project เด็กและเยาวชน

ตรวจ DNA ให้เด็กเยาวชนและกลุ่มเปราะบางที่ไร้รัฐไร้สัญชาติ

ช่วยเหลือเด็ก และผู้เปราะบาง ที่ไร้สัญชาติให้ได้รับสัญชาติไทยอย่างสมบูรณ์ จำนวน 20 คน โดยการสนับสนุนค่าตรวจพิสูจน์ DNA เพื่อเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ได้มีสิทธิในการได้รับสัญชาติไทยได้ 100%

ระยะเวลาโครงการ 1ปี พื้นที่ดำเนินโครงการ จ.เชียงราย

ยอดบริจาคขณะนี้

125,826 บาท

เป้าหมาย

453,310 บาท
ดำเนินการไปแล้ว 28%
134 วัน จำนวนผู้บริจาค 158

ความคืบหน้าโครงการ

ฟังเสียงจากน้องอัญชัญ เด็กชนเผ่าดาราอั้งผู้ได้รับการพิสูจน์สัญชาติ

14 ธันวาคม 2021

เรื่องเล่าจากน้องอัญชัญ เด็กชนเผ่าดาราอั้งผู้ได้รับการพิสูจน์สัญชาติไทย และมีโอกาสได้ใช้ชีวิตอย่างที่เธอสมควรได้รับ


"หนูเป็นชนเผ่าดาราอั้งค่ะ พ่อแม่หนูอพยพมาจากประเทศพม่า เมื่อปี พ.ศ. 2535 สมัยนั้นหนูยังไม่เกิดเลยค่ะ พ่อกับแม่อพยพมาอยู่ในชุมชน อำเภอเชียงแสน จากนั้นก็เริ่มหางานทำ โดยรับจ้างทั่วไป

พ่อกับแม่เคยเล่าให้หนูฟังว่า ตอนที่อพยพเข้ามาในประเทศไทย ไม่มีเอกสารอะไรเลย จึงไปสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติผิดกลุ่มค่ะ ไปสำรวจเป็นแรงงาน 3 สัญชาติ และได้มีเลข13 หลักขึ้นต้นด้วยเลข 00 เพื่อที่จะได้ทำงาน ถ้าไม่มีบัตรอะไรทำงานไม่ได้ค่ะ พ่อเล่าให้หนูอีกฟังว่า ถ้าพ่อไม่ไปลงทะเบียนกับเขาพ่อก็จะทำงานผิดกฎหมาย นายจ้างก็ไม่อยากรับทำงาน ตำรวจก็จะจับ พ่อและแม่จะต้องไปทำเรื่องขอมีบัตรเพื่อที่จะได้ทำงานถูกต้องตามกฎหมาย พอหนูเกิดมาพ่อก็ไปแจ้งเกิด หนูจึงได้สูติบัตร มีเลข 13 หลักขึ้นต้นด้วยเลข 00 เวลาผ่านไปครอบครัวหนูได้ย้ายบ้านไปอยู่ต่างอำเภอ บ้านใหม่ของหนูเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีคนอพยพมาจากหลากหลายที่เข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน เป็นชนเผ่าดาราอั้งกันทั้งหมดเลยค่ะ

ช่วงปี 2548-2554 มีประกาศให้ผู้ที่ไม่มีบัตรให้ไปสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน พ่อและแม่จึงไปสำรวจกับเขาด้วย และยกเลิกบัตรแรงงาน 3 สัญชาตินั้นด้วย แต่หนูยังถือสูติบัตรที่มีเลขขึ้นต้นด้วยเลข 00 เหมือนเดิมค่ะ สมัยที่พ่อกับแม่สำรวจบัตรแรงงาน พ่อและแม่รวมทั้งหนูด้วย ไม่มีนามสกุล ต่อมาพ่อกับแม่มาทำบัตรใหม่มีนามสกุลด้วยข้อมูลก็เปลี่ยนไป ทำให้ข้อมูลพ่อและแม่ในสูติบัตรของหนูไม่ตรงกัน พ่อหนูอยากให้หนูมีบัตรเหมือนพ่อกับแม่ จึงไปยื่นคำร้องขอเปลี่ยนสถานภาพหนูตามพ่อและแม่ แต่เจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนอำเภอบอกว่า ข้อมูลไม่ตรงกัน ไม่น่าเชื่อถือว่าเป็นพ่อแม่ลูกกันจริง จึงขอให้ครอบครัวหนูไปตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์พ่อแม่ลูก แต่ครอบครัวเราเป็นครอบครัวหาเช้ากินค่ำ รับจ้างทั่วไป ไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าตรวจ DNA ค่ะเพราะต้องตรวจ 3 คน รวมกันแล้วก็เกือบสองหมื่นลยค่ะ แพงมากค่ะ

พ่อหนูจึงเข้าไปขอความช่วยเหลือจากพี่เจ้าหน้าที่โครงการไร้รัฐไร้สัญชาติ มูลนิธิแอ๊ดดร้าประเทศไทย เพื่อขอให้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการตรวจ DNA ครั้งนี้ค่ะ พี่ ๆ ทางโครงการได้ดูเอกสารของหนูและพ่อแม่แล้ว มันจะยากกว่าคนอื่น เพราะว่าพ่อแม่สำรวจครั้งแรกที่สำนักทะเบียนอำเภออีกที่หนึ่ง และมาสำรวจครั้งที่ 2 ที่สำนักทะเบียนที่ครอบครัวเราอยู่ ณ ปัจจุบันค่ะ มันเลยต้องดำเนินการแก้ไขไป ๆ มา ๆ ทั้งสองสำนักทะเบียนเลย การโยกย้ายถิ่นฐานของครอบครัว ทำให้หนูได้เรียนรู้เรื่องเอกสารทางทะเบียนราษฎร์มากขึ้น ว่ามันไม่ได้จบที่สำนักทะเบียนเดียว พ่อกับแม่ต้องเดินทางตลอดเพื่อยื่นคำร้องต่างๆ เริ่มจากการขอหนังสือส่งตรวจ DNA ที่สำนักทะเบียนแรกที่หนูมีชื่ออยู่ และไปขอแก้ไขที่สำนักทะเบียนที่พ่อและแม่มีชื่ออยู่ ณ ปัจจุบัน ผลตรวจ DNA มีความสำคัญกับชีวิตหนูมากค่ะ เป็นหลักฐานสำคัญที่จะยืนยันตัวตนของหนูได้ ถ้าไม่มีหนังสือการตรวจ DNA หนูก็จะไม่สามารถแก้ไขเอกสารได้ เพราะที่ผ่านมาเอกสารทั้งหนูและพ่อแม่ไม่ตรงกันเลยค่ะ ทางสำนักทะเบียนไม่เชื่อว่าเป็นลูกของทั้งพ่อแม่

หนูลืมบอกไปค่ะ หนูมีน้องสาว 1 คน น้องได้สัญชาติก่อนหนูแล้วเพราะน้องเกิดหลังจากที่พ่อแม่สำรวจบัตรหัว 0 น้องจึงไม่ต้องแก้ไขอะไร เมื่อปลายปี 2563 หนูได้เข้ารับการตรวจ DNA และเมื่อได้ผลตรวจพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ลูกแล้วเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนจึงรับคำร้อง และเรียกมาสอบปากคำเพื่อสลักหลังสูติบัตร เปลี่ยนแปลงสถานภาพตามพ่อแม่เมื่อกลางปี 2564 จากสถานะบุตรแรงงาน 3สัญชาติ เป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บุตรต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทย) และได้ถ่ายบัตรเรียบร้อยแล้วค่ะ

พี่ๆแอ๊ดดร้าบอกว่าหนูมีสิทธิที่จะได้รับสัญชาติตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง หนูดีใจมากค่ะ ที่จะเป็นคนไทยอย่างสมบูรณ์เหมือนที่น้องสาวหนูได้รับ ขอบคุณผู้บริจาคเงินที่ให้หนูได้ตรวจ DNA ครั้งนี้ ทำให้ชีวิตหนูเปลี่ยนไป ต่อจากนี้ไปหนูจะยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย ตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง ต่อไปค่ะเพราะหนูอยากเป็นหมอ หากหนูไม่ได้สัญชาติไทยหนูก็จะเป็นหมอไม่ได้ค่ะ ตอนนี้หนูเรียนอยู่ชั้นป.6 โรงเรียนในอำเภอแม่สายค่ะ และพ่อบอกว่าขอเป็นกำลังใจให้กับพี่ๆน้องๆที่ยังไม่ได้รับสิทธิที่ตนควรจะได้รับ ถึงแม่ว่าเราจะไม่รู้หนังสือ ไม่ได้เรียน ก็อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค และจงดำเนินชีวิตถูกต้องตามกฎหมายเป็นพลเมืองดีให้กับประเทศไทยต่อไปค่ะ”

อ่านต่อ »
ดูความคืบหน้าโครงการทั้งหมด

ปัจจุบันมีเด็ก เยาวชน และผู้เปราะบางกำลังประสบปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติอยู่มากกว่า 4แสนกว่าคนในประเทศไทย ในจำนวนนี้มีคนจำนวนมากที่ได้ร้องขอพิสูจน์หลักสายโลหิต ด้วยการตรวจ DNA เพื่อเพิ่มชื่อเข้าในทะเบียนราษฎรและแก้ไขเอกสารทะเบียนประวัติต่างๆให้ถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถขอสัญชาติไทยตามหลักสายโลหิตและหลักดินแดนได้ต่อไป

ที่ผ่านมาทางโครงการคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ภายใต้มูลนิธิแอ๊ดเวนตีสได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นในการให้คำปรึกษา อบรมให้ความรู้ วิเคราะห์เอกสาร เตรียมเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วน รวมทั้งประสานสำนักทะเบียนเพื่อรับคำร้องและดำเนินการตามหลักเกณฑ์แต่ละประเภทในการยื่นคำร้อง ในปี พ.ศ. 2563 จำนวน 7,000 คน แต่ด้วยพยานเอกสารมีความขัดกันอย่างชัดเจน และไม่น่าเชื่อถือ บางเคสจึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อให้ได้เอกสารหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือและใช้ประกอบการสอบพยาน สอบปากคำ แต่ด้วยหลายครอบครัวในพื้นที่ชายแดนที่อยู่ในจังหวัดเชียงราย เป็นครอบครัวที่ยากจน บางครอบครัวเช่าที่อยู่อาศัย กู้ยืมนอกระบบในการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน งานที่ทำส่วนใหญ่เป็นอาชีพรับจ้างทั่วไป ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง จึงไม่มีความมั่นคงในอาชีพ และมีภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวในแต่ละเดือนอยู่เป็นประจำ


เด็กไร้สัญชาติบางส่วนมาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจนและไม่มีเงินมากพอที่จ่ายค่าตรวจ DNA หรือแม้แต่ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล เนื่องจากบ้านของเด็กผู้ประสบปัญหามักอยู่ห่างจากตัวเมือง ดังนั้นการช่วยเหลือเด็กกลุ่มเหล่านี้จะช่วยสร้างโอกาสให้กับเด็กและเยาวชน ผู้เปราะบางได้เข้าถึงสิทธิด้านสัญชาติและสถานะบุคคลเป็นการเปิดประตูสู่ อิสรภาพในการเดินทาง การศึกษาในระดับสูง การทำงาน การรักษาพยาบาล รวมทั้งช่วยลดช่องว่างการเลื่อมล้ำทางสังคม ทั้งยังเปิดโอกาสให้เด็กๆเหล่านี้นี้ได้แสดงความสามารถและพัฒนาตนเองให้เป็นบุคคลที่มีศักยภาพที่ดีในอนาคต และเป็นคนดีในสังคมไทยต่อไป


โครงการคนไร้รัฐไร้สัญชาติ เป็นโครงการเพื่อการพัฒนาและบรรเทาทุกข์ ที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ประสบปัญหาไร้รัฐไร้สัญชาติโดยเฉพาะเด็กเยาวชน ผู้เปราะบาง ที่มีสิทธิเข้าถึงสัญชาติไทยตามกฎหมาย โดยการส่งเสริมความรู้ ชี้แนะวิธีการยื่นของสัญชาติ โครงการนี้ได้ดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดเชียงรายมากกว่า 5 ปีแล้ว และได้ช่วยเหลือคนไร้สัญชาติ ในด้านการเตรียมเอกสารจำนวน 30,000 คน และมากกว่า 2,000 คน ได้รับสัญชาติไทยและสิทธิทางกฎหมาย แต่ทั้งนี้ทางมีเด็ก และผู้เปราะบางจำนวนมาก ต้องตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายโลหิต (DNA) แต่โครงการยังขาดงบประมาณในการตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายโลหิต อันเป็นขั้นตอนสำคัญที่เด็กๆจะต้องมีหลักฐานยืนยันทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อความน่าเชื่อถือ และเป็นหลักฐานเอกสารที่ต้องนำไปประกอบการยื่นคำร้องต่อไป จึงจะได้รับการพิจารณาให้สัญชาติไทยและสิทธิทางกฎหมาย

ขั้นตอนการดำเนินโครงการ

  1. ให้คำปรึกษา วิเคราะห์เอกสารทะเบียนประวัติ เอกสารทางทะเบียนราษฎร ว่าต้องดำเนินการในทิศทางไหนตามกฎหมาย เพื่อให้ครอบครัวเด็กที่ไร้สัญชาติได้เข้าใจ มีความรู้ถึงขั้นตอนกระบวนการ
  2. ช่วยเหลือครอบครัวเด็กในการเตรียมเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วน
  3. ติดต่อประสานงานสำนักทะเบียน เพื่อเป็นสื่อการระหว่างผู้ประสบปัญหาไร้สัญชาติ และเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียน ให้มีความเข้าใจ และเกิดการรับคำร้อง ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย พ.ร.บ.สัญชาติฯ
  4. สนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินการแก่ครอบครัวผู้ประสบปัญหาที่ยากจน ขาดแคลนทุนทรัพย์ มีหนี้สินภายในครอบครัว หรือแม่เลี้ยงเดี่ยวที่รับภาระครอบครัวทั้งหมด โดยจะมีการคัดกรองจากเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ครอบครัว เพื่อสอบประวัติ สัมภาษณ์และเข้าที่ประชุมเพื่อเสนอคัดเลือกและลงความเห็นให้การช่วยเหลือ ด้านการพิสูจน์สายโลหิตเป็นรายกรณี (เคสที่จำเป็นจริงๆ) และทั้งนี้จะต้องได้รับการพิจารณาจากนายทะเบียนสำนักทะเบียนออกหนังสือส่งตรวจ ซึ่งต้องออกจากสำนักทะเบียนอำเภอ หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลด้วยเช่นกัน ที่ผ่านมาทางเราได้ช่วยเหลือเด็กที่เกิดไทยแต่ประสบปัญหาว่าเอกสารบิดา มารดา และเอกสารเด็กไม่ตรงกัน จำเป็นจะต้องแก้ไข หลายเคสได้รับการแก้ไขโดยการสอบปากคำ แต่หลายเคสไม่สามารถแก้ไขโดยการสอบปากคำได้ เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานเอกสารประกอบการแก้ไขได้ จึงต้องพิสูจน์หลักสายโลหิต


ประโยชน์ของโครงการ

  • ได้ช่วยเหลือเด็ก และผู้เปราะบาง ที่ไร้สัญชาติให้ได้รับสัญชาติไทยอย่างสมบูรณ์ จำนวน 20 คน โดยการสนับสนุนค่าตรวจพิสูจน์ DNA ให้กับเด็ก เยาวชน หรือผู้เปราะบางไร้สัญชาติที่มีความยากจน ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ได้มีสิทธิในการได้รับสัญชาติไทยได้ 100%
  • เด็ก เยาวชนและผู้เปราะบาง ได้รับโอกาสในการเข้าถึงสิทธิอื่นๆ เช่น การเดินทาง การศึกษาในระดับสูง สิทธิในการทำงานและการรักษาพยาบาลในแบบเดียวกับผู้ที่มีสัญชาติไทย

เจ้าของโครงการ


ฟังเสียงจากน้องอัญชัญ เด็กชนเผ่าดาราอั้งผู้ได้รับการพิสูจน์สัญชาติ

14 ธันวาคม 2021

เรื่องเล่าจากน้องอัญชัญ เด็กชนเผ่าดาราอั้งผู้ได้รับการพิสูจน์สัญชาติไทย และมีโอกาสได้ใช้ชีวิตอย่างที่เธอสมควรได้รับ


"หนูเป็นชนเผ่าดาราอั้งค่ะ พ่อแม่หนูอพยพมาจากประเทศพม่า เมื่อปี พ.ศ. 2535 สมัยนั้นหนูยังไม่เกิดเลยค่ะ พ่อกับแม่อพยพมาอยู่ในชุมชน อำเภอเชียงแสน จากนั้นก็เริ่มหางานทำ โดยรับจ้างทั่วไป

พ่อกับแม่เคยเล่าให้หนูฟังว่า ตอนที่อพยพเข้ามาในประเทศไทย ไม่มีเอกสารอะไรเลย จึงไปสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติผิดกลุ่มค่ะ ไปสำรวจเป็นแรงงาน 3 สัญชาติ และได้มีเลข13 หลักขึ้นต้นด้วยเลข 00 เพื่อที่จะได้ทำงาน ถ้าไม่มีบัตรอะไรทำงานไม่ได้ค่ะ พ่อเล่าให้หนูอีกฟังว่า ถ้าพ่อไม่ไปลงทะเบียนกับเขาพ่อก็จะทำงานผิดกฎหมาย นายจ้างก็ไม่อยากรับทำงาน ตำรวจก็จะจับ พ่อและแม่จะต้องไปทำเรื่องขอมีบัตรเพื่อที่จะได้ทำงานถูกต้องตามกฎหมาย พอหนูเกิดมาพ่อก็ไปแจ้งเกิด หนูจึงได้สูติบัตร มีเลข 13 หลักขึ้นต้นด้วยเลข 00 เวลาผ่านไปครอบครัวหนูได้ย้ายบ้านไปอยู่ต่างอำเภอ บ้านใหม่ของหนูเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีคนอพยพมาจากหลากหลายที่เข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน เป็นชนเผ่าดาราอั้งกันทั้งหมดเลยค่ะ

ช่วงปี 2548-2554 มีประกาศให้ผู้ที่ไม่มีบัตรให้ไปสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน พ่อและแม่จึงไปสำรวจกับเขาด้วย และยกเลิกบัตรแรงงาน 3 สัญชาตินั้นด้วย แต่หนูยังถือสูติบัตรที่มีเลขขึ้นต้นด้วยเลข 00 เหมือนเดิมค่ะ สมัยที่พ่อกับแม่สำรวจบัตรแรงงาน พ่อและแม่รวมทั้งหนูด้วย ไม่มีนามสกุล ต่อมาพ่อกับแม่มาทำบัตรใหม่มีนามสกุลด้วยข้อมูลก็เปลี่ยนไป ทำให้ข้อมูลพ่อและแม่ในสูติบัตรของหนูไม่ตรงกัน พ่อหนูอยากให้หนูมีบัตรเหมือนพ่อกับแม่ จึงไปยื่นคำร้องขอเปลี่ยนสถานภาพหนูตามพ่อและแม่ แต่เจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนอำเภอบอกว่า ข้อมูลไม่ตรงกัน ไม่น่าเชื่อถือว่าเป็นพ่อแม่ลูกกันจริง จึงขอให้ครอบครัวหนูไปตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์พ่อแม่ลูก แต่ครอบครัวเราเป็นครอบครัวหาเช้ากินค่ำ รับจ้างทั่วไป ไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าตรวจ DNA ค่ะเพราะต้องตรวจ 3 คน รวมกันแล้วก็เกือบสองหมื่นลยค่ะ แพงมากค่ะ

พ่อหนูจึงเข้าไปขอความช่วยเหลือจากพี่เจ้าหน้าที่โครงการไร้รัฐไร้สัญชาติ มูลนิธิแอ๊ดดร้าประเทศไทย เพื่อขอให้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการตรวจ DNA ครั้งนี้ค่ะ พี่ ๆ ทางโครงการได้ดูเอกสารของหนูและพ่อแม่แล้ว มันจะยากกว่าคนอื่น เพราะว่าพ่อแม่สำรวจครั้งแรกที่สำนักทะเบียนอำเภออีกที่หนึ่ง และมาสำรวจครั้งที่ 2 ที่สำนักทะเบียนที่ครอบครัวเราอยู่ ณ ปัจจุบันค่ะ มันเลยต้องดำเนินการแก้ไขไป ๆ มา ๆ ทั้งสองสำนักทะเบียนเลย การโยกย้ายถิ่นฐานของครอบครัว ทำให้หนูได้เรียนรู้เรื่องเอกสารทางทะเบียนราษฎร์มากขึ้น ว่ามันไม่ได้จบที่สำนักทะเบียนเดียว พ่อกับแม่ต้องเดินทางตลอดเพื่อยื่นคำร้องต่างๆ เริ่มจากการขอหนังสือส่งตรวจ DNA ที่สำนักทะเบียนแรกที่หนูมีชื่ออยู่ และไปขอแก้ไขที่สำนักทะเบียนที่พ่อและแม่มีชื่ออยู่ ณ ปัจจุบัน ผลตรวจ DNA มีความสำคัญกับชีวิตหนูมากค่ะ เป็นหลักฐานสำคัญที่จะยืนยันตัวตนของหนูได้ ถ้าไม่มีหนังสือการตรวจ DNA หนูก็จะไม่สามารถแก้ไขเอกสารได้ เพราะที่ผ่านมาเอกสารทั้งหนูและพ่อแม่ไม่ตรงกันเลยค่ะ ทางสำนักทะเบียนไม่เชื่อว่าเป็นลูกของทั้งพ่อแม่

หนูลืมบอกไปค่ะ หนูมีน้องสาว 1 คน น้องได้สัญชาติก่อนหนูแล้วเพราะน้องเกิดหลังจากที่พ่อแม่สำรวจบัตรหัว 0 น้องจึงไม่ต้องแก้ไขอะไร เมื่อปลายปี 2563 หนูได้เข้ารับการตรวจ DNA และเมื่อได้ผลตรวจพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ลูกแล้วเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนจึงรับคำร้อง และเรียกมาสอบปากคำเพื่อสลักหลังสูติบัตร เปลี่ยนแปลงสถานภาพตามพ่อแม่เมื่อกลางปี 2564 จากสถานะบุตรแรงงาน 3สัญชาติ เป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บุตรต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทย) และได้ถ่ายบัตรเรียบร้อยแล้วค่ะ

พี่ๆแอ๊ดดร้าบอกว่าหนูมีสิทธิที่จะได้รับสัญชาติตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง หนูดีใจมากค่ะ ที่จะเป็นคนไทยอย่างสมบูรณ์เหมือนที่น้องสาวหนูได้รับ ขอบคุณผู้บริจาคเงินที่ให้หนูได้ตรวจ DNA ครั้งนี้ ทำให้ชีวิตหนูเปลี่ยนไป ต่อจากนี้ไปหนูจะยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย ตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง ต่อไปค่ะเพราะหนูอยากเป็นหมอ หากหนูไม่ได้สัญชาติไทยหนูก็จะเป็นหมอไม่ได้ค่ะ ตอนนี้หนูเรียนอยู่ชั้นป.6 โรงเรียนในอำเภอแม่สายค่ะ และพ่อบอกว่าขอเป็นกำลังใจให้กับพี่ๆน้องๆที่ยังไม่ได้รับสิทธิที่ตนควรจะได้รับ ถึงแม่ว่าเราจะไม่รู้หนังสือ ไม่ได้เรียน ก็อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค และจงดำเนินชีวิตถูกต้องตามกฎหมายเป็นพลเมืองดีให้กับประเทศไทยต่อไปค่ะ”

แผนการใช้เงิน


 รายการจำนวน (คน) จำนวน (บาท)
2.ตรวจสายตรง บิดา-บุตร มารดา-บุตร  คนละ 5,100 บาท 40 คน204,000
3.สนับสนุนค่าเดินทางไปตรวจ DNA จำนวน  คนละ 800 บาท 40 คน32,000 
4.สนับสนุนค่าธรรมเนียมคัดลอกเอกสารและค่าถ่ายรูป การขอสัญชาติ 20 คน2,000 
5.ค่าดำเนินงานเทใจดอทคอม 10 %

(ค่าระบบออนไลน์ ต้นทุนค่าธรรมเนียมธนาคารและ payment gatewayค่าคัดกรองโครงการ รายละเอียดค่าใช้จ่ายต่อบุคคล)

23,800
รวม
261,800


บริจาคให้
ตรวจ DNA ให้เด็กเยาวชนและกลุ่มเปราะบางที่ไร้รัฐไร้สัญชาติ

จำนวนเงิน
ช่องทางการชำระเงิน

ชำระผ่านการ สแกน/อัพโหลด QR code ด้วย mobile banking application ของ ธนาคารไทยพานิชย์ ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรี ธนาคารธนชาต ธนาคารกสิกร ธนาคารออมสิน

คุณจะได้ QR code หลังจากยืนยันการบริจาค

เว้นว่างไว้หากไม่ประสงค์ออกนาม

สำเนาใบเสร็จจะส่งไปทางอีเมลของคุณ หลังจากการบริจาคสำเร็จแล้ว

· ลบ
· ลบ
ที่อยู่*
จังหวัด*
รหัสไปรษณีย์*

ข้อมูลบัตรจะถูกดำเนินการอย่างปลอดภัยด้วยผู้ให้บริการที่ผ่านมาตรฐาน PCI-DSS Compliant Omise logo

ชวนเพื่อนมาบริจาคผ่าน