โครงการผู้สูงอายุ

ADOPT A GRANNY ปันสุขผู้สูงวัย

ปันสุขให้ผู้สูงวัย 220 คน ด้วยการสนับสนุนค่าอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสม เครื่องนุ่งห่มที่เหมาะสมกับสภาวะอากาศและยาสามัญประจำบ้านแก่สูงอายุยากไร้ที่ถูกทอดทิ้ง เดือนละ 350 บาทหรือ 4,200 บาทต่อปี

ระยะเวลาโครงการ 1 ปี พื้นที่ดำเนินโครงการ 97 ชุมชนในพื้นที่เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ( แขวงนครพิงค์, แขวงกาวิละ, แขวงศรีวิชัย และ แขวงเม็งราย)

ยอดบริจาคขณะนี้

873,495 บาท

เป้าหมาย

924,000 บาท
ดำเนินการไปแล้ว 95%
271 วัน จำนวนผู้บริจาค 588

ความคืบหน้าโครงการ

ปรุงอาหารสุกลงพื้นที่มอบให้แก่ผู้สูงอายุในชุมชนเชียงยืน และชุมชนป่าเป้า เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ 10 ราย

3 เมษายน 2020

วันนี้ (2/4/2020) ทีมงานบั๊ดดี้โฮมแคร์ มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ ปรุงอาหารสุกลงพื้นที่มอบให้แก่ผู้สูงอายุในชุมชนเชียงยืน และชุมชนป่าเป้า เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ 10 ราย โดยใช้งบประมาณจาก โครงการ Adopt A Granny ปันสุขผู้สูงวัย ในธีม อาหารจากคนเฒ่าถึงคนเฒ่า

โดยอาหารที่ปรุงเป็น แกงส้มปลาทับทิมใส่ดอกแค ผัดบ่ะห่อย (มะระขี้นก) ทานกับข้าวกล้อง และตบท้ายด้วยผลไม้ แอปเปิ้ล ส้ม และองุ่น


ทีมงานบั๊ดดี้โฮมแคร์ได้รับประสานจาก ไทยพีบีเอส เพื่อเข้าขอสัมภาษณ์ทีมงาน และผู้สูงอายุ ในประเด็นการเข้าไปดูแลที่บ้านในช่วงรักษาระยะห่างทางสังคม โดยน้องแบงค์เป็นผู้ให้สัมภาษณ์เล่าถึงที่มาของโครงการ และการปฏิบัติตัวเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อหรือแพร่กระจายในภาวะแพร่ระบาดของโควิด-19

จากการลงเยี่ยมในชุมชน พบว่าผู้สูงอายุ และคนในชุมชน ส่วนใหญ่มีความตื่นตัวต่อสถานการณ์โควิด แต่ยังคงต้องดำเนินชีวิตประจำวันตามปกติต่อไป ด้วยภาวะความยากจน รายได้ไม่เพียงพอ รวมถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกัน ทางทีมงานพยายามใช้เวลากับแต่ละเคสสั้นๆ เพียง 3-5 นาที เพื่อลดความเสี่ยงจากการสนทนาใกล้ชิดนานเกินไป

ข้อควรระวังอีกอย่างคือ เนื่องจากผู้สูงอายุ มีความผูกพันธ์ และรู้จักสนิทสนมกับอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี จึงยังคงจับไม้จับมือ กับอาสา และเจ้าหน้าที่ จึงต้องมีการชวนผู้สูงอายุใช้เจลล้างมือให้สะอาดหลังการสัมผัสทุกครั้ง


สำหรับชุดเสื้อกันฝน ที่ทีมงานสวมเพื่อป้องกัน ทั้งป้องกันที่จะเสี่ยงแพร่เชื้อให้ผู้สูงอายุ/ป้องกันไม่ให้รับเชื้อเข้าสู่ตนเอง ทำได้เพียงช่วงสั้นๆ เนื่องจากหลังเข้าไปพบผู้สูงอายุแต่ละเคส ถูกสัมผัสตัวทุกเคส ซึ่งทำให้จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกครั้งที่ไปแต่ละบ้าน อาจสิ้นเปลืองและเกินความจำเป็น จึงใช้วิธีล้างมือฆ่าเชื้อทุกครั้งแทน

ผลจากการลงเยี่ยม ผู้สูงอายุยินดี ดีใจ และมีความสุขจากการที่อาสาและทีมงาน ยังระลึกถึง ลงไปเยี่ยม ส่วนทีมงานนั้นเป็นลมจากการสวมชุดป้องกัน ที่รับรองได้ว่า ไม่มีเหงื่อและสารคัดหลั่งหลุดรอดออกไปจากเสื้อฝนและถุงมือได้


อ่านต่อ »
ดูความคืบหน้าโครงการทั้งหมด
“ADOPT A GRANNY” ปันสุขให้ผู้สูงวัย  ช่วยเหลือผู้สูงอายุยากไร้ที่ขาดคนดูแล

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ และ ชมรมอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้านเขตเมืองเชียงใหม่ (ช.อ.บ) ทีมอาสาสมัครและสหวิชาชีพได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้สูงอายุในชุมชนแออัดเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ จำนวนกว่า 220 คน พบว่า มีผู้สูงอายุที่มีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก ไม่มีคนดูแล 

มูลนิธิและทีมงานได้ต่อยอดจากโครงการอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้านเขตเมืองเชียงใหม่ ด้วยการรวมทีมอาสาสมัครและจดทะเบียนจัดตั้งเป็น "ชมรมอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้านเขตเมืองเชียงใหม่" เพื่อทำหน้าที่เข้าไปเยี่ยมเยือนดูแลผู้สูงอายุยากไร้ในละแวกใกล้เคียงบ้านของตนเองโดยไม่มีค่าตอบแทน

สิ่งที่เราเมื่อลงพื้นที่แต่ละเดือนแบ่งเป็น 3 ข้อใหญ่

1.ลงพื้นที่เยี่ยม ผู้สูงอายุยากไร้ โดยพูดคุย สอบถาม 

2.ประเมินภาวะสุขภาพผู้สูงอายุยากไร้ ด้วยการ ชั่งน้ำหนัก,วัดความดัน,ส่วนสูง, และคำนวณค่า BMI เพื่อประเมินภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรค

3.ให้คำแนะนำด้านการ ดูแลเรื่องสุขอนามัย ทำความสะอาด อาหาร โภชนาการ กายภาพบำบัด และปรับปรุงที่อยู่อาศัย


แม้ว่ารัฐจะพยายามออกนโยบายมาสนับสนุนผู้สูงอายุ แต่ก็ยังไม่สามารถดูแลให้ทั่วถึง เรายังพบเจอผู้สูงอายุยากไร้ในเขตพื้นที่เทศบาลนครใหม่จำนวนมากยังถูกทอดทิ้ง โดยปัญหาส่วนใหญ่ที่พบ

  • ที่อยู่อาศัยไม่เหมาะสม
  • อาหารการกินไม่เพียงพอ และถูกต้องตามหลักโภชนาการ
  • เครื่องนุ่งห่มไม่เหมาะสมกับสภาวะอากาศ 
  • ยาป้องกันรักษาโรคภัยไข้เจ็บยามจำเป็นยังขาดแคลน


ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุจึงอยากเชิญชวนเข้ามาร่วมสนับสนุนลดช่องว่างดังกล่าว และอยากจะเป็นกำลังใจเล็กๆ ในการช่วยเติมเต็มความสุขให้กับผู้สูงอายุ โดยการนำอาหาร และ สิ่งของเล็กๆ น้อยๆ มอบให้เพื่อเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เฉลี่ยคนละ 300 บาทต่อเดือน หรือ 3,600  บาทต่อปี โดยสิ่งที่เราอยากนำไปให้แต่ละเดือนประกอบด้วย

1. อาหารตามโภชนาการผู้สูงอายุ  

2. ของใช้จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ เช่น ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ห่อเล็ก, แผ่่นรองซับ 10 แผ่น 

3. ยาสามัญประจำบ้าน เช่น ยาล้างแผล, แบตาดีน, แอกอฮอล์, สำลี, ผ้าก็อตปิดแผล, พลาสเตอร์ยาปิดแผล 


มาร่วมกันดูแลคุณตาและคุณย่าด้วยการปันสุขผู้สูงวัยกันเถอะ

ติดตามและประเมินผล การดูแลสุขภาวะผู้สูงอายุ ผ่านทางช่องทาง
https://www.facebook.com/BuddyHomeCare/
https://www.facebook.com/FOPDEV.CSO/
https://www.facebook.com/profile.php?id=100010155942691 

ประโยชน์ของโครงการ

  • ผู้สูงอายุยากไร้ที่มีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก จำนวน 220 คน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  • ส่งเสริมชุมชนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่มีส่วนร่วมในการดูแลเยี่ยมเยียนสูงอายุ
  • ส่งเสริมอาสาสมัครจำนวน 97 คนให้มีความรู้ และรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ
  • สมาชิกในชุมชนได้ทำกิจกรรมทางสังคมกับงานจิตอาสาร่วมกับกลุ่มผู้สูงอายุและภาคี

สมาชิกภายในทีม

นายเจนวิทย์ วิโสจสงคราม มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ

นายทศวรรษ บุญมา มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ

ภาคี

องค์กรเฮลพ์เอจ อินเตอร์เนชั่นแนล HelpAge International

ชมรมอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้านเขตเมือง เชียงใหม่ (ช.อ.บ)

เทศบาลนครเชียงใหม่ จ เชียงใหม่

เครือข่ายกิจการเพื่อสังคม เช่น เขียวสวยหอม, บจก.เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม (CSE)ฯลฯ

เครือข่ายงานด้านเด็ก เช่น มูลนิธิพัฒนานานาเผ่าไร้พรมแดน, องค์การแพลน, ,มูลนิธิเครือข่ายพัฒนาบ้านเด็ก, บ้านเด็กชายเชียงใหม่

ทราบไหมว่า

จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีจํานวนประชากรสูงอายุมากเป็นอันดับหนึ่งของภาคเหนือ

จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มจึงนำปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น ปัญหาผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแล ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรม แม้รัฐบาลบอกว่าจะไม่ทอดทิ้ง แต่ก็ให้การช่วยเหลือได้ไม่ทั่วถึง เพราะมีหลายปัจจัยที่ทำให้ข้อมูลตกหล่น ผู้สูงอายุหลายคนจึงต้องอยู่อย่างเดือดร้อนตามลำพัง ด้วยการอาศัยเพื่อนบ้าน หรือผู้มีน้ำใจและศรัทธาให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้

เทใจดอทคอม ขออนุญาตหักค่าธรรมเนียมการให้บริการ 10%
(ค่าระบบออนไลน์ ต้นทุนค่าธรรมเนียมธนาคารและ payment gateway ค่าคัดกรองโครงการ ตรวจสอบ ติดตาม วัดผล และรายงานความคืบหน้า)

ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง 97 ชุมชน ในจังหวัดเชียงใหม่

11 มีนาคม 2020

โครงการ ADOPT A GRANNY ปันสุขผู้สูงวัย ในการดำเนินการระหว่างเดือน พ.ค. 2562 - มี.ค. 2563 ระยะเวลา 1 ปี เพื่อระดมทุนผ่านแพลทฟอร์มเทใจในการปันสุขให้ผู้สูงวัย 220 คน ด้วยการสนับสนุนค่าอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสม เครื่องนุ่งห่มที่เหมาะสมกับสภาวะอากาศ และยาสามัญประจำบ้านแก่สูงอายุยากไร้ที่ถูกทอดทิ้ง เดือนละ 350 บาทหรือ 4,200 บาทต่อปี ดำเนินงานในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ 97 ชุมชน

กลไกการเยี่ยมบ้าน โครงการจะดำเนินงานโดย บั๊ดดี้โฮมแคร์ ซึ่งเป็นส่วนธุรกิจเพื่อสังคมของมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ ร่วมกับอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้านเขตเมืองเชียงใหม่ หรือ ช.อ.บ. จำนวน 111 คน โดยมีกิจกรรมหลัก 3 อย่างด้วยกันคือ

1. ลงพื้นที่เยี่ยม ผู้สูงอายุยากไร้ โดยพูดคุย สอบถาม  

ในระยะดำเนินงาน (พ.ค. 2562 - มี.ค. 2563) ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้สูงอายุ 214 คน (จากเป้าหมาย 220 คน) และในการลงเยี่ยมนี้ มีการเก็บข้อมูลประวัติสุขภาพของผู้สูงอายุ พบว่าร้อยละ 44 เป็นผู้สูงอายุวัยปลาย อายุ 80 ปีขึ้นไป ร้อยละ 33 เป็นผู้สูงอายุวัยกลาง อายุระหว่าง 70-79 ปี ร้อยละ 21 เป็นผู้สูงอายุวัยต้น อายุระหว่าง 60-69 ปี และที่น่าสนใจคือ มีผู้ที่ยังอายุไม่ถึง 60 ปี ยังไม่เป็นผู้สูงอายุ แต่มีภาวะพึ่งพิง มีความชราภาพ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ อยู่ในกลุ่มนี้ ร้อยละ 1 โดยเป็นกลุ่มที่อาสาสมัครในชุมชนลงความเห็นว่าเป็นผู้ยากไร้ต้องการคนช่วยเหลือดูแล

จากการวิเคราะห์ภาวะพึ่งพิงโดยใช้เกณฑ์การดำเนินกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง (ADL) พบว่าร้อยละ 81 (174 คน กลุ่มสีเขียว) ยังสามารถดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ แต่มีความเสี่ยงจากภาวะความยากจน และอาศัยในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม กลุ่มนี้สามารถเตรียมตัวเพื่อลดภาวะพึ่งพิงในอนาคตได้ ร้อยละ 16 (33 คน กลุ่มสีแสดและสีแดง) มีภาวะพึ่งพิงโดยสมบูรณ์ ต้องการการสนับสนุนเยี่ยมบ้านช่วยเหลือด้านสุขภาพและกิจวัตรประจำวัน ร้อยละ 3 (7 คน กลุ่มสีเหลือง) มีภาวะพึ่งพิง แต่หากได้รับการดูแลฟื้นฟูสุขภาพที่เหมาะสม สม่ำเสมอ จะสามารถกลับมาช่วยเหลือตนเองได้ หรือยืดระยะเวลาไม่ให้ตกไปเป็นกลุ่มที่มีภาวะพึ่งพิงโดยสมบูรณ์ได้

การลงพื้นที่เยี่ยมผู้สูงอายุยากไร้ ด้วยการเข้าไปถามไถ่พูดคุย ทำให้ได้ข้อมูลปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุ จากนั้นบันทึกข้อมูลเหล่านี้ไว้เพื่อนำมาวิเคราะห์จัดกิจกรรมให้เหมาะสมต่อไป

2. ประเมินภาวะสุขภาพผู้สูงอายุยากไร้ ด้วยการ ชั่งน้ำหนัก, วัดความดัน, ส่วนสูง, และคำนวณค่า BMI เพื่อประเมินภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรค

จากการลงพื้นที่เยี่ยมผู้สูงอายุยากไร้ และสอบถามปัญหาด้านสุขภาพ วิเคราะห์ความชุกของปัญหาจากข้อมูลผู้สูงอายุ 214 คน พบว่า


ผู้สูงอายุร้อยละ 74 เป็นโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 19 มีไขมันในเลือดสูง และร้อยละ 11 เป็นโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นโรคที่มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ส่วนโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกายพบ โรคอัลไซเมอร์/สมองเสื่อม ร้อยละ 15 และข้อเข่าเสื่อม ร้อยละ 7


นอกจากภาวะโรคของผู้สูงอายุแล้ว ยังมีอาการทางกายที่มีความชุกในกลุ่มผู้สูงอายุตามฐานข้อมูลของโครงการคือ ร้อยละ 28 มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ร้อยละ 26 มีภาวะกระดูกเสื่อม และ ร้อยละ 15 มีอาการอัมพฤกษ์หรืออัมพาต ส่วนอาการทางจิตที่พบมี ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า ร้อยละ 11 และผู้ที่มีอาการกังวลและอารมณ์แปรปรวน ร้อยละ 6

เมื่อวิเคราะห์ความชุกของโรคประจำตัว และอาการทางกาย/จิต ของกลุ่มผู้สูงอายุที่โครงการดูแล จึงได้วางแผนจัดกิจกรรมประเมินภาวะสุขภาพ เฉลี่ย เดือนละ 1 ครั้ง สำหรับผู้สูงอายุที่ยังสามารถพึ่งพาตนเองได้ (174 คน กลุ่มสีเขียว) และ 2 ครั้งต่อเดือน สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (7 คน กลุ่มสีเหลือง) และ 4 ครั้งต่อเดือน สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงโดยสมบูรณ์ (33 คน กลุ่มสีแสดและสีแดง)

กระบวนการตรวจและประเมินภาวะสุขภาพ จะเข้าไปตั้งโต๊ะประเมินที่ศูนย์ของชุมชน เพื่อให้กลุ่มสีเขียว สามารถเข้ามาตรวจรวมกันที่ศูนย์ได้ครั้งละ 20-60 คน โดยกลุ่มนี้จะมีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลเฝ้าระวังสุขภาวะให้สามารถเตรียมตัวเพื่อลดภาวะพึ่งพิงในอนาคตได้ จะมีกิจกรรมวัดสมรรถภาพต่างๆ เช่น การบีบลูกบอลวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การคัดกรองภาวะซึมเศร้า ความเครียด ชั่งน้ำหนัก คำนวณค่า BMI เพื่อทราบภาวะอ้วนหรือผอมเกินไป ประเมินภาวะทุพโภชนาการ วัดความดันโลหิต วันส่วนสูง รวมถึงประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ และให้คำปรึกษาในการดูแลตนเอง

3. ให้คำแนะนำด้านการ ดูแลเรื่องสุขอนามัย ทำความสะอาด อาหาร โภชนาการ กายภาพบำบัด และปรับปรุงที่อยู่อาศัย

สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (7 คน กลุ่มสีเหลือง) และ กลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงโดยสมบูรณ์ (33 คน กลุ่มสีแสดและสีแดง) จะใช้กระบวนการลงไปตรวจและประเมินภาวะสุขภาพที่บ้าน โดยมีการเก็บข้อมูลเชิงลึกเพื่อติดตามประเมินการเปลี่ยนแปลงทางภาวะสุขภาพ และใช้กิจกรรมต่างๆ มาส่งเสริม ฟื้นฟู ให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพกาย/จิต ดีขึ้น หรือคงสภาพให้ลดภาวะการพึ่งพิงได้มากที่สุด โดย

การให้คำแนะนำด้านการ ดูแลเรื่องสุขอนามัย
เนื่องจากผู้สูงอายุกลุ่มนี้รวม 40 คน มีภาวะพึ่งพิง ต้องการคนดูแล โครงการ ADOPT A GRANNY ปันสุขผู้สูงวัย สามารถลงพื้นที่เข้ามาเยี่ยมได้เพียง 2-4 ครั้งต่อเดือน จึงมีการกำหนดแผนการดูแลสุขภาพส่วนบุคคลร่วมกับอาสาสมัคร และญาติ เพื่อช่วยกันดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงเข้าไปอบรมเสริมทักษะให้อาสาสมัครและญาติในการดูแลที่ถูกวิธี

การช่วยเหลือทำความสะอาด
ภาวะสุขภาพที่ไม่ดีของผู้สูงอายุ หลายกรณีเกิดจากความสกปรก สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม อากาศอับชื้น แสงสว่างในบ้านไม่เพียงพอ และรวมถึงมีสิ่งของเกะกะขวางทางเดิน ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุเกิดอุบัติเหตุพลัดตกหกล้มได้ นอกจากให้คำแนะนำแล้ว ทางโครงการยังต้องช่วยผู้สูงอายุจัดบ้าน ทำความสะอาด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและการบาดเจ็บ


การช่วยเหลือดูแลเรื่องอาหาร และโภชนาการ
ผู้สูงอายุ 40 คน ที่มีภาวะพึ่งพิง ทั้งหมดมีโรคประจำตัวเรื้อรังที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต พฤติกรรมการกิน รวมถึงได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอ โครงการจึงจัดกิจกรรมร่วมกับอาสาสมัครในการปรุงอาหารสุกใหม่ เป็นอาหารพื้นเมืองที่มีส่วนประกอบของผักพื้นบ้านที่มีสรรพคุณทางยาสมุนไพร เพื่อช่วยเสริมโภชนาการให้เหมาะกับโรค มีการจัดกิจกรรม กับข้าวคุณตา-อาหารคุณยาย แล้วนำไปมอบให้ผู้สูงอายุแล้ว 4 ครั้ง จำนวน 40 คน


การช่วยเหลือดูแลเรื่องกายภาพบำบัด
เนื่องจากผู้สูงอายุที่มีอาการอัมพฤกษ์อัมพาตและกล้ามเนื้ออ่อนแรง รวม 33 คน ต้องการการทำกายภาพ และฝึกเดิน ทางโครงการจึงจัดกิจกรรมฝึกเดิน และนวดผ่อนคลาย ทุกๆ ครั้งที่ลงเยี่ยม และบรรจุกิจกรรมกายภาพ และฝึกเดินลงในแผนดูแลสุขภาพส่วนบุคคลตามอาการของผู้สูงอายุ


การช่วยเหลือปรับปรุงที่อยู่อาศัย
ในระหว่างการเยี่ยมบ้าน โครงการพบกรณีที่ผู้สูงอายุอยู่ลำพัง หรืออยู่ในครอบครัวที่ผู้สูงอายุดูแลกันเอง ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว เคลื่อนไหวร่างกายไม่สะดวก หรือมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วย อาศัยอยู่ในบ้านที่ไม่ปลอดภัย เช่น พื้นต่างระดับ ห้องน้ำลื่น แสงสว่างไม่เพียงพอ จึงได้เข้าปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ ให้ผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในบ้านของตนเองได้อย่างปลอดภัย


การมอบสิ่งช่วยเหลือตามความจำเป็น
ในระหว่างดำเนินงานโครงการ มีสถานการณ์ที่ยิ่งทำให้ผู้สูงอายุมีความเปราะบางยิ่งขึ้น ได้แก่สถานการณ์ฝุ่นควัน หรือภาวะความยากจน ขาดปัจจัยด้านอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่ มุ้ง ยารักษาโรค หรือไม้เท้าพยุงเดิน โครงการได้จัดสรรสิ่งของช่วยเหลือตามจำเป็นต่อสถานการณ์นั้น


ขอบคุณเทใจจ้าดนักเจ้า

ปรุงอาหารสุกลงพื้นที่มอบให้แก่ผู้สูงอายุในชุมชนเชียงยืน และชุมชนป่าเป้า เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ 10 ราย

3 เมษายน 2020

วันนี้ (2/4/2020) ทีมงานบั๊ดดี้โฮมแคร์ มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ ปรุงอาหารสุกลงพื้นที่มอบให้แก่ผู้สูงอายุในชุมชนเชียงยืน และชุมชนป่าเป้า เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ 10 ราย โดยใช้งบประมาณจาก โครงการ Adopt A Granny ปันสุขผู้สูงวัย ในธีม อาหารจากคนเฒ่าถึงคนเฒ่า

โดยอาหารที่ปรุงเป็น แกงส้มปลาทับทิมใส่ดอกแค ผัดบ่ะห่อย (มะระขี้นก) ทานกับข้าวกล้อง และตบท้ายด้วยผลไม้ แอปเปิ้ล ส้ม และองุ่น


ทีมงานบั๊ดดี้โฮมแคร์ได้รับประสานจาก ไทยพีบีเอส เพื่อเข้าขอสัมภาษณ์ทีมงาน และผู้สูงอายุ ในประเด็นการเข้าไปดูแลที่บ้านในช่วงรักษาระยะห่างทางสังคม โดยน้องแบงค์เป็นผู้ให้สัมภาษณ์เล่าถึงที่มาของโครงการ และการปฏิบัติตัวเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อหรือแพร่กระจายในภาวะแพร่ระบาดของโควิด-19

จากการลงเยี่ยมในชุมชน พบว่าผู้สูงอายุ และคนในชุมชน ส่วนใหญ่มีความตื่นตัวต่อสถานการณ์โควิด แต่ยังคงต้องดำเนินชีวิตประจำวันตามปกติต่อไป ด้วยภาวะความยากจน รายได้ไม่เพียงพอ รวมถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกัน ทางทีมงานพยายามใช้เวลากับแต่ละเคสสั้นๆ เพียง 3-5 นาที เพื่อลดความเสี่ยงจากการสนทนาใกล้ชิดนานเกินไป

ข้อควรระวังอีกอย่างคือ เนื่องจากผู้สูงอายุ มีความผูกพันธ์ และรู้จักสนิทสนมกับอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี จึงยังคงจับไม้จับมือ กับอาสา และเจ้าหน้าที่ จึงต้องมีการชวนผู้สูงอายุใช้เจลล้างมือให้สะอาดหลังการสัมผัสทุกครั้ง


สำหรับชุดเสื้อกันฝน ที่ทีมงานสวมเพื่อป้องกัน ทั้งป้องกันที่จะเสี่ยงแพร่เชื้อให้ผู้สูงอายุ/ป้องกันไม่ให้รับเชื้อเข้าสู่ตนเอง ทำได้เพียงช่วงสั้นๆ เนื่องจากหลังเข้าไปพบผู้สูงอายุแต่ละเคส ถูกสัมผัสตัวทุกเคส ซึ่งทำให้จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกครั้งที่ไปแต่ละบ้าน อาจสิ้นเปลืองและเกินความจำเป็น จึงใช้วิธีล้างมือฆ่าเชื้อทุกครั้งแทน

ผลจากการลงเยี่ยม ผู้สูงอายุยินดี ดีใจ และมีความสุขจากการที่อาสาและทีมงาน ยังระลึกถึง ลงไปเยี่ยม ส่วนทีมงานนั้นเป็นลมจากการสวมชุดป้องกัน ที่รับรองได้ว่า ไม่มีเหงื่อและสารคัดหลั่งหลุดรอดออกไปจากเสื้อฝนและถุงมือได้


แผนการใช้เงิน

รายการ(บาท)ต่อคนต่อปีจำนวนผู้สูงอายุ(คน)ราคา(บาท)
ค่าครองชีพเดือนละ 350 บาท

-ค่าอาหารตามหลักโภชนาการ

-ของใช้จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ เช่น ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ และแผ่นรองซับ

-ยาสามัญประจำบ้าน
4,200220924,000

(รวมค่าดำเนินงานเทใจดอทคอม 10%เป็นเงินโดยประมาณ 92,400 บาท)

(ค่าระบบออนไลน์ ต้นทุนค่าธรรมเนียมธนาคารและ payment gateway ค่าคัดกรองโครงการ ตรวจสอบ ติดตาม วัดผล และรายงานความคืบหน้า)

บริจาคให้
ADOPT A GRANNY ปันสุขผู้สูงวัย

จำนวนเงิน

การบริจาคให้โครงการทุกๆ เดือนจะช่วยสนับสนุนการทำงานที่ต่อเนื่อง

ช่องทางการชำระเงิน

ชำระผ่านการ สแกน/อัพโหลด QR code ด้วย mobile banking application ของ ธนาคารไทยพานิชย์ ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรี ธนาคารธนชาต ธนาคารกสิกร ธนาคารออมสิน

คุณจะได้ QR code หลังจากยืนยันการบริจาค

เว้นว่างไว้หากไม่ประสงค์ออกนาม

สำเนาใบเสร็จจะส่งไปทางอีเมลของคุณ หลังจากการบริจาคสำเร็จแล้ว

· ลบ
บ้านเลขที่ หมู่ที่ ถนน
แขวง/ตำบล เขต/อำเภอ จังหวัด รหัสไปรษณีย์

ข้อมูลบัตรจะถูกดำเนินการอย่างปลอดภัยด้วยผู้ให้บริการที่ผ่านมาตรฐาน PCI-DSS Compliant Omise logo

ชวนเพื่อนมาบริจาคผ่าน