โครงการเด็กและเยาวชน

แหล่งเรียนรู้เด็กข้ามชาติ จ.นครศรีธรรมราช

ทุนเพียง 400 บาทของคุณ สามารถหนุนการศึกษาเด็กพลัดถิ่นให้เติบโตเป็นคนดีของสังคมได้

ระยะเวลาโครงการ 1ปี พื้นที่ดำเนินโครงการ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช

ยอดบริจาคขณะนี้

83,040 บาท

เป้าหมาย

132,000 บาท
ดำเนินการไปแล้ว 63%
32 วัน จำนวนผู้บริจาค 45

พื้นที่ในอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งทรัพยากรทางทะเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ จึงเป็นแหล่งอาชีพของชุมชนในพื้นที่และแรงงานต่างชาติมาเป็นชาวประมง และใช้แรงงานในอุตสาหกรรมประมง

ปัจจุบันมีแรงงานข้ามชาติหลากหลายสัญชาติเดินทางเข้ามาใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก ไม่ต่ำกว่า 1,000 คน ทั้งที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายและไม่ขึ้นทะเบียน ยังไม่นับรวมแรงงานจากเรือประมงจังหวัดอื่น ๆ ที่เดินทางนำเรือมาขึ้นปลาที่แพในอำเภอขนอม

จากการสำรวจมูลนิธิรักษ์ไทย พบว่า แรงงานที่ปักหลักสร้างครอบครัวในพื้นที่อำเภอขนอมอยู่อาศัยเป็นครอบครัว มีลูกๆ ทั้งที่มาจากประเทศต้นทางหรือมาเกิดในประเทศไทย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปี ไม่ต่ำกว่า 200 คน


บรรยายภาพ : ภาพเจ้าหน้าที่มูลนิธิรักษ์ไทยเป็นอาสาสมัครมาสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้แก่เด็กนักเรียนในศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติ ฯ

เพื่อให้เด็กๆ เหล่านี้เข้าถึงการศึกษาอันเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้เด็กๆ ได้เติบโตเป็นคนดีมีคุณค่าต่อตนเอง ครอบครัว และประเทศตนเองและประเทศไทย มูลนิธิรักษ์ไทยจึงเห็นความจำเป็นที่จะส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กพลัดถิ่น โดยเริ่มดำเนินการก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติตามอัธยาศัยมาในปี 2548 ในปีแรกมีเด็กเข้ารับการศึกษาจำนวน 80 คน แต่ปีต่อๆ มา จำนวนเด็กที่เข้ารับการศึกษากลับลดลงเรื่อย ๆ ปัจจุบันเหลือเด็กที่อยู่ในความดูแล 25 คน เนื่องจากปัญหาค่าแรงของผู้ปกครองค่อนข้างต่ำ ค่าใช้จ่ายในแต่ล่ะเดือนไม่เพียงพอ จึงไม่มีกำลังส่งลูกหลานเรียนหนังสือต่อได้ เป็นสาเหตุให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา เด็กหลายคนต้องกลายเป็นผู้ใช้แรงงานเร็วกว่าวัยอันควร ขาดการศึกษาที่จำเป็น และการทำงานในสภาพแวดล้อม เช่น แพปลา ไม่ปลอดภัย สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งเด็กที่อยู่ห้องแถวในแพเพียงลำพังมีโอกาสในถูกละเมิดทางเพศหรือถูกทำร้ายได้

ศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติตามอัธยาศัย จึงเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลอดภัยที่เด็กได้รวมตัวกันทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่เสริมศักยภาพ เพิ่มทักษะชีวิตแก่เด็กๆ ให้สอดคล้องกับบริบทและสภาพแวดล้อมของคนพลัดถิ่น หากเมื่อวันหนึ่งเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาในระบบ ก็จะสามารถปรับตัวและสามารถเรียนต่อได้ หรือหากเติบโตในประเทศไทยก็จะมีทักษะชีวิตส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดี และสร้างประโยชน์ให้สังคมไทยได้


บรรยายภาพ :  น้องนูนูวิง เด็กนักเรียนหญิงที่เป็นเด็กที่อายุน้อยที่สุดในศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติ ฯ กำลังฝึกเขียนตัวอักษรภาษาพม่า

“ทิ้งฝันตัวเอง สานต่อให้น้องทั้ง 2 คน”

น้องยี่สิบ อดีตนักเรียนศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติตามอัธยาศัย จากโครงการฟ้ามิตร 1 (พ.ศ. 2552) น้องยี่สิบเคยวาดฝันไว้ว่า จะตั้งใจเรียนเพื่อให้การศึกษาเป็นบันไดที่ทำให้เขาหลุดพ้นจากการใช้แรงงาน ไม่ต้องถูกใช้แรงงานเหมือนพ่อกับแม่ แต่สุดท้ายความฝันของน้องยี่สิบก็พังลง เพราะพ่อทิ้งไปมีครอบคัวใหม่และแม่ด่วนจากไป น้องยี่สิบจึงกลายเป็นเสาหลักของครอบครัวในวัย 16 ปี ต้องออกจากระบบการศึกษามาทำงานหาเช้ากินค่ำ ดูแลน้องทั้ง 2 คน (สามสิบและน้ำอ้อย) ความฝันที่จะใช้การศึกษาเพื่อหลุดพ้นจากชีวิตแรงงานต้องยุติลง เขาจึงได้ส่งต่อความฝันนั้นให้น้องอีก 2 คน ด้วยการทำงานหาเงินส่งน้องสามสิบและน้ำอ้อยเรียน น้องทั้งสองได้ได้เข้ามาเรียนที่ศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติตามอัธยาศัยตามที่พี่ชายหวังไว้ ปัจจุบันน้ำอ้อยได้เข้าศึกษาโรงเรียนในระบบของรัฐจากการช่วยเหลือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและน้ำพักน้ำแรงของยี่สิบ 


บรรยายภาพ : ภาพการรวมกลุ่มทำแบบฝึกหัดวิชาคณิตศาสตร์

เป้าหมายของเรา

1. เด็กที่ติดตามครอบครัวแรงงานพลัดถิ่นได้เข้าถึงการศึกษาในศูนย์เรียนรู้ทางเลือกในชุมชนใกล้ที่พักแรงงานข้ามชาติ เพื่อให้เด็กมีความรู้ความสามารถ มีทักษะชีวิตในการปกป้องตนเองไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิ ได้เรียนรู้ถึงการเข้าถึงช่องทางการร้องเรียนและได้รับความช่วยเหลือตามกระบวนการยุติธรรม

2. เด็กมีพื้นที่ปลอดภัย มีศูนย์กลางในการมาพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้ทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ร่วมกันอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน 

3. เพื่อให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ตามระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสามารถกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับเป้าหมาย วิถีชีวิต และบริบทของสังคมของชาวเมียนมาร์ได้อย่างยั่งยืน โดยผู้ปกครองเข้ามีส่วนร่วมในการกำหนดและวางแผนหลักสูตรทางเลือก

4. เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาครัฐ ท้องถิ่น นายจ้าง ผู้ประกอบการ โรงเรียนในระบบการศึกษาไทยตระหนักถึงความสำคัญและส่งเสริมการดำเนินการของศูนย์การเรียนรู้เด็กผู้ติดตามแรงงานข้ามชาติอย่างยั่งยืน ลดปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้น ทำให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกันในอนาคต

ไม่ว่าเด็กเหล่านี้จะเป็นลูกหลานแรงงานข้ามชาติหรือเด็กไทย น้องๆ เหล่านี้ควรมีสิทธิได้รับการศึกษาที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพพวกเขาให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของสังคม การสนับสนุนจากท่านด้วยเงินเพียง 400 บาท สามารถสานฝันให้น้องๆ ได้ศึกษาเรียนรู้ได้อย่างมาก

ไม่มีข้อมูล

แผนการใช้เงิน


รายการจำนวนจำนวนเงิน(บาท)
1.เงินเดือนครูพม่า 1 คน เดือนละ 5,500 บาท x 12 เดือน12 เดือน66,000
2. ค่าเช่าสถานที่เดือนละ 3,000 บาท x 12 เดือน12 เดือน36,000
3. ค่าน้ำค่าไฟเดือนละประมาณ 500 บาท x 12 เดือน12 เดือน6,000
4. ค่าน้ำดื่มเด็กเดือนละ 500 บาท x 12 เดือน12 เดือน6,000
5. อุปกรณ์เครื่องเขียน(สมุดดินสอปากกา) 500 บาท x 12 เดือน12 เดือน6,000
6.ค่าธรรมเนียมเทใจ
12,000
รวมทั้งหมด
132,000


บริจาคให้
แหล่งเรียนรู้เด็กข้ามชาติ จ.นครศรีธรรมราช

จำนวนเงิน
ช่องทางการชำระเงิน

ชำระผ่านการ สแกน/อัพโหลด QR code ด้วย mobile banking application ของ ธนาคารไทยพานิชย์ ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรี ธนาคารธนชาต ธนาคารกสิกร ธนาคารออมสิน

คุณจะได้ QR code หลังจากยืนยันการบริจาค

เว้นว่างไว้หากไม่ประสงค์ออกนาม

สำเนาใบเสร็จจะส่งไปทางอีเมลของคุณ หลังจากการบริจาคสำเร็จแล้ว

· ลบ
บ้านเลขที่ หมู่ที่ ถนน
แขวง/ตำบล เขต/อำเภอ จังหวัด รหัสไปรษณีย์

ข้อมูลบัตรจะถูกดำเนินการอย่างปลอดภัยด้วยผู้ให้บริการที่ผ่านมาตรฐาน PCI-DSS Compliant Omise logo

ชวนเพื่อนมาบริจาคผ่าน