
ที่มูลนิธิสร้างสรรค์ชีวิต เราทำงานร่วมกับพันธมิตรระดับโลกและผู้นำในพื้นที่ เพื่อนำพาวิสัยทัศน์ ความใส่ใจ และคุณค่ามาสู่ชุมชนและสังคมที่เราได้ร่วมงานงานด้วย พันธกิจของเรา คือการเชื่อมโยงเด็กและผู้ปกครองที่ด้อยโอกาสในเมืองและชนบทของประเทศไทย ให้สามารถเข้าถึงทรัพยากรที่สำคัญต่อการมีอิสรภาพและการป้องกันการค้ามนุษย์ การเพิ่มการเข้าถึงการศึกษา การเปิดเส้นทางสู่การได้รับการยอมรับเป็นพลเมือง และการดูแลแบบองค์รวมจะช่วยทำลายวงจรความยากจนและการเอารัดเอาเปรียบ เราไม่เพียงแต่เล็งเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นไปได้ แต่เรากำลังทำให้มันเกิดขึ้นประสบการณ์ของมูลนิธิโครงการทุนการศึกษาในกรุงเทพมหานครเพื่อผู้ย้ายถิ่นฐานและเยาวชนไทย ในทางทฤษฎี ประเทศไทยให้การศึกษาฟรีถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 อย่างไรก็ตาม สำหรับครอบครัวที่ยากจน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าชุดเครื่องแบบนักเรียนที่บังคับ ค่าอาหาร และค่ากิจกรรมนอกหลักสูตรล้วนมีส่วนทำให้เด็กหลายคนหมดโอกาสทางการศึกษาหรือต้องออกจากโรงเรียนหลังจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามการศึกษาภาคบังคับในประเทศไทย ส่งผลให้พวกเขาสามารถหางานได้เพียงเฉพาะกลุ่มงานที่มีรายได้น้อยตามมา เด็กเหล่านี้ที่ไม่ได้จบการศึกษาชั้นมัธยมปลายมักจะเติบโตขึ้นมาแบบที่มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จต่ำมาก ทั้งยังต้องเผชิญความเสี่ยงต่อการถูกเอารัดเอาเปรียบมากขึ้น ปัจจุบันมูลนิธิสร้างสรรค์ชีวิต ได้มอบทุนการศึกษา คำปรึกษา และทรัพยากรที่จำเป็นแก่นักเรียนเป็นจำนวน 22 คนแล้วในกรุงเทพฯ โครงการทุนการศึกษาเพื่อเด็กชาวเขาภาคเหนือ ในบรรดาชาวเขา การแต่งงานและการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรถือเป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้แก่ครอบครัว เนื่องจากเด็ก ๆ เหล่านั้น สามารถช่วยงานในไร่ในสวนได้ [1] ฉะนั้น เด็กผู้หญิงที่มีการศึกษาดีจึงมีโอกาสที่จะต้องแต่งงานในวัยเยาว์น้อยกว่า เพราะพวกเขาจะมีความสามารถและโอกาสในการพัฒนาชีวิตของตนและครอบครัวให้มีคุณภาพและเจริญรุ่งเรืองต่อไป [2]ปัจจุบันมูลนิธิสร้างสรรค์ชีวิตได้มอบทุนการศึกษา คำปรึกษา และทรัพยากรที่จำเป็นแก่นักเรียนเป็นจำนวนถึง 34 คนแล้วในภาคเหนือของประเทศไทยโครงการอ่านเขียนสำหรับผู้ใหญ่เพื่อแม่ชาวเขา ผู้หญิงชาวเขา เช่น ชาวปวากาเญอ ชาวม้ง และชาวลีซู มักเติบโตมากับความท้าทายจากการไม่สามารถอ่านและเขียนภาษาไทยได้ โดยส่วนใหญ่มักใช้เพียงภาษาพูดในภาษาท้องถิ่นของตนเท่านั้น ทั้งนี้ ความสามารถทางภาษาไทยที่จำกัดจะส่งผลให้เขาเหล่านี้ไม่สามารถผ่านขั้นตอนการขอและได้รับสัญชาติไทยได้เลย [3] การอ่านออกเขียนได้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ อีกทั้งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการสร้างความเท่าเทียมทางเพศ แต่อย่างไรก็ตาม UNESCO ระบุว่าในโลกนี้ยังมีคนที่อายุมากกว่า 15 ปีที่ไม่สามารถอ่านเขียนหนังสือได้ถึง 781 ล้านคนและมากกว่า 63% ของจำนวนดังกล่าวเป็นผู้หญิง "ผู้หญิงแต่ละคนที่สามารถอ่านออกเขียนได้ถือเป็นชัยชนะต่อความยากจน" - นายพลบันคีมุน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ในปี 2564 มูลนิธิสร้างสรรค์ชีวิตจะเริ่มจัดการศึกษาแก่ผู้หญิงที่เน้นเรื่องของการอ่านและเขียนภาษาไทยสโมสรภาษาอังกฤษ มูลนิธิของเราจัดชมรมและค่ายภาษาอังกฤษสำหรับเด็กในรูปแบบต่าง ๆ มาตั้งแต่ปี 2553 ปัจจุบันเราได้ร่วมมือกับโรงเรียนห้วยโค้งในการจัดค่ายภาษาอังกฤษปีละ 2 ครั้งให้แก่นักเรียนมากถึง 200 คน เป้าหมายของเราคือการสร้างโอกาสให้นักเรียนเหล่านี้ได้มีประสบการณ์ตรงกับเจ้าของภาษา ซึ่งจะทำให้พวกเขาได้เรียนรู้และฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการเรียนในค่ายที่โรงเรียน นอกจากการสอนภาษาอังกฤษทั่วไปแล้ว มูลนิธิของเรา ยังสามารถดูแลนักเรียนในโครงการทุนการศึกษาของเรา ช่วยให้พวกเขาได้พบปะกับเพื่อน ๆ อีกทั้งยังสามารถช่วยให้นักเรียนเหล่านี้สามารถติดต่อกับคุณครูของพวกเขาได้อีกด้วย
การทำกิจกรรมสร้างผู้นำเยาวชนบนดอยสูง ซึ่งทางเราได้สร้างกิจกรรมต่างเพื่อเสริมสร้างให้น้องๆได้เป็นผู้นำได้อย่างก้าวหน้าและมีความมั่นใจ และกล้าที่จะมาเป็นผู้นำในชุมชนบนดอยหรือแม้แต่ชุมชนต่างๆของตัวเองได้ เราไ้ด้คัดเลือกนักเรียนทุนในโครงการของเราจำนวน 18-20คนโดยประมาณมาเข้าร่ววมกิจกรรมตลอดการทำกิจกรรมในแต่ละครั้ง กิจกรรมที่ทำ 1. การจัดอบรมผู้นำเด็กและเยาวชน อายุระหว่าง 14-21 ปี 2. กิจกรรมพบปะเยาวชนและศึกษาการทำงานร่วมกันในชุมชนบนดอย 3. กิจกรรมเยี่ยมเยียนชุมชนในเชียงใหม่และมอบของขวัญให้กลุ่มเยาวชนเพื่อทำกิจกรรมสร้างสรรค์ให้ชุมชนต่อไป และฝึกฝนร่วมในการเป็นผู้นำในชุมชนให้กับเยาวชนในกลุ่มอื่นๆ 4. การเยี่ยมเยียนนักเรียนทุนการศึกษาในโครงการของมูลนิธิในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งจะมีผู้นำเยาวชนเข้าร่วมออกพื้นที่เยี่ยมเยียน เพื่อร่วมกันพัฒนา
ผลสรุปคือ ผู้ปกครองยินดีที่จะให้บุตรหลานของตนเองที่ยังมีอายุยังไม่ถึงเกณฑ์แต่งงานให้พวกเราได้รับโอกาสจากทุนการศึกษาและให้พวกเขาได้เรียนต่อจนกว่าจะจบชั้นปริญญาตรี หรือในระดับที่สูงสุดให้ได้มากที่สุด และอีกกิจกรรมเสริมระหว่างการรับทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องนี้ นี้คือการที่ทางโครงได้ดูและให้คำปรึกษาแก่เด็ก เราสร้างเด็กๆให้เปิดโอกาสให้ตนเอง เพื่อเด็กๆค้นหาตัวเอง พัฒนาตนเองในด้านการศึกษา เช่นการตั้งเป้าหมายในแต่ละเทอมการศึกษาว่าตนเองมีเป้าหมายอะไรบ้าง และจำนวนนวนนักเรียน 25 คน ที่มาเข้าร่วมอบรมให้ความสนใจในครั้งนี้ ก็ได้แก่กลุ่มนักเรียนหญิงที่ต้องการเรียนต่อ การทำประโยชน์ร่วมกันต่อชุนชนตนเอง โดยการเป็นตัวแทนและเป็นกระบอกเสียงให้เพื่อนและเด็กๆในชุมชนของตนเองที่จะช่วยสร้างความเข้าใจเรื่องการศึกษาก่อนวัยแต่งงานอันควรนั้นมีประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตในวัยของตนเองเช่นไรบ้างและสำคัญมากแค่ไหนบ้าง ซึ่งผลของการให้ทุนการศึกษาในครั้งนี้ก็มีผลที่สำเร็จตามความคาดหมายของเราได้เป็นไปได้อย่างดีเยี่ยม
174 ซอยสุขุมวิต 97/1 แขวงบางจาก เขตพระโขนง จ.กรุงเทพมหานคร 10260