project อื่นๆ

จ้างงาน-แก่ผู้ตกงานจากวิกฤติโควิด-19 กระจกเงา

สนับสนุนการจ้างงาน แก่ผู้ตกงานจากวิกฤติโควิด-19 จำนวน 35-50 คนต่อวันในเดือนพฤษาภาคม-มิถุนายน 2563 เพื่อคนเหล่านี้มีอาชีพและรายได้เลี้ยงครอบครัว พร้อมทำให้คนที่รอรับถุงยังชีพกว่า 24,000 ครอบครัวได้รับการช่วยเหลือที่เร็วขึ้น

ระยะเวลาโครงการ 2 เดือน พื้นที่ดำเนินโครงการ ไทย

ยอดบริจาคขณะนี้

766,666 บาท

เป้าหมาย

1,122,000 บาท
ดำเนินการไปแล้ว 68%
25 วัน จำนวนผู้บริจาค 669

ความคืบหน้าโครงการ

ความคืบหน้ากิจกรรมจ้างงานผู้ตกงานจากสถานการณ์โควิด-19

27 พฤษภาคม 2020

จากวิกฤติการณ์ตกงาน ขาดรายได้ของผู้ใช้แรงงาน ที่เป็นผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) มูลนิธิกระจกเงาจึงทำกิจกรรมจ้างงานผู้ตกงาน มาช่วยกันผลิตกล่องแบ่งปัน โดยโครงการอาสามาเยี่ยม เพื่อส่งต่อให้กับผู้ที่ลงทะเบียนขอรับข้าวสารอาหารแห้งสำหรับบรรเทาความเดือดร้อน กิจกรรมนี้เรียกได้ว่า เป็นการจ้างคนตกงาน เพื่อมาช่วยเหลือคนที่กำลังเดือดร้อนและกำลังเข้าขั้นอดอยากจากสถานการณ์เดียวกัน

โดยแรงงานที่มูลนิธิกระจกเงาจัดจ้างนั้น มาจาก 4 กลุ่มคือ

  1. กลุ่มคนไร้บ้าน สลับสับเปลี่ยนกันมาทำงาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการว่างงานจำนวน 5-10 คนต่อวัน
  2. กลุ่มพี่น้องแรงงานจากชุมชนคลองเตย 25 คนต่อวัน
  3. กลุ่มพี่น้องแรงงานจากชุมชนใกล้เคียงมูลนิธิ 10 คนต่อวัน
  4. กลุ่มบ้านพักขอบคุณ 5-10 คนต่อวัน


มูลนิธิกระจกเงาจึงมีกำลังคนหมุนเวียนทำงาน 45 - 50 คน เพื่อช่วยกันดำเนินการจัดทำกล่องแบ่งปัน โดยโครงการอาสามาเยี่ยม ซึ่งมีปริมาณมากถึง 16,474 กล่อง ได้สำเร็จลุล่วงอย่างรวดเร็ว โดยการจ้างงานนั้น มีการจัดการเป็นแผนกดังนี้

  1. ทีมรับของบริจาค และจัดเก็บเข้าหมวดหมู่
  2. ทีมคัดแยก จัดการ แพคของบริจาคแต่ละประเภท บรรจุลงกล่องแบ่งปันฯ
  3. ทีมคีย์ข้อมูลพัสดุ และจัดส่ง
  4. ทีมประสานงานเช็คข้อมูล ตอบข้อซักถามกับผู้เดือดร้อนที่ร้องขอกล่องแบ่งปัน


ขณะนี้มูลนิธิกระจกเงา ได้ดำเนินกิจกรรมส่งกล่องแบ่งปัน โดยโครงการอาสามาเยี่ยมให้กับผู้ลงทะเบียนรอบแรกสำเร็จแล้ว จำนวน 16,474 ครอบครัว ในตัวเลขดังกล่าวนี้ หนึ่งในความสำเร็จเกิดจากการระดมกำลังคนมาช่วยกันจัดการ และหากคิดเฉลี่ยครอบครัวหนึ่งมีสมาชิก 4 คน การจ้างงานสำหรับการบรรลุภารกิจนี้ ได้ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนไปแล้วทั้งสิ้นกว่า 65,896 ชีวิต


หลังจากนี้ตลอดเดือนมิถุนายน มูลนิธิกระจกเงา จะยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เป็นระยะที่สอง โดยจะเปิดให้ผู้เดือดร้อนลงทะเบียนขอรับกล่องแบ่งปัน โดยโครงการอาสามาเยี่ยม 300 กล่องต่อวัน




อ่านต่อ »
ดูความคืบหน้าโครงการทั้งหมด
เพราะความเดือดร้อนยังปรากฎอยู่ มูลนิธิกระจกเงาจึงยังขอจับมือคนที่เดือดร้อนให้รอดไปด้วยกัน

“เกิดและโตที่คลองเตยค่ะ บ้านที่อยู่เป็นชุมชนแอดอัด พ่อหนูเพิ่งเสียไปได้ 3 ปี ครอบครัวจึงค่อนข้างลำบาก แม่ทำงานรับจ้างทั่วไป แต่ตอนนี้ว่างงานกัน เพราะไม่มีใครจ้าง ในชุมชนก็กลัวโควิด-19 กันมาก เพราะบ้านติดๆกันเป็นชุมชนแอดอัด ถ้ามีคนติดมันก็ระบาดง่าย "

“ดีใจมาก ที่พี่มูลนิธิกระจกเงาติดต่อมา ว่าอยากจ้างงานคนตกงานมาช่วยยกของบริจาค ตอนไปบอกเขาว่ามีคนจะจ้างงาน ทุกคนดีใจและอยากมาทำงานมาก คือ เขาอยากมีรายได้เลี้ยงครอบครัวกัน รายได้วันละ 400 บาทที่พี่เขาจ้าง ทำให้มีงานทำ มีรายได้ ดูแลครอบครัวได้ ตอนนี้ทุกคนอยากทำงาน... ”

"หนูและคนที่มาช่วยยกของ รู้สึกดีมาก เสมือนเราเป็นคนกลาง ช่วยคนในสังคมที่อยากบริจาคช่วยคนเดือดร้อน ได้ทำบุญร่วมกัน เราเองก็เหมือนได้ทำบุญไปด้วย” น้องเน ธาริณี ด้วงสังข์ อายุ 16 ปี ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19


สถาการณ์ความเดือดร้อนขณะนี้ทำให้มูลนิธิกระจกเงาเพิ่มภารกิจพิเศษด้วยการเปิดให้ประชาชนที่เดือดร้อน มาลงทะเบียนเพื่อจัดส่งชุดยังชีพไปให้ครอบครัวที่เดือดร้อน เพียงแค่เวลาไม่นานมีคนขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 13,259 ราย ทว่าความสามารถของเจ้าหน้าที่สามารถแพ็คส่งได้ 100-200 คนต่อวัน

ความเดือดร้อนที่รอไม่ได้ เพราะเด็กไม่มีข้าว ไม่มีนมกิน แม้เราจะเร่งมือเพียงใดก็ทำไม่ทัน

เราจึงขอความร่วมมือจากเทใจดอทคอม เพื่อจ้างงานคนในชุมชนที่ตกงานมาช่วยทำงานแพคของส่งถึงคนเดือดร้อน โดยการจ้างงานเป็นดังนี้

  • เดือนพฤษภาคม 2563 จ้างงาน 45-50 คนต่อวัน เพื่อทำการแพ็คของส่งถึงคนเดือดร้อน  500-600 รายต่อวัน
  • เดือนมิถุนายน  2563 จ้างงาน  35 คนต่อวัน เพื่อทำการแพ็คของส่งถึงคนเดือดร้อน 300 รายต่อวัน

เพราะกิจกรรมจ้างงาน แก่ผู้ตกงานจากวิกฤติโควิด-19 ของมูลนิธิกระจกเงา จะทำให้พวกเขาที่ต้องมีรายได้เพียงพอที่จะพึ่งพาตัวเองและพาครอบครัวของเขารอดไปด้วยกัน

ภาพประกอบ : ครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว  ตอนนี้ลูกอายุ 3 ขวบ พ่อเขาก็ส่งเงินมาบ้าง มาเยี่ยมบ้างบางครั้ง ตอนนี้เขาตกงาน เราก็ไม่ได้ทำงานมาเป็นเดือนแล้วเหมือนกัน ตอนนี้เลยลำบากมาก เราอดได้นะ แต่ลูกต้องได้กินทุกวัน วันนั้นจำได้ 21 มีนาคม 2563 คือไม่มีกินแล้วจริงๆ เพื่อนมาบอกว่า ให้ส่งข้อความไปที่เพจ มูลนิธิกระจกเงา ผ่านไป 2 วัน  มีพัสดุ  เปิดดูเราดีใจมาก คือ วันนั้น มันไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อแล้ว ในกล่องพัสดุ มีข้าวสาร อาหารแห้ง นม และขนมสำหรับลูก มันอาจไม่ได้เยอะมากมาย แต่เราขอบคุณมากๆ มันทำให้เราอยู่รอดไปได้อีกหลายวัน 

ประโยชน์ของโครงการ

  1. กลุ่มประชากรที่ตกงานมีอาชีพและรายได้ผ่านโครงการจ้างงาน
  2. ผู้เข้าร่วมโครงการมีภาวะเครียดลดลง เพราะมีรายได้จากงานที่ทำ
  3. เกิดการหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจระดับฐานราก
  4. ประชาชนที่รอรับถุงยังชีพราว 24,000 ราย/ครอบครัว ได้รับการช่วยเหลือเร็วขึ้น (หนึ่งครอบครัวเฉลี่ยมีสมาชิกที่ 4 คน ดังนั้นเราช่วยเหลืออยู่เฉลี่ย 96,000 คน รวมถึงในระดับชุมชนที่ติดต่อมาขอข้าวสารอาหารแห้งอีกหลายชุมชนทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด)


เจ้าของโครงการ


มูลนิธิกระจกเงา

ความคืบหน้ากิจกรรมจ้างงานผู้ตกงานจากสถานการณ์โควิด-19

27 พฤษภาคม 2020

จากวิกฤติการณ์ตกงาน ขาดรายได้ของผู้ใช้แรงงาน ที่เป็นผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) มูลนิธิกระจกเงาจึงทำกิจกรรมจ้างงานผู้ตกงาน มาช่วยกันผลิตกล่องแบ่งปัน โดยโครงการอาสามาเยี่ยม เพื่อส่งต่อให้กับผู้ที่ลงทะเบียนขอรับข้าวสารอาหารแห้งสำหรับบรรเทาความเดือดร้อน กิจกรรมนี้เรียกได้ว่า เป็นการจ้างคนตกงาน เพื่อมาช่วยเหลือคนที่กำลังเดือดร้อนและกำลังเข้าขั้นอดอยากจากสถานการณ์เดียวกัน

โดยแรงงานที่มูลนิธิกระจกเงาจัดจ้างนั้น มาจาก 4 กลุ่มคือ

  1. กลุ่มคนไร้บ้าน สลับสับเปลี่ยนกันมาทำงาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการว่างงานจำนวน 5-10 คนต่อวัน
  2. กลุ่มพี่น้องแรงงานจากชุมชนคลองเตย 25 คนต่อวัน
  3. กลุ่มพี่น้องแรงงานจากชุมชนใกล้เคียงมูลนิธิ 10 คนต่อวัน
  4. กลุ่มบ้านพักขอบคุณ 5-10 คนต่อวัน


มูลนิธิกระจกเงาจึงมีกำลังคนหมุนเวียนทำงาน 45 - 50 คน เพื่อช่วยกันดำเนินการจัดทำกล่องแบ่งปัน โดยโครงการอาสามาเยี่ยม ซึ่งมีปริมาณมากถึง 16,474 กล่อง ได้สำเร็จลุล่วงอย่างรวดเร็ว โดยการจ้างงานนั้น มีการจัดการเป็นแผนกดังนี้

  1. ทีมรับของบริจาค และจัดเก็บเข้าหมวดหมู่
  2. ทีมคัดแยก จัดการ แพคของบริจาคแต่ละประเภท บรรจุลงกล่องแบ่งปันฯ
  3. ทีมคีย์ข้อมูลพัสดุ และจัดส่ง
  4. ทีมประสานงานเช็คข้อมูล ตอบข้อซักถามกับผู้เดือดร้อนที่ร้องขอกล่องแบ่งปัน


ขณะนี้มูลนิธิกระจกเงา ได้ดำเนินกิจกรรมส่งกล่องแบ่งปัน โดยโครงการอาสามาเยี่ยมให้กับผู้ลงทะเบียนรอบแรกสำเร็จแล้ว จำนวน 16,474 ครอบครัว ในตัวเลขดังกล่าวนี้ หนึ่งในความสำเร็จเกิดจากการระดมกำลังคนมาช่วยกันจัดการ และหากคิดเฉลี่ยครอบครัวหนึ่งมีสมาชิก 4 คน การจ้างงานสำหรับการบรรลุภารกิจนี้ ได้ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนไปแล้วทั้งสิ้นกว่า 65,896 ชีวิต


หลังจากนี้ตลอดเดือนมิถุนายน มูลนิธิกระจกเงา จะยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เป็นระยะที่สอง โดยจะเปิดให้ผู้เดือดร้อนลงทะเบียนขอรับกล่องแบ่งปัน โดยโครงการอาสามาเยี่ยม 300 กล่องต่อวัน




แผนการใช้เงิน


รายการบาท
1.การจ้างงานเดือนพฤษภาคม 2563 ค่างาน 50 คน ต่อวัน x ค่าจ้างงาน 400 บาทต่อวัน x 30 วัน600,000
2.การจ้างงานเดือนมิถุนายน   2563  35 คน ต่อวัน x ค่าจ้างงาน 400 บาทต่อวัน x 30 วัน420,000
2.ค่าดำเนินงานเทใจดอทคอม 10%
(ค่าระบบออนไลน์ ต้นทุนค่าธรรมเนียมธนาคารและ payment gateway ค่าคัดกรองโครงการ ตรวจสอบ ติดตาม วัดผล และรายงานความคืบหน้า)
102,000
รวม1,122,000


บริจาคให้
จ้างงาน-แก่ผู้ตกงานจากวิกฤติโควิด-19 กระจกเงา

จำนวนเงิน
ช่องทางการชำระเงิน

ชำระผ่านการ สแกน/อัพโหลด QR code ด้วย mobile banking application ของ ธนาคารไทยพานิชย์ ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรี ธนาคารธนชาต ธนาคารกสิกร ธนาคารออมสิน

คุณจะได้ QR code หลังจากยืนยันการบริจาค

เว้นว่างไว้หากไม่ประสงค์ออกนาม

สำเนาใบเสร็จจะส่งไปทางอีเมลของคุณ หลังจากการบริจาคสำเร็จแล้ว

· ลบ
บ้านเลขที่ หมู่ที่ ถนน
แขวง/ตำบล เขต/อำเภอ จังหวัด รหัสไปรษณีย์

ข้อมูลบัตรจะถูกดำเนินการอย่างปลอดภัยด้วยผู้ให้บริการที่ผ่านมาตรฐาน PCI-DSS Compliant Omise logo

ชวนเพื่อนมาบริจาคผ่าน