โครงการสุขภาพ

สู้ไปด้วยกัน! กับ ‘ชะเอมจอมอึด สู้มะเร็ง’

ชะเอมป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน ตั้งแต่อายุ 5 เดือน แม้มีโอกาสรอดแค่ 20 % แต่น้องชะเอมจิ๋วแจ๋วก็สู้กับมะเร็งจนโรคสงบ ตอน 4 ขวบน้องได้สู้และชนะอีกครั้ง ปัจจุบันน้องชะเอมอายุ 6 ขวบ คุณหมอแจ้งว่า น้องมีโอกาสจะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวครั้งที่ 3 สูงถึง 90% และแผนการรักษาครั้งนี้ การปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งมีโอกาสหาย 50-60 % ครอบครัวน้องชะเอมต้องหาเงินในการรักษาครั้งนี้ 1 ล้าน เราจึงอยากชวนทุกคนมาช่วยชะเอมจอมอึดกันค่ะ

ระยะเวลาโครงการ 5 เดือน พื้นที่ดำเนินโครงการ กรุงเทพ

ยอดบริจาคขณะนี้

169,450 บาท

เป้าหมาย

1,000,000 บาท
ดำเนินการไปแล้ว 17%
160 วัน จำนวนผู้บริจาค 150

ทุกคนที่มีครอบครัวมีความฝันอยากจะสานฝันนั้นไปสู่ความงดงาม ซึ่งก็คือการได้เห็นลูก ๆ ที่น่ารักเติบโตและประสบความสำเร็จในชีวิต ทว่าบางทีการสานฝันให้เป็นจริงนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านบททดสอบแสนสาหัสที่พิสูจน์ถึงความตั้งใจจริงนั้นว่ามั่นคงสักเพียงใด โดยเฉพาะหากมีสมาชิกตัวน้อยในบ้านป่วยเป็นโรคมะเร็ง นี่เป็นคำบอกเล่าของคุณสุรเดช วิรัตยาภรณ์ (พ่อเปา) กับประสบการณ์ที่พบว่าลูกสาว ด.ญ. ศิริทิพพา วิรัตยาภรณ์ หรือ น้องชะเอม ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน ในขณะที่เพิ่งมีอายุได้เพียงสามเดือน

“พอดีน้องมีก้อนเนื้อที่หูข้างขวาจับดูแล้วไม่ยุบ เลยพาไปหาหมอก็เข้าใจว่าติดเชื้อ หมอเขาจ่ายยาฆ่าเชื้อทานไปก็ไม่ยุบ ผ่านไปสองเดือนก็ไม่หาย คุณหมอเริ่มสงสัยว่าจะเป็นอย่างอื่นจึงแนะให้ทำ CT สแกน เพื่อตรวจให้แน่ใจว่าก้อนเนื้อนี้เป็นเนื้อดีหรือเนื้อร้าย แต่ต้องใช้เวลาจองคิวถึงสามเดือน ซึ่งผมก็ทนรอไม่ไหวเพราะเป็นห่วงลูก จึงพยายามควานหาโรงพยาบาลที่จะได้ทำเร็วที่สุด แล้วก็ไปได้ที่ศิริราช พอถึงวันนัด หมอก็ให้แอดมิดเพื่อรอการทำ CT สแกนในวันรุ่งขึ้น ในจังหวะที่เจาะเลือดนั่นเอง ผมเห็นหมอเจาะแล้วหายไปเป็นชั่วโมง กลับมาเจาะใหม่อีกสองสามครั้ง แล้วคุณหมอก็เรียกผมไปคุยเพราะพบความผิดปกติในเลือดของน้องชะเอม ธรรมดาคนเราจะมีเม็ดเลือดขาวไม่เกินสักสองหมื่นตัว แต่ของน้องชะเอมทะลุไปหลักแสนนั่นหมายถึงมีโอกาสเสี่ยงจะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว”


ใครจะคิดว่าแค่เรื่องก้อนเนื้อเล็ก ๆ ที่หูของเด็กวัยเพียงไม่กี่เดือนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ และก็ไม่มีใครคาดคิดเช่นกันว่าเด็กเพียงไม่กี่เดือนจะต้องเผชิญกับโรคร้ายที่ยากต่อการรักษา

“ผมถามคุณหมอว่า แล้วก้อนเนื้อที่หูล่ะครับ คุณหมอตอบว่าลืมเรื่องก้อนเนื้อนั้นไปได้เลย รอให้ยาคีโมก่อนถ้าอาการตอบสนองดีแสดงว่าก้อนเนื้อนี้เกิดจากมะเร็งนั่นแหละ หลังจากการตรวจอย่างละเอียดก็รู้แน่ว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน ALL (Acute Lymphoblastic Leukemia เกิดจากความผิดปกติของเม็ดเลือดขาวชนิดลิมฟอยด์ มักพบในผู้ป่วยอายุน้อย) และตรงที่ส่วนใหญ่มักพบในเด็กอายุ 2-3 ขวบ แต่น้องชะเอมเพิ่งจะแค่ไม่กี่เดือน ซึ่งคุณหมอบอกว่าโอกาสรอดมีแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ ผมนึกในใจว่ามีแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ก็ยังดีกว่าไม่มี”


ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้ทั้งคุณพ่อเปาและคุณแม่แอม (วัชรีญา คำภา) ต้องเริ่มต้นศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับมะเร็งอย่างจริงจัง

“แรก ๆ ผมไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้เลย ได้แต่ฝ้าสังเกตลูก ซึ่งน้องชะเอมไม่มีอาการแพ้เหมือนที่เคยได้ยินได้ฟังมา ไม่มีผมร่วง ไม่อาเจียน แล้วไม่เกินสองหรือสามอาทิตย์ น้องชะเอมก็ทรุดทันที ตัวผอมไม่ยอมกิน ตรวจดูก็เห็นว่าในปากมีเชื้อคล้ายเชื้อรา เป็นแผลไปถึงลำคอ ผมก็พยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมจากในอินเตอร์เน็ตก็ได้ความรู้เพิ่มเติม ที่สำคัญต้องพยายามบังคับให้น้องชะเอม ซึ่งตอนนั้นอายุสักห้าเดือนได้แล้ว เขาสื่อสารกับเราไม่ได้ ต้องให้เขากินให้ได้ ผมต้องบดข้าวใส่ไซริงค์ฉีดใส่กระพุ้งแก้มบังคับให้กลืน”

กว่าจะผ่านระยะสองปีแรก ก่อนที่อาการน้องชะเอมจะดีขึ้นได้นั้นก็ต้องผ่านอุปสรรคมากมายเกินตัวเกินวัย

“สูตรของยาที่ชะเอมได้รับประมาณ 6 คอร์ส ในระหว่างการรักษา อาการแทรกซ้อน เช่น ติดเชื้อในกระแสเลือด ติดเชื้อไวรัส ชะเอมเป็นหมด มีอยู่ครั้งหนึ่งจะให้ยาทางเส้นเลือดปรากฏว่าเส้นเลือดเขาแตก ซึ่งคุณหมอพาเข้าไปในห้องเพื่อทำการเปิดเส้น แต่คราวนี้เข้าไปแล้วเงียบหายผิดปกติมาก ผมเห็นประตูเปิดออกนี้..ลูกผมมือห้อยเลย พยาบาลเดินร้องไห้ออกมาจะทักผม...คุณพ่อ..แล้วก็เงียบ บอกให้รอหมอบอกเอง คุณหมอบอกตอนนี้น้องชีพจรต่ำ ความดันตก ทุกอย่างแย่ลงหมด มีหนทางเดียวเพื่อช่วยชีวิตต้องเอาน้ำเกลือเข้าร่างกายให้ได้โดยการเจาะกระดูก ผมตอบไปว่า..ทำเลยครับ! พอเจาะกระดูกตรงหน้าแข้งให้น้ำเกลือ สักพักน้องก็ฟื้น แล้วรีบพาเข้าห้องไอซียู อยู่ในนั้นสองถึงสามอาทิตย์”


น้องชะเอมผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤติชีวิตมาได้อย่างอัศจรรย์และรับการบำบัดต่อจนจบคอร์ส การตอบสนองการรักษาดี เข้าสู่ภาวะมะเร็งสงบซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ก็เป็นความยินดีในระยะสั้น ๆ เท่านั้น เพราะอีกสองปีให้หลัง น้องชะเอมในวัย 4 ขวบก็ต้องพบกับเหตุไม่คาดคิดอีกครั้ง

“ช่วงนั้นน้องมีชีวิตปกติมาก อยากเที่ยวไหนก็พาไปเที่ยว แต่แล้วอีกเดือนจะครบปีที่หมอให้หยุดยาพอดี เราพบว่ามีก้อนเนื้อที่ใต้คาง ซึ่งโตเร็วมากในเวลาแค่ช่วงอาทิตย์เดียว และด้วยความที่ก้อนเนื้อแข็งผิดปกติผมพาไปหาหลายหมอมาก ทั้งหมอฟันและหมอโรคเลือด ซึ่งในที่สุดก็ต้องผ่าก้อนเนื้อไปพิสูจน์ ก็พบว่า ก้อนเนื้อนั้นคือมะเร็ง”

การเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวนั้นมักพบว่าจะกลับมาเป็นซ้ำ แต่สำหรับน้องชะเอมแม้จะโชคร้ายแต่ก็ถือว่ามีโชคดีปนอยู่

“ก็นับว่ายังโชคดีครับที่เป็นเชื้อมะเร็งตัวเดิมที่เคยเป็นมาก่อน แต่ต้องทนรักษาด้วยตัวยาคีโมที่แรงขึ้น ไม่งั้นเอาไม่อยู่ น้องก็อดทนผ่านการบำบัดนั้นมาจนได้ ก้อนเนื้อนั้นยุบลง รักษาต่อจนจบคอร์ส ถึงทุกวันนี้ ชะเอม มีอายุ 6 ชวบแล้ว ซึ่งอยู่ในระยะมะเร็งสงบอีกครั้ง ซึ่งก็ทานยาสำหรับช่วงระยะมะเร็งสงบด้วยต่อเนื่องสองปี ณ ปัจจุบันน้องเหลือการให้ยาอีกเพียงสองครั้ง”

แต่เส้นทางการต่อสู้กับมะเร็งเม็ดเลือดขาวนั้นยังไม่จบ

“เมื่อเดือนมกราคม 2562 ต้นปีที่ผ่านมาคุณหมอเคยนัดคุยแล้วบอกให้รู้ว่า กรณีโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวของน้องชะเอมนี้หมอมั่นใจว่า 90 เปอร์เซ็นต์ มีโอกาสที่โรคจะกลับมาอีกเป็นครั้งที่สาม และตรงนั้นเองคุณหมอแนะนำให้ปลูกถ่ายไขกระดูก เพื่อเป็นการยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งกลับซ้ำ น่าจะได้ผลที่สุด ดีที่สุด เสี่ยงที่สุด หายากที่สุดแล้วก็มีค่าใช้จ่ายมากที่สุดด้วย”

การตั้งรับกับวิกฤติรอบใหม่เริ่มต้นอีกครั้ง ในขณะที่กำลังใจของน้องชะเอมไม่เคยท้อถอยเลย

“ตัวน้องก็รู้นะครับว่าตัวเองเป็นมะเร็ง เขาบอกเราว่าเขาต้องการจะหาย จริง ๆ เด็กอาจไม่รู้หรอกว่ามะเร็งร้ายแรงแค่ไหนซึ่งอาจเป็นข้อดีก็ได้ ช่วยให้มีกำลังใจ เขารู้ว่าตัวเองต้องสู้และอยากมีชีวิตอยู่กับพ่อกับแม่ ผมพยายามปลูกฝังให้เขาอดทน”

เช่นเดียวกับความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่ที่จะท้อถอยไม่ได้เลย

“แรก ๆ ก็รู้สึกท้อนะครับ เสียใจกับการที่โรคมะเร็งนี้มาเกิดกับลูกเรา ผมกับภรรยาร้องไห้กันนับครั้งไม่ถ้วน แต่เราสัญญากันว่า ต่างคนต่างต้องไป แยกร้องไห้ ห้ามร้องไห้ด้วยกัน บอกกันว่า ร้องให้เต็มที่ ร้องให้สุด ๆ แล้วก็หยุดร้อง หันมามองลูก รักษาดูแลเขาให้เต็มที่ ก็เพราะถ้าเรายิ่งร้องไปเราไม่มีอะไรเหลือเลย เอาเวลามาเสริมกำลังใจและกายเพื่อลูกดีกว่า ลูกเรายังสู้แล้วทำไมเราเป็นพ่อเป็นแม่เราจะไม่สู้ ทุกวันนี้ผมตรวจเช็คตัวน้องอยู่ทุกวัน ลุ้นอยู่ทุกวัน กลับจากทำงานก็กอดและจับทุกส่วนบนร่างกายว่ามีก้อนเนื้อไหม ความหวังของเราก็คือการใช้สเต็มเซลล์ในการปลูกถ่ายไขกระดูก”

ปลูกถ่ายไขกระดูกมีความเสี่ยงเพราะ ต้องหาความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อดีเอ็นเอ HLA (Human Leukocyte Antigen หรือ ค่าทางพันธุกรรมที่เข้ากันได้ของสเต็มเซลล์) ซึ่งปกติเราอาจหาได้จากคนในครอบครัว แต่ก็มีเปอร์เซ็นต์น้อยที่จะเข้ากันได้

“ตามกำหนดที่ทางหมอต้องการนั่นคือ 10 จุด และในตอนนี้น้องชะเอมก็ยังหาสเต็มเซลล์ที่จะใช้ได้พอดีไม่เจอ แม้จะเก็บจากพ่อและแม่หรือน้องชาย (น้องชะพลู) แล้วก็ตาม การเฝ้าระวังและต่อสู้กับโรคมะเร็งที่อาจจะกลับมาอีกครั้งจึงเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญแน่ แล้วเราพร้อมที่จะสู้ต่อไป ถึงจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่อาจจะรอดหรือไม่ก็ตาม และหากน้องเขาต้องพบมะเร็งอีกครั้งโดยไม่ทดลองเสี่ยงวิธีการถ่ายไขกระดูก แล้วน้องเขาเสียชีวิตไป ผมกับภรรยาจะโทษตัวเองยิ่งกว่าที่ยอมปล่อยให้เป็นไปแบบงอมืองอเท้า”


การต่อสู้โรคมะเร็งของน้องชะเอมและครอบครัวไม่ใช่การต่อสู้เพียงลำพัง แต่เป็นการสู้ไปด้วยกันกับผู้ป่วยและญาติคนอื่นๆ เพื่อเป็นกรณีศึกษาและให้ความรู้กับสังคมด้วย

“ผมจำความรู้สึกในวันที่ผมเคว้งไม่รู้จะปรึกษาใครได้ดี ตอนนี้เลยตั้งใจไว้ว่าจะถ่ายทอดเรื่องราวให้คนอื่นบ้าง เพื่อให้เขาระวังตัวและเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในครอบครัวของตัวเอง ครั้งหนึ่งผมได้รับโทรศัพท์จากทางโรงพยาบาลให้ช่วยไปคุยกับครอบครัวหนึ่งที่เจอปัญหาเดียวกัน ซึ่งผมไปหาทันทีแล้วไปเล่าเรื่องของน้องชะเอม ปรากฏว่าทำให้พวกเขาสบายใจขึ้น มองปัญหาตัวเองเป็นเรื่องเล็ก ๆ ไปเลย ซึ่งทำให้ผมได้ความคิดเปิดเพจเฟสบุ๊ค ‘ชะเอมจอมอึดสู้มะเร็ง’ เชิญชวนผู้คนให้ไปช่วยกันบริจาคเลือดและสเต็มเซลล์ ซึ่งหากโชคดีอาจได้สเต็มเซลล์ที่เข้ากับของน้องได้ หรือถ้าไม่ได้ก็เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเด็กคนอื่น ๆ อีกด้านหนึ่งก็ให้ความรู้กับคนอื่นถึงการต่อสู้กับมะเร็งในเด็ก”

นี่คงเป็นภาพแทนของความรักของพ่อแม่ที่มีให้ลูก รวมทั้งการต่อสู้กับโรคร้ายที่ต้องใช้ความอดทนยาวนาน การปลูกถ่ายไขกระดูกคือไพ่ไม้ตายสุดท้ายที่จะใช้ต่อสู้กับโรคนี้ โดยครอบครัวน้องชะเอมต้องหาเงินในการรักษาราว1 ล้าน เราจึงอยากชวนทุกคนมาช่วยชะเอมจอมอึดไปด้วยกัน

แม้หนทางลำบากจะรออยู่ข้างหน้า น้องชะเอมและครอบครัวก็สู้ไม่ถอย!

เรื่อง: วรัญญู อุดมกาญจนานนท์

ภาพ: วริษฐ์ สุมานันท์

ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล

บริจาคให้
สู้ไปด้วยกัน! กับ ‘ชะเอมจอมอึด สู้มะเร็ง’

จำนวนเงิน
ช่องทางการชำระเงิน
ข้อมูลบัตรเครดิต
/
เว้นว่างไว้หากไม่ประสงค์ออกนาม

สามารถขอใบเสร็จเพื่อหักลดหย่อนภาษีได้เมื่อมียอดบริจาคขั้นต่ำ 250 บาท

ไม่ต้องระบุหากใช้ที่อยู่เดียวกันกับ ที่อยู่บนใบเสร็จ

ข้อมูลบัตรจะถูกดำเนินการอย่างปลอดภัยด้วยผู้ให้บริการที่ผ่านมาตรฐาน PCI-DSS Compliant Omise logo

ชวนเพื่อนมาบริจาคผ่าน