โครงการอื่นๆ

ปันน้ำใจให้พี่น้องกลับบ้านอย่างปลอดภัย

ช่วยเหลือเด็กและผู้หญิงที่ถูกส่งกลับจากประเทศมาเลเซียกลับสู่ประเทศไทย เพื่อให้เด็กและผู้หญิงกลับสู่ภูมิลำเนาเดิมได้อย่างปลอดภัย

ระยะเวลาโครงการ 5 เดือน พื้นที่ดำเนินโครงการ จังหวัดสงขลา

ยอดบริจาคขณะนี้

25,832 บาท

เป้าหมาย

44,880 บาท
ดำเนินการไปแล้ว 58%
จำนวนผู้บริจาค 23

สำเร็จแล้ว

ความคืบหน้าโครงการ

ช่วยเด็กและผู้หญิงกลับบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว

28 พฤษภาคม 2018

ตามที่มูลนิธิพิทักษ์สตรี ได้ดำเนินการจัดโครงการปันน้ำใจให้พี่น้องกลับบ้านอย่างปลอดภัย ในวันที่ 1 มีนาคม 2560 ถึง 31 ตุลาคม 2560 ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา จ. สงขลาและพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศไทย บัดนี้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนการดำเนินโครงการ

  1. ช่วยเด็กและผู้หญิงออกจากสถานที่อันตราย
  2. สนับสนุนค่าอาหารและค่าเดินทางเพื่อให้เด็กและผู้หญิงได้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย 

จากจำนวนเงินที่ได้รับจากการระดมทุนหลังหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเทใจแล้วเป็นเงิน 23,249 บาท ทางมูลนิธิฯ นำเงินสนับสนุนค่าเดินทาง 18,249 บาท และค่าอาหาร 5,000 บาท  

ภาพการช่วยเหลือการส่งกลับบ้านอย่างปลอดภัย

ช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในสถานกักกันในประเทศมาเลเซียให้เดินทางมาถึงประเทศไทย

ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง

เดินทางต่อด้วยรถตู้เพื่อส่งถึงบ้าน

เด็กและผู้ผญิงที่ถูกล่อลวงได้กลับสู่ครอบครัว

โครงการปันน้ำใจให้พี่น้องกลับบ้านอย่างปลอดภัย ได้บรรลุตามแผนที่กำหนดไว้ คือสามารถช่วยเหลือเด็กและผู้หญิงที่ถูกล่อลวงจากการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศต่าง ๆ ให้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ให้เด็กและผู้หญิงกลับไปมีโอกาสและมีชีวิตใหม่อีกครั้งในบ้านเกิด

จากใจผู้ได้รับโอกาส


นางสาว อาร์
 (นามสมมุติ)
ดีใจที่ได้ออกมาจากสถานที่แห่งนั้น มูลนิธิพิทักษ์สตรีเปลี่ยนชีวิตหนูขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ต่อไปนี้หนูจะกลับบ้านไปช่วยพ่อแม่ทำงาน จะไม่ไปไหน จะไม่เชื่อใครง่าย ๆ อีกแล้ว

ความประทับใจจากมูลนิธิฯ

"ทางมูลนิธิฯ ขออภัยเป็นอย่างยิ่งที่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อ-สกุล และรูปภาพของผู้เสียหายได้อย่างครบถ้วน เนื่องจากต้องเก็บข้อมูลของผู้เสียหายไว้เป็นความลับ และต้องขอขอบคุณผู้บริจาคทุกท่านที่ช่วยสนับสนุนงบประมาณโครงการในครั้งนี้ ขอให้ท่านมีความสุข ความเจริญในหน้าที่การงาน และรักษาเกียรติคุณความดีนี้ต่อไป "

นัศรีน ราชแดหวา
ตัวแทนมูลนิธิพิทักษ์สตรี

อ่านต่อ »
ดูความคืบหน้าโครงการทั้งหมด

AEC หรือ Asean Economics Community คือการรวมตัวของชาติใน Asean 10 ประเทศ คือ ไทย พม่า ลาว เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชาและบรูไน โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรอง – แข่งขันกับประเทศคู่ค้า เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่างๆ ของประเทศสมาชิก ทั้งนี้ Asean จะรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และมีผล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ซึ่งจะทำให้มี ความเปลี่ยนแปลงกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม ของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เมื่อมีการเปิด ACE การเดินทางเข้า-ออก ประเทศต่างๆสามารถทำได้ง่ายขึ้น ปรากฏการณ์ขนคนเพื่อไปค้าแรงงานจึงเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ บางคนถูกเพื่อนๆ ชักชวน โดยมีค่าแรงเป็นแรงจูงใจ บางคนก็ถูกนายหน้าหลอกไปโดยบอกว่าให้ไปเป็นคนขายของหน้าร้านแต่เมื่อไปถึงก็อาจจะถูกบังคับให้ขายบริการทางเพศ ซึ่งแรงงานจำนวนมากไม่เคยรู้ชะตากรรมของตนเองเลยว่าปลายทางจะเป็นเช่นไร เพียงแค่หวังว่าจะได้ค่าแรงในราคาที่สูงเพื่อทำให้ชีวิตและครอบครัวของตนเองได้อยู่อย่างสุขสบาย

จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศมาเลเซีย มีการเดินทางเข้าออกของแรงงานเป็นจำนวนมาก การไปประเทศมาเลเซียก็เพียงหวังแสวงหาเงินเพื่อมาพัฒนาคุณภาพของตนเองและครอบครัวให้ดีขึ้น จึงเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มมิจฉาชีพทำงาน มีการหลอกลวง มีการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ ในรูปแบบของการค้ามนุษย์กับเด็กและผู้หญิง การนำพาเข้าประเทศของกลุ่มมิจฉาชีพนั้นทำกันเป็นกระบวนการ เส้นทางในการเข้า-ออก มีหลากหลายช่องทาง ทั้งด่านที่เป็นสากลและช่องทางธรรมชาติ แรงงานส่วนใหญ่เข้าไปทำงานผิดกฎหมาย ทำให้แรงงานเหล่านี้ถูกจับกุมโดยตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองประเทศมาเลเซียและถูกผลักดันกลับยังประเทศต้นทาง

สถานกักกัน Pekan Nenas

สถานกักกัน Langkap,Ipoh

โครงการ “ ปันน้ำใจให้พี่น้องกลับบ้านอย่างปลอดภัย ” ตระหนักถึงความสำคัญของการกลับบ้านอย่างปลอดภัย เนื่องจากพื้นที่บริเวณด่านสะเดาเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงหรือแสวงผลประโยชน์ต่างๆในเด็กและผู้หญิง จึงจัดทำการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กและผู้หญิงให้กลับบ้านอย่างปลอดภัย โดยโครงการได้นำเงินระดมทุนดังกล่าวไปช่วยเหลือเป็นค่าอาหารและค่าเดินทางสำหรับเด็กและผู้หญิงที่ถูผลักดับกลับในพื้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา จ.สงขลา

ประโยชน์ของโครงการ

  1. เด็กและผู้หญิงเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย
  2. เด็กและผู้หญิงปลอดภัยจากการแสวงหาผลประโยชน์จากการล่อลวงทางเพศจากกลุ่มมิจฉาชีพ ณ.ด่านตรวจคนเข้าเมือง สะเดา

สมาชิกภายในทีม

นักศึกษาฝึกงานฝ่ายจัดหางบประมาณ มูลนิธิพิทักษ์สตรี

  1. นางสาวโซเฟีย เจะอาแว
    e-mail : assfia_islam@hotmail.com
    เบอร์โทร : 080-7051760
  2. นางสาวนัศรีน ราชเดหวา
    e-mail : missyou_reen@hotmail.com
    เบอร์โทร : 086-9611257
  3. นางสาวฟาติน เจ๊ะมะสาแล
    e-mail : fatin_se@hotmail.co.th
    เบอร์โทร : 080-1376432 

มูลนิธิพิทักษ์สตรี

นางสาวอารีศรี โฆสาสี เจ้าหน้าที่ภาคสนามปกป้องคุ้มครองงานชายแดน
e-mail :  areesri.aat@gmail.com
เบอร์โทร : 062-4929654 

ภาคี

1.ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา โทรศัพท์ 0-7430-1107

2.มูลนิธิพิทักษ์สตรี สำนักงานกรุงเทพฯ
โทรศัพท์ +66(0) 22145157 โทรสาร +66(0) 22145159

มูลนิธิพิทักษ์สตรี สำนักงานหาดใหญ่
โทรศัพท์ 074-801851
เว็บไซต์ : www.aatthai.org
Facebook : Alliance Anti – Trafic

ช่วยเด็กและผู้หญิงกลับบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว

28 พฤษภาคม 2018

ตามที่มูลนิธิพิทักษ์สตรี ได้ดำเนินการจัดโครงการปันน้ำใจให้พี่น้องกลับบ้านอย่างปลอดภัย ในวันที่ 1 มีนาคม 2560 ถึง 31 ตุลาคม 2560 ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา จ. สงขลาและพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศไทย บัดนี้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนการดำเนินโครงการ

  1. ช่วยเด็กและผู้หญิงออกจากสถานที่อันตราย
  2. สนับสนุนค่าอาหารและค่าเดินทางเพื่อให้เด็กและผู้หญิงได้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย 

จากจำนวนเงินที่ได้รับจากการระดมทุนหลังหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเทใจแล้วเป็นเงิน 23,249 บาท ทางมูลนิธิฯ นำเงินสนับสนุนค่าเดินทาง 18,249 บาท และค่าอาหาร 5,000 บาท  

ภาพการช่วยเหลือการส่งกลับบ้านอย่างปลอดภัย

ช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในสถานกักกันในประเทศมาเลเซียให้เดินทางมาถึงประเทศไทย

ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง

เดินทางต่อด้วยรถตู้เพื่อส่งถึงบ้าน

เด็กและผู้ผญิงที่ถูกล่อลวงได้กลับสู่ครอบครัว

โครงการปันน้ำใจให้พี่น้องกลับบ้านอย่างปลอดภัย ได้บรรลุตามแผนที่กำหนดไว้ คือสามารถช่วยเหลือเด็กและผู้หญิงที่ถูกล่อลวงจากการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศต่าง ๆ ให้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ให้เด็กและผู้หญิงกลับไปมีโอกาสและมีชีวิตใหม่อีกครั้งในบ้านเกิด

จากใจผู้ได้รับโอกาส


นางสาว อาร์
 (นามสมมุติ)
ดีใจที่ได้ออกมาจากสถานที่แห่งนั้น มูลนิธิพิทักษ์สตรีเปลี่ยนชีวิตหนูขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ต่อไปนี้หนูจะกลับบ้านไปช่วยพ่อแม่ทำงาน จะไม่ไปไหน จะไม่เชื่อใครง่าย ๆ อีกแล้ว

ความประทับใจจากมูลนิธิฯ

"ทางมูลนิธิฯ ขออภัยเป็นอย่างยิ่งที่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อ-สกุล และรูปภาพของผู้เสียหายได้อย่างครบถ้วน เนื่องจากต้องเก็บข้อมูลของผู้เสียหายไว้เป็นความลับ และต้องขอขอบคุณผู้บริจาคทุกท่านที่ช่วยสนับสนุนงบประมาณโครงการในครั้งนี้ ขอให้ท่านมีความสุข ความเจริญในหน้าที่การงาน และรักษาเกียรติคุณความดีนี้ต่อไป "

นัศรีน ราชแดหวา
ตัวแทนมูลนิธิพิทักษ์สตรี

แผนการใช้เงิน

รายละเอียดการช่วยเหลือ 120 คนจำนวน (บาท)ราคา (บาท)
1.อาหารและเครื่องดื่ม 404,800
2.ค่าเดินทาง30036,000
3.ค่าธรรมเนียมเทใจ 10%
4,080
รวมเป็นเงิน
44,880 บาท