เงินบริจาคของคุณจะดนตรีมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพของผู้เข้าร่วมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ให้กับผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน1,000คน
ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั้งในกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ โดยเฉพาะการขาดโอกาสในการเข้าถึงกิจกรรมดนตรีและศิลปวัฒนธรรมที่มีคุณภาพ ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาทักษะชีวิต สุขภาวะ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
ในกลุ่มเด็กและเยาวชน พบว่าหลายโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ห่างไกล ยังขาดครูผู้สอนดนตรีที่มีความเชี่ยวชาญ ขาดสื่อการเรียนรู้และกิจกรรมที่ส่งเสริมศักยภาพด้านดนตรี ส่งผลให้นักเรียนขาดโอกาสในการพัฒนาทักษะการร้องเพลง การแสดงออก ความคิดสร้างสรรค์ ความรับผิดชอบ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น อีกทั้งยังขาดเวทีในการแสดงศักยภาพและต่อยอดสู่การแข่งขันหรือการศึกษาต่อด้านดนตรี
ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ผู้สูงอายุจำนวนมากประสบปัญหาความโดดเดี่ยว การขาดกิจกรรมทางสังคม ภาวะซึมเศร้า การเสื่อมถอยของสุขภาพกายและสุขภาพจิต รวมถึงการขาดพื้นที่ในการแสดงศักยภาพและการมีส่วนร่วมกับชุมชน ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและการดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่า
โครงการใช้ ดนตรีและการขับร้องประสานเสียง เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคนทุกช่วงวัย โดยดำเนินงานผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นระบบ ดังนี้
"เพราะเด็กทุกคนควรมีโอกาสเรียนรู้ผ่านเสียงดนตรี และผู้สูงอายุทุกคนควรมีพื้นที่แห่งความสุข การบริจาคของคุณจะเปลี่ยน 'โอกาสที่ขาดหาย' ให้กลายเป็น 'คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น' ผ่านพลังของดนตรีที่สร้างการเรียนรู้ ความหวัง และรอยยิ้มให้กับทุกช่วงวัย"
รวมสมทนทุนเพื่อสร้างความฝันเหล่านี้ให้เป็นจริง
หลายปีที่เราทำงานมา สร้างการเปลี่ยนแปลงของสมาชิกวงดนตรีในทุกปีการศึกษา ทำให้โรงเรียนต้องเริ่มพัฒนาทักษะของนักเรียนรุ่นใหม่อยู่เสมอ หากไม่มีระบบการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เป็นมาตรฐาน จะส่งผลให้การพัฒนาวงดนตรีขาดความต่อเนื่อง และต้องเริ่มต้นกระบวนการเรียนรู้ใหม่ทุกปี
ในส่วนของผู้สูงอายุ ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ทำให้จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้สูงอายุจำนวนมากประสบปัญหาความโดดเดี่ยว การขาดกิจกรรมที่เหมาะสม การลดลงของบทบาทในครอบครัวและชุมชน รวมถึงการเสื่อมถอยของสุขภาพกายและสุขภาพจิต ส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้า ความเครียด และคุณภาพชีวิตที่ลดลง
แม้ว่าจะมีหน่วยงานหลายแห่งจัดกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ แต่ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมระยะสั้นหรือเน้นการออกกำลังกายและนันทนาการ ยังขาดกระบวนการเรียนรู้ที่ใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือในการพัฒนาสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังไม่มีระบบการสร้างแกนนำ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และนวัตกรรมที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้อย่างเป็นรูปธรรม
ด้วยเหตุนี้ โครงการจึงมุ่งใช้ ดนตรีและการขับร้องประสานเสียง เป็นนวัตกรรมในการพัฒนาศักยภาพเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ ควบคู่กับการพัฒนาครูผู้สอน สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ พัฒนาเครือข่ายการถ่ายทอดองค์ความรู้ และสร้างระบบการเรียนรู้ที่สามารถขยายผลได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน
โครงการใช้ “ดนตรีและการขับร้องประสานเสียง” เป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ โดยเชื่อว่าดนตรีเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาทักษะด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม และคุณธรรมควบคู่กันได้ อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมโดยไม่จำกัดพื้นฐานทางดนตรี การดำเนินงานเริ่มจากการคัดเลือกโรงเรียนและชุมชนที่มีความพร้อมในการเข้าร่วมโครงการ จากนั้นพัฒนาศักยภาพครูผู้สอน ครูผู้ควบคุมวง และแกนนำในพื้นที่ เพื่อให้สามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่องภายหลังสิ้นสุดโครงการ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ที่ประกอบด้วยการฝึกเทคนิคการร้องเพลง การประสานเสียง การอ่านโน้ต การฟังอย่างมีคุณภาพ การทำงานร่วมกัน และการฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบ ภายใต้การดูแลของวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ สำหรับกลุ่มเด็กและเยาวชน โครงการมุ่งพัฒนาทักษะการขับร้องประสานเสียงควบคู่กับการพัฒนาทักษะชีวิต เช่น ความกล้าแสดงออก ความรับผิดชอบ ความมีระเบียบวินัย การทำงานเป็นทีม และการเป็นผู้นำ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงผลงานในเวทีของโรงเรียน ชุมชน และเวทีการแข่งขัน เพื่อสร้างประสบการณ์จริงและแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ โครงการจัดตั้งและพัฒนาวงขับร้องประสานเสียงต้นแบบ “วงปล่อยแก่” โดยเน้นการสร้างสุขภาวะผ่านกิจกรรมดนตรีมากกว่าการมุ่งเน้นความเป็นเลิศทางการแสดง สมาชิกสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านดนตรีมาก่อน ใช้การเรียนรู้แบบค่อยเป็นค่อยไป ส่งเสริมให้เกิดการพบปะ พูดคุย ทำกิจกรรมร่วมกัน และสร้างเครือข่ายทางสังคม ซึ่งช่วยลดความโดดเดี่ยว เสริมสร้างกำลังใจ และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ นอกจากนี้ โครงการได้พัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ ได้แก่ “คลังเพลงเด็กภูมิดี” และ “คลังบทเพลงนวัตกรรมปล่อยแก่” ซึ่งรวบรวมบทเพลง แบบฝึกหัด คู่มือการสอน และสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้ครู นักเรียน ผู้สูงอายุ และผู้สนใจสามารถเรียนรู้และฝึกฝนได้ทุกที่ ทุกเวลา ส่งผลให้การเรียนการสอนและการฝึกซ้อมมีความต่อเนื่อง แม้ไม่มีวิทยากรอยู่ประจำในพื้นที่ ผลลัพธ์จากการดำเนินงานที่ผ่านมา จากการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ดังนี้ พัฒนาเครือข่าย วงเด็กภูมิดี ในโรงเรียนจำนวน 9 โรงเรียน ครอบคลุม 4 จังหวัด มีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 320 คน นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านดนตรีเพิ่มขึ้นเฉลี่ย ร้อยละ 83.1 จากผลการประเมินก่อนและหลังเรียน พร้อมทั้งมีความกล้าแสดงออก ความรับผิดชอบ และการทำงานเป็นทีมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เกิดนวัตกรรม “คลังเพลงเด็กภูมิดี” ที่สามารถนำไปใช้เป็นสื่อการเรียนรู้และขยายผลสู่โรงเรียนอื่นได้ พัฒนาเครือข่าย วงปล่อยแก่ จำนวน 10 วง ใน 9 จังหวัด มีสมาชิกผู้สูงอายุเข้าร่วมกว่า 1,400 คน ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตดีขึ้น มีความสุข ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว มีความภาคภูมิใจในตนเอง และสามารถกลับมามีบทบาทในกิจกรรมของชุมชนผ่านการร้องเพลงและการแสดง เกิดเครือข่ายครูผู้สอน ผู้ประสานงาน และผู้นำชุมชนที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายผลโครงการได้อย่างต่อเนื่อง ความแตกต่างจากการดำเนินงานของหน่วยงานอื่น แม้ว่าจะมีหลายหน่วยงานที่ดำเนินกิจกรรมด้านดนตรีหรือส่งเสริมผู้สูงอายุและเด็ก แต่โครงการนี้มีความแตกต่างอย่างชัดเจนในหลายประการ ใช้ดนตรีเป็นนวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการแสดงหรือการแข่งขัน แต่ใช้การขับร้องประสานเสียงเป็นกระบวนการสร้างสุขภาวะ การเรียนรู้ และการพัฒนาทักษะชีวิตของผู้เข้าร่วม พัฒนาระบบต้นแบบที่สามารถขยายผลได้ โดยมีคู่มือ หลักสูตร คลังบทเพลง และสื่อดิจิทัลที่ช่วยให้โรงเรียนและชุมชนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ด้วยตนเอง ลดการพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ระยะยาว ผ่านการพัฒนาครูผู้สอน ผู้ควบคุมวง และแกนนำในพื้นที่ ทำให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และการพัฒนาวงดนตรีอย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงการอนุรักษ์วัฒนธรรมกับการพัฒนาสังคม โดยนำบทเพลงท้องถิ่น เพลงพื้นบ้าน และบทเพลงร่วมสมัยมาพัฒนาเป็นสื่อการเรียนรู้ ส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมควบคู่กับการสร้างนวัตกรรมทางดนตรี มุ่งเน้นความยั่งยืนของโครงการ ผ่านการสร้างศูนย์การเรียนรู้ การพัฒนาแกนนำในพื้นที่ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับโรงเรียน มหาวิทยาลัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม เพื่อให้สามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่องแม้สิ้นสุดการสนับสนุนจากโครงการ ด้วยแนวทางดังกล่าว โครงการจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมด้านดนตรี แต่เป็นรูปแบบการพัฒนาคนและชุมชนผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อคุณภาพชีวิต การศึกษา และสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
3. กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์ เชิงปริมาณ นักเรียนในโรงเรียนเครือข่ายโครงการ จำนวน 9 โรงเรียน 4 จังหวัด มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 320 คน ครูผู้สอนและครูผู้ควบคุมวงดนตรีในโรงเรียนเครือข่าย ได้รับการพัฒนาศักยภาพในการจัดการเรียนการสอนไม่น้อยกว่า 20 คน ผู้สูงอายุสมาชิกโครงการ "วงปล่อยแก่" จากเครือข่ายทั่วประเทศ จำนวน 10 วง ใน 9 จังหวัด รวมสมาชิกกว่า 1,400 คน ชุมชน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมกิจกรรม การแสดง และการเผยแพร่ผลงานของโครงการในพื้นที่ต่าง ๆ เชิงคุณภาพ เด็กและเยาวชนมีทักษะด้านดนตรี ความคิดสร้างสรรค์ ความมั่นใจ ความรับผิดชอบ และการทำงานร่วมกับผู้อื่นเพิ่มขึ้น สามารถต่อยอดสู่การแข่งขัน การแสดง และการศึกษาต่อในอนาคต ครูผู้สอนมีองค์ความรู้และนวัตกรรมสำหรับใช้จัดการเรียนการสอนดนตรีได้อย่างเป็นระบบ และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่โรงเรียนอื่นได้ ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตดีขึ้น มีความสุข ลดความโดดเดี่ยว มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และมีคุณค่าในตนเองผ่านการร้องเพลงและการทำกิจกรรมร่วมกัน โรงเรียน ชุมชน และองค์กรภาคีเครือข่ายเกิดความร่วมมือในการอนุรักษ์และพัฒนาศิลปวัฒนธรรมผ่านกิจกรรมดนตรีอย่างต่อเนื่อง เกิดนวัตกรรมด้านการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาสุขภาวะผ่านดนตรี ซึ่งสามารถขยายผลและประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นได้อย่างยั่งยืน ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวั
1.โรงเรียนวัดลาดทราย หมู่ที่ 4 บ้านลาดทราย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13170 2.โรงเรียนวัดกุฎีประสิทธิ์ หมู่ที่ 1 ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13170 3. โรงเรียนบ้านเทอดไทย หมู่ที่ 1 บ้านเทอดไทย ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย 57240 4. โรงเรียนบ้านห้วยอื้น 271 ม.10 บ้านห้วยอื้น ตำบล ทอดไทย อำเภอ แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย 57240 5.โรงเรียนอนุบาลบ้านคา ราชบุรี ตำบล บ้านคา อำเภอ บ้านคา ราชบุรี 70180 6. โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี 70180 7. โรงเรียนน้ำตกห้วยสวนพลู ตำบล บ้านบึง อำเภอ บ้านคา จังหวัดราชบุรี 70180 8. โรงเรียนบ้านดงมอน · หมู่ 1 บ้านดงมอน ตำบล ดงมอน อำเภอ เมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร 49000 9. โรงเรียนบ้านน้ำลัด 62/1 ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 57100 10. กลุ่มผู้สูงอายุ ตำบลบ้านคา อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี 70180 11. กลุ่มผู้สูงอายุ หมู่ที่ 1 ถนนป่าตัน ตำบลป่าตัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300 12. กลุ่มผู้สูงอายุกลุ่มอาสาสมัครหมู่บ้าน (อสม.) ตำบลเกาะพลับพลา จังหวัดราชบุรี 70000 13. กลุ่มผู้สูงอายุเทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา 95000 14. กลุ่มผู้สูงอายุเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000 15. กลุ่มผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลห้วยสัก จังหวัดเชียงราย 57000 16. กลุ่มผู้สูงอายุนครนครสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ 60000 17. กลุ่มผู้สูงอายุ พื้นที่ชมรมผู้สูงอายุ ตำบลโคกไทย จังหวัดนครราชสีมา 30150 18. กลุ่มผู้สูงอายุ พื้นที่มหาวิทยาสวนดุสิต วิทยาเขตลำปาง จังหวัดลำปาง 52100 19. กลุ่มผู้สูงอายุ พื้นที่เทศบาลนครขอนแก่น บ้านเลขที่ 1 อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
| รายการ | จำนวน | จำนวนเงิน (บาท) |
|---|---|---|
| วงเด็กภูมิดี ใน 4 จังหวัด | 9โรงเรียน | 1,000,000.00 |
| วงปล่อยแก่ใน 9 จังหวัด | 10วง | 1,025,000.00 |
| รวมเป็นเงินทั้งหมด | 2,025,000.00 | |
| ค่าสนับสนุนเทใจ (10%) | 202,500.00 | |

เป้าหมายสำคัญสูงสุดของโครงการคือ การช่วยแก้ปัญหาด้านสังคมที่เน้นไปที่ การสร้างมิติใหม่ของสังคมผู้สูงอายุ ด้วยการลดภาระเรื่องของผู้สูงอายุ ลดภาระคนเลี้ยงดู ทำการพัฒนาคุณภาพการอยู่ร่วมกันทั้งในระหว่างสังคมผู้สูงอายุและสังคมต่างวัย ทำให้มีชีวิตชีวา มีความสุขร่วมกัน สามารถสร้างเป็น “ต้นแบบ” หรือตัวอย่างชุมชนของผู้สูงอายุต้นแบบให้กับชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศไทยต่อไป เนื่องจากช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาแห่งการเตรียมตัวของประเทศเพื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว สังคมไทยกำลังเผชิญปัญหามีประชากรผู้สูงอายุมากขึ้น ต้องเผชิญหน้าเรื่องสุขภาพของผู้สูงอายุทั้งด้านจำนวนที่มีมากและการจัดการเรื่องความเป็นอยู่ การดูแลรักษา การเลี้ยงดู เผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากความเจ็บป่วยของผู้สูงอายุ ซึ่งกลายเป็นภาระของครอบครัว ภาระของสังคม และกลายเป็นวาระของชาติ เพราะผู้สูงอายุจะละทิ้งก็ไม่ได้ สร้างรายได้ก็ทำได้ยาก แต่จะดูแลอย่างมีคุณภาพชีวิต มีคุณค่าต่อสังคมและจะควบคุมค่าใช้จ่ายให้สมดุลได้อย่างไร คนแก่กลายเป็นภาระของครอบครัว คนแก่ถูกทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยว ความรู้ของคนแก่กลายเป็นสิ่งที่คนสมัยใหม่ไม่ต้องการ คนแก่กลับกลายเป็นคนที่อยู่อย่างไร้ค่าและว้าเหว่ เป็นคนที่เหงาไม่มีลูกหลานอยู่ใกล้ ไม่มีรายได้ไม่มีทรัพย์สินอีกต่อไป ผู้สูงอายุเป็นภาระในการเลี้ยงดู ไม่มีใครดูแล ไม่มีใครเอาใจใส่ ปล่อยให้คนแก่อยู่ตามยถากรรม รอวันที่จะจากโลกนี้ไปเท่านั้น ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมให้กับสังคมไทย โดยเฉพาะสังคมผู้สูงวัยที่กำลังจะเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ มูลนิธิฯ เชื่อเสมอว่า “ผู้สูงวัยเป็นทรัพยากรอันมีค่าของประเทศ” และ “การร้องเพลงและการเล่นดนตรีของผู้สูงอายุ เป็นอีกมิติหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาของสังคมผู้สูงอายุได้” มูลนิธิฯ จึงขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยดูแลสังคมผู้สูงวัย และเตรียมความพร้อมให้กับสังคมไทยเผื่อเผชิญหน้ากับสังคมผู้สูงวัยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการใช้ดนตรีที่เป็นความเชี่ยวชาญของมูลนิธิมาใช้เป็นเครื่องมือดังที่กล่าวมา และถึงแม้จะเป็นเพียงกลุ่มต้นแบบเล็กๆที่มูลนิธิฯจะทำได้ แต่มูลนิธิฯเชื่อมั่นว่า “การสร้างต้นแบบที่ดี”
ดูโปรไฟล์ร่วมกันระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการนี้
สร้างเพจระดมทุนให้โครงการนี้