cover_1
โครงการใหม่

เติมครูให้น้องในศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนกลางสวนส้ม

เด็กและเยาวชน
คนชายขอบ/คนไร้สัญชาติ

เงินบริจาคของคุณจะเป็นค่าตอบแทนให้กับครู 3 คนเพื่อดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนกลางสวนส้ม100คน

ระยะเวลาระดมทุน

16 ต.ค. 2569 - 31 ธ.ค. 2569

พื้นที่ดำเนินโครงการ

ศูนย์เตรียมความพร้อมเด็กก่อนวัยเรียน สมาคมสร้างเสริมเด็กเยาวชนและครอบครัว ต.แม่ข่า อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ 50320

เป้าหมาย SDGs

NO POVERTYGOOD HEALTH AND WELL-BEINGQUALITY EDUCATIONREDUCED INEQUALITIES

กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ

เด็กและเยาวชน
100คน

เด็กปฐมวัยอายุ 1–4 ปี จำนวน 100 คน ในครอบครัวแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติ พื้นที่สวนส้ม อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ยังเผชิญภาวะเปราะบางจากความยากจน ความห่างไกล อุปสรรคด้านภาษา และข้อจำกัดในการเข้าถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของรัฐ ทำให้เด็กจำนวนมากต้องติดตามผู้ปกครองเข้าไปในพื้นที่เกษตร เสี่ยงต่อสารเคมี ขาดการเรียนรู้ และพัฒนาการที่เหมาะสม โครงการ "สนับสนุนครูเพื่อเด็กนอกโอกาส" จึงระดมทุนเพื่อสนับสนุนค่าตอบแทนครูผู้ดูแลเด็ก 3 คน เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนสามารถดูแลเด็กได้อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา เตรียมความพร้อมด้านภาษาและทักษะชีวิตก่อนเข้าสู่ระบบการศึกษาของรัฐ พร้อมสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กและลดภาระของครอบครัวแรงงาน อันนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กในระยะยาว

ปัญหาสังคม

ต้นตอของปัญหาเกิดจาก ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาปฐมวัยและการดูแลเด็ก ของครอบครัวแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติในพื้นที่สวนส้ม อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งมีข้อจำกัดด้านความยากจน ระยะทาง การสื่อสาร และสถานะทางทะเบียน ทำให้เด็กจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของภาครัฐได้ ผู้ปกครองจึงจำเป็นต้องพาเด็กติดตามไปทำงานในสวนเกษตร ส่งผลให้เด็กขาดโอกาสในการเรียนรู้ ขาดการส่งเสริมพัฒนาการในช่วงวัยสำคัญ และเสี่ยงต่ออันตรายจากสภาพแวดล้อมในการทำงาน และเมื่อเด็กขาดการเรียนรู้ การพัฒนาในช่วงนี้ จะส่งผลให้เด็กยิ่งมีโอกาสหลุดออกจากระบบการศึกษา ภาคบังคับที่ทางภาครัฐจัดเตรียมไว้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของพวกเขาในอนาคต และคุณภาพของประชากรของประเทศเราในอนาคต

จึงเกิดการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนกลางพื้นที่สวนส้มใน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ 3 แห่ง ซึ่งถือเป็นใจกลางของพื้นที่ปัญหา เพื่อให้เด็ก ๆ ลูกหลานแรงงานในสวนส้มได้มีโอกาสเข้าถึงก้าวแรกของการศึกษาได้อย่างทัดเทียม ตามที่ควรจะเป็น 

แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตัวศูนย์พัฒนาเด็ก ฯ นั้นไม่ได้เก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ จากผู้ปกครองซึ่งสภาพความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบากอยู่แล้ว และไม่ได้มีหน่วยงานจากภาครัฐ มาดูแล รายได้ส่วนใหญ่ที่ดูแลเด็ก ๆ จึงมาจากการระดมในภาคประชาสังคม 

ซึ่งปัจจุบันศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ยังประสบปัญหาขาดแคลนงบประมาณ ในการจัดจ้างครูผู้ดูแลที่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถรองรับและพัฒนาเด็กได้อย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง หากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข ศูนย์พัฒนาเด็กบางแห่งอาจต้องปิดตัวลง และทำให้เด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มจะเริ่มต้นชีวิตด้วยความเสียเปรียบและเผชิญความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาตั้งแต่วัยแรกเริ่ม ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ซึ่งเป้าหมายหลักของโครงการคือเด็กทุกคนที่อยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กทั้ง 3 แห่ง จะต้องสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นต่อไป ที่โรงเรียนของหน่วยงานรัฐในพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์ และมีประสิทธิภาพ ไม่ตกหล่นจากระบบการศึกษา 

วิธีการแก้ปัญหา

  1. สมาคมสร้างเสริมเด็ก เยาวชนและครอบครัว ใช้รูปแบบ "ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนในชุมชน" เพื่อแก้ปัญหาการเข้าไม่ถึงการศึกษาของเด็กปฐมวัยในครอบครัวแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติ โดยมี ครูผู้ดูแลเด็ก เป็นกลไกสำคัญในการจัดการเรียนรู้ ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน (ร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา) ฝึกทักษะภาษาไทย การช่วยเหลือตนเอง และสร้างความพร้อมก่อนเข้าสู่ระบบการศึกษาของรัฐ ควบคู่กับการดูแลด้านโภชนาการ สุขอนามัย และการสร้างพื้นที่ปลอดภัย เพื่อให้เด็กไม่ต้องติดตามผู้ปกครองเข้าไปในพื้นที่เกษตรที่มีความเสี่ยงจากสารเคมี ทั้งนี้ โครงการระดมทุนครั้งนี้จะนำไปสนับสนุนค่าตอบแทนครูผู้ดูแลเด็กจำนวน 3 คน เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้เด็ก 100 คน ได้รับการดูแลและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี สมาคมฯ ได้ดำเนินศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนในพื้นที่อำเภอฝางอย่างต่อเนื่อง เด็กที่ผ่านการดูแลสามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาของรัฐได้ มีพัฒนาการสมวัย สื่อสารภาษาไทยได้ดีขึ้น และมีทักษะทางสังคมที่เหมาะสม ขณะที่ผู้ปกครองสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นใจ เพราะบุตรหลานได้รับการดูแลในพื้นที่ที่ปลอดภัย ความแตกต่างของโครงการ คือ การทำงานเชิงรุกในชุมชนแรงงาน โดยศูนย์ตั้งอยู่ใกล้แหล่งที่อยู่อาศัยของแรงงาน และครูผู้ดูแลส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ที่เข้าใจภาษา วัฒนธรรม และบริบทของครอบครัว ทำให้เข้าถึงเด็กกลุ่มเปราะบางที่ยังเข้าไม่ถึงบริการของรัฐได้จริง พร้อมติดตามและประสานงานกับผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด จึงสามารถลดอุปสรรคด้านภาษา การเดินทาง และความไว้วางใจ ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญของการเข้าถึงการศึกษาปฐมวัยในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แผนการดำเนินงาน

  1. ม.ค. 2568 - มี.ค. 2569

    หลังจากได้รับเงินบริจาค สมาคมฯ จะนำงบประมาณไปสนับสนุนค่าตอบแทนครูผู้ดูแลเด็กปฐมวัยจำนวน 3 คน เป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อให้ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนทั้ง 3 แห่ง ในพื้นที่สวนส้ม อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย 1.ศูนย์เตรียมความพร้อมเด็กก่อนวัยเรียนบ้านหล่ายฝาง 2.ศูนย์เตรียมความพร้อมเด็กก่อนวัยเรียนบ้างปางควาย 3.ศูนย์เตรียมความพร้อมเด็กก่อนวัยเรียนสวนส้มจงลักษณ์ ให้สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยครูจะจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน (ร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา) ฝึกทักษะภาษาไทย การช่วยเหลือตนเอง และการเรียนรู้ผ่านการเล่น ควบคู่กับการดูแลด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของเด็ก นอกจากนี้ สมาคมฯ จะติดตามการสอน ของคุณครู ประกอบไปกับพัฒนาการของเด็ก ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินคุณภาพการทำงานของครูที่ได้จากการจัดจ้างจากเงินบริจาค และตัวชี้วัดขนาดใหญ่ ก็คือเด็ก ๆ ที่เรียน จะต้องสามารถเข้าศึกษาต่อ ในระดับชั้นต่อไปในโรงเรียนสังกัดรัฐบาลได้

แผนการใช้เงิน

รายการจำนวนจำนวนเงิน (บาท)
ค่าตอบแทนครูผู้ดูแลเด็กปฐมวัย 3 คน 3 เดือน

ค่าตอบแทนครูผู้ดูแลเด็กปฐมวัยจำนวน 3 คน คนละ 7,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน

3คน63,000.00
รวมเป็นเงินทั้งหมด63,000.00
ค่าสนับสนุนเทใจ (10%)6,300.00
ยอดระดมทุน
69,300.00

ผู้รับผิดชอบโครงการ

"เราเชื่อว่า... ความแตกต่างของภาษาและวิถีชีวิต ไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการได้รับความรัก ความปลอดภัย และโภชนาการที่สมวัย เพราะเด็กทุกคนคืออนาคตที่สำคัญของสังคม" ในพื้นที่เกษตรกรรมของอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มีกลุ่มแรงงานภาคเกษตรจำนวนมากที่ต้องทำงานในสวนส้มและสวนผลไม้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นครอบครัวที่มีฐานะยากจนและบางครอบครัวก็เป็นแรงงานข้ามชาติ เด็กปฐมวัยอายุ 1-4 ปี ในกลุ่มนี้มักตกอยู่ในภาวะ "เปราะบางซ้ำซ้อน" คือการขาดแคลนสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต และความเสี่ยงจากการติดตามผู้ปกครองไปทำงานท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสารเคมีทางการเกษตร สมาคมสร้างเสริมเด็กเยาวชน และครอบครัว ซึ่งดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เล็งเห็นว่า "ช่วงวัย 1-4 ปี คือโอกาสทองของพัฒนาการ" เราจึงจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนขึ้น 3 แห่ง เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ในการบ่มเพาะพื้นฐานทางภาษา สังคม และโภชนาการ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเตรียมความพร้อมให้เด็กกลุ่มนี้สามารถเติบโตและเข้าสู่ระบบการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น กว่า 20 ปี ที่ผ่านมา ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนของเรา สามารถทำหน้าที่เป็น "ก้าวแรก" ที่สำคัญ โดยเฉพาะกับลูกหลานแรงงานข้ามชาติที่ขาดโอกาสในเข้าถึงการเรียนรู้ โครงการในอดีตพิสูจน์แล้วว่า เด็กที่ผ่านการเตรียมความพร้อมจากศูนย์ฯ ของเรา สามารถปรับตัวและเข้าสู่ระบบการศึกษาของรัฐในระดับประถมศึกษาได้อย่างราบรื่น มีทักษะทางสังคมและภาษาที่ทัดเทียมกับเด็กทั่วไป ช่วยลดปัญหาการหลุดออกจากระบบการศึกษาในระยะยาว ปัจจุบัน สมาคมฯ ดูแล ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนจำนวน 3 แห่ง ในพื้นที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ในปีการศึกษา 2569 มีเด็กอยู่ในความดูแลรวม 120 คน ซึ่งงบประมาณในการจัดการศึกษาและดูแลเด็ก ๆ เหล่านี้ ได้ล้วนได้มาจากการระดมทุนจากภาคสังคม และการขายของมือสองที่ได้รับจากการระดมทุนทางสังคม โดยไม่ได้รับการอุดหนุนใด ๆ จากภาคส่วนอื่น ๆ ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนจำเป็นต้องระดมทุนเพื่อสนับสนุน ค่าอาหารกลางวันและนมสำหรับเด็ก ๆ เฉลี่ย วันละ 31 บาทต่อคน เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับโภชนาการที่เหมาะสมตลอดปีการศึกษา ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการให้โอกาสเด็กๆ เหล่านี้ ให้ได้มีโภชนาการที่เพียงพอ พร้อมเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคมในอนาคต และช่วยสร้างความเท่าเทียมและความมั่นคงในสังคมของเรา

ดูโปรไฟล์

สร้างเพจระดมทุน

ร่วมกันระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการนี้

สร้างเพจระดมทุนให้โครงการนี้
icon