project สิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ

ร่วมทำแนวป้องกันไฟป่า ด้วยนวัตกรรมเครื่องเป่าใบไม้ไฟฟ้า โดยเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดลำปาง

ผลิตเครื่องเป่าใบไม้ไฟฟ้า ที่มีน้ำหนักเบา เสียงเบา ไม่เพิ่มมลพิษ สามารถใช้งานติดต่อกันได้นาน และมีความปลอดภัยสูง เพื่อเป็นอุปกรณ์สำคัญในการจัดทำแนวดินกันไฟ

ระยะเวลาโครงการ 1 กุมภาพันธ์ - 31 มีนาคม 2564 พื้นที่ดำเนินโครงการ 13 อำเภอ จังหวัดลำปาง

ยอดบริจาคขณะนี้

42,906 บาท

เป้าหมาย

1,072,500 บาท
ดำเนินการไปแล้ว 4%
227 วัน จำนวนผู้บริจาค 85

ความคืบหน้าโครงการ

ขอขยายระยะเวลาโครงการออกไปถึงปี 2022

8 พฤษภาคม 2021

เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าในปี 2020 นี้ ถูกคลี่คลายลงแล้ว เพราะฝนตกเร็วขึ้นกว่าปีก่อนๆ และตกลงมาหลายรอบ ถือว่าเป็นโชคดีของเรา 

อย่างไรก็ตามโครงการยังจำเป็นต้องระดมทุนให้ทันช่วงที่ต้องทำแนวป้องกันไฟป่าที่เกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ประมาณเดือน พ.ย.-มี.ค.ของทุกปี ประกอบกับปัญหาการระบาดของ โควิด19 ทำให้แผนการประชาสัมพันธธ์โครงการ จึงถูกปรับไปให้สามารถตอบสนองต่อ สถานการ์ที่สำคัญและเร่งด่วนในปัจจุบัน 

อ่านต่อ »
ดูความคืบหน้าโครงการทั้งหมด

การป้องกันไฟป่าที่ทำได้ง่ายและผู้คนทั่วไปก็สามารถทำได้ คือการทำแนวกันไฟ โดยทำแนวดินที่ปราศจากใบไม้และกิ่งไม้แห้ง ปกติแล้วเจ้าหน้าที่และชาวบ้านจะใช้วิธีกวาดใบไม้ออกไป ซึ่งทำได้ช้า และสิ้นเปลืองแรง หรือใช้เครื่องเป่าใบไม้แบบติดเครื่องยนต์ เพื่อลดเวลาการทำงาน แต่ก็มีปัญหาเนื่องจากน้ำหนักมาก เสียงดัง มีควันไอเสีย มีความร้อนจากเครื่องยนต์ และน้ำมันที่ติดกับตัวเครื่องก็สามารถติดไฟได้ 


นายกฤษณะ (ช่างเอก) ซึ่งเป็นเกษตรกรดีเด่น และปราชญ์เกษตรจังหวัดลำปาง จึงได้คิดค้นและผลิตเครื่องเป่าใบไม้ไฟฟ้า ซึ่งมีน้ำหนักเบา เสียงเบา ไม่เพิ่มมลพิษ สามารถใช้งานติดต่อกันได้นาน และมีความปลอดภัยสูง เพื่อเป็นอุปกรณ์สำคัญในการจัดทำแนวดินกันไฟดังกล่าว


ปัญหาไฟป่าในประเทศไทยเป็นปัญหาใหญ่และเกิดผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อผู้คนและสัตว์ป่า ไฟป่าจะเกิดมากและรุนแรงในสภาพอากาศที่แห้ง ช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายนของทุกปี ซึ่งจำนวนครั้งและพื้นที่เกิดไฟป่าในประเทศไทยในปี 2563 มีพื้นที่เกิดไฟป่า(2563) 170,000 ไร่ และเกิดขึ้น 7,500ครั้ง ถ้านับเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ไฟป่ากินพื้นที่ 130,000 ไร่ จำนวนมากถึง 5,400 ครั้ง 

มลพิษจากไฟป่าทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก เฉพาะในจังหวัดลำปาง จำนวนผู้ป่วยจากควันไฟป่าซึ่งทำให้เกิดฝุ่นละออง PM2.5 ในปี 2563 อยู่ที่ 25,000 คน และประมาณการจำนวนผู้ป่วยทั่วทั้งภาคเหนือจะอยู่ที่ประมาณ 250,000 คน

วิธีการป้องกันปัญหาไฟป่าที่มีประสิทะิภาพที่สุด ณ ปัจจุบัน คือ การทำแนวกันไฟ เพื่อป้องกันและจำกัดพื้นที่ผลกระทบให้น้อยลง จากการประชุมร่วมกับส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ และประธานเครือข่ายป่าชุมชนระดับอำเภอของจังหวัดลำปาง (13อำเภอ) ทางเจ้าหน้าที่และประธานคณะทำงานเครือข่ายได้ทดลองใช้งานและได้ให้ความคิดเห็นว่า เครื่องเป่าใบไม้ไฟฟ้าที่คิดค้นมานั้น สามารถช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และเครือข่ายป่าชุมชนระดับอำเภอของจังหวัดลำปางได้จริง เนื่องจากน้ำหนักเบา (ลดน้ำหนักจากแบบเครื่องยนต์ 12 กก. เหลือ 6 กก.) และเสียงเบามาก และพ่นอากาศได้แรงกว่าเมื่อเทียบกับแบบเครื่องยนต์ จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้นานขึ้นและเหน็ดเหนื่อยน้อยลง พื้นที่แนวกันไฟก็จะมากขึ้นตามด้วย 

ดังนั้นทางประธานเครือข่ายป่าชุมชนจึงร้องขอเครื่องเป่าใบไม้ไฟฟ้าสำหรับ 13 อำเภอในจังหวัดลำปาง ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือชาวบ้านและลดความเสี่ยงไฟป่า เป้าหมายเพื่อช่วยลดพื้นที่ไฟป่า จ.ลำปาง ซึ่งในปี 2563 กินพื้นที่ 13,000 ไร่ จำนวนการเกิดไฟป่า 540 ครั้ง   

เปรียบเทียบเครื่องเป่าใบไม้แบบเครื่องยนต์และแบบไฟฟ้าไร้สาย 


 ขั้นตอนการดำเนินโครงการ

  1. จัดทำและผลิตเครื่องเป่าใบไม้ไฟฟ้า
  2. มอบเครื่องเป่าใบไม้ไฟฟ้าให้กับเครือข่ายป่าชุมชนระดับอำเภอของจังหวัดลำปางทั้ง 13 อำเภอ รวม 65 เครื่อง ผ่านคณะกรรมการเครือข่ายป่าชุมชนระดับอำเภอของจังหวัดลำปาง ได้แก่ 
    1. อำเภอเมืองปาน โดยมี นายผิน เปนุจา เป็นประธาน
    2. อำเภอเกาะคา โดยมี นายบุญสม ธรรมจักร เป็นประธาน         
    3. อำเภอเสริมงาม โดยมี นายกิตติธัช ไชยวรรณา เป็นประธาน        
    4. อำเภอแม่พริก โดยมี นายธวัชชัย เทวะราช เป็นประธาน         
    5. อำเภอเถิน โดยมี นางสาวกันตนา สุยะคำ เป็นประธาน       
    6. อำเภอสบปราบ โดยมี นายสมจินต์ ชุ่มอินจักร์ เป็นประธาน       
    7. อำเภอแม่ทะ โดยมี นายอดุลย์ อภิวงค์ เป็นประธาน      
    8. อำเภองาว โดยมี นายประสิทธิ์ กันตา เป็นประธาน       
    9. อำเภอแม่เมาะ โดยมี นายแดง ทนันชัย เป็นประธาน     
    10. อำเภอห้างฉัตร โดยมี นายธีระพงษ์ คำอ้าย เป็นประธาน        
    11. อำเภอเมืองลำปาง โดยมี นายสุมัย หมายหมั้น เป็นประธาน        
    12. อำเภอวังเหนือ โดยมี นายวิจิตต์ มัชชะ เป็นประธาน        
    13. อำเภอแจ้ห่ม โดยมี นายหล้า บุญทวี เป็นประธาน      
  3. ประสานงานและติดตามการใช้งาน เพื่อวัดผลการลดลงของพื้นที่ไฟป่าของจังหวัดลำปาง

พื้นที่ในการดำเนินการ

13 อำเภอ จังหวัดลำปาง ได้แก่

  1. อำเภอเมืองปาน
  2. อำเภอเกาะคา
  3. อำเภอเสริมงาม 
  4. อำเภอแม่พริก 
  5. อำเภอเถิน
  6. อำเภอสบปราบ 
  7. อำเภอแม่ทะ 
  8. อำเภองาว
  9. อำเภอแม่เมาะ  
  10. อำเภอห้างฉัตร 
  11. อำเภอเมืองลำปาง  
  12. อำเภอวังเหนือ
  13. อำเภอแจ้ห่ม 

เจ้าของโครงการ

หจก. เอกกสิกิจ

ขอขยายระยะเวลาโครงการออกไปถึงปี 2022

8 พฤษภาคม 2021

เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าในปี 2020 นี้ ถูกคลี่คลายลงแล้ว เพราะฝนตกเร็วขึ้นกว่าปีก่อนๆ และตกลงมาหลายรอบ ถือว่าเป็นโชคดีของเรา 

อย่างไรก็ตามโครงการยังจำเป็นต้องระดมทุนให้ทันช่วงที่ต้องทำแนวป้องกันไฟป่าที่เกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ประมาณเดือน พ.ย.-มี.ค.ของทุกปี ประกอบกับปัญหาการระบาดของ โควิด19 ทำให้แผนการประชาสัมพันธธ์โครงการ จึงถูกปรับไปให้สามารถตอบสนองต่อ สถานการ์ที่สำคัญและเร่งด่วนในปัจจุบัน 

แผนการใช้เงิน

รายการจำนวนจำนวนเงิน (บาท)
ผลิตชุดเครื่องเป่าใบไม้ไฟฟ้า ชุดละ 15,000 บาท
(ตัวเป่า, ท่อลม, ชุดแบตเตอรี่ 468 wh (รวมชุดควบคุม), เครื่องชาร์จไฟบ้าน)
65 เครื่อง975,000
ค่าดำเนินงานเทใจดอทคอม 10%
(ค่าธรรมเนียมธนาคารและ payment gateway ระบบตรวจสอบติดตามโครงการ และดูแลแพลตฟอร์ม)

97,500
รวม
1,072,500


บริจาคให้
ร่วมทำแนวป้องกันไฟป่า ด้วยนวัตกรรมเครื่องเป่าใบไม้ไฟฟ้า โดยเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดลำปาง

จำนวนเงิน
ช่องทางการชำระเงิน

ชำระผ่านการ สแกน/อัพโหลด QR code ด้วย mobile banking application ของ ธนาคารไทยพานิชย์ ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรี ธนาคารธนชาต ธนาคารกสิกร ธนาคารออมสิน

คุณจะได้ QR code หลังจากยืนยันการบริจาค

เว้นว่างไว้หากไม่ประสงค์ออกนาม

สำเนาใบเสร็จจะส่งไปทางอีเมลของคุณ หลังจากการบริจาคสำเร็จแล้ว

· ลบ
· ลบ
ที่อยู่*
จังหวัด*
รหัสไปรษณีย์*

ข้อมูลบัตรจะถูกดำเนินการอย่างปลอดภัยด้วยผู้ให้บริการที่ผ่านมาตรฐาน PCI-DSS Compliant Omise logo

ชวนเพื่อนมาบริจาคผ่าน