โครงการสิ่งแวดล้อม

กองทุนรักษาเต่าบาดเจ็บ

ช่วยเหลือและรักษาพยาบาล เต่าและตะพาบไทยในธรรมชาติ ที่เจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ โดยไม่มีเจ้าของดูแล ให้กลับมามีสุขภาพที่ดี หายจากความเจ็บป่วย และได้รับการปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติได้อีกครั้ง

ระยะเวลาโครงการ 1 ปี พื้นที่ดำเนินโครงการ ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถ.อังรีดูนังต์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

ยอดบริจาคขณะนี้

52,690 บาท

เป้าหมาย

500,000 บาท
ดำเนินการไปแล้ว 11%
165 วัน จำนวนผู้บริจาค 39

ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จะมีเต่า ตะพาบน้ำ เจ็บป่วยที่ไม่มีเจ้าของเข้ามารับการรักษาเป็นจำนวนประมาณ 300-500 ตัวต่อปี

เคสส่วนใหญ่ที่เราพบจะมีทั้ง....
เต่าทะเลเกยตื้นเพราะกินขยะ กินพลาสติก
เต่ากินเหรียญ สิ่งแปลกปลอมต่างๆ 
เต่าที่โดนรถทับกระดองแตก

บรรยายภาพ : สัตวแพทย์หญิง ดร. นันทริกา ชันซื่อและอาสาสมัครตรวจสุขภาพเต่าที่เตรียมปล่อยกลับธรรมชาติ

การดูแลเต่าและตะพาบน้ำแต่ละตัวจะแตกต่างกันตามอาการที่พบเจอ รวมถึงระยะเวลาที่ป่วย หรือความรุนแรงที่ประสบมา

เต่าบางรายที่มีอาการหนักและจำเป็นต้องอาศัยการผ่าตัดในการรักษา มีค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000-20,000 บาทต่อเคส โดยแต่ละเคสที่ทำการช่วยเหลือแบบเร่งด่วนแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อคือการรักษาจนกว่าจะหายเป็นปกติ เพื่อที่จะนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ หรือสถานที่ที่ห่างไกลจากชุมชนเมือง มีอาหารในธรรมชาติเพียงพอและเหมาะสม และเป็นแหล่งอาศัยท้องถิ่นของเต่าและตะพาบชนิดนั้นๆ เพื่อคืนชีวิตและแพร่ขยายพันธุ์ต่อไป ซึ่งเป็นการอนุรักษ์พันธุ์เต่าไทยในประเทศไทยให้มีชีวิตเเละจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น

ดังนั้นนอกเหนือค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ฉุกเฉินแล้ว ยังมีค่าอาหารและยาประมาณ 3,000 – 5,000 บาทต่อเดือนที่ต้องการใช้ดูแล

บรรยายภาพ : เคสเต่าได้รับบาดเจ็บที่ส่งมารักษาที่ศูนย์วิจัยสัตว์น้ำ

ทางศูนย์จัดตั้งกองทุนช่วยชีวิตสัตว์น้ำ โดยเปิดเป็นกองทุนรับบริจาคจากผู้ใจดีที่ให้ความเมตตากับเต่าป่วยและพิการ แต่ค่าใช้จ่ายก็ยังไม่เพียงพอกับจำนวนเต่าที่เข้ามารักษาในโครงการ เนื่องจากการรักษาเต่าแต่ละตัว โดยเฉพาะเต่าที่ประสบอุบัติเหตุนั้นต้องอาศัยระยะเวลาในการรักษานานกว่าจะหายเป็นปกติ ร่วมกับการใช้วัสดุอุปกรณ์ เทคโนโลยี เครื่องมือทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ จำนวนมากในการรักษา ซึ่งทางโครงการยังขาดแคลนและต้องการทุนในการจัดซื้ออย่างต่อเนื่อง

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • การช่วยเหลือและการรักษาเต่าและตะพาบท้องถิ่นของไทย จะมีทั้ง เต่าบัว เต่านา เต่าหับ เต่าดำ เต่าเหลือง ตะพาบน้ำ รวมถึงเต่าทะเล ที่มีอาการเจ็บป่วยจากการมีชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม การเลี้ยงดูที่ไม่ถูกต้อง ถูกคุกคามจากการขยายพื้นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ที่ได้รับอันตรายหรือประสบอุบัติเหตุ ในหลายกรณี เช่น ถูกรถทับ ติดเบ็ดหรืออุปกรณ์ประมงต่าง ๆ โดนมนุษย์หรือสัตว์อื่นทำร้าย และเต่าที่พิการไม่สามารถทำการปล่อยกลับสู่ธรรมชาติได้
  • ส่วนเต่าทะเลที่เข้ามารักษาที่ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ส่วนหนึ่งเป็นเต่าธรรมชาติที่ไม่มีเจ้าของหรือเป็นเต่าที่ลักลอบเลี้ยงมาแบบผิดวิธีแล้วนำมาบริจาค รวมถึงเต่าทะเลเกยตื้นที่กินขยะทะเลต่างๆ พวกพลาสติก เหรียญ สิ่งแปลกปลอม เต่าและตะพาบ 

ขั้นตอนการดำเนินโครงการ

  1. เจ้าหน้าที่ได้รับการติดต่อจากบุคคลที่พบเจอเต่าประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วย สัตวแพทย์จะอธิบายวิธีการช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนที่จะนำเต่าเข้ามารับการรักษาที่ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ
  2. เมื่อสัตว์ถูกส่งตัวเข้ามาที่ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายโดยละเอียดและให้การรักษาพยาบาลตามอาการที่มา โดยส่วนใหญ่จะต้องทำแผล ให้ยา ให้สารน้ำ ป้อนอาหาร กายภาพบำบัด การผ่าตัด และบางตัวอาจจะต้องอาศัยเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดพิเศษต่างๆ เพื่อใช้ในการวินิจฉัยและรักษาโรค เช่น x-ray , ultrasound, endoscopes, CT scan ร่วมด้วย
  3. เต่าที่เจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุมาแต่ละรายนั้น จะมีระยะเวลาในการรักษาไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับอาการและความเสียหายของร่างกาย โดยเฉพาะในส่วนของกระดอง การรักษาจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือน จนถึง 1 ปี โดยจะมีสัตวแพทย์ที่มีความชำนาญดูแลเต่าจนกว่าจะหายเป็นปกติ ก่อนที่จะนำไปฟื้นฟูร่างกายให้พร้อมกลับสู่ธรรมชาติต่อไป
  4. เต่าที่ไม่สามารถปล่อยกลับสู่ธรรมชาติได้ เช่น เต่าที่โดนรถทับในตำแหน่งสำคัญทำให้เกิดความพิการ หรือโดนตัดบริเวณใบหน้าและดวงตา ส่งผลให้หากินเองในธรรมชาติไม่ได้ ทางโครงการจะต้องให้การดูแลไปตลอดชีวิต
  5. เมื่อรักษาเต่า ตะพาบน้ำ และเต่าทะเล จนหายแล้วทางโครงการร่วมกับชมรมรักษ์เต่า จะนำสัตว์ที่หายดี สุขภาพแข็งแรง ไปปล่อยในธรรมชาติ โดยจะมีทีมสำรวจพื้นที่จากชมรมฯ ช่วยหาพื้นที่ที่ห่างไกลชุมชน ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ หรือเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ที่มีอาหารเพียงพอกับสัตว์ เพื่อป้องกันมิให้ได้รับอันตรายอีก

บรรยายภาพ : พาเต่ากลับบ้านกัน

ประโยชน์ของโครงการ  

สนับสนุนค่ารักษา ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์และค่าอาหารเพื่อช่วยเหลือชีวิตเต่า ตะพาบน้ำ และเต่าทะเลของไทยที่เจ็บป่วย หรือ ประสบอุบัติเหตุ ให้ได้มียาและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพและเพียงพอในการรักษาพยาบาล เป็นการช่วยกันอนุรักษ์พันธุ์เต่าและตะพาบน้ำไทย เช่น เต่าบัว เต่านา เต่าหับ เต่าดำ เต่าเหลือง ตะพาบไทย รวมถึงเต่าทะเล ให้อยู่ในธรรมชาติต่อไปเพื่อสร้างสมดุลให้กับธรรมชาติ และไม่ตัดโอกาสการในมีชีวิตของเต่าที่ได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยเหล่านั้นในการที่จะได้กลับมามีสุขภาพที่ดีและดำรงชีวิตต่อไปอีกครั้ง

สมาชิกภายในทีม 

  • รองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร. นันทริกา ชันซื่อ
  • สัตวแพทย์หญิง ดร. ฐนิดา เหตระกูล
  • นายสัตวแพทย์ นรภัทร โตวณะบุตร
  • นายสัตวแพทย์ ปฏินันท์ รุกขชาติ
  • นายสัตวแพทย์ ชัยรัตน์ ซุ้มกอทอง
  • สัตวแพทย์หญิง เมธิรา เลิศหิรัญวงศ์
  • สัตวแพทย์หญิง นิธิวดี เกษจำรัส
  • สัตวแพทย์หญิง ชญานิศ ดาวฉาย
  • สัตวแพทย์หญิง ธนัชพร ตันติวีรกุล
  • นายสัตวแพทย์ สิรวิชญ์ ศรีศิริ
  • นายสัตวแพทย์ สฤษฏ์ปกรณ์ สมิทธิวงศ์
  • นางสาวสุภมาศ แซ่เฮง

ภาคี

ชมรมรักษ์เต่า

ไม่มีข้อมูล

แผนการใช้เงิน


ค่ารักษา ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์และค่าอาหารเพื่อช่วยเหลือชีวิตเต่า ตะพาบน้ำ และเต่าทะเลของไทย500,000 บาท

บริจาคให้
กองทุนรักษาเต่าบาดเจ็บ

จำนวนเงิน
ช่องทางการชำระเงิน
ข้อมูลบัตรเครดิต
/
เว้นว่างไว้หากไม่ประสงค์ออกนาม

สามารถขอใบเสร็จเพื่อหักลดหย่อนภาษีได้เมื่อมียอดบริจาคขั้นต่ำ 250 บาท

ไม่ต้องระบุหากใช้ที่อยู่เดียวกันกับ ที่อยู่บนใบเสร็จ

ข้อมูลบัตรจะถูกดำเนินการอย่างปลอดภัยด้วยผู้ให้บริการที่ผ่านมาตรฐาน PCI-DSS Compliant Omise logo

ชวนเพื่อนมาบริจาคผ่าน