project เด็กและเยาวชน

มื้อกลางวันอิ่มท้องสมองสดใส....เพื่อเด็กชายขอบ

ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา มูลนิธิกระจกเงาเปิดทำการเรียนการสอนแก่เด็กชายขอบกลุ่มลูกหลานแรงงานเคลื่อนย้ายในภาคเกษตรกรรม พื้นที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ขอเปิดระดมทุนค่าอาหารและนมเฉลี่ยวันละ 31 บาทต่อวันเพื่อให้เด็กนักเรียน 168 คนตลอดปีการศึกษา เพราะศูนย์ฯไม่ได้งบประมาณอุดหนุนใด ๆ

ระยะเวลาโครงการ ตลอดปี พื้นที่ดำเนินโครงการ ระบุพื้นที่: ตำบลแม่ข่า อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ (ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา)

ยอดบริจาคขณะนี้

693,097 บาท

เป้าหมาย

1,203,048 บาท
ดำเนินการไปแล้ว 58%
189 วัน จำนวนผู้บริจาค 1,122

ความคืบหน้าโครงการ

มื้อกลางวันอิ่มท้องที่ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา ปี 2566

24 พฤษภาคม 2024

ทางศูนย์การเรียนได้ดำเนินการจัดกิจกรรมในเรื่องของการประกอบอาหาร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาทุกคน ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการประกอบอาหารกลางวัน เพื่อรับประทานภายในศูนย์การเรียน ซึ่งในทุกๆ ภาคการศึกษา คุณครูทุกคนของศูนย์การเรียนก็จะมีการประชุมหารือ ร่วมกับครูที่ดูแลโภชนาการ เพื่อจัดทำตารางอาหารและวิธีการจัดหาวัตถุดิบ สำหรับนำมาประกอบอาหารกลางวัน โดยทุกเมนูที่จะนำมาประกอบอาหาร จะต้องอิงถึงหลักโภชนาการ คุณค่าทางสารอาหารทั้ง 5 หมู่ ที่นักเรียนในแต่ละคนจะต้องได้รับ ซึ่งวัตถุดิบหลักๆ ที่นำมาประกอบอาหาร จะเป็นวัตถุดิบที่มีอยู่ในพื้นที่ สามารถหาได้ตามตลาดนัดของชุมชน เป็นพืชผลที่อยู่ในฤดูกาลนั้นๆ

สำหรับตารางกิจกรรมการประกอบอาหารของนักเรียน ก็จะแบ่งเวรให้นักเรียนในแต่ละระดับชั้น ดังนี้

  • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จะอยู่เวรวันจัทร์
  • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 อยู่วันอังคาร
  • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อยู่วันพุธ
  • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อยู่วันพฤหัสบดี
  • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อยู่วันศุกร์

ในทุกๆ ครั้งที่นักเรียนแต่ละคนจะมาทำเวรอาหาร จะมีคุณครูประจำชั้นและครูผู้ดูแลโภชนาการในโรงอาหารคอยให้ความรู้ ตั้งแต่กระบวนการก่อนจะประกอบอาหาร ผู้ที่จะประกอบอาหารนั้น ไม่เพียงแต่จะต้องคำนึงถึงรสชาติของอาหาร โภชนาการ คุณค่าของสารอาหาร หรือความสุขดิบของอาหารเพียงเท่านั้น สิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้ คือความสะอาดในการประกอบอาหาร นั่นเป็นสิ่งที่ครูได้เน้นย้ำนักเรียนทุกคนที่เป็นเวรประกอบอาหารจะต้องตรวจเช็คตนเอง ว่าเนื้อตัวสะอาดสะอ้าน เล็บไม่ยาว หรือดำ ต้องล้างมือ สวมใส่หมวก ผ้ากันเปื้อน และถุงมือทุกครั้งที่จะต้องมาประกอบอาหาร

ในการเตรียมวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารก็เช่นกัน วัตถุดิบจะต้องมีความสะอาด สดใหม่ และปราศจากสารปนเปื้อน แต่เราอาจหลีกเลี่ยงได้ยากที่จะไม่ให้ผักหรือเนื้อสัตว์มีสารปนเปื้อน ครูและนักเรียนทุกคนที่เป็นเวรประจำวัน จึงต้องพิถีพิถันในขั้นตอนของการล้างทำความสะอาดผักและเนื้อสัตว์ ก่อนนำมาประกอบอาหาร นักเรียนทุกคน จะได้รับหน้าที่ในการประกอบอาหารแต่ละครั้งแตกต่างกันไป บางครั้งจะได้จัดเตรียมวัตถุดิบในส่วนของเตรียมผัก หั่นผัก บางครั้งจะได้เตรียมวัตถุดิบในส่วนของเนื้อสัตว์ หรือบางครั้งก็จะได้อยู่ในส่วนของการตรวจเช็คดูแลความสะอาดของอุปกรณ์ทำอาหาร และพื้นที่ในโรงอาหาร

แม้ว่าในแต่ละครั้งนักเรียนทุกคนจะมีหน้าที่ในส่วนที่ได้รับผิดชอบไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ครูคอยเน้นย้ำเสมอคือนักเรียนทุกคนถือเป็นคนสำคัญ และหากขาดส่วนใดหรือใครไป การประกอบอาหารของเราก็อาจจะเกิดความล่าช้า ซึ่งการมีส่วนร่วมของนักเรียนเป็นความสำคัญอย่างมาก เมื่อการประกอบอาหารเสร็จสิ้นลง ไม่ได้หมายความว่าหน้าที่ของเวรที่รับผิดชอบการประกอบอาหารเสร็จสิ้นเรียบร้อย นักเรียนจะต้องล้างเครื่องครัว อุปกรณ์ในการประกอบอาหารให้สะอาด จากนั้นนำเข้าที่เหมือนเดิม รวมถึงพื้นที่ในการประกอบอาหาร พื้นที่รับประทานอาหาร พื้นที่หลังโรงอาหารที่เป็นพื้นที่ล้างถาดข้าวของโรงอาหาร

และขั้นตอนที่สำคัญต่อจากนั้นคือการจัดการกับเศษอาหารที่มีในทุกๆ ครั้ง ซึ่งหากเราไม่มีระบบจัดการเศษอาหารที่ดี ปัญหาที่จะนำมาคือของเสีย ส่งกลิ่นเหม็นเน่า เป็นที่เพาะเชื้อของเชื้อโรคต่างๆ และเป็นศูนย์รวมของแมลงวันที่จะเข้ามาตอมเศษอาหารได้ ครูผู้ดูแลจะพานักเรียนที่มีทักษะและพละกำลังในการขุดหลุม เพื่อนำเศษอาหารไปฝังดินที่แปรงเกษตรของศูนย์การเรียน ซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับจากการนำเศษอาหารมาฝังนั้นก็มีมากมาย นอกจากจะไม่ทำให้โรงอาหารเป็นที่เพาะเชื้อโรคแล้ว ก็ยังทำให้ดินนั้นมีปุ๋ยเพิ่มยิ่งขึ้น เกิดความสมดุลย์และมีจุรินทรีย์ที่ดีๆ อยู่ในดินเพิ่มขึ้นด้วย

หลังจากที่ภารกิจของการประกอบอาหารได้แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยทั้งหมดแล้ว ครูและนักเรียนก็จะมีการถอดบทเรียนเพิ่มเติมร่วมกันทุกครั้ง เพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้กันเสมอ นักเรียนหลายคนเกิดการตั้งคำถามในระหว่างประกอบอาหาร บางคนได้คลายความสงสัยจากการได้มาร่วมประกอบอาหาร หรือบางคนมีข้อเสนอแนะในการปรกอบอาหาร ซึ่งนั่นไม่เพียงแต่ทำให้ครูและนักเรียนได้รับทักษะในการประกอบอาหาร แต่ยังทำให้ครูและนักเรียน ได้กลับมาทบทวน มีกระบวนการคิด วิเคราะห์ แยกแยะมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่ได้รับจากโครงการ

  • หลักการในการประกอบอาหารที่ถูกต้อง มีความสะอาด ถูกสุขลักษณะ และคุณค่าของสารอาหารที่กับนักเรียน
  • ตารางเมนูอาหารและวัตถุดิบสำหรับนำมาประกอบอาหาร ที่มีความสอดคล้องกับพื้นที่ วัฒนธรรม รวมถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชน
  • องค์ความรู้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในโรงอาหาร
  • ทักษะของการประกอบอาหาร การเลือกซื้อวัตถุดิบ การจัดเก็บวัตถุดิบ การทำความสะอาดวัตถุดิบ
  • การมีส่วนร่วมของนักเรียนและคุณครูในแต่ละช่วงชั้น
  • การบำรุงรักษาพื้นที่ภายในศูนย์การเรียน
  • วิธีในการจัดการเศษอาหารให้ถูกวิธี
  • การปลูกฝังจิตอาสา แนวทาง แนวคิดสำหรับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีพื้นที่ในการใช้สอยอย่างยั่งยืน และได้รับประโยชน์สูงสุด

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนและหลังทำกิจกรรม

  • นักเรียนมีพฤติกรรมที่เริ่มคำนึงถึงโภชนาการ และคุณค่าของสารอาหารที่ได้รับมากยิ่งขึ้น ซึ่งช่วงแรกๆ ของการประกอบอาหาร มักจะมีคำถามว่าทำไมถึงถูกห้ามไม่ให้ปรุงอาหารอยู่เสมอ และเมื่อได้เรียนรู้ถึงข้อเสียของพฤติกรรมในการปรุงอาหารหรือการเลือกรับประทานอาหารบางอย่าง อาจส่งผลเสียต่อภาวะการเจริญเติบ และพัฒนาการต่างๆ ของร่างกาย นักเรียนก็จะเริ่มระมัดระวังการรับประทาน การปรุงอาหารที่มากเกินความจำเป็น
  • ความรู้และความเข้าใจในการประกอบอาหารที่ถูกต้อง มีนักเรียนหลายคนมักจะประกอบอาหารโดยการไม่ล้างวัตถุดิบ เพราะมีความเชื่อว่า หากวัตถุดิบถูกปรุงสุกแล้ว เชื้อโรคต่างๆ ก็จะตายไปกับความร้อน
  • ทักษะของการประกอบอาหารให้มีรสชาติที่อร่อย พอดี ไม่หวาน ไม่เค็ม ไม่เผ็ด หรือไม่จืดจนเกินไป
  • นักเรียนรู้จักเครื่องปรุง และเมนูที่จะนำเครื่องปรุงมาประกอบอาหารให้ถูกต้อง
  • นักเรียนมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ในการประกอบอาหาร หรือจัดเตรียมวัตถุดิบต่างๆ
  • นักเรียนมีส่วนร่วมและมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง
  • ครูได้กระบวนการเพิ่มมามากขึ้น และมีมุมมองของการทำอาหารที่กว้างยิ่งขึ้น
  • ทุกคนอยากจะช่วยกันรักษาพื้นที่ในโรงอาหารให้สะอาด เพื่อที่จะทำให้เป็นพื้นที่ที่น่าเข้าไปใช้ประโยชน์

ข้อสรุปและข้อเสนอแนะ

  • อยากเพิ่มองค์ความรู้ให้กับคุณครูและนักเรียนในเรื่องของการจัดการเศษอาหาร เศษขยะ แต่ละประเภทให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สัตว์ หรือผู้คนในบริเวณใกล้เคียง และอยากให้องค์ความรู้ที่ได้รับนั้นคงอยู่คู่กับศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา กับคุณครูและนักเรียนทุกคนตลอดไป
  • สำหรับกิจกรรมที่ได้ดำเนินการภายใต้โครงการก็ยังถือว่าต้องพัฒนาต่อไป และยังต้องทำให้เกิดความต่อเนื่อง เพื่อสร้างความยั่งยืนที่แท้จริงให้กับศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา
ความประทับใจของผู้ที่ได้รับประโยชน์ 

 “ สิ่งที่ประทับใจคืออาหารมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นค่ะ นักเรียนชั้นอนุบาลก็รับประทานอาหารได้เยอะขึ้น ส่วนมากก็จะลุกมาเติมอาหารตลอด มีส่วนน้อยที่จะไม่เติมอาหาร แล้วก็เห็นนักเรียนได้รับคุณค่าทางสารอาหารที่เหมาะสม ก็ทำให้มีพัฒนาการในด้านการเจริญเติบโตเป็นไปตามวัยค่ะ ” นางคำกู่ ไม่มีนามสกุล ชื่อเล่น ครูคำกู่ (คุณครูศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา)

 “ ในช่วงระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการก็ได้รับองค์ความรู้หลายอย่างค่ะ ทั้งในเรื่องของคุณค่าของสารอาหาร การเลือกซื้อวัตถุดิบ การจัดเตรียมพื้นที่สำหรับประกอบอาหาร รวมถึงการจัดการกับเศษอาหารที่เกิดขึ้นหลังจากที่นักเรียนทุกคนรับประทานอาหารแล้วเหลือเศษอาหารทิ้งไว้ในถัง สิ่งนี้ทำให้เราได้เห็นว่า นักเรียนมีความชื่นชอบอะไร ไม่ชื่อชอบอะไร และเมนูไหน ที่เป็นเมนูที่นักเรียนชอบรับประทานมากที่สุด ก็ดีใจมากๆ เลยค่ะ ที่ได้รับองค์ความรู้และทักษะสำหรับการทำงานในโรงอาหารเพิ่มมากขึ้น ขอบคุณนักเรียนทุกๆ คนด้วยค่ะ ที่มาร่วมกันประกอบอาหาร ถ้าไม่มีนักเรียน ก็น่าจะไม่ได้เห็นมุมมอง ไม่ได้แลกเปลี่ยนกันมากขนาดนี้ค่ะ ” นางสาววริศรา ดอกปาน ชื่อเล่น ครูเอิร์น ( คุณครูผู้แลอาหารและโภชนาการศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา)

 “ ความประทับใจของผม ผมรู้สึกดีใจนะครับ เพราะว่าผมก็ไม่คิดว่าจะได้มาทำอาหารให้น้องๆ เพื่อนๆ กับคุณครูได้ทานด้วยกัน พอได้ทำทุกสัปดาห์ก็รอให้ถึงวันที่จะทำกับข้าว ลุ้นว่าจะได้เมนูอะไร วัตถุดิบมีอะไรบ้าง ผมเริ่มชื่นชอบที่จะได้ทำกับข้าว ชอบที่เวลาได้ชั่งตวงเครื่องปรุง แล้วก็ต้องให้อยู่ในโภชนาการที่เหมาะสมด้วย มีอะไรที่ต้องคำนวณเยอะ ก็เปลี่ยนการทำอาหารของผมไปเลย เลาอยู่ที่บ้าน ถ้าได้ทำกับข้าว ผมก็จะเริ่มคิดแล้วว่าต้องใส่น้ำปลาเท่าไหร่ ใส่น้ำตาลเท่าไหร่ โดยเอาช้อนมากะเอาครับ สนุกขึ้นมากๆ เลยครับ ” นายวันดี ลุงก่ำ ชื่อเล่น วันดี (นักเรียนศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา)

 “ ความประทับใจของหนูที่ได้เข้ามาทำอาหารก็เป็นการได้ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ค่ะ ได้เรียนรู้การทำอาหาร เพราะอยู่บ้านแม่ก็เป็นคนทำให้ทานค่ะ หนูก็อยู่ทานอย่างเดียว ช่วงแรกๆ ไม่รู้จักอะไรเลยค่ะ จับมีดก็กลัวๆ ไม่รู้ว่าอุปกรณ์ทำอาหารมีอะไรบ้าง พอได้มาทำกับข้าวทุกสัปดาห์ ก็เริ่มรู้จักอุปกรณ์ในการทำอาหารมากขึ้น สามารถทำกับข้าวทานเองที่บ้านได้ เวลาแม่ไม่อยู่บ้านค่ะ แล้วก็ได้แยกเศษอาหารด้วยค่ะ ปกติที่บ้านจะไม่แยกเลย บางครั้งถ้าทานไม่หมดก็แค่เอาไปคลุกข้าวให้หมาที่บ้าน หรือบางครั้งก็เททิ้งแถวนา ต้นไม้ หรือไม่ก็ครองระบายน้ำค่ะ ตอนนี้ได้รู้จักวิธีการจัดการกับขยะและเศษอาหารที่ทานไม่หมด มันได้ประโยชน์ แล้วก็ไม่ต้องทนเหม็นกับกลิ่นของเศษอาหารที่เน่าแล้วค่ะ ” เด็กหญิงพองหลาว ไม่มีนามสกุล (นักเรียนศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา)

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ
กลุ่มที่ได้รับประโยชน์อธิบายจำนวนที่ได้ประโยชน์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
เด็กเล็กนักเรียนชั้นอนุบาล ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา61 คนเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลได้ทานอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน มีพัฒนาการที่เจริญเติบโตสมวัย
เด็กโตนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา213 คนนักเรียนชั้นประถมศึกษาของศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา ได้องค์ความรู้ในการทำอาหาร การจัดเตรียมวัตถุดิบ การดูแลและใส่ใจหลักสุขอนามัย และการจัดการขยะ เศษอาหารที่ถูกวิธี
คุณครูคุณครูของศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา10 คนคุณครูมีองค์ความรู้เพิ่มมากขึ้น ที่จะนำมาอบรมให้กับนักเรียน ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจและให้ความรู้อย่างถูกต้อง
ครูอาสาสมัครกลุ่มครูนักศึกษาฝึกงาน8 คนนักศึกษาฝึกงานที่ได้เข้ามาร่วมกันแบ่งปันและเรียนรู้ในโครงการนี้ ทำให้มุมมองของการจัดการเรียนรู้ เพิ่มมิติให้กับศูนย์การเรียนหลายมิติ การจัดกิจกรรมมีความสนุก ไม่น่าเบื่อ เพราะมีนักศึกษาฝึกงานคอยเพิ่มเติมข้อมูลที่ตนเองได้เรียนรู้มา
ระบบนิเวศพื้นที่ในโรงอาหาร และพื้นที่ใกล้เคียงของศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา6 ไร่ระบบนิเวศโดยรอบๆ ของศูนย์การเรียนเริ่มมีคุณภาพที่ดีขึ้น ทั้งคุณภาพของดิน คุณภาพของน้ำ และอากาศ ที่เราพยายามจะจัดการกับเศษอาหาร ให้ถูกวิธี นั่นเริ่มนำมาเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะเมื่อเราไม่ทิ้งเศษอาหารไปตามแนวระบายน้ำ ก็ทำให้น้ำสะอาดขึ้น ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าของเศษอาหาร อากาศก็สดชื่น ถ่ายเทมากยิ่งขึ้น
ชุมชนพ่อค้า แม่ค้าในตลาดหมู่บ้านหล่ายฝาง ตำบลแม่ข่า อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่4 ร้านค้าพ่อค้าแม่ค้าในชุมชนได้มีรายได้ จากการซื้อวัตถุดิบ มาประกอบอาหาร ถือเป็นการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชน
รูปภาพการดำเนินกิจกรรม






อ่านต่อ »
ดูความคืบหน้าโครงการทั้งหมด

ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา มูลนิธิกระจกเงาเปิดทำการเรียนการสอนแก่เด็กชายขอบกลุ่มลูกหลานแรงงานเคลื่อนย้ายในภาคเกษตรกรรม พื้นที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ขอเปิดระดมทุนค่าอาหารและนมเฉลี่ยวันละ 31 บาทต่อวันเพื่อให้เด็กนักเรียน 168 คนตลอดปีการศึกษา เพราะศูนย์ฯไม่ได้งบประมาณอุดหนุนใด ๆ

ปัญหาสังคมและวิธีการแก้ไขปัญหา

อาหารกลางวันที่โรงเรียน อาจเป็นหนึ่งมื้อของวัน ที่เป็นโอกาสในการเข้าถึงอาหารปลอดภัยและครบหมู่ เพื่อการเจริญเติบโตให้มีพัฒนาการที่สมวัย

ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะขับเคลื่อนการศึกษาเพื่อปวงชน หรือ Education for All มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภายใต้มติคณะรัฐมนตรี 5 กรกฎาคม 2548 เรื่องการขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับคนทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย และกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิขององค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน พ.ศ. 2555 ซึ่งกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีสิทธิได้รับสิทธิ ประโยชน์ตามควรแก่กรณี ดังต่อไปนี้ 

(1) การสนับสนุนจากรัฐให้มีความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดูบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบ 

(2) เงินอุดหนุนจากรัฐสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนด 

(3) การลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด 

ซึ่งที่ผ่านมาศูนย์การเรียน ไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยแบ่งเป็น 3 ประเด็นดังนี้ 

ประเด็นที่ 1 เด็กนักเรียน ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ตาม พระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ.2542 มาตรา 14 และมาตรา 61 คือ ไม่ได้รับเงินสนับสนุนการศึกษาจากรัฐและไม่ได้ลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายทางการศึกษา  

ประเด็นที่ 2 กฎกระทรวง ว่าด้วยสิทธิขององค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน พ.ศ.2555 ข้อ 13 ระบุว่า “ศูนย์การเรียนอาจได้รับสิทธิประโยชน์ด้านเงินอุดหนุนจากรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรเอกชนอื่นสำหรับการจัดการศึกษาได้” ทั้งนี้คำว่า “อาจ” ขัดแย้งกับ มาตรา 14 และมาตรา 61 ของพระราชบัญญัติการศึกษา อาจส่งผลต่อการตีความทางกฎหมาย ทำให้ศูนย์การเรียนไม่ได้รับเงินสนับสนุนด้านการศึกษาและสิทธิประโยชน์ทางการศึกษาจากภาครัฐ  

ประเด็นที่ 3 ปัจจุบันภาครัฐไม่ได้มีการแจกแจงงบประมาณการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบอย่างชัดเจน และไม่มีหน่วยงานโดยตรงที่รับผิดชอบการศึกษานอกระบบ ที่ผ่านมาภาคีเครือข่ายการศึกษาทางเลือกได้มีการร่างข้อเสนอให้ภาครัฐตั้งคณะกรรมการเพื่อดูแลและสนับสนุนงบประมาณรายหัวให้กับเด็กในศูนย์การเรียน แต่กระบวนการยังล่าช้า และยังไม่มีการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ในปัจจุบันศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยายังไม่ได้รับการสนับสนุนอาหาร นม จากรัฐ และได้รับการสนับจากภาคประชาสังคมเป็นหลัก

กิจกรรมดังกล่าวแก้ไขปัญหาอะไรได้ เกิดประโยชน์ต่อสังคมด้านใด และสามารถต่อยอดโครงการเพื่อให้เกิดความยั่งยืนได้อย่างไร

เด็กนักเรียนจำนวน 168 คน สามารถเข้าถึงอาหาร และนมตามหลักโภชนาการ ทำให้มีพัฒนาการที่สมวัย แก้ปัญหาด้านการเข้าถึงโภชนาการที่ถูกต้องสมวัย และอนาคตเด็กนักเรียนจะได้ขยายผลสู่การผลิตวัตถุดิบเอง ซึ่งปฎิเสธไม่ได้ว่านักเรียนเหล่านี้ ในอนาคตก็จะกลายเป็นพลเมืองที่อยู่ในสังคมของเรา และกลายเป็นอนาคตของประเทศ


ขั้นตอนการดำเนินโครงการ

จัดบริการอาหารกลางวันและนมให้นักเรียน 168 คน เปิดทำการเรียนการสอนจำนวน 210 วัน ใน 1 ปีการศึกษา 

ผู้รับผิดชอบโครงการ

มูลนิธิกระจกเงา


มื้อกลางวันอิ่มท้องที่ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา ปี 2566

24 พฤษภาคม 2024

ทางศูนย์การเรียนได้ดำเนินการจัดกิจกรรมในเรื่องของการประกอบอาหาร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาทุกคน ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการประกอบอาหารกลางวัน เพื่อรับประทานภายในศูนย์การเรียน ซึ่งในทุกๆ ภาคการศึกษา คุณครูทุกคนของศูนย์การเรียนก็จะมีการประชุมหารือ ร่วมกับครูที่ดูแลโภชนาการ เพื่อจัดทำตารางอาหารและวิธีการจัดหาวัตถุดิบ สำหรับนำมาประกอบอาหารกลางวัน โดยทุกเมนูที่จะนำมาประกอบอาหาร จะต้องอิงถึงหลักโภชนาการ คุณค่าทางสารอาหารทั้ง 5 หมู่ ที่นักเรียนในแต่ละคนจะต้องได้รับ ซึ่งวัตถุดิบหลักๆ ที่นำมาประกอบอาหาร จะเป็นวัตถุดิบที่มีอยู่ในพื้นที่ สามารถหาได้ตามตลาดนัดของชุมชน เป็นพืชผลที่อยู่ในฤดูกาลนั้นๆ

สำหรับตารางกิจกรรมการประกอบอาหารของนักเรียน ก็จะแบ่งเวรให้นักเรียนในแต่ละระดับชั้น ดังนี้

  • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จะอยู่เวรวันจัทร์
  • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 อยู่วันอังคาร
  • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อยู่วันพุธ
  • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อยู่วันพฤหัสบดี
  • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อยู่วันศุกร์

ในทุกๆ ครั้งที่นักเรียนแต่ละคนจะมาทำเวรอาหาร จะมีคุณครูประจำชั้นและครูผู้ดูแลโภชนาการในโรงอาหารคอยให้ความรู้ ตั้งแต่กระบวนการก่อนจะประกอบอาหาร ผู้ที่จะประกอบอาหารนั้น ไม่เพียงแต่จะต้องคำนึงถึงรสชาติของอาหาร โภชนาการ คุณค่าของสารอาหาร หรือความสุขดิบของอาหารเพียงเท่านั้น สิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้ คือความสะอาดในการประกอบอาหาร นั่นเป็นสิ่งที่ครูได้เน้นย้ำนักเรียนทุกคนที่เป็นเวรประกอบอาหารจะต้องตรวจเช็คตนเอง ว่าเนื้อตัวสะอาดสะอ้าน เล็บไม่ยาว หรือดำ ต้องล้างมือ สวมใส่หมวก ผ้ากันเปื้อน และถุงมือทุกครั้งที่จะต้องมาประกอบอาหาร

ในการเตรียมวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารก็เช่นกัน วัตถุดิบจะต้องมีความสะอาด สดใหม่ และปราศจากสารปนเปื้อน แต่เราอาจหลีกเลี่ยงได้ยากที่จะไม่ให้ผักหรือเนื้อสัตว์มีสารปนเปื้อน ครูและนักเรียนทุกคนที่เป็นเวรประจำวัน จึงต้องพิถีพิถันในขั้นตอนของการล้างทำความสะอาดผักและเนื้อสัตว์ ก่อนนำมาประกอบอาหาร นักเรียนทุกคน จะได้รับหน้าที่ในการประกอบอาหารแต่ละครั้งแตกต่างกันไป บางครั้งจะได้จัดเตรียมวัตถุดิบในส่วนของเตรียมผัก หั่นผัก บางครั้งจะได้เตรียมวัตถุดิบในส่วนของเนื้อสัตว์ หรือบางครั้งก็จะได้อยู่ในส่วนของการตรวจเช็คดูแลความสะอาดของอุปกรณ์ทำอาหาร และพื้นที่ในโรงอาหาร

แม้ว่าในแต่ละครั้งนักเรียนทุกคนจะมีหน้าที่ในส่วนที่ได้รับผิดชอบไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ครูคอยเน้นย้ำเสมอคือนักเรียนทุกคนถือเป็นคนสำคัญ และหากขาดส่วนใดหรือใครไป การประกอบอาหารของเราก็อาจจะเกิดความล่าช้า ซึ่งการมีส่วนร่วมของนักเรียนเป็นความสำคัญอย่างมาก เมื่อการประกอบอาหารเสร็จสิ้นลง ไม่ได้หมายความว่าหน้าที่ของเวรที่รับผิดชอบการประกอบอาหารเสร็จสิ้นเรียบร้อย นักเรียนจะต้องล้างเครื่องครัว อุปกรณ์ในการประกอบอาหารให้สะอาด จากนั้นนำเข้าที่เหมือนเดิม รวมถึงพื้นที่ในการประกอบอาหาร พื้นที่รับประทานอาหาร พื้นที่หลังโรงอาหารที่เป็นพื้นที่ล้างถาดข้าวของโรงอาหาร

และขั้นตอนที่สำคัญต่อจากนั้นคือการจัดการกับเศษอาหารที่มีในทุกๆ ครั้ง ซึ่งหากเราไม่มีระบบจัดการเศษอาหารที่ดี ปัญหาที่จะนำมาคือของเสีย ส่งกลิ่นเหม็นเน่า เป็นที่เพาะเชื้อของเชื้อโรคต่างๆ และเป็นศูนย์รวมของแมลงวันที่จะเข้ามาตอมเศษอาหารได้ ครูผู้ดูแลจะพานักเรียนที่มีทักษะและพละกำลังในการขุดหลุม เพื่อนำเศษอาหารไปฝังดินที่แปรงเกษตรของศูนย์การเรียน ซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับจากการนำเศษอาหารมาฝังนั้นก็มีมากมาย นอกจากจะไม่ทำให้โรงอาหารเป็นที่เพาะเชื้อโรคแล้ว ก็ยังทำให้ดินนั้นมีปุ๋ยเพิ่มยิ่งขึ้น เกิดความสมดุลย์และมีจุรินทรีย์ที่ดีๆ อยู่ในดินเพิ่มขึ้นด้วย

หลังจากที่ภารกิจของการประกอบอาหารได้แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยทั้งหมดแล้ว ครูและนักเรียนก็จะมีการถอดบทเรียนเพิ่มเติมร่วมกันทุกครั้ง เพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้กันเสมอ นักเรียนหลายคนเกิดการตั้งคำถามในระหว่างประกอบอาหาร บางคนได้คลายความสงสัยจากการได้มาร่วมประกอบอาหาร หรือบางคนมีข้อเสนอแนะในการปรกอบอาหาร ซึ่งนั่นไม่เพียงแต่ทำให้ครูและนักเรียนได้รับทักษะในการประกอบอาหาร แต่ยังทำให้ครูและนักเรียน ได้กลับมาทบทวน มีกระบวนการคิด วิเคราะห์ แยกแยะมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่ได้รับจากโครงการ

  • หลักการในการประกอบอาหารที่ถูกต้อง มีความสะอาด ถูกสุขลักษณะ และคุณค่าของสารอาหารที่กับนักเรียน
  • ตารางเมนูอาหารและวัตถุดิบสำหรับนำมาประกอบอาหาร ที่มีความสอดคล้องกับพื้นที่ วัฒนธรรม รวมถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชน
  • องค์ความรู้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในโรงอาหาร
  • ทักษะของการประกอบอาหาร การเลือกซื้อวัตถุดิบ การจัดเก็บวัตถุดิบ การทำความสะอาดวัตถุดิบ
  • การมีส่วนร่วมของนักเรียนและคุณครูในแต่ละช่วงชั้น
  • การบำรุงรักษาพื้นที่ภายในศูนย์การเรียน
  • วิธีในการจัดการเศษอาหารให้ถูกวิธี
  • การปลูกฝังจิตอาสา แนวทาง แนวคิดสำหรับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีพื้นที่ในการใช้สอยอย่างยั่งยืน และได้รับประโยชน์สูงสุด

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนและหลังทำกิจกรรม

  • นักเรียนมีพฤติกรรมที่เริ่มคำนึงถึงโภชนาการ และคุณค่าของสารอาหารที่ได้รับมากยิ่งขึ้น ซึ่งช่วงแรกๆ ของการประกอบอาหาร มักจะมีคำถามว่าทำไมถึงถูกห้ามไม่ให้ปรุงอาหารอยู่เสมอ และเมื่อได้เรียนรู้ถึงข้อเสียของพฤติกรรมในการปรุงอาหารหรือการเลือกรับประทานอาหารบางอย่าง อาจส่งผลเสียต่อภาวะการเจริญเติบ และพัฒนาการต่างๆ ของร่างกาย นักเรียนก็จะเริ่มระมัดระวังการรับประทาน การปรุงอาหารที่มากเกินความจำเป็น
  • ความรู้และความเข้าใจในการประกอบอาหารที่ถูกต้อง มีนักเรียนหลายคนมักจะประกอบอาหารโดยการไม่ล้างวัตถุดิบ เพราะมีความเชื่อว่า หากวัตถุดิบถูกปรุงสุกแล้ว เชื้อโรคต่างๆ ก็จะตายไปกับความร้อน
  • ทักษะของการประกอบอาหารให้มีรสชาติที่อร่อย พอดี ไม่หวาน ไม่เค็ม ไม่เผ็ด หรือไม่จืดจนเกินไป
  • นักเรียนรู้จักเครื่องปรุง และเมนูที่จะนำเครื่องปรุงมาประกอบอาหารให้ถูกต้อง
  • นักเรียนมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ในการประกอบอาหาร หรือจัดเตรียมวัตถุดิบต่างๆ
  • นักเรียนมีส่วนร่วมและมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง
  • ครูได้กระบวนการเพิ่มมามากขึ้น และมีมุมมองของการทำอาหารที่กว้างยิ่งขึ้น
  • ทุกคนอยากจะช่วยกันรักษาพื้นที่ในโรงอาหารให้สะอาด เพื่อที่จะทำให้เป็นพื้นที่ที่น่าเข้าไปใช้ประโยชน์

ข้อสรุปและข้อเสนอแนะ

  • อยากเพิ่มองค์ความรู้ให้กับคุณครูและนักเรียนในเรื่องของการจัดการเศษอาหาร เศษขยะ แต่ละประเภทให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สัตว์ หรือผู้คนในบริเวณใกล้เคียง และอยากให้องค์ความรู้ที่ได้รับนั้นคงอยู่คู่กับศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา กับคุณครูและนักเรียนทุกคนตลอดไป
  • สำหรับกิจกรรมที่ได้ดำเนินการภายใต้โครงการก็ยังถือว่าต้องพัฒนาต่อไป และยังต้องทำให้เกิดความต่อเนื่อง เพื่อสร้างความยั่งยืนที่แท้จริงให้กับศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา
ความประทับใจของผู้ที่ได้รับประโยชน์ 

 “ สิ่งที่ประทับใจคืออาหารมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นค่ะ นักเรียนชั้นอนุบาลก็รับประทานอาหารได้เยอะขึ้น ส่วนมากก็จะลุกมาเติมอาหารตลอด มีส่วนน้อยที่จะไม่เติมอาหาร แล้วก็เห็นนักเรียนได้รับคุณค่าทางสารอาหารที่เหมาะสม ก็ทำให้มีพัฒนาการในด้านการเจริญเติบโตเป็นไปตามวัยค่ะ ” นางคำกู่ ไม่มีนามสกุล ชื่อเล่น ครูคำกู่ (คุณครูศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา)

 “ ในช่วงระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการก็ได้รับองค์ความรู้หลายอย่างค่ะ ทั้งในเรื่องของคุณค่าของสารอาหาร การเลือกซื้อวัตถุดิบ การจัดเตรียมพื้นที่สำหรับประกอบอาหาร รวมถึงการจัดการกับเศษอาหารที่เกิดขึ้นหลังจากที่นักเรียนทุกคนรับประทานอาหารแล้วเหลือเศษอาหารทิ้งไว้ในถัง สิ่งนี้ทำให้เราได้เห็นว่า นักเรียนมีความชื่นชอบอะไร ไม่ชื่อชอบอะไร และเมนูไหน ที่เป็นเมนูที่นักเรียนชอบรับประทานมากที่สุด ก็ดีใจมากๆ เลยค่ะ ที่ได้รับองค์ความรู้และทักษะสำหรับการทำงานในโรงอาหารเพิ่มมากขึ้น ขอบคุณนักเรียนทุกๆ คนด้วยค่ะ ที่มาร่วมกันประกอบอาหาร ถ้าไม่มีนักเรียน ก็น่าจะไม่ได้เห็นมุมมอง ไม่ได้แลกเปลี่ยนกันมากขนาดนี้ค่ะ ” นางสาววริศรา ดอกปาน ชื่อเล่น ครูเอิร์น ( คุณครูผู้แลอาหารและโภชนาการศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา)

 “ ความประทับใจของผม ผมรู้สึกดีใจนะครับ เพราะว่าผมก็ไม่คิดว่าจะได้มาทำอาหารให้น้องๆ เพื่อนๆ กับคุณครูได้ทานด้วยกัน พอได้ทำทุกสัปดาห์ก็รอให้ถึงวันที่จะทำกับข้าว ลุ้นว่าจะได้เมนูอะไร วัตถุดิบมีอะไรบ้าง ผมเริ่มชื่นชอบที่จะได้ทำกับข้าว ชอบที่เวลาได้ชั่งตวงเครื่องปรุง แล้วก็ต้องให้อยู่ในโภชนาการที่เหมาะสมด้วย มีอะไรที่ต้องคำนวณเยอะ ก็เปลี่ยนการทำอาหารของผมไปเลย เลาอยู่ที่บ้าน ถ้าได้ทำกับข้าว ผมก็จะเริ่มคิดแล้วว่าต้องใส่น้ำปลาเท่าไหร่ ใส่น้ำตาลเท่าไหร่ โดยเอาช้อนมากะเอาครับ สนุกขึ้นมากๆ เลยครับ ” นายวันดี ลุงก่ำ ชื่อเล่น วันดี (นักเรียนศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา)

 “ ความประทับใจของหนูที่ได้เข้ามาทำอาหารก็เป็นการได้ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ค่ะ ได้เรียนรู้การทำอาหาร เพราะอยู่บ้านแม่ก็เป็นคนทำให้ทานค่ะ หนูก็อยู่ทานอย่างเดียว ช่วงแรกๆ ไม่รู้จักอะไรเลยค่ะ จับมีดก็กลัวๆ ไม่รู้ว่าอุปกรณ์ทำอาหารมีอะไรบ้าง พอได้มาทำกับข้าวทุกสัปดาห์ ก็เริ่มรู้จักอุปกรณ์ในการทำอาหารมากขึ้น สามารถทำกับข้าวทานเองที่บ้านได้ เวลาแม่ไม่อยู่บ้านค่ะ แล้วก็ได้แยกเศษอาหารด้วยค่ะ ปกติที่บ้านจะไม่แยกเลย บางครั้งถ้าทานไม่หมดก็แค่เอาไปคลุกข้าวให้หมาที่บ้าน หรือบางครั้งก็เททิ้งแถวนา ต้นไม้ หรือไม่ก็ครองระบายน้ำค่ะ ตอนนี้ได้รู้จักวิธีการจัดการกับขยะและเศษอาหารที่ทานไม่หมด มันได้ประโยชน์ แล้วก็ไม่ต้องทนเหม็นกับกลิ่นของเศษอาหารที่เน่าแล้วค่ะ ” เด็กหญิงพองหลาว ไม่มีนามสกุล (นักเรียนศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา)

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ
กลุ่มที่ได้รับประโยชน์อธิบายจำนวนที่ได้ประโยชน์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
เด็กเล็กนักเรียนชั้นอนุบาล ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา61 คนเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลได้ทานอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน มีพัฒนาการที่เจริญเติบโตสมวัย
เด็กโตนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา213 คนนักเรียนชั้นประถมศึกษาของศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา ได้องค์ความรู้ในการทำอาหาร การจัดเตรียมวัตถุดิบ การดูแลและใส่ใจหลักสุขอนามัย และการจัดการขยะ เศษอาหารที่ถูกวิธี
คุณครูคุณครูของศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา10 คนคุณครูมีองค์ความรู้เพิ่มมากขึ้น ที่จะนำมาอบรมให้กับนักเรียน ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจและให้ความรู้อย่างถูกต้อง
ครูอาสาสมัครกลุ่มครูนักศึกษาฝึกงาน8 คนนักศึกษาฝึกงานที่ได้เข้ามาร่วมกันแบ่งปันและเรียนรู้ในโครงการนี้ ทำให้มุมมองของการจัดการเรียนรู้ เพิ่มมิติให้กับศูนย์การเรียนหลายมิติ การจัดกิจกรรมมีความสนุก ไม่น่าเบื่อ เพราะมีนักศึกษาฝึกงานคอยเพิ่มเติมข้อมูลที่ตนเองได้เรียนรู้มา
ระบบนิเวศพื้นที่ในโรงอาหาร และพื้นที่ใกล้เคียงของศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา6 ไร่ระบบนิเวศโดยรอบๆ ของศูนย์การเรียนเริ่มมีคุณภาพที่ดีขึ้น ทั้งคุณภาพของดิน คุณภาพของน้ำ และอากาศ ที่เราพยายามจะจัดการกับเศษอาหาร ให้ถูกวิธี นั่นเริ่มนำมาเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะเมื่อเราไม่ทิ้งเศษอาหารไปตามแนวระบายน้ำ ก็ทำให้น้ำสะอาดขึ้น ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าของเศษอาหาร อากาศก็สดชื่น ถ่ายเทมากยิ่งขึ้น
ชุมชนพ่อค้า แม่ค้าในตลาดหมู่บ้านหล่ายฝาง ตำบลแม่ข่า อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่4 ร้านค้าพ่อค้าแม่ค้าในชุมชนได้มีรายได้ จากการซื้อวัตถุดิบ มาประกอบอาหาร ถือเป็นการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชน
รูปภาพการดำเนินกิจกรรม






แผนการใช้เงิน

ลำดับ รายการ จำนวน จำนวนเงิน (บาท)
1 สนับสนุนอาหารกลางวัน จำนวน 210 วัน วันละ 21 บาท ต่อคน 168 คน 740,880.00
2 สนับสนุนอาหารเสริม(นม) จำนวน 210 วัน วันละ 21 บาท ต่อคน 168 คน 352,800.00
รวมเป็นเงินทั้งหมด
1,093,680.00
ค่าธรรมเนียมของเทใจ (10%)
109,368.00

ยอดระดมทุน
1,203,048.00

บริจาคให้
มื้อกลางวันอิ่มท้องสมองสดใส....เพื่อเด็กชายขอบ

เลือกการบริจาค

จำนวนเงิน
ช่องทางการชำระเงิน

ชำระผ่านการ สแกน/อัพโหลด QR code ด้วย mobile banking application ของ ธนาคารไทยพานิชย์ ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรี ธนาคารกสิกร ธนาคารออมสิน

คุณจะได้ QR code หลังจากยืนยันการบริจาค

ใบเสร็จเพื่อลดหย่อนภาษี

การบริจาคด้วย QR Code ชื่อ- นามสกุลบนใบเสร็จเพื่อลดหย่อนภาษีจะเป็นชื่อเจ้าของบัญชี Mobile banking
ระบุเพื่อใช้สำหรับส่งอีเมลยืนยันการบริจาค
ระบุเพื่อใช้สำหรับส่งอีเมลยืนยันการบริจาค

สำเนาใบเสร็จจะส่งไปทางอีเมลของคุณ หลังจากการบริจาคสำเร็จแล้ว


ข้อมูลบัตรจะถูกดำเนินการอย่างปลอดภัยด้วยผู้ให้บริการที่ผ่านมาตรฐาน PCI-DSS Compliant Omise logo

ชวนเพื่อนมาบริจาคผ่าน