ์ไม้ในป่าชายเลนและริมชายฝั่ง เช่น โกงกาง แสมดำ แสมขาว แสมทะเล ตะบูน ลำพู ลำแพน ฯลฯ จำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 ฝัก เพื่อจะนำมาเพาะเป็นกล้าไม้พร้อมปลูก จำนวน 2 พื้นที่
  3. เพาะพันธุ์เป็นต้นกล้าไม้ป่าชายเลน - นำเมล็ดพันธุ์หรือฝักพันธุ์ไม้ในป่าชายเลนและริมชายฝั่ง มาเพาะพันธุ์เป็นต้นกล้าในแปลงเพาะพันธุ์ของชุมชน โดยการบรรจุใส่ถุงที่ย่อยสลายได้จำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 ต้น 2 พื้นที่
  4. นำไปปลูกในพื้นที่เสื่อมโทรม -คณะทำงาน สมาชิกในชุมชนและผู้สนใจ ร่วมกันนำพันธุ์ไม้จากแปลงพันธุ์ของชุมชน ไปปลูกในพื้นที่เสื่อมโทรม พร้อมทั้งบันทึกจัดทำเป็นฐานข้อมูล ทั้งชนิดและความหลากหลายของพันธุ์ไม้ที่นำมาปลูก จำนวนที่ปลูก จับพิกัดพื้นที่ปลูกด้วย GPS จำนวน 2 พื้นที่
  5. มีการเฝ้าติดตามผล – คณะทำงานจะมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง โดยการเข้าไปสำรวจการเปลี่ยนแปลง มีการวัดการเจริญการเติบโตของต้นไม้ อัตราการเจริญเติบโต การเปรียบเทียบความแตกต่างของชนิดพันธุ์ไม้ ฯลฯ พร้อมกับบันทึกเป็นข้อมูลของชุมชน เดือนละ 1 ครั้ง  
  6. ประเมินผลการดำเนินกิจกรรมโดยชุมชนและภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ข้อมูลประจำเดือนเป็นฐานในการประเมินผลเพื่อวิเคราะห์ วางแผนการพัฒนาพื้นที่ต่อไปในอนาคต

ผลกระทบที่คาดว่าจะได้รับ

  • มีป่าชายเลนเพิ่มขึ้น จำนวน 100,000 ต้นในพื้นที่ 20 ไร่
  • สัตว์น้ำและพืชผักในป่าชายเลนเพิ่มขึ้นจากเดิม 30%
  • เด็กและเยาวชน จำนวน 400 คน เห็นความสำคัญของป่าชายเลนและมีส่วนร่วมในการสร้างพื้นที่ป่าชายเลนของชุมชน
  • ผู้หญิง จำนวน 600 คน จับสัตว์น้ำและหาอาหารจากป่าชายเลนได้มากขึ้น

เจ้าของโครงการ

คุณวรวัฒน์ สภาวสุ และะปาลิดา ธนาเมธปิยา ร่วมกับสมาคมความมั่นคงด้านอาหารอันดามัน

ไม่มีข้อมูล

แผนการใช้เงิน


รายการจำนวนจำนวนเงิน (บาท)
กล้าไม้ป่าชายเลนพร้อมปลูก 
(ประกอบด้วยฝัก ถุง ดินเพาะ )
100,000 ต้น1,500,000
ค่าดำเนินงานเทใจดอทคอม 10%
(ค่าธรรมเนียมธนาคารและ payment gateway ระบบตรวจสอบติดตามโครงการ และดูแลแพลตฟอร์ม)

150,000

รวม1,650,000

บริจาคให้
เทใจให้ทะเล | taejai4ocean

จำนวนเงิน
ช่องทางการชำระเงิน

ชำระผ่านการ สแกน/อัพโหลด QR code ด้วย mobile banking application ของ ธนาคารไทยพานิชย์ ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรี ธนาคารธนชาต ธนาคารกสิกร ธนาคารออมสิน

คุณจะได้ QR code หลังจากยืนยันการบริจาค

เว้นว่างไว้หากไม่ประสงค์ออกนาม

สำเนาใบเสร็จจะส่งไปทางอีเมลของคุณ หลังจากการบริจาคสำเร็จแล้ว

· ลบ
บ้านเลขที่ หมู่ที่ ถนน
แขวง/ตำบล เขต/อำเภอ จังหวัด รหัสไปรษณีย์

ข้อมูลบัตรจะถูกดำเนินการอย่างปลอดภัยด้วยผู้ให้บริการที่ผ่านมาตรฐาน PCI-DSS Compliant Omise logo

ชวนเพื่อนมาบริจาคผ่าน