โครงการสิ่งแวดล้อม

โรงพยาบาลสัตว์น้ำเคลื่อนที่

ในแต่ละปีเราสูญเสียสัตว์น้ำหายากไปมาก ถ้าเรามีหน่วยพยาบาลสัตว์น้ำเคลื่อนที่ที่ดีและรวดเร็วขึ้น สัตว์น้ำเหล่านี้จะอยู่คู่อ่าวไทยของเราได้อีกนาน มาร่วมบริจาครักษาชีวิตสัตว์น้ำกัน

ระยะเวลาโครงการ 1 ปี พื้นที่ดำเนินโครงการ กรุงเทพ

ยอดบริจาคขณะนี้

317,911 Baht

เป้าหมาย

300,000 Baht
ดำเนินการไปแล้ว 106%
จำนวนผู้บริจาค 375

สำเร็จแล้ว

ความคืบหน้าโครงการ

ความคืบหน้าโครงการโรงพยาบาลสัตว์น้ำเคลื่อนที่

23 กุมภาพันธ์ 2017

สัตวแพทย์หญิงฐนิดา เหตระกูล สัตวแพทย์ประจำ ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า

"การที่มีอุปกรณ์ที่ครบและสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว จะช่วยให้สัตวแพทย์ทำการวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ และให้การรักษาได้ทันท่วงที ไม่ต้องรอทำการเคลื่อนย้ายสัตว์ในระยะไกลเพื่อมาโรงพยาบาลหรือสถานที่พักฟื้น ช่วยให้สัตว์ไม่เครียดและลดการกระทบกระเทือนจากการเคลื่อนย้าย นอกจากนี้อุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉินเบื้องต้น จะช่วยให้สัตว์พ้นจากขีดอันตรายในช่วงแรกได้อีกด้วย"

มาร่วมกันช่วยชีวิตสัตว์น้ำเหล่านี้ได้ที่ โรงพยาบาลสัตว์น้ำเคลื่อนที่

ประมวลภาพการช่วยเหลือสัตว์น้ำที่ผ่านมา

ช่วยเต่าทะเลเกยตื้น ติดเบ็ด หรือติดอวนชาวประมง 



ปลากระเบนเจ้าพระยาที่ถูกตกและแทงด้วยฉมวกเป็นแผลฉกรรจ์หลายจุด



ช่วยเต่าน้ำจืดจากที่ดินที่บ่อน้ำกำลังจะถูกถม และช่วยเต่าจากแหล่งน้ำเน่าเสีย ไม่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของเต่า



ช่วยปลาโลมาและปลาวาฬเกยตื้น


อ่านเพิ่มเติม »
ดูความคืบหน้าโครงการทั้งหมด

ที่มาและความสำคัญโครงการ

สัตว์ป่าก็สามารถได้รับบาดเจ็บ และต้องการความช่วยเหลือจากสัตวแพทย์เช่นกัน ในความเป็นจริงสัตว์ป่าไม่ได้มีแต่บนบกหรือในป่าเท่านั้น แต่ใต้ผืนน้ำก็มีอีกหลายชีวิตหลากสายพันธุ์ที่ต้องการการดูแลช่วยเหลือจากสัตวแพทย์

ยกตัวอย่างเช่นเรื่องราวของโรซี่

โรซี่เป็นปลาโรนินเพศเมียปลาหายากที่บาดเจ็บและถูกช่วยเหลือโดยความร่วมมือของทีมสัตวแพทย์จากศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ร่วมกับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่จังหวัดระยอง หลังจากการรักษาอาการบาดเจ็บเบื้องต้นสุขภาพของโรซี่ดีขึ้นมาก และเข้าสู่ช่วงพักฟื้นรอวันที่จะปล่อยคืนสู่ท้องทะเลเพื่อเป็นแม่ของประชากรปลาโรนินที่เหลืออยู่น้อยมากในท้องทะเลไทย แต่ทว่าสองวันถัดมา ช่วงเช้ามืดของวันแม่ เรากลับต้องสูญเสียโรซี่ไปตลอดกาล ผลจากการชันสูตรพบว่าเธอตายจากอาการช็อค ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงความเค็มของน้ำในบ่อพักฟื้น ซึ่งในคืนก่อนวันแม่นั้นมีฝนตกหนักในพื้นที่ บ่อพักฟื้นชั่วคราวที่หาได้ในยามฉุกเฉิน ไม่พร้อมรับมือนำ้ฝนที่กระหน่ำลงมาได้และตายไปในที่สุด

ซึ่งโรซี่เองก็ไม่ใช่สัตว์ทะเลหายากตัวแรกที่เราสูญเสียไป แต่ยังมีสัตว์อีกมากมาย อาทิเช่น โลมา เต่าทะเล วาฬ ที่ต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์

ทีมสัตว์แพทย์จากศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [Veterinary Medical Aquatic animal Research Center (VMARC)] เป็นหนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่ออกลงพื้นที่ในการให้การรักษากู้ชีวิตสัตว์น้ำต่างๆ รวมไปถึงสัตว์ทะเลหายากที่ต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ อย่างเช่น ปลาโรนิน เต่า โลมา วาฬ พะยูน กระเบน เป็นต้น การรักษาพยาบาลสัตว์น้ำนั้นเป็นการรักษานอกสถานที่เกือบทั้งหมด การที่ทีมสัตวแพทย์สามารถติดตั้งศูนย์ปฏิบัติงานภาคสนามเคลื่อนที่ จะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของทีมสัตวแพทย์สัตว์น้ำ และเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของสัตว์น้ำเหล่านี้ เพื่อให้สืบอยู่ในท้องทะเลไทยต่อไป

ประโยชน์ของโครงการ

  • สามารถให้การรักษาสัตว์น้ำต่างๆ ที่ได้รับบาดเจ็บด้วยความรวดเร็วอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เพิ่มอัตราการมีชีวิตรอดและรักษาประชากรสัตว์น้ำหายากต่างๆ ของไทย

กิจกรรมที่จะดำเนินโครงการ :

จัดตั้งโรงพยาบาลเคลื่อนที่สำหรับสัตว์น้ำ ซึ่งจะประกอบด้วยสระที่ถอดประกอบได้, เต็นท์คลุม, ปั๊มอากาศ/ออกซิเจน, ปั๊มน้ำ, เครื่องกรองน้ำ และเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการรักษาพยาบาล สัตว์น้ำในภาคสนามอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดสามารถพกพาเพื่อออกทำงานนอกสถานที่ได้โดยสะดวก

เป้าหมายระยะที่ 1 : water filtration /salt pool/water pump/temp reader/ air pump
เป้าหมายระยะที่ 2 : blood gas machine / water monitoring unit / รถเปิดข้าง
 
หน่วยศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ Facebook: VMARC
ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ Facebook: Dr. Nantarika Chansue

สมาชิกภายในทีม :

ชื่อ สัตวแพทย์หญิงฐนิดา เหตระกูล Thanida Haetrakul 
สัตวแพทย์ประจำ ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬา รักในการทำงานช่วยเหลือสัตว์น้ำ เต่า และสัตว์ทะเล ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย มาเป็นระยะเวลา 10 ปีตั้งแต่เรียนจบการได้สัมผัสกับสัตว์เหล่านี้ ทำให้ได้รู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นชีวิตเล็กๆอย่างปลาหางนกยูง หรือจะใหญ่อย่างโลมาและวาฬ ก็มีคุณค่าเท่ากัน และทำให้หมอมีกำลังใจในการทำงานและดีใจมากทุกครั้งที่สัตว์ทุกตัวหายเป็นปรกติและได้กลับไปดำรงชีวิตอยู่ในธรรมชาติได้อีกครั้ง 
ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ Facebook: Dr. Nantarika Chansue
 
หน่วยศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ Facebook: VMARC
 

ภาคี :

ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ทีมสัตวแพทย์จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ความคืบหน้าโครงการโรงพยาบาลสัตว์น้ำเคลื่อนที่

23 กุมภาพันธ์ 2017

สัตวแพทย์หญิงฐนิดา เหตระกูล สัตวแพทย์ประจำ ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า

"การที่มีอุปกรณ์ที่ครบและสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว จะช่วยให้สัตวแพทย์ทำการวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ และให้การรักษาได้ทันท่วงที ไม่ต้องรอทำการเคลื่อนย้ายสัตว์ในระยะไกลเพื่อมาโรงพยาบาลหรือสถานที่พักฟื้น ช่วยให้สัตว์ไม่เครียดและลดการกระทบกระเทือนจากการเคลื่อนย้าย นอกจากนี้อุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉินเบื้องต้น จะช่วยให้สัตว์พ้นจากขีดอันตรายในช่วงแรกได้อีกด้วย"

มาร่วมกันช่วยชีวิตสัตว์น้ำเหล่านี้ได้ที่ โรงพยาบาลสัตว์น้ำเคลื่อนที่

ประมวลภาพการช่วยเหลือสัตว์น้ำที่ผ่านมา

ช่วยเต่าทะเลเกยตื้น ติดเบ็ด หรือติดอวนชาวประมง 



ปลากระเบนเจ้าพระยาที่ถูกตกและแทงด้วยฉมวกเป็นแผลฉกรรจ์หลายจุด



ช่วยเต่าน้ำจืดจากที่ดินที่บ่อน้ำกำลังจะถูกถม และช่วยเต่าจากแหล่งน้ำเน่าเสีย ไม่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของเต่า



ช่วยปลาโลมาและปลาวาฬเกยตื้น


แผนการใช้เงินบริจาค

เป้าหมาย Phase 1 : อุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นในการออกสนาม

รายการ ราคารวม (บาท)
1.บ่อน้ำเคลื่อนที่สำหรับใช้งานรักษาสัตว์น้ำ (Sofpool) 250,000
2.เครื่องปั๊มอากาศ/ปั๊มออกซิเจน 8,000
3.เครื่องปั๊มน้ำ 12,000
4.เครื่องกรองน้ำ 15,000
5.หูฟังตรวจโรคสำหรับใช้งานในน้ำ 15,000
รวมเป็นเงินทั้งหมด 300,000