โครงการเด็กและเยาวชน

Rhythm of hope ให้ดนตรีช่วยแก้ปัญหายาเสพติด

เปิดเวทีให้เยาวชนใช้ดนตรีต่อต้านยาเสพติด เพื่อปลูกฝังทัศนคติให้ห่างไกลจากยาเสพติด และรู้ถึงพิษภัยของยาเสพติดใน 3 โรงเรียน จ.เชียงราย

ระยะเวลาโครงการ 3 เดือน พื้นที่ดำเนินโครงการ โรงเรียนจันจว้าวิทยาคม โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม 2 และวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย จ.เชียงราย

ยอดบริจาคขณะนี้

27,600 บาท

เป้าหมาย

27,500 บาท
ดำเนินการไปแล้ว 100%
จำนวนผู้บริจาค 6

สำเร็จแล้ว

ความคืบหน้าโครงการ

น้อง "บิ๊ก" ขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาส

3 กันยายน 2019

กระผมนาย สิวพล ท้าวอินต๊ะ ชื่อเล่นชื่อ บิ๊ก ครับ
เรียนอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนพานพิทยาคม  

กระผมนั้นเป็นคนที่ชอบร้องเพลงมาก ร้องเพลงอยู่เป็นชีวิตจิตใจ

วันหนึ่งเมื่อผมเปิดเฟซบุ๊กแล้วเลื่อนๆ ดูไทม์ไลน์ เวลาก็ประมาณเกือบเที่ยงคืนเพราะผมเป็นคนที่ค่อนข้างนอนดึกอยู่แล้ว ผมก็สะดุดกับโพสต์หนึ่งที่ว่า "ขอเชิญชวนนักเรียนนักศึกษาประกวดแข่งขันดนตรีต่อต้านยาเสพติด...." ผมกดเขาไปอ่านรายละเอียดทันที พออ่านจบก็เริ่มสนใจจึงได้เข้าไปฟังเพลงต้นฉบับ เห้ยย...เป็นเพลงแร็ปด้วยนะ เนื้อเกี่ยวกับยาเสพติด มีพี่เก่งด้วย ผมเลยแชร์โพสต์ไป แต่ก็ยังไม่ได้คิดจะลองส่งเข้าประกวดเพราะตัวผมเองก็ไม่ค่อยมีเวลาว่าง ถัดจากนั้นสักอาทิตย์ผมก็เลยลอง inbox ถามเรื่องข้อมูล ทางเพจของมูลนิธิ happiness u can give เกี่ยวกับการร้องเพลงส่งเข้าประกวด แล้วผมก็กดเข้าไปดูรายละเอียดที่เขียนไว้อีกครั้ง อ่านจนเข้าใจมากกว่าเดิม เปิดฟังเพลงอีก 2-3 รอบ ผมจึงคิดว่าอยากจะลองเปิดโอกาสให้ตัวเองดู ลองส่งไป คงไม่เสียหายหรอกเป็นประสบการณ์ดีๆ ถ้าชนะได้ถ้วยด้วยนะได้เสื้อด้วย ที่สำคัญคือได้ประสบการณ์ แต่ผมก็ร้างไปเกือบถึงกำหนดส่งผลการแข่งขัน เพราะไม่ค่อยว่างเลย ตกเย็นเลิกเรียนกลับถึงบ้านเปิดเพลงฟังแกะเนื้อเพลงลองร้องอยู่หลายรอบ จึงได้อัดเพลงเเละเสียงร้องส่งไปให้พี่แอดมิน ผ่านไปไม่กี่วันพี่แอดมินก็ส่งข้อความมาบอกว่าน้องชนะการประกวดนะครับพร้อมบอกรายละเอียดข้อมูลว่าจะต้องได้ทำอะไรบ้าง ตอนนั้นผมเรียนวิชาคณิตศาสตร์ผมจำได้เเม่น ผมดีใจมากคุยกับตัวเองอยู่นานว่าเห้ย เราชนะด้วย ไม่เสียใจที่เราลองเปิดโอกาสให้ตัวเองเลย😁😁😁 (นี่เป็นสาเหตุที่เพื่อนๆ งงในวันที่แม่อุ้มมามอบรางวัลนะครับ 😆) พอตกเย็นผมก็รีบทักหากรเพราะเป็นเพื่อนที่บ้านอยู่ใกล้เชียงรายและผมก็สนิทกับเค้ามาก ผมบอกรายละเอียดกับเขาถึงวันที่ต้องไปคือวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2562

วันที่เดินทางไปบันทึกเสียงร้อง วันนั้นเป็นวันที่ฝนฟ้าอากาศเป็นใจมาก ตกทั้งวันเลยครับ แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับผม วันนั้นผมกับกรยืนท้ายรถสองแถวไปด้วยกัน แบกโน้ตบุ๊คมาทำงานด้วย 1 เครื่อง ฝนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เราสองคนก็เปียกปอนไปด้วยกัน ผมคิดในใจว่าไม่น่าพาเพื่อนมาลำบากเลย พลางมองหน้ากรแล้วหัวเราะ 555 เอาว่ะตั้งใจแล้วฝนตก ล้มๆ ก็ไม่ใช่ปัญหา กว่าจะเดินทางมาถึงที่สตูดิโอ Sixonine record พวกเราก็แวะทานก๋วยเตี๋ยวต้มยำพร้อมกับชุ่มฉ่ำไปด้วยฝน

มาถึงปุ๊ปก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาพี่แอดมินเขาก็ทักมาพอดี ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่าในพี่แอดมินนั้นเป็นใคร พี่แอดมินเขาบอกให้เราเปิดบ้านแล้วเข้าไปนั่งรอสักครู่ ทีมงานกำลังเดินไปนะครับ ใจนึงก็กล้าใจนึงก็กลัวที่จะเข้าไป ประกอบกับที่ว่าเราไม่รู้ว่าใครจะมาหาเรา ไม่รู้ว่าจะเป็นไปตามหน้าเพจหรือเปล่าป้ายสตูดิโอก็ไม่มี เหลือบไปเห็นหนังสือเป็นรูปและตราสัญลักษณ์ของมูลนิธิฯ ใจก็เลยชื้นขึ้นมาหน่อย นั่งรอสักพัก ก็มีรถเก๋ง Toyota yaris ขับเข้ามาจอดที่บ้านตรงข้าม แล้วก็ปรากฏร่างผู้หญิงวัยกลางคน คนหนึ่งซึ่งเปิดประตูออกมาจากรถ พร้อมกับใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเดินตรงรี่เข้ามาหาเราทั้ง 2 คน เราจึงลุกขึ้นยืนมองเขาด้วยความฉงนว่าเป็นใคร พลางก็ยกมือไหว้เพราะคิดว่าต้องเป็นทีมงานหรือใครสักคนในมูลนิธิฯ เป็นแน่ พอเขาเดินเข้ามาถึงในบ้านก็ถามไถ่เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับผมแล้วก็แนะนำตัวว่า ชื่ออุ้มนะให้เราเรียกแม่อุ้มด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่มและจริงใจ ผมรู้สึกได้เลยในทันทีว่าแม่อุ้มเป็นคนยังไง แล้วแม่อุ้มก็เปิดบ้านพร้อมกับชวนให้เราสองคนซึ่งขณะนั้นก็เปียกชื้นไปด้วยน้ำฝน แล้วแม่อุ้มก็เปิดห้องอัดเสียงแล้วก็แจ้งข้อมูลต่างให้ผมนั้นได้ทราบ อีกทั้งยังห่วงใยเรื่องสุขภาพของพวกเราซึ่งเปียกฝนมา แม่อุ้มบอกว่ารอเดี๋ยวนะทีมงานกำลังมานะลูก ระหว่างนี้ลูกซ้อมรอก่อนนะ ทีมงานถ่ายคลิป mv และทีมงานบันทึกเสียงมาจากคนละที่กันนะ เดี๋ยวเราจะถ่ายก่อนทำ mv ก่อนแล้วค่อยบันทึกเสียงนะลูก ผมเองรู้สึกดีมากที่ได้เจอแม่อุ้ม จุดที่สำคัญที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้.....มาตอนที่ถ่ายทำ mv เสร็จ ก็ถึงคราต้องร้องบันทึกเสียงแล้ว ก่อนหน้านี้ผมเองได้แค่ฟังไม่ได้ร้องเลย เลยมาซ้อมในห้องอัดอยู่หลายรอบ ทบทวนเนื้อหาในเพลง อารมณ์เพลง ตอนบันทึกเสียงร้อง รู้สึกว่าเราต้องทำออกมาให้ดีที่สุดนะ

ผมก็รวบรวมความรู้สึก นึกภาพในคลิปต้นฉบับแล้วก็กลั่นกรองออกมาเป็นเสียงของผมเอง ผมอาจจะไปได้ร็อกได้ดังที่พี่ต้นฉบับทำไว้ อาจจะไม่ได้แร็ปได้ดีดังเช่นที่พี่ต้นฉบับทำไว้ แต่ในเรื่องของหัวใจและความรู้สึกที่ผมใส่ลงไปนั้น ไม่ได้น้อยกว่าที่พี่ต้นฉบับเขาใส่ลงไปเลย เพราะผมรักการร้องเพลง อีกทั้งยังอยากให้เพลงนี้ ออกมาดีที่สุดที่ผมจะสามารถทำได้

วันที่ผมได้ไปบันทึกเสียงนั้น ก็อยู่ในช่วงวันที่ใกล้วันแม่มาก "แม่ไม่ว่าลูกจะเป็นยังไงแม่ก็ยังคงรักลูกเช่นดังเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง ถึงลูกจะติดยา ลูกจะติดเหล้า ลูกจะเลวร้ายเพียงใด แม่ก็ยังรักไม่เสื่อมคลาย แต่ถ้าหากวันใดแม่ไม่ได้อยู่กับเราแล้วใครจะรักเราได้เท่าแม่อีก" นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่อยู่ในใจของผมที่ได้เขียนใส่ลงไปในเพลงที่ชื่อว่าโอกาสสุดท้าย ผมคิดว่าเพลงนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสังคม ต่อเด็กวัยรุ่นในปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกเขา ความเร็วความแรงความเร่งรีบเข้ามาอยู่ในพวกเขา แต่ไม่ใช่แค่สิ่งเหล่านี้ เรื่องยาเสพติด บุหรี่ เหล้า ก็เข้ามากับสิ่งเหล่านี้ด้วย ทำให้เกิดปัญหาในตัวของเขาเองและในสังคม บทเพลงเพลงนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะบอกเล่าเรื่องราวความร้ายแรงของสิ่งเสพติด แนวทางป้องกัน และทางออกที่ดี

เมื่อผมบันทึกเสียงเสร็จแล้วก็เตรียมตัวเดินทางกลับบ้าน ได้ถ่ายรูปร่วมกับพี่ๆ sound engineer น้องๆ ช่างกล้องบันทึกวิดีโอ เวลาช่างไวเหมือนโกหก ล่วงเลยผ่านมาเกือบ 5 โมงเย็น แม่อุ้มบอกให้ผมกับกรขึ้นรถแม่จะไปส่งที่ท่ารถ 

....จากนั้นเราก็ขึ้นรถกลับบ้านกัน แล้วก็ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพทั้งคู่...

.....มาถึงวันที่รับรางวัลทีมงานส่งข้อความมาบอกผมก่อนหน้านั้นประมาน 5-6 วัน ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ ....มาถึงวันที่รับรางวัลซึ่งตรงกับวันอังคารที่ โรงเรียนพานพิทยาคม ผมก็ได้เจอแม่อุ้มอีกครั้งพร้อมกับพี่ในมูลนิธิฯ และถ้วยรางวัล วันนั้นเป็นวันที่ผมดีใจมากอีกหนึ่งวันที่ได้รับรางวัลนี้ ถึงแม้ว่ารางวัลนี้จะเป็นรางวัลที่ไม่แพงและไม่ได้ใหญ่มาก แต่ผมก็ดีใจมากที่สุดที่ได้รับเพราะเป็นรางวัลแรกเรื่องดนตรีที่ผมได้รับ และผมภูมิใจมากที่ได้ถ่ายถอดเพลงนี้ให้น้องๆ พี่ๆ เพื่อนๆ ได้รับฟัง กระผมได้พูดให้เพื่อนๆ ทั้ง ม.6 ได้ฟังด้วยถ้อยคำตะกุกตะกักนิดหน่อยเพราะไม่เตรียมคำพูดไว้เลย

ท้ายที่สุดนี้กระผมขอขอบคุณพ่อแม่ที่ให้กำเนิดผม เพื่อนๆ ที่คอยสนับสนุนผม คุณครูที่ท่านช่วยเหลือผมอบรมสั่งสอนผมให้เป็นคนดีในสังคม ทุกๆ คนล้วนเป็นคุณครูของผมทั้งเพื่อน ที่สำคัญคือพ่อและแม่ที่ท่านได้อบรมบ่มเพาะผมมาตั้งแต่เด็กให้เป็นคนดีในสังคม ช่วยเหลือสังคม ขยัน ตั้งใจเรียน และอีกหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างที่ไม่สามารถกล่าว ณ ที่นี้ได้ทั้งหมด และขอขอบคุณมูลนิธิ happiness u can give ที่ได้เลือกให้ผมเป็นผู้ชนะการเเข่งขันในวันนั้นและได้เดินทางมามอบรางวัลให้ผมในวันนี้ และอยากจะขอขอบคุณแม่อุ้ม ที่ได้สอนผมในเรื่องการใช้ชีวิตการเปิดโอกาสให้ตัวเอง ขอบขอบคุณมากๆ ครับผม

อนาคตของผมนั้นผมวาดฝันไว้ว่าอยากเป็นคุณครูสอนวิชาภาษาไทย เพราะผมเป็นคนที่ชอบพูด ชอบร้องเพลง แต่งกลอนแต่งคำประพันธ์ต่างๆ ตลอดจนถึงเพลงผมก็สามารถแต่งได้ ผมชอบเรื่องของวรรณคดี และอื่นๆ เกี่ยวกับภาษาไทย และผมอยากนำความรู้ประสบการณ์ต่างๆ ของผม ไปสอนเด็กๆ ในอนาคต ให้เด็กๆ มีความรู้ในเรื่องภาษาไทย มีทักษะการใช้ชีวิต และเป็นคนดีในสังคมต่อไป

ผลงานเพลงโอกาสสุดท้าย

น้องบิ๊ก ผู้ชนะการประกวดที่มีโอกาสเข้าร่วมถ่ายทอดผลงานเพลง และเรียนรู้การทำงานเพลงครั้งแรก

อ่านต่อ »
ดูความคืบหน้าโครงการทั้งหมด

เยาวชนส่วนใหญ่ชอบดนตรี
เยาวชนเป็นกลุ่มเสี่ยงเรื่องยาเสพติด


ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยาการณ์ทางการเกษตร (แม่โจ้โพลล์) สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ วันที่ 15-22 มิถุนายน 2561ในหัวข้อ “สถานการณ์ยาเสพติดภัยร้ายแรงในสังคมไทย” พบว่า

  • กลุ่มนักเรียน/นักศึกษา เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการใช้ยาเสพติดและสารเสพติดมากที่สุด ร้อยละ 58.7
  • รองลงมาคือ กลุ่มผู้ว่างงาน ร้อยละ 47.56
  • กลุ่มอาชีพรับจ้างทั่วไป ร้อยละ 47.07
  • กลุ่มศิลปิน, ดารา, นักร้อง ร้อยละ 40.33
  • กลุ่มเกษตรกร ร้อยละ 13.18

สำหรับแนวทางที่คนส่วนใหญ่คิดว่าจะสามารถยุติ/เฝ้าระวัง/ปราบปราม เกี่ยวกับปัญหายาเสพติดนั้น ร้อยละ 83.79 คือ การไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับขบวนการยาเสพติด รองลงมา คือ การสอนบุตรหลานให้ความรู้ห่างไกลยาเสพติด ร้อยละ 71.09 และเป็นหู เป็นตา เฝ้าระวังให้กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ในการสอดส่องดูแลภายในชุมชน ร้อยละ 44.53

มูลนิธิแฮปปี้เนสยูแคนกิ้ฟทำงานร่วมกับหน่วยงานคุมประพฤติจึงอยากทำโครงการเพื่อใช้ดนตรีเป็นสะพานให้เยาวชนก้าวข้ามผ่านปัญหานี้ไปได้ด้วยการ

1.ผลิดเพลงขึ้นมาเพื่อสื่อสารกันวัยรุ่น  อาทิ เพลงที่พูดถึง ความหวัง Rhythm of hope ดนตรีสร้างแรงบันดาลใจที่จะให้โอกาสคนที่เคยทำผิดพลาด และเพลงที่บอกเล่าโอกาสสุดท้าย My last chance ดนตรีที่พูดถึงโอกาสสุดท้ายในชีวิตก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

บรรยายภาพ : จิตอาสาจากค่าย 609records ร่วมผลิตเพลง มูลนิธิได้รับความร่วมมือจาก "คุณเก่ง ธชย ประทุมวรรณ" มาร้องเพลงโอกาสสุดท้าย - My last chance” feat. Keng Tachaya

2.จัดกิจกรรมดนตรีต่อต้านยาเสพติดที่โรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดเชียงราย จำนวน 3 โรงเรียน เพื่อเผยแพร่เพลงและพูดคุยกันถึงปัญหายาเสพติดกับวัยรุ่น

โดยแต่ละโรงเรียนเราจะจัดให้มีการประกวดคัฟเวอร์เพลงเพื่อชิงรางวัลถ้วยเกียรติคุณประจำโรงเรียน สถานที่จัดกิจกรรมดังนี้

  • โรงเรียนจันจว้าวิทยาคม อ.แม่จัน จำนวนนักเรียนทั้งหมด 269 คน
  • โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม 2 อ.เมือง จำนวนนักเรียนทั้งหมด 347 คน
  • วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย อ.เมือง จำนวนนักเรียนทั้งหมด 3,415 คน

เราเชื่อว่าเพลงจะกระตุกพวกเค้าให้กลับมาในทางที่ดี กลับตัวกลับใจได้ จากกิจกรรมเพิ่มคือการประกวดคัฟเวอร์เพลงก็จะสร้างบรรยากาศการมีส่วนรวม และปลูกฝังทัศนคติได้ในวงกว้างขึ้น

ขั้นตอนการดำเนินโครงการ

  1. ผลิตเพลงและเผยแพร่ ใช้เวลา 30 วัน
  2. ตระเวนทำกิจกรรม 3 โรงเรียน ใช้เวลา 60 วัน
    - พูดคุยสร้างแรงบันดาลใจ ความเข้าใจถึงพิษภัยยาเสพติด โทษของยาเสพติด โดยทีมเยาวชนผู้เคยกระทำความผิด เจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติ
    - แจ้งการประกวดคัฟเวอร์เพื่อให้คัดทีมที่ชนะของโรงเรียน (ให้ทางเด็กนักเรียนทำกระบวนการแข่ง คัด กันภายในโรงเรียนเองโดยมีทีมครูที่ปรึกษาคอยดูแล) เพื่อนำไปแข่งขันกันใน 3 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ
    - จัดการประกวด ตัดสิน ใช้เวลา 30 วัน (คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานคุมประพฤติเชียงราย สำนักงานพัฒนาและคุ้มครองมนุษย์เชียงราย สถานพินิจเยาวชนเชียงราย ชมรมดนตรีเชียงราย)

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการได้ที่

  • เพจมูลนิธิ Happiness u can give
  • ยูทูปชาแนล Sixonine records และเพจ Six O Nine records
  • เพจของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ
  • เพจและเว็บไซต์ของคุมประพฤติเชียงราย
  • เพจและเว็บไซต์ของสนง.พัฒนาและคุ้มครองมนุษย์เชียงราย
  • เพจและเว็บไซต์ของสถานพินิจเชียงราย
  • เพจของชมรมดนตรีเชียงราย

ประโยชน์ของโครงการ

  1. ป้องกันปัญหายาเสพติดในพื้นที่
  2. กระตุ้นจิตสำนึกของกลุ่มเสี่ยง ผู้กระทำความผิด
  3. เป็นเครื่องมือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูและปราบปรามยาเสพติดนำไปใช้
  4. สร้างพื้นที่ให้วัยรุ่นใช้ความสามารถในทางที่ดีต่อตนเองและสังคม

สมาชิกภายในทีม

นางสาวอุ้ม วิรัตน์เกษม ประธานกรรมการมูลนิธิ

ภาคี

Sixonine records (Youtube chanel)

อัด MV เพลง "โอกาสสุดท้าย" พร้อมปล่อยในวันต่อต้านยาเสพติดโลก

18 มิถุนายน 2019

วันที่ 17 มิถุนายน 62 โครงการได้เริ่มทำการอัด Music Video ประกอบเพลง "โอกาสสุดท้าย" ขับร้องโดยจิตอาสาจากค่าย 609records และคุณเก่ง ธชย ประทุมวรรณ เพลงที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่เคยทำผิดพลาด และจะปล่อยเผยแพร่ให้ชมในวันต่อต้านยาเสพติดโลก วันพุธที่ 26 มิถุนายน 2562 นี้ ทาง Youtube Channel: Sixonine records

ภาพบรรยากาศเบื้องหลังการจัดทำมิวสิควิดีโอ

นักแสดงนำ บทบาทของผู้ที่เคยพลาดกับสิ่งเสพติด


ทีมงานช่วยกันดูแล และตรวจสอบ

ทีมงาน


เพลง "โอกาสสุดท้าย" กำลังใจเพื่อผู้ติดยา

28 มิถุนายน 2019

ผลงานเพลง "โอกาสสุดท้าย"  

ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ที่ใช้ชีวิตผิดพลาด ไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติด จนเกือบต้องจบชีวิต แต่ก็ยังมีหวังที่จะเอาชนะมันได้หากได้รับความรัก กำลังใจ และความเข้าใจจากครอบครัวหรือคนใกล้ตัว

ผู้ชนะการประกวด Cover เพลงโอกาสสุดท้าย

22 สิงหาคม 2019

มูลนิธิแฮปปี้เนสยูแคนกี๊ฟ ต้องการเปิดโอกาสให้เด็กโรงเรียนอื่นๆ ในจังหวัดเชียงรายได้มีส่วนร่วมในการประกวดการแข่งขัน Cover เพลงโอกาสสุดท้าย (My last chance) ร่วมกับ พี่เก่ง ธชย จึงปรับกิจกรรมเป็นการประชาสัมพันธ์การจัดการประกวดในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยผู้ชนะการประกวดจะได้รับถ้วยรางวัลประกาศเกียรติคุณ พร้อมบันทึกเสียงเพลงโอกาสสุดท้าย และถ่ายทำวิดีโอเพลงถ่ายทอดผลงานผ่านช่องยูทูป Sixonine records

หลังจากที่ได้จัดการประสัมพันธ์กิจกรรมการร่วมประกวดดนตรี เป็นเวลา 1 เดือน ล่าสุดทีมงานได้ประกาศผู้ชนะการประกวด การแข่งขัน คือ นาย สิวพล ท้าวอนิต้ะ


ประวัติส่วนตัว

สถานศึกษา : โรงเรียนพานพิทยาคม ต.เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย

ระดับชั้น : มัธยมศึกษาปีที่ 6

กิจกรรมยามว่าง : เล่นกีต้าร์ร้องเพลง, อ่านบทความเกี่ยวกับบทเรียนในอินเตอร์เน็ต

กิจกรรมต่างๆ ในการช่วยเหลือโรงเรียนและช่วยเหลือสังคม :

  • เป็นสภานักเรียนประจําปีการศึกษา 2561 ตําแหน่ง ประธานนักเรียน
  • ทํากิจกรรมเปิดหมวกร่วมกับเพื่อนๆ เพื่อนำเงินที่ได้รับบริจาคไปซื้อแพมเพิร์สให้กับผู้ป่วยติดเตียง ณ วัดร้องหลอด ต.เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย
  • ทํากิจกรรมเปิดหมวกร่วมกับเพื่อนๆ เพื่อนําเงินที่ได้ไปช่วยเหลือเรื่องอาหารกลางวันเด็ก ณ ครองถม อ.พาน นําไปบริจาคที่บ้านจิตเมตต์ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย
  • ทํากิจกรรมนําขนมไปบริจาคให้เด็กๆ ณ รร.บ้านถ้ำ ต.สันกลาง อ.พาน จ.เชียงราย
  • ติวข้อสอบ O-NET ให้กับน้องๆ ป.5 และ ป.6

ทีมงานขอแสดงความยินดีกับน้องที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ด้วยค่ะ : )

น้อง "บิ๊ก" ขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาส

3 กันยายน 2019

กระผมนาย สิวพล ท้าวอินต๊ะ ชื่อเล่นชื่อ บิ๊ก ครับ
เรียนอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนพานพิทยาคม  

กระผมนั้นเป็นคนที่ชอบร้องเพลงมาก ร้องเพลงอยู่เป็นชีวิตจิตใจ

วันหนึ่งเมื่อผมเปิดเฟซบุ๊กแล้วเลื่อนๆ ดูไทม์ไลน์ เวลาก็ประมาณเกือบเที่ยงคืนเพราะผมเป็นคนที่ค่อนข้างนอนดึกอยู่แล้ว ผมก็สะดุดกับโพสต์หนึ่งที่ว่า "ขอเชิญชวนนักเรียนนักศึกษาประกวดแข่งขันดนตรีต่อต้านยาเสพติด...." ผมกดเขาไปอ่านรายละเอียดทันที พออ่านจบก็เริ่มสนใจจึงได้เข้าไปฟังเพลงต้นฉบับ เห้ยย...เป็นเพลงแร็ปด้วยนะ เนื้อเกี่ยวกับยาเสพติด มีพี่เก่งด้วย ผมเลยแชร์โพสต์ไป แต่ก็ยังไม่ได้คิดจะลองส่งเข้าประกวดเพราะตัวผมเองก็ไม่ค่อยมีเวลาว่าง ถัดจากนั้นสักอาทิตย์ผมก็เลยลอง inbox ถามเรื่องข้อมูล ทางเพจของมูลนิธิ happiness u can give เกี่ยวกับการร้องเพลงส่งเข้าประกวด แล้วผมก็กดเข้าไปดูรายละเอียดที่เขียนไว้อีกครั้ง อ่านจนเข้าใจมากกว่าเดิม เปิดฟังเพลงอีก 2-3 รอบ ผมจึงคิดว่าอยากจะลองเปิดโอกาสให้ตัวเองดู ลองส่งไป คงไม่เสียหายหรอกเป็นประสบการณ์ดีๆ ถ้าชนะได้ถ้วยด้วยนะได้เสื้อด้วย ที่สำคัญคือได้ประสบการณ์ แต่ผมก็ร้างไปเกือบถึงกำหนดส่งผลการแข่งขัน เพราะไม่ค่อยว่างเลย ตกเย็นเลิกเรียนกลับถึงบ้านเปิดเพลงฟังแกะเนื้อเพลงลองร้องอยู่หลายรอบ จึงได้อัดเพลงเเละเสียงร้องส่งไปให้พี่แอดมิน ผ่านไปไม่กี่วันพี่แอดมินก็ส่งข้อความมาบอกว่าน้องชนะการประกวดนะครับพร้อมบอกรายละเอียดข้อมูลว่าจะต้องได้ทำอะไรบ้าง ตอนนั้นผมเรียนวิชาคณิตศาสตร์ผมจำได้เเม่น ผมดีใจมากคุยกับตัวเองอยู่นานว่าเห้ย เราชนะด้วย ไม่เสียใจที่เราลองเปิดโอกาสให้ตัวเองเลย😁😁😁 (นี่เป็นสาเหตุที่เพื่อนๆ งงในวันที่แม่อุ้มมามอบรางวัลนะครับ 😆) พอตกเย็นผมก็รีบทักหากรเพราะเป็นเพื่อนที่บ้านอยู่ใกล้เชียงรายและผมก็สนิทกับเค้ามาก ผมบอกรายละเอียดกับเขาถึงวันที่ต้องไปคือวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2562

วันที่เดินทางไปบันทึกเสียงร้อง วันนั้นเป็นวันที่ฝนฟ้าอากาศเป็นใจมาก ตกทั้งวันเลยครับ แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับผม วันนั้นผมกับกรยืนท้ายรถสองแถวไปด้วยกัน แบกโน้ตบุ๊คมาทำงานด้วย 1 เครื่อง ฝนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เราสองคนก็เปียกปอนไปด้วยกัน ผมคิดในใจว่าไม่น่าพาเพื่อนมาลำบากเลย พลางมองหน้ากรแล้วหัวเราะ 555 เอาว่ะตั้งใจแล้วฝนตก ล้มๆ ก็ไม่ใช่ปัญหา กว่าจะเดินทางมาถึงที่สตูดิโอ Sixonine record พวกเราก็แวะทานก๋วยเตี๋ยวต้มยำพร้อมกับชุ่มฉ่ำไปด้วยฝน

มาถึงปุ๊ปก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาพี่แอดมินเขาก็ทักมาพอดี ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่าในพี่แอดมินนั้นเป็นใคร พี่แอดมินเขาบอกให้เราเปิดบ้านแล้วเข้าไปนั่งรอสักครู่ ทีมงานกำลังเดินไปนะครับ ใจนึงก็กล้าใจนึงก็กลัวที่จะเข้าไป ประกอบกับที่ว่าเราไม่รู้ว่าใครจะมาหาเรา ไม่รู้ว่าจะเป็นไปตามหน้าเพจหรือเปล่าป้ายสตูดิโอก็ไม่มี เหลือบไปเห็นหนังสือเป็นรูปและตราสัญลักษณ์ของมูลนิธิฯ ใจก็เลยชื้นขึ้นมาหน่อย นั่งรอสักพัก ก็มีรถเก๋ง Toyota yaris ขับเข้ามาจอดที่บ้านตรงข้าม แล้วก็ปรากฏร่างผู้หญิงวัยกลางคน คนหนึ่งซึ่งเปิดประตูออกมาจากรถ พร้อมกับใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเดินตรงรี่เข้ามาหาเราทั้ง 2 คน เราจึงลุกขึ้นยืนมองเขาด้วยความฉงนว่าเป็นใคร พลางก็ยกมือไหว้เพราะคิดว่าต้องเป็นทีมงานหรือใครสักคนในมูลนิธิฯ เป็นแน่ พอเขาเดินเข้ามาถึงในบ้านก็ถามไถ่เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับผมแล้วก็แนะนำตัวว่า ชื่ออุ้มนะให้เราเรียกแม่อุ้มด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่มและจริงใจ ผมรู้สึกได้เลยในทันทีว่าแม่อุ้มเป็นคนยังไง แล้วแม่อุ้มก็เปิดบ้านพร้อมกับชวนให้เราสองคนซึ่งขณะนั้นก็เปียกชื้นไปด้วยน้ำฝน แล้วแม่อุ้มก็เปิดห้องอัดเสียงแล้วก็แจ้งข้อมูลต่างให้ผมนั้นได้ทราบ อีกทั้งยังห่วงใยเรื่องสุขภาพของพวกเราซึ่งเปียกฝนมา แม่อุ้มบอกว่ารอเดี๋ยวนะทีมงานกำลังมานะลูก ระหว่างนี้ลูกซ้อมรอก่อนนะ ทีมงานถ่ายคลิป mv และทีมงานบันทึกเสียงมาจากคนละที่กันนะ เดี๋ยวเราจะถ่ายก่อนทำ mv ก่อนแล้วค่อยบันทึกเสียงนะลูก ผมเองรู้สึกดีมากที่ได้เจอแม่อุ้ม จุดที่สำคัญที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้.....มาตอนที่ถ่ายทำ mv เสร็จ ก็ถึงคราต้องร้องบันทึกเสียงแล้ว ก่อนหน้านี้ผมเองได้แค่ฟังไม่ได้ร้องเลย เลยมาซ้อมในห้องอัดอยู่หลายรอบ ทบทวนเนื้อหาในเพลง อารมณ์เพลง ตอนบันทึกเสียงร้อง รู้สึกว่าเราต้องทำออกมาให้ดีที่สุดนะ

ผมก็รวบรวมความรู้สึก นึกภาพในคลิปต้นฉบับแล้วก็กลั่นกรองออกมาเป็นเสียงของผมเอง ผมอาจจะไปได้ร็อกได้ดังที่พี่ต้นฉบับทำไว้ อาจจะไม่ได้แร็ปได้ดีดังเช่นที่พี่ต้นฉบับทำไว้ แต่ในเรื่องของหัวใจและความรู้สึกที่ผมใส่ลงไปนั้น ไม่ได้น้อยกว่าที่พี่ต้นฉบับเขาใส่ลงไปเลย เพราะผมรักการร้องเพลง อีกทั้งยังอยากให้เพลงนี้ ออกมาดีที่สุดที่ผมจะสามารถทำได้

วันที่ผมได้ไปบันทึกเสียงนั้น ก็อยู่ในช่วงวันที่ใกล้วันแม่มาก "แม่ไม่ว่าลูกจะเป็นยังไงแม่ก็ยังคงรักลูกเช่นดังเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง ถึงลูกจะติดยา ลูกจะติดเหล้า ลูกจะเลวร้ายเพียงใด แม่ก็ยังรักไม่เสื่อมคลาย แต่ถ้าหากวันใดแม่ไม่ได้อยู่กับเราแล้วใครจะรักเราได้เท่าแม่อีก" นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่อยู่ในใจของผมที่ได้เขียนใส่ลงไปในเพลงที่ชื่อว่าโอกาสสุดท้าย ผมคิดว่าเพลงนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสังคม ต่อเด็กวัยรุ่นในปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกเขา ความเร็วความแรงความเร่งรีบเข้ามาอยู่ในพวกเขา แต่ไม่ใช่แค่สิ่งเหล่านี้ เรื่องยาเสพติด บุหรี่ เหล้า ก็เข้ามากับสิ่งเหล่านี้ด้วย ทำให้เกิดปัญหาในตัวของเขาเองและในสังคม บทเพลงเพลงนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะบอกเล่าเรื่องราวความร้ายแรงของสิ่งเสพติด แนวทางป้องกัน และทางออกที่ดี

เมื่อผมบันทึกเสียงเสร็จแล้วก็เตรียมตัวเดินทางกลับบ้าน ได้ถ่ายรูปร่วมกับพี่ๆ sound engineer น้องๆ ช่างกล้องบันทึกวิดีโอ เวลาช่างไวเหมือนโกหก ล่วงเลยผ่านมาเกือบ 5 โมงเย็น แม่อุ้มบอกให้ผมกับกรขึ้นรถแม่จะไปส่งที่ท่ารถ 

....จากนั้นเราก็ขึ้นรถกลับบ้านกัน แล้วก็ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพทั้งคู่...

.....มาถึงวันที่รับรางวัลทีมงานส่งข้อความมาบอกผมก่อนหน้านั้นประมาน 5-6 วัน ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ ....มาถึงวันที่รับรางวัลซึ่งตรงกับวันอังคารที่ โรงเรียนพานพิทยาคม ผมก็ได้เจอแม่อุ้มอีกครั้งพร้อมกับพี่ในมูลนิธิฯ และถ้วยรางวัล วันนั้นเป็นวันที่ผมดีใจมากอีกหนึ่งวันที่ได้รับรางวัลนี้ ถึงแม้ว่ารางวัลนี้จะเป็นรางวัลที่ไม่แพงและไม่ได้ใหญ่มาก แต่ผมก็ดีใจมากที่สุดที่ได้รับเพราะเป็นรางวัลแรกเรื่องดนตรีที่ผมได้รับ และผมภูมิใจมากที่ได้ถ่ายถอดเพลงนี้ให้น้องๆ พี่ๆ เพื่อนๆ ได้รับฟัง กระผมได้พูดให้เพื่อนๆ ทั้ง ม.6 ได้ฟังด้วยถ้อยคำตะกุกตะกักนิดหน่อยเพราะไม่เตรียมคำพูดไว้เลย

ท้ายที่สุดนี้กระผมขอขอบคุณพ่อแม่ที่ให้กำเนิดผม เพื่อนๆ ที่คอยสนับสนุนผม คุณครูที่ท่านช่วยเหลือผมอบรมสั่งสอนผมให้เป็นคนดีในสังคม ทุกๆ คนล้วนเป็นคุณครูของผมทั้งเพื่อน ที่สำคัญคือพ่อและแม่ที่ท่านได้อบรมบ่มเพาะผมมาตั้งแต่เด็กให้เป็นคนดีในสังคม ช่วยเหลือสังคม ขยัน ตั้งใจเรียน และอีกหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างที่ไม่สามารถกล่าว ณ ที่นี้ได้ทั้งหมด และขอขอบคุณมูลนิธิ happiness u can give ที่ได้เลือกให้ผมเป็นผู้ชนะการเเข่งขันในวันนั้นและได้เดินทางมามอบรางวัลให้ผมในวันนี้ และอยากจะขอขอบคุณแม่อุ้ม ที่ได้สอนผมในเรื่องการใช้ชีวิตการเปิดโอกาสให้ตัวเอง ขอบขอบคุณมากๆ ครับผม

อนาคตของผมนั้นผมวาดฝันไว้ว่าอยากเป็นคุณครูสอนวิชาภาษาไทย เพราะผมเป็นคนที่ชอบพูด ชอบร้องเพลง แต่งกลอนแต่งคำประพันธ์ต่างๆ ตลอดจนถึงเพลงผมก็สามารถแต่งได้ ผมชอบเรื่องของวรรณคดี และอื่นๆ เกี่ยวกับภาษาไทย และผมอยากนำความรู้ประสบการณ์ต่างๆ ของผม ไปสอนเด็กๆ ในอนาคต ให้เด็กๆ มีความรู้ในเรื่องภาษาไทย มีทักษะการใช้ชีวิต และเป็นคนดีในสังคมต่อไป

ผลงานเพลงโอกาสสุดท้าย

น้องบิ๊ก ผู้ชนะการประกวดที่มีโอกาสเข้าร่วมถ่ายทอดผลงานเพลง และเรียนรู้การทำงานเพลงครั้งแรก

แผนการใช้เงิน

รายการ

จำนวนเงิน (บาท)

1. ค่าใช้จ่ายในการทำเพลง10,000
2. ค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดประกวดใน 3 โรงเรียน ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายสำหรับวิทยากร ถ้วยรางวัล ประกาศนียบัตร และการถ่ายวิดีโอเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อใน social media  โดยมีการลงพื้นที่โรงเรียนละ 2 ครั้ง เฉลี่ยครั้งละ 2,500 บาท15,000
3. ค่าใช้จ่ายในการระดมทุนของเทใจโดยประมาณ2,500
รวมเป็นเงิน27,500