เด็กผู้หญิงอุ้มน้องชาย

#กลุ่มลูกเหรียง

ร่วมกันเยียวยาเด็กๆ พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ให้มีเงินเพียงพอในการดำรงชีวิต มีการศึกษา และเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสันติภาพในระยะยาว

ปีการศึกษา 2561 ลูกเหรียงยังมีเด็ก 39 คน ที่ยังไม่รู้จะได้เรียนต่อหรือไม่ พวกเขายังรอการสนับสนุนทุกการศึกษาเพื่อให้พวกเขาได้เข้าเรียนเหมือนเพื่อนๆ

15 คน

ระดับประถมศึกษา
คนละ 13,200 บาท

14 คน

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
คนละ 22,000 บาท

8 คน

มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช
คนละ 27,500 บาท

ยอดสนับสนุนที่ได้รับตอนนี้ 35,900 บาท
โครงการสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2561

เป้าหมาย

833,800 บาท
ดำเนินการไปแล้ว 4%
เหลืออีก 192 วัน จำนวนผู้บริจาค 21

ปัจจุบันมีนักเรียนทุนที่เรียนจบระดับปริญญาตรีแล้วทั้งหมด 16 คน

เด็กที่เรียนจบทุนการศึกษา

ทุกคนมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง บางคนมีโอกาสไปเรียนในต่างประเทศและศึกษาต่อระดับปริญญาโท ที่สำคัญ เด็กๆเหล่านี้ได้เติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ตั้งแต่การไปช่วยเหลือและเยี่ยมบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทั่วพื้นที่ในสามจังหวัดชายแดนใต้ และทำโครงการร่วมกับโรงเรียนและชุมชนรอบๆ เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติและข้อตกลงร่วมกัน จนเกิดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชนอย่างแท้จริงแล้ว อย่างน้อย 8 พื้นที่

อัพเดทการดำเนินงาน

  • 2 กุมภาพันธ์ 2561

    นักเรียนที่ได้รับทุนจากลูกเหรียง

    นางสาวรอมล๊ะ ดอเลาะ
    อายุ 21 ปี ศึกษาที่มหาลัยสงขลานครินทร์ สาขาการสอนอิสลาม

    หนูมีความฝันที่อยากเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา แต่แล้วหนูก็ได้ไปสอบคัดเลือกหลายที่แต่ว่าพอถึงเวลาที่ต้องยืนยันสิทธิหนูกลับไม่มีเงินจะไปจ่ายให้กับทางมหาวิทยาลัยทำให้หนูต้องยกเลิกสิทธินั้นไป

    ลูกเหรียงผู้เปลี่ยนอนาคตของหนู

    นางสาวรอมล๊ะ ดอเลาะ อายุ 21 ปี ศึกษาที่มหาลัยสงขลานครินทร์ สาขาการสอนอิสลาม หนูเป็นเด็กคนหนึ่งที่เกิดมาในท่ามกลางผู้คนที่มีฐานะที่ไม่ค่อยดีนัก และผู้เป็นบิดาก็ต้องเสียชีวิตไป หลังจากนั้นชีวิตของพวกเราก็เริ่มแย่ลง เพราะแม่ต้องทำงานหาเงินคนเดียวเพื่อที่จะได้ส่งเสียให้หนูและพี่สาวได้เล่าเรียน แม่จะทำงานรับจ้างทุกอย่างที่สามารถทำได้ บางครั้งแม่ก็ต้องออกไปทำงานรับจ้างกรีดยางนอกบ้าน โดยแม่จะกลับบ้านมาอยู่กับพวกเราอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง 

    ตอนที่แม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน หนูก็ต้องอาศัยอยู่กับพี่สาวเพียงสองคน บางวันก็ไปอยู่กับน้าบ้างยายบ้าง อีกทั้งแม่ก็ไม่ได้ให้เงินกับพวกเราสองพี่น้องมากทีเพราะแม่เองก็ไม่ได้มีเงินมากมายนัก จนทำให้ในบางครั้งแม่ก็จะต้องซื้อมาม่าให้กับพวกเราหนึ่งลังเพื่อเป็นกับข้าวในทุกมือ ตอนนั้นหนูมีความใฝ่ฝันว่าจะต้องเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษา และระดับอุดมศึกษา แต่ความฝันของหนูเริ่มจะจ่างหายไป ไปพร้อมกับความยากลำบากของครอบครัว แต่หนูหาวิธีทางเพื่อที่จะได้เรียนหนังสือ หนูกล้าแสดงออกกล้าที่จะเป็นผู้นำ สามารถเป็นประธานโรงเรียน และแล้วความฝันของหนูในช่วงนั้นก็ได้เกิดขึ้นจริงคือหนูได้เข้าศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาได้สำเร็จ ชีวิตของหนูในช่วงนี้หนูยอมรับว่ามีเหนื่อยและท้อบ้างในบางครั้งแต่ก็เพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของครอบครัวหนู หนูมีความฝันที่อยากเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา แต่แล้วหนูก็ได้ไปสอบคัดเลือกหลายที่แต่ว่าพอถึงเวลาที่ต้องยืนยันสิทธิหนูกลับไม่มีเงินจะไปจ่ายให้กับทางมหาวิทยาลัยทำให้หนูต้องยกเลิกสิทธินั้นไป แต่พอถึงช่วงที่จะยืนยันของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์หนูก็ไม่มีเงินที่จะยืนยันพร้อมจ่ายค่าเทอมเหมือนเช่นเคย แต่แล้วมีอยู่วันหนึ่งมีพี่ๆ จากทีมลูกเหรียงได้โทรติดต่อกับหนูว่าหนูได้รับทุนการศึกษาเพื่อนำไปใช้ในการเรียนต่อ วินาทีนั้นหนูยอมรับเลยว่าหนูรู้สึกดีใจมากๆ จนไม่รู้หนูจะอธิบายได้อย่างไรดีเพราะชีวิตของหนูไม่ค่อยจะได้รับทุนการศึกษาเลย หลังจากที่หนูได้รับทุนชีวิตหนูได้เปลี่ยนแปลงจากวันนั้น ทำให้หนูมีที่เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ในสาขาการสอนอิสลามศึกษา (หลักสูตรศึกษาศาสตร์บันฑิต) สิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นเปรียบเสมือนเป็นการต่อความฝันของหนูให้ป็นจริงไปอีกครึ่ง แต่แล้วความโชคดีของหนูมิได้หยุดเพียงเท่านั้นเพราะหนูได้รับทุนจากลูกเหรียงนี้มาอย่างต่อเนื่อง หนูรู้สึกการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของหนูไม่ค่อยจะมีปัญหาทางด้านการเงินเลย เพราะหากหนูมีปัญหานี้หนูจะโทรคุยกับพี่ๆน้องๆ บ้านลูกเหรียง ซึ่งตอนนี้หนูก็ได้ใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยถึงปี 3 แล้ว อีกทั้งหนูยังได้รับตำแหน่งเป็นรองนายกสโมสรวิทยาลัยอิสลามศึกษา และผลการเรียนรวมของหนูตอนนี้นั้นได้ 3.80 และหนูรู้สึกว่าชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยนี้หนูได้รับโอกาสไว้มากมาย ไปทำกิจกรรมต่างจังหวัดในจังหวัดที่หนูไม่เคยไป ล่าสุดหนูก็ได้มีโออาสเดินทางไปต่างประเทศ (มาเลซีย) ด้วย และยังคงมีโอกาสอื่นอีกมาที่เข้ามาในชีวิต

    ท้ายที่สุดหนูขอขอบคุณทางพี่ๆลูกเหรียงที่ได้เลือกหนูให้เป็นหนึ่งในเด็กทุนลูกเหรียง ได้ให้ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ได้สัมผัสกับโอกาสที่ไม่เคยได้รับ อีกทั้งความฝันของการเป็นครูของหนูก็ใกล้เข้ามาแล้ว ความรู้สึกนี้หนูมิอาสจที่จะบรรยายได้ทั้งหมดที่หนูบอกได้ในตอนนี้คือหนูรู้สึกภูมิใจและรู้สึกดีมากๆกับการได้รับทุนการศึกษานี้


    นางสาวอาอิชะ สาเรป
    อายุ 19 ปี กำลังศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา คณะคุรุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย

    กลุ่มลูกเหรียง ที่คอยสนับสนุนและอยู่เบื้องหลังของความสำเร็จทั้งหมด จนสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมองไม่เห็นทางอนาคตของตัวเองจนกลายเป็นเด็กผู้หญิงซึ่งพบกับหนทางและแสงสว่างของชีวิตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

    ดิฉันนางสาวอาอิชะ สาเรป อายุ 19 ปี กำลังศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา คณะคุรุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย ชีวิตทุกชีวิตล้วนต้องต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามา เพื่อแลกกับความอยู่รอดตลอดจนประสบกับความสำเร็จตามที่ตนได้วาดฝันไว้ ทางเดินชีวิตของอัยชะไม่ได้เรียบง่ายและสวยงาม หากแต่เป็นเส้นทางที่ต้องฝ่าฟันกับความยากลำบากและอุปสรรคต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

    ตั้งแต่จำความได้อัยชะประสบพบเจอกับคำสบประมาทต่างๆ มากมายเกือบทั้งชีวิต บ้างว่า “จะเรียนไหวหรือ” บ้างว่า “อีกไม่นานหรอก เดี๋ยวก็เสียคน” เนื่องจากเติบโตมาในครอบครัวแบบเลี้ยงเดี่ยวมีแม่เป็นเสาหลักของครอบครัว บางครั้งอาศัยอยู่กับน้า บางครั้งอาศัยอยู่กับยาย น้อยครั้งนักที่จะได้เจอและอยู่กับแม่ เนื่องจากแม่ต้องทำงานเป็นเสาหลักให้กับครอบครัวอยู่ต่างจังหวัดแต่เพียงผู้เดียว 

    แต่ในฐานะที่อัยชะยังเป็นเด็ก ยังเป็นลูกของแม่ ยังเป็นหลานของยายและน้า หน้าที่ของอัยชะคือเรียนหนังสือและประพฤติตนให้ดี จึงตั้งใจเรียนหนังสือประกอบกับทำกิจกรรมต่างๆจนได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น รางวัลเยาวชนคนเก่ง ในโครงการด้วยรักและห่วงใยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลเยาวชนดีเด่นจากกระทรวงศึกษาธิการ รางวัลระดับเหรียญทองการแข่งขันเล่านิทานคุณธรรมทั้งระดับอำเภอ จังหวัด และภาค ได้รับยกย่องว่าเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนดี ช่วยเหลือกิจกรรมสร้างชื่อเสียงให้กับสถาบัน นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ควบคู่กับรางวัลมิตรภาพ จากเวทีการประกวด freshy girl และรางวัลต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้ไม่สามารถเกิดได้หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว ครู เพื่อนๆ และที่สำคัญคือ สมาคมเพื่อนเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) ที่คอยสนับสนุนและอยู่เบื้องหลังของความสำเร็จทั้งหมด จนสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมองไม่เห็นทางอนาคตของตัวเองจนกลายเป็นเด็กผู้หญิงซึ่งพบกับหนทางและแสงสว่างของชีวิตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 

    ในอนาคตอัยชะตั้งใจจะกลับไปสอนหนังสือให้กับเด็กๆ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่อยู่ในถิ่นทุระกันดาร รวมไปถึงเด็กๆ ที่มีความผิดทางด้านร่างกาย เพราะพวกเขาควรได้รับโอกาสทางการศึกษา เนื่องจากการศึกษาสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆ เหล่านั้นให้ดีขึ้น ตลอดจนสามารถอยู่ร่วมกันกับบุคคลอื่นๆ ในสังคมและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมได้ในลำดับต่อไป เช่นเดียวกันกับสมาคมเพื่อนเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) ค่ะ


    นายอับดุลฟาต๊ะ ดอเลาะ
    อายุ 19 ปี ปัจจุบันศึกษาคณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
    มหาวิทยาลัยสงขานครินทร์ วิทยาเขต ปัตตานี 

    ในชีวิตนี้ผมไม่เคยคิดเลยครับว่าเด็กที่สูญเสียพ่อคนนี้จะมีโอกาสไปต่างแดนเหมือนคนอื่นๆ

    ผม นายอับดุลฟาต๊ะ ดอเลาะ อายุ 19 ปี ปัจจุบันศึกษาคณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยสงขานครินทร์ วิทยาเขต ปัตตานี ผมมีพี่น้อง 2 คน ผมเป็นคนที่1 น้องของเป็น น้องสาว ชื่อ เด็กหญิง ซัลมี ดอเลาะ กำลังศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนพัฒนาวิทยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ครับ 

    บ้านลูกเหรียงคือบ้านของผม ลูกเหรียงคือที่พึ่งของผม ผมมีแม่ ผมมีพี่ ผมมีน้อง ผมมีเพื่อนๆ ในบ้านลูกเหรียง 5 ปี ที่ผมได้รับโอกาสดีๆ จากบ้านลูกเหรียง ทำให้ชีวิตผมดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผมยังจำได้ว่าวันที่ผมก้าวเข้ามาอยู่ในบ้านลูกเหรียง ผมรู้สึกถึงอบอุ่น มีความรัก ความห่วงใยเต็มไปหมด ในบ้านลูกเหรียงหลังนี้ ผมก้าวมาด้วยแรงอันน้อยนิดที่ผมมี ก้าวมาด้วยความหวัง แบกความฝันของผมมาฝากไว้ที่บ้านหลังนี้ และบ้านหลังนี้ก็มอบทุกอย่างให้ผม มอบความรัก ความห่วงใย ความอบอุ่น และโอกาสที่ผมได้เคยได้ที่ไหนมาก่อนครับ โอกาสที่ผมไม่อาจจะตีราคามันได้ นั่นคือความรัก ความอบอุ่น และที่สำคัญคือทุนการศึกษา ที่มอบให้มาโดยตลอด ลูกเหรียงได้ต่อยอดความรู้ความสามารถที่ผมมี

    ผมได้ชิงทุนไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่น ผมไปเรียนรู้ภาษา และวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่น ซึ่งในชีวิตนี้ผมไม่เคยคิดเลยครับว่าเด็กที่สูญเสียพ่อคนนี้จะมีโอกาสไปต่างแดนเหมือนคนอื่นๆ ผมได้ไปเยี่ยมแดนอาทิตย์อุทัย ที่มีความแตกต่างหลายๆอย่าง เช่น ภาษา วัฒนธรรม ภูมิประเทศ สภาพอากาศ และอาหารการกินครับ มันทำให้ผมได้เรียนรู้โลกที่กว้างขึ้น ทำให้ผมได้เปิดโลกทัศน์ของตัวเองครับ มันเป็นโอกาสที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของผมที่ลูกเหรียงได้มอบให้ ผมจะไม่มีวันลืมประสบการณ์และความรู้ที่ผมได้เรียนมา ผมจะนำไปพัฒนาและต่อยอดความรู้ความสามารถที่ตัวเองมีครับ

    ทุกวันนี้ ผมมีค่าใช้จ่ายในการศึกษาเหล่าเรียน ก็เพราะลูกเหรียงที่หาทุนการศึกษาให้ผม ผมได้มีโอกาสเรียนตามที่ผมอยากเรียน และทำในสิ่งที่ผมอยากเรียนรู้ ผมมีโอกาสมากกว่าเด็กคนอื่นครับ และผมจำสิ่งที่ครอบครัวบ้านลูกเหรียงสอนอยู่เสมอว่า เราเป็นคนในพื้นที่ เรามีหน้าที่ ที่จะกลับมาพัฒนาบ้านเกิด ท้ายนี้ทุนการศึกษาที่ผมได้รับทำให้ผมได้มีโอกาสทางการศึกษา และการเรียนรู้ในเปิดโลกกว้าง และขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านที่มอบโอกาสดีๆ มาให้ผม และเพื่อนๆบ้านลูกเหรียง

    อ่านเพิ่มเติม »

ทำไม?
ต้องช่วยกลุ่มลูกเหรียง

ในปี 2561 กลุ่มลูกเหรียงได้สนับสนุนทุนการศึกษาและทุนสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กๆ จำนวน 174 คน โดยมีกองทุนเทพณรงค์ วราน้อย วิริยะกุล, กลุ่มนักศึกษาหลักสูตร ABC รุ่นที่ 1 มหาวิทยาลัยศรีปทุม, กลุ่มนักธุรกิจไดม่อน แอนด์ เฟรน, บริษัทเดสทิเนชั่น เอเชีย สนับสนุนเด็กแล้วจำนวน 134 คน ยังมีเด็กอีก 39 คน ที่ยังรอการสนับสนุนจากกลุ่มลูกเหรียงอยู่

นอกจากนี้ กลุ่มลูกเหรียงยังทำงานช่วยเหลือเยียวยาให้เด็กที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงอีกกว่า 1,000 คน ให้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติและช่วยเหลือเยียวยากันและกันต่อไป

ร่วมบริจาค

เด็กๆ ลูกเหรียงตอนมาอยู่กับเราเล็กๆ เหมือนจะไม่มีอนาคตอะไรเลย แต่พอเค้าอยู่กับเราซักพักนึงเค้าก็เข้มแข็งขึ้น เราเห็นพัฒนาการของเค้าคล้ายๆ กับต้นลูกเหรียงที่ค่อยๆเติบใหญ่ พอเติบใหญ่มากๆก็จะให้ร่มเงาแก่คนอื่นได้

วรรณกนก เปาะอิแตดาโอะ

นายกสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง)

เกิดขึ้นอะไรขึ้น?
กับเด็กในสามจังหวัดชายแดนใต้

เป็นเวลา 13 ปีแล้วที่ความรุนแรงได้เปลี่ยนชีวิตเด็กไปแล้วกว่า 48,000 คน ทำให้เขาต้องสูญเสียพ่อแม่และคนใกล้ตัว มีชีวิตอยู่อย่างหวาดกลัว ต้องหยุดเรียนหนังสือ ในใจเต็มไปด้วยความแค้นที่เมื่อเด็กๆเติบโตขึ้น มีความเสี่ยงถูกชักจูงเข้าสู่ขบวนการก่อความรุนแรงอย่างไม่รู้จบ

กลุ่มลูกเหรียงเป็นเหมือนครอบครัวใหม่ที่เข้าไปช่วยเหลือเด็กๆ ให้ทุนการศึกษาและเงินสำหรับดำรงชีวิตจนเด็กสามารถกลับมาดำรงชีวิตได้อย่างปกติและจัดกระบวนการเยียวยาโดยใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือให้เด็กได้ปลดปล่อยความแค้น ยุติความรุนแรง และเติบโตขึ้นเป็นผู้นำเยาวชนในการสร้างสันติภาพในพื้นที่ต่อไป

รูปประกอบ รูปประกอบ

บัณฑิต อึ้งรังษี

อาจารย์ของอาจารย์, บุคคลระดับโลก (ด้านคอนดักเตอร์)

ผมได้ไปเยี่ยม น้องๆ ในกลุ่มลูกเหรียงด้วยตัวเอง ที่จังหวัดยะลา เพราะประทับใจในอุดมการณ์ของผู้นำ (น้องชมพู่ วรรณกนก) และการทำจริง ที่จะช่วยเหลือน้องๆ ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ...ผมเองก็ได้ขอมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือน้องๆ ทุกคน โดยได้ให้ทุนการศึกษากับทุกคนที่ต้องการ ...เพื่อพวกเขา จะได้เป็นสำเร็จสูง เป็นคนที่สร้างคุณค่าให้สังคมต่อไป

สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้หรือกลุ่มเหรียง

เกิดจากการรวมตัวของเด็กและเยาวชนที่ทำงานประเด็นเอดส์ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2547 เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้สมาชิกของกลุ่มลูกเหรียงหลายคนต้องสูญเสียผู้เป็นที่รักไป พวกเราจึงรวมตัวขึ้นมาเพื่อทำกิจกรรมเยียวยาตนเอง และทำกิจกรรมเพื่อยุติความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชนทุกรูปแบบ

# กลุ่มเหรียง

ในปี 2561 ยังมีเด็กอีก 39 คน ที่ยังรอการสนับสนุนทุนการศึกษาและทุนในการดำเนินชีวิต

ยอดสนับสนุนที่ได้รับตอนนี้ 35,900 บาท
โครงการสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2561

เป้าหมาย

833,800 บาท
ดำเนินการไปแล้ว 4%
เหลืออีก 192 วัน จำนวนผู้บริจาค 21
ร่วมบริจาค

องค์กรที่ร่วมสนับสนุน

ผู้สนับสนุน : ปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา , ssroongthiwa , นวพล นพคุณ , Momo V. Veerin , ชนนิกานต์ กับ เอกพล , ศรัณย์พร ทองพุ่ม , กัญญารัตน์ สมประเสริฐ , readAwrite - Reader , penpakarn sarasit , THANAPHAN KIRDYOO and more

บริจาคให้
ร่วมกันเยียวยาเด็กๆ พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ลูกเหรียง)

จำนวนเงิน
ประเภทการบริจาค

การบริจาคให้โครงการทุกๆ เดือนจะช่วยสนับสนุนการทำงานที่ต่อเนื่อง

ช่องทางการชำระเงิน
ข้อมูลบัตรเครดิต
/
เว้นว่างไว้หากไม่ประสงค์ออกนาม

สามารถขอใบเสร็จเพื่อหักลดหย่อนภาษีได้เมื่อมียอดบริจาคขั้นต่ำ 250 บาท

ไม่ต้องระบุหากใช้ที่อยู่เดียวกันกับ ที่อยู่บนใบเสร็จ

ข้อมูลบัตรจะถูกดำเนินการอย่างปลอดภัยด้วยผู้ให้บริการที่ผ่านมาตรฐาน PCI-DSS Compliant Omise logo

ชวนเพื่อนมาบริจาคผ่าน