cover_1
โครงการใหม่

เรือถึง คนรอด

เด็กและเยาวชน
ผู้สูงอายุ
ผู้ประสบภัยพิบัติ

เงินบริจาคของคุณจะนำไปซื้อเรือ เครื่องยนต์เรือ และเสื้อชูชีพ เพื่อกู้ภัยให้กับเครือข่ายผู้หญิงกับภัยพิบัติจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะไปช่วยเหลือคนมากกว่า3,000คน

ระยะเวลาระดมทุน

3 ส.ค. 2569 - 1 ต.ค. 2569

พื้นที่ดำเนินโครงการ

จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ปัตตานีจังหวัดนราธิวาส อ.รือเสาะ จ.นราธิวาสยะลา จ.ยะลา

เป้าหมาย SDGs

GENDER EQUALITYCLIMATE ACTIONPARTNERSHIPS FOR THE GOALS

กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ

เด็กและเยาวชน
300คน
ผู้สูงอายุ
300คน
ผู้ป่วย
50คน
ผู้พิการ
50คน
ผู้หญิง
300คน
กลุ่มชาติพันธุ์
1,000คน
ผู้ประสบภัยพิบัติ
1,000คน

เมื่อเกิดน้ำท่วม สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงอาหาร น้ำดื่ม หรือถุงยังชีพ แต่คือคำถามว่า

“เราจะเข้าไปถึงคนที่กำลังรอความช่วยเหลือได้อย่างไร?”

จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เป็นพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยซ้ำซาก และในบางพื้นที่ระดับน้ำสามารถเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับสภาพภูมิประเทศ ลำน้ำ และกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ทำให้ชุมชนบางแห่งถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

ในสถานการณ์เช่นนี้ “เรือ” จึงไม่ใช่เพียงพาหนะ แต่เป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิต

เรือและเครื่องยนต์ที่มีกำลังเพียงพอทำให้อาสาสมัครสามารถเข้าไปอพยพประชาชน นำผู้ป่วยออกจากพื้นที่ ส่งอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็น รวมทั้งเข้าถึงบ้านเรือนที่รถยนต์และรถกู้ภัยไม่สามารถเข้าไปถึงได้

ความยากของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีลักษณะเฉพาะ เนื่องจากประชาชนต้องเผชิญกับ “ภัยซ้อนภัย” ทั้งภัยจากธรรมชาติและสถานการณ์ความไม่สงบที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน

เมื่อเกิดมหาอุทกภัยพร้อมกันหลายพื้นที่ กำลังของหน่วยงานภาครัฐ หน่วยกู้ชีพ กู้ภัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่บางพื้นที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงจากกระแสน้ำที่รุนแรง สภาพเส้นทาง และความกังวลด้านความปลอดภัยจากสถานการณ์ความไม่สงบ

ผลที่เกิดขึ้นคือ ในช่วงเวลาที่ทุกนาทีมีความหมาย ชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลอาจต้องรอความช่วยเหลือเป็นเวลานาน

สำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก หรือครอบครัวที่บ้านถูกน้ำล้อม การรอคอยเพียงไม่กี่ชั่วโมงอาจหมายถึงความแตกต่างระหว่าง “ปลอดภัย” กับ “สูญเสีย”

ปัญหาสังคม

ปัญหาหลักไม่ได้เกิดจากการขาดอาสาสมัครหรือการขาดคนที่พร้อมจะช่วยเหลือ แต่เกิดจาก “คนพร้อม แต่เครื่องมือไม่พร้อม”

เครือข่ายผู้หญิงกับภัยพิบัติจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้พัฒนาศักยภาพของอาสาสมัครในชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งทักษะการขับเรือ การเอาตัวรอดทางน้ำ การใช้เงื่อนเชือก การใช้สัญญาณมือในการปฏิบัติการทางเรือ การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และการตอบโต้ภัยพิบัติเบื้องต้น

แต่เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ สิ่งที่กลายเป็นข้อจำกัดสำคัญคือ จำนวนเรือ เครื่องยนต์เรือ เสื้อชูชีพ และงบประมาณสำหรับเชื้อเพลิงไม่เพียงพอ

โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำลึกและกระแสน้ำเชี่ยว เรือที่ไม่มีเครื่องยนต์ หรือเครื่องยนต์ที่มีกำลังต่ำ ไม่สามารถปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

เครื่องยนต์เรือขนาดประมาณ 40 แรงม้า จึงมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่กระแสน้ำแรง การขนส่งผู้ประสบภัยหลายคน และการบรรทุกอาหาร น้ำดื่ม ยา และอุปกรณ์กู้ภัย

นอกจากนี้ เสื้อชูชีพเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นต่อความปลอดภัยของอาสาสมัครทุกคนที่ปฏิบัติงานทางน้ำ เพราะผู้ช่วยเหลือเองต้องปลอดภัย จึงจะสามารถช่วยชีวิตผู้อื่นได้

เครือข่ายผู้หญิงกับภัยพิบัติจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่ได้ทำงานด้านการเตรียมพร้อมและตอบโต้ภัยพิบัติมาอย่างต่อเนื่อง

สมาชิกเครือข่ายได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน เช่น

  • การขับเรือและการควบคุมเรือในสถานการณ์น้ำท่วม
  • การเอาตัวรอดทางน้ำ
  • การใช้เสื้อชูชีพและอุปกรณ์ความปลอดภัย
  • การใช้เงื่อนเชือกเพื่อการกู้ภัย
  • การใช้สัญญาณมือในการปฏิบัติการทางเรือ
  • การช่วยเหลือและอพยพผู้ประสบภัย
  • การทำงานร่วมกับชุมชนและเครือข่ายอาสาสมัคร

ประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า คนในชุมชนคือผู้ที่สามารถเข้าถึงผู้ประสบภัยได้รวดเร็วที่สุด เพราะรู้จักพื้นที่ รู้ว่าบ้านใดมีผู้สูงอายุ บ้านใดมีผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือเด็กเล็ก และรู้จักเส้นทางที่สามารถใช้เดินเรือเข้าไปได้

ดังนั้น สิ่งที่โครงการต้องการเพิ่มเติมไม่ใช่เพียง “คน” แต่คือ เครื่องมือที่จะทำให้คนที่มีทักษะสามารถออกไปช่วยชีวิตได้จริง

วิธีการแก้ปัญหา

  1. โครงการจะสร้างความพร้อมของระบบกู้ภัยระดับชุมชน โดยจัดหาอุปกรณ์ที่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดอุทกภัย ได้แก่ 1. จัดหาเรือสำหรับปฏิบัติการกู้ภัยและอพยพประชาชน 3 ลำ ลำละ 70,000 บาท 2. จัดหาเครื่องยนต์เรือขนาด 40 แรงม้า เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงพื้นที่น้ำลึกและกระแสน้ำเชี่ยว จำนวน 6 เครื่อง (ยี่ห้อ Sea Cruize ขนาด 40 แรงม้า (2 จังหวะ) มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นประมาณ 69,900 ถึง 70,900 บาท มีค่าขนส่งระหว่างจังหวัด 10,000 บาท) 3. จัดหาเสื้อชูชีพจำนวน 100 ตัว สำหรับอาสาสมัครที่ปฏิบัติหน้าที่ทางน้ำ จัดเตรียมงบประมาณน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันเครื่องสำหรับการออกปฏิบัติการ การกระจายอุปกรณ์ไปยังจุดยุทธศาสตร์ในพื้นที่ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพื่อให้สามารถเคลื่อนกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนได้รวดเร็ว ใช้อาสาสมัครในพื้นที่ซึ่งรู้จักภูมิประเทศ ชุมชน เส้นทางน้ำ และบริบทความปลอดภัย เป็นกำลังสำคัญในการเข้าถึงประชาชน แนวทางนี้เป็นการสร้าง “กำลังช่วยเหลือจากคนในพื้นที่” ไม่ต้องรอให้ความช่วยเหลือจากส่วนกลางเดินทางมาถึงเพียงอย่างเดียว เมื่อเกิดเหตุ อาสาสมัครสามารถนำเรือออกปฏิบัติการได้ทันที ทั้งการค้นหาและอพยพประชาชน การส่งอาหาร น้ำดื่ม และยา ตลอดจนการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถออกจากบ้านได้ด้วยตนเอง

แผนการดำเนินงาน

  1. ส.ค. - ต.ค. 2569

    จัดซื้อและเตรียมอุปกรณ์: ดำเนินการจัดซื้อเรือ เครื่องยนต์เรือขนาด 40 แรงม้า เสื้อชูชีพ น้ำมันเชื้อเพลิง และน้ำมันเครื่อง พร้อมตรวจสอบคุณภาพและความพร้อมของอุปกรณ์ก่อนนำไปใช้งาน

  2. ก.ย. - ต.ค. 2569

    จัดวางกำลังและอุปกรณ์: กระจายเรือ เครื่องยนต์ และอุปกรณ์ไปยังจุดปฏิบัติการที่เหมาะสมในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยพิจารณาจากความเสี่ยง ระดับน้ำ เส้นทางน้ำ และความสามารถในการเข้าถึงชุมชน

  3. ต.ค. - ธ.ค. 2569

    ปฏิบัติการช่วยเหลือ: เมื่อเกิดอุทกภัย อาสาสมัครจะออกปฏิบัติการเพื่อค้นหาและอพยพประชาชน ขนส่งอาหาร น้ำดื่ม ยา และสิ่งของจำเป็น รวมถึงสนับสนุนการเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง

แผนการใช้เงิน

รายการจำนวนจำนวนเงิน (บาท)
เรือสำหรับกู้ภัย/อพยพประชาชน

เรือท้องแบนไฟเบอร์กลาส เรือกู้ภัย เรือกู้ชีพ ขนาด 188*530*64 เซนติเมตร

3ลำ210,000.00
เสื้อชูชีพ

เสื้อชูชีพมาตรฐานกรมเจ้าท่า

100ตัว80,000.00
เครื่องยนต์เรือ Outboard 40 แรงม้า

Sea Cruize ขนาด 40 แรงม้า (2 จังหวะ)

6เครื่อง425,400.00
น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเรือ

400ลิตร16,000.00
น้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องยามาฮ่าแท้ (Yamalube)

20ขวด6,000.00
เทลเลอร์ลากเรือ

ชาวบ้านทำเอง ซื้ออุปกรณ์

4ชุด120,000.00
วิทยุสื่อสารเครื่องสีเเดง

เครื่องวิทยุยี่ห้อ Richwave และใบขออนุญาต

40เครื่อง160,000.00
เชือกบุคคล

ตราปลาคราฟ

4มัด13,000.00
รวมเป็นเงินทั้งหมด1,030,400.00
ค่าสนับสนุนเทใจ (10%)103,040.00
ยอดระดมทุน
1,133,440.00

ผู้รับผิดชอบโครงการ

เหตุการณ์ภัยพิบัติในจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีต และมักจะปรากฎเป็นมหันตภัยขนาดใหญ่ทุกรอบ 10 ปี เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 เกิดเหตุการณ์ ‘คลื่นพายุซัดฝั่ง’ (storm surge) และกระทบกับชาวประมงรอบอ่าวปัตตานี จังหวัดปัตตานี จำนวนกว่า 300 ครัวเรือน บ้านบางหลังถูกพายุหอบหายไปทั้งหลัง เช่นเดียวกับการเกิดความเสียหายต่อเครื่องมือประมง เช่น เรือ อวน ตามสถิติพบว่า เด็กผู้หญิง เด็กผู้ชาย และผู้หญิง เสียชีวิตในสถานการณ์ภัยพิบัติสูงกว่าผู้ชาย 14 เท่า แต่ผู้หญิงกลับขาดการพัฒนาศักยภาพเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ สถานการณ์ภัยพิบัติดังกล่าวจึงเป็นจุดเริ่มต้น เมื่อปี พ.ศ. 2562 ในการก่อตั้งกลุ่มเครือข่ายผู้หญิงกับภัยพิบัติจังหวัดชายแดนใต้ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ดังนี้ คือ 1. เพื่อร่วมมือและประสานงานกับรัฐและองค์กรเอกชนอื่นๆ ในการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพ คุณภาพชีวิต และสิทธิของผู้หญิงและคนกลุ่มเปราะบางในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 2. เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 3. เพื่อส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ในการจัดตั้งกลุ่มยังอยู่บนฐานการศึกษาเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 จากแบบสอบถาม 39 คน ผู้หญิง 35 คน ผู้ชาย 4 คน จาก 9 หมู่บ้าน ได้แต่ ราตาปันยัง ยามู บ้านกลาง ตาเชร บราโหม บางปู แหลมโพธิ์ ตะโล๊ะกาโปร์ และตันหยงลูโล๊ะ พบว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านทุกคนได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ แต่จำนวนกว่า 92% ไม่เคยได้รับการอบรมเรื่องการป้องกันภัยพิบัติเลย

ดูโปรไฟล์

สร้างเพจระดมทุน

ร่วมกันระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการนี้

สร้างเพจระดมทุนให้โครงการนี้
icon