cover_1
โครงการใหม่

อาสาอำนวยความสะดวกผู้ป่วยในโรงพยาบาล

ผู้สูงอายุ
ผู้ป่วย ผู้พิการ
คนชายขอบ/คนไร้สัญชาติ

เงินบริจาคของคุณจะนำไปเสริมสร้างทักษะการบริการและช่วยเหลือให้กับกับอาสาสมัคร 600 คนที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยและญาติที่มาพบแพทย์ในโรงพยาบาลของรัฐ100,000คนใน 8 โรงพยาบาล

ระยะเวลาระดมทุน

26 ส.ค. 2569 - 31 ธ.ค. 2569

พื้นที่ดำเนินโครงการ

สถาบันประสาทวิทยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี จ.กรุงเทพมหานคร 10400โรงพยาบาลราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี จ.กรุงเทพมหานคร 10400โรงพยาบาลตากสิน แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน จ.กรุงเทพมหานคร 10600โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี แขวงคันนายาว เขตคันนายาว จ.กรุงเทพมหานคร 10230สถาบันมะเร็งแห่งชาติ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี จ.กรุงเทพมหานคร 10400โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก จ.กรุงเทพมหานคร 10530โรงพยาบาลรัตนประชารักษ์ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา จ.กรุงเทพมหานคร 10510โรงพยาบาลรามาธิบดี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี จ.กรุงเทพมหานคร 10400

เป้าหมาย SDGs

GOOD HEALTH AND WELL-BEINGREDUCED INEQUALITIESPARTNERSHIPS FOR THE GOALS

กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ

ผู้ป่วย
100,000คน
โรงพยาบาล/รพสต.
8แห่ง
วัยเรียน, วัยทำงาน, วัยเกษียณ
600คน

ข่าวความขัดแย้งระหว่างผู้ไปรับบริการในโรงพยาบาลของรัฐกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เป็นข่าวที่ในระยะหลังเราจะได้ยินอยู่เสมอ ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งข่าวการลาออกของบุคลากรทางการแพทย์ของภาครัฐก็จะมีมาอยู่เรื่อยๆ

ปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นผลจากการเข้าถึงบริการได้มากขึ้น  เนื่องการการเกิดระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ช่วยให้คนไทยเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้มากขึ้น ประกอบกับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ผู้ป่วยที่หลั่งไหลเข้ามายังโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่เพิ่มสูงขึ้น

ในขณะที่จำนวนผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นมหาศาล แต่สัดส่วนของบุคลากรทางการแพทย์กลับไม่สามารถเพิ่มตามได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ ความไม่สมดุลนี้กลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สร้างแรงกดดันให้กับทุกฝ่าย นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างกันและส่งผลต่อคุณภาพการให้บริการ ความหนาแน่นของผู้มารับบริการยังส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์ เกิดภาวะเครียด มีความกังวล และอาจจะส่งผลให้ทำงานบริการบนฐานของความรู้สึกเหล่านั้น

มีงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า คุณภาพการบริการทางการแพทย์ที่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของหมอ หรือความทันสมัยของเครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่ "ความใส่ใจและช่วยเหลือ" คือหัวใจสำคัญอีกด้านหนึ่งที่ผู้ป่วยต้องการ

ทว่าภายใต้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่คนไข้ล้นตึกและเจ้าหน้าที่มีจำกัด เราไม่อาจเรียกร้องให้บุคลากรที่แบกรับภาระหนักจนเกินกำลัง ต้องรับหน้าที่มอบความใส่ใจได้อย่างเต็มที่ ระบบสาธารณสุขจึงต้องการแนวคิดความเป็นมนุษย์ (Humanism)” ที่มุ่งเยียวยาผู้ป่วยในฐานะ "มนุษย์" คนหนึ่งที่ต้องการการดูแลจิตใจ ไม่ใช่มองเพียงแค่ "โรค" ที่ต้องเอาชนะ (Healing rather than only treating)

มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา จึงได้จัดทำโครงการอาสาสมัครอำนวยความสะดวกในโรงพยาบาล เพื่อเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ โดยมีทีมอาสาสมัครเข้าไปคอยช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ และดูแลผู้ป่วยและญาติ บริเวณจุดคัดกรองและจุดต่างๆ ในแผนกผู้ป่วยนอก 

การทำงานร่วมกับโรงพยาบาลในครั้งนี้ คือการนำการดูแลด้วยหัวใจแบบ "มนุษย์ต่อมนุษย์" เข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญ ที่ไม่เพียงช่วยลดความสับสนและคลายความกังวลใจให้กับผู้ป่วย แต่ยังเป็นการแบ่งเบาความเหนื่อยล้าให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนในระบบไปพร้อมกัน

ปัจจุบันมูลนิธิได้ทำงานอาสาสมัครอำนวยความสะดวกผู้ป่วยในโรงพยาบาล ใน 8 โรงพยาบาลได้แก่ สถาบันประสาทวิทยา โรงพยาบาลราชวิถี  โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี  สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์  และโรงพยาบาลรัตนประชารักษ์ โดยเริ่มทำงานตั้งแต่ปีพ.ศ. 2562 จนถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2569 มีอาสาสมัครที่เคยผ่านการทำงานไม่ต่ำกว่า 10,000 คน

 

ปัญหาสังคม

การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยที่เข้าไปรักษาในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ทำให้สัดส่วนระหว่างผู้ให้บริการ (บุคลากรทางการแพทย์) และผู้รับบริการ (ผู้ป่วย) ไม่สมดุลกัน มีความล่าช้าในการรอคิวจำนวนผู้บริการที่เพิ่มมากอย่างไม่สมดุลกับบุคลากร นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างกันและส่งผลต่อคุณภาพการให้บริการ เพราะเจ้าหน้าที่ต้องมารับผิดดูแลในส่วนงานที่ไม่ใช่งานวิชาชีพโดยตรง อาจจะต้องพูดตอบคำถามเดิมกับผู้ป่วยต่างรายเป็นร้อยครั้ง ทำให้เกิดอารมณ์ไม่พอใจได้ พร้อมทั้งอาจจะไม่สามารถทำงานในความชำนาญของตนเองได้อย่างที่พึงประสงค์ ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์ มีภาวะเครียด มีความกังวล และอาจจะส่งผลให้ทำงานบริการมีปัญหา

มีการศึกษาพบว่า การให้ความหมายของคุณภาพการบริการ นอกจากเหนือจากความเชี่ยวชาญของแพทย์ เครื่องมือที่เหมาะสม ความสะดวกของสถานที่ และมาตรฐานของโรงพยาบาลแล้ว ประเด็นเรื่องการใส่ใจ ดูแล ช่วยเหลือของพนักงานโรงพยาบาลเป็นหัวใจสำคัญอีกด้านหนึ่งของคุณภาพการบริการ แต่การจะเพิ่มมิติความใส่ใจดูแลช่วยเหลือเข้าไปในเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลซึ่งแบกรับความกดดันจากปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้บริการที่มากเกินกำลัง จำนวนเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอภาระงานล้นมือ และไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้เนื่องจากขาดแคลนงบประมาณ

โครงการอาสาสมัครอำนวยความสะดวกในโรงพยาบาล โดยมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา ไม่ได้เรียกร้องโดยตรงต่อบุคลากรให้รับผิดชอบมากขึ้น หรือเรียกร้องต่อผู้ป่วยและญาติให้ต้องจำยอมต่อปัญหา แต่พยายามหาทางเลือกใหม่ๆ ด้วยการเติมระบบอาสาสมัครอำนวยความสะดวกในโรงพยาบาลเข้ามาเป็นฟันเฟืองสำคัญ

อาสาสมัครจะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในแผนกผู้ป่วยนอก (OPD) และจุดคัดกรองต่างๆ เพื่อคอยให้คำแนะนำ ช่วยเหลือผู้ป่วยและญาติด้วยหัวใจแบบมนุษย์ต่อมนุษย์ เพื่อลดช่องว่างความขัดแย้ง คลายความกังวลให้ผู้ป่วย และที่สำคัญคือการคืนเวลาอันมีค่าให้บุคลากรทางการแพทย์ได้กลับไปทำงานเฉพาะทางของตนเองได้อย่างเต็มที่

วิธีการแก้ปัญหา

  1. 1.“ระบบอาสาสมัครอำนวยความสะดวกในโรงพยาบาล” ของมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา เป็นการทำงานที่ตอบโจทย์เชิงโครงสร้างในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่เผชิญกับปัญหาคนไข้ล้น คนทำงานขาด เกิดปัญหาความไม่เข้าใจกันระหว่างผู้ป่วยและญาติกับเจ้าหน้าที่ โดยมุ่งแก้ปัญหาในส่วนภาระงานของเจ้าหน้าที่ ที่ไม่ใช่เรื่องหัตถการทางการแพทย์หรืองานเฉพาะของนักวิชาชีพ เพื่อคืนเวลาให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ทำงานในความชำนาญทางวิชาชีพของตนเอง และสร้างมิติความใส่ใจดูแลและปฏิบัติต่อกันแบบมนุษย์ต่อมนุษย์ (Humanized Healthcare) ให้กับผู้ป่วย ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณทำให้การจะเพิ่มบุคลากรด้านสุขภาพในระบบบริการเป็นไปได้ยากในสถานการณ์ปัจจุบัน การเติมอาสาสมัครเข้าไปในระบบโรงพยาบาล เป็นการแก้ปัญหาสัดส่วนบุคลากรต่อผู้ป่วยไม่สมดุล โดยไม่ต้องเพิ่มงบประมาณจ้างบุคลากรวิชาชีพราคาแพงเสมอไป แต่ใช้การ “แบ่งสรรภาระงาน” (Task Shifting/Task Sharing) - ตัดภาระงานที่ไม่ใช่งานวิชาชีพ (Non-Clinical Tasks): ให้ระบบอาสาสมัครรับช่วงงานสอบถามเส้นทาง ค้นหาเวชระเบียน แนะนำขั้นตอนการรับบริการ ตอบคำถามซ้ำๆ และช่วยกดคิว ฯลฯ - ลดแรงปะทะด้านอารมณ์ (Emotional Buffer): อาสาสมัครเข้ามาเป็น "ตัวกลาง" ในจุดรอคอย (Waiting Area) เพื่อให้ข้อมูล คลายความกังวล และดูแลความสะดวกพื้นฐาน ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกได้รับการใส่ใจ (Care & Empathy) - คืนภาระงานชำนาญการ (Restoring Core Expertise): แพทย์และพยาบาลสามารถโฟกัสกับการตรวจรักษา การให้คำแนะนำทางวิชาชีพ และงานบริบาลเฉพาะทางได้อย่างเต็มศักยภาพ

  2. 2.ผลลัพธ์และผลกระทบที่เคยเกิดขึ้น (Evidenced Outcomes & Impact) โมเดลอาสาสมัครในโรงพยาบาล (Hospital Volunteer Program) ได้รับการพิสูจน์แล้วในหลายประเทศ (เช่น สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ) รวมถึงโรงพยาบาลนำร่องในไทย ซึ่งสร้างผลลัพธ์เป็นรูปธรรม 3 ด้าน : บุคลากรทางการแพทย์ - ลดภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) และความเครียดสะสมอย่างเห็นได้ชัด - มีเวลาดูแลผู้ป่วยเชิงลึกต่อรายมากขึ้น 15–20% - ความพึงพอใจในการทำงาน (Job Satisfaction) สูงขึ้น ผู้ป่วยและผู้รับบริการ - อัตราความขัดแย้ง/การร้องเรียน (Complaints) บริเวณจุดคิวลดลงกว่า 30–50% - ความพึงพอใจต่อบริการในภาพรวมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะมิติ "ความใส่ใจและเอื้ออาทร" - ลดความวิตกกังวลจากการรอคอยโดยไม่มีข้อมูล (Uncertain Wait Time) ระบบโรงพยาบาล - กระบวนการเดินคิวและระบายผู้ป่วย (Patient Flow) มีความคล่องตัวขึ้น - ประหยัดงบประมาณภาครัฐในการจ้างเจ้าหน้าที่ธุรการ/สนับสนุนเพิ่มเติม สำหรับโครงการอาสาสมัครในระบบโรงพยาบาล ของมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา เริ่มทำงานมาตั้งแต่ ปี พ.ศ 2562 ปัจจุบันมีพื้นที่ในการทำงานร่วมกับโรงพยาบาล จำนวน 8 แห่ง ดังนี้ สถาบันประสาทวิทยา โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ และโรงพยาบาลรัตนประชารักษ์ มีอาสาสมัครผ่านการทำงานไม่ต่ำกว่า 15,000 คน

  3. 3.จุดเด่นและความแตกต่างจากงานอาสาสมัครในโรงพยาบาลของที่อื่น (Value Proposition & Differentiators) โครงการของมูลนิธิฯ มีลักษณะเฉพาะดังนี้ 1.เน้นกระบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ก่อนเริ่มการปฏิบัติงานในทุกรอบของการรับอาสาสมัครใหม่ อาสาสมัครทุกคนต้องผ่านการปฐมนิเทศที่เป็นกระบวนทำความเข้าใจเป้าหมายและบทบาทอาสาสมัครของมูลนิธิฯ ซึ่งจะมีการเติมคุณค่า ทัศนคติ ความรู้ความเข้าใจ และทักษะที่เหมาะสมกับงาน เช่น เครื่องมือการฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening), โครงสร้างและระบบของงานอาสาสมัคร, ข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หลังจากจบการทำงานทุกวันจะมีการถอดประสบการณ์ผ่านกระบวนการกลุ่มและการสะท้อนย้อนคิดของอาสาสมัคร (self reflection) ซึ่งหลายปีที่ทำผ่านมาพบว่าเป็นกระบวนการที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดคุณภาพด้านบวกของตัวอาสาสมัครเอง เช่น การมีความกระตือรือร้นในการให้ความช่วยเหลือกับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ 2.การทำงานแบบมีระบบ โครงการอาสาอำนวยความสะดวกผู้ป่วยในโรงพยาบาล ของมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา มีระบบการทำงานที่ออกแบบให้มีพร้อมต่อการดูแลและรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น เริ่มตั้งแต่ระบบคัดกรอง ก่อนจะรับเข้าทำงาน มีการสร้างระบบพี่เลี้ยงและผู้ประสานงานโรงพยาบาลเพื่อสนับสนุนการทำงานของอาสาสมัคร มีข้อกำหนดให้ทำและห้ามทำของอาสาสมัคร (Do & Don’t) เพื่อสร้างความเป็นอาสาสมัครที่ทำงานแบบมืออาชีพ พร้อมทั้งมีการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครทั้งที่ทำงงานอยู่และผ่านการทำงานไปแล้วเพื่อเป็นพื้นฐานของการสร้างสังคมที่ผู้คนมีการเกื้อกูลกันและกัน 3.สร้างความร่วมมือกับโครงสร้างของระบบบริการสุขภาพ การจะสร้างระบบอาสาสมัครที่มีความต่อเนื่องหรือทำงานได้อย่างยั่งยืน ย่อมเป็นไปได้ยากหากไม่มีโครงสร้างการทำงานในระบบที่เป็นทางการมารองรับ เพราะการสร้างระบบใหม่ที่แยกออกมาต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้คน งบประมาณ อาคารสถานที่ เป็นต้น ดังนั้นโครงการฯ ของมูลนิธิจึงเน้นการประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลของรัฐที่มีหน้าที่ในการให้บริการประชาชน และช่วยเสริมระบบอาสาสมัครเข้าไปเพื่อลดช่องว่างที่มีอยู่ในระบบบ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์โดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก

แผนการดำเนินงาน

  1. ก.ย. - ธ.ค. 2569

    1.1 รับสมัครอาสา และ คัดกรองอาสาสมัคร - เปิดรับสมัครและคัดกรองอาสาสมัคร รุ่นละ 1 เดือน ขั้นตอน - เปิดรับสมัคร ทุกวันที่ 1-7 ของเดือน - คัดกรองอาสา ทุกวันที่ 8-10 ของเดือน -ประกาศรายชื่อ ทุกวันที่ 11-13 ของเดือน 1.2 อบรมปฐมนิเทศอาสาอำนวยความสะดวกผู้ป่วยในโรงพยาบาล เดือนละ 1 ครั้ง 🎯 เป้าหมายภารกิจ "ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพอาสาสมัคร เพื่อการดูแลและบริการผู้ป่วย-ญาติได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ" ไม่ใช่แค่การมีอาสาสมัคร "จำนวนมากพอ" แต่ต้องเป็นอาสาสมัครที่ มีทักษะ มีความมั่นใจ และมีแรงใจ พร้อมทำงานเคียงข้างผู้ป่วยและญาติในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดของพวกเขา — ครอบคลุม 8 โรงพยาบาลที่โครงการดำเนินงานอยู่ "รับสมัคร + อบรมทุกเดือน" ตลอด 4 เดือน เพื่อให้มีอาสาสมัครใหม่ทยอยเข้าสู่ระบบอย่างสม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงขาดแคลนอาสาระหว่างทาง และให้ผู้บริจาคเห็นความคืบหน้าที่จับต้องได้ทุกเดือน ________________________________________ 📅 ภาพรวม 4 ระยะการดำเนินงาน (รับสมัคร-อบรมทุกเดือน) ก.ย. 2569 รุ่นที่ 1 (150 คน) อบรมรุ่นที่ 1 วางระบบ + ประสานงาน 8 โรงพยาบาล ต.ค. 2569 รุ่นที่ 2 (150 คน) อบรมรุ่นที่ 2 ส่งอาสารุ่น 1 ลงปฏิบัติงานจริง พ.ย. 2569 รุ่นที่ 3 (150 คน) อบรมรุ่นที่ 3 อาสารุ่น 1-2 ปฏิบัติงานเต็มรูปแบบ + เริ่มระบบพี่เลี้ยง ธ.ค. 2569 รุ่นที่ 4 (150 คน) อบรมรุ่นที่ 4 อาสารุ่น 1-3 ปฏิบัติงานต่อเนื่อง + สรุปผล + งานขอบคุณ รวมตลอดแคมเปญ: อาสาสมัครใหม่ 600 คน แบ่งเป็น 4 รุ่น รุ่นละเดือน ________________________________________ 🔹 เดือนที่ 1: กันยายน 2569 — เริ่มต้นวางระบบ + รุ่นแรก เป้าหมาย: วางรากฐานให้พร้อม พร้อมเปิดรับสมัคร-อบรมรุ่นแรกทันที ไม่ต้องรอ สัปดาห์ 1 เปิดตัวแคมเปญระดมทุน + เปิดรับสมัครอาสาสมัครรุ่นที่ 1 ผ่านช่องทางออนไลน์ ผู้รับผิดชอบ: ทีมสื่อสาร สัปดาห์ 1-2 ประสานงานกับ 8 โรงพยาบาล ยืนยันจุดปฏิบัติงาน ตารางเวร ความต้องการเฉพาะแต่ละแห่ง ผู้รับผิดชอบ: ผู้ประสานงานประจำโรงพยาบาล สัปดาห์ 2 คัดกรองใบสมัคร + ปฐมนิเทศเบื้องต้นรุ่นที่ 1 ผู้รับผิดชอบ: ผู้ประสานงานโครงการ สัปดาห์ 3 อบรมรุ่นที่ 1 (150 คน) 1 วันเต็ม — ทักษะการฟังด้วยหัวใจ / ทักษะการสื่อสารอย่างสันติ / ทักษะการเติมสุขให้ใจ / ข้อตกลงร่วมกันสิ่งที่ทำได้-ทำไม่ได้ (Do&Don’t) ผู้รับผิดชอบ: ทีมพัฒนาศักยภาพ สัปดาห์ 4 เปิดรับสมัครอาสาสมัครรุ่นที่ 2 ล่วงหน้า + พี่เลี้ยงเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับอาสาสมัครรุ่นที่ 1 ผู้รับผิดชอบ: ทีมพี่เลี้ยง ______________________________________ 🔹 เดือนที่ 2: ตุลาคม 2569 — ขยายกำลัง + ลงพื้นที่จริง เป้าหมาย: อาสารุ่น 1 เริ่มปฏิบัติงานเต็มรูปแบบ พร้อมรับสมัคร-อบรมรุ่นใหม่ต่อเนื่อง สัปดาห์ 1 อาสาสมัครรุ่นที่ 1 เริ่มปฏิบัติงานเต็มรูปแบบใน 8 โรงพยาบาล ตามตารางเวร สัปดาห์ 1-2 คัดกรองใบสมัคร + ปฐมนิเทศอาสาสมัครรุ่นที่ 2 สัปดาห์ 2 อบรมรุ่นที่ 2 (150 คน) 1 วันเต็ม — ทักษะการฟังด้วยหัวใจ / ทักษะการสื่อสารอย่างสันติ / ทักษะการเติมสุขให้ใจ / ข้อตกลงร่วมกันสิ่งที่ทำได้-ทำไม่ได้ (Do&Don’t) สัปดาห์ 3 เปิดรับสมัครอาสาสมัครรุ่นที่ 3 ล่วงหน้า สัปดาห์ 4 ทีมพี่เลี้ยงลงเยี่ยมจุดปฏิบัติงานของรุ่น 1 ครั้งแรก + เก็บ feedback ปรับปรุงหลักสูตรก่อนอบรมรุ่นถัดไป _______________________________________ 🔹 เดือนที่ 3: พฤศจิกายน 2569 — ปฏิบัติงานเต็มกำลัง + ดูแลใจอาสา เป้าหมาย: ขยายกำลังอาสาต่อเนื่อง พร้อมวางระบบดูแลใจไม่ให้อาสา "หมดไฟ" สัปดาห์ 1 อาสาสมัครรุ่นที่ 2 เริ่มปฏิบัติงานเต็มรูปแบบ (รุ่น 1 ปฏิบัติงานต่อเนื่องเดือนที่ 2) สัปดาห์ 1-2 คัดกรองใบสมัคร + ปฐมนิเทศอาสาสมัครรุ่นที่ 3 สัปดาห์ 2 อบรมรุ่นที่ 3 (150 คน) วันเต็ม — ทักษะการฟังด้วยหัวใจ / ทักษะการสื่อสารอย่างสันติ / ทักษะการเติมสุขให้ใจ / ข้อตกลงร่วมกันสิ่งที่ทำได้-ทำไม่ได้ (Do&Don’t) สัปดาห์ 3 เปิดรับสมัครอาสาสมัครรุ่นที่ 4 (รุ่นสุดท้ายของแคมเปญ) ________________________________________ 🔹 เดือนที่ 4: ธันวาคม 2569 — รุ่นสุดท้าย + สรุปผลและขอบคุณ เป้าหมาย: ปิดแคมเปญอย่างมีความหมาย ครบ 600 คน และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริจาคเห็นผลลัพธ์จริง สัปดาห์ 1 อาสาสมัครรุ่นที่ 3 เริ่มปฏิบัติงานเต็มรูปแบบ + คัดกรอง/ปฐมนิเทศรุ่นที่ 4 สัปดาห์ 2 อบรมรุ่นที่ 4 (150 คน) 1 วันเต็ม — รุ่นสุดท้าย ครบเป้าหมาย 600 คน สัปดาห์ 2-3 เก็บข้อมูล/แบบสอบถามความพึงพอใจจากผู้ป่วย ญาติ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และตัวอาสาสมัครเอง สัปดาห์ 4 จัดทำรายงานสรุปผลฉบับสมบูรณ์ พร้อมภาพและเรื่องราวจริงจากภาคสนาม ส่งถึงผู้บริจาคทุกท่าน ผลลัพธ์ทั้งโครงการ: - มีอาสาสมัคร 600 คน (4 รุ่น) ปฏิบัติงานต่อเนื่องใน 8 โรงพยาบาล - อาสาสมัครเกิดการเรียนรู้ผ่านประบการณ์ตรง (เข้าใจตนเอง,มีทักษะในการเข้าใจชีวิตและสังคม และช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น) - รายงานผลลัพธ์ฉบับสมบูรณ์

  2. ก.ย. - ธ.ค. 2569

    จัดประชุมติดตามการดำเนินงานอาสาสมัครในระบบโรงพยาบาล เดือนละ 1 ครั้ง กลุ่มเป้าหมาย คือ ตัวแทนจากโรงพยาบาล, พี่เลี้ยงอาสาประจำโรงพยาบาล, คณะทำงานมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา เพื่อรายงานความก้าวหน้า ปัญหา และแนวทางพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อสร้างเครือข่ายเชิงระบบระหว่างโรงพยาบาล

  3. ก.ย. - ธ.ค. 2569

    การติดตามและประเมินผลโครงการ มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา จัดให้มีกลไกคณะทำงานติดตามประเมินผลภายใน จากผู้มีความเชี่ยวชาญด้านอาสาสมัคร เพื่อให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง

แผนการใช้เงิน

รายการจำนวนจำนวนเงิน (บาท)
การอบรมปฐมนิเทศเพื่อพัฒนาทักษะและเครื่องมือสำหรับอาสาใหม่ จำนวน 4 รุ่นๆ ละ 150 คน / 8 โรงพยาบาล

ค่าใช้จ่ายต่อรุ่น 35,500 บาท ประกอบด้วย - ค่าออกแบบโปสเตอร์รับสมัครอาสาใหม่ จำนวน 8 โรงพยาบาล x 250 บาท = 2,000 บาท - ค่าตอบแทนวิทยากรอบรม 1 คน x 6 ชั่วโมง = 6,000 บาท - ค่าประสานอาสาสมัคร ประสานงานการจัดอบรม = 2,000 บาท - ค่าบันทึกภาพ บันทึกวิดีโอ = 1,000 บาท - ค่าสถานที่จัดอบรม 1 วัน x 6 ชั่วโมง = 6,000 บาท - ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อ อาหารว่าง 2 มื้อ = 15,000 บาท - ค่าวัสดุอุปกรณ์ประกอบการอบรม เหมาจ่าย 4 เดือน 3,500 บาท

4รุ่น142,000.00
ปฏิบัติการอาสาสมัคร (การดูแลอาสาสมัคร/พี่เลี้ยง)

- ค่าใช้จ่ายในการประสานงาน(โทรศัพท์, เดินทาง) ของพี่เลี้ยงอาสาประจำโรงพยาบาล 4 คนๆ ละ 5,000 บาท/เดือน (ดูแลคนละ 2 โรงพยาบาล)

5,000คน20,000.00
ปฏิบัติการอาสาสมัคร (สนับสนุนการทำงานอาสาสมัคร)

- ค่าวัสดุอุปกรณ์สำหรับอาสาสมัครในการปฏิบัติงาน ( ชุดเอี๊ยมอาสา บัตรอาสา วัสดุอุปกรณ์สำนักงานเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานและถอดบทเรียนอาสา) โรงพยาบาลละ 2,000 บาท / เดือน x 8 โรงพยาบาล x 4 เดือน

16,000เดือน64,000.00
การสื่อสารกับสังคมวงกว้างเพื่อสร้างสังคมแห่งการช่วยเหลือเกื้อกูล

- นำเสนอข่าวสารการประกาศรับสมัครอาสาสมัครทั้ง 8 โรงพยาบาล เป็นประจำทุกเดือน - สัมภาษณ์ประสบการณ์การทำงานอาสา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคม สัปดาห์ละ 1 ชิ้น - สื่อสารกิจกรรมพื้นที่เติมสุขให้ใจและความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่ขับเคลื่อนงานอาสาสมัครในระบบโรงพยาบาลและพื้นที่อื่นๆ

5,000เดือน20,000.00
ค่าบริหารจัดการโครงการ

- ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ติดต่อประสานงาน จัดประชุมคณะทำงาน/พี่เลี้ยงอาสา เพื่อติดตามการทำงาน ทั้ง 8 โรงพยาบาล เดือนละ 10,000 บาท x 4 เดือน - ค่าจัดทำรายงาน (รายเดือน) เดือนละ 3,500 บาท x 4 เดือน

13,500เดือน54,000.00
รวมเป็นเงินทั้งหมด300,000.00
ค่าสนับสนุนเทใจ (10%)30,000.00
ยอดระดมทุน
330,000.00

ผู้รับผิดชอบโครงการ

“มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา” เป็นองค์กรไม่แสวงกำไร ซึ่งเชื่อว่า การสร้างสังคมที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการพัฒนาผู้คนให้มีสติ ความเข้าใจ และความเมตตาในการดำเนินชีวิตและอยู่ร่วมกับผู้อื่น โดยนำหลักพุทธธรรมมาประยุกต์ใช้กับชีวิตร่วมสมัย เพื่อให้ทุกคนเรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเอง และนำสิ่งที่เรียนรู้ไปสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิต ครอบครัว ชุมชน และสังคม โครงการ/ผลงานที่ผ่านมา 1.สื่อสารรณรงค์เรื่องการทำบุญที่ถูกต้องตามหลักพุทธศาสนา จัดพิมพ์เผยแพร่หนังสือ ฉลาดทำบุญ และหนังสือที่เกี่ยวข้องรวมถึงจัดกิจกรรมในประเด็นดังกล่าว 2.พัฒนาหลักสูตรและจัดอบรม เผชิญความตายอย่างสงบ ร่วมกับเสมสิกขาลัย เพื่อเป็นช่องทางการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการแก่ผู้สนใจ 3.โครงการสุขแท้ด้วยปัญญา ส่งเสริมแนวคิดเรื่องทัศนคติ อันเป็นที่มาแห่งความสุข ประกอบด้วย รู้จักให้ สุขที่ใจ ไม่รอโชค คิดดี คิดเป็น 4.โครงการอาสาอำนวยความสะดวกผู้ป่วยในโรงพยาบาล ที่ช่วยแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมดูแลและรับฟังผู้ป่วยและญาติด้วยความเข้าใจ ทำให้โรงพยาบาลเป็นพื้นที่ที่เปี่ยมด้วยความเอื้ออาทรมากยิ่งขึ้น 5.โครงการปันกันอิ่ม เปิดพื้นที่ให้ผู้คนแบ่งปันอาหารและน้ำใจแก่ผู้ที่กำลังเผชิญความยากลำบาก สร้างวัฒนธรรมการแบ่งปันที่เชื่อมโยงผู้คนในสังคมเข้าหากัน 6.โครงการปลุกสติออนไลน์ เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไป สามารถปฏิบัติธรรมโดยไม่ต้องติดขัดข้อจำกัดเรื่องเวลา สถานที่ และการเดินทาง ผู้ฝึกสามารถฝึกปฏิบัติธรรมได้ทุกที่โดยไม่ต้องเข้าวัด หรือ สถานปฏิบัติธรรม และสามารถนำความรู้ความเข้าใจเรื่องการเจริญสติประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

ดูโปรไฟล์

สร้างเพจระดมทุน

ร่วมกันระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการนี้

สร้างเพจระดมทุนให้โครงการนี้
icon