โครงการการศึกษา

ปันคอมพิวเตอร์สร้างห้องเรียนชุมชนให้เด็กและผู้สูงอายุใช้งาน

ซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อสร้างห้องคอมฯที่ วัดตอยาง จ.ลพบุรี ให้มีห้องเรียนชุมชนสำหรับเด็กและผู้สูงอายุได้เรียนรู้ พร้อมรับจิตอาสามาร่วมสอนโปรแกรมต่างๆ ให้เด็กได้ทำการบ้านและผู้สูงอายุได้ใช้งานได้

ระยะเวลาโครงการ 1 ปี พื้นที่ดำเนินโครงการ จังหวัดลพบุรี

ยอดบริจาคขณะนี้

24,398 บาท

เป้าหมาย

24,000 บาท
ดำเนินการไปแล้ว 102%
จำนวนผู้บริจาค 33

สำเร็จแล้ว

ความคืบหน้าโครงการ

จัดค่ายสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ให้เด็กนักเรียนในชุมชนตอยาง

3 ธันวาคม 2018

หลังจากที่ได้ดำเนินการมอบคอมพิวเตอร์ จำนวน 8 เครื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างห้องเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชนผู้สูงอายุในชุมชนตอยาง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เพื่อให้เกิดกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และครอบครัว ดังนั้น ทางโครงการจึงจัดค่าย 3 วัน 2 คืน ในวันที่ 18-20 ตุลาคม 2561 ชื่อกิจกรรม Quality for Life #2 : Happy family มีผู้ร่วมกิจกรรม จำนวน 72 คน ประกอบด้วย

  • นักเรียนโรงเรียนช่องสาริกา 5 คน
  • นักเรียนโรงเรียนวัดดำรงบุล 3 คน
  • นักเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านแก่งเสือเต้น 6 คน
  • นักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยสะอาด 6 คน
  • นักเรียนโรงเรียนน้ำสุดวิไลประชาสรรค์ 6 คน
  • นักเรียนโรงเรียนพรหมรังสี 12 คน
  • นักเรียนในชุมชนตอยาง 10 คน
  • นักเรียนบุตรพนักงาน 4 คน
  • CSC &. CSR 4 คน (สลับกันมา)
  • คนในชุมชน ผู้ปกครองนักเรียน 10 คน
  • รักษาการเจ้าอาวาส หลวงตาพยงค์
  • วิทยากร คุณสิริมา สุภประกร
  • คุณครูช่วยคุมนักเรียน 6 คน(สลับวัน)
  • ผอ./ครูโรงเรียนมาเยี่ยมค่าย และให้วัตถุดิบในการทำส้มตำ ข้าวต้ม จำนวน 4 ท่าน
  • ผู้อำนวยการมูลนิธิสายธาร คุณวีณา และพนักงาน 2 ท่าน

กิจกรรมภายในค่ายมีเด็กนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 52 คน เราจะแบ่งนักเรียนที่อยู่ต่างโรงเรียนต่างชั้นเรียนอยู่ในกลุ่มเดียวกันโดยมีระดับชั้นตั้งแต่ ป.2 ถึง ม.3 ซึ่งให้รุ่นพี่ดูแลรุ่นน้องผ่านกิจกรรมต่างๆ และสมาชิกในกลุ่มจะต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา คิดสร้างสรรค์ผลงานของกลุ่มตนเอง ออกมาเพื่อแข่งขันกับกลุ่มอื่นๆ สร้างความสามัคคีเพื่อจะผ่านแต่ละกิจกรรมที่กำหนดไว้ กิจกรรมในค่าย เช่น การฝึกคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้นักเรียนสัมผัสอวัยวะตนเองตามที่วิทยากรพูด การแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า คือ ค่ายครั้งนี้ใช้ไฟฟ้ามากเกินไปทำให้สายไฟเก่า arc flash มีประกายไฟ ทำให้ไฟดับทั้งศาลา ในขณะที่เด็กๆ กำลังทำอาหารอยู่แต่ทุกกลุ่มก็สามารถแก้ไขสถานการได้โดยการจุดเตาถ่านแทน และเปลี่ยนเมนูอาหารได้ทันเวลาที่กำหนด เป็นต้น


นักเรียนทุกคนพร้อมเริ่มกิจกรรม


เด็กจับกลุ่มทำกิจกรรมร่วมกัน


คอมพิวเตอร์ที่มอบให้กับชุมชนตอยาง


เด็กนักเรียนหาข้อมูลในการทำกิจกรรม


ทีมงานสอนผู้สูงอายุใช้คอมพิวเตอร์

ในค่ายได้จัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้เรื่องการกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคภัยในอนาคต และให้นักเรียนไปนำความรู้ในค่ายไปถ่ายทอดให้คนในครอบครัวถึงการรู้จักป้องกัน กินเป็น อยู่เป็น เข้าใจสาเหตุที่บริโภคอาหารเกินความต้องการของร่างกายหรือคุณภาพไม่ดี จะทำให้สุขภาพไม่ดีต้องเจ็บป่วย

และกิจกรรมอื่นๆ เช่น เด็กๆ วาดรูปบนถุงผ้าเพื่อบริจาคให้กับโรงพยาบาล เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึก ลดการใช้ถุงพลาสติก และรู้จักการแบ่งปันความสุขสู่สังคม/ชุมชน

จากการจัดกิจกรรมค่ายครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ชีวิตจริง ให้เด็กนักเรียนได้สัมผัสประสบการณ์ในการดำเนินชีวิต รู้จักคิด การวางแผน มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และสืบค้นข้อมูลจากจากคอมพิวเตอร์ที่มูลนิธิฯ นำไปบริจาค รวมถึงการเตรียมตัวทำอาหารใส่บาตร เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

จากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ พบว่า

  1. นักเรียนสามารถแบ่งงานกันทำได้ดี (มีการวางแผนที่ดี)
  2. นักเรียนส่วนใหญ่มีจิตอาสา เสียสละ ช่วยเก็บกวาด ช่วยทำงานส่วนรวมทำความสะอาดวัด
  3. นักเรียนมีระเบียบในการฟัง กล้าแสดงออก
  4. นักเรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
  5. นักเรียนมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงผลงานที่ทำในครั้งหลังได้ดีกว่าครั้งแรก
  6. นักเรียนรักค่าย รักวัด ต้องการที่จะมาอีกครั้ง
อ่านต่อ »
ดูความคืบหน้าโครงการทั้งหมด

ห้องคอมพิวเตอร์ในวัดตอยาง จังหวัดลพบุรี สำคัญอย่างไร

มูลนิธิสายธาร ผู้คิดโครงการนี้บอกเล่าปัญหาหลัก 2  ประการในพื้นที่แห่งนี้ว่า

ประการแรก โรงเรียนวัดตอยางถูกยุบไปเมื่อปี 2553 ตามนโยบายของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ที่ต้องการปิดโรงเรียนขนาดเล็กลง ตลอดระยะกว่าหลายปีส่งผลต่อเด็กและเยาวชนในพื้นที่ไม่มีคอมพิวเตอร์และปริ้นเตอร์ใช้งาน เวลาจะทำการบ้านหรือสืบค้นข้อมูลที่ต้องการ จะต้องให้ผู้ปกครองขี่รถไปที่ตลาดซึ่งอยู่ไกลจากบ้านประมาณ 5 กิโลเมตรเพื่อทำการบ้าน หรือบางคนไม่สามารถออกไปไกลก็ทำได้เท่าที่มี 

ประการสอง กลุ่มผู้สูงอายุไม่พื้นที่เรียนรู้ ต้องใช้ชีวิตแบบเดิม แม้ที่ผ่านมาทางองค์การบริหารส่วนตำบลช่องสาริกา จะเปิดโรงเรียนผู้สูงอายุ ปรากฎว่ามีผู้สูงอายุสมัครเข้าร่วมกิจกรรมนี้เพียง 1 คน จากจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมด 151 คน  มูลนิธิสายธารในเครือเบทาโกร จึงทำการสำรวจและสอบถาม พบว่าผู้สูงอายุที่ไม่เข้ากิจกรรมเป็นเพราะการเดินทางที่ไกลบ้าน ภาระที่ต้องเลี้ยงดูหลาน เมื่อสอบถามว่าจัดที่ไหนถึงอยากเข้าร่วม ผู้สูงอายุล้วนบอกว่า  จัดกิจกรรมที่วัดจะสะดวกกว่า


ดังนั้นทางมูลนิธิฯ จึงปรึกษากับผู้นำชุมชน วัด และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้วัดตอยางเป็นศูนย์กลางในการทำกิจกรรมต่างๆ ของคนในชุมชน เพื่อให้เด็กและเยาวชนหรือผู้ที่ต้องการเรียนรู้มาใช้ประโยชน์จากห้องเรียนรู้นี้ได้ และยังพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเองและมีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์มากขึ้น

เบื้องต้นทางมูลนิธิจึงปรึกษากับทางครูกศน.อำเภอพัฒนานิคมให้มาสอนกิจกรรมสาหรับผู้สูงอายุสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยกิจกรรมมีรูปแบบหลากหลาย เช่น ศาลาสร้างสุข ธนาคารความดี การได้ลองให้ผู้สูงอายุในชุมชนได้ลองเรียนรู้วิธีใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆของแต่ละคน โดยรูปแบบกิจกรรมจะมีทั้ง นันทนาการ ถ่ายทอดความรู้ โดยเน้นให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้าง โดยหลักสูตรนี้จะมีต่อเนื่องทุกปี


โรงเรียนวัดตอยางที่ปิดตัวลง

ชาวบ้านช่วยกันปรับปรุงภูมิทัศน์โรงเรียนวัดตอยาง

ส่วนเด็กๆ นั้น เราจะให้จิตอาสามาร่วมเป็นครูสอนเด็กๆ เช่น การใช้ word ในการทำงานรายงาน การใช้ excel  วาดรูป หรือการใช้อินเตอร์เน็ตในทางสร้างสรรค์

ตัวอย่างกิจกรรม


ฝึกฝนการใช้แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์



กิจกรรมส่ง E-card 

กิจกรรมส่ง E-card ในวันสำคัญต่างๆ ผ่าน  http://ecards.dmc.tv/



เรียนการใช้ Microsoft Office

Microsoft Office ผ่าน  www.ribbonhero.com


เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์

การเรียนภาษาอังกฤษทางออนไลน์


ขณะนี้ทางมูลนิธิสายธาร ได้เดินสายไฟและจัดหาหนังสือ อุปกรณ์สำหรับห้องเรียนรู้ไว้เบื้องต้นแล้ว และได้จัดกิจกรรมอื่น เช่น โครงการเยาวชนคนรักวัดโดยให้เด็กและเยาวชนเข้ามาร่วมบูรณะปรับปรุงภูมิทัศน์ของวัดและปลูกผักต่างๆ ไว้สำหรับเยาวชนและคนในชุมชนไปใช้ประกอบอาหารเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ในการฝึกทักษะอาชีพ

ขั้นตอนการดำเนินโครงการ

  1. เก็บข้อมูลพื้นฐานของชุมชน
  2. วางแผนจัดกิจกรรมร่วมกับคนในชุมชน เตรียมเดินสายไฟติดตั้ง Wifi
  3. จัดหาวิทยากร (สอนการใช้คอมพิวเตอร์)
  4. ระดมทุนในการจัดซื้อคอมพิวเตอร์
  5. ติดตั้งคอมพิวเตอร์ที่ศาลาวัด
  6. จัดอบรมการใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมพื้นฐาน

ท่านใดที่สนใจบริจาคส่งสิ่งของมาได้ที่

มูลนิธิสายธาร อาคารเบทาโกรทาวเวอร์ ชั้น 6
เลขที่ 323 หมู่ที่ 6 ถนน วิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 

ประโยชน์ของโครงการ

  1. เพื่อใช้วัดตอยางเป็นโรงเรียนสำหรับผู้สูงอายุ
  2. เพื่อให้เด็กและเยาวชนในชุมชนมีคอมพิวเตอร์ใช้ประกอบการเรียน และค้นคว้าหาความรู้
  3. เพื่อให้คนในชุมชนใช้พื้นที่นี้เป็นแหล่งเรียนรู้เป็นห้องสมุดของชุมชน
  4. เพื่อให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

สมาชิกภายในทีม

  1. นาง วีณา น้ามังคละกุล
  2. นางสาว พิชญากร ยวงสะอาด
  3. นางสาว กรศิริ เอมะศิริ

ความประทับใจต่อผู้บริจาคโครงการปันคอมพิวเตอร์เพื่อห้องเรียนรู้ชุมชน

2 กรกฎาคม 2018

โครงการปันคอมพิวเตอร์เพื่อห้องเรียนรู้ชุมชน รับผิดชอบโครงการโดยมูลนิธิสายธาร ในเครือเบทาโกร

แนวทางการดำเนินโครงการ เบื้องต้นทางมูลนิธิสายธารต้องการที่จะสร้างห้องเรียนรู้ชุมชนโดยจะใช้คอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีที่ปัจจุบันเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตมาสอนให้กับผู้คนที่ขาดโอกาสในต่างจังหวัดทั้งเด็กและผู้สูงอายุ

การดำเนินงานทางมูลนิธิฯ ได้ติดตั้ง Wifi และนำเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้รับบริจาคไปใช้ประกอบการทำกิจกรรมแล้วบางส่วน  และเงินที่ได้รับจากการระดมทุนผ่านเว็บไซต์เทใจดอทคอมนั้นทางมูลนิธิฯ จะนำไปซื้อคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง และปริ้นเตอร์ 1 เครื่อง เพื่อให้ทุกคนในชุมชนได้เข้ามาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า

ความประทับใจต่อผู้บริบริจาค

"จากการระดมทุนในครั้งนี้ทางมูลนิธิฯ ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากผู้ใจบุญเป็นจำนวนมาก ทำให้ทางมูลนิธิฯ มีกำลังใจที่จะดำเนินกิจกรรมต่อไปสำหรับห้องเรียนรู้ชุมชนนั้น นอกจากนั้นทางมูลนิธิฯ ได้เข้าไปปรับปรุงภูมิทัศน์วัดและโรงเรียนตอยางแล้ว เราได้จัดค่ายให้เด็กและเยาวชนเข้าค่ายที่วัดเป็นเวลา 3 วัน 2 คืนโดยมีกิจกรรมเรียนภาษาอังกฤษ เรียนทำอาหาร ปลูกต้นไม้ ทำบุญใส่บาตรแสดงความสามารถพิเศษเด็ก ๆ ทุกคนที่ได้เข้าค่ายให้มีความสุขและได้รับความรู้ และเด็ก ๆ ต้องการให้จัดค่ายอีกครั้ง"

มูลนิธิสายธาร

จัดค่ายสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ให้เด็กนักเรียนในชุมชนตอยาง

3 ธันวาคม 2018

หลังจากที่ได้ดำเนินการมอบคอมพิวเตอร์ จำนวน 8 เครื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างห้องเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชนผู้สูงอายุในชุมชนตอยาง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เพื่อให้เกิดกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และครอบครัว ดังนั้น ทางโครงการจึงจัดค่าย 3 วัน 2 คืน ในวันที่ 18-20 ตุลาคม 2561 ชื่อกิจกรรม Quality for Life #2 : Happy family มีผู้ร่วมกิจกรรม จำนวน 72 คน ประกอบด้วย

  • นักเรียนโรงเรียนช่องสาริกา 5 คน
  • นักเรียนโรงเรียนวัดดำรงบุล 3 คน
  • นักเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านแก่งเสือเต้น 6 คน
  • นักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยสะอาด 6 คน
  • นักเรียนโรงเรียนน้ำสุดวิไลประชาสรรค์ 6 คน
  • นักเรียนโรงเรียนพรหมรังสี 12 คน
  • นักเรียนในชุมชนตอยาง 10 คน
  • นักเรียนบุตรพนักงาน 4 คน
  • CSC &. CSR 4 คน (สลับกันมา)
  • คนในชุมชน ผู้ปกครองนักเรียน 10 คน
  • รักษาการเจ้าอาวาส หลวงตาพยงค์
  • วิทยากร คุณสิริมา สุภประกร
  • คุณครูช่วยคุมนักเรียน 6 คน(สลับวัน)
  • ผอ./ครูโรงเรียนมาเยี่ยมค่าย และให้วัตถุดิบในการทำส้มตำ ข้าวต้ม จำนวน 4 ท่าน
  • ผู้อำนวยการมูลนิธิสายธาร คุณวีณา และพนักงาน 2 ท่าน

กิจกรรมภายในค่ายมีเด็กนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 52 คน เราจะแบ่งนักเรียนที่อยู่ต่างโรงเรียนต่างชั้นเรียนอยู่ในกลุ่มเดียวกันโดยมีระดับชั้นตั้งแต่ ป.2 ถึง ม.3 ซึ่งให้รุ่นพี่ดูแลรุ่นน้องผ่านกิจกรรมต่างๆ และสมาชิกในกลุ่มจะต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา คิดสร้างสรรค์ผลงานของกลุ่มตนเอง ออกมาเพื่อแข่งขันกับกลุ่มอื่นๆ สร้างความสามัคคีเพื่อจะผ่านแต่ละกิจกรรมที่กำหนดไว้ กิจกรรมในค่าย เช่น การฝึกคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้นักเรียนสัมผัสอวัยวะตนเองตามที่วิทยากรพูด การแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า คือ ค่ายครั้งนี้ใช้ไฟฟ้ามากเกินไปทำให้สายไฟเก่า arc flash มีประกายไฟ ทำให้ไฟดับทั้งศาลา ในขณะที่เด็กๆ กำลังทำอาหารอยู่แต่ทุกกลุ่มก็สามารถแก้ไขสถานการได้โดยการจุดเตาถ่านแทน และเปลี่ยนเมนูอาหารได้ทันเวลาที่กำหนด เป็นต้น


นักเรียนทุกคนพร้อมเริ่มกิจกรรม


เด็กจับกลุ่มทำกิจกรรมร่วมกัน


คอมพิวเตอร์ที่มอบให้กับชุมชนตอยาง


เด็กนักเรียนหาข้อมูลในการทำกิจกรรม


ทีมงานสอนผู้สูงอายุใช้คอมพิวเตอร์

ในค่ายได้จัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้เรื่องการกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคภัยในอนาคต และให้นักเรียนไปนำความรู้ในค่ายไปถ่ายทอดให้คนในครอบครัวถึงการรู้จักป้องกัน กินเป็น อยู่เป็น เข้าใจสาเหตุที่บริโภคอาหารเกินความต้องการของร่างกายหรือคุณภาพไม่ดี จะทำให้สุขภาพไม่ดีต้องเจ็บป่วย

และกิจกรรมอื่นๆ เช่น เด็กๆ วาดรูปบนถุงผ้าเพื่อบริจาคให้กับโรงพยาบาล เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึก ลดการใช้ถุงพลาสติก และรู้จักการแบ่งปันความสุขสู่สังคม/ชุมชน

จากการจัดกิจกรรมค่ายครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ชีวิตจริง ให้เด็กนักเรียนได้สัมผัสประสบการณ์ในการดำเนินชีวิต รู้จักคิด การวางแผน มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และสืบค้นข้อมูลจากจากคอมพิวเตอร์ที่มูลนิธิฯ นำไปบริจาค รวมถึงการเตรียมตัวทำอาหารใส่บาตร เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

จากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ พบว่า

  1. นักเรียนสามารถแบ่งงานกันทำได้ดี (มีการวางแผนที่ดี)
  2. นักเรียนส่วนใหญ่มีจิตอาสา เสียสละ ช่วยเก็บกวาด ช่วยทำงานส่วนรวมทำความสะอาดวัด
  3. นักเรียนมีระเบียบในการฟัง กล้าแสดงออก
  4. นักเรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
  5. นักเรียนมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงผลงานที่ทำในครั้งหลังได้ดีกว่าครั้งแรก
  6. นักเรียนรักค่าย รักวัด ต้องการที่จะมาอีกครั้ง

แผนการใช้เงิน

รายการจำนวนเงิน (บาท)
จัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 2 เครื่อง
ชุดละ12,000
24,000


รวมเป็นเงิน24,000 บาท