project กลุ่มคนเปราะบาง

BLOSSOM กองทุนเพื่อการช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว

เมื่อครอบครัว สถานที่ที่ควรจะปลอดภัยที่สุด กลายเป็นบ่อเกิดความรุนแรง การพาร่างกายและหัวใจที่บอบช้ำออกจากสถานการณ์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย กองทุนเพื่อผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัวให้พ้นจากเหตุรุนแรง ผ่านการสนับสนุนค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน และ ค่าใช้จ่ายจำเป็นสำหรับการหาทีมช่วยเหลือมืออาชีพ ให้ผู้ประสบความรุนแรงสามารถตัดสินใจเลือกวิธีแก้ปัญหาในแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตนเองโดยไม่ถูกจำกัดด้วยภาระด้านค่าใช้จ่าย

Duration 01 มี.ค. 2565 ถึง 30 ก.ย. 2566 Area ทั่วประเทศ

Current donation amount

317,933 THB

Target

330,000 THB
ดำเนินการไปแล้ว 96%
63 days left จำนวนผู้บริจาค 156

ปัญหาสังคมและวิธีการแก้ไขปัญหา

ความรุนแรงในครอบครัว เป็นปัญหาระดับสังคมที่เร่งด่วนและรุนแรง 

เมื่อครอบครัว สถานที่ที่ควรจะปลอดภัยที่สุด กลายเป็นบ่อเกิดความรุนแรง การพาร่างกายและหัวใจที่บอบช้ำออกจากสถานการณ์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย กองทุนเพื่อผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัวให้พ้นจากเหตุรุนแรง ผ่านการสนับสนุนค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน และ ค่าใช้จ่ายจำเป็นสำหรับการหาทีมช่วยเหลือมืออาชีพ ให้ผู้ประสบความรุนแรงสามารถตัดสินใจเลือกวิธีแก้ปัญหาในแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตนเองโดยไม่ถูกจำกัดด้วยภาระด้านค่าใช้จ่าย  

“เคสความรุนแรงในครอบครัว ยังมีข้อท้าทายในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมากมายบางเคสต้องหลบหนี กว่าคดีจะไปถึงศาล เคสไม่มีที่พักที่ปลอดภัย มีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาเงินมาจากไหน…

บางกรณี คำสั่งคุ้มครองสวัสดิภาพยังไม่ออก (คำสั่งทางกฎหมายให้อำนาจในการยับยั้งผู้กระทำความรุนแรง) เคสต้องหนีไปอยู่ที่ปลอดภัย ไม่ใช่ทุกเคสสามารถอยูในบ้านพักฉุกเฉินได้ ผู้กระทำเป็นคนกุมเงินทั้งหมด เงินค่ารถ ที่จะเดินทางออกมา เคสหาไม่ได้ คำสั่งจากกระบวนการยุติธรรมใช้เวลานาน ในระหว่างนั้น ผู้กระทำก็จะติดตามตัวผู้ถูกกระทำตลอดเวลา กลับบ้านไปเอาของไม่ได้…

บางทีจะเดินทางข้ามอำเภอไปหย่า ค่าเดินทางก็เป็นภาระมากสำหรับเคส หรือบางทีเป็นคนต่างชาติ ไม่รู้จริง ๆ จะไปหาล่ามมาจากไหน ไม่มีเงินทุนสนับสนุนสิ่งเหล่านี้ให้เบิกได้” 

คำบอกเล่า จากประสบการณ์การทำงานโดยตรงกับเคสของ คุณบุษยาภา ศรีสมพงษ์ ผู้ก่อตั้ง SHero Thailand (https://www.sherothailand.org/ ) ที่ทำงานช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงมาตั้งแต่ปี 2016 ในขั้นตอนตั้งแต่รับฟัง ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย หาที่พักชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ไปจนถึงช่วยดำเนินคดีในกระบวนการยุติธรรม ค่าใช้จ่ายในบางส่วนเหล่านี้เช่น ค่าเดินทาง ค่าล่ามสำหรับทนาย SHero ต้องออกเงินตัวเองไปก่อน 

ความรุนแรงในครอบครัวหมายถึงกรณีไหนบ้าง?

เรานับความรุนแรงทั้งทางกาย ทางจิตใจและ ทางเพศที่เกิดจากบุคคลในครอบครัว เช่นระหว่าง สามี-ภรรยา ผู้ปกครอง-บุตร หรือ ระหว่างเครือญาติ รวมไปถึงคู่รัก แฟน แฟนเก่า ผู้ที่อยู่หรือเคยอยู่กินพึ่งพิงกันฉันท์คู่ครองแม้จะไม่ได้มีการจดทะเบียน

จากรายงานของศูนย์ปฏิบัติการกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พบว่าในเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีจำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้นและเข้าสู่กระบวนการจัดการ ทั้งหมด 36 เหตุการณ์ มีผู้ถูกกระทำ 42 ราย และ เสียชีวิต 8 ราย 

หากมองย้อนไปตั้งแต่ปี 2561 - 2565 จำนวนผู้ถูกทำร้ายจากเหตุความรุนแรงในครอบครัวที่ได้รับการบันทึกมีทั้งหมด 6,960 ราย* อาจดูเหมือนไม่ใช่ตัวเลขที่น่าตกใจ อย่างไรก็ตาม สถิติดังกล่าวเป็นเพียงจำนวนเหตุการณ์ที่มีการแจ้ง 

ในความเป็นจริง เพียง 40% ของผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัวจะขอความช่วยเหลือ และส่วนใหญ่จะเป็นการขอไปที่ครอบครัว หรือ เพื่อน น้อยมากที่จะขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ หรือ NGO มีเพียง 10% ของผู้ที่ขอความช่วยเหลือที่จะมาแจ้งตำรวจ** 

ดังนั้น ตัวเลขที่ปรากฎเป็นเพียงแค่ยอดเล็ก ๆ ของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น

และในหลักการที่ว่า ครอบครัวเป็นรากฐานที่สำคัญในสังคม ผลกระทบระยะยาวจากเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวต่อศักยภาพของคนหลายคนที่ต้องผ่านประสบการณ์เหล่านี้รุนแรงมีมาก สามารถขยายไปสู่ภาพของสังคมในมุมอาชญากรรม ที่นักโทษล้นคุก ยาเสพติดล้นเมือง เพราะหลายๆ ครั้ง เบื้องหลังของคนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก็คือครอบครัวที่แตกหัก…

การช่วยให้ผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัวสามารถออกจากสถานการณ์นั้น และเริ่มชีวิตใหม่ได้ จึงสำคัญมาก 

ในปัจจุบัน ไม่มีกองทุนสำหรับผู้ประสบเหตุความรุนแรงในครอบครัวโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นผู้ประสบเหตุสัญชาติไทย หรือ ต่างชาติ ทำให้ผู้ประสบเหตุไม่สามารถออกจากวงจรความรุนแรงไม่มีค่าเดินทาง ไม่สามารถจ้างล่าม หรือ ทนายที่มีความเข้าใจประเด็นปัญหาความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ไม่มีทุนค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่อง แม้ว่าภาระทางการเงินอาจจะไม่ใช่ทางออกทั้งหมดของปัญหานี้ แต่เงินที่พอเพียง ในเวลาที่จำเป็น สามารถช่วยให้ชีวิตหนึ่งรอดพ้นจากความรุนแรงในครอบครัว 

เคสที่เข้ามาหา SHero ส่วนมาก เป็นกรณีที่ค่อนข้างท้าทาย เคสมีอาการทรอม่า และถูกทำให้โดดเดี่ยวจากครอบครัว/เพื่อน และการเข้าสู่ความช่วยเหลือที่เป็นทางการก็ต้องอาศัยทรัพยากร ทั้งความรู้ และเงิน ที่ผู้ประสบความรุนแรงอาจจะไม่สามารถหาได้เลยในเวลานั้น

กองทุนนี้จะเข้ามาปิดช่องว่าง โดยจะเป็นกองทุนที่สนับสนุนการทำงาน ให้ SHero และเครือข่าย สามารถเข้าช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงได้ทันท่วงที และช่วยได้อย่างมีคุณภาพ ในหลักการ เงินในกองทุนจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่ฉุกเฉินและจำเป็น ในกรณีที่ผู้ขอความช่วยเหลือสามารถ (และอยู่ในสภาพที่สามารถดำเนินการได้) เบิกเงินจากกองทุนของรัฐอื่น ๆ ที่ให้ความช่วยเหลืออยู่แล้วได้ ทีมงานจะแนะนำให้ผู้ขอความช่วยเหลือดำเนินการขอเงินจากกองทุนอื่น ๆ ก่อน  

*ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการกรมกิจการสตรี และสถาบันครอบครัว กองส่งเสริมสถาบันครอบครัว กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว 

** https://www.unwomen.org/en/what-we-do/ending-violence-against-women/facts-and-figures 


แล้วเราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร?

การมีกองทุนเพื่อผู้ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผู้ประสบความรุนแรงสามารถเข้าถึงความปลอดภัย มีทางเลือกในการแก้ปัญหา สามารถดำเนินคดี และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิมได้ แต่ยังช่วยสร้างให้ระบบนิเวศในการทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหามีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นระบบมากขึ้น การที่เคสความรุนแรงสามารถเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยกลุ่มสหวิชาชีพที่มีคุณภาพ จะช่วยสร้างบรรทัดฐานในทางกฎหมายที่สะท้อนภาพความเป็นจริง ในระยะยาว อาจสะท้อนข้อเท็จจริงเหล่านี้ไปสู่การปรับปรุงนโยบายการทำงานในประเด็นในระดับประเทศได้

อย่างไรก็ตามปัญหาเรื่องความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาที่มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมความไม่เท่าเทียมทางเพศของสังคม ทำให้ผู้ประสบปัญหาเรื่องความรุนแรงในครอบครัวต้องเผชิญกับความยากลำบาก ตั้งแต่ขั้นตอนการรับรู้ว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่ตนสามารถขอความช่วยเหลือได้ กระบวนการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐทั้งระยะสั้นที่เน้นด้านความปลอดภัย หรือการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อไปถึงขั้นตอนการการชดใช้ และการบำบัดฟื้นฟูนั้นเข้าถึงยาก และไม่มีการทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบเพราะขาดเจ้าภาพ ในระยะยาว การแก้ปัญหาจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการสร้างความเข้าใจ และวัฒนธรรมใหม่ที่ไม่เอื้อต่อการเกิดความรุนแรง ซึ่งการตั้งกองทุนเพื่อผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว เป็นเพียงแค่หนึ่งในกระบวนการแก้ปัญหาเท่านั้น 

ในระยะยาว SHero มีแผนที่จะดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องความรุนแรงอย่างเป็นระบบ ผ่านการทำงานด้านกฎหมายและนโยบาย โดยการวางรากฐานสร้างโมเดลกระบวนการส่งต่อเคสอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ ลดการกระทำซ้ำผู้ประสบปัญหาในกระบวนการ มีระบบบันทึกจัดเก็บข้อมูล ที่จะสามารถนำมาวิเคราะห์และจัดทำเป็นข้อแนะนำแนวทางการแก้ปัญหาในระดับนโยบายทั้งในมุมของการทำงานกับผู้ประสบปัญหา และการป้องกันการเกิดความรุนแรงในระดับครอบครัว ชุมชน และสังคมได้ต่อไป 

กองทุนนี้จะทำงานกับ SHero และองค์กรเครือข่ายอื่น ๆ ช่วยแก้ปัญหาที่เกิดในปัจจุบัน และถอดบทเรียนเพื่อสร้าง Model ทางการเงินและการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องความรุนแรงในครอบครัวในระดับนโยบายต่อไป 

ขั้นตอนการดำเนินโครงการ

เงินบริจาคทั้งหมดจะเป็นกองทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ประสบปัญหาความรุนแรง โดยค่าใช้จ่ายที่กองทุนจะสนับสนุน ได้แก่ ค่าใช้จ่ายที่ฉุกเฉินและจำเป็นในการช่วยผู้ประสบความรุนแรง ให้ปลอดภัย และสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ ทั้งนี้จะเน้นค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเบิกได้จากกองทุนต่าง ๆ ของรัฐ 

กองทุนนำเงินมาสนับสนุนการทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว เช่น

  • ค่าอาหารสำหรับผู้เสียหายและบุตร ชั่วคราว 600 บาท/วัน
  • ค่าที่พักชั่วคราว กรณีที่ไม่สามารถเข้าบ้านพักฉุกเฉิน 500บาท/คืน
  • ค่ายาและค่ารักษาพยาบาลนอกเหนือจากที่เบิกในจากรัฐ(ในภาวะจำเป็น) 3,000 บาท/คน
  • ค่าเดินทางของผู้เสียหายหรือทนายความ 500-1000 บาท/เที่ยว
  • ค่าทนายความอาสา 3,000 บาท/วัน ค่าล่ามอาสา 1000-1500 บาท/วัน
  • ค่าเบี้ยเลี้ยงผู้จัดการรายกรณี 1,500บาท/วัน เป็นต้น

การบริหาร และการตัดสินใจใช้เงินของกองทุนจะทำโดย SHero ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานให้การช่วยเหลือเคสต่าง ๆ มาเป็นตั้งแต่ปี 2016 ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานในประเทศไทยและต่างประเทศ 

การใช้จ่ายทั้งหมดจะได้รับการจดบันทึกและจัดทำสรุปรายงานทุกไตรมาส รวมถึงจะมีการรายงานผลการทำงานและผลกระทบทางสังคมเมื่อครบ 1 ปี

ทั้งนี้สามารถติดการทำงานของกองทุนได้ ที่ https://www.sherothailand.org 

ผู้รับผิดชอบโครงการ

กันต์รวี กิตยารักษ์​ ผู้ระดมทุนและดูแลเงินกองทุน โดยมี SHero เป็นองค์กรที่ดูแลเรื่องการบริหารและตัดสินใจด้านการใช้เงิน เนื่องจากเป็นองค์กรที่ทำงานกับผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัวโดยตรง 

ไม่มีข้อมูล

Budget plan

ลำดับ รายการ จำนวน จำนวนเงิน (บาท)
1 กองทุนนำเงินมาสนับสนุนการทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว เช่น
- ค่าอาหารสำหรับผู้เสียหายและบุตร ชั่วคราว 600 บาท/วัน
- ค่าที่พักชั่วคราว กรณีที่ไม่สามารถเข้าบ้านพักฉุกเฉิน 500บาท/คืน
- ค่ายาและค่ารักษาพยาบาลนอกเหนือจากที่เบิกในจากรัฐ(ในภาวะจำเป็น) 3,000 บาท/คน
- ค่าเดินทางของผู้เสียหายหรือทนายความ 500-1000 บาท/เที่ยว
- ค่าทนายความอาสา 3,000 บาท/วัน
- ค่าล่ามอาสา 1000-1500 บาท/วัน
- ค่าเบี้ยเลี้ยงผู้จัดการรายกรณี 1,500บาท/วัน เป็นต้น
1 300,000.00
รวมเป็นเงินทั้งหมด
300,000.00
ค่าธรรมเนียมของเทใจ (10%)
30,000.00

ยอดระดมทุน
330,000.00

Donate to
BLOSSOM กองทุนเพื่อการช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว

Amount
Payment Methods

Pay by scan/upload QR code via mobile banking application of Siam Commercial bank, TMB bank, Krungthai bank, Bangkok bank, Krungsri bank, Thanachart bank, Kasikorn bank, GSB Bank

You will get the QR code after you confirm donation.

Leave blank to donate anonymously

We will send receipt to your email after donation succeed.

· Delete
· Delete
House number, Street number, Sub-district, District*
Province*
Postal Code*

Credit card information will be securely processed by provider with international standard PCI-DSS Compliant Omise logo

Invite Friends