project เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ อื่นๆ

ครัวรักษ์อาหาร เสริมภูมิต้านทานชุมชนหลังวิกฤติโควิด-19

ครัวรักษ์อาหาร เป็นครัวชุมชนเพื่อชุมชนที่รับวัตถุดิบอาหารส่วนเกินจากระบบตลาด แต่ยังมีคุณภาพดี สามารถรับประทานได้ แทนที่จะถูกนำไปทิ้ง แต่นำมาปรุงสุกแล้วไปแจกจ่ายให้กับกลุ่มคนตกงานที่ได้รับผลกระทบระยะยาวจากโควิด-19 และกลุ่มผู้เปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ในชุมชนรายได้ต่ำ ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ จำนวน 6 ชุมชน ซึ่งมีประชากรผู้ได้รับผลประโยชน์รวมทั้งสิ้น 9,500 คน แต่ละคนจะได้รับการสนับสนุนอาหารอย่างน้อย 1 มื้อต่อเดือนตลอดการดำเนินงานของโครงการ

Duration 3 เดือน (มีนาคม - พฤษภาคม 2564) Area 6 พื้นที่ ภายในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

Current donation amount

76,291 THB

Target

891,000 THB
ดำเนินการไปแล้ว 9%
24 days left จำนวนผู้บริจาค 77

ความขาดแคลนอาหารหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 และปัญหาขยะอาหาร

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกนั้นส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจและอัตราการว่างงานของประชาชนในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนผู้จัดว่าอยู่ในกลุ่มชุมชนที่เปราะบาง หรือรายได้ต่ำที่ยังไม่สามารถหารายได้เลี้ยงชีพ และครอบครัวตามปกติได้ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้จัดแถลงภาวะสังคมไตรมาสแรกของปี 2563 มีการคาดการณ์ต่อสัญญาณของผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อการจ้างงานไว้ว่า แรงงานมีความเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างทั้งสิ้น 8.4 ล้านคน กลุ่มคนเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงต่อความขาดแคลนอาหารอันเนื่องมาจากการขาดรายได้เลี้ยงชีพและครอบครัว แต่ในทางกลับกันกว่าร้อยละ 64 ของปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในประเทศไทยต่อปีนั้นคือขยะอาหาร ซึ่งในจำนวนนั้นประกอบไปด้วยอาหารส่วนเกินจำนวนมากที่ภาคธุรกิจไม่สามารถขายได้แล้วถูกทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย และกลายเป็นขยะอาหารที่ก่อให้เกิดมลพิษ ทั้งที่จริงแล้วอาหารเหล่านี้เป็นอาหารที่มีคุณภาพดีและสามารถบริโภคได้ เพียงแต่เป็นปริมาณส่วนเกินในระบบตลาดเท่านั้น ในขณะเดียวกันยังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามาถเข้าถึงอาหารคุณภาพดีเหล่านี้ได้ เนื่องจากปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยประชาชนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้เปราะบางทางสังคม เช่น กลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มผู้พิการ กลุ่มเด็กกำพร้า กลุ่มผู้มีรายได้น้อย เป็นต้น

แนวทางการแก้ไข

เพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้เปราะบางเหล่านี้ พร้อมลดปัญหาขยะอาหารจากอาหารส่วนเกิน โครงการครัวรักษ์อาหารของ Thai SOS จึงเกิดขึ้น โดยการสร้างระบบการถ่ายโอนอาหารส่วนเกินซึ่งก็คือ “อาหารส่วนที่เกินจากความต้องการของตลาด” ไปยังกลุ่มผู้เปราะบางต่างๆ พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของคนชุมชน ผ่านการวางแผนระบบการขนส่งอาหารจากกลุ่มผู้บริจาคซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตอาหารในระบบตลาดไปยังครัวชุมชนที่ตั้งอยู่ภายใน 6 ชุมชนรอบจังหวัดกรุงเทพฯ เพื่อนำไปประกอบอาหารถูกหลักโภชนาการ และท้ายที่สุดนำส่งมอบให้กับกลุ่มผู้รับอาหารในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้เปราะบางทางสังคมที่ไม่สามารถเข้าถึงอาหารที่ดีได้เท่าที่ควร

ตัวแทนผู้พิทักษ์รักษ์อาหารกำลังรับอาหารส่วนเกินบริจาคจากซูเปอร์มาร์เก็ต
และเก็บในรถห้องเย็นเพื่อกรักษาอุณหภูมิในการส่งต่อ

การแจกจ่ายมื้ออาหารที่ลานหน้าวัดโสมนัส ย่านชุมชนนางเลิ้ง

บรรยากาศการทำอาหารร่วมกันระหว่างตัวแทนชุมชนและกลุ่มอาหารสมัคร ภายในครัวรักษ์อาหารนางเลิ้ง

ประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ด้านสังคม

  1. บรรเทา เยียวยา คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนกลุ่มเปราะบางในการเข้าถึงอาหารที่ดีถูกหลักโภชนาการอย่างเท่าเทียม
  2. การลดภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารแก่กลุ่มผู้ขาดแคลน
  3. สร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในสภาวะเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19

ด้านสิ่งแวดล้อม

  1. ลดปัญหาขยะอาหารในระบบห่วงโซ่อุปทานอาหารในประเทศไทย
  2. การลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ที่มาจากอาหารส่วนเกิน

แนวการต่อยอดโครงการเพื่อให้เกิดความยั่งยืน

เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการรักษ์อาหารไปได้อย่างต่อเนื่อง ทางมูลนิธิฯจำเป็นที่จะต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการรับและการบริจาคอาหาร รวมไปถึงการได้รับเงินสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาคส่วนต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่จะชี้วัดการดำรงอยู่ของโครงการให้คงอยู่ต่อไป

แนวทางการต่อยอดโครงการในอนาคตนั้นจะเกิดเป็นรูปแบบการเปิดรับอาสาสมัครจากภาคองค์กรเอกชน เพื่อให้บุคคลทั่วไปได้มาเรียนรู้ปัญหาสังคม และสิ่งแวดล้อม ได้ทำความเข้าใจชุมชนมากขึ้น นอกจากนี้เพื่อหาโอกาสขอรับการสนับสนุนจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับบริจาคสินค้าอาหารส่วนเกินมากขึ้น และการเปิดรับบริจาคเงินสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการมากขึ้นเพื่อร่วมกันเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารร่วมกัน

ขั้นตอนการดำเนินโครงการ

ระบบการทำงานของมูลนิธิในทุกๆวันโดยปกติแล้วจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ  

  1. ระบบจัดการผู้รับบริจาคอาหาร หรือชุมชนผู้รับ และ 
  2. ระบบการรับบริจาคอาหารส่วนเกินดังภาพข้างต้น ในส่วนของโครงการครัวรักษ์อาหารนั้นเป็นโครงการส่วนขยายจากระบบการทำงานข้างต้นโดยจะเป็นส่วนที่อยู่ก่อนการบริจาคอาหารให้แก่ชุมชนโดยตรง ซึ่งจะเกิดขึ้นอาทิตย์ละ 3-5 ครั้ง ดังนั้นขั้นตอนการดำเนินงานของครัวรักษ์อาหาร จึงมีดังนี้
    1. ติดต่อหัวหน้าชุมชนที่เป็นผู้รับบริจาคอาหารจากทางมูลนิธิฯอยู่แล้ว และมีความเข้าใจเรื่องอาหารส่วนเกินเป็นอย่างดี เพื่อแนะนำให้เปิดครัวชุมชนเพื่อช่วยเหลือชุมชนในพื้นที่
    2. ตรวจสอบความพร้อมของชุมชนว่ามีสถานที่ และอุปกรณ์ในการจัดตั้งครัวชุมชนครบครันหรือไม่ หากมีความพร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยทางอาหารของมูลนิธิฯจะเข้าไปแนะนำการจัดตั้ง และความปลอดภัยให้กับชุมชน
    3. ประสานงานกับทีมรถรับบริจาคอาหารส่วนเกินเพื่อนำวัตถุดิบส่วนหนึ่งมาส่งให้กับครัวในวันที่นัดหมายไว้
    4. รวบรวมอาสาสมัครทั้งภายในชุมชน และบุคคลภายนอกเพื่อจัดเตรียมการทำครัว
    5. ประสานงานกับหัวหน้าชุมชนเพื่อจัดเตรียมจำนวนผู้รับอาหารที่มีความเดือนร้อน และจัดเตรียมด้านการสื่อสาร
    6. เมื่อถึงวันนัดหมาย อาสาสมัครร่วมทำอาหารด้วยกัน
    7. เมื่อทำอาหารเสร็จแล้วอาสาสมัครจึงลงพื้นที่นำไปแจกจ่ายให้กับชุมชน
    8. อาสาสมัครกลับมาที่ครัวเพื่อช่วยกันจัดเก็บ ทำความสะอาดด้วยกัน

ทั้งนี้ครัวรักษ์อาหารในแต่ละชุมชนจะมีจำนวนครั้งของการทำอาหารเพื่อมอบอาหาร 1 มื้อ/คน/ครั้งดังนี้

  1. ครัวรักษ์อาหารย่านนางเลิ้ง (ประชากรที่ได้รับความช่วยเหลือ 1,500 คน) จำนวน 4 ครั้ง/เดือน
  2. ครัวรักษ์อาหารคอยรุดดีน (ประชากรที่ได้รับความช่วยเหลือ 1,400 คน) จำนวน 4 ครั้ง/เดือน
  3. ครัวรักษ์อาหารมีนบุรี (ประชากรที่ได้รับความช่วยเหลือ 1,400 คน) จำนวน 5 ครั้ง/เดือน
  4. ครัวรักษ์อาหารแพรกษา (ประชากรได้รับความช่วยเหลือ 2,400 คน) จำนวน 4 ครั้ง/เดือน
  5. ครัวรักษ์อาหารบางพลัด (ประชากรได้รับความช่วยเหลือ 2,000 คน) จำนวน 6 ครั้ง/เดือน
  6. ครัวรักษ์อาหารซอยพระเจน (ประชากรได้รับความช่วยเหลือ 800 คน) จำนวน 6 ครั้ง/เดือน

รวมทั้งสิ้น 45,000 มื้อ/เดือน

เรื่องราวของ 6 ชุมชน ที่ครัวรักษ์อาหารให้ความช่วยเหลือ

1. ครัวรักษ์อาหารย่านนางเลิ้ง

มี 497 ครัวเรือน ประชากรที่ได้รับความช่วยเหลือ 1,500 คน

ประกอบไปด้วย 3 ชุมชน คือ ชุมชนวัดสุนทรธรรมทาน ชุมชนวัดโสมนัส และชุมชนจักรพรรดิพงษ์ “นางเลิ้ง เป็นย่านชุมชนที่เก่าแก่ มีจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 497 หลังคาเรือน คนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขาย ทำงานรับจ้าง มีกลุ่มผู้สูงอายุมากที่สุดในกรุงเทพฯ ซึ่งมีกลุ่มแกนนำชุมชนที่ขับเคลื่อนการทำงานจิตอาสาเพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนอย่างเข้มแข็ง ครัวรักษ์อาหารนางเลิ้งเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างมูลนิธิฯ ที่มีวัตถุดิบให้พร้อมสำหรับการปรุงอาหาร และคนในชุมชนที่มีภูมิปัญญาการทำอาหาร ใช้งานวัฒนธรรมด้านอาหารเป็นเครื่องมือที่ชักชวนคนในชุมชน และผู้สูงอายุครูภูมิปัญญา มาร่วมกันทำอาหารใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ โดยการได้พบปะ และรังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบที่ได้รับการบริจาคมาด้วยกัน ปัจจุบันครัวรักษ์อาหารนางเลิ้งได้ส่งต่ออาหารที่ชุมชนได้ปรุงขึ้นไปให้คนในชุมชนได้เดือนละ 1,500 คน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ แม่และเด็ก ผู้ที่ไม่มีงานทำที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้คนในชุมชนสามารถลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ครัวรักษ์อาหารนางเลิ้งยังคงดำเนินการต่อไปให้สามารถกระจายอาหารได้ทั่วถึง และให้อาหารเป็นเครื่องมือในการรักษาภูมิปัญญาของชุมชนด้วย

คุณยายยิ้มเข้ารับอาหารสำหรับมื้อเย็น ย่านชุมชนนางเลิ้ง

2. ครัวรักษ์อาหารคอยรุดดีน

มี 135 หลังคาเรือน ประชากรที่ได้รับความช่วยเหลือ 1,400 คน

ชุมชนแผ่นดินทองคอยรุดดีน เขตหนองจอก ได้รับการก่อตั้งเป็นชุมชนในปี 2537 โดยมีคณะกรรมการ 7 คน เป็นชุมชนชานเมืองมี 135 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม มีมัสยิดคอยรุดดีนเป็นมัสยิดประจำชุมชน ประชากรส่วนใหญ่ในชุมชนประกอบอาชีพรับจ้างและเกษตรกรรม จบชั้นประถมศึกษา มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่ำกว่า 5,000 บาท มีผู้ที่มีบ้านที่อยู่อาศัยของตนเอง 91 หลัง และเช่าที่ดินอยู่ 46 หลัง ในเรื่องการแจกอาหารในชุมชน โดยปกติแล้ว ชุมชนจะมีการทำอาหารแจกให้กับเด็กๆที่เรียนศาสนาทุกวันพฤหัสบดี การเข้าร่วมโครงการครัวรักษ์อาหารจะทำให้ชุมชนสามารถแจกอาหารให้กับผู้ใหญ่ในชุมชนได้ด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายให้กับชุมชน และชวนคนในชุมชนมาร่วมกันปรุงอาหาร และร่วมกันส่งเสริมลดการลดพลาสติก ให้ใช้ภาชนะจากครัวเรือนมาใส่อาหาร หรือใช้วัสดุจากธรรมชาติมาเป็นภาชนะ ครัวรักษ์อาหารชุมชนคอยรุสดีนจึงเป็นครัวรักษ์อาหารที่ส่งเสริมความสามัคคีทางศาสนาและส่งเสริมสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆกัน ปัจจุบันทางมูลนิธิฯ สามารถแจกจ่ายมื้ออาหารจากโครงการนี้ครอบคลุมแล้วถึง 1,400 คนต่อเดือน ซึ่งในจำนวนนี้มีประชาชนที่เป็น ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ และผู้ยากไร้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างมากโดยด่วนด้วย

ครัวรักษ์อาหารคอยรุดดีน นำร่องการงดใช้พลาสติกในการแจกจ่ายอาหารให้คนในชุมชน

3. ครัวรักษ์อาหารมีนบุรี

มี 2,000 ครัวเรือน ประชากรที่ได้รับความช่วยเหลือ 1,400 คน

ชุมชนในเขตมีนบุรีมีทั้งหมด 2,000 ครัวเรือนอยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ 50 กิโลเมตร ระยะทางที่ห่างไกลทำให้การช่วยเหลือดูแลจากภาครัฐ หรือองค์กรต่างๆ ค่อนข้างยากลำบาก แต่ชุมชนก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาวัฒนธรรมทางศาสนาอิสลามอย่างเข้มแข็ง มีการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชน ดูแลชุมชนของตนเองด้วยกิจกรรมอาสาสมัครโดยการทำทีมกลุ่มจิตอาสาเพื่อนยุ้ย ที่จะคอยประสานงานขอรับการสนับสนุน สิ่งของ อุปกรณ์ และอาหาร เพื่อให้คนในชุมชนได้มีอาหาร เพียงพอ ในการร่วมกิจกรรมทางศาสนา เช่น การเรียนศาสนาทุกเย็นๆ กิจกรรมกีฬา และยังแบ่งปันให้กับชุมชนอื่นๆ การเข้าร่วมโครงการครัวรักษ์อาหารที่ทำอาหารแจกให้กับคนในชุมชนที่ตกงาน มีรายได้ไม่เพียงพอ ผู้สูงอายุ และเด็ก ซึ่งปัจจุบันครัวรักษ์อาหารมีนบุรีได้ให้ความช่วยเหลือคนจำนวน 1,400 คนต่อเดือนในชุมชนเขตมีนบุรีให้มีอาหารที่เพียงพอมากขึ้น และช่วยลดค่าใช้จ่ายในครอบครัวมากขึ้น

กลุ่มแม่ครัวอาสาร่วมกันทำอาหารที่ครัวรักษ์อาหารมีนบุรี

4. ครัวรักษ์อาหารแพรกษา

มีประชากรได้รับความช่วยเหลือ 2,400 คน

ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ เป็นชุมชนชานเมืองที่มีการย้ายถิ่นมาจากการไล่รื้อ แกนนำชุมชนจึงเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดการที่อยู่อาศัยในเครือข่ายสลัมสี่ภาค นอกจากที่อยู่อาศัยที่เป็นเรื่องสำคัญแล้ว “อาหาร” ก็เป็นปัจจัยหนึ่งสิ่งสำคัญกับทุกคนเช่นกัน แกนนำชุมชน จึงพยายามรวบรวมเงินบริจาคจากคนในชุมชนเพื่อจัดตั้งครัวชุมชน แม้จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเพราะด้วยระยะทางที่ห่างไกล แต่ชุมชนก็ยังคงทำอาหารแจกให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด การที่มูลนิธิฯได้เข้าไปสนับสนุนวัตถุดิบสำหรับการทำครัวของชุมชนและจัดตั้งเป็นครัวรักษ์อาหาร ทำให้ชุมชนมีวัตถุดิบในการปรุงอาหารมากขึ้น และเป็นการลดค่าใช้จ่ายของคนในชุมชน การทำอาหารในหนึ่งเดือนจะสามารถแจกจ่ายได้ถึง 2,400 คน การแจกจ่ายอาหารนี้เป็นการแจกเพื่ออิ่มท้องสามารถอิ่มได้ทั้งครอบครัว ทางครัวที่ชุมชนแพรกษาเองยังอยากที่จะทำอาหารให้คนในชุมชนได้อิ่มท้องต่อไป เพราะคนในชุมชนก็ยังคงยากลำบาก และต้องการการสนับสนุนมากขึ้น

5. ครัวรักษ์อาหารบางพลัด

มีประชากรได้รับความช่วยเหลือ 2,000 คน

ตั้งอยู่ที่ชุมชนบ้านมั่นคงบางพลัด ลักษณะเป็นชุมชนแออัดที่มีการจัดการตัวเองในลักษณะเคหะชุมชน โดยมีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งมีคณะกรรมการบริหารชุมชนที่ขับเคลื่อนกิจกรรมพัฒนาชุมชน ครัวรักษ์อาหารบางพลัด คือโครงการที่ชุมชนได้ร่วมมือกับทางมูลนิธิฯ ชุมชนได้ใช้ “อาหาร”เป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงคนในชุมชน ชุมชนใกล้เคียง และหน่วยงานภาครัฐ เข้ามามีส่วนร่วมให้การส่งต่ออาหารอย่างเป็นรูปธรรมให้กลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อย กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง และผู้ได้รับผลกระทบหลังจากสถานการณ์โควิด 19 ให้มีอาหารเพียงพอเพื่อให้เกิดการลดรายจ่าย และเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการของชุมชน ปัจจุบันครัวรักษ์อาหารบางพลัดกระจายอาหารให้กับคนในพื้นที่ 8 ชุมชนย่อยในเขตบางพลัดกว่า 2,000 คนต่อเดือน ชุมชนมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมแรงร่วมใจกระจายอาหารให้กับชุมชนมากที่สุด ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างทั่วถึง

พี่วินมอร์ไซต์อาสานำอาหารจากครัวรักษ์อาหารบางพลัด ไปส่งต่อให้ชุมชนในพื้นที่ที่ไกลกว่าระยะการเดิน

6. ครัวรักษ์อาหารซอยพระเจน

มีประชากรได้รับความช่วยเหลือ 800 คน

ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ บริเวณเขตลุมพินี ประชาชนในชุมชนซอยพระเจนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการบริการ เช่นพนักงานโรงแรม ร้านนวด และพนักงานรับจ้างทั่วไป หลังจากสถานการณ์การะระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้คนในชุมชนกว่า 50% ตกงาน และถึงแม้ว่าจะยังมีงานทำก็ถูกลดเงินเดือนลงไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของเงินเดือนปกติ ซึ่งทำให้ชีวิตของผู้คนในชุมชนไม่มีมั่นคง เนื่องจากหลายๆครอบครัวอาศัยอยู่ในบ้านเช่า หรือห้องพักเช่าไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง การมีครัวรักษ์อาหารเข้าไปให้ช่วยเหลือนั้น จะเป็นการบรรเทาชุมชนโดยการลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารซึ่งในแต่ละเดือนครัวรักษ์อาหารสามารถแจกจ่ายอาหารช่วยเหลือคนในชุมชนถึง 800 คน

เจ้าของโครงการ


มูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (Scholars of Sustenance Foundation) หรือ Thai SOS

  • Website: https://www.scholarsofsustenance.org/sos-thailand 
  • Facebook: https://www.facebook.com/sosfoundationthai 
  • Instagram: https://www.instagram.com/thaisosfoodrescue/ 

ภาคี

  • ภาคีผู้บริจาคอาหารมากว่า 50 ที่ ยกตัวอย่างเช่น Tesco Lotus, Tops Supermarket, Central Food Hall, Big C, โรงแรมในเครือ Hilton, โรงแรมในเครือ Mariott, และผู้ประกอบการด้านอาหารอีกมากมาย
  • กลุ่มเครือข่ายจิตอาสาในชุมชน เช่น กลุ่มจิตอาสาเพื่อนยุ้ยจากชุมชนมีนบุรี เป็นต้น
ไม่มีข้อมูล

Budget plan

รายการจำนวนจำนวนเงิน (บาท)
การประกอบอาหารในครัวรักษ์อาหาร 3 เดือน (มื้อละ 6 บาท) ระยะเวลา 3 เดือน135,000 มื้อ810,000
ค่าดำเนินงานเทใจดอทคอม 10%
(ค่าธรรมเนียมธนาคารและ payment gateway ระบบตรวจสอบติดตามโครงการ และดูแลแพลตฟอร์ม)

81,000
รวม
891,000


Donate to
ครัวรักษ์อาหาร เสริมภูมิต้านทานชุมชนหลังวิกฤติโควิด-19

Amount
Payment Methods

Pay by scan/upload QR code via mobile banking application of Siam Commercial bank, TMB bank, Krungthai bank, Bangkok bank, Krungsri bank, Thanachart bank, Kasikorn bank, GSB Bank

You will get the QR code after you confirm donation.

Leave blank to donate anonymously

We will send receipt to your email after donation succeed.

· Delete
House number, Street number
Sub-district, District, Province, Postal Code

Credit card information will be securely processed by provider with international standard PCI-DSS Compliant Omise logo

Invite Friends