โครงการศิลปวัฒนธรรม

Art for Health 2018

สมทบทุนจัดซื้อสีและอุปกรณ์ สำหรับทาสี และปรับทัศนียภาพให้กับพื้นที่บ้านเด็กพิการ "บ้านเฟื่องฟ้า" เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ เสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินชีวิต สร้างสีสัน และรอยยิ้มให้กับน้องๆ

ระยะเวลาโครงการ 1เดือน พื้นที่ดำเนินโครงการ นนทบุรี

ยอดบริจาคขณะนี้

6,440 บาท

เป้าหมาย

5,000 บาท
ดำเนินการไปแล้ว 129%
จำนวนผู้บริจาค 7

สำเร็จแล้ว

ความคืบหน้าโครงการ

ผลงาน Art for Health 2018

11 มิถุนายน 2018

 Art for Health 2018 เพื่อวาดภาพระบายสี ปรับทัศนียภาพและเป็นสื่อการเรียนรู้ให้น้องๆ บ้านเฟื่องฟ้า จ.นนทบุรี เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ เสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินชีวิต สร้างสีสัน และรอยยิ้มให้กับน้องๆ เด็กแรกเกิด - 7 ปี ที่มีความผิดปกติหรือบกพร่องทางร่างกาย สติปัญญา และจิตใจทุกประเภท 

 นอกจากจะให้เด็กพิการได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย เพื่อพัฒนาการที่ดีขึ้น ฝึกการช่วยเหลือตัวเองเพื่ออยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างปกติสุข และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระแล้ว สิ่งหนึ่งที่ควร ให้ความสำคัญก็คือการเยียวยาทางด้านจิตใจ เพื่อให้เด็กพิการเหล่านี้ได้สัมผัสด้านสุนทรีย์ของชีวิต ซึ่งจากการศึกษาพบว่า "ศิลปะ" เป็นสิ่งที่ทำให้เด็กมีความสุข และมีสมาธิมากขึ้น การใช้ศิลปะบำบัดจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถเยียวยาอารมณ์ จิตใจของเด็กๆ ได้ เพื่อให้เด็กพิการได้รับการฟื้นฟู ไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกาย  อารมณ์  สังคม  และสติปัญญา
           

เราได้ทำกิจกรรมไปแล้วเมื่อวันที่ 2-3 มิถุนายน 2561 โดยกิจกรรมประกอบไปด้วย
วันที่ 2 มิถุนายน 2561 : กิจกรรมพัฒนาศักยภาพแกนนำอาสาสมัคร Art for Health 2018 โดยเราเริ่มต้นการปูพื้นฐานด้านศิลปะ สำหรับเด็กผู้บกพร่องทางด้านสติปัญญาในช่วงเช้า โดยมีครูชลิต นาคพะวัน ศิลปินอิสระ และผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานศิลปะให้กับเด็กพิการ มาให้คำแนะนำ ตั้งแต่การเลือกใช้ลายเส้น การใช้โทนสีที่เหมาะสมกับเด็ก โดยการวาดภาพในครั้งนี้ นอกจากความสวยงามแล้ว เราได้เพิ่มคุณค่าให้กับภาพวาดโดยการออกแบบภาพวาดเหล่านี้ให้เป็นสื่อการเรียนการสอนเสริมสร้างพัฒนาการให้กับน้อง ๆ อีกด้วย ซึ่งเราจะเน้นไปที่สีโทนเย็น 80% และสีโทนร้อน 20% เพื่อไม่ให้สีไปกระตุ้นอารมณ์ก้าวร้าวของเด็ก โทนสีที่เลือกใช้จึงเป็นสีพาสเทลและเน้นใช้พวกรูปธรรมชาติ รูปสัตว์ ตัวเลข รวมถึงวาดภาพออกมาเป็นเรื่องราวต่างๆ อย่าง นิทาน เพื่อเสริมสร้างจินตนาการให้กับเด็ก ๆ นอกจากนี้ตามกำหนดการกิจกรรมในช่วงบ่าย แกนนำอาสาทุกคนได้ลงมือร่างภาพที่จะนำไปใช้เป็นต้นแบบในการวาดภาพระบายสีครั้งนี้ ซึ่งแกนนำทุกคนมีฝีมือการวาดภาพที่ดีมาก ทำให้เราได้ภาพต้นแบบที่สวยงามสำหรับกิจกรรมในวันถัดไป



ส่วนวันถัดมา เราได้คัดเลือกผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 41 คนที่มีฝีมือในการวาดภาพ มีใจรักในงานศิลปะ และมีจิตอาสาจากหลากหลายอาชีพกว่า 40 คน โดยส่วนมากจะมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านศิลปะอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น คุณครูสอนศิลปะ กราฟฟิคดีไซน์เนอร์ สถาปนิก นักศึกษา และบุคคลทั่วไป โดยกิจกรรมเริ่มจากการอธิบายกิจกรรม วัตถุประสงค์ของกิจกรรม ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบ้านเฟื่องฟ้า เด็กสมองพิการ ประโยชน์ของศิลปะที่จะช่วยเยียวยาทางด้านจิตใจ รวมถึงเป็นสื่อการเรียนการสอนที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสติปัญญา อารมณ์ และสังคม อธิบายโจทย์ของกิจกรรม ขั้นตอนกระบวนการการทาสี และแบ่งกลุ่มอาสาสมัครออกเป็น 13 กลุ่ม ตามโจทย์สื่อการเรียนการสอนทั้ง 13 โจทย์ โดยหลังจากแบ่งกลุ่มอาสาสมัคร อาสาสมัครทุกกลุ่มก็ได้ร่วมมือกันทาสีจนเสร็จ ซึ่งไม่ว่าอากาศจะร้อนแค่ไหนเราก็สัมผัสได้ถึงความสุขของอาสาสมัครผ่านปลายพู่กันที่บรรจงลงบนผนังห้องเรียนของเด็ก ๆ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากสามารถสร้างประประโยชน์ให้แก่น้อง ๆ แล้ว กลุ่มอาสาสมัครเองก็ได้รับความสุขกลับไปด้วย รวมถึงได้มิตรภาพใหม่ๆในกลุ่มนักสร้างสรรค์อาสาสมัครด้วยกัน ก่อให้เกิดเครือข่ายจิตอาสาที่พร้อมจะชวนกันไปทำงานสร้างสรรค์เพื่อเป็นประโยชน์กับสังคมต่อไป 



อ่านต่อ »
ดูความคืบหน้าโครงการทั้งหมด

Creative Citizen ขอชวนร่วมบริจาคสนับสนุนโครงการ Art for Health 2018 เพื่อจัดซื้อสีและอุปกรณ์ สำหรับทาสี และปรับทัศนียภาพให้กับพื้นที่บ้านเด็กพิการ "บ้านเฟื่องฟ้า" เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ เสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินชีวิต สร้างสีสัน และรอยยิ้มให้กับน้องๆ ตั้งแต่แรกเกิดถึง 7 ปี ที่มีความผิดปกติ หรือบกพร่องทางร่างกาย สติปัญญาและจิตใจทุกประเภท ทั้งเด็กกำพร้าและเด็กที่ผู้ปกครองนำมาฝากให้เลี้ยงดู จำนวน 397 คน   

นอกจากจะให้เด็กพิการได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย เพื่อพัฒนาการที่ดีขึ้น ฝึกการช่วยเหลือตัวเองเพื่ออยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างปกติสุข และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระแล้ว สิ่งหนึ่งที่ควร ให้ความสำคัญก็คือการเยียวยาทางด้านจิตใจ เพื่อให้เด็กพิการเหล่านี้ได้สัมผัสด้านสุนทรีย์ของชีวิต ซึ่งจากการศึกษาพบว่า "ศิลปะ" เป็นสิ่งที่ทำให้เด็กมีความสุข และมีสมาธิมากขึ้น การใช้ศิลปะบำบัดจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถเยียวยาอารมณ์ จิตใจของเด็กๆ ได้ เพื่อให้เด็กพิการได้รับการฟื้นฟู ไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกาย  อารมณ์  สังคม  และสติปัญญา

กำหนดวันที่กิจกรรมในวันที่ 3 มิถุนายน 2561 ตั้งแต่เวลา 9.00 - 17.00 น.

ประโยชน์ของศิลปะบำบัด ศิลปะบำบัด

มุ่งเน้นให้เกิดความสมดุลของชีวิต ช่วยบรรเทาปัญหา ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด ขจัดความขัดแย้งภายในส่วนลึกของจิตใจ ช่วยให้มีระดับอารมณ์คงที่ดีขึ้น ไม่ฉุนเฉียว หรือโศกเศร้ามากนัก สามารถจัดการกับอารมณ์ได้ดีขึ้นเมื่อมีสิ่งกระตุ้นต่างๆ เข้ามากระทบ และเสริมสร้างศักยภาพการดำเนินชีวิตในด้านต่างๆ อย่างรอบด้าน ทั้งทางร่างกาย สติปัญญา จิตใจ สังคม และสุนทรียศาสตร์ ไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ยังเป็นสื่อการเรียนการสอนที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านสติปัญญาควบคู่ไปกับการเยียวยาจิตใจ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดโครงการ " Art for Health " ที่อยากเชิญชวนทุกท่านมาร่วมบริจาคสมทบทุนซื้อสีและอุปกรณ์ทาสีเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ เสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินชีวิต สร้างสีสัน และรอยยิ้มให้กับน้องๆ


ประโยชน์ที่ได้รับ

  1. สร้างทัศนียภาพ และบรรยากาศที่น่าอยู่ให้กับบ้านเด็กพิการ
  2. เด็กๆได้รับการเยียวยาด้านจิตใจ ช่วยผ่อนคลายความเครียด เพื่อสุขภาพจิตที่ดี และเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินชีวิตในด้านต่างๆ
  3. ภาพศิลปะบางส่วนจะเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมฝึกพัฒนาการของเด็กๆ (สื่อการเรียนการสอน) ซึ่งจะมีส่วนช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคม
  4. ภาคประชาสังคมได้เรียนรู้ ตระหนักถึงความสำคัญในการเป็นจิตอาสา และก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมร่วมกันจากทุกภาคส่วน

เจ้าของโครงการ


ผลงาน Art for Health 2018

11 มิถุนายน 2018

 Art for Health 2018 เพื่อวาดภาพระบายสี ปรับทัศนียภาพและเป็นสื่อการเรียนรู้ให้น้องๆ บ้านเฟื่องฟ้า จ.นนทบุรี เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ เสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินชีวิต สร้างสีสัน และรอยยิ้มให้กับน้องๆ เด็กแรกเกิด - 7 ปี ที่มีความผิดปกติหรือบกพร่องทางร่างกาย สติปัญญา และจิตใจทุกประเภท 

 นอกจากจะให้เด็กพิการได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย เพื่อพัฒนาการที่ดีขึ้น ฝึกการช่วยเหลือตัวเองเพื่ออยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างปกติสุข และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระแล้ว สิ่งหนึ่งที่ควร ให้ความสำคัญก็คือการเยียวยาทางด้านจิตใจ เพื่อให้เด็กพิการเหล่านี้ได้สัมผัสด้านสุนทรีย์ของชีวิต ซึ่งจากการศึกษาพบว่า "ศิลปะ" เป็นสิ่งที่ทำให้เด็กมีความสุข และมีสมาธิมากขึ้น การใช้ศิลปะบำบัดจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถเยียวยาอารมณ์ จิตใจของเด็กๆ ได้ เพื่อให้เด็กพิการได้รับการฟื้นฟู ไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกาย  อารมณ์  สังคม  และสติปัญญา
           

เราได้ทำกิจกรรมไปแล้วเมื่อวันที่ 2-3 มิถุนายน 2561 โดยกิจกรรมประกอบไปด้วย
วันที่ 2 มิถุนายน 2561 : กิจกรรมพัฒนาศักยภาพแกนนำอาสาสมัคร Art for Health 2018 โดยเราเริ่มต้นการปูพื้นฐานด้านศิลปะ สำหรับเด็กผู้บกพร่องทางด้านสติปัญญาในช่วงเช้า โดยมีครูชลิต นาคพะวัน ศิลปินอิสระ และผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานศิลปะให้กับเด็กพิการ มาให้คำแนะนำ ตั้งแต่การเลือกใช้ลายเส้น การใช้โทนสีที่เหมาะสมกับเด็ก โดยการวาดภาพในครั้งนี้ นอกจากความสวยงามแล้ว เราได้เพิ่มคุณค่าให้กับภาพวาดโดยการออกแบบภาพวาดเหล่านี้ให้เป็นสื่อการเรียนการสอนเสริมสร้างพัฒนาการให้กับน้อง ๆ อีกด้วย ซึ่งเราจะเน้นไปที่สีโทนเย็น 80% และสีโทนร้อน 20% เพื่อไม่ให้สีไปกระตุ้นอารมณ์ก้าวร้าวของเด็ก โทนสีที่เลือกใช้จึงเป็นสีพาสเทลและเน้นใช้พวกรูปธรรมชาติ รูปสัตว์ ตัวเลข รวมถึงวาดภาพออกมาเป็นเรื่องราวต่างๆ อย่าง นิทาน เพื่อเสริมสร้างจินตนาการให้กับเด็ก ๆ นอกจากนี้ตามกำหนดการกิจกรรมในช่วงบ่าย แกนนำอาสาทุกคนได้ลงมือร่างภาพที่จะนำไปใช้เป็นต้นแบบในการวาดภาพระบายสีครั้งนี้ ซึ่งแกนนำทุกคนมีฝีมือการวาดภาพที่ดีมาก ทำให้เราได้ภาพต้นแบบที่สวยงามสำหรับกิจกรรมในวันถัดไป



ส่วนวันถัดมา เราได้คัดเลือกผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 41 คนที่มีฝีมือในการวาดภาพ มีใจรักในงานศิลปะ และมีจิตอาสาจากหลากหลายอาชีพกว่า 40 คน โดยส่วนมากจะมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านศิลปะอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น คุณครูสอนศิลปะ กราฟฟิคดีไซน์เนอร์ สถาปนิก นักศึกษา และบุคคลทั่วไป โดยกิจกรรมเริ่มจากการอธิบายกิจกรรม วัตถุประสงค์ของกิจกรรม ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบ้านเฟื่องฟ้า เด็กสมองพิการ ประโยชน์ของศิลปะที่จะช่วยเยียวยาทางด้านจิตใจ รวมถึงเป็นสื่อการเรียนการสอนที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสติปัญญา อารมณ์ และสังคม อธิบายโจทย์ของกิจกรรม ขั้นตอนกระบวนการการทาสี และแบ่งกลุ่มอาสาสมัครออกเป็น 13 กลุ่ม ตามโจทย์สื่อการเรียนการสอนทั้ง 13 โจทย์ โดยหลังจากแบ่งกลุ่มอาสาสมัคร อาสาสมัครทุกกลุ่มก็ได้ร่วมมือกันทาสีจนเสร็จ ซึ่งไม่ว่าอากาศจะร้อนแค่ไหนเราก็สัมผัสได้ถึงความสุขของอาสาสมัครผ่านปลายพู่กันที่บรรจงลงบนผนังห้องเรียนของเด็ก ๆ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากสามารถสร้างประประโยชน์ให้แก่น้อง ๆ แล้ว กลุ่มอาสาสมัครเองก็ได้รับความสุขกลับไปด้วย รวมถึงได้มิตรภาพใหม่ๆในกลุ่มนักสร้างสรรค์อาสาสมัครด้วยกัน ก่อให้เกิดเครือข่ายจิตอาสาที่พร้อมจะชวนกันไปทำงานสร้างสรรค์เพื่อเป็นประโยชน์กับสังคมต่อไป 



แผนการใช้เงิน


รายการบาท
อุปกรณ์สำหรับการวาดภาพ5,000